คุณพยาบาลเจ้าขา..

โดย sutthinun เมื่อ 6 มีนาคม 2011 เวลา 19:14 ในหมวดหมู่ สวนป่าฮาเฮ #
อ่าน: 1529

เมื่อต้องขึ้นเวทีโม้ให้ชาวสมาคมพยาบาลผ่าตัดแห่งประเทศไทย เป็นคนแรกเสียด้วยสิครับ ตื่นเช้ามาไม่เห็นมีใครมาติดต่อ ถามเจ้าหน้าที่โรงแรมว่าเขาจัดประชุมชั้นไหน ไปหาห้องเจอก็ขอลองเสียงเครื่องLCD. ผมเตรียมน้ำเต้ายักษ์ไปโชว์ด้วย พร้อมกับเอาหนังสือเจ้าเป็นไผ กับหนังสือเจ้าแห้วไปเสนอ ตามสไตล์คนแซ่เฮ ถ้าซื้อหนังสือ 1 เล่มแถมเมล็ดน้ำเต้าให้ 1 ซอง หนังสือก็เยอะ น้ำเต้าก็หนัก อย่ากระนั้นเลย โทรฯชวนครูอารามมาช่วยดีกว่า ระหว่างนั้นป้าหวานก็ยิ้มแป้นมาพบแต่เช้า ถามว่าเจี๊ยะอะไรแล้วหรือยัง โธ่จะเอาเวลาที่ไหน ขอจัดการเรื่องสื่อและหนังสือให้เรียบร้อยก่อน

การแก้ปัญหาแบบฉุกละหุก

เป็นการทดสอบประสิทธิภาพขององค์กร

ป้าหวานไปติดต่อโต๊ะมาตั้งหน้าห้อง

อาราม-โฉมยง-ครูอึ่ง-หมอเปา-จัดวางสินค้าให้ดูดี

ระหว่างนั้นผมก็แวบไปหาอะไรรองท้อง

เดินกลับมาประธานกำลังกล่าวพิธีเปิด

หลังจากนางไหเซิ้งจบ

พิธีกรเชิญผมเข้าห้องผ่าตัด เอ๊ย! ขึ้นเวที

(หมอเปาเอาเจ้าเป็นไผมาโฆษณา ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าอ่านแล้วอารมณ์ดี)

ผมอารัมภบทว่า..เคยแต่ไปนอนให้หมอ-พยาบาลผ่าตัด ส่วนจะตัดจะผ่าอย่างไรนั้นไม่รู้เรื่องอะไรด้วยหรอก คนโดนวางยาสลบอย่างนั้น หมอจะทำอะไรก็เชิญ พยาบาลจะทำตรงไหนก็เชิญ แต่การที่ถูกเชิญมาพูดเรื่อง ก า ร ส ร้ า ง อ ง ค์ ก ร แ ห่ ง ก า ร เ รี ย น รู้ ใ น ห้ อ ง ผ่ า ตั ด ใ น ค รั้ ง นี้ ถึงจะรู้ตัวแต่ก็ยากอยู่ดีนั่นแหละ ผีถึงป่าช้าจะทำอะไรได้ นอกจากดำน้ำไปตามเพลง บอกคุณน้าๆพยาบาลไปว่า เจอกันวันนี้ค่อยสบายใจหน่อย เพราะเป็นการพบกันนอกห้องผ่าตัด ทำให้สะดวกใจที่จะจำนรรจา ว่าแล้วก็เปิดเพลง “ดีใจที่มีวันนี้” ให้ฟังระหว่างการเช็คระบบPower Point

(น้ำเต้าเกี่ยวอะไรกับการผ่าตัด คิคิ)

เนื้อหาส่วนใหญ่มุ่งไปเรื่องการจัดการความรู้ ยกกรณีตัวอย่างที่ทำ เอาภาพ เอาคริปวีดีโอฉายประกอบ ยกตัวอย่างเรื่องการวิจัยน้ำเต้า เล่าตั้งแต่แนวคิดแนวคัน ทำลองอะไรไปบ้าง ดึงภาพรวมของสมาคมน้ำเต้าโลกมาให้ชม ชี้ไปที่น้ำเต้ายักษ์ นี่คือกรณีตัวอย่างการทำเรื่องธรรมดาๆให้เป็นเรื่องพิเศษ เอาคริปวิจัยเรื่องการสับใบไม้เลี้ยงวัว โยงไปถึงคุณน้าพยาบาลสามารถทำเรื่องดีๆนอกเหนือจากหน้าที่นอกห้องผ่าตัดเยอะแยะ ในเมื่อเราเป็นส่วนหนึ่งของสังคม ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดกับสังคมล้วนกระทบมาถึงคุณน้าๆทั้งหลายทั้งนั้น โรคทางสังคมนั้นนับวันจะวิกฤติเหลือคณานับ โรคซูซูกิ โรคฮอนด้า โรคยามาฮ่า ที่วัยรุ่นแข่งรถซิ่งกัน เกิดอุบัติเหตุก็หิ้วกันมาหาคุณน้าๆนี่แหละ มาแล้วก็ผ่าก็เชือนปะผุกันไปตามที่เห็นสมควร

สถิติ : ปริมาณงานที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องระหว่างปี 2545-2552 (ล้านครั้ง)

โรงพยาบาลศูนย์ ปี 2552 ผ่าตัด 677,363 ราย

โรงพยาบาลจังหวัด ปี 2552 ผ่าตัด 724,168 ราย

โรงพยาบาลชุมชนทั่วไป ปี 2552 ผ่าตัด 538,008 ราย

รวมปี 2552 ผ่าตัด 1,939,539 ราย

(หนึ่งล้านเก้าแสนสามหมื่นเก้าพันห้าร้อยสามสิบเก้าราย)

ยังไม่รวมโรงพยาบาลเอกชนและโรงพยาบาลสังกัดสถาบันอื่นๆ

คาดว่าจะทะลุปีละ2ล้านราย/ปีไปมิใช่น้อย

จะเห็นว่าปีหนึ่งๆเราปาดกันอุตลุด

ถามว่า>>ถ้าจำนวนผู้ป่วยมากขึ้นปีละล้านคนคุณน้าจะตั้งรับอย่างไร

ไม่เหนื่อยโซกันจนอ่อนอกอ่อนใจหรือครับ

คนมากเท่าไหร่ การเจ็บไข้ได้ป่วยก็ยิ่งทบเท่าทวีคูณ

เกิด-แก่-เจ็บ-ตาย เป็นขั้นตอนที่หลีกเลี่ยงไม่ได้อยู่แล้ว

ก่อนจบ ถามว่ามีคำถามไหมครับ ถ้าไม่มีผมก็ขออนุญาตโฆษณาเรื่องหนังสือ แจกแจงว่าวางอยู่ตรงไหน มีบริการก่อนและหลังขายอยางไร หลังจากนั้นท่านคณะกรรมการจัดงานก็มาถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกัน ต่อด้วยช่วงพัก 15 นาที ผมออกมาดู โอ้โฮ หมอเปา-ครูอาราม-โฉมยง ปากเปียกปากแฉะอธิบายขายหนังสือมือระวิง บางคนก็เอาหนังสือมาล่าลายเซ็น บ้างก็ติดต่อจะขอมาดูงาน เวลาผ่านไป 30 นาที เราก็เก็บของเตรียมเผ่นไปเยี่ยมฮักโฮมสคูลรอบ 2 แล้วไปเยี่ยมอาม่าของพระอาจารย์แพนด้า ดังที่เท่าไปแล้ว

กรรมการบางท่านสนใจคำหวานที่หยอดไว้ก่อนจบPower Point ลงไว้ที่นี่นะครับ

“ วันที่คุณพยาบาลเบิกบานยิ้ม

โรคมั่วนิ่มคงอายไม่กรายกล้ำ

ฉีดยาไปยิ้มไปเป็นประจำ

จะช่วยทำสิ่งร้ายกลายเป็นดี

ยิ้มทั้งทีไม่ต้องมีใบสั่ง

ยิ้มกันมั่งจะเป็นไรได้ไหมพี่

นั่งฟังไปยิ้มไปคนใจดี

ยิ้มฟรีๆยิ้มเรื่อยๆหายเหนื่อยเอย ”

« « Prev : ฮักโฮมตุ้มโฮมเอาลูกหลาน

Next : โรคคิดถึงเรื้อรัง » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

6 ความคิดเห็น

  • #1 จอมป่วน ให้ความคิดเห็นเมื่อ 6 มีนาคม 2011 เวลา 21:35

    น่าเสียดาย หนังสือ ป่วน หมดแล้ว……….อิอิ

  • #2 sutthinun ให้ความคิดเห็นเมื่อ 6 มีนาคม 2011 เวลา 22:19

    น๊านนะสิครับ อิอิ

  • #3 อุ๊ยสร้อย ให้ความคิดเห็นเมื่อ 7 มีนาคม 2011 เวลา 16:49

    ดีใจแทนคนเข้าประชุมค่ะ…ที่จริงแล้ว ชาวพยาบาลได้รับความกรุณาจากครูบามาโดยตลอด ไม่ว่าจะอยู่ทิศไหนๆ…นับว่าวาสนาของชาวพยาบาลมีมากจริงๆ ที่ได้มีโอกาสเรียนรู้กับครูบา

    ยิ่งดูหน้าตาคนเข้าประชุมอิ่มเอิบ ..เรียนรู้อย่างมีความสุขด้วย…ชาวพยาบาลห้องปาด ก็ยิ่งมีโอกาสได้สร้างงาน สร้างกุศลด้วยวิถีงานของตัวเองยิ่งๆขึ้นไปในข้างหน้า

    คนที่รับบริการ และบรรดาผู้ร่วมงานก็คงได้รับความสุขไปด้วย …คนเรานี้ถ้าใจเป็นสุขแล้ว งานจะมากเปลี่ยนแปลงหรือรีบเร่งแค่ไหนก็ไม่ใช่ปัญหานะคะ

  • #4 sutthinun ให้ความคิดเห็นเมื่อ 7 มีนาคม 2011 เวลา 20:41

    อุ้ยนี่เข้าใจเชียร์ระเบิดเลย คิคิ

  • #5 ทวิช จิตรสมบูรณ์ ให้ความคิดเห็นเมื่อ 8 มีนาคม 2011 เวลา 0:29

    ทำไมพยาบาลส่วนใหญ่เป็นหญิง
    ผมว่าผู้ชายน่าเหมะเป็นพยาบาลมากกว่า เพราะแข็งแรง อาจช่วยชีวิตผู้ป่วยได้ เช่น ปั๊มหัวใจ พลิกร่างกายเพื่อทำการปฐมพยาบาลฉุกเฉิน

    ตะแบงอย่างมีเหตุผลนะเนี่ย

    พวกแอร์โฮสเตสก็เช่นกัน จริงๆแล้วน่าใช้ผู้ชายมากกว่า เช่น ช่วยยกกระเป๋าหนักๆ ขึ้นไว้บนที่เก็บเหนือหัว ช่วยชีวิตยามฉุกเฉิน เป็นต้น

    ส่วนทหารนั้นถ้าใช้ผู้หญิงให้มากคงดีกว่านี้ เพราะเดี๋ยวนี้ไม่ได้เอาดาบไล่ฟันกันแล้ว รบกันแบบกดปุ่มทั้งนั้น ซึ่งผู้หญิงมีความละเอียดกว่าในการกดปุ่ม รบกะเขมรรับรองกระจุย

  • #6 sutthinun ให้ความคิดเห็นเมื่อ 8 มีนาคม 2011 เวลา 7:07

    อิอิ ความคิดวิไล หญิงก็ได้ ชายก็ดี สมัยนี้ค่อยๆปรับเปลี่ยนไปบ้างละครับ
    เราจะเห็นผู้ชายแทรกอยู่ ทั้งบุรุษพยาบาล และแอร์ฯชาย
    แต่ผมชอบพยาบาลหญิงมากกว่า
    พยาบาลผู้ชาย ขนหน้าแข้งเยอะ คิคิ


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.03072714805603 sec
Sidebar: 0.047016859054565 sec