หลบม็อบมาหมอบดีกว่า

โดย sutthinun เมื่อ 22 กุมภาพันธ 2011 เวลา 18:24 ในหมวดหมู่ สวนป่าฮาเฮ #
อ่าน: 896

เดินทางเข้าบางกอก ออกมาเห็นความแห้งแล้งระดะรายทาง ภาพไฟลามทุ่ง หมอกควันคุกรุ่นลอยอึมครึมอยู่ทั่วไป..พอย่างเข้าปากช่องถึงบางกอกมีฝนประปราย ได้แต่มั่นไส้เทวดา2มาตรฐาน ฝนตกไม่ทั่วฟ้า ที่อีสานดอกมะม่วงรอฝนมาชะล้าง มดแดงเตรียมวางไข่ ถ้า ไ ด้ ฝ น ไ ข่ จ ะ เ ต่ ง เ ต็ ม รั ง ถ้าไม่มีฝน ไ ข่ ก็ จ ะ ก ร ะ ป ริ ด ก ร ะ ป ร อ ย ยังดีที่รัฐบาลไม่มายุ่งสั่งให้ชั่งไข่มดแดงขายเหมือนไข่ไก่

ระหว่างทางมีอุบัติเหตุรถบรรทุกหงายท้อง จวนถึงอยุธยาได้ข่าวม็อบชาวนาปิดถนน เรียกร้องให้รัฐฯประกันราคาข้าวสูงขึ้น ตามเหตุและผลที่เกิดจากอาการข้างเคียง น้ำ มั น ป า ล์ ม ขึ้ น ร า ค า ไ ด้ ทำ ไ ม ข้ า ว เ ป ลื อ ก จ ะ ขึ้ น ร า ค า บ้ า ง ไ ม่ ไ ด้ เ ล่ า ..ต่อ..ต่อไปก็ไม่รู้ว่าจะเอาอะไรมากำหนด สภาเกษตรกรแห่งชาติที่กำลังคัดเลือกกัน จะมีน้ำยาแก้ปัญหาอะไรได้ไหมนี่ ขนาดน้ำมันปาล์มเห็นๆมันก็ยังหลีกเร้นหายจ้อย ทำยังกะน้ำมันพรายแม่นาค.. ใครอยากได้น้ำมันพืชมาเพิ่มไขมันในพุงกะทิ ก็ต้องเข้าคิวรอซื้อคนละ2ขวดเท่านั้นนะจ๊ะ กระทรวงพานิชเขาต้องการสอนเรื่องพอเพียงภาคปฏิบัติการ เข้าใจไหมน้อง?

การดำเนินชีวิตของคนไทยจะมีอะไรมาแผ้วพานบ้างก็ไม่รู้ ไปถ่ายบัตรประชาชนตั้งแต่กลางปีที่แล้ว กำหนดให้ไปรับภายใน3 เดือน พอไปรับพี่เขาบอกว่ายังไม่ได้ ขอเปลี่ยนใบนัดแทน ทำไมมันเชื่องข้าไปเสียทุกเรื่อง เห็นเข้าท่าอยู่เรื่องเดียว ที่กรมทางหลวงชนบทรีบมาแก้ไขถนนทรุดอย่างรวดเร็วที่อยุธยา ข้าราชการหลายหน่วยงานเหลือเกินอบรมกันให้ควัก ไม่ทราบว่าจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่องค์กรหรือสถาบันที่ตนสังกัดได้บ้างไหมนะ

ทราบจากข่าวทีวีว่า..คณะกรรมการน้ำมันปาล์มจะประชุมกันในวันสองวันนี้

หมู่นี้สงสารคนไทยเป็นบ้า

ภาคอีสานชายแดนหนีลูกระเบิดลูกปีน

ภาคใต้หนีคาร์บอม

ภาคเหนือรถบัสครูตกเขาที่จังหวัดน่าน

ภาคกลาง-ในกรุงหนีม็อบปิดถนน

ประมวลภาพรวมแล้วกลับมาสร้างโลกตัวเองดีกว่า ปีนี้วางแผนปลูกอินทะผลัม-ไม้อาคาเชีย-ไม้หอมจากจีน ในเนื้อที่10ไร่ หลังจากนั้นจะเตรียมพันธุ์เตรียมปัจจัยต่างๆเพื่อปีต่อๆไปจะขยายให้เต็มพื้นที่50ไร่ จะปลูกแบบประณีตผสมผสาน ใช้วิธีขุดหลุมใหญ่ใส่ปุ๋ยเยอะ เดินระบบน้ำหยดให้ ปลูกหญ้าระหว่างแนวต้นไม้ ตั้งใจจะเลี้ยงกวางสักฝูง แต่ยังไม่มีเงินทำรั้วและซื้อพันธุ์กวาง เรื่องรั้วอยากจะลองแนวคิดเรื่องการขุดร่องรอบลึกประมาณ 1 เมตร เพื่อที่เราจะได้ไม่สิ้นเปลืองทำรั้วสูงๆ ในระหว่างนี้เลี้ยงแพะกับหมูเหมยซานไปพลางๆก่อน ที่ออกแบบกิจกรรมเช่นนี้ มีเหตุและปัจจัยแวดล้อมดังนี้ครับผม

1. ปุ๋ยมีเพียงพอ ได้จากมูลโคพันธุ์ขี้เยอะ

2. กล้าไม้เพียงพออินทะผาลัม-อาคาเซีย-ไม้หอมจีน มีตามพื้นที่กำหนด

3. น้ำเพียงพอ เพราะใช้ระบบน้ำหยด

4. ความรู้เพียงพอเพราะชลอโง่ได้บ้างแล้ว

5. เพียงพอด้านอาหารสัตว์ มีหญ้า-ใบไม้ปะเลอะปะเต๋อ

6. แรงงานเพียงพอ เป็นงานง่ายๆไม่ต้องใช้แรงงานมาก

7. พันธุ์สัตว์เพียงพอ มีแค่ไหนเลี้ยงไปก่อน

8. ความคันเพียงพอ เพราะได้แนวคิดจากท่านจอหงวนทวิช จิตสมบูรณ์ ที่บอกว่า>>เมื่ออายุเข้าวาระสุดท้าย พึงสละการแสวงหาความจริง และเริ่มจริงจังกับการแสวงหาความบริสุทธิ>> ยังหนักใจก็เรื่องการแสวงหาความบริสุทธิ์นี่แหละ ไม่รู้จะทำได้ยังไง เพราะกิเลศพัวพันมากเหลือเกิน ก็ได้แต่ยับยั้งชั่งใจ ทำได้แค่ไหนก็ทำไปเรื่อยๆ ถึงแม้จะลงโลงไป อินทะผาลัมที่ปลูกไว้ก็คงออกลูกให้ญาติแซ่เฮมาเก็บชิมได้ ถ้าติดงานยุ่งมาไม่ได้ ก็จะให้โฉมยงจัดส่งไปทางไปรษณีย์ ญาติๆแซ่เฮลงทะเบียนชิมล่วงหน้าได้ที่ลานปัญญา ทดลองปลูกไว้หลายสายพันธุ์ รับรองหวานเจี๊ยบอร่อยแน่ ตามตำราบอกว่าปลูกดูแลดีๆ 3-4ปี ก็มีผลแล้ว ส่วนใครบ่มีแฮง ก็จะจัดแจงส่งเขากวงอ่อนส่งไปให้โด๊ป! คริ..คริ

« « Prev : วันแก่แต่ชอบเรียกวันเกิด

Next : ระวังพยาบาลหาย » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

7 ความคิดเห็น

  • #1 ทวิช จิตรสมบูรณ์ ให้ความคิดเห็นเมื่อ 22 กุมภาพันธ 2011 เวลา 19:33

    ถ้าเราสามารถสนุกกับการหาความบริสุทธิ์แบบเด็กหนุ่มสาวสนุกกับเสียงเพลงก็คงจะดีนะขอรับ

    เรื่องน้ำนั้น ผมเห็นว่าวางท่อ pvc ใต้ดินอาจดีกว่าก็เป็นได้ครับ ลงทุนน่าจะพอๆกันกับระบบหยด แต่ดีกว่าตรงที่ประหยัดน้ำกว่า เพราะมันไม่ระเหยมากเหมือน้ำหยด นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นรากให้พุงลงใต้ดินมากกว่าปกติ เพื่อนผมคนหนึ่งเขาปลูกมันสปล. ด้วยวิธีนี้ เขาว่ามันให้ผลดีมาก

  • #2 sutthinun ให้ความคิดเห็นเมื่อ 22 กุมภาพันธ 2011 เวลา 20:14

    ขอบคุณมากครับท่านจอหงวน
    ช่วงนี้กำลังศึกษาเรื่องระบบน้ำ
    พรรคพวกจะปลูกยางพาราและปาล์มน้ำมัน
    ต้องการจะโด๊ปน้ำเต็มที่
    สนใจจะใช้สปริงเกอร์ของอิสราเอล
    ผมก็ไม่มีความรู้ ที่จะตอบว่าแบบไหน อย่างไหน เหมาะสม และดีกว่ากัน
    ท่านจอหงวนชี้แนะเรื่องระบบน้ำสักบันทึกจะดีไหมครับ อิอิ

  • #3 silt ให้ความคิดเห็นเมื่อ 23 กุมภาพันธ 2011 เวลา 0:16

    หึ หึ สปริงเกอร์อิสราเอล ชาวดงหลวงบ่มักครับ
    เพิ่นว่าน้ำมันบ้านเราแพงหลาย หมดค่าน้ำมันสูบน้ำหลายโพด
    ผมกับท่านบางทรายโดนภาคบังคับให้เอาไปแจกพี่น้อง
    ปรากฎว่าเพิ่นถอดหัวถิ้ม ถอดไส้กรองออก เปลี่ยนเอาของไทยทำอันละห้าบาทมาใส่ น้ำไหลแรงสะใจดี

    แต่ทั้งนั้นทั้งนี้ผมว่า ของอิสราเอลของเขาคุณภาพดี และประหยัดน้ำได้ดีเหมือนกันครับ เพียงแต่เราไม่มีเวลาไปแนะนำต่อยอดเรื่องที่ว่าน้ำขนาดนั้นพืชก็รอดแล้ว หากมีวิธีการลดการคายระเหยของน้ำ ด้วยการคลุมดิน

    ปาล์มน้ำมันระบบน้ำฉีดฝอยเคยไปเห็นที่ชุมพร ให้ผลมากขึ้นจริงๆครับ

  • #4 sutthinun ให้ความคิดเห็นเมื่อ 23 กุมภาพันธ 2011 เวลา 0:30

    อิ อิ ต่อจาก หึ หึ ผมก็ห่วงเรื่องวิธีใช้ การใช้นี่ละครับ
    เทคนิคแบบไหนเหมาะกับสไตล์แบบไทยๆ
    ระบบน้ำฉีดฝอย น่าจะไปได้ดีแม่นก่อครับ อิ

  • #5 ทวิช จิตรสมบูรณ์ ให้ความคิดเห็นเมื่อ 23 กุมภาพันธ 2011 เวลา 19:15

    ผมว่า ยิ่งฉีดฝอยมันก็ยิ่งระเหยไปสู่บรรยากาศมากนะครับ นอกเสียจากว่าพืชมันก็ชอบหายใจในอากาศชื้นด้วย

    อ้อ..ผมทราบมาว่าที่ปักษ์ใต้ ปลูกผักเหลียงในสวนยางได้ผลดีมาก ผมได้คิดและเสนอไว้แล้วว่า อีสานเฮาปลูกผักหวานบ้านน่าจะดีที่สุด เพราะชอบแดดรำไรอยู่แล้ว ปลูกคลุมดินช่วยลดการระเหยของน้ำได้อีกโสดหนึ่งด้วยครับ เก็บขายได้ด้วย

    อีกอย่างที่ผมคิดไว้คือ การปลูกพืชหัวครับ เช่น กลอย ซึ่งชอบขึ้นแดดรำไรเช่นกัน เผลอๆมันจะ symbiosis กันเสียอีกด้วย (คือ ต่างตอบแทน) ถ้าเราเก็บผล แล้วเหลือหัวเล็กไว้มันก็ขยายต่อพันธุ์ตามธรรมชาติ ไม่ต้องปลูกใหม่ มีรายงานว่า หนึ่งไรได้กลอยตั้ง 16 ตัน (มรภ. เพชบูรณ์..ผมไปหาท่านมาแล้ว) แต่นั่นปลูกแบบเชิงเดี่ยวนะครับ หากปลูกแซมในสวนยางไม่ทราบจะออกมายังไงครับ น่าลองนะผมว่า อาจช่วยชาวอีสานได้

    หัวกลอยเองก้มีความชื้นมาก ยามหน้าแล้ว อาจคายความชื้นมาช่วยให้ดินใต้ต้นไม้ใหญ่ชื้นกว่าปกติก็เป็นได้ครับ เรื่องนี้วิจัยไม่ยากเลย คือ เราปลูกกลอย กับไม่ปลูกกลอย แล้ววัดความชื้นในดินดู ถ้าจริงแสงดว่าได้หลายต่อมากเลยครับในการปลูกกลอย

    เนื้อกลอยไม่เอาไปกินก็ทำ biogas ethanol ได้ครับ ต่อไปอาจ bioplastic อีกด้วย

  • #6 sutthinun ให้ความคิดเห็นเมื่อ 23 กุมภาพันธ 2011 เวลา 21:42

    -ผักหวานบ้านก็ปลูกนะครับ แต่สมัยนี้แล้งเกินควร ทำให้ผักหวานแตกยอดให้เก็บได้ในช่วงฝน ส่วนหน้าแล้งต้นจะแข็งแกรนรอฝน ขยายพันธุ์ง่าย เช่น ใช้การปักชำลำต้น ปักชำราก และเพาะเมล็ด

    -ส่วนกลอยตอนแรกๆเอาหัวมาปลูก เถาว์กลอยชอบเกาะตามต้นไม้ใหญ่ พออายุได้ที่ก็จะมีเมล็ดแผ่กระจายไปทั่ว ทำให้เกิดต้นกลอยอ่อนทั่วไป เพิ่มปริมาณโดยธรรมชาติ ถ้าเราไม่ขุดหัวกลอยก็จะเน่า ฝนมาก็จะแตกหน่ออ่อนเติบโตขึ้นใหม่ทุกๆปี ถ้าใครปลูกป่าแล้วเอากลอยเอาหวายมาปลูก มันก็จะขยายพันธุ์โดยธรรมชาติครับ

  • #7 ทวิช จิตรสมบูรณ์ ให้ความคิดเห็นเมื่อ 24 กุมภาพันธ 2011 เวลา 18:50

    แปลกนะครับ บาท่าน ผักหวานบ้านใต้ต้นไม้ที่มทส.ผม สองวันนี้ผมยังเก็บใบอ่อนที่ระบัดแตก มาต้มมาม่ากินอยู่เลยครับ วันนี้ก็ยังเห็นมันแตกระบัดมากที่ใต้อีกต้นหนึ่ง เอ้า..วันนี้เป็นวันแรกที่เห็นดอกแคป่า หล่นแล้ว น่าเก็บมาต้มจิ้ม หรือ แกงส้มจริง (จิ้มแป้นไปน้ำยายไหยไปนะครับเนี่ย)


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.031192064285278 sec
Sidebar: 0.047661066055298 sec