ของของใครใครก็รักของเขา

โดย sutthinun เมื่อ 5 กุมภาพันธ 2011 เวลา 18:52 ในหมวดหมู่ สวนป่าฮาเฮ #
อ่าน: 1875

(กระแตกินมะละกอสุกอร่อย แต่คนป่วยกินยา)

ตอนบ่ายออกมานั่งเก้าอี้ฮ่องแต้เงียบๆข้างบ้าน แอบฟังเสียงนกเสียงลม เจอนกปากแหลมยาวตัวเล็กๆสีน้ำเงินเข้มขาบเคลือบเป็นเงา น่าจะเป็นนกพันธุ์ใหม่ที่มาอาศัยอยู่ใหม่ ห่างออกไปหน่อยมีมะละกอสุกคาต้น เกตเห็นหลายวันแล้ว ไม่มีอะไรมาห้ามมะกอสุกได้ ถึงกำหนดก็เหลืองระเรื่อทยอยกัน ช่วงแล้งอย่างนี้มะละกอสวนป่าเนื้อแน่นหวานหอมนัก คุณภาพไม่แพ้มะละกอพันธุ์ไหนในโลก ความแห้งแล้งและคุณสมบัติของเนื้อดิน บางที่ก็ก่อให้เกิดความอร่อยพิเศษที่คาดไม่ถึง จะ รู้ ต ร ง นี้ ไ ด้ เ ก ษ ต ร ก ร จ ะ ต้ อ ง สั ง เ ก ต แ ล ะ ท ด ล อ ง ว่ า พื้นที่รอบบ้านตัวเองปลูกพืชผลอะไรดีที่สุด ก็เลือกปลูกพืชนั้นเป็นหลัก

(มะละกอสวนป่าอร่อย ไม่เหมือนตามโรงแรมพอๆกับกินกระดาษทิชชู )

โฉมยงเก็บมะละสุกมาไว้บนโต๊ะมิได้ขาด ผลไม้จากที่อื่นนอกจากเสียเงินแล้วยังไม่แน่เรื่องความปลอดภัย ยังมีอีก2-3ตัวที่มีคุณสมบัติพิเศษในพื้นที่ดินทรายแล้งนี้ เช่น ฝรั่งไม่มีเมล็ดกับกล้วยหอมทอง แต่มีข้อจำกัดนะครับว่า จะต้องเป็นผลไม้ที่ออกในช่วงนี้ ถ้าเป็นช่วงฝนผลไม้ฉ่ำน้ำคุณภาพก็จะด้อยลงไป ม อ ง ใ ห้ ดี ใ น วิ ก ฤ ติ ก็ ยั ง มี เ รื่ อ ง ดี ๆ เ กิ ด ขึ้ น ไ ด้ ถ้าเราอดทนพอที่จะศึกษาหาข้อดีให้เจอ

ระหว่างนั่งเงียบๆ

มีกระแตตัวเล็กๆหางเป็นพวงปราดเปรียว

วิ่งขึ้นไปเจาะกินมะกอสุกอย่างอร่อย

จะเข้าบ้านเอากล้องมาถ่ายรูปไว้ก็ไม่ทันเสียแล้ว

เจ้ากระเตน้อยมันไม่รู้หรอกว่ามะละกอสุกลูกนี้มีเจ้าของ

สิทธิในทรัพย์เป็นเรื่องของมนุษย์ฝ่ายเดียว

ที่ละโมบกำหนดเอาเองไอ้โน้นก็ของฉัน ไอ้นี่ก็ของฉัน

โฉมยงบอกยินดีมากที่มะละกอแล้วมีสัตว์มากิน เหมือนได้ทำบุญ เราก็จะช่วยกันสังเกตว่า วันต่อๆไปกระแตน้อยจะแอบมากินลูกเดิมให้หมด หรือจะไปเจาะกินลูกอื่นที่อยู่ข้างๆ >> คำว่าป่าถ้าไม่มีสรรพสัตว์มาอยู่อาศัย มันก็ไม่ต่างกับป่าคอนกรีตหรอกนะครับ เมื่อมนุษย์รุกป่ามากขึ้น ผลหมากรากไม้ที่เคยมีอุดมสมบูรณ์ในธรรมชาติก็หมดไป อาหารของเพื่อนร่วมโลกก็สูญสิ้น มนุษย์หันมาปลูกพืชไร่พืชเชิงเดี่ยวเป็นการบ่อนทำลายกลไกที่เป็นวงจรอาหารเพื่อนร่วมโลกแบบล้างผลาญ สัตว์แมลงสูญพันธุ์ไปจำนวนมาก เหลือแต่พวกสัตว์ปีกหัวแข็งจำนวนหนึ่ง ที่บินมาวางไข่ใส่พืชผล ก่อให้เกิดโรคระบาดที่มองว่าเป็นศัตรูต้องกำจัดให้ได้ คิดค้นยาฆ่าแมลงขึ้นมาฉีดกันไม่บันยะบันยัง แมลงกินแมลงตาย คนกินจะสุขสบายได้ยังไงละครับ ช่วงที่ไปซื้อเมล็ดฟักทองยักษ์ คุณน้าคนขายอธิบายว่า เราจะต้องเด็ดเกสรตัวผู้มาเคาะใส่เกสรตัวเมีย ทั้งๆหน้าที่นี้เป็นของแมลงมาแต่ไหนแต่ไร บังเอิญที่สวนป่าเลี้ยงผึ้งไว้ ได้แต่ฟังเฉยๆ หึ หึ ..

ตรงจุดนี้ละครับที่สะท้อนให้เห็นว่ามนุษย์ความรู้ไม่พอใช้

เดินหน้าหาเทคโนโลยีโดยไม่เหลียวหลัง

ไม่ศึกษาเรียนรู้ที่จะอยู่กับธรรมชาติอย่างมีสติ

มนุษย์อยู่ที่ไหนเพื่อนร่วมโลกถูกเบียดเบียนจนสูญพันธุ์

บาปที่ก่อไว้นี้จะมีสักกี่คนที่รู้ตัว

การที่กระแตน้อยโผล่มาอยู่ด้วยเป็นจุดเล็กๆเท่าปลายเข็ม

หนู งู กระแตช่วยกำจัดหนูตัวเล็กๆไม่ให้ขยายพันธุ์มากเกินไป

คางคกตัวหนึ่งๆกินแมลงเพื่อรักษาสมดุล

พูดก็พูดเถอะในจำพวกสัตว์โลกด้วยกัน

ก็มีแต่มนุษย์นี่แหละที่เป็นตัวทำลายสมดุลจนโลกวิบัติ

ไอ้นั้นก็กองกู ไอ้นี่ก็ของกู คิดได้แค่นี้ก็สมแล้วที่เกิดมาทุรนทุรายไปจนตาย

ที่เห็นหน้าชื่นอกตรมก็งั้นๆแหละ

เ รื่ อ ง พ อ ดี พ อ เ พี ย ง ไ ม่ ต้ อ ง ไ ป เ รี ย น ที่ ไ ห น ห ร อ ก

มั น อ ยู่ ร อ บ ๆ ตั ว ร อ บ ใ จ เ ร า นี่ เ อ ง

เ พี ย ง แ ต่ ต า อ ย่ า บ อ ด สี

หั ว ใ จ ไ ม่ ด้ า น ช า จ น ไ ม่ รู้ สึ ก รู้ ส า อ ะ ไ ร ?

เคยเห็นคนตายขนเอาสมบัติขึ้นเชิงตะกอนไปด้วยได้ไหมเล่า?

« « Prev : รักที่จะเรียนอย่าให้มีเงื่อนไขมากนัก

Next : วันนี้เธอวางตัวอยู่ส่วนไหนของสังคมไทย » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

8 ความคิดเห็น

  • #1 ทวิช จิตรสมบูรณ์ ให้ความคิดเห็นเมื่อ 5 กุมภาพันธ 2011 เวลา 19:10

    ไม่มีสัตว์ใดฉลาดกว่ามนุษย์
    และไม่มีสัตว์ใดโง่กว่ามนุษย์

    สัตว์สะอาดที่สุดก็มนุษย์
    สัตว์สกปรกที่สุดก็มนุษย์

    รวยที่สุดก็มนุษย์
    จนยิ่งกว่าหมาก็มนุษย์

    โหดที่สุดก็มนุษย์
    ใจบุญที่สุดก็มนุษย์

    ห่มผ้ามากที่สุดก็มนุษย์
    เปลือยมากที่สุดก็มนุษย์

    ไม่ยอมสืบพันธุ์ตามสัญชาติญาณก็มนุษย์
    สืบพันธุ์มากที่สุดก็มนุษย์

    กล้าสู้เขมรมือเปล่าแบบไม่กลัวตายก็มนุษย์
    ปอดแหกกลัวเขมรลนลานทั้งที่มีศักยภาพเหนือกว่า ๑๐๐ เท่าก็มนุษย์

    หมูอ้วนย่อมเป็นเหยื่อหมาผอมฉันใด
    เขมรย่อมชนะไทยฉันนั้น

    อ้าว..ดันมาจบแบบนี้ได้ไง ..ต้องโทษ “โพสต์พาไป” แบบไม่ได้ตั้งใจแต่แรก

    ขอให้หายไวนะบาท่าน จะได้มาเว้ากันให้ขะหนุกในหลายๆเรื่องที่เตรียมไว้ครับ

  • #2 อุ๊ยสร้อย ให้ความคิดเห็นเมื่อ 5 กุมภาพันธ 2011 เวลา 19:22

    มะละกอน่ากินนะคะ
    ดูลูกน่าจะไม่ใหญ่มากแต่เนื้อหนา

    เคยมีคนทักที่บ้านว่าปลูกมะละกอในบ้าน ลูกหลานจะละไป

    อืม ก็ไม่ถือสาเพราะปลูกต้นไม้ไม่น่าจะทำให้เกิดอะไรปานนั้น ปลูกก็เพราะโยนเมล็ดแล้วขึ้นเอง พันธุ์ที่ขึ้นเป็นพื้นเมืองลูกไม่ใหญ่แต่หวานและไม่ทันทั้งนกและกระรอกค่ะ
    ส่วนพันธุ์ฮอแลน(คิดว่าเรียกถูกนะคะ)กลับไม่เคยขึ้นเลย คนบอกว่าคนปลูกต้องไปซื้อต้นที่คนขายเพาะแล้วเท่านั้น
    จริงเท็จไม่ทราบค่ะ แต่ก็เห็นพันธุ์พื้นเมืองทนแล้งดีกว่าเยอะค่ะ

  • #3 sutthinun ให้ความคิดเห็นเมื่อ 5 กุมภาพันธ 2011 เวลา 19:32

    อาการค่อยยังชั่วบ้างแล้วละครับ
    อีกหน่อยก็เที่ยวเพ่นพ่านได้ดังใจหมาย
    อิอิ

  • #4 sutthinun ให้ความคิดเห็นเมื่อ 5 กุมภาพันธ 2011 เวลา 19:36

    มะละกอเหมือนผลไม้เลี้ยงสัตว์โลก
    กินง่าย เจี๋ยะได้สารพัดอย่าง สุก ดิบ อร่อยทั้งน๊านนน
    เวลากินมะละกอก๋เอาเมล็ดหว่านๆ เดี๋ยวก็มีต้นเกิด
    ไม่ต้องเอาใจใส่อะไรเลยก็มีผล
    พันธุ์บ้านเรานี่แหละดีแล้ว
    พันธุ์ต่างด้าวอาจจะดูดี แต่ไม่ได้ไปกว่าของเรา
    เหมาะที่จะปลูกเพื่อศึกษา/วิจัย
    อร่อยหรือไม่แค่ไหนไม่ได้ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์อย่างเดียว
    มีปัจจอื่นมาเกี่ยวข้อง
    อุ้ยปลูกมะละทำบุญเลี้ยงสัตว์ป่านั่นดีแล้ว
    จะได้เจริญๆๆบุญ อิ

  • #5 silt ให้ความคิดเห็นเมื่อ 5 กุมภาพันธ 2011 เวลา 20:47

    ที่หงสา ประเมินรายรับจากการปลูกบักฮุ่ง ต้นละ ๒๐ กิโล ๆ ละ ห้าพันกีบ เป็นเงิน หนึ่งแสนกีบครับ
    หากโครงการขุดท่อไปเจอของผู้ใด ท่านให้ชดเชยเป็นเงินหกเท่าของผลผลิตต่อปี
    ได้ค่าทดแทนต้นละ หกแสนกีบ ตกเป็นเงินไทย สองพันกว่าบาทครับผม

  • #6 สาวตา ให้ความคิดเห็นเมื่อ 5 กุมภาพันธ 2011 เวลา 21:12

    ดูเหมือนมะละกอต้นนี้อยู่ใกล้ๆบ้าน เป็นรุ่นเดียวกับที่ไปช่วยปลูกหรือเปล่าค่ะ

  • #7 ทวิช จิตรสมบูรณ์ ให้ความคิดเห็นเมื่อ 5 กุมภาพันธ 2011 เวลา 22:57

    ได้ยินกิตติศัพท์มานานว่ามะละกอ เอามาหมักเนื้อ ก่อนปิ้งจะทำให้เนื้อนุ่ม

    ได้ยินต่อมาว่า การหมัก ที่ทำให้เนื้อนุ่มนี้ (ฝรั่งเรียกว่า marinate) ทำให้สารก่อมะเร็งกลุ่มหนึ่ง คือ PCA (โพลี ไซโคล อะโรแมติก หรือไงเนี่ย ถ้าจำไม่ผิด) ลดลงถึง 90% จากการปิ้งย่างเนื้อ

    อีกกลุ่มหนึ่งคือพวก PAH (จำคำเต็มไม่ได้แล้ว) ..พวกนี้เกิดจากควันไฟ ที่เกิดจากการหยดของน้ำมันสัตว์ ซึ่งประเด็นนี้ผมได้ทำการสร้าง ทดลอง เครื่องปิ้งแบบใหม่ ที่กำจัดควันหมดสิ้นแล้วก็ว่าได้ เพราะปิ้งแล้วไม่มีควันเลย แถมเร็วกว่าสองเท่า ประหยัดถ่านลงได้ 4 เท่า อีกต่างหาก ช่วยลดโลกร้อนด้วยนะ (โหย..ตอนนี้อยากให้ลดหนาวซะมากกกว่าไม่ว่า)

    นอกจากนี้ผมยังได้พัฒนาสูตรหมักไก่ปิ้ง ใช้มะแขว่น เพิ่มกลิ่นหอม ที่นักกินไก่ย่างหลายต่อหลายคนกินแล้ว ชมว่าอร่อยที่สุดเท่าทีเคยกินมาในชีวิต

    ใครอยากซื้อ แฟรนไชส์ไหม ผมให้ฟรีมานานแล้ว แต่ไม่มีใครเขาเชื่อ …วาสนาด้านการโฆษณาชวนเชื่อผมมันน้อยจริงๆ

    ผมเองชอบกินไก่ปิ้ง แต่ถ้ามีสติ จะกินเต้าหู้ปิ้งมากกว่า เพราะลึกๆ แล้ว สงสารไก่มัน แต่ก็ยังสงสารคนกินไก่มากกว่า เลยเจียดเวลามาช่วยลดมะเร็งให้

  • #8 sutthinun ให้ความคิดเห็นเมื่อ 6 กุมภาพันธ 2011 เวลา 1:25

    - อยากไปปลูกบักหุ่งที่หงสาเป็นบ้า เลนนะอาว์เปลี่ยน
    - แม่นแล้วหมอเจ๊ ต้นที่หมอปลูกก็ทยอยสุก บังเอิญเป็นพันธุ์เหมาะกับเอามาปั่น
    - มะละกอ อย่างเดียวเรียนไม่จบ
    - อยากจะอบแห้งเนื้อผลไม้ต่างๆครับ พระอาจารย์สวิช


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.040933132171631 sec
Sidebar: 0.065289974212646 sec