ฟังหูไว้หู

โดย sutthinun เมื่อ 22 มกราคม 2011 เวลา 9:31 ในหมวดหมู่ สวนป่าฮาเฮ #
อ่าน: 1027

มนุษย์มีหู 2 ข้าง

ทำให้ง่ายขึ้น

ที่จะเรียนรู้วิธีฟังหูไว้หู

พวกหูเบาก็ต้องหาตุ้มหูพวงใหญ่มาห้อยไว้

พวกหูหนักต้องไปให้หมอหูตาจมูก แคะขี้หูออกบ้าง

หนาวๆอย่างนี้ ถ้าได้ซดอะไรร้อนๆน่าจะช่วยให้ท้องไส้และร่างการอบอุ่น ถ้าทำให้อร่อยด้วยก็ยิ่งอิ่มอกอิ่มใจ นักโภชนาการจะแนะนำเมนูอาหารเอื้อต่อสุขภาพ คนอีสานคนเหนือที่ชอบรับประทานข้าวเหนียวข้าวหลามช่วยให้ร่างกายหายสั่น ชาวไร่ชาวนามักจะมีน้ำยาแก้หนาว กระดกเข้าปากท้องร้อนวาบ เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับคนกินเป็น คนกินเป็นไม่เมามายอะไร คนทำงานหนักเส้นเอ็นกระดูกกระเดี้ยมันเขม็งตึง บางทีคนนอกไม่เข้าใจ ชอบพิพากษาว่าชาวไร่ชาวนายากจนเพราะดื่มสุรา ซึ่งจะไปเหมาโหลอย่างนั้นทั้งหมดก็คงไม่ถูก ถ้าเราไม่ได้มาอยู่ในจุดที่ต้องใช้หยาดเหงื่อแรงงานทำมาหากินตลอดปี

คำผกา แห่งมติชนรายสัปดาห์ ให้ความเห็นที่ร้อนแรง พอๆกับซดตุ๋นเป็ดร้อนๆโดยไม่ระวัง..

นั่งอ่านบทความเพ้อเจ้อทุเรศทุรังของเครือข่ายแห้กับดักแห่งความเกื้อกูลอาทรที่ว่านี้ด้วยความปวดตับว่า พวกมึ-ใครมาจากไหน มานั่งวิเคราะห์ ออกความเห็น แถมฟันธงอย่างมั่นใจว่าปัญหาคนยากจนและหนี้สินของชาวนาไทยนั้นเกิดจากการดื่มสุรา ชนไก่ เล่นการพนัน บริโภคไม่บันยะบันยัง ละเมิดศีลธรรม

บุคคลใดก็ตามที่เขียนบทความดูถูกสติปัญญาชาวไร่ชาวนา โปรดแสดงหลักฐานทางตัวเลขที่ช่วยยืนยันว่าการละเมิดศีลธรรมนั้นพัวพันกับหนี้สินชาวนาอย่างไร?

การทำการเกษตรนั้นพึงได้รับการปฏิบัติในฐานะที่เป็นธุรกิจหนึ่ง เพียงแต่ขายสินค้าคนละอย่าง ชาวนาจะกินเหล้าหรือไม่กินเหล้า จะอยากทะเยอทะยานเลี้ยงลูกเป็นชาวนาหรือเป็นกะหรี่ เป็นสิทธิส่วนบุคคลของชาวนา ไม่ใช่เรื่องที่มึ-คนชั้นกลางพึงไปเสือก คนชั้นกลางเป็นผู้บริโภคข้าวที่ชาวนาปลูกไว้ขาย พึงสัมพันธ์กันในฐานะผู้ผลิต และผู้บริโภค ไม่ต้องมากระแดะอ่อนไหวเกื้อกูลกัน

ส่วนผู้บริโภคอยากกินข้าวขาว ข้าวแดง ข้าวหอม ข้าวเหม็น ข้าวอินทรีย์ ข้าวอาบยาฆ่าแมลง เหล่านั้นล้วนเป็นทางเลือกผู้บริโภคที่ต้องกดดันผู้ผลิต (ไม่ต้องไปกระแดะสงสารเกื้อกูลอะไรเขา รู้ป่าว) ชีวิตใครชีวิตมัน ใครอยากทำอะไรก็ทำ เงินของใครก็ของคนนั้น ยุ่งอะไรด้วย

ฉันถามจริงๆว่า ไม่รู้หรือแกล้งไม่รู้ว่าสาเหตุความยากจนและหนี้สินของชาวนาอยู่ที่ไหน โปรดศึกษาประวัติศาสตร์การถือครองที่ดินประเทศไทย โปรดดูเรื่องระบบการจัดเก็บภาษีที่ดินมรดก โปรดดูอุปสรรคการปฏิรูปที่ดิน และโปรดไตร่ตรองสักนิดถึงระบบการผูกขาดอุตสาหกรรมการเกษตร โดยกลุ่มทุนใหญ่ไม่กี่กลุ่มในประเทศไทย โปรดดูว่าธุรกิจ ปุ๋ย ยาฆ่าแมลง เมล็ดพันธุ์ นั้นผูกขาดกี่บริษัท โปรดดูว่าใครกำหนดราคาสินค้าเหล่านั้น และชาวนามีอำนาจต่อรองแค่ไหนอย่างไร?

ทางออกคือการสร้างตลาดที่มีการแข่งขันได้ ถึงทุกวันนี้นอกจากรถอีแต๋น เราสามารถผลิตเครื่องจักรกลทางการเกษตรใดๆได้ด้วยตนเอง รถเกี่ยวข้าวนำเข้าจากญี่ปุ่นราคาล้านห้า เราจะลดภาษีนำเข้า หรือพัฒนาให้ประเทศเรามีศักยภาพให้สามารถผลิตรถไถนา รถดำนา รถเกี่ยวข้าว และเครื่องจักรทางการเกษตรอื่นๆ เพื่อให้ชาวนาซื้อหาในราคาเอื้อมถึง นี่แหละก็คือการพัฒนาศักยภาพในการผลิตอย่างแท้จริง

ในวันที่ค่าแรงสูง แถมยังหายาก ฉันยืนยันว่า วิถีเกษตรกรไทยจะดีขึ้นไม่ใช่เพราะเราเลิกกินเหล้าและถือศีลห้า แต่ด้วยการเข้าถึงองค์ความรู้ เทคโนโลยีที่เหมาะสมมาช่วยให้ผลผลิตสูงขึ้น ด้วยต้นทุนต่ำ (ไม่ใช่ด้วยการเลิกปุ๋ยเคมีอย่างเดียว แต่ต้องให้มีการขายปุ๋ยที่การตัดราคาแข่งขันกันอย่างเสรีด้วย) นั่นหมายถึงการใช้ข้อมูลเพื่อนำมาประกอบการตัดสินใจว่าปีไหนจะผลิตอะไร จะปลูกมากปลูกน้อย และการคาดการณ์เช่นนี้ของชาวนาก็เหมือนการทำตลาดธุรกิจการค้าประเภทอื่นๆนั่นเอง

เราควรมีความทะเยอทะยานที่จะได้เห็นชาวนานั่งจิบไวน์ ดูกร๊าฟตลาดหุ้น หรือศึกษาราคาสินค้าจากอินเตอร์เน็ท ไม่พวกดัดดานปลูกพออยู่พอกิน เป็นสัตว์เลี้ยงทางจินตนาการของชนชั้นกลางที่ถวิลหาทุ่งนาอันแสนโรแมนติก ชาวนานะ ไม่ใช่ทามาก็อตจิ

ชาวนาและเกษตรกรต้องการการเข้าถึงแหล่งทุน เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ระบบสหกรณ์ที่เข้มแข็ง การเข้าถึงเทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิต อย่ามาพยายามสตัฟฟ์ชาวนาให้เป็นสัตว์สงวน ที่ยังต้องใช้ควายไถนา ยังนอนแคร่ อยู่กระต๊อบกับแสงเทียนริบรี่

ขอย้ำว่าการเกษตรต้องทำในฐานะที่เป็นธุรกิจ ต้องอิงอยู่กับระบบตลาด หาไม่แล้วชาวนาจะเอา“เงิน”ที่ไหนส่งลูกเรียน ไปหาหมอ เวลาป่วยไปโรงพยาบาลขนข้าวเปลือกอินทรีย์ไปจ่ายค่าหมอได้ไหม หรือจะให้ใช้ลำผีฟ้า เข้าทรงสะเดาะเคราะห์

ความฉิบหายของชาวนาไม่ได้เกิดจาก”ความไม่พอเพียง” แต่เกิดจากโครงสร้างเศรษฐกิจสังคม การเมืองที่ฉ้อฉล ขาดการตรวจสอบ ไม่โปร่งใส การปิดบังข้อมูล และการใช้กลไกรัฐทุกประการมาหยุดยั้งมิให้เกิดการกระจายความมั่งคั่งของชนชั้นนำลงสู่เกษตรกร

อ่านแล้วแทบหายหนาวเลยละครับ แต่ก็ได้แง่คิดว่า ที่รัฐบาลพยายามโอ๋ชาวไร่ชาวนาสารพัดวิธีนั้น เกาถูกที่คันแล้วหรือยัง ให้เงินกู้ แจกพันธุ์ข้าว แจกลูกหมู เมล็ดผัก ให้งบไทยเข้มแข็ง โน่นให้นี่ ที่เรียกว่าประชานิยม ฯลฯ โถๆๆๆ..

รัฐฯปล่อยให้ระบบการตลาดบีบคอชาวไร่ชาวนา

รัฐฯปล่อยให้ข้าราชการตามหัวเมืองมูมมาม

ตรงจุดนี้หรือเปล่าที่รัฐบาลควรตระหนัก

เมื่อแก้ไม่ได้ ม็อบก็จงเจริญ

จริงหรือไม่จริงไม่แน่ใจ

โปรดติดตามด้วยความระทึกใจ ..

สักวันเราอาจจะเห็น

ถ้ารัฐฯเล่นจำอวดกับประชาชน

ประชาชนก็จะเล่นตลกกับรัฐฯ

ถ้าข้าราชการเอาแต่ข่มขืนใจประชาชน

ประชาชนก็จะทิ้งข้าราชการ

เกิดขึ้นแล้วนะครับ..ที่กาฬสินธุ์

งานเปิดตัวหมู่บ้านลุงโช

มีคนถามว่าทำไมไม่เห็นมีข้าราชการสักคน

แกตอบว่า..พวกนั้นไม่ใช่พวกผม

ผมมีแต่พวกเราคนอีสานตาดำๆที่เห็นๆหน้ากันนี่แหละ

ม็อบเงียบๆนี่น่ากลัวกว่าม็อบปากเปราะที่เย๊วๆกันตามถนนมากนัก

ชิมิ ชิมิ

« « Prev : กำขี้ดีกว่ากำตด

Next : ตาแก่เลี้ยงลูกอ่อน » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

2 ความคิดเห็น


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.026656866073608 sec
Sidebar: 0.047348976135254 sec