มองให้เห็นเขาแล้วเราจะรู้สึก

โดย sutthinun เมื่อ 18 ธันวาคม 2010 เวลา 5:43 ในหมวดหมู่ สวนป่าฮาเฮ #
อ่าน: 1846

2 วันก่อนหน้านี้ กำลังบ่นๆว่า ฤดูหนาวหายไปไหน? ใครช่วยไปตามมาให้ที สงสัยเง๊กเซียนฮ่องเต้จะได้ยิน ส่งลมมาพัดตึงๆๆอยู่2-3วัน กิ่งไม้ใบไม้ร่วงพรู ตกตอนเย็นความหนาวก็มาเยือน หนาววูบลงทันทีทันใด อุณหภูมิรูดลงมาในระดับที่คิดถึงเพลง>>เมื่อย่างเข้าเขตหน้าหนาว ลมหนาวก็พัดมากระหน่ำ..รีบงัดเสื้อหนาวออกสวมใส่

(คณาจารย์จากมหาวิทยาลัยราชภัฎมหาสารคาม)

หลายแห่งได้ข่าวว่าฝนตก โดยเฉพาะที่บางกอก ทำไมไม่มาตกที่สวนป่าบ้างก็ไม่รู้เน๊าะ ลมหนาวมาพร้อมกับ..มหกรรมภัยแล้ง ไม่ได้วิตกกังวลลมๆแล้งๆนะครับ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ช่วงไปเป็นเขยเมืองเหนือ ไปเที่ยวงานฤดูหนาวเชียงใหม่ แต่ปีนี้งานประเพณีดูจะกร่อยๆไป หรือไม่แน่ใจว่ามันจะหนาวหรือเปล่า ขืนไม่แน่ไม่นอน  ต่อไปอาจจะเปลี่ยนชื่อเป็น “ง า น ฤ ดู ร้ อ น ๆ ห น า ว ๆ”

เมื่อเช้าเดินไปแปลงน้ำเต้าและดูมะละกอที่ปลูกไว้ พบว่าครึ่งหนึ่งดอกแห้งไม่ติดผล กลุ่มดอกก็เขยิบสูงขึ้นไปออกดอกชุดใหม่ ถ้าช่วยน้ำ-ติดผลก็คงจะอยู่สูงขึ้น เสียโอกาสการติดผลชุดแรก เพียงเรื่องเล็กๆที่มะละกอแสดงออก ผมก็รู้สึกสะบั้นแล้วนะครับ จากนี้ไปกว่าเข้าฤดูฝน เราจะอยู่ท่ามกลางร้อนแล้งไปอีกเท่าใดก็บ่ฮู้

งานวิจัยไทบ้าน จึงออกแบบทดลองการช่วยพืชชนิดต่างๆ โดยการเฝ้าสังเกตการเจริญเติบโตในแต่ละวัน พื้นที่ๆให้น้ำได้พืชผักจะเป็นอย่างไร พื้นที่ปล่อยตามบุญตามกรรมจะเป็นอย่างไร >> นอกจากจะต่อสปริงเกอร์แบบต่างๆแล้ว ปีนี้จะใช้โฟลิเมอร์เข้ามาทดลองด้วย ถ้าการลงทุน5บาท/หลุม ช่วยให้ต้นไม้พอปะทะปะทังตัวเองไปได้ น่าจะเป็นทางเลือกหนึ่ง ไม่แน่ว่าจะเข้าท่าหรือเปล่านะครับ แต่ไม่ลองก็ไม่รู้ จะมัวมานั่งอิจฉาคนที่มีน้ำใช้เหลือเฟือไม่ได้หรอก ปัญหา ใครก็ของใ ค ร ปั ญ ห า เ ร า ๆ ก็ ก้ ม ห น้ า แ ก้ ไ ป

การคลุมหน้าดินด้วยเศษวัสดุ ใบไม้ ปุ๋ยคอก ปุ๋ยชีวภาพ หรือสับกิ่งไม้มาคลุมรอบลำต้น ใช้พาลสติกคลุม ทำน้ำหยดให้ฯลฯ เป็นวิธีที่คิดได้เร็วๆในขณะนี้ แต่จะทำด้วย วิ ธี ไ ห น ก็ ล้ ว น แ ต่ ต้ อ ง ล ง ทุ น ล ง แ ร ง ทั้ ง สิ้ น ไม่มีพลังธรรมชาติให้อาศัยฟรีๆต่อไปอีกแล้ว พืชชนิดต่างๆไม่รอช้าหรอกนะ ระบบภายในคงตั้งกลไกต่อสู้กับวิกฤติที่ต้องเผชิญ ปีนี้ต้นไม้ต้นเล็กต้นน้อยคงตายไป แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำมูล แม่น้ำตาปี จะมีพอใช้แค่ไหน เขื่อนลำตะคองที่คนโคราชจองใช้ ถ้าแห้งไป มิ ต้ อ ง 7 วั น อ า บ น้ำ ห น เ ดี ย ว ห รื อ

ถ้าเราไม่ทำลายต้นทุนธรรมชาติ ยังจะพอปะทะปะทังไปได้ ลมปลิดใบไม้มากองเกลื่อน พอดีกับต้นสะเดาในช่วงนี้ ต้น ส ะ เ ด า โ ก ร๋ น มองเห็นดอกพราวไปทั้ง ต้น ชาวบ้านจ ะ ใ ห้ เ ด็ ก ๆ ขึ้ น ไ ป ฟั น กิ่ ง ล ง ม า แล้วช่วยกันเก็บดอกที่พื้นดิน ฝนมาสะเดาก็จะแตกกิ่งก้านใหม่ วิธีนี้ทำให้สะเดาไม่แผ่กิ่งก้านสูงมากนัก เป็นการควบคุมความเจริญเพื่อประโยชน์ของคอสะเดา

ในการประชุมโต๊ะสี่เหลี่ยมเมื่อวานนี้ นับเป็นวาสนาที่ได้ฟังเรื่องราวของพี่น้องทางสปป.ลาว อย่างปรุโปร่ง อาว์เปลี่ยนกับท่านบางทรายให้มุมมองใหม่ซึ่งเป็นโจทย์ที่ตีไม่แตกมานาน ว่าทำไมไทยของเราถึงชักหน้าไม่ถึงหลัง เมื่อเทียบกับของประเทศเพื่อนบ้านแล้ว พบว่าสปป.ลาว พัฒนาด้านต่างๆไปไกลกว่าเราหลายหมื่นลี้-ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการปกครอง-การกระจายอำนาจ-การรักษากฎหมาย-การบริหารอย่างเป็นขั้นเป็นตอน-การสร้างเกียรติภูมิของชาติ- ความรักความสามัคคี-การรักษาจารีตประเพณีและวัฒนธรรมที่ดีงาม-วิถีที่พอเพียง-การเคารพความเป็นคน ฯลฯ ระบบแก่นสารฐานหลักเหล่านี้สำคัญยิ่งกว่าการเจริญแบบลมๆแล้งๆของไทยแลนด์มากนัก : เราจึงคุยกันว่า ถ้าจะเข้าไปทำงานช่วยเหลือสปป.ลาว ควรจะเปลี่ยนโจทย์ใหม่เป็น>> ไ ป ศึ ก ษ า สิ่ ง ดี ง า ม ที่ ล า ว มี เ ปี่ ย ม ล้ น แ ล้ ว เ อ า ม า ป รั บ ป รุ ง ใ ช้ ใ น บ้ า น เ ร า เ พื่ อ จ ะ ไ ด้ เ กิ ด สั น ติ สุ ข ข อ ง ค น ใ น ช า ติ อ ย่ า ง แ ท้ จ ริ ง แทนเข้าไปอวดเก่งอวดดีทางด้านวิชาการ ทั้งๆที่บ้อท่าหาแก่นสารอะไรไม่ได้เลย? ผมละอยากให้อาว์เปลี่ยนหาเวลาเขียนหนังสือเกี่ยวกับเรื่องนี้สักเล่มหนึ่ง อาจจะตั้งชื่อว่า>>“สิ่งดีๆในลาวที่เป็นคนไทยหาไม่เจอ”

อาว์เปลี่ยน กับ ท่านบางทราย รับประทานมังสะวิรัติทั้งคู่ เมนูจึงเป็นน้ำพริกเผาสะเดาหวาน ผัดผัก ไข่ต้ม แถมด้วยปลาย่างตัวโตสำรับคนที่ยังรับประทานเต็มสูตรข้าวใหม่ปลามัน นั บ เ ป็ น ว า ร ะ แ ห่ ง ส ะ เ ด า โ ด ย แ ท้ ขากลับยังให้ขนไปฝากพี่น้องทางขอนแก่น 1 เข่ง คนที่ชอบสะเดาคงจะชิมไปได้หลายวัน ร่ำ ๆ ว่ า จ ะ ส่ ง ส ะ เ ด า แทน ส...ดีไหม ? ส่ ง ใ ห้ บ้ า น ล ะ เ ข่ ง ท า ง ร ถ ทั ว ร์ อิ อิ..

ยังไม่รู้ว่าจะหนาวยืดยาวไปอีกสักกี่วัน

เกรงแต่วิธีแก้ความหนาวที่ไม่เข้าท่า

พวกที่อยู่ตามภูไม่รู้ไม่ชี้จะเผาป่าหาสัตว์เล็กสัตว์น้อย

พวกปลูกอ้อยก็ยังเผาใบตะบันราด

พวกอยู่ในกรุงอย่าหาเรื่องเผาห้างสรรพสินค้าอีกก็แล้วกัน

: : มีเจ้าหน้าที่ทีวีช่องหนึ่งติดต่อมา

จะ ข อ ถ่ า ย ทำ ส า ร ค ดี เ รื่ อ ง เ ต า ด า โ ก ต้ า

ประมาณวันที่ 29-30 เดือนนี้

แหม ถ้าอยู่ไม่ไกลอยากจะชวนอุ้ยมานั่งผิงไฟ อิ อิ . .

« « Prev : วิชาที่ไม่พาไปตกม้าตาย

Next : มิตรสัมพันธ์ » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

6 ความคิดเห็น

  • #1 aram ให้ความคิดเห็นเมื่อ 18 ธันวาคม 2010 เวลา 21:53

    น้ำเต้ายักษ์ที่ลำพูนออกดอกแต่ไม่ติดลูกมาตั้ง 3 เดือนที่แล้วละครับ ตอนนี้ก็ยังดอกแล้วร่วงตลอด ผมยัง
    สงสัยเหมือนกันครับปีนี้ ตอนแรกคิดว่าเป็นที่ผมปลูกที่เดียว

  • #2 noina ให้ความคิดเห็นเมื่อ 18 ธันวาคม 2010 เวลา 23:34

    ฤดูกาล เปลี่ยนไป ใจผวา
    ตัวกำหนด เวลา พาใจหาย
    พืชออกดอก บอกฤดู รู้ทำนาย
    สื่อความหมาย สัญญาณเตือน เหมือนรู้ทัน
    เพราะอากาศ เปลี่ยนแปลงไป จากวันก่อน
    ฤดูร้อน อาจยาวนาน กาลเปลี่ยนผัน
    น้ำเหือดแห้ง หายไป ได้ทุกวัน
    รีบป้องกัน แก้ไข ก่อนภัยมา….

    ครูน้อย…..

  • #3 bangsai ให้ความคิดเห็นเมื่อ 18 ธันวาคม 2010 เวลา 23:53

    สนับสนุนพ่อครูที่กล่าวว่า อยากให้อาว์เปลี่ยนเขียน แว่วๆมาว่า เจ้าตัวก็ซุ่มเก็บข้อมูลอยู่ครับ หวังว่าไม่นานคงได้เห็นกันนะครับ

  • #4 sutthinun ให้ความคิดเห็นเมื่อ 19 ธันวาคม 2010 เวลา 6:05

    อารามที่ฮักแพง

    -น้ำเต้ากำลังทอดยอด ปลูก 3 รุ่น ห่างกันประมาณ 20 วัน
    -แรกๆมีแมลงวันทองมากวนบ้าง แต่พอพ่นควันไล่ ก็เรียบร้อย
    -ปี้นี้ตั้งใจปลูกพิเศษ น่าจะเห็นผลน้ำเต้าหน้าตาแปลกๆ
    -มีแผนบันได9ขั้น ดังนี้
    1 เอายอดแขนงมาผัดกะทะร้อน
    2 เอาผลอ่อนมาจิ้มน้ำพริก-ยำ-ตำแตง-ต้มจืด
    3 เอาผลระยะกลางมาขูดเป็นเส้นๆ ผัด เหมือนเมนูทั่วไป เรียกเองว่าผัดเส้นน้ำเต้า ถ้ามีมากเส้นที่ว่านี้นำไปตากแห้ง ทำเหมือนเส้นบะหมี่ เอาไปแกงโฮ๊ะ จับฉ่าย อร่อย เป็นการถนอมอาหาร ถ้ามีมากอาจจะเปิดแผนการผลิตมาม่าสูตรใหม่
    4 ผลแก่เอามาทำสิ่งประดิษฐ์ ทำเครื่องดนตรี-โป๊ะไฟ-รังนก-ถ้วยที่ระลึก
    5 เมล็ดแก่เก็บทำพันธุ์ ถ้ามีมากเอาไปเพาะแบบถั่วงอกเอามาผัดอร่อย
    6 บันทึกข้อมูล การปรับปรุงพันธุ์-สร้างพันธุ์ใหม่ๆ แปลกๆ
    7 ขยายผล นำน้ำเต้าเข้าสู่เมนูอาหารไทย ครัวไทย เป็นผักนยมพื้นถิ่นในหมู่เฮา
    8 ศึกษาในด้านคุณค่าทางสมุนไพร
    9 ชวนพี่น้องเฮ มาชิม อีก 2 เดือน ว่างไหม ครูอึ่ง น้าอึ่ง อุ๊ยจันตา อิ อิ
    10 เพิ่งอ่านเจอในหนังสือ มีหลวงพ่อบางองค์ ปลุกเสกน้ำเต้าให้มีอิทธิฤทธิ์ป้องกันไฟไหม้บ้าน เท็จจริงยกให้หนังสือที่คาบข่าวมาให้อ่าน

    หมายเหตุ : ถ่ายรูปแปลงปลูกน้ำเต้ายักษ์มาให้ดูหน่อย ชักสงสัยเป็นหยังบ่มีลูก มันเป็นหมันไปได้จะได อิอิ

  • #5 sutthinun ให้ความคิดเห็นเมื่อ 19 ธันวาคม 2010 เวลา 6:12

    ขอบคุณท่านบางทราย/อาว์เปลี่ยน ที่มาเคาะโหลกให้เข้าใจอะไรๆดีขึ้น ชัดเจนขึ้น แต่ถ้าจะให้หนักแน่นแน่นอน คงจะฝากอาว์เปลี่ยนให้เขียนอย่างที่ลุ้นเชียร์สุดใจขาดดิ้น ไม่อย่างนั้นเราก้จะเข้าไปทำอะไรที่จุ้นจ้านโดยไม่ดูตาม้าตาเรือ

  • #6 sutthinun ให้ความคิดเห็นเมื่อ 19 ธันวาคม 2010 เวลา 6:35

    โอ้ยดีใจ ..ครูน้อยร้อยกลอนเก่ง
    เพิ่มนักเลงกวีลีลาสวย
    สำนวนอ่านหวานเจี๊ยบเปรียบเหมือนมวย
    ไหว้ครูด้วยภาษาอารมณ์กลอน

    นึกถึง เ จ้ า ม ะ เ ดี่ ย ว เหี่ยวอยู่ไหน
    รีบมาไวเปิดผ้ากั้งสโมสร
    ใกล้ปีใหม่รีบส่งใจไปเว้าวอน
    ช่วยกันร่อน ส.ค.ส. ติดต่อกัน

    นักเลงกลอนนอนหง่าวเหมือนข้าวบูด
    ช่วยกันพูด-เขียน-อ่านงานสร้างสรรค์
    ช่วย ห ม อ ป่ ว น หวลจิตมิตรสัมพันธ์
    มาแบ่งฝันปันความสุขทุกทิวา

    มาช่วยกันคลี่คลายสลายบูด
    ให้กระฉูดกระฉับคอยรับหน้า
    เปิดโต๊ะรับอาสาเป็นหน้าม้า
    ให้ พี่ ป้า น้า อา เฮฮาเอย.

    คิ คิ


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.23006892204285 sec
Sidebar: 0.13280510902405 sec