เครื่องมือหากิน

โดย sutthinun เมื่อ 24 กันยายน 2010 เวลา 20:50 ในหมวดหมู่ สวนป่าฮาเฮ #
อ่าน: 1513

มนุษย์เราเก่งกว่าสัตว์ประเภทอื่น ตรงที่ใช้สมองสร้างเครื่องมือมาใช้ในการทำมาหากิน เมื่อเทคโนโลยีเจริญขึ้นจึงมีการแบ่งกลุ่มสาขา เช่น สาขาเครื่องยนต์เครื่องไฟฟ้าเป็นต้น ผมมีชีวิตอยู่ระหว่างรอยต่อการมีการใช้เครื่องมือแบบดั้งเดิม มาเป็นอุปกรณ์สมัยใหม่ที่สะดวกสบายหลากหลายชนิด เริ่มตั้งแต่ใช้แรงงานสัตว์ล้วน ๆ มาเป็นใช้กำลังเครื่องจักรกล

สมัยเด็ก ๆ เห็นเตี่ยปลูกใบยาสูบใส่ปุ๋ยขี้ไก่ ที่มาจากการเลี้ยงไก่พื้นบ้านไว้ต้มกินตามประสาคนอยู่ป่า รวบรวมมูลไก่ใต้คอนเอาไปใส่หลุมยาสูบ ทำให้ใบยาสูบฉุนหอมเป็นที่รู้จักของหมู่บ้านใกล้เคียง ช่วงที่ใบยาแก่เตี่ยจะมาอบไว้ แล้วเอาออกมาซอยด้วยมือในช่วงเย็นถึงกลางคืน เช้ามาก็เอาใบยาที่ซอยมาตาก แห้งได้ที่แล้วก็เก็บใส่กระชุไว้จำหน่ายและสูบเอง มาถึงวันนี้นึกย้อนหลัง เตี่ยนี่เป็นนักวิจัยชั้นยอด ค้นคว้าวิธีปลูกวิธีแปรรูปจนได้ยาสูบชั้นดีด้วยการค้นคว้าด้วยตนเอง ชาวบ้านถามว่าปลูกยังไง ใบยาสูบถึงโตหนาสม่ำเสมอ แถมยังมีกลิ่นหอมฉุน ภาษาชาวบ้านเรียกว่า รสเข้มแรงคงหมายถึงกลิ่นฉุนเมาได้ที่

มาถึงสมัยผมก็หนีไม่ออกเครื่องสับเครื่องซอย เพียงแต่เปลี่ยนจากแรงคนเป็นแรงเครื่องยนต์ ประจวบกับบ้านเมืองเจริญ มีไฟฟ้าเข้ามาในสวน ทำอะไรก็สะดวกขึ้น โดยเฉพาะงานที่ใช้เทคโนโลยี ก่อนหน้านี้ผมมีเครื่องสับกิ่งไม้ไปใช้ศึกษาหาความรู้ ความชัดเจนทำให้ทราบความต้องการของอุปกรณ์ที่พอดีกับงาน ตรงจุดนี้เช่นกันที่เกษตรกรในบ้านเราไม่มีข้อมูลประกอบการซื้อหา ไม่ทราบว่าจะใช้เครื่องจักรกลขนาดไหนถึงจะพอดีกับงาน หลังจากทดลองใช้เครื่องแรก ทำให้กำหนดได้ใหม่ว่าจะต้องใช้เครื่องที่ใหญ่ขึ้นขนาดไหนอย่างไร?

ได้แสวงหาความรู้ด้วยตนเอง ครั้งแรกครูอึ่งกับอาราม พาไปดูเครื่องสับกิ่งไม้ที่คณะวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้คุยกับอาจารย์ที่ทำวิจัยเครื่องสับกิ่งไม้หลายขนาดหลายวัตถุประสงค์ ได้ทราบระบบการทำงาน จุดอ่อนจุดแข็ง รวมทั้งเรื่องของความคงทนของใบมีด ประสิทธิภาพของการทำงาน บางเครื่องก็ใช้สับใช้บดได้ด้วย

สายวันนี้เทวดามาเลี้ยงข้าวหมูกรอบ แล้วชวนกันไปหาข้อมูลเครื่องสับใบไม้ที่บริษัทน่ำเฮง บริษัทนี้เคยรู้จักกันมาก่อน เคยสั่งผลิตเครื่องอัดอิฐดินซีเมนต์รูปอิฐโค้งขนาดรอบวงที่ใหญ่ที่สุดในโลก เส้นผ่าศูนย์กลาง 8 เมตร ประกอบกับเฮียเจ้าของร้านชอบทดลองทำเรื่องใหม่ ๆ แปลก ๆ ตอนหลังประเทศออสเตรเลียก็เอาพิมพ์เขียวมาให้ร้านนี้ผลิตเครื่องกลั่นน้ำมันใบยูคาลิปตัสให้สวนป่า เฮียเจ้าของร้านเคยไปสวนป่าเมื่อ 6-7 ปีที่แล้ว

วันนี้เราบุกไปที่ร้าน โชคดีเจอเฮียและเจ๊เจ้าของร้านอยู่ทั้งคู่ บังเอิญปลอดลูกค้า จึงได้จังหวะนั่งสนทนาหาความรู้ใหม่ ๆ ช่วงนี้วงการเกษตรไทย เริ่มพัฒนาการเรื่องปุ๋ยเรื่องพลังงานที่ได้จากเศษเหลือใช้ทางการเกษตร นักประดิษฐ์/อาจารย์ที่สอนด้านเครื่องกลจึงคิดเครื่องต้นแบบออกมาทดลองกันหลากหลายให้เหมาะกับการใช้งาน เฮียเจ้าของร้านพาเดินชม อธิบายลักษณะการใช้งาน บริษัทน่ำเฮงมีชื่อเสียงด้านผลิตเครื่องกลการเกษตร ได้จับงานลักษณะนี้มาแต่แรก จึงเล่าถึงการพัฒนาการรูปแบบและเทคนิคตามลำดับ วันนี้ไปดูเฉยๆ ได้แคตตาล๊อก ได้ราคา ได้ข้อมูลมาพิจารณา ถ้าฝันดีวันไหนซื้อวันนั้น อิ อิ..

1. เครื่องสับใบไม้หยาบ/ละเอียดใบมีด9นิ้ว ราคา 60,000 บาท

2. เครื่องผลิตปุ๋ยอัดเม็ด/อัดหัวอาหาร ราคา 70,000 บาท

3. เครืองสับระดับอุตสาหกรรมย่อย ราคา 180,000 บาท

ถามว่าแพงไหม ไม่แพงหรอกถ้าบ้าหาเงิน เครื่องลำดับที่ 3 เอามาทำชิ้นไม้สับขายรวยเละ ราคาไม้ตันละ 6-700 บาท สับแล้วขายได้ 3,000 บาท เรื่องนี้ต้องถามใจตนเองให้ดี จะหาเงินหรือหาความสุขหาความรู้ ถ้าเลือกข้อ1-2 ก็จะได้ทำงานวิจัยทดลองหาชุดความรู้ใหม่ไว้เผยแพร่ให้เกษตรกรมีทางออกในการงานอาชีพต่อไป

หลังจากตระเวณดูเครื่องจักรแล้วก็กลับมานอนเขลง

ตื่นเอา 1 ทุ่ม แต่แปลกแฮะไม่หิวอะไรเลย

อาบน้ำแต่งตัวไปหาซื้อหนังสือมาอ่าน

ไปเจอข้าวโพดต้มเจ้าเก่าที่ขายประจำ

มีชนิดพันธุ์สีเหลืองกับพันธุ์สีขาว

ลองสั่งอย่างละสีมาชิมแทนข้าวมื้อเย็น

กันเหนียวเกรงจะหิวกลางดึก

สั่งขนมปังสังขยามาอีกชุดตุนเอาไว้

แล้วยังงี้จะผอมยังไงละป้าหวาน

ง่าย ๆ แค่นี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับคืนนี้

ใครอยู่ดึกหิวบอกนะครับ

จะส่งขนมปังสังขยาไปทาง SMS.

ส่วนข้าวโพดอร่อยฟาดหมดไปเรียบร้อยแล้ว

จบข่าว

« « Prev : ครูพันธุ์แห้ว ลุย!

Next : บริบทของรากหญ้า » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

3 ความคิดเห็น

  • #1 Logos ให้ความคิดเห็นเมื่อ 24 กันยายน 2010 เวลา 22:13

    ทุ่มหนึ่ง ผมยังไม่ถึงบ้านเลยครับ ฝนตกหนัก น้ำท่วมแจ้งวัฒนะ รถไม่ขยับเลย มีรถ ก็เลยไปอ้อมดอนเมือง-ทุ่งสีกัน

    จากวัดพระศรีมหาธาตุถึงบ้าน ใช้เวลาสองชั่วโมง — มากกว่าเวลาที่ดูสไลด์ Ignite ของครูบา ดูคลิปการประชุมเมื่อวาน ลงลิฟต์ กินข้าว แล้วขับรถไปน่ำเฮงรวมกันอีกนะครับ

  • #2 sutthinun ให้ความคิดเห็นเมื่อ 24 กันยายน 2010 เวลา 23:48

    โอ้ ฝนตกไม่ทั่วฟ้า

  • #3 Logos ให้ความคิดเห็นเมื่อ 24 กันยายน 2010 เวลา 23:50

    ระหว่างที่อยู่น่ำเฮงนั่นล่ะครับ ฝนตกหนักจนท่วม


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.021135807037354 sec
Sidebar: 0.046501159667969 sec