มาจะกล่าวบทไป ถึงเจ้าเป็นไผ 7

อ่าน: 1988

>> ระหว่างที่ผมเขียนถึงสุภาพสตรีนักสู้ผู้นี้  เธอกำลังมีความสุขกับครอบครัวที่อบอุ่นแสนรักที่เมืองกล้วยเล็บมือนาง เรื่องของลูกกำพร้า นิยายดาวพระศุกร์ชิดซ้ายตกขอบเลยเชียวแหละ โลกมีมืด มีสว่าง แต่โลกของครูปู ดิ้นกระแด่วอยู่ในมุมมืด เนิ่นช้าและยาวนาน จุดผันผ่านของชีวิตอัดแน่นด้วยเลือดเนื้อและน้ำตา ไม่ทราบว่าฝ่าฟันผ่านวิกฤตครั้งแล้วครั้งเล่าระดับเส้นยาแดงผ่าแปดได้อย่างไร ระหว่างทางสะสมประสบการณ์ไว้เป็นทุนชีวิต ที่ก่อตัวขึ้นให้เธอเป็นหญิงแกร่งที่ทรงคุณค่าต่อครอบครัวและสังคม ผมอ่านเจ้าเป็นไผครูปูหลายรอบ ทุกคลิ๊กเหมือนเราเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วย และยังเลยเถิดไปถึงขั้นแอบเอาใจช่วย ลุ้นจนตัวโก่งเหยียบเบรคเอี๊ยด ๆๆๆ ถ้าอยู่ต่อหน้าก็จะโผกอดปลอบเธอ..

>> ถ้าครูปูเอาดีทางเขียนหนังสือ นักเขียนซีไรต์ไม่เกินที่จะหวัง ผมจะเฝ้าดูโอกาสที่เธอว่างพอที่จะเขียนอะไรออกมา ผมขอฝันกลางวันกลางแดดเปรี้ยง ๆ นี้แหละ สักวันลานปัญญาจะสร้างนักคิดนักเขียนนักบริการสังคมอย่างเป็นรูปธรรม ถ้าท่านอ่านอย่างละเมียดละไมจะเห็นว่าเจ้าเป็นไผเล่มที่ 1 และเล่มที่ 2-3 ที่จะตามมา เป็นเครื่องยืนยันว่าผมไม่ได้ฝันลม ๆ แล้ง ๆ มีพลังของอิสระชนตัวจริงเสียงจริงเป็นหลักฐาน บทความครูปูมีKey Word มากมาย เธอสร้างสไตล์เขียนและก่อเกิดวรรคทองเป็นเสน่ห์เฉพาะตัว ถึงแม้จะเป็นคนแข็งขนาดกำแพงเมืองจีนเรียกเจ๊ เช่น ..

<< ด้วยอุปนิสัยที่ไม่ยอมใคร  โมโหร้าย มักใช้วิธีตาต่อตาฟันต่อฟันแก้ปัญหา สมัยก่อนเด็กผู้ชายชอบแกล้งเปิดกระโปรงเด็กผู้หญิง (สมัยนี้เป็นยังไงหว่า) แม่ก็อุตสาห์ปกป้องลูกสาวด้วยการให้สวมกางเกงขาสั้นไว้ข้างในกระโปรงอีกชั้นหนึ่ง พร้อมใส่เสื้อคอกระเช้าสีขาวไว้ข้างในเสื้อนักเรียนทุกวัน จริง ๆ เด็กผู้ชายในโรงเรียนก็พอจะรู้กิตติศัพท์อยู่ว่า ยัยคนนี้ไม่ค่อยน่าตอแยสักเท่าไหร่ แต่ก็มีเรื่องจนได้ ทะลึ่งเปิดกระโปรงเพลิน ลืมเงยดูหน้า มาเปิดกระโปรงเราเข้าให้  โกรธมากขาดสติ ล็อคคอเจ้าหมอนั่น แล้วลากหัวไปโหม่งกับเสาปูนหลังห้อง ผลคือเลือดอาบ ร้องจ๊ากโรงเรียนแทบปริ ไอ้เราตกใจทำไม่ถูก (ตอนดูในรายการมวยปล้ำมันไม่เห็นมีเลือดไหลเลยนี่หว่า)

>> ผมเพิ่งเจออาจารย์พิชญ์สินี อัครโกศลเดชา แบบจัง ๆ เมื่อปีนี้เอง เจอแล้วทุกอย่างก็ติดเทอร์โบ บางทีมีเรื่องเร่งด่วนสำคัญๆก็จะอาศัยม้าเร็วที่แทบจะเหาะมา หลังจากที่เธอลงมาสวนป่า ก็มีเรื่องร้องขอเธอมากมาย เธอประกาศตัวว่าเป็นคนไฮเปอร์ แหมมาเจอไฮป๋าก็ช่วยกันทำงานอุตลุด งานแซ่เฮมีพันธกิจที่เหมาะกับคนที่ทำงานแบบสายฟ้าแลบเหมือนกัน เปอร์แค่ไหนก็รับได้ทั้งนั้น ท่านรอกอดมีวิธีทำให้ไฮเปอร์ เป็นเปอร์เฟค .. คอยดูปูเปอร์เฟคจะเป็นยังไง..อิอิ

>> ด้วยความไฮเปอร์ ตกเย็นไม่มีใครอยู่ ครูปูต้องไปหานู่นนี่ทำแก้เซ็ง เดินตระเวนไปตามโรงฝึกของแผนกวิชาต่าง ๆ เพื่อรับข้อสอบหรือใบงานมาบริการพิมพ์ให้ชาวบ้านเขาฟรี เพียงเพราะไม่มีอะไรทำ จนทำให้เพื่อนครูหลายคนประทับใจ (คงคิดว่าเรามีน้ำใจ ที่แท้ก็ไฮเปอร์ อิอิ) เลยสมัครเป็นเพื่อนแท้ของครูปูตั้งแต่บัดนั้นจนถึงวันนี้เลยค่ะ ไฮเปอร์ยกกำลัง 2 ยิ่งมาเจอกามนิตเหน่อก็กระเจิดกระเจิงนะสิครับ ครั้งแรกที่ครูปูบุกสวนป่า นั่งรถทัวร์ไปถึงตี 4 เรียกมอเตอร์ไซด์รับจ้างลุยต่อไปตามถนนลูกรัง ไปถึงหัวฟูทาฝุ่นแดงแทนแป้งยี่ห้อแพง

>> ครั้งที่ 2 ครูปูเจอรายการโยนไมค์ฯสารพัดหน้าที่ ร้องเพลง ดำเนินรายการ ผัดผักบุ้ง นวด สว. ถ้าเป็นคนอื่นร้องจ๊ากส์์ไปแล้ว แต่นี่ปูนะครับ ปูที่ผ่านร้อนผ่านหนาวสาหัสกว่านี้มากนัก จึงสบาย ๆ ยิ้มได้เมื่องานมา..ช่วงที่ผมมีวิกฤติเฉพาะหน้า คงเหมือนเล่าปี่มีขงเบ้งอยู่ข้าง ๆ ถ้ามีครูปูอยู่ในรัศมี ผมใช้สายตากดปุ่ม ยิ่งกว่าปิ๊งแว๊บอาจจะเรียกว่าปิ๊งว๊าบกระมัง ..บอกให้สาธิตการกอดวิทยากร ครูปูทำได้คะแนนเต็ม ได้จังหวะ ได้บรรยากาศ เรียกความรู้สึกร่วมที่ผู้ชมคาดไม่ถึง ผมไม่สงสัยเลยที่ครูปูมีศักยภาพเหลือล้น เมื่อได้อ่าน..

<< รางวัลที่ได้คือการเป็นฮีโร่ขวัญใจยามยากของเด็ก ๆ และผู้ปกครอง พ่วงท้ายด้วยการเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของกลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่า ลูกเมียน้อย และหมั่นไส้เป็นทุนเดิม จับกลุ่มกัน 20 คน ตั้งแต่ระดับผู้ช่วยผู้อำนวยการ หัวหน้าฝ่าย หัวหน้างานและครูลูกทีมอีกจำนวนหนึ่ง ขึ้นไปยื่นข้อเสนอกับผู้บริหารว่า ให้เลือกเอาระหว่างเสา 20  ต้น ที่ค้ำยันโรงเรียนเพิ่งเปิดใหม่แบบนี้ กับยัยนั่นคนเดียว โรงเรียนจะเลือกใคร ถ้าเลือกพวกเขากรุณาเชิญครูปูออกเพื่อความสงบของโรงเรียน ถ้าเลือกครูปูไว้พวกเขาก็จะไป คำตอบคือ ปูเค้าไม่เคยทำอะไรผิด จึงไม่มีเหตุผลที่ต้องไล่เขาออก ส่วนคนที่กำลังรวมหัวกันมาบีบคั้นผู้บริหารอยู่นี่ขอให้พิจารณาตัวเองด้วย ว่าเหมาะสมหรือไม่

<< ปรากฏว่าไปกันยกเซ็ท พ่วงท้ายกะปริบกะปรอยตามหลังไปอีกแทบหมดโรงเรียน  หอบแฟ้มงาน เอกสาร ไฟล์งานต่าง ๆ ไปด้วยเต็มอัตราศึก ทำเอาวุ่นวายน่าดู แทนที่ครูปูจะสำนึกอะไรบ้างกลับไม่สน ไม่เอะใจอะไรสักนิด ไม่อยู่เหรอ ทำเองก็ได้ (วะ) รับสมัครใหม่ทันที จัดกำลังน้อง ๆ ที่เหลือไม่ถึง 10 คน แบ่งงานกันใหม่ และลงไปร่วมกับเขาด้วยทุกจุด ทำให้งานไม่ได้รับผลกระทบเหมือนที่ใครคาดคิด จำนวนนักเรียนนักศึกษาเพิ่มขึ้นทุกปี โรงเรียนมีความก้าวหน้าและพัฒนาตลอด

>> ถ้าใครอ่านเรื่องครูปูแล้วรู้สึกเฉย ๆ แสดงว่าหัวใจเป็นพลาสติกไปแล้ว

เรื่องราวของเธอเขียนย่อๆยั้งๆยังเพียงนี้

ลองติดตามจะได้วิธีกำกับและบริหารตัวเองที่สุดยอด

ความไฮเปอร์ตั้งเด็ก ๆ ทำให้เธอร้อง ๆ รำ ๆ เก่งจริงหรือ

>> คุณยายจะเอาผ้าแวว ๆ สี ๆ มาโพกหัวให้ จับนุ่งโจงกระเบนใส่เสื้อคอปิดแขนยาวสีเจ็บ ๆ (คุณยายตัดเย็บให้ครูปู เพื่อการแสดงนี้โดยเฉพาะ) แล้วให้ถือหวีเล่มใหญ่ ติ๊ต่างเอาว่าเป็นขวาน เอามือไขว้หลัง แล้วโยกตัวไปมาซ้ายทีขวาที

บทร้องเท่าที่จำได้ มีว่า

พม่ารำขวาน พวกชาวบ้านตีกลอง

ฟัง ๆ เสียงมันดังเท่งมอง ฟัง ๆ เสียงมันดังเท่งมอง

เสียงปี่ เสียงกลองสลับกันไป

พวกเราอย่าช้าลุกขึ้นมาเร็วไว

รำเถิดรำไป ตามท่าพม่าเอย

นอย นอย  หน่อย  น๊อย หน่อย  นอย  น๊อย  หน่อย  นอย นอย

« « Prev : มาจะกล่าวบทไป ถึงเจ้าเป็นไผ 6

Next : มาจะกล่าวบทไป ถึงเจ้าเป็นไผ 8 » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

7 ความคิดเห็น

  • #1 น้ำฟ้าและปรายดาว ให้ความคิดเห็นเมื่อ 18 เมษายน 2009 เวลา 5:44

    เห็นด้วยกับพ่อค่ะ เคยเจอน้องครูปูครั้งหนึ่งที่เซ็นทรัลพร้อมคนเสียงเหน่อก่อนไปสวนป่าฯ เห็นว่าภายใต้ความคล่องแคล่ว ประเปรียวมีความใส่ใจ อ่อนโยน ตั้งใจ และจริงใจอยู่เต็มเปี่ยม …เป็นคนน่าดู น่าติดตามอีกคนหนึ่งเชียว อิอิอิ

  • #2 sutthinun ให้ความคิดเห็นเมื่อ 18 เมษายน 2009 เวลา 13:29

    ปูกลับจากใต้วันไหน มีเรื่องกวนใจอีกแล้ว
    ของฝากไม่ต้องนะ ขอรอยยิ้ม กับเสียงจ๊ะจ๋าเร็วๆ ก็พอ

  • #3 สายลมครับ ให้ความคิดเห็นเมื่อ 18 เมษายน 2009 เวลา 13:52
    • ป้าปู เอ๊ยยย พี่ครูปูอ่ะ สุดยอดดดดดดผักบุ้งไฟแดงเลยคร้าบบบ
  • #4 mimography ให้ความคิดเห็นเมื่อ 18 เมษายน 2009 เวลา 22:09

    เคยพูดกับพี่ครูปูหลายครั้ง และบอกกับใครๆ
    ว่าเป็นความอัศจรรย์ใจอย่างที่สุดที่ได้เจอพี่สาวที่มีความมหัศจรรย์อย่างยิ่ง
     เป็นความอัศจรรย์ในชีวิตของมิมเลยทีเดียวที่ได้พบเจอพี่สาวที่น่ารักอย่างพี่ครูปู

    พี่ครูปูมีความมหัศจรรย์หลายอย่าง ที่ไม่สามารถบอกใครให้เข้าใจได้
    นอกจากจะสัมผัสด้วยตนเองเท่าน้นค่ะ
    อิอิ

  • #5 bangsai ให้ความคิดเห็นเมื่อ 19 เมษายน 2009 เวลา 11:27
    • คนอารายอยู่ไม่สุข…ชอบช่วยเหลือคนอยู่เรื่อยๆ
    • ตัวเล็กใจใหญ่ ใจถึง สมเป็นสาวใต้
    • ประวัติเธอลุยซะไม่เมี๊ยะ  หนุ่มคนไหนไม่แน่จริงหย่าแหยม ขอบอกซะก่อน
    • ถ้ามีเครื่องมือทางสังคมร่อนเอาคนที่กล้าแสดงออกมา(ในทางดี) เธอจะเป็นคนแรกๆที่ตะแกรงร่อนออกมาได้ ผมซะอีกตะแกรงคงร่อนไม่ออก อิอิ..
    • ความสามารถรอบด้านอย่างนี้นี่เอง หนุ่มๆมองตาเป็นมัน แต่ไม่กล้าเข้า อิอิ
    • ใครที่ชอบกินแกงเหลือง ก็ต้องบอกว่า นี่แหละครูปูหละ รสจัด…
    • ศักยภาพของเธอเป็นประโยชน์ยิ่งนักในทุกวงการที่เธอเข้าไป..
    • เก่งจริงนะ แม้ตัวเล็กนิดเดียว
  • #6 สาวตา ให้ความคิดเห็นเมื่อ 19 เมษายน 2009 เวลา 18:08

    เห็นด้วยกับพี่บู๊ดที่กล่าวถึง
    คนอารายอยู่ไม่สุข อยู่นิ่งไม่ได้
    เป็นคนไฮเปอร์ที่สมาธิไม่สั้น
    ทำอะไรทำจริง สมหญิงกล้า
    ดีใจที่ได้เจอะเจอและรู้จักกันค่ะ
    ไมตรีที่ส่งผ่านนั้นอบอุ่นเหลือหลาย
    ยังติดใจฝีมือนวดอยู่เลยค่ะ

  • #7 krupu ให้ความคิดเห็นเมื่อ 20 เมษายน 2009 เวลา 18:53

    ขอบคุณทุกความคิดเห็นที่ช่วยให้ครูปูได้ย้อนมองตัวเองเพิ่มอีกนะคะ
    จะพยายามคุมให้อยู่แค่ไฮเปอร์ไม่ก้าวเกินไปกว่านี้ค่ะ
    แฮ่ ๆ 
    ^_^


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.044618844985962 sec
Sidebar: 0.046355009078979 sec