ไม่ได้เข้ามาสะนาน

1 ความคิดเห็น โดย lanfun เมื่อ 16 October 2010 เวลา 1:33 am ในหมวดหมู่ ไม่ได้จัดหมวดหมู่ #
อ่าน: 848

มีภาระกิจพิชิตใจ หลากหลายเรื่องราวที่จำเป็นต้องเดินทางไปเพื่อจัดสรรที่ทางให้กับวิถีทางของความผูกพันธ์ ก็ต้องเตรียมตัว เตรียมการค่อนข้างเยอะ เพราะมีหลายสิ่ง หลายอย่างที่ปรับเปลี่ยน ปรับปรุง ไปจากที่เคยทำ และก็ยังนำเรื่องเล่าที่สวนป่าไปขายอีก (เหมือนคนขายตรงไงไม่รู้) ว่า ถ้ามีโอกาสไปก็ลองไปดู แล้วถ้าทุกอย่างมันลงตัวอาจจะได้ค้นพบอะไรบางอย่างก็เป็นไปได้ แต่ก็ไม่รู้จะมีใครไปไหม ถ้ามีก็คงไปรับอาชีพเสริมได้เลยละทีนี้ แต่ก็ไม่รู้จะลบกวนพ่อครูหรือเปล่าขอรับ แต่ตัวข้าพเจ้าเองก็อยากจะไปลบกวนบ่อยๆ

ตั้งใจจะใช้เป็นที่ส่งการบ้าน แต่ก็เพิ่งจะเริ่มได้ถึงวันก่อนเดินทาง แต่ก็ตั้งใจไว้แล้วว่าจะเขียน อาจจะไม่สดใหม่เคล้าความรู้สึกสดจริงๆ แต่ก็คือ เรื่องเล่าที่มาจากผลึกความคิดที่ได้ผ่านการตกตะกอนมาบ้างแล้วไม่มากก็น้อย แต่ก็ตั้งใจจะเขียนอย่างจริงจัง เพราะสิ่งที่เราได้รับจากงานเขียน ณ ถึงตอนนี้ กลับมีคุณค่าที่ปรากฏออกมาอย่างมากมาย อย่างไม่คาดคิดและคาดฝันมาก่อน และก็จะพยายามตั้งใจเขียนเรื่อยๆ ขอรับเท่าที่ความเป็นผู้ใหญ่ของเราจะเติบโตขึ้นมากกว่านี้

ตอนนี้ก็นำเรื่องของการเขียนไปบอกต่อว่ามันมีประโยชน์อะไรกับผู้คนมากขึ้น (ทั้งๆ ที่จะพึ่งเริ่มเขียน) เพราะรู้สึกถึงคุณค่า แต่จริงๆ แล้วเป็นคนชอบจดอยู่เป็นนิสัยเดิมอยู่แล้ว แถมสิ่งที่จดบางทีมาดูอีกทีก็ไม่เข้าใจว่าจดอะไรลงไปหรือนี่เรา มันคืออะไร ใครเอามันเข้ามา ไม่รู้ว่ามันมาจากไหน เอ้านอกเรื่องสะแล้วเรา แล้วก็ยังรู้สึกอิ่มเสมอที่ได้มาเขียนที่นี่ เพราะมีคอมเม้นท์ ให้อ่านเรื่อยๆ แต่จริงๆแล้วก็ไม่ได้ที่จะเขียนเพราะอยากได้คอมเม้นท์เท่าไร ที่อยากจะเขียนเพราะอยากจะเขียนจริงๆ อยากเก็บเอาไว้ทบทวนตัวเอง และก็รู้สึกว่า ถ้าเราได้เขียนอะไรลงไปแล้ว เราก็รู้สึกว่าเราได้วางเรื่องที่เราคิด วกวน วนเวียน ม่วนต่วน (ไม่รู้แปลว่าอะไร แต่รู้สึกว่าคำนี้ไม่ชัดเจนในความหมายเรา) อะไรอยู่ในหัวก็ไม่รู้ และทำให้กลับมาอยู่กับปัจจุบันได้อย่างสบายตัว สบายหัว สบายใจด้วย และในหลายครั้งก็สามารถที่จะระลึกรู้ลมหายใจตนเองและมีสติมากขึ้น

ขอบคุณครับที่ได้ให้เข้ามาเขียน


ก่อนวันเดินทาง

1 ความคิดเห็น โดย lanfun เมื่อ 4 October 2010 เวลา 2:11 pm ในหมวดหมู่ เรื่องเล่า #
อ่าน: 787

ขอบคุณทุกท่านที่แวะเวียนเข้ามาทักทายขอรับ ก็ผมยังไม่ถึงขั้นกระบวนกรหรอกครับ เป็นแค่ภารโรงฝึกหัดขอรับ

    หลังจากที่มีข้อตกลงและมติอย่างเป็นเอกฉันท์ด้วยตัวเองแล้วก็ตัดสินใจว่าหนึ่งอาทิตย์ เดินทางจาก ราชบุรี สู่ บุรีรัมย์ ถึงเชียงราย และกลับสู่ราชบุรี แบบไม่มีรถส่วนตัวทำไงบ้าง จริงๆ แล้วก็ไม่ได้วางแผนอะไรมากแค่เก็บกระเป๋าและนับจำนวนชุดและสิ่งของที่จะนำไปให้พอกับที่จะเดินทาง ตอนี้ก็เตรียมวางแผนว่าจะไปที่สวนป่าต้องทำอะไรแค่ไหนอย่างไง บ้าง แต่ก็มีความคิดลึกๆ ว่าไหลไปตามน้ำ และจะเก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้เยอะที่สุด เหมือนกับคำพูดที่ว่า ” เมื่อไม่ค้นแล้วจะพบ เมื่อไม่หาแล้วจะเจอ เมื่อถึงเวลาจะได้ใช้เอง “ 
  
ในการไปครั้งนี้เราทุกคนต้องทำ BAR (before action review) เพื่อทำการบ้านก่อนว่าพ่อครูเป็นใครอยู่ที่ไหน ความคิดแนวคิดเป็นอย่างไร ซึ่งเราก็ให้ทุกคนทำออกมาเป็นหน้าเวบไซต์ที่ใช้ในโรงงาน ที่เป็นบันทึกส่วนตัวของทุกคน ซึ่งได้มีการสอนในส่วนนี้เพิ่มเติมให้เพื่อสามารถทำได้และทุกคนก็สามารถทำออกมาได้ดี ไม่แพ้มืออาชีพ ซึ่งในส่วนตัวของผมเอง ก็อ่านงานเขียน งานบันทึกของพ่อครูมาบ้างแล้ว ก็กะว่าจะทำออกมาให้งามที่สุดเท่าที่จะทำได้ เอาเข้าจริงด้วยเวลาที่มัวแต่ไปดูคนอื่นจนไม่มีเวลาทำของตัวเอง ก็เลยได้แค่พอทำ แต่พอได้ไปที่สวนป่ามาแล้ว ได้พบเห็นว่าทำอะไรต้องตั้งใจทำ และทำด้วยใจและผลงานต้องออกมาให้ดีที่สุด อย่าทำแต่เพียงเพื่อผ่านไป ไม่มีอะไรดีขึ้นมาทั้งกับตนเองและผู้อื่น ตัวเองก็ไม่พัฒนาด้วย (โดนกับตัว สะอึกไปทีเดียว)
   พอทำตรงนี้เสร็จกันก็มาเตรียมตัวเพื่อเดินทาง ก็เหมือนกับเดินทางบ่อยเราก็เลยไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องนี้เท่าไร แต่กับคนที่ร่วมเดินทางไปด้วยกัน กับเหมือนไม่ค่อยรู้ว่าต้องเตรียมตัวอะไร จนตอนเช้าวันเดินทาง พึ่งจะเข้าไปเอาของ แต่ก็ไม่ว่าเขาไม่ได้ ตัวตนเขาเป็นแบบนั้น เขาอาจจะรู้สึกดีแบบนั้น เราก็ต้องเข้าใจที่เขาเป็นและปล่อยให้เขาได้ดำเนินชีวิตไปตามวิถีของตัวเขาเอง และก็ต้องตระหนักตรงนี้ให้ดี อย่าได้ไปพูดหรือทำให้เขาต้องเปลี่ยนตัวเองไปในทางที่อาจจะไม่ดีสำหรับเขา ปล่อยวางครับท่าน ส่วนตัวผมเองก็วางแผนไว้แล้วว่า จะเตรียมอะไรอย่างไง และเตรียมเก็บเสื้อผ้าสำหรับการเดินทางยาวแล้ว สักสองสามวันก่อนหน้า อันนี้ก็เป็นนิสัยของหมี (ในผู้นำสี่ทิศ ที่มีหมี หนู กระทิง อินทรี) ที่เป็นเจ้าแห่งการวางแผนการ มีแผนงาน มีขั้นตอน วางทุกอย่างให้เป็นระเบียบ แต่สำหรับผม ไม่เป็นหมีเต็มตัวเพราะไม่ค่อยมีระเบียบ ^_^ 
    เมื่อทุกอย่างก็แพคกระเป๋าแล้วเสร็จ เก็บทุกอย่างเข้าที่ เตรียมนอนเพราะต้องตื่นแต่เช้า ซึ่งทำให้ผมลืมคิดถึงเรื่องที่จะทำไป คือเรื่องการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับสวนป่า และพ่อครู ซึ่งตัวเองก็รู้สึกว่ารู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไร ที่ไม่ได้ศึกษาเพิ่มเติม ซึ่งเป็นเรื่องน่าเสียดายอย่างยิ่ง พลาดเรื่องการเสพ วิถีทางที่ออกมาทางตัวหนังสือ ความลุ่มลึก ความเป็นมนุษย์อย่างเป็นมนุษย์ ที่ผ่านมาทางตัวอักษร (พูดแล้วอยากตาย) แต่ก็ผ่านไปแล้ว แค่รู้สึกเสียดายเวลาไปเท่านั้นเองว่า ทำไมเราไม่คิดให้ดีก่อนน่ะ 

    แต่ถึงที่สุดแล้วเราก็เตรียมตัวดีที่สุดได้เท่านี้ ก็หวังว่าจะได้ไปพบเจออะไรหลากหลายที่ไม่ได้เจอ และอาจจะได้กลับบ้านภายในอีกครั้ง พร้อมทั้งได้มีเวลาใคร่ครวญตัวเองอย่างมีสติ ณ ปัจจุบันที่ก้าวเดิน ตอนต่อไปก็จะถึงบ้านพ่อครูแล้ว ขอรับ โม้นอกเรื่องมานานขอรับ
    


เริ่มส่งการบ้านขอรับ

3 ความคิดเห็น โดย lanfun เมื่อ 1 October 2010 เวลา 5:10 pm ในหมวดหมู่ ไม่ได้จัดหมวดหมู่ #
อ่าน: 756

      ก่อนอื่น ก็รู้สึกดีจังอะครับที่มีคนอ่านด้วยขอรับ ปกติไม่ค่อยมีอะครับ แล้วก็จะเรียกอย่างไรก็ได้อะครับ ที่จริงก็อยากตั้งว่าลานฟันอะครับ ที่แปลว่าสนุกอะ แต่พออ่านแล้วมันแปลกๆ เลยขอเปลี่ยนเป็นความฝันแทนละกันอะครับ เพราะชอบทั้งสองคำเลยอะครับ มีความฝันเราก็สนุก มีความสนุกเราก็คงจะฝันกันต่อไป

      ตามมาที่เรื่องการส่งการบ้านที่พ่อครูให้ไว้ ณ ตอนเมื่อครั้ง SCG Paper บุกสวนป่าครูบา ก็จะขอเล่าเรื่องไปตามสิ่งที่ตนเองจำได้นะขอรับ อาจจมีตกหล่นบ้าง ติดขัดนิดหน่อยก็อาจจะทำให้ลำบากใจและเคืองในอารมณ์นิดหน่อย แต่ก็จะยังทำอยู่เพราะเป็นนิสัยไปเสียแล้วมั้งขอรับ แต่ก็จะพยายามปรับปรุงตัวขอรับ

      เริ่มเรื่อง ท้าวความไปเมื่อครั้งกระนู้น

วันที่ 30 มิถุนายน 2553 ->ประชุมเรื่องแผนงานของรุ่นถัดไป
หัวหน้า : รุ่นนี้เราจะไปจัดค่ายกันที่ สวนป่า พ่อครู
เรา : แอบดีใจ ได้ยินมานานแล้วครั้งนี้ต้องไม่พลาด
1 เดือนผ่านไป -> โทรศัพท์สายเอียง
พี่ที่เคารพ : ไปมหกรรมกระบวนกรครั้งที่ 17 กันนะ ครั้งนี้พี่ดำเนินการให้ทุกอย่างอยากให้ไปด้วย
เรา : (ดีใจอีกครั้งทำไมมีแต่สิ่งดีดีเข้ามา) บอกพี่ไปครับ
1 อาทิตย์ ผ่านไป -> ประชุมคณะทำงาน
หัวหน้า : เราเลื่อนวันที่จะไปทำค่ายกันออกไป 1 อาทิตย์
เรา : ซวยแล้วไงเรา ต้องเลือกทางเดินให้ตัวเองแล้วสิ จะไปไหนดี มหกรรมกระบวนกรครั้งที่ 17 ก็มีแค่ครั้งเดียว สวนป่า ก็เป็นครั้งแรกที่จะได้ไป อะไรกันนี้ สรุปตอนนั้น ไปมหกรรมละกัน
หัวหน้า : อย่างไงก็ต้องไปสวนป่า ไปดูปราชญ์ตัวจริงเป็นไง
เรา : ไปก็ได้ขอรับ
1 วันผ่านไป -> โทรศัพท์สายสาม
เรา : พี่ครับ ผมจะบอกว่าผมไปมหกรรมได้แค่ 3 วันท้ายนะครับพี่ จะโกรธผมไหมนิ
พี่ที่เคารพ : ได้ๆๆ ไม่เป็นไร ดีกว่าที่ไม่ได้ไปด้วยกัน
เรา : ได้ครับพี่ขอบคุณมาก (กว่าจะรอดช่วงวิกฤต)

      แต่ที่สุดแล้วผมไม่ได้ไม่อยากไปสักที่ อยากไปทุกที่ที่จะได้พบผู้คน อยากไปซึบซับความเก่งของเขาเหล่านั้นมาเป็นของตัวเอง ปรับปรุงกระบวนการและสร้างเป็นวิถีของตัวตนของตัวเอง แต่ด้วยโชคชะตาและการนำพาของชีวิต บางครั้งเราก็ต้องเลือกทางใดทางหนึ่ง (ทำไมน้อชีวิต) เมื่อถึงเวลาก็จะมีทางคลี่คลายออกมาเองละมั้งขอรับ นี่คือสิ่งแรกๆ ที่ได้เรียนรู้ขณะยังไม่ได้ไปถึงเลย  แต่ก็แอบดีใจสุดๆ เพราะได้พบเจอปราชญ์ของแผ่นดินถึงสองท่านในรอบอาทิตย์ อาจจะนับรวมท่านอื่นอีกหลายท่านที่แวะเวียนเข้ามาอย่างไม่ตั้งใจด้วยก็อีกมากอยู่ วันนี้ไปก่อนแระขอรับ เดี๋ยวจะตกร่องอารมณ์ตัวเองมากไปกว่านี้


เกริ่นก่อนเริ่ม

9 ความคิดเห็น โดย lanfun เมื่อ 30 September 2010 เวลา 3:29 pm ในหมวดหมู่ ไม่ได้จัดหมวดหมู่ #
อ่าน: 1117

         ผมเป็นเด็กเคมี ที่จบวิทยาศาสตร์เคมี ที่เรียนเคมีเพราะรักวิชานี้ เนื่องจากตอนเรียนมัธยมปลายหรือที่สมัยก่อนจะเรียกว่า มศ. อะไรนี่แหละมั้ง (เห็นคนชอบเขียนว่า เรียนมศ.5 เทียบเท่ากับ ม. 6 อะไรประมาณนี้) มีคุณครูที่สอนเคมีและท่านก็ชอบวิชานี้อย่างมากมาย แล้วท่านก็ส่งผ่านความชอบในวิชานี้มาให้เรา เพราะฉะนั้นเป้าหมายของการเอนทรานซ์ระบบเก่ารุ่นสุดท้ายจึงเป็น วท.บ.เคมี ใน 3 อันดับ 2 3 และ 4 แต่อันดับหนึ่งไม่ได้เกี่ยวกับเคมีเลย เป็นเรื่องของการบิน แต่ก็เป็นอีกอันที่ชอบและคิดว่าตัวเองก็คงไม่ได้แน่นอนอะ เลือกไว้ เพราะอยากให้ตัวเองได้รู้สึกว่า ถึงไม่ได้เรียน แต่เราก็ได้เลือก (เหมือนจะภูมิใจมากมาย) พอติด วท.บ.เคมีอันดับที่ 2 ก็เลยเลือกเรียนที่นี่ แทนที่จะเลือกเรียนตามที่ไปสอบโควต้ามา แล้วก็เลือกไม่ผิด เพราะพอได้เรียนยิ่งตอกย้ำ ว่าเราชอบที่จะเรียนในสาขาวิชานี้ และก็เรียนเพื่อที่จะเรียนจริงๆ ไม่ได้เรียนเพื่อจะสอบให้ได้คะแนนดี ซึ่งก็ได้คะแนนไม่ดี การที่จะได้คะแนนดีดี ก็คือต้องทำให้ตรงกับความคิดของผู้ที่เป็นอาจารย์ ถ้าตรงหรือถูกใจก็คงได้คะแนนดี แต่ก็ได้เกรดอยู่ที่ 2 ต้นๆ เมื่อจบออกมา

      ก็ยังมีความสุขเสมอที่เมื่อต้องกลับไปใช้ความรู้เรื่องเคมีที่เรียนมา ก็ไม่ใช่เรื่องยากเลยที่เราจะดึงความรู้มาใช้ แล้วถ้าถามว่าจะเรียนต่ออะไร หนึ่งในนั้นก็คงเป็นวิชาเคมีนี่แหละ ที่อยากจะเรียนต่อ อยากเข้าไปค้นหาว่าที่สุดในโลกนี้แล้ววิชาเคมีสิ้นสุดลงที่ใด เหมือนพวกหนังจีนกำลังภายใน ประมาณว่า ไปร่ำเรียนจนหมดความรู้ผู้เป็นอาจารย์เลยทีเดียว

      เขียนโม้มาสะเยอะเลย ตั้งใจว่าจะใช้พื้นที่ในนี้เป็นพื้นที่ในการเขียนการบ้านส่งพ่อครู ที่ไปมหาชีวาลัยมา แล้วเป็นไงบ้าง เดี๋ยวค่อยติดตามตอนต่อไปเร็วนี้แทนนะครับพี่ครู ขอบคุณทุกคอมเม้นท์ที่เข้ามา ขอบคุณที่ทำให้ผมเริ่มมีที่ว่างที่จะแสดงความคิดเห็นที่มองโลกนี้ด้วยสายตาของผมเอง ขอบคุณขอรับ


บันทึกแรกของฉัน

5 ความคิดเห็น โดย lanfun เมื่อ 23 September 2010 เวลา 10:21 am ในหมวดหมู่ ไม่ได้จัดหมวดหมู่ #
อ่าน: 732

   ติดตามเวบนี้มาจากพ่อครูบา แล้ววันนึงก็อยากรู้จักโลกให้กว้าง อยากแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผู้คนให้มากขึ้น อยากเจอปราญช์แห่งแผ่นดินนี้ที่มีความหลากหลายทางความคิดที่มีอีกมากมาย อยากทำให้ตนเองมีหัวใจของนักปราญช์ในตัวให้ครบบ้าง (สุ จิ ปุ ลิ) แล้วอยากมีต้นแบบที่เป็นคนที่ยังหายใจอยู่ในโลกใบนี้อยู่ ซึ่งเราคิดว่าเราเป็นที่สุดแล้ว แต่จริงๆ แล้วเมื่อได้เข้ามาเรียนรู้ในโลกใบนี้แล้ว เรากลับตัวเล็กลงอย่างถนัดตา ลดอัตตาตัวเองลงอย่างมากมาย ทั้งๆ ที่ก็ไม่มีเท่าไรมั้งขอรับ ก็เลยเปลี่ยนแปลงแผนชีวิตชุดใหม่ เพื่ออนาคตของตัวเองและผู้คนรอบข้าง ที่อาจจะได้รับกลิ่นไอของความสุขที่มีอยู่รอบตัวเราบ้าง ในบางครั้งข้าพเจ้าอาจจะขีด อาจจะเขียนในมุมมองของข้าพเจ้าเองแต่ผู้เดียว ซึ่งบ้างครั้งอาจจะไม่ตรงกับความคิดของท่านใด ก็ขอประทานอภัย เพราะวุฒิภาวะของตนเองยังน้อยและคงต้องเรียนรู้โลกกว้างนี้ต่อไป ก็หวังทุกท่านจะคอยตักเตือนให้ความเกื้อหนุนและการุณบ้างนะขอรับ



Main: 0.097224950790405 sec
Sidebar: 0.015784025192261 sec