คนละภาษา – คนละเรื่องเดียวกัน
อ่าน: 1677
ว่างเว้นจากการเขียนบันทึกมานาน เป็นเพราะไม่อยากเขียนขึ้นมาดื้อๆ วันนี้เกิดอยากเขียนขึ้นมา ไม่ต้องถามว่าทำไม ? เพราะคิดไม่ออกว่าจะรู้ไปทำไม ?
อ่านบันทึกของอุ๊ยจั๋นตา ชอบแนวที่อุ๊ยเขียน อ่านบันทึกของเบิร์ด ชอบที่เจ้าของลานรับแขก ชวนคุย ชอบลานทุกลาน….ฯลฯ (กลัวมีคนน้อยใจ อิอิ )
ช่วงที่ผ่านมาเริ่มมีสติ มีสมาธิในการทำงาน ในการพูดคุย ในการใช้ชีวิต ฯ มากขึ้น เลยเริ่มเห็นอะไรๆไม่เหมือนเดิม (คงไม่ถึงกับต้องไปหานักจิตฯ นะ ) …… ถึงตอนนี้นึกถึงเรื่องที่หลวงพี่ติ๊กเล่าให้ฟังเรื่องที่พระอาจารย์บอกท่านเศรษฐีให้ทำอะไรๆให้เขียวเข้าไว้จะได้มีความสุข เอาไว้จะเล่าให้ฟังบันทึกต่อไป….แบบว่าโฆษณาล่วงหน้าไว้ก่อนเลย
เริ่มสังเกตวงสนทนา เวลาที่ผู้คนพูดคุยกัน บางครั้งก็ไม่ฟังกัน บางครั้งก็มีความพยายามที่จะเอาชนะกัน บางครั้งก็ถกเถียงกัน ฯลฯ เริ่มเห็นตัวเองในตัวบุคคลที่อยู่ในวงสนทนา บางครั้งก็ได้ยินคำพูดที่เราอยากพูดจากปากของคนอื่น บางครั้งก็ได้ยินหรือพบเห็นพฤติกรรมที่เห็นว่าไม่ค่อยเหมาะสม แต่เห็นว่าเป็นพฤติกรรมและคำพูดของตัวเองที่เคยทำหรือยังทำอยู่เมื่อขาดสติ การเห็นแบบนี้ก็ทำให้ปิ๊งแว๊บหรือ เอ๊ะๆๆๆ หรือ อ๋อๆๆๆ ว่าแบบนี้ไม่ดี ไม่เหมาะสม น่าจะเลิก ไม่ประพฤติปฏิบัติอีกต่อไป จะขัดเกลาจิตใจตัวเองอย่างไร ? ให้เลิกพฤติกรรมที่ไม่ดีเหล่านั้นได้
บางครั้งสังเกตว่า ในวงสนทนาพูดเรื่องเดียวกัน แต่มองกันคนละประเด็น เช่นบางคนมองด้านปริมาณ อยากได้มากๆ แต่อีกคนมองด้านคุณภาพ ไม่เน้นจำนวน แต่อยากได้คุณภาพดีๆ นั่งเถียงกันหน้าดำหน้าแดง โดยไม่รู้ว่าพูดคนละเรื่องเดียวกัน
บางครั้งเป็นการพูดคนละภาษา ภาษาไทยนี่แหละ เช่นภาษาโลกกับภาษาธรรม บางครั้งเป็นการอุปมาอุปมัย หรือสมมุติเอาเพื่อง่ายต่อความเข้าใจ ก็ตีความต่างกัน เข้าใจไม่ตรงกัน นั่งเถียงกัน อีกสิบปีก็คงเข้าใจไม่ตรงกัน
เขียนๆมาก็เริ่มสงสัย หัวข้อไปทาง เนื้อเรื่องไปทางรึเปล่า? ให้สมบูรณ์แบบต้องรูปไปอีกทางนึงด้วย ถ้ามีการแสดงความเห็นไปอีกทางนึงคงสนุกดีนะ อิอิ
« « Prev : มุมหนึ่งของกระบวนกรจากพระ
5 ความคิดเห็น
ฮาๆๆๆ หัวเราะเรื่องเศรษฐีเขียวไว้ล่วงหน้าครับ
หุหุ
เฮีย บันทึกนี้ถูกใจจริงๆครับ
ส่วนมากผมรู้ตัวว่าสิ่งที่เราพูดนั้นไม่สมบูรณ์ และไม่มีทางสมบูรณ์ มีแต่ไกล้เคียงความหมายที่ต้องการสื่อมากที่สุด หรือไม่ก็โหล่ยโท่ยไปเลย คนอื่นๆที่สนทนาด้วยก็เช่นกัน แม้คนข้างกายซึ่งเป็นคนรู้ใจที่สุดก็ไม่มีทางที่จะสื่อตรงความหมายที่สุด
การพูดของคนนั้นส่อระบบคิด อุปนิสัย ความมีวุฒิภาวะ ความเป็นคนมีหลักธรรม ฯลฯ ไม่มีใครสมบูรณ์เพรียบพร้อมไปทุกด้าน สมบูรณ์ด้านหนึ่งบกพร่องด้านหนึ่ง สมบูรณ์สามด้าน บกพร่องหรือด้อยสองด้าน อะไรทำนองนี้ ผมพยายามวิ่งหาสติมาไตร่ตรอง บ่อยๆ ขนาดนั้นก็หลุดบ่อยๆ
ประชากรแต่ละภูมิภาคก็มีวิธีการพูดแตกต่างกัน แน่นอนผมอยู่กับคนภาคใต้ คุ้นชินกับวิธีการพูดของคนภาคนี้มาก ขณะที่ทำงานกับคนภาคอีสาน แต่รากเหง้าเป็นคนภาคกลาง แต่ชื่นชมคนภาคเหนือพูด อิอิ เลยมั่วไปหมด
ผมเป็นคนเชิงรับมากกว่าเชิงรุกในทางการพูด ซึ่งอุปนิสัยนี้ไม่เหมาะกับหลายหน้าที่การงาน
ยิ่งไปทำงานต่างวัฒนธรรม เช่นเราเป็นคนนอกไปทำงานกับชาวบ้าน พื้นๆเลย โอย การฟังสิ่งที่ชาวบ้านพูดนั้นหากสรุปอะไรง่ายๆนั้น พลาดได้ เพราะเขามีวัฒนธรรมการพูด สำนวน การใช้ภาษา การสื่อสารภาษาไปพร้อมๆกับภาษากาย สีหน้า และ กิริยาอื่นๆ หรือต้องดูพฤติกรรมอื่นๆประกอบด้วย
แต่ที่ผมหลุดบ่อยๆ ช่วงนี้คนข้างกายบอกว่า “คนวัยทอง” อิอิ…
หวัดดีค่ะจอมป่วนอย่างที่จอมป่วนบอกก็นั้นละสิ บางหน่วยงานไม่อยากจะเอ่ยค่ะ มีอยู่วันตั้งวงแล้วดักคอลูกน้องไว้ พอผ่านมาอีกตั้งวงใหม่ ก็บอกให้มองทุกอย่าง อย่างมีความสุข 5555555
หึหึหึ จะมาเมื่อไรก็ได้ค่ะ นักจิต ฯ ต้อนรับสิเหมอ ไม่ป่วยก็มาได้ 5555555 มีหลายที่จะพาไป ล้วนเป็นที่ชอบ ๆ ของเบิร์ดท้างน้าน อิอิอิ