สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น อย่างน้อยก็ได้ลอง

1 ความคิดเห็น โดย cinshy เมื่อ December 14, 2008 เวลา 1:54 pm ในหมวดหมู่ Uncategorized #

เมื่อคืนคุณเหล็กโคนโทรมาชวนตีแบดวันเสาร์หน้า เล่นแบบคู่ผสม เรารับปากไปเพราะอยากเล่นแต่ก็คิดว่าจะรอดมั้ยเนี่ย ไม่เล่นมาตั้งนาน พอวางสายก็นอนคิดต่อเล่น ๆ ว่าตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ได้สามปี เราลองเล่นกีฬาหรือกิจกรรมอะไรที่ไม่เคยทำตอนอยู่เมืองไทยไปบ้าง (กว่าจะพิมพ์คำว่ากีฺ์ฬาได้ ไม่รู้ว่า ฬ อยู่ตรงไหนของคีย์บอร์ด รู้แต่ว่าอยู่ล่างสุดแถวบนเลยกดมันไปทุกตัวกว่าจะหา ฬ เจอ)

เราเล่น กีฬาไม่เก่งแต่ชอบลองเล่น ไม่เก่งไม่เป็นไรอย่างน้อยก็ขอให้รู้ว่าเล่นยังไง ย้อนคิดถึงความหลังหน่อย ตอนเข้าเรียนป.ตรีใหม่ ๆ เด็กปีหนึ่งต้องลงวิชาพละเทอมละวิชา (น่าจะเป็นมหาวิทยาลัยเดียวในกรุงเทพที่วิชาพละเป็นวิชาบังคับ) เพื่อน ๆ ในหอไปเรียนอะไรที่ง่าย ๆ เช่นลีลาศ ปิงปอง แต่เราเลือกเรียนเทนนิส เพราะชอบดูเทนนิสมากแต่เล่นไม่เป็น ได้โอกาสเรียนเลยต้องลองสักหน่อย ผลออกมาเกรดน้อยกว่าเพื่อนคนอื่นแต่ได้เล่นเทนนิสเป็นสมใจ หลังจากนั้นรู้สึกว่าดูเทนนิสสนุกขึ้นเยอะ เทอมต่อมาก็ยังไม่ไปเรียนอะไรที่เล่นเป็นแล้ว แต่ไปลงเรียนวิชายิงธนู สนุกดี ปวดแขนไปหมด แต่เรียนจบแล้วไม่เคยได้เล่นยิงธนูอีกเลย

พอมา อยู่ที่นี่ก็ยังลองเล่นไปหลายอย่าง เอาแค่พอรู้พอเล่นเป็น ถ้าจำไม่ผิด อย่างแรกที่ลองน่าจะเป็นสคว๊อช กีฬาที่เคยเห็นในละครทีวี ตีลูกชนฝาผนัง ลูกชนฝาผนังแล้วเด้งกลับมาเร็วมาก แรก ๆ เราวิ่งหนีลูกเพราะลูกวิ่งกลับมาเร็วจนกลัวจะถูกตีหัว พอเริ่มคุ้นก็ดีขึ้นหน่อยแต่ไม่ได้เล่นมาหลายปีแล้ว ตั้งแต่ย้ายมหาวิทยาลัยก็ไม่เคยได้เล่นอีกเลย

ได้ลองหัดเล่นพูล คล้าย ๆ สนุกเกอร์แต่ลูกและกติกาคนละแบบ ที่นี่หาโต๊ะพูลได้ไม่ยาก ตามหอพัก ห้องพักนักเรียน โรงหนังบางแห่ง ใต้หอพักที่เราอยู่ตอนปีแรกมีโต๊ะพูลวางไว้ในห้องนั่งเล่น เป็นโต๊ะหยอดเหรียญ เราก็ไปหัดเล่นจนเป็นแล้วก็เล่นมาเรื่อย ๆ และค่อนข้างจะเล่นเก่งแบบไปวัดไปวาได้ เคยทำให้หลายคนแปลกใจเพราะคงไม่คิดว่าเราเล่นพูลได้ เลยยิ้มแก้มปริแล้วตอบว่า หัดมาหลายปีแล้วค่ะ

ไปหัดตีกอล์ฟ ไม่ใช่ตีแบบเดินตีตามหลุมในสนาม แต่เป็นแบบยืนตีอยู่กับที่ มีตะกร้าใส่ลูกกอล์ฟอยู่ข้าง ๆ ไม่แน่ใจว่าเรียกว่ายังไง ได้หัดตีกอล์ฟครั้งแรกเพราะเพื่อนชาวมาเลย์โทรมาชวน เพื่อนคนนี้ชอบตีกอล์ฟมาก ที่ห้องมีถุงไม้กอล์ฟ มีชุดตีกอล์ฟในห้องเรียบร้อย เพื่อนหัดให้ตีวงสวิง สอนโน่นนี่อีกมากมายที่ตอนนี้จำไม่ได้แล้วเพราะหลังจากเพื่อนกลับประเทศเค้า เราก็ไม่เคยได้ตีอีกเลย แต่จำได้อยู่อย่างว่าครั้งแรกที่ไปตีกอล์ฟชั่วโมงกว่า กลับมานอนระบมไปหลายวันเพราะมัวแต่บิดเอวแขนขาทำวงสวิงให้สวย ๆ

กิจกรรม ขึ้นชื่อของเมืองที่อยู่คือพายเรือและถ่อเรือ แต่เราไม่ถนัดกีฬาทางน้ำ เราว่ายน้ำไม่เป็นเลยกลายเป็นโรคกลัวน้ำเล็กน้อย ปกติจะนั่งในเรืออย่างเดียวแล้วให้เพื่อนถ่อเรือไป แต่ก็ลองทำเองดูครั้งนึง ครั้งเดียวเท่านั้น พอทำไม่ได้ก็ไม่คิดจะหัดอีกเลย เพราะโรคกลัวน้ำนี่แหละ หัดไปกลัวเรือจะคว่ำไป เลยตัดสินใจนั่งเฉย ๆ ดีกว่า ถึงจะว่ายน้ำไม่เป็นก็ได้ไปดำน้ำมาเหมือนกัน ทั้ง snorkel หรือ scuba ลองมาหมด แต่กลับไปลองที่เมืองไทย เพื่อน ๆ ฝรั่งที่นี่แปลกใจว่าเราว่ายน้ำไม่เป็น ทำไมเราดำน้ำได้ แหะ ๆ อะไรที่เป็นไปไม่ได้ ที่เมืองไทยเป็นไปได้หมด อ้อ เคยหัดขับเรือยนต์ อันนี้ขับได้แต่ขับไปขับมาหนีเรือใหญ่ไม่พ้น เจอคลื่นถล่มตอนเรือใหญ่วิ่ง ผ่าน เรือเราเลยเปียกกันทั้งลำ เราให้คนอื่นขับต่อเพราะรู้สึกไม่ถูกโฉลกกับทางน้ำ บ้านอยู่ใกล้ทะเลแต่ว่ายน้ำไม่เป็นนี่เจ็บใจจริง ๆ เรา็หัดว่ายน้ำมาหลายปีแต่ว่ายไม่ได้สักที คริสมาตปีนี้คุณเหล็กโคนให้ของขวัญเป็นคอร์สเรียนว่ายน้ำ จะเริ่มเรียนหลังปีใหม่ เดี๋ยวก็รู้ว่าเราจะว่ายน้ำเหมือนคนอื่นได้มั้ย

กิจกรรม อีกอย่างที่ชอบมากคือเดินเขา แรก ๆ ที่ถูกชวนนี่ไม่อยากไป แต่พอลองปีนไปสักเขาสองเขาแล้วเริ่มติดใจ เดินขึ้นเขามาแล้วหลายเขา ช่วงหน้าร้อนที่ผ่านมาเราไปเที่ยวทะเลสาบ แต่ก็ไม่พ้นไปเดินเขาด้วย เดินขึ้นเขาแล้วมองลงมาดูทะเลสาบ สวยสุด ๆ เคยเดินขึ้นเขาตอนหิมะตก ช่วงตีนเขาหิมะไม่ตก แต่พอขึ้นไปยิ่งสูงยิ่งหนาว ลมแรง หิมะตก เลยได้อีกบรรยากาศ แต่พอไปถึงยอดเขาแล้วต้องรีบลงมาเพราะกลัวจะป่วย ช่วงหยุดคริสมาตปีนี้ก็จะไปปีนอีกเขา ตอนนี้เริ่มมีอุปกรณ์เดินเขาแบบเป็นเรื่องเป็นราว มีรอง เท้าสำหรับเดินเขาโดยเฉพาะ มีชุดกันฝนกันลม มีแผนที่ทั้งแบบคร่าว ๆ แบบละเอียด แบบเห็นสภาพภูมิประเทศที่สูงที่ราบ แต่กางแผนที่ทีต้องดูอยู่สักครึ่งชั่วโมงว่าจะไปทางไหนต่อ เพราะแผนที่ละเอียดเกิน ดูไม่เป็น-_-”

เริ่มจะยาว จบตรงนี้ก่อนละกัน


เจอข่าวการเมืองมากนัก เข้าครัวผัดพริกแกงซะเลย

2 ความคิดเห็น โดย cinshy เมื่อ November 26, 2008 เวลา 10:08 pm ในหมวดหมู่ Uncategorized #

เช้าวันนี้ประโยคแรกที่ได้ยินจากคนในแล็บไม่ใช่ hi หรือ morning แต่กลายเป็นโดนยิงคำถามว่าเกิดอะไรขึ้นที่กรุงเทพ สำันักข่าวบีบีซีลงข่าวที่เกิดขึ้นที่สนามบินสุวรรณภูมิเป็นข่าวใหญ่ทั้งวัน เราเลยถูกถามคำถามทั้งวันเหมือนกัน แต่ก็ตอบไปแบบเก็บปากเก็บคำ พูดน้อย ๆ เ้ข้าไว้ พูดมากไม่ได้เดี๋ยวของขึ้น วันนี้เลยทำงานไม่เป็นชิ้นเป็นอันเพราะมัวห่วงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่เมืองไทย ร่ายมายาวยังไม่มีอะไรเกี่ยวกับหัวข้อบันทึกเลย เรื่องของเรื่องคือเพราะมัวห่วงคนฝั่งโน้นจนไม่มีจิตใจจะทำงาน วันนี้จึงกลับบ้านเร็วและใช้วิชาเดินเข้าครัวไปทำกับข้าวซะเลย เมนูสำหรับวันนี้คือ ผัดพริกแกงไก่กับถั่วฝักยาว ทำกับข้าวเสร็จก็มานั่งเขียนบันทึก (เข้าเรื่องจนได้)

ก่อนเข้าเรื่องกินมาดูเรื่องค่าครองชีพกันหน่อย เพราะตอนนี้เศรษฐกิจไม่ดี หันไปทางไหนเจอแต่ของขึ้นราคา เริ่มจากไก่ก่อนดีกว่า ไก่ที่นี่จะแบ่งขายตามส่วน อก น่อง สะโพก ครึ่งล่าง และก็ปีก (ทั้งตัวก็มีขาย) อกไ่ก่มีราคาแพงที่สุด สองอกเล็ก ๆ ก็เกือบ 5 ปอนด์ (ถ้าครึ่งปีที่แล้วจะประมาณ 350 บาท แต่ตอนนี้้ค่าเงินปอนด์ถูก ราคาน่าจะประมาณ 250-300 บาท) ส่วนที่ราคาถูกสุดคือปีก 12 ปีก (ทั้งปีกบนปีกล่าง) ราคาแค่ปอนด์นิด ๆ (ไม่ถึงร้อยบาท) โชคดีเราไม่ชอบกินเนื้ออกไก่มาแต่ไหนแต่ไรเลยไม่รู้สึกเดือดร้อนที่อกไก่ราคาแพง เราซื้อสะโพกมาสี่ชึ้นแล้วเอามาเลาะเนื้อกับกระดูกเอง (จริง ๆ แล้วชอบเนื้อน่องแต่เลาะเนื้อจากส่วนสะโพกได้ง่ายกว่า) เอาหนังทิ้ง กระดูกทิ้ง หั่นเนื้อไก่เตรียมไว้สำหรับผัดพริกแกง

มาเตรียมถั่วฝักยาวต่อ ถั่วฝักยาวชนิดที่หั่นมาขนาดประมาณคืบนึงและแพ๊คให้เรียบร้อย น้ำหนักสองขีดราคาปอนด์กว่า ๆ แต่ถ้าซื้อสองแพ๊คราคาจะเหลือแค่สองปอนด์ (ประมาณร้อยบาท) เราซื้อมาทำกินคนเดียวแพ๊คเดียวก็คงพอแต่รู้สึกขาดทุนเพราะสองแพ๊คถูกกว่า แต่ก็อีกนั่นแหละถ้าซื้อมาสองแพ๊คทำกินไม่หมดเหลือทิ้งก็เสียดาย เลยซื้อถั่วฝักยาวอีกแบบ หน้าตาและรสชาดเหมือนถั่วฝักยาวมาก ๆ แต่ขนาดสั้นกว่าเยอะ ถ้ายังไม่ได้ตัดขั้วทั้งสองข้างออกก็ยาวแค่ประมาณคืบนิด ๆ อันนี้ราคาถูกกว่าแบบแรก แพ๊คละสามขีดแค่ปอนด์เดียว ราคาไม่แพงและปริมาณกำลังเหมาะ เราก็เอามาล้าง ตัดขั้วออก หั่นครึ่ง วางเตรียมไว้สำหรับผัด

ทีนี้เครื่องแกงเอามาจากไหน แหะ ๆ ยังไม่เซียนถึงขั้นทำเครื่องแกงเอง (เหตุผลหลักคือไม่มีครกเลยยังไม่เคยได้ลอง) แต่ใช้เครื่องพริกแกงสำเร็จรูปตราแม่ประนอม หน้าซองเขียนว่าผัดพริกขิง แต่ผัดออกมาแล้วคล้าย ๆ ผัดพริกแกงใต้ (แต่ไม่เหมือนซะทีเดียวเพราะไม่ใส่ขมิ้น) เครื่องแกงซองนึงสำหรับปริมาณไก่และผักที่เตรียมไว้นี่กำลังดี เครื่องแกงอร่อยอยู่แล้ว แต่เพื่อเพิ่มความอร่อยเป็นการส่วนตัวเราเลยหั่นพริกเพิ่ม จะได้เข้ากับชื่อผัดพริกแกง

ตั้งกะทะและใส่น้ำมัน ถือตะหลิวให้พร้อม ปกติถ้าทำผัดพริกแกงจะต้องผัดเครื่องแกงกับน้ำมันให้หอมก่อน แล้วค่อยใส่อย่างอื่นลงไป เราเคยผัดแบบนั้ำนแต่กลิ่นเครื่องแกงรุนแรงจนเกรงใจเพื่อนบ้าน เลยเปลี่ยนมาเป็นผัดไก่ให้สุกแล้วค่อยใส่เครื่องแกงกับพริกลงไปผัด ลดความรุนแรงลงไปได้เล็กน้อย ใส่ผักตามลงไป เติมน้ำนิดนึง ผัดไปผัดมา เติมน้ำเป็นระยะอย่าให้แห้งเกิน สะบัดขวดน้ำปลาทีนึงเพื่อเพิ่มความอร่อยส่วนตัว พอถั่วสุกก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

ทำกับข้าวเสร็จแล้ว เขียนบันทึกก็กำลังจะเสร็จ เดี๋ยวจะไปอาบน้ำล้างเอาเรื่องการเมืองออกไปซักหน่อยแล้วค่อยกลับมาเคลียร์งานก่อนเข้านอน ก็ได้แต่หวังว่าพรุ่งนี้ตื่นมาอ่านข่าวคงไม่เจอข่าวเหตุการณ์อะไรที่ร้ายแรงในเมืองไทย


ผัดถั่วงอก

4 ความคิดเห็น โดย cinshy เมื่อ November 11, 2008 เวลา 10:09 pm ในหมวดหมู่ Uncategorized #

เวลาที่พูดถึงเมนูสิ้นคิดก็มักจะหมายถึงเมนูที่ต้องไม่ต้องคิดว่าจะกินอะไร
แค่ทำกินหรือสั่งได้เลย เมนูสิ้นคิดตามร้านอาหารตามสั่งจะเป็นจำพวก
ข้าวไข่เจียว ข้าวผัด ข้าวหมูทอด และข้าวราดผัดกระเพรา

ตั้งแต่เราทำกับข้าวกินเองมาสามปีกว่า
ลองคิดหาเมนูสิ้นคิดให้ตัวเองมาหลายอย่าง แต่สุดท้ายมาลงตัวที่ผัดถั่วงอก
ทำง่ายอย่างไม่น่าเชื่อ อิ่ม อร่อย และได้ประโยชน์

วิธีทำก็ง่ายแสนง่าย ตอนเดินกลับบ้านก็แวะซื้อถั่วงอกมาสักถุง ที่นี่ถั่วงอกถุงละ 4 ขีด ล้างและบรรจุใส่ถุงมาเรียบร้อย ราคาประมาณ 50-60 เพนนี (คิดเป็นเงินไทยก็คงสัก 30-40 บาท) ปกติเราจะใช้ครึ่งถุงต่อข้าวจานนึง

เดินมาถึงบ้านก็แวะเข้าครัว หุงข้าวให้เสร็จ พอข้าวสุกแล้วก็ไปตั้งกระทะ ใส่น้ำมันนิดหน่อย แล้วตั้งไฟให้กระทะร้อนจัด (ต้องร้อนจริง ๆ) ระหว่างรอน้ำมันร้อนก็เดินเฉิบฉายคุยกับคนอื่นไปพลาง ๆ และเตรียมเต้าเจี้ยวกับตะหลิวไว้ใกล้ ๆ มือ

พอน้ำมันร้อนได้ที่ หยิบถั่วงอกสักครึ่งถุงโยนลงไปในกระทะ สะบัดเต้าเจี้ยวลงไปทีนึง ทีเดียวพอไม่งั้นเค็ม (เค็มเต้าเจี้ยวนี่แก้ยาก น้ำตาลทรายเท่าไหร่ก็เอาไม่อยู่) แล้วผัดสัก 2-3 ที ปิดเตา รอให้ถั่วงอกสลดสักแป๊บ ระหว่างนั้นเดินไปตักข้าว แล้วกลับตักผัดถั่วงอกราดข้าว ต้องใช้จานใบใหญ่เพราะถั่วงอกค่อนข้างเยอะ (เป็นพวกกินจุ) แค่นี้ก็เดินยิ้มกลับไปกินข้าวหน้าผัดถั่วงอกกับเต้าเจี้ยวที่ห้องแล้วนั่งดูทีวีไปพลาง ๆ

ผัดถั่วงอกต้องกินตอนร้อน ๆ ผัดเสร็จแล้วกินเลย ไม่งั้นไม่อร่อย ถ้าผัดใส่หมูสับด้วยก็ได้แต่ชอบแบบใส่หมูน้อย ๆ ถั่วงอกเยอะ ๆ เพราะไม่อย่างนั้นมันจะเป็นผัดหมูสับใส่ถั่วงอก แทนที่จะเป็นผัดถั่วงอกใส่หมูสับ


พูดไทยวันละกี่คำ

ไม่มีความคิดเห็น โดย cinshy เมื่อ July 22, 2008 เวลา 12:16 am ในหมวดหมู่ Uncategorized #
อ่าน: 25

คืนก่อนได้โทรไปคุยธุระกับน้องคนหนึ่ง ตอนแรกนึกว่าจะรบกวนเวลาทำงานหรือว่าโทรไปปลุก แต่ผิดคาด น้องเค้าบอกว่าดีใจที่เห็นเป็นพี่โทรมา .. ผมไม่ได้พูดภาษาไทยมาหลายวันแล้วครับพี่ … ถึงบางอ้อว่าทำไมน้องถึงดีใจ :-)

หันมามองตัวเองบ้าง … ไม่ค่อยต่างกันสักเท่าไหร่เลยน้อง

นึก ๆ ดู แต่ละวันเราก็ไม่ค่อยได้พูดภาษาไทย ในแล็บนี่ลืมไปเลยเพราะไม่มีคนไทย เพื่อนสนิทที่เมืองนี้ก็ไม่ใช่คนไทย คนรู้ใจประจำตัวก็ไม่ใช่คนไทย ได้เจอได้กินข้าวกับคนไทยบ้างสักเดือนละครั้งสองครั้ง คนไทยในเมืองนี้ที่พอจะติดต่อกันอยู่บ้างก็มีแค่ไม่กี่คน แล้ววัน ๆ นึง เราได้พูดภาษาไทยตอนไหน … นึกไปนึกมา อืม เข้าใจน้องคนนี้ล่ะ

เอาน่า ไม่ได้พูดไทยทุกวันไม่เป็นไร แต่เรายังได้ใช้ภาษาไทย ฟัง-อ่าน-เขียน อยู่ทุกวัน อิอิ

ยังฟังเพลงไทย ดูหนังดูละครไทย (ขอบคุณ youtube)

ยังตามอ่านข่าวจากสื่อไทย อ่านบันทึก บล็อก และเวบบอร์ด ของคนไทย

ยังพิมพ์ไทยอยู่ทุกวัน พิมพ์คุยบ้าง พิมพ์ในโกทูโนบ้าง ตอบเมลล์เพื่อน ๆ บ้าง (ตอนแรกว่าจะใช้คำว่า ยังเขียนไทย แต่รู้สึกขัด ๆ เพราะนึกขึ้นได้ว่าไม่ได้เขียนไทยมานานกว่าพูดไทยซะอีก ฮ่าๆ … ถ้าจำไม่ผิด ครั้งล่าสุดที่เขียนภาษาไทยคือเขียนโปสการ์ดให้เพื่อนมั๊ง)

ที่ร่ายยาวมาทั้งหมด ทั้งนี้ทั้งนั้นก็แค่อยากบอกว่า คิดถึงเมืองไทยมากมาย :-D

นอกเรื่องหน่อย เพิ่งนึกขึ้นได้ เมื่อวานอ่านเจอกระทู้ในเวบพันทิพย์ ถามว่า คนไทยที่อยู่ต่างประเทศทะเลาะกันเหมือนคนไทยที่อยู่ในประเทศมั้ย …. อืม น่าคิด


เฮ้อ… เข้า GotoKnow ไม่ได้อีกแล้ว

ไม่มีความคิดเห็น โดย cinshy เมื่อ July 21, 2008 เวลา 11:27 pm ในหมวดหมู่ Uncategorized #
อ่าน: 24

ไม่รู้จะบ่นที่ไหนดี เอามาบ่นในนี้ล่ะกัน…

คืนนี้พยายามเข้าโกทูโนหลายครั้ง เพราะมีเรื่องที่ยังอ่านไม่จบจากเมื่อกลางวัน (บันทึกของอาจารย์ Phoenix) และอยากเขียนอนุทินนิดหน่อย แต่พยายามเท่าไหร่ก็ไม่ได้สักที คิดว่าคงจะอยู่ในช่วงทดลองเครื่องหรือปรับปรุงระบบอะไรทำนองนั้น

ปกติโกทูโนจะปรับระบบช่วงสักตีสามถึงตีห้าของเมืองไทย แต่มันตรงกับช่วงหลังสามทุ่มที่นี่ ซึ่งเป็นช่วงที่เราพอจะว่าง ๆ อยู่บ้าน และชอบอ่านโกทูโนสลับกับอ่านหนังสือ 

เลยอดเลย … เฮ้อ


เข่งปลา

ไม่มีความคิดเห็น โดย cinshy เมื่อ July 17, 2008 เวลา 8:02 pm ในหมวดหมู่ Uncategorized #
อ่าน: 22

เข่งแรก ประกอบด้วย ปลาหัวโม้งล้วน ๆ

เข่งต่อมา มีปลาขี้ตัง ปลาหลมพุก ปลากด ปลาขี้เจ๊ะ ปน ๆ อยู่ในเข่งเดียวกัน

เข่งถัดไป ชื่อคุ้นหูขึ้นมาหน่อย ปลากระบอก ปลากระพง

ส่วนสุดท้ายไม่มีเข่ง ไม่มีปลา แต่มีถาด

เป็นถาดที่มีแต่ไข่ปลาล้วน ๆ …. (ต้องเก็บให้ดี เพราะมีคนจ้องจะยกถาดไป)


เปิดลานปลาหัวโม้ง

8 ความคิดเห็น โดย cinshy เมื่อ July 16, 2008 เวลา 7:29 pm ในหมวดหมู่ Uncategorized #
อ่าน: 26

เริ่มต้นใช้ลานปลาหัวโม้ง… ณ ลานปัญญา

เข้าไปดูหลาย ๆ ลานในลานปัญญา เราเองก็น่าจะมีสักลานบ้าง … ลานอะไรดีหนอ … ลานปลาหัวโม้งล่ะกัน

ทำไมต้องชื่อลานปลาหัวโม้ง ชื่อนี้มีที่มา แต่ลานนี้ไม่ได้มีไว้เขียนแต่เรื่องปลา ๆ อิอิ …



Main: 0.148747205734 sec
Sidebar: 0.14382481575 sec