สคส.รอรัก

อ่าน: 2255
  • ขอเปิดมุ้งอวยพรตอนย่ำรุ่ง

ถึงคนกรุงคนไกลใจวาบหวาม

ร่วมทุกข์สุขกันมาอย่าถือความ

อาจซุ่มซ่ามเลินล่อขออภัย

  • ส่วนผสมความรักและความรู้

มันกล้ำเกินกันอยู่อย่าสงสัย

เผลออัพเดตความคิดจนติดใจ

อยู่กันไปช่วยกันไปดีไหมเธอ

  • คนอื่นเขาได้ออกรถป้ายแดง

คนป่าแบ่งความรักสม่ำเสมอ

คนน่ารักมากมายที่เจอะเจอ

คนพลั่งเผลอหลงมาอย่าตกใจ

  • ปีใหม่นี้อย่าขาดการคอมเมนท์

ปีใหม่เน้นดีท็อกความรู้ไว้

ปีใหม่ให้ยิ้มชื่นทุกคืนไป

มีอะไรมิอะไรเข้าที่ทาง

  • อยากเปลี่ยนแฟนขอให้แฟนแจ้นมาหา

อยากก้าวหน้าก้าวไกลใสสว่าง

อยากสวยพริ้งผ่องพรายได้เลยนาง

อยากให้ร่างเฟิมส์ฟิตดั่งคิดเอย

เกิดเป็นคนไทยนั้นดีนัก อยากจะส่งความรักระลึกถึงใครก็สะดวก 3จี4จีกำลังจะมา มีจารีตประเพณีให้แสดงออกเป็นระยะๆ อากาศก็ไม่หนาวกระโชกโฮกฮาก ไม่มีหิมะตกท่วมหูท่วมทางเหมือนประเทศตะวันตก ถนนหนทางไม่ลื่นไถล ถึงจะแห่กันไปค้างเติ่งบนถนนก็ยังพอทน คนที่ออกรถป้ายแดงจะให้นั่งแช่นานเท่าไหร่ก็ยังปลึ้ม รถใหม่ๆนี่ขับไม่เหนื่อยหรอกนะเธอ มันเป็นความพูมใจจากน้ำพักน้ำแรงของเราเอง  ขับรถไปคุยกันไปไม่บ่นสักคำ เผลอๆยังเอาทะเบียนรถไปซื้อหวยอีกแน่ะ

ไม่เหมือนรถป้ายดำไปกับใจดำ

บางคนอาจจะเบื่อบ้างก็ถือว่าเป็นธรรมดาของโลก

อย่าเพิ่งเอือมระอากับชีวิต

ดีเท่าไหร่แล้วที่คืนนี้ยังมีดวงจันทร์สวยกระจ่างฟ้าให้ชม

ดีเท่าไหร่แล้วที่ยังลมหายใจ

ดีเท่าไหร่แล้วที่ยังมีแรงทำความดี

ดีเท่าไหร่แล้วที่ยังมีคนให้รัก

  • ปี 2556 ขออนุญาตเชิญชวนคนสวยดังนี้ > >
  • ปีใหม่นี้ จะเป็นพกสกนิกรที่ดีของพระเจ้าอยู่หัว
  • ปีใหม่นี้ จะเป็นศาสนิกชนที่ดีของศาสนา
  • ปีใหม่นี้ จะเป็นพลเมืองที่ดีของประเทศชาติ
  • ปีใหม่นี้ จะเป็นพลโลกที่ดีของมนุษยชาติ
  • ปีใหม่นี้ จะเป็นคนดีของเพื่อนๆ
  • ปีใหม่นี้ จะเป็นคนดีของครอบครัว
  • ปีใหม่นี้ จะเป็นคนใจเย็นยิ้มง่ายทำกับข้าวอร่อย
  • ปีใหม่นี้ จะเป็นคนมีน้ำใจ ให้อภัย เมตตา กรุณา
  • ปีใหม่นี้ จะเป็นคนที่คอมเมนท์มากขึ้น

ด้วยรักและระลึกถึงเธอสม่ำเสมอ

ฝากกอดมากับแสงจันทร์ผ่องด้วยแล้ว

ขออนุญาตมุดมุ้งไปนอนฝันถึงเธอ

รักนะ จุ๊บๆๆ  อิ อิ


วิธีหาภรรยาใหม่ที่ค่อนข้างได้ผล

ไม่มีความคิดเห็น โดย sutthinun เมื่อ 27 ธันวาคม 2012 เวลา 11:35 ในหมวดหมู่ สวนป่าฮาเฮ #
อ่าน: 2193

วันนี้นอกจากอากาศไม่หนาวแล้ว ทำท่าจะร้อนผสมลมแล้งสิแล้วละเธอ วิกฤติสิ่งแวดล้อมไม่ใช่เรื่องที่จะมาพูดกันเล่น ถ้าช่วยกันคนละไม้ละมือด้วยการปลูกต้นไม้ประเภทต่างๆ นอกจากไม่เป็นการดูดายแล้ว เรายังมีส่วนร่วมเชิงประจักษ์ที่จะรักษ์โลกแบบร่วมด้วยช่วยปลูก ..ปลูกเถอะนะแม่ปลูก ผักสวนครัวก็ได้ ไม้ดอกไม้ประดับก็ได้ พื้นที่คับแคบก็ปลูกไม้กระถาง ถ้าอยากจะอาสาปลูกต้นไม้ในพื้นที่กว้างก็ต้องมาที่สวนป่าของผู้เขียนนี่แหละ มีจัตุปัจจัยพร้อมมูลให้ปลูกได้ไม่อั้น

เช้านี้นอกจากรดน้ำต้นไม้แล้ว

ผมปลูกต้นเทพทาโรไป2ต้น

ขอบคุณท่านที่อุปการะต้นไม้

เทพทาโรเป็นไม้หอมทางปักษ์ใต้ ด อ ก ใ บ มี ก ลิ่ น ห อ ม เด็ดมาเข้าเครื่องสมุนไพรได้ด้วย หรือแม้แต่เด็ดใบสดๆมาสูดดมก็ทำให้มีแฮงสดชื่นได้เหมือนกัน ผมปลูกใกล้ๆกระต๊อบ นอกจากจะได้ดูแลใกล้ชิดแล้ว ยังสะดวกเก็บใบมาลงหม้ออบสมุนไพรแบบกระโจม (เอาสมุนไพรหอมต่างๆใส่หม้อต้มให้เดือด แล้วยกมาวางในกระโจมผ้า เอาถอดเสื้อผ้าแล้วเข้าไปนั่งในกระโจมที่ว่า ค่อยแง้มฝาหม้อให้ไอร้อนพวยพุ่งออกมา ต้องการร้อนมากร้อนน้อยก็ใช้วิธีควบคุมด้วยรีโมทมือ กลิ่นไอหอมร้อนๆพวยพุ่งออกมา ไล่เหงื่อออกมาทุกรูขุมขน เพียง10นาทีก็เหงื่อหยดติ๋งๆแล้วละเธอ กลิ่นสมุนไพรที่สูดดมเข้าไปทำให้ปอด/จมูกโล่ง) ถ้าให้ดีนะเธอ ออกจากกระโจมแล้วลงแช่ในน้ำเย็น ทำสลับกันไป 2-3ครั้ง ก็จะรู้สึกสบาย เบาตัว

แค่นี้ก็แก้มแดงอ่องต่อง เ ลื อ ด ฝ า ด ป ร า ก ฏ ชั ด

ขนาดแก่แทบเคาะฝาโลงอย่างผมยังมีเส้นเลือดฝอยแดงๆขึ้นที่ผิวหน้า

เรื่องทำง่ายๆดีๆอย่างนี้น่าทดลองนะเธอ

ปรกติมนุษย์เงินเดือนมักจะไม่ค่อยได้ออกกำลัง บางท่านหลายปีไม่เคยมีเหงื่อออกสักเม็ดเดียว สนิมสร้อยไม่ค่อยออกแดด อยู่แต่ในห้องแอร์ เมินเฉยกับการออกกำลัง ต้องการอะไรก็ชี้นิ้วบอกแจ๋ว ทำตัวใกล้เคียงกับหุ่นยนต์ขึ้นทุกวัน แบบนี้กระดูกกะเดี้ยว/ผิวหนัง ก็กลายเป็นผังผืด อย่างเก่งก็เดินช็อปปิ้งให้ห้าง ทำเป็นเฉิดฉายไปยังงั้นเอง ที่จริงสะสมโรคไว้ภายในปะเลอะ

“มีค่านิยมผิดๆ คิดว่าการได้อยู่ในสังคมดีๆ กินอาหารแพงๆ ร้านหรูๆมันทำให้เราดูดีขึ้นในหมู่เพื่อนฝูง บางทีไปต่างประเทศแค่10วัน กลับมาโม้เป็น10ปี นัดเพื่อนกินข้าวเอารูปมาอวดเขา เพื่อนๆเยินยอปลาบปลึ้มในใจ มันลุ่มหลงไปหมด หลงในสิ่งที่เป็นภาพลวงตา

“เงินในอนาคต ดูราวกับไม่มีขีดจำกัดใดๆ เพียงรูดแล้วเซ็นชื่อ ทุกสิ่งที่ใฝ่หาก็ลอยมาตามที่ต้องการ สินค้าทุกอย่างที่เสริมภาพลักษณ์ให้ดูดี เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้าราคาหนัก คือสิ่งที่บัตรใบนั้นเสกให้มนุษย์เงินเดือนธรรมดาได้ทุกอย่าง ทุกเย็นหลังเลิกงาน เดินช็อปปิ้งในห้างดัง กินอาหารหรูมีระดับ กินกาแฟก็ต้องเป็นกาแฟราคาแพงระยับในร้านชื่อดัง จินตนา เอกสุขสารภาพ

อยากเชิญชวนให้สนุกกับการหาวิธีปลูกผักสวนครัวแบบง่าย ส่วนจะทำอย่างไรนั้น ในFB.มีผู้รู้นำเสนอเป็นระยะๆ หรือจะติดตามอ่านที่หนูกิ่งกับหนูกุลนที โพส์โชว์บ่อยๆก็ได้ จุดเล็กๆที่เป็นบ่อเกิดของคุณภาพชีวิตที่ดี เป็นเรื่องที่ทำแล้วสนุกได้ประโยชน์ทั้งทางกายทางใจ การปลูกผักสวนครัวนี่นะเธอ มีเรื่องให้เรียนรู้ไม่จบ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราปลูกพริกปลูกมะเขือ หลังจากเก็บผลผลิตไปจนต้นโทรมแล้ว ก็ตัดกิ่งแก้ออกบ้าง ตัดไปเถอะอย่าเสียดาย ยกเว้นแต่คนแก่ๆควรทะนุถนอม !

หลังจากสะสางกิ่งแก่ๆออกไปแล้ว ก็ใส่ปุ๋ยรดน้ำพรวนดิน ไม่นานหรอกก็จะแตกกิ่งก้านขึ้นมาใหม่ ออกดอกออกผลให้เราเก็บได้ทั้งปี ได้ผลเร็วกว่าการปลูกใหม่ พริกและมะเขือยาวที่ผมปลูกด้วยวิธีนี้ มะเขือบางต้นให้ลูกตลอดระยะนับได้30กว่าผล/ต้น ส่วนพริกก็ออกมาให้เก็บจนเหลือกิน ลองดูละคนสวย วิธีนี้นำไปทดลองกับพืชผักอื่นๆได้ด้วยนะเธอ

อีกเรื่องหนึ่งที่ควรแก่การคำนึง คือคุณภาพของอาหาร ถ้าพิจารณาให้ดี พวกเนื้อสัตว์ต่างๆมีกรรมวิธีการผลิตที่มหาโหดมาก เราไม่รู้เบื้องหน้าเบื้องหลังกันนักหรอก ว่าเขาฉีดฮอร์โมนฉีดสารเร่งเนื้อแดง ฉีดวัคซีนอะไรไปบ้าง พวกผักก็เช่นกัน ที่ไปที่มาของการปลูกเราก็ไม่ทราบ อาหารสำเร็จรูป เครื่องปรุง อาหารรสจัด หวานจัดเค็มจัด อาหารทอด อาหารหมักดอง อาหารปิ้งย่าง โดยเพราะท่านที่ชอบชวนกันเข้าร้านเนื้อย่าง ไม่ทราบตามข่าวกันบ้างหรือเปล่า พ่อค้าเอาเนื้อไก่ที่เป็นโรค เอาอาหารทะเลที่โสโครก มาล้างขยำๆเครื่องปรุง แล้วก็เอามาให้เราสั่งไปเจี๊ยะล้อมวงกัน มีน้ำเปลี่ยนนิสัยคอยกระตุ้นความคะนอง ก็สวาปามกันไม่บันยะบันยัง

ผงชูรสที่โดนความร้อนตอนย่างเนื้อนี่แหละ

เป็นสารก่อมะเร็งชั้นเยี่ยม

ถ้าบอกแล้วไม่เชื่อ ก็ ตั ว ใ ค ร ตั ว มั น น ะโ ย ม

ห้องไอซียูห้องดับจิตมีเพื่อนไปนอนรอไม่เห็นรึไง!

1. คุณภาพอาหารก็แย่

2. วิธีการปรุงอาหารก็แย่

3. มลพิษลำเลียงเข้าสู่ร่างกายให้ย่ำแย่

4. ไปก่อโรคร้ายภายในจนย่ำแย่

5. ไปสร้างความลำบากให้แก่การรักษาจนแทบแย่

6. ผู้สูงอายุควรหลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ไม่งั้นจะแย่

อวัยวะภายในของคนเราเสื่อมถอยไปตามลำดับ อาหารมักง่ายพวกมาม่า เพลาๆไว้บ้าง ถ้าสกัดกั้นสิ่งไม่ดีเข้าสู่ร่างกาย ก็จะช่วยได้อีกทางหนึ่ง หลังจากนั้นก็ปรับปรุงความประพฤติของตนเอง อย่าประมาทกับชีวิต มุ่งหาเงินเป็นบ้าเป็นหลังเพื่อมาจ่ายค่าโรงพยาบาล จ่ายแล้วสภาพสังขารก็ใช่ว่าจะดีเท่าเดิม ถ้าไม่รักตัวเอง ไม่ดูแลตัวเอง ผู้เชี่ยวชาญเก่งกาจยังไงก็ช่วยไม่ได้หรอก สถิติบอกว่าคนไทยเจ็บป่วยกันทั้งประเทศในอัตราก้าวหน้า

ทุกวันนี้ หมอ พยาบาล นับวันจะหน้ามืด

ต้องสาละวนรักษาคนที่ไม่รักตัวเอง

ญาติพี่น้องก็เดือดร้อนดูแลกันวุ่นวะวุ่นวาย

แทนที่จะได้พากันออกไปพักผ่อนท่องเที่ยวในช่วงหยุดเทศกาลต่างๆ

ก็ยังทำงานบ้าบอ ขยันหาที่ตายผ่อนส่งแท้ๆ

ทำไมไม่ให้เวลากับตัวเองบ้างนะ

ยกเวลาให้กับสิ่งอื่นจนไม่คำนึงถึงคุณภาพชีวิตตนเองเลยหรือ

ถามว่า อะไรสำคัญที่สุดในชีวิตของเธอ

กินเป็น ก็ คิดเป็น

พวกกระเป๋าแบนแฟนทิ้ง มักจะมาจากการใช้จ่าย เรื่องอย่างนี้ก็คงมีทั้งที่เป็นจริง เป็นไปได้ และเฉียดฉิวรอดพ้นหวุดหวิดเพราะสภาพการทางเศรษฐกิจและสังคมทุกวันนี้มันอีหลุบตุบป่องกันเหลือเกิน มีนโยบายมาโอ้โลมไม่เว้นแต่ละวัน โครงสร้างการดำเนินชีวิตมักจะเฮโลไปในทางที่เบี่ยงเบน คิดดูสิเธอ ตอนวัยรุ่นก็ตั้งหน้าตั้งตาเรียน เข้ามหาวิทยาลัยจบออกมา ได้ใบรับรองคุณสมบัติว่ามีวิชาการไปสมัครวิชาชีพ แล้วก็ก้มหน้าก้มตาทำงานตามใบสั่ง

มีเงินเดือนแล้วนี่ ก็จับจ่ายใช้สอยสนุกมือ มีเรื่องอยากมีอยากได้เป็นกะตัก เสื้อผ้า เครื่องประดับเครื่องแต่งตัว อุปกรณ์ทะนุบำรุงกิเลศเอย รถ บ้าน ฯลฯ เมื่อก่อนอาจจะหงุดหงิดที่ยืดเยื้อบ้าง สมัยนี้สามารถเอาเงินในอนาคตมาใช้ได้อย่างสะดวก ในนามบัตรเครดิต กดปุบเงินออกปับอย่างกับเนรมิต เงินออกง่ายยิ่งตายใจง่าย มีคนสารภาพบาปว่าเคยมีบัตรสะดวกจ่ายถึง14ใบ ต้องโยกซ้ายโยกขวา เสียค่าส่วนต่างค่าส่วนเกินเท่าไหร่ก็ไม่สะดุ้งสะท้าน พอถึงวันที่เครดิตช๊อตนี่สิ จะเป็นจะตายเสียให้ได้ ไม่มีกะจิตกะใจจะทำงาน สาละวนอยู่กับหนี้ๆๆ หาทางหนีหาทางผ่อนปรน

เข้าใจไม่ได้หรือไง ว่าบัตรเครดิต มีเงื่อนไขอะไร?

ถ้าใช้ไม่เป็น ใช้ไม่ดี ไม่ชะล่าใจ ก็จะตายใจ

ตายใจเมื่อไหร่ก็ซังกะตายเมื่อนั้น

นึกๆดูแล้วก็แปลก

ที่ทำงานเอาเป็นอาตายนี่ทำให้บัตรเครดิตทั้งนั้น!

แสดงว่าเกิดมาเพื่อทำงานให้คนอื่น รับใช้อะไรก็ไม่รู้

ตกเป็นทาสน้ำเงินจนหัวใจชำรุดและไขว้เขว

ยามมีเงินฟ้าสีทองผ่องอำไพ

ยามถูกยื่นโนติสหนี้ฟ้าบูดเน่าเคล้าน้ำตา

พวกที่ดูถูกดูแคลนวิชาเศรษฐกิจพอเพียง

มักจะประสบเคราะห์กรรมอย่างนี้แหละ

ไหนๆก็ไหนแล้ว ปีใหม่ก็ใกล้เข้ามาแล้ว ผมเห็นว่ามีผู้ชายเจ้าชู้มากเหลือเกิน บางคนเก่งๆก็หากิ๊กมาเปลี่ยนหน้าไม่เว้นแต่ละเดือน แต่หนุ่มเชื้อสายคาสโนวาบางคนก็กระมิดกระเมี้ยน ชอบเล่นบทเจ้าชู้ทางใจ ไม่ค่อยกล้าแสดงออกที่จะบอกรักใครตรงๆ ชอบเก็บงำความต้องการไว้มุมล่างสุดของหัวใจ ทนไม่ไหวก็ฟังเพลง ฝากความคิดถึงปลิวไปในอากาศ ใช้ดนตรีมาบำบัดคลื่นความถี่แห่งรัก บางท่านที่เมียดุคุมเสียอยู่หมัด แบบนี้ก็น่าเห็นใจระคนเวทนายิ่งนัก เพื่อเห็นแก่พระเจ้า..ผมจึงอาสาขอนำเสนอหาภรรยาใหม่ให้ดังนี้

วิธีนี้รับประกันได้100%

ถ้าท่านทำตามเงื่อนไขง่ายๆ

อ้อ!..วิธีนี้นำไปใช้กับการหาสามีใหม่ได้ด้วยนะตัวเอง

ขอให้ตั้งใจปฏิบัติตามอย่างสม่ำเสมอ

ถ้าไม่ได้ผลยินดีให้ยึดน้องเมีย

ขั้นตอนที่ 1 ชวนภรรยาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านการรับประทานอาหาร

ขั้นตอนที่ 2 ชวนภรรยาออกกำลังกาย ยักย้ายส่ายตะโพก อบสมุนไพร

ขั้นตอนที่ 3 ชวนภรรยาสนทนาธรรม อ่านหนังสือที่มีประโยชน์

ขั้นตอนที่ 4 ชวนภรรยาศึกษาหาความรู้ด้านการดูแลสุขภาพ

ขั้นตอนที่ 5 ชวนภรรยาปลูกผักสวนครัว ปลูกไม้ผล ปลูกไม้ยืนต้น

ขั้นตอนที่ 6 ชวนภรรยาพักผ่อน ท่องเที่ยว พบปะเพื่อนฝูง

ขั้นตอนที่ 7 ควรเอาใจ ให้คำชม ชื่นชมสิ่งที่ภรรยาทำ

ขั้นตอนที่ 8 ปรับลุกส์ใหม่ เสื้อผ้าอาภรณ์ เครื่องประดับเล็กๆน้อยๆตามสมควรกับฐานะ

ขั้นตอนที่ 9 ใส่ใจใกล้ชิด เห็นเธอเป็นคู่ชีวิตอย่างทะลุแจ้งแทงตลอด

ภายใน 3 เดือน จะพบว่าภรรยาท่านเป็นคนใหม่ เธอจะดูสดใสแช่มชื่นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ท่านควรให้ความเคารพและความรักภรรยาสม่ำเสมอ สิ่งนี้พ่อยอดชายไม่ได้ลงทุนอะไรเลย คนเราถ้ายอมรับกัน ปรึกษากัน ดูแลเอาใจใส่กัน ชีวิตใหม่ก็เบ่งบาน ความกระตือรือร้นก็เกิดขึ้น ตามอัตราทวีคูณของชีวิตที่มีชีวา

ก่อนนอน จ้องตา แล้วกล่าวคำว่า พี่รักน้องไม่เสื่อมคลาย

ใหม่ๆถ้ายังเหนียมอายก็เดินออกไปข้างบ้าน

แล้วโทรศัพท์ ..บอกเธอว่ามีเรื่องสำคัญจะบอก

ถ้าเธอถามว่า..”พ่ออยู่ไหน? ทำไมต้องโทรคุยด้วย

ท่านก็เดินเข้าไปกระซิบที่หู..”คืนนี้คุณดูดี เท่ สวยจังเลยยย

ขั้ น ต อ น ต่ อ ไ ป ค ง ไ ม่ ต้ อ ง แ น ะ นำ แ ล้ ว ล ะ มั๊ ง..

ถ้าเกิดผลประการใดโปรดรายงานด้วยนะครับ

ตื่ น เ ต้ น ตื่ น เ ต้ น แทนนะสิ อิ อิ


ข้าวหม้อแกงหม้อ

ไม่มีความคิดเห็น โดย sutthinun เมื่อ 27 ธันวาคม 2012 เวลา 2:47 ในหมวดหมู่ สวนป่าฮาเฮ #
อ่าน: 2128

หม้อข้าวหม้อแกง นับเป็นความสุขเล็กๆแต่ปลึ้มมากในช่วงปลายปีนี้ ที่เกิดรายการหม้อข้าวหม้อแกงขึ้นมา อาจารย์กับฤๅษีมาเยี่ยมตามแบบหมู่เฮาชาวอีสาน มีนัดที่จะทำอาหารชวนกันชิมเหมือนทุกครั้ง ผมจึงออกแบบรายการหม้อข้าวหม้อแกง ชวนคุณชายล่วงหน้า ชวนปุ๊บบอกปั๊บว่าจะทอดปลามาร่วม นึกดีใจเงียบๆ ที่รายการหม้อข้าวหม้อแกงครบเครื่องเรื่องคนละหม้อมาดวลกัน

คุณชายทอดปลามาดอลลี่มาจานใหญ่

โฉมยงตำหมากหุ่งจานใหญ่

อาจารย์ทำอาหารไทยแท้สูตรโบราณสมัย ร.5

ผมทำน้ำพริกสดที่คิดค้นสูตรสำหรับกินกับผักสด

นอกจากนั้นก็มีขนมไทยๆที่อาจารย์เอามาฝากกับผลไม้ของสวนป่า กล้วย/มะละกอ แค่นี้อิ่มอร่อยแล้วละครับ บรรยากาศเป็นธรรมชาติมาก คุณชายถือจานปลาทอดมาเป็นคนแรก อาจารย์หันไปเตรียมปรุง..ต้องเอาปลีกล้วยไปเผา หอมกระเทียมพริกย่างไฟให้สุก แล้วเอามาหั่นซอยบางๆ อาจารย์ขอมะนาว-ปลาป่น-และมะเฟือง ที่สวนมีครบเครื่อง มะเฟืองหล่นเหลืองเกลื่อนหน้าบ้าน เมื่อเตรียมเครื่องครบแล้วก็จัดลงหม้อตั้งไฟ พอสุกหอมฉุยก็ตักเสริฟ์

ผมเตรียมปรุงน้ำพริกสูตรใหม่ เดินไปผักสด คะน้า ดอกชมจันทร์ ดอกอัญชัน มะเขือกรอบ ยอดชะพลู ยอดพลูคาว พริกไทยสด มะกรูด มาล้างจัดลงจาน แล้วหันมาหั่นหอมหัวใหญ่-พริกหอม-ขิง-ชิ้นเล็กๆ เด็ดเม็ดพริกไทยลงถ้วย บีบน้ำมะกรูด เอาน้ำปู๋ผสมลงไป1ช้อนโต๊ะ เติมเกลือนิดหน่อยแล้วชิม รสกลมกล่อมก็ใช้ได้

จุดพิเศษ อยู่ที่ต้องการนำเสนอวิธีกินใบชะพลูกับใบพลูคาว ผัก2ชนิดนี้มีกลิ่นเฉพาะตัว ถ้าคนที่ไม่คุ้นชินจะรับประทานยาก โดยเฉพาะพลูคาว อาจจะรู้ถึงรสขื่นคาว พอเอาผัก2ชนิดนี้มาซ้อนกันพับเป็นกรวยเล็กๆ แล้วตักน้ำพริกหยอดลงไป พับม้วนแล้วเปิบ..จะได้รสผักอร่อยไปอีกแบบหนึ่ง นอกจะไม่มีกลิ่นฉุนแล้ว ยังรู้ได้ถึงรสผักอร่อยอย่างเหลือเชื่อ พลูคาวมีคุณสมบัติที่เป็นประโยชน์มาก ถ้าชอบและรับประทานประจำสุขภาพจะดี อันที่จริงถ้าปลูกผักแล้วรับประทานสดได้ก็ดีทั้งนั้นละครับ

เมื่อจัดอาหารมาวางเรียงล่ายซ่ายบนโต๊ะยาวบนลานใต้ร่มไม้ใบบัง กินกันไปคุยกันไป อาหารอร่อยเกลี้ยงจาน ปลาทอดเนยคุณชายอร่อยใช้ได้ แอบซุ่มทำอาหารอย่านี้เอง.. ต่อไปจะมีเมนูเด็ดอะไรมาโชว์อีก ..ส่วนอาหารเมนูพิเศษ อาจารย์เล่าว่าอาหารหม้อนี้เป็นสูตรโบราณ มีประวัติว่านิยมทำกันในวังสมัยพระพุทธเจ้าหลวง คุณชายและใครๆรับรองความอร่อย รสของมะเฟืองเข้ากับปลีกล้วยเผาได้อย่างกลมกล่อม แม่ครัวสมัยก่อนรู้วิธีเอาผักผลไม้นาๆชนิดมาปรุงอาหารลงตัวได้อย่างเหลือเชื่อ ผมได้วิธีเอามะเฟื่องมาปรุงอาหารอีกอย่างหนึ่ง เมนูหม้อนี้มีชื่อว่า แกงนอกหม้อ เออ..ทำไม่ถึงชื่ออย่างนี้ก็ไม่ทราบ ถ้ามีเครื่องครบก็ลองทำชิมนะครับ

เป็นการฉลองเล็กๆที่อิ่มท้องอิ่มใจ

กินอาหารถูกใจ คุยกันถูกคอ

ความสุขจะไปไหนเสีย

วิธีง่ายๆสบายๆอย่างนี้ละครับ

บางคนก็หายาก บางคนก็หาไม่ได้ บางคนก็หาไม่เจอ

ยังไม่รู้วิธีที่จะใช้ความรักให้เป็นประโยชน์

ปี ใ ห ม่ นี้ จึ ง ข อ เ อ า ใ จ ช่ ว ย เ ต็ ม ที่

ขอให้พบความดีงามและความงดงามทั้งกายใจนะคุณเธอทั้งหลาย

*** ฝากข่าวถึงวิทยากรชาวเฮ

คณะแพทย์ศาสตร์จุฬาฯ จะนำนักศึกษามาออกค่ายที่สวนป่า 45 ชีวิตออกเดินทางมาถึงเที่ยงคืนวันที่ 3 พฤษภาคม 2556 อยู่ทำกิจกรรมวันที่ 4-5-6 พฤษภาคม 2556 โปรดกรุณาจัดคิวได้แล้วนะครับ หนูจู น้าอึ่งอ๊อบ เตรียมวางแผนชิ่งและเก็บเสื้อผ้าใส่ประเป๋าก็ได้เลย คุณหมอจอมป่วน อุ้ย ครูอึ่งครูอาราม เคลียคิวไว้แต่เนิ่น

คุณหมอจอมป่วน อ ย่ า เ พิ่ ง ไ ป โ ม้ ต่ า ง ป ร ะ เ ท ศ ใ น ช่ ว ง นี้ น ะ ค รั บ อิ อิ


บ่ายนี้มีรอยยิ้ม

อ่าน: 1747

“อยากจะเจาะกลางใจใส่คำพร

มาอ้อนวอนคนดีบ่ายนี้หน่อย

หาสว่านไม่เจอต้องเก้อคอย

จึงต้องลอยคำหวานมาซานซบ”

อยู่บ้านป่าไม่รู้ว่าจะไปฉลองคริสต์มาสกับใคร จึงชวนโฉมยงทำกับข้าวเจี๊ยะกัน2คน หลังจากนั้นก็เอา ส.ค.ส.ของท่านที่รักทั้งหลายทยอยส่งมา แล้วเปิดFB.ก็มีผู้ที่อุปการะความรักส่งสารมาทักทาย พระอาจารย์ไร้กรอบ ดร.วรภัทร ภูเจริญ ส่งคริปอวยพระน่ารักมาก ญาติทางไกลส่งภาพสวยๆมาให้คิดถึง จงเป็นสุขๆทั่วหน้ากันเถิดนะคนดี ขอให้ปีที่จะมาเยือนเป็นปีที่อุ่นอกอุ่นใจ ทำอะไรก็โชติช่วงชัลวาลย์ กิจการงานก็พุ่งพรวดพราด เงินทองมิได้ขาดกระเป๋า ความรักเข้ามามิขาดสาย ต่อสายป่านสติปัญญาไปรอบโลก เพี๊ยงๆๆ และเพี๊ยง!

ช่วงสายๆ..ดูทีวี เห็นประธานาธิบดีโอบามา ฉลองกับประชากรทั้งประเทศ เขาเอากวางเรนเดียร์ตัวเป็นๆมาโชว์ด้วย อเมริกันชนยิ้มย่องผ่องใสกันหน้าบาน นับเป็นนิมิตรหมายที่ดีหลังจากข่าวโลกแตกผ่านไป รอยยิ้มแตกกระจายแทนไปทั้งโลกใบนี้ ถ้าประชากรโลก..ช่วยกันสร้างสันติสุขทั่วหน้า พากันเชื่อมรักฉลองไมตรีกันดั่งเทศกาลในวันนี้ มนุษยชาติก็จะผาสุกร่วมกัน

วันอันเป็นมงคลอย่างนี้ ก็มานั่งนึกว่าจะทำอะไรดี ..เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ปลูกองุ่น 1 ต้น ปลูกกาแฟ 1 ต้น อยากจะปลูกกุหลาบไว้แจกคนสวยก็ไม่มีต้นพันธุ์ โครงการปลูกต้นรักจึงชะลอไว้ก่อน ฉวยตะกร้ากับมีดไปตัดกล้วยหอมมา2หวี ไปเก็บมะละกอฮอลแลนด์มา4-5ลูก พรุ่งนี้จะมีอาจารย์ที่เคารพรัก จะมาฉลองมื้อเที่ยงด้วย มนนพน้อยที่มาจากบางกอกขอปิ้งลูกชิ้น พวกเราคนโตถอยห่างเนื้อสัตว์ กะจะทำอาหารมังสวิรัติแทน

พรุ่งนี้คงได้โชว์ฝีมือเคาะกระทะ

ผลเป็นประการใดจะรายงานอีกครั้งนะคนสวย อิ อิ


คำขอของแผ่นติน

ไม่มีความคิดเห็น โดย sutthinun เมื่อ 6 พฤศจิกายน 2012 เวลา 7:26 ในหมวดหมู่ สวนป่าฮาเฮ #
อ่าน: 3668

ตอนที่ 2

จากบทสรุปของพวกเรา หลายท่านเห็นตรงกันว่านักศึกษาควรจะได้ฝึกปฏิบัติมากกว่านี้ ช่วงที่มาอยู่ที่น่าน3ปี ทางศูนย์ฯควรจะหาที่ดินให้ฝึกปฏิบัติคนละ 2-5ไร่ เพื่อเอาวิชาความรู้ที่เล่าเรียนมาฝังลงหลุมแล้วให้ผลิผลิตผลทางวิชาการออกมาเห็นเป็นรูปธรรม นั่นก็หมายความว่านิสิตแต่ละคนจะได้เรียนเชิงประจักษ์ ได้เพาะปลูกได้เลี้ยงสัตว์ได้ปลูกต้นไม้ด้วยมือตนเองจนครบวงจร เพื่อให้ตระหนักว่าทรัพยากรธรรมชาตินั้นสำคัญต่อมวลมนุษย์อย่างไร?

คณะชาวเฮอยากเห็น..แปลงเรียนรู้ของนิสิตแต่ละคน ยามใดที่มีการจัดงาน เจ้าของผลิตผลจะได้นำมาผลิตมาทำเลี้ยงดูแขกเหรื่อ ในยามปกติก็จะนิสิตก็จะได้บริโภคอาหารของตนเอง เป็นการซึมซับจิตวิญญาณของธรรมชาติ เรียนรู้การใช้วิถีชีวิตเกษตรกรพันธุ์ใหม่อย่างเข้มข้น จะได้มีความเพิ่มทักษะการเกษตรอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อไปผ่องถ่ายให้กับครอบครัวยามที่กลับไปพัฒนาบ้านเกิด

บั ณ ฑิ ต ส า ย พั น ธุ์ ข้ า ว ก ล่ อ ง มั น จั ก ก ะ จี้ น ะ ข อ รั บ .

บัณฑิตย้อมผมสีแดงแช๊ด ก็จักกะจี้ ครับผ๊ม!

คุณหมอจอมป่วนให้ความเห็นว่า..คนไหนที่ชอบการจัดการ การแปรรูปต่างๆ ก็เข้าไปร่วมมือกับกลุ่มแม่บ้าน กลุ่มวิสาหกิจชุมชน ศูนย์เรียนรู้ต่างๆ ไปเอาโจทย์มาจากชนบท เข้ามาวิเคราะห์และใคร่ครวญว่าจะใช้วิชาความรู้แปลงและแปรรูปวัตถุดิบในชุมชนให้มีมูลค่าและคุณค่าเพิ่มขึ้นอย่างไรได้บ้าง อย่าไปมองแต่โครงการใหญ่ๆ เรื่องแบกะดินนี่แหละเหมาะที่จะปูพื้นฐานให้นักก่อการการเกษตรมือใหม่ยิ่งนัก ควรมองเรื่องใกล้ตัวให้ทะลุ แล้วจะรู้ว่ามีเรื่องที่น่าเข้าไปตะลุมบอลมากนัก ที่สำคัญนิสิตจะได้รู้เห็นข้อมูลภาคการผลิตระดับในชุมชนอย่างถ่องแท้

จะไปพัฒนาชุมชนก็ต้องคลุกอยู่กับชุมชนสิครับ

เข้าไปปิดประตูตีแมวเลย

การปลูกฝังวิชาการเกษตรที่ทรงพลัง..ควรจะผ่านการลองผิดลองถูก

ได้ศึกษาวิเคราะห์ปัญหา เอาปัญหามาตีแตก

ประยุกต์วิชาความรู้เข้ากับเทคโนโลยีและอัตลักษณ์ของพื้นถิ่นตนเอง

ถ้าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จะมอบคืนลูกหลานสายพันธุ์เกษตรแนวใหม่คืนให้แก่แผ่นดิน เพื่อเป็นของขวัญที่ชาวจุฬาจะตอบแทนประเทศชาติ ประชาชนคนไทยต้องการได้เห็นของขวัญดังกล่าวนี้ ซึ่งมันควรจะแตกต่างทั้งตัวทรัพยากรบุคคล ความรู้ความคิดความสามารถผสานความเข้าใจให้เป็นความเข้าใจ การไปอยู่อาศัยในชนบทนั้นมันไม่ยากจนดิ้นล้มดิ้นตายอะไรหรอก ผืนแผ่นดินไทย/สังคมชนบทไทยไม่ได้เสียหายจนใครไปอยู่ไม่ได้ ชนบททุกวันนี้มีอินเตอร์เน็ท-ไฟฟ้า-ประปา-ถนนคอนกรีต-โทรศัพท์-โทรทัศน์-วิทยุ-แม้กระทั้งร้านเซเว่นก็มีให้เธอเปิดแข่งขัน ทุกอย่างขึ้นกับการเตรียมความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจให้ตระหนักถึงความงดงามและความดีงามของชนบท

มันดีเท่าไหร่แล้วที่ได้กลับมาอยู่เลี้ยงดูพ่อแม่

ได้โผกลับมาทำงานในถิ่นเกิดที่เคยวิ่งเล่นสมัยเป็นเด็กๆ

เ ลิ ก เ ป็ น บั ณ ฑิ ต เ น ร คุ ณ กั น เ ถิ ด

รักบ้านเกิด กลับถิ่นเกิด ทำหน้าที่ลูกหลานไทยที่เปี่ยมสำนึกดี

นอกจากกัดไม่ปล่อยแล้ว เธอควรกอดไม่ปล่อยอีกด้วย

ถามตัวเองให้ชัด เจ้าเป็นไผ

ทำไมถึงรู้สึกนึกคิด จึงเห็นดีเห็นงามกับการทิ้งถิ่น

คนเรานะเธอ..ถ้าดีจริง..ตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้หรอก

เธอกลัวทำไม? ถ้าภูมิรู้ภูมิธรรมของเธอเป็นของจริง อยู่กับความจริง ผิดก็ได้เรียน ถูกก็ได้เรียน ทำเรื่องธรรมดาให้เป็นเรื่องพิเศษ เรียนรู้วิธีทำงานบนฐานความไม่พร้อม เกษตรกรก็เหมือนผัก มีหลายสายพันธุ์ แล้วแต่จะเลือกเฟ้นมุ่งไปทางด้านไหนอย่างไร? การเรียนรู้ไม่มีวันจบ ถ้าเธอเป็นผู้เรียน ชีวิตเธอจะสนุกและบรรเจิดมากกับที่ได้ออกมาใช้ชีวิตในท้องฟ้ากว้าง

พ่อแม่พี่ป้าน้าอาต่างก็เป็นต้นทุนที่ชัดเจนอยู่แล้ว เธอก็เรียนวิชาความรู้ไปแล้วนี่ ถ้ากลับไปอยู่บ้านสร้างอาชีพการงานให้ดีขึ้นไม่ได้ก็นับว่าประหลาดแล้วละ คนรุ่นเก่าเขาไม้ได้ฝึกหัดฝึกฝนอะไรอย่างเป็นระบบเหมือนเธอ เขายังทำไร่ทำนาส่งเธอมาเรียนได้..ทุกอย่างที่มีอยู่แล้วเป็นทุนทรัพย์มหาศาล รอให้เธอได้เข้าไปพัฒนาการ ใช้วิชาความรู้ได้อย่างสนุก มด ปลวก แมลง นก ไม่ได้เข้ามหาวิทยาลัยที่ไหน มันยังสร้างที่อยู่อาศัยใช้ชีวิตได้อย่างธรรมชาติได้ ทางคณาจารย์ก็พร้อมที่จะสนับสนุนอยู่แล้ว นับเป็นโอกาสทองของชีวิตที่หาไม่ได้อีกแล้ว

อย่าไปสนใจแสงสีในบางกอกนักเลย

กรุงเทพฯนับวันจะเน่าและเละเทะ

ไปไหนเห็นแต่รถติด นั่งอุดอู้อยู่ภายใต้การบังคับของไฟเขียวไฟแดง

ใช้ชีวิตเหมือนเต่า..ไปไหนมาไหนคลานไปทีละกระดึบๆๆ

คนกรุงถูกมัดตราสังด้วยความเจริญจอมปลอมและแถกเถื่อน

กลับบ้านเรา..รักรออยู่

เธอเข้าใจไหม? ความหวังใหม่ของชาติมันยิ่งใหญ่อลังการประมาณไหน เทียบไม่ได้หรอกกับการที่เธอเรียนเพื่อไปเป็นลูกกระจ๊อกในโรงงานต่างๆ ถ้าจะมาเรียนเพื่อไปเป็นบัณฑิตโหลๆเหมือนคนอื่น นับว่าน่าเสียดายโอกาสทองชีวิตนัก เธอจะไปเพิ่มอัตราโหลๆทำไมเล่า ลุกขึ้นอย่างทระนง ประกาศความเป็นลูกจุฬาฯสายพันธุ์หัวเสริมใยเหล็ก

ที่ผ่านมา ทุกสถาบันมุ่งผลิตบัณฑิตทิ้งถิ่น ถ้าจุฬาฯสามารถผลิตบัณฑิตคืนถิ่นได้ย่อมเป็นคุณแก่แผ่นดินนี้อเนกอนันต์ ประเด็นที่เราได้รับคำถามจากบัณฑิตที่น่าพิจารณาอย่างยิ่งก็คือ ความตระหนก..ไม่มั่นใจที่จะกลับไปพัฒนาบ้านเกิด ยังไม่ทราบว่าจะเอาอะไรไปต้นต้นที่บ้านเกิด เ รื่ อ ง นี้ ถื อ เ ป็ น สิ่ ง ป ก ติ ตราบใดที่เรายังไม่ได้ให้นักศึกษาฝึกงานอย่างเข้มข้น สถาบันยังไม่มีพื้นที่แบ่งให้นิสิตรับผิดชอบทำการเกษตรประณีต จัดให้มีที่พำนักอยู่อาศัยในแปลงเกษตรของตนเอง ทำการเพาะปลูก/เลี้ยงสัตว์ในระดับบ่มเพาะวิชาการ+วิชาชีพ ผ่านงานการปฏิบัติ

สิ่งใดก็ตามถ้าผ่านมือย่อมผ่านใจเข้าไปเพาะความตระหนัก

การที่วิพุทธิยาจารย์มาเล่าประสบการณ์ให้ฟังถือเป็นแรงบันดานใจที่ดี

แต่ถ้าไม่มีกิจกรรมมารองรับทุกอย่างจะกลายเป็นไฟไหมฟางได้

การเรียนวิถีเกษตรนั้นต้องลงทุนด้วยหยาดเหงื่อแรงงาน ควรเรียนรู้เรื่องกิจกรรมก่อนที่จะผันผ่านไปเป็นกิจการ ไม่อย่างนั้นเราจะได้แต่บัณฑิตที่เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ ไม่มีพลังกายพลังใจพอที่จะยืนหยัดพิสูจน์ความสามารถของตนเองได้ สุดท้ายก็ผลิตบัณฑิตที่ไม่สามารถ

ปลดครุยลงลุยโคลนได้

ถ้าเป็นพันธกิจของมหาวิทยาลัยแห่งอื่น ผมอาจจะไม่มั่นอกมั่นใจอะไร แต่สำหรับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่มีท่านอาจารย์อรรณพและคณะที่หัวใจเต็มร้อย ยึดคติ “กัดไม่ปล่อย” หัวใจเสริมใยเหล็กกันทั้งนั้น ด้วยบารมี เกียรติภูมิ และความพร้อมของจุฬาฯ ลูกศิษย์ลูกหาเต็มบ้านเต็มเอง เครดิตและแนวร่วมก็มีมหาศาล .จุฬาฯทำได้อยู่แล้วละครับ

การส่งมอบของขวัญให้แก่ประเทศชาติในวาระทองของจุฬาฯ

ของขวัญที่ประเทศนี้รอคอยมานานนับ100ปี ใน พ..2560

ยังมีเวลาลุ้นกันอย่างเต็มที่

คงไม่มีเหตุผลที่จุฬาฯจะมาสร้างหลักสูตรผลิตบัณฑิตขึ้นมาเพื่อลอยเพสังคม ไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับสังคม โดยเฉพาะการผลิตบัณฑิตทางการเกษตรที่ใจร้ายใจดำไม่แยแสที่จะเอาความรู้ไปอุ้มชูสังคมและทดทนบุญคุณพ่อแม่ที่แก่เฒ่า เฝ้าเลี้ยงดูบุตรหลานตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย ทนทุกข์ทนสู้ความเหนื่อยยากเพื่อจะให้ลูกกลับมาอยู่ด้วยในยามเฒ่าชรา มารับไม้ต่อ เอาวิชาความรู้มาปรับปรุงบ้านเกิดให้เจริญก้าวหน้าพอที่จะอยู่กับยุคสมัยเขาได้ ช่วยให้ครอบครัวและชาติตระกูลได้ทำหน้าที่ผดุงโลกใบนี้ไว้ด้วยระบบการเกษตรที่ไม่ปีนเกลียวกับธรรมชาติ

บัณฑิตทางการเกษตรทิ้งถิ่นนับแสนคนมาแล้ว สงสัยว่าไปเรียนวิชาหัวใจพลาสติกมารึไร ทำไมจึงมีอคติต่อชาติภูมิของตนเอง นอกจากไม่ดูดำดูดีแล้ว บางคนยังร่วมมือคนอื่นเอาเปรียบภาคการเกษตรของบรรพบุรุษอีกแน๊ะ ถ้าเป็นภาษา”ลูกลูกทุ่ง” เขาเรียกว่า “พวกเลี้ยงเปลืองข้าวสุก”

ผันตัวเองไปเป็นพวกวัวลืมตีน

ผันตัวเองไปเป็นคนใจไม้ไส้ระกำกับบ้านเกิด

ผันตัวเองไปเป็นหมาหลงอยู่บนทางด่วน

ปัญหา สถาบันการศึกษาสอนวิชาทิ้งถิ่นอย่างบ้าเลือด ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยๆแล้วนะครับ ชนบทล่มสลาย วิถีชุมชนพ่ายแพ้กระแสเถื่อน ก็เพราะคนรุ่นหลังไม่ได้ทำหน้าที่สืบทอดอนาคตของชนบทนั่นเอง เรื่องนี้จะโทษเด็กอย่างเดียวไม่ได้หรอก ในเมื่อสถาบันการศึกษามุ่งเน้นเอาลูกหลานเขาไปครอบวิชา”รับใช้คนอื่น” นโยบายทุกรัฐบาลก็เป็นส่วนสำคัญ ที่มีวิสัยทัศน์สุดโต้งไปทางภาคอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่เราแทบไม่มีต้นทุนทางด้านเทคโนโลยีและวิชาการเท่าที่ควร ต้องนำเข้าทุน นำเข้าความรู้ นำเข้าเทคโนโลยี นำเข้ามลภาวะมลพิษที่อันตราย สร้างความวิบัติและความหายนะอย่างน่าสะพรึงกลัว พวกขาใหญ่และเสียงดังเหล่านี้ นำพาชาติไปสู่หลุมดำ ทำให้สังคมของประเทศทุพลภาพ ทรัพยากรเสียหายยับเยินเพราะเอามาอุดหนุนให้เกิดอุตสาหกรรมที่ซ่อนเร้นความแถกเถื่อน

ภาคอุสาหกรรมดูก้าวหน้านำพาความเจริญมาให้

แ ต่ ทำ ไ ม สภาพของสังคมนับวันจะแตกแยกเสื่อมโทรมละครับ

ผู้คนในภาคเกษตรอ่อนแออ่อนไหวไม่สามารถพึ่งตนเองได้

ต้องอาศัยแบมือขอความช่วยเหลือภายนอกเหมือนเปรตขอส่วนบุญ

ภาคการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ซึ่งควรจะเป็นวินัยและเข็มทิศชี้ทางที่ถูกต้องให้กับอนาคตของชาติ ก็ไม่ทราบว่าชี้โบ้ชี้เบ้ไปทางไหน? ทำไมผู้คนในชาติถึงไร้สำนึกและขาดความรับผิดชอบต่อบ้านเกิดเมืองนอนขนาดนี้ เราพัฒนาชาติกันอย่างไรละครับ กิเลศและอำนาจเถื่อนมันจึงเฟื่องฟูจนยากจะกำกับดูแลได้

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นเสาหลักของแผ่นดินนี้ ผลิตคนดีมีความสามารถมารับใช้ประเทศชาติบ้านเมืองหลากหลายสาขาอาชีพนับล้านคน ประชาคมของจุฬาฯ พลังของจุฬาฯไปซุกอยู่แห่งหนไหนหนอ ทำไมคนไทยในชนบทจึงยักแย่ยักยันอยู่อย่างนี้ หรือว่าคณะวิชาที่สอนๆอยู่นั้นขาดตกบกพร่องในบางประการ!

· เราลืมเปิดสอนภาควิชา รักชาติบ้านเมือง

· เราลืมเปิดสอนภาควิชา รับผิดชอบต่อบ้านเมือง

· เราลืมเปิดสอนภาควิชา กอบกู้วิกฤตบ้านเมือง

ช่วงท้ายของการตอบ-ถามปัญหา นักศึกษาได้ลุกจากเก้าอี้ ออกไปยืนล้อมวงกลม ให้คณะวิพุทธิยาจารย์เข้าไปอยู่เป็นไขแดง หลังจากนั้นเสียงแจ้วเจื้อยก็ดังขึ้น เนื้อร้องรำพันพึงถึงเจตนารมณ์ของบัณฑิตรุ่นแรก ที่ช่วยกันแต่งเพลงนี้ขึ้นมา. ฟังดูสิครับ

. เพลง’.กล้าดินผลิใบ

..จากบ้านนาแสนไกลสู่รั้วจามจุรีที่ยิ่งใหญ่

มาตั้งใจเรียนรู้วิธีจัดการ บริหารวิชาเกษตร

ด้วยอดทนและตั้งใจ เพื่อกลับไป ไปพัฒนาบ้านเรา

หลายคนบอกไม่ก้าวหน้า ไม่มีความมั่นคง

แต่เราทุกคนตั้งใจ ใช้ความรู้ฟื้นฟูแผ่นดิน

ให้กล้าดินของเราผลิใบ เกษตรไทยสักวันต้องนำชัยมา

สังคมเกษตรกรรมต้องการคนรู้คนเก่ง มาเป็นผู้นำและแก้ไข

ใช้ความรู้ ใช้ความมุ่งมั่น ใช้กำลังและความอดทน

เป็นสังคมเกษตรที่พัฒนา เมื่อกล้าดินของเราผลิใบ

ไม่นานก็จะออกผล เป็นสังคมเกษตรที่พัฒนา

ให้ชาติไทยก้าวไกล ก้าวไปก้าวหน้า

จะตั้งใจ เกษตรไทยต้องพัฒนา

ทำเพลงนี้ให้เป็นจริง ก็โย้นๆแล้วละครับ

จ ะ มี ข อ ง ข วั ญ อ ะ ไ ร ใ น โ ล ก หล้า

ที่ดีกว่าบัณฑิตจุฬาฯส า ย พั น ธุ์ใ ห ม่



Main: 0.070136070251465 sec
Sidebar: 0.052114963531494 sec