วิจัยใต้ได้ความรู้ความคิดความประทับใจ

อ่าน: 1981

(คนใต้น่ารัก วิถีใต้น่าสนใจ วิสัยทัศน์ใต้รอวันโชติช่วง)

นับเป็นวาสนาที่ได้มางานนี้ ได้เรียนรู้ได้ประโยชน์มหาศาล เสียดายแทนอาจารย์และนักศึกษาใต้ที่ไม่ได้มาชมงาน มีสิ่งดีๆจากนักวิจัยหลายสำนัก ทั้งผลงานและตัวผู้วิจัยตัวเป็นๆเดินขวักไขว้ไม่รู้กี่ร้อยชีวิต รอให้สอบถามรายละเอียด อาคารห้องประชุมใหญ่ของมอ.ใหญ่สมชื่่อ รองรับคนประชุมได้นับพันคน ทราบว่าครั้งแรกจะจัดงานที่โรงแรมเจบีหาดใหญ่ บังเอิญว่าเป็นช่วงผ่องถ่ายผู้บริหารโรงแรมกระทันหัน งานวิจัยนานาชาติคราวนี้จึงย้ายมาจัดที่นี่แทน คนลงทะเบียนก็ไม่น้อย แต่สถานที่โอราฬเหลือเกิน สิ้นเปลืองพลังไฟฟ้าเปิดแอร์คอนดิชั่น โดยภาพรวมแล้วถือว่าดี

(บอร์ดวิจัยและนิทรรศการวิจัย)

ถ้าจัดงานในห้องเล็กกว่านี้ หรือจัดงานที่มหาวิทยาลัยทักษิณ นิสิตนักศึกษาจะได้มาชมนิทรรศการ มาฟังการบรรยายสะดวก ก า ร ส ร้ า ง บ ร ร ย า ก า ศ แ ห่ ง ก า ร เ รี ย น รู้ เ ชิ ง วิ จั ย  ไม่ใช่จะจัดกันได้ง่ายๆ งานนี้ผู้รับผิดชอบทุ่มเททำงานจนซี่โครงบานกันทุกคน ชาวมหาวิทยาลัยควรได้เก็บเกี่ยวความรู้ให้มากที่สุด อย่างน้อยอาจารย์ควรชี้ชวนให้นักศึกษามาชมโน่นนี่..ก็ดีกว่าที่จะทำไม่รู้ไม่ชี้ไม่เกี่ยว ถ้ารีๆรอๆ..ช้าๆได้พร้าเล่มงาม..เมื่อไหร่นักศึกษาจะได้รับโอกาส ถ้าเรามองเห็นเป็นโอกาสแล้วยื่นโอกาสนี้..ไม่ว่าจะเป็นนักศึกษาคณะไหนปีอะไรก็ควรได้เกร่ดูงานจะดีไหมละครับ เราลงทุนจัดงานด้วยความเหนื่อยยาก ถ้าชาวประชาคมมหาวิทยาลัยไม่ลงเรือลำเดียวกันก็น่าเสียดาย เรื่องนี้สังเกตุเห็นกับมหาวิทยาลัยแทบทุกแห่ง อาจารย์มักมีความคิด เรื่องนี้ไม่ใช่หน้าที่ๆที่ได้มอบหมายไม่เกี่ยวข้องโดยตรง ก็ตูดโด่งไปไหนๆก็ไม่รู้ เราจะรีรอ-สอน-เสริม-สอดใส้ความคิด-ความรู้ตอนไหนละครับ งานวิจัยเหลือคณามายืนอยู่ต่อหน้าต่อตา อาจารย์แต่ละภาควิชา นักศึกษาแต่ละคณะ ควรจะเรียนรู้วิธีเดินออกมาหาความรู้เสียบ้าง มาสร้างบรรยากาศร่วม….

ไม่ใช่อะไรหรอกผมจะอยากรู้จักม.ทักษิณนะคร๊าบบบ

มาทักษิณ..ไปไม่ถึงมหาวิทยาลัยทักษิณ

มันขาดทุนโอกาสนะขอรับ..

วันที่ 25 รถมารับออกจากโรงแรมลีการ์เด็นท์ช่วงเช้า ไปถึงสถานที่จัดงานอลังการณ์ด้วยกลิ่นไอวัฒนธรรมใต้ บอร์ดแสดงต่างๆเรียงล่ายซ่ายด้านข้างผนังห้องโถง มีหัวข้อดีๆน่าสนใจทั้งนั้น มี เ รื่ อ ง ห นึ่ ง ที่ โ ด น ใ จ ม า ก จัดแสดงเรื่องการตอนไก่คอล่อน วิจัยกันตั้งแต่การเพาะเลี้ยง การเพิ่มมูลค่าด้วยการตอน -แสดงการตอนแบบผ่าข้าง -แบบใช้ฮอร์โมนฝังหัว -แบบเอาผงกราวเครือขาวผสมให้ไก่กิน1เดือน ไก่ก็จะอ้วนท้วนลงพุงด้วยสารฮอร์โมนธรรมชาติ ซึ่งน่าจะเป็นวิธีที่ง่ายและสะดวกสบายในการเพิ่มเนื้อหนังให้ไก่

ผมชอบงานวิจัยเรื่องนี้มาก

มองหาเจ้าตัวนักวิจัยไม่เจอ

เพราะแนวคิดนี้มาตรงกับที่ผมจะเอาผงคราวเครือขาวให้วัวกิน

ถ้าไม่ได้มางานนี้..ให้สารกราวเครือเปะปะ..

วัวอาจจะเป็นหมันทั้งฝูงก็ได้

ผู้ประสานงานชวนไปนั่งห้องรับรอง เจอพระอาจารย์ใหญ่ของผม ศ.นพ.วิจารณ์ พานิชย์ นายกสภา ศ.จรัญ จันทลักขณา อาจารย์ผู้อาวุโสท่านอื่น พ่อประยงค์ รณรงค์ ปราชญ์ไม้เรียงเจ้าของแมกไซไซ คุณประพจน์ ภู่ทองคำ แห่งรายการเวทีชาวบ้าน ผู้ดำเนินรายการให้เรา ท่านอธิการบดีบอกเล่าเก้าสิบว่าเป็นคนอุบลราชธานี  ท่านนายกสภาเขียนหนังสือเก่งมาก เดินมามอบหนังสือ“เรื่องปรัชญญาชีวิต ชวนคิดชวนขัน” นอกจากนั้นยังได้รับเอกสารที่เป็นบทคัดย่อของเครือข่ายวิจัยจากทุกสำนัก ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อผมอย่างมาก ที่จะได้ค้นงานวิจัยทั้งหมดนี้ เดินหน้าไปถึงไหน เกี่ยวข้องกับกรณีใดบ้าง กับการพัฒนาชาติไทย จึงต้องตั้งใจอ่านและอ่าน..

สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

จะจัดประชุมใหญ่สรุปแผนประจำปี

ในวันที่ 7 มิถุนายน ที่เมืองทองธานี

ผมได้รับหมายเกณฑ์ให้ไปเสนอเชิงงานนโยบายระดับรากหญ้า

มีกรณีไหนบ้าง..จะช่วยเกษตรกรลืมตาอ้าปากได้

ส่วนหนึ่งก็จะเก็บเกี่ยวสิ่งพิเศษๆจากบทคัดย่อในงานวิจัยคราวนี้ไปโม้ต่อ

บรรยากาศเปิดงาน“วิถีคน วิถีชุมชน วิถีแห่งปัญญา” คึกคักมาก เริ่มรายการด้วยการแจกรางวัลให้นักวิจัยดีเด่น ต่อด้วยท่านอาจารย์ใหญ่ นพ.พิจารย์ พานิช บรรยายพิเศษ”วิถีปัญญา พัฒนาชุมชน” พระอาจารย์ใหญ่สอดแทรกเรื่องการจัดการความรู้เป็นระยะๆ หยอดกำลังใจกำลังความคิด ชวนให้ตั้งสติตั้งใจ ว่าจะช่วยกันสร้างสังคมอุดมปัญญาให้สถานศึกษาก้าวหน้าด้วยวิธีใด ผมเสียดายแทนอาจารย์ที่ไม่ได้มารับฟัง ไม่มีใครเป็นพหูสูตรโดยอัตโนมัติหรอกนะครับ ไม่เห็น-ไม่ได้ยิน-ไม่ได้อ่าน-ไม่ค้นคว้า-ไม่สนทนา-ไม่ก้าวขาพาใจออกมาแสวงความรู้ -ไม่ ม า ดู ว่ า ค ว า ม รู้ ใ ห ม่ ไ ล่ บี้ ค ว า ม รู้ เ ก่ า อ ย่ า ง ไ ร ?  เราก็จะจนใจจนความรู้ความคิดใหม่ๆ แบ๊ะๆอยู่กับความรู้เก่า ผลลัพธ์เก่าๆ จะเอาดีได้จะได๋..

ผมบอกเล่าถึงผลการปั้นลูกศิษย์ของมหาวิทยาลัยทักษิณ

เครื่องสับกิ่งไม้ที่เห็นบนจอนั้น..

เกิดจากน้ำพักน้ำแรงบัณฑิตที่จบจากที่นี่เขียนหนังสือจำหน่าย

แล้วรวบรวมเงินซื้อเครื่องให้มหาชีวาลัยอีสาน

ความจริงเชิงประจักษ์นี้อธิบายว่าบัณฑิตคุณภาพคับแก้วจริงๆ

ได้รับเสียงปรมมือกราว ..

หลังจากอิ่มอร่อยจากอาหารกลางวันแล้ว เป็นรายการเสวนาเรื่อง” วิถีคน วิถีชุมชน วิถีปัญญา” ผู้ร่วมวงมี ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช พ่อประยงค์ รณรงค์ ขะน้อยเอง คุณประพจน์ ภู่ทองคำ ผู้คร่ำหวอดกับการจัดรายการเสวนาบนเวทีและรายการทีวีมาอย่างโชกโชน ผมถามว่า..เรามีเวลาเท่าไหร่..เขายกเวทีและเวลาให้ทั้งบ่าย 4 ชั่วโมงเต็ม แต่..มองไปแล้วเห็นกลุ่มผู้สนใจไม่มากนั้น จึงใจแป้วที่จะสนทนา ..เสียดายโอกาสดีๆอย่างนี้สุดจิตสุดใจ เพราะไปเวทีไหนเขาก็จะให้เวลา 20-30 นาที อ้าปาก2ทีก็หมดเวลาแล้ว แต่งานนี้ให้เวลาคุยจนลิ้นไก่แห้งก็ยังได้ เรื่องนี้บ่นไปก็ไลย์บอย..คนน้อยๆแน่นๆที่สนใจนี่แหละดีนัก

พ่อประยงค์ เปิดรายการคนแรก ผมนะติดใจติดตามแนวคิดท่านมานับ10ปีแล้ว เป็นแฟนพันธุ์แท้พ่อประยงค์ว่างั้นเถอะ..ฟังครั้งใดก็ไล่ความหง่าวออกจากสมองเยอะเลย โดยเฉพาะแนวคิดเรื่องการส่งเสริมปลูกยางพาราทั่วประเทศในครั้งนี้ ท่านบอกว่าไม่เห็นด้วยกับนโยบายปลูกยางเป็นบ้าเป็นหลังตามกระแสโลก ท่านผู้รู้ก็มองการณ์ไกล มีข้อมูลมาตีแตกให้เห็นชัดๆว่า มันบ่แน่ดอกนาย..ผมภูมิใจแทนคนใต้ที่มีท่านผู้รู้จักรู้แจ้งคอยตีแตกปัญหาให้เห็น เชื่อไม่เชื่อก็ตามใจ แต่ผมจะจำไว้ว่า..พ่อประยงค์เคยเตือนเรื่องนี้ไว้อย่างไร

เอาไว้อีตอนอกหักเพรายางพาล้า

เราค่อยมาทบทวนกันดีไหมครับ..

ท่านผู้ดำเนินรายการโยนไมค์มาให้ผมรับไม้ต่อ ผมเล่าเรื่องงานวิจัยไทบ้านของอีสานให้ฟัง ว่าการเอาต้นไม้กับการเลี้ยงปศุสัตว์มาผสมผสานจนเป็นเนื้อเดียวกัน ก่อให้เกิดประโยชน์เชื่อมโยงกันอย่างไร ช่วยลดต้นทุนได้มากกว่าวิธีการดั่งเดิมยังไง ก่อให้เกิดความคิดความคันไปสู่เกษตรกรอย่างไร นำไปสู่พันธกิจเชิงนโยบายได้อย่างไร ไล่เรียงไปหลายเรื่องหลายตอน อยากจะบอกท่านนักวิจัยทั้งหลายว่า ..ถ้าไม่เอาระเบียบวิธีวิจัยมาครอบ เราก็จะมีอิสระให้การค้นคว้าค้นหา

เปรียบเสมือนเด็กเล็กๆหัดคลานหัดเดิน

เราจะมีตีเส้นแล้วคอยบังคับให้เด็กคลานอยู่ในลู่ก็ใช่ที

แรกๆควรจัดพื้นที่โล่งๆสอาดๆปลอดภัยจากเหลี่ยมมุม

คอยสังเกตุห่างๆ..ปล่อยให้เด็กคลานอย่างอิสระ

จนกระทั้งเด็กมีอายุมากขึ้นเดินได้แข็งแรง

เราถึงมาสอนวิชา..ข้ามทางม้าลาย ..ดีไหมครับ?

ผมไม่ได้บอกว่าวิธีนี้เจ๊งที่สุด วิธีไหนๆไม่มีผิดมีถูก ขึ้นอยู่กับเราจะอธิบายเหตุผลในการคิดและทำ เบื้องหลังของการทำ การถอดรหัสจากสิ่งที่เราลงมือค้นคว้า มาพลิกคว่ำพลิกหงายดู ว่าตัวความรู้ใหม่มันอยู่ตรงไหน เหมือนคั้นกะทิ  แยกหัวกะทิ หางกะทิ ออกให้ได้ ผมไม่เคยรู้เคยเรียนงานวิจัยในระบบ เคยแต่ทำวิจัยแบบอิงระบบ ทำตามใจตัวเอง คิดอะไรก็ทำอันนั้น มองเห็นทุกเรื่องเป็นโจทย์วิจัยทั้งนั้น เดินเตะอะไรก็หยิบมาเป็นโจทย์ในการวิจัยได้ ถ้าเราเห็นว่ามันเหมาะสมและมีประโยชน์มากกว่าหัวข้ออื่น

การค้นคว้าความรู้ทำไมต้องทุกข์ด้วย

ศึกษาหาความรู้ด้วยความทะเยอทะยานใจได้ไหม

ไล่ตัวความรู้ให้มันกระโดดออกจากหน้ากระดาษให้ได้

วิจัยให้สนุกและอร่อย

งานวิจัยเพื่อชีวิตควรจะ.. อุ้มก็ได้ กอดก็ได้ จูงก็ได้ ชิมก็ได้

ไม่อย่างนั้นเราจะตอบตัวเองได้หรือว่า

วันนี้เราอยู่กับความรู้อะไร

ความรู้เราพอใช้พอสอนไหม

โล๊ะความรู้เก่าสอดใส่ความรู้ใหม่ไปอย่างไร

โจทย์ชีวิต โจทย์สังคม โจทย์โลกเปลี่ยนตลอดเวลา

ขืนชักช้าตกขบวนรถไฟคันสุดท้ายนะเธอ..

หลังจากจบการสัมมนนา ฝ่ายดูแลขับรถมาส่งที่โรงแรม ให้อาบน้ำแต่งตัวทาแป้งรอ แล้วจะมารับไปร่วมงานเลี้ยงอีกครั้งหนึ่ง ผมเอาเอกสารไว้ในห้อง แล้วก็ทำตัวเป็นพระลอชมสังคมรอบข้างโรงแรม เดินบ้างคุยบ้างจนเมื่อยล้า ไปนังพักในโรงหนังดีกว่า เลือกดูหนังบู็ล้างผลาญ ประเภทโหดระห่ำสุดพรรณา หลับบ้างตื่นบ้างจนกระทั้งมีเสียงโทรศัพท์บอกว่ามารับไปเงานเลี้ยง ผมเดี้ยงเสียแล้วก็ขอบายงานเลี้ยง ตั้งใจจะมานั่งเขียนบล็อก แต่ก็น็อคหลับไปจนรุ่งสาง 6 โมงเช้า หนุ่มใจดีมารับไปสนามบิน เจี๊ยะบักกุ๋เต๋รองท้อง แล้วก็มาโต๋เต๋อยู่ศฯษฒฐฺฯสุวรรภูมิ มีขาใหญ่แห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยามารอรับ จะพาตระเวณไปหลายที่ เอาไว้มาเล่าอีกทีดีใหม่ครับ

วาระนี้ขอขอบคุณฝ่ายต้อนรับ/ประสานงาน ม.ทักษิณ

ที่ได้กรุณาทุกเรื่องด้วยไมตรีจิต

ดูแลวิทยากรดียิ่งกว่าไข่ในหิน

ขอให้จำเริญเดินหน้ารุ่งเรื่องในหน้าที่การงานเถิดนะแม่คุณ

ขอบคุณ ขอบคุณ และขอบคุณ ..อิ อิ

« « Prev : ไปกอดสาวใต้

Next : ชีวิตนี่หนอ ต๊อก ต๊อก.. » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

ความคิดเห็นสำหรับ "วิจัยใต้ได้ความรู้ความคิดความประทับใจ"

ไม่มีความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

บันทึกนี้ไม่อนุญาตให้แสดงความคิดเห็น!!!

Main: 0.023845195770264 sec
Sidebar: 0.067603826522827 sec