วัตถุดิบความรู้

อ่าน: 902

สมัยก่อนที่การสัญจรไปมาไม่สะดวก ถึงตัววัตถุดิบความรู้จะมีมาก แต่ก็ขยายไม่ออก ยังมีข้อจำกัดเรื่องเครื่องมือสื่อสารและการวิธีการสื่อสาร กว่าจะเขียนเพลงยาวส่งถึงกันได้ กระมิดกระเมี้ยนไม่รู้กี่ตระหลบ.. คำว่าจารีตประเพณีจึงมีบทบาทสำคัญที่จะดึงเอาผู้คนในพื้นถิ่นนั้นๆมาร่วมกันทำกิจกรรม ประกอบกับต้องพึ่งตนเองเป็นอย่างมาก จึงเป็นเงื่อนไขให้คนหันหน้าเข้ามาช่วยเหลือกัน เกิดการพึ่งพากันเอง ถ้อยทีถ้อยอาศัยกันในรูปของการลงแขก ไหว้วานมาช่วยงานบุญงานบ้าน งานขึ้นบ้านใหม่ งานแต่ง งานเก็บเกี่ยว งานสร้างบ้าน ซึ่งเป็นพื้นฐานของแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงในยุคนี้

แต่เมื่อโจทย์ชีวิต โจทย์สังคมเปลี่ยนไป

ประชากรโลกเพิ่มขึ้นถึง7,000 ล้านคน

อะไรๆก็ไม่เหมือนเดิมแล้วนะเธอ

มีปากกัดตีนถีบภายนอกภายในมาช่วยล้วงลูกยุบยับ

นอกจากจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น การเคลื่อนย้ายถิ่นอยู่ตลอดเวลา ก่อประเด็นทางสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองอีกมากมาย เคยมียุคไหนละครับ ที่คนลาว-พม่า-เขมร-และคนชาติต่างๆมาเดินเพ่นพ่านเต็มบ้านเมืองเหมือนอย่างในขณะนี้ บางส่วนอาจจะเป็นนักท่องเที่ยว แต่ส่วนใหญ่เป็นแรงงานอพยพข้ามชายแดนมาปักหลังปักฐานในบ้านเมืองเรา อย่างแน่นหนาและแน่นเฟ้นจนเป็นกระบวนที่สำคัญต่อกลไกในเรื่องต่างๆของประเทศ

โลกแคบเข้าทุกที

ไอ้ที่ยิงปืนถล่มกันโครมๆอยู่ตามชายแดน

แต่ข้างในบางกอกหรือหัวเมืองก็มีคนเขมรยุบยับ

ทุกคนบอกเป็นเสียงเดียวกัน..รบกันทำไมวะ

ก็อย่างว่าแหละ ..ลิ้นกับฟันย่อมกระทบกันได้

ผลประโยชน์ที่มันซ่อนอยู่ในทะเลหรือบนบกค่อยโผล่ขึ้นมาให้เห็นชัดเจน

หรือโดนแรงกิเลศกระตุ้นความละโมบก็พุ่งพล่าน

หรือไม่ก็มีแรงยุหวังผลอาการข้างเคียงการเมือง การเลือกตั้ง

สมัยที่เขมรแตกคราวก่อน คนเขมรหนีตายเข้ามาอยู่ในเมืองไทยจ้าละหวั่น มีส่วนน้อยที่อพยพผ่านไปอยู่ประเทศที่3 ตกคลักอยู่ในไทยได้เมียได้ลูกเป็นพวง บัตรประชาชนก็ซื้อเอาได้เหมือนๆใบปริญญานั่นแหละ ในประเทศนี้ทำอะไรนอกลู่นอกทางง่ายจะตาย ขอให้มีเงินยัด ยัดๆๆๆ เรือนจำยังเป็นศูนย์จำหน่ายยาบ้าได้สะดวก เมื่อก่อนเรียก ยุคใต้โต๊ะ แต่ยุคนี้เรียกยุคยัด..ส่งลูกเรียนก็ยัด-จะจบออกมาได้ก็ยัด-ไปหางานทำก็ยัด-ไปติดต่ออะไรก็ต้องยัด เป็นยุคที่ต้องใช้เงินเบิกนำ..

สังคมอีลุบตุ๊บป่องมันเป็นเช่นนี้เองหนอ..

สังคมไทยเป็นเพียงสังคมเล็กๆที่ไม่มีอะไรพิเศษกว่าสังคมอื่น เราเป็นเพียงส่วนหนึ่งของกระแสโลกาภิวัฒน์ ที่มีความสลับซับซ้อนของเครือข่ายการผลิตในระบบทุนนิยมโลก ทุกอย่างเดินหน้าปรับตัวไปเรื่อยๆ ไม่มีใครหยุดนิ่งได้ อาชีพต่างๆของชาวบ้านถูกยึดไปแล้ว การเลี้ยงหมู-กุ้ง-ไก่-ปลา-สารพัดเรื่องจัดแถวเข้าระบบฟาร์ม เมื่อรายย่อยแข่งขันสู้กันไม่ได้ก็ต้องยอมสิโรราบ เปลี่ยนจากเกษตรไปเป็นกรรมกรไปเป็นลูกจ้างหาเงินซื้อสินค้าสะดวกที่ร้านเซเว่นดีกว่า ..

ใครจะนึกมาก่อนละครับว่า..จะมีร้านล่อซื้อเปิดขายตลอด 24 ชั่วโมง

แม้แต่กระแสเศรษฐกิจพอเพียง เอแบคโพลล์ สรุปว่า ผลการวิเคราะห์ทางสถิติของคนไทยร้อยละ 21.6 เท่านั้นที่มีความพอเพียงอย่างแท้จริง ขณะที่ร้อยละ 78.4ไม่ได้ใช้ชีวิตอย่างพอเพียง หรือพูดตรงๆ คือ พ อ เ พี ย ง แ ต่ ป า ก *

คิดในแง่ดี อย่างน้อยคนไทยส่วนใหญ่ร้อยละ80 มีความ”พอเพียง”อยู่ในความคิด และเชื่อว่าตนเองใช้ชีวิตอยู่ในแนวนี้แล้ว เพียงแต่ยังไม่เข้าใจว่า “ชีวิตแบบพอเพียง” ที่แท้เป็นอย่างไร*

ต้นเดือนหน้า วันที่ 1-6 พฤษภาคม อาจารย์สุรีย์ ธรรมิกบวร คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี โทรมาบอกว่า..ที่เสียดายติดงานกะทันหัน ไม่ได้เอาลูกชายมาร่วมงานเฮย่าโมด้วย จะขอแก้ตัวส่งลูกชายที่กำลังเรียนคณะวิศวกรรมศาสตร์ ลาดกระบัง มาอยู่สวนป่า5-6วัน อาจารย์บอกว่า..แล้วแต่ครูบาแม่หวีจะให้ช่วยทำอะไร

ผมจะชวนใช้ชีวิตติดดิน แต่คิดไปไกลโพ้นยังจักรวาล

เรื่องทำสนุกๆนั้น..

ยิ่งเรียนมาทางด้านวิศวะก็จะเติมให้เป็นวิศแวะตามสไตล์สวนป่า

อีกทั้งจะได้มาช่วยสอนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ให้ผมด้วย

เรื่องวัตถุดิบความรู้ บางทีก็ต้องอาศัยเส้นวาสนานะเธอ..

ไม่อย่างนั้นจะมีหนุ่มน้อยจิตอาสาขาลุยมาอยู่สวนป่ารึ

ฝรั่งครองโลกได้เพราะชอบอ่านหนังสือ ชอบบันทึก

กัปตันส์เจมส์ คุก เดินเรือไปถึงไหนๆก็จะบันทึกไว้

พบอะไร มีปัญหาอะไร แก้สถานการณ์อย่างไร

เขาก็จะบอกเล่าไว้ให้เราตามแกะลายแทงได้ *

รออ่านเรื่องดีๆจากสมาชิกชาวเฮ..

หมอจอมป่วน-อัยการ-ก็หลบไป เ ลี้ ย ง ห ล า น

หมอเจ๊ก็ยุ่งอยู่กับวิกฤติภาคใต้

หมอเบิร์ดก็ไม่รู้ไปเชิดฉายอยู่กับหนุ่มหน้ามลคนไหน อิ..

เจ้าดอกลำดวน พลังเขียนร่วงโรยตามลำดวนดงหรืออย่างไร

ป้าหวานวางตะหลิวเมื่อไหร่ใช้ปากกาบ้างนะป้า

คุณอะไรหนอ..ที่เขียนเรื่องแปลฮาๆก็หายไป

ขอขอบใจสมาชิกหน้าใหม่..ที่ช่วยกันบันเลงอักษรมาเป็นระยะ

คนอื่นๆปากกาเดี้ยงหรืออย่างไร?

คุณๆที่อ่านอย่างเดียว..คอมเมนต์บ้างจะได้รู้ว่ายังมีลมหายใจ

ด้วยเหตุฉะนี้ ลานปัญญาจึง ข า ด แ ค ล น วั ต ถุ ดิ บ ค ว า ม รู้

ครับผ๊มมม

« « Prev : คุณสมบัติความรู้

Next : ความรู้ความรักในป่า » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

4 ความคิดเห็น

  • #1 bangsai ให้ความคิดเห็นเมื่อ 27 เมษายน 2011 เวลา 22:52

    พ่อครูครับ หากน้องคนนี้มาอยู่ป่า ให้น้องได้รับการเป่าขวัญจากครูบาก่อนสักวัน แล้ววิ่งรอบป่าสองรอบ เดิอนสามรอบ แล้วให้เขาตั้งประเด็นอะไรก็ได้เกี่ยวกับอะไรก็ได้ในลาน แล้วให้พี่ป้าน้าอาช่วยกันแชร์ความเห็นครับ

    ผมก็เสนอเล่นๆ ไม่รู้ว่าตัวเองจะอยู่ไหน ทำอะไร อิอิ
    ไม่รู้แม้ชะตาชีวิตตัวเอง อาการหนักนะครับ อิอิ อิอิ

  • #2 sutthinun ให้ความคิดเห็นเมื่อ 28 เมษายน 2011 เวลา 2:19

    ขอบคุณครับ สำหรับประเด็นคิด การใช้ชีวิตแบบพื้นๆ จะสอดรับกับในชีวิตการศึกษามหาวิทยาลััยอย่างไร ถ้าเด็กยุคใหม่มีมิติทางสังคมติดตัวติดใจไว้บ้าง ก็ดีใจบักขนาดแล้วละครับ เอาไว้วันที่เขามาใช้ชีวิตที่นี้ พี่ป้าน้าอาช่วยกันดูแลทางบล็อกได้ก็จะเยี่ยมเลย

  • #3 ทวิช จิตรสมบูรณ์ ให้ความคิดเห็นเมื่อ 30 เมษายน 2011 เวลา 17:51

    แบบนี้ต้องเอามาถ่ายพลังในพิพิธภัณฑ์โบราณผม รับรองว่าจะผอมแห้งกลับไป อิอิ
    คนไทยไม่ชอบอ่าน อย่าว่าแต่เขียน
    ส่วนนินทานั้น…(ไม่เขียนดีฝ่า)
    สรรเสริญก็เพื่อยศ (คนไทยเก่งที่ซุด)

  • #4 sutthinun ให้ความคิดเห็นเมื่อ 1 พฤษภาคม 2011 เวลา 6:55

    รับพิจารณาทุกความเห็นครับ
    จะลองขยับกิจกรรมดูก่อนนะครับ ทำได้แค่ไหน
    ขอบคุณครับ


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.034512996673584 sec
Sidebar: 0.063984870910645 sec