ราตรีสวยสงบสะอาด

โดย sutthinun เมื่อ 20 มีนาคม 2011 เวลา 2:34 ในหมวดหมู่ สวนป่าฮาเฮ #
อ่าน: 1696

คืนนี้ช่างเงียบสงัดสงบเหลือเกิน รีดหริ่งเรไรหาได้สนใจพระจันทร์ดวงโตในราตรีนี้ไม่ คงมีแต่เสียงในโทรทัศน์ที่ฉายเรื่องพระนเรศวรอึกกะทึกครึกโครมตามบทบาทและเนื้อเรื่อง ไม่แน่ใจว่าเป็นภาพที่ยังไม่ตัดต่อให้พอดีกับเวลาฉายในโรงหรือเปล่า บางฉากบางตอนจึงได้เห็นฉบับเต็มๆ ขอบคุณผู้สร้างที่ย้อนตำนานการศึกสงครามมาให้ชมได้ดีเหลือเกิน เห็นว่างานการแสดงคนไทยนั้น ถ้าได้รับการส่งเสริมอย่างเต็มพิกัดแล้ว ก็แสดงออกได้ดีไม่แพ้ค่ายภาพยนตร์ใดในบรรณพิภพ

ระหว่างรอเวลาจันทรามาเยือนใกล้ที่สุด

หวลระลึกเด็กๆร้อง..จันทร์เจ้าขอข้าวขอแกง

ในยามนี้เล่า..จะเร้าร้องวิงวอนขอสิ่งใด

ขอความสงบสันติสุขให้แก่บ้านเมืองได้ไหม?

คงไม่ได้หรอก > >

เพราะสิ่งนี้ไม่อาจเกิดขึ้นได้จากการวิงวอนร้องขอใดๆ

ฉากการศึกสงครามตอนพระนเรศยกทัพข้ามแม่น้ำสะโตง

ในบางภาพบางตอนได้เห็นการใช้ไม้ไผ่สร้างสะพาน

สร้างขวากหนาม ค่ายคูประตูหอรบ

สร้างบ้านเรือน ทำคันธนู โกร่งหน้าไม้

นำไผ่มาใช้ในวิถีประจำวันอีกมากมาย

ได้เห็นวิถีที่เกี่ยวข้องกับธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง

การตัดไม้ไผ่ในธรรมชาติมาใช้เยี่ยงนี้

แตกต่างจากการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติในปัจจุบัน

ที่มีการโค่นป่าไผ่มาใช้ในงานแบบล้างผลาญ

โดยเฉพาะอุตสาหกรรมกระดาษ

ทำให้ป่าไผ่ที่เคยอุดมสมบูรณ์แทบจะสูญไปจากท้องถิ่น

ยามศึกก็อย่างหนึ่ง ยามสงบก็อย่างหนึ่ง

สังคมไทยในอดีตมีการฝึกฝนทักษะชีวิตอย่างเข้ม

ทั้งหญิงชายต่างมีหน้าที่เต็มมือเพื่อฝ่าฟันเอาชีวิตรอด

การเรียนจึงเรียนจริง การรู้ก็รู้ถึงแก่นแท้

ความรักชาติบ้านเมืองทุกครั้งเอาชีวิตเข้าแลก

เพราะไม่อาจประมาทต่อชีวิตอย่างคนสมัยนี้

ที่รักชาติด้วยการเอาน้ำลายเข้าแลก

ความเป็นไปแห่งยุคสมัยช่างแตกต่างกันจริงหนอ..

ได้เวลาที่พระจันทร์กวักมือเรียกแล้ว

ถือถ้วยชากับกล้องออกไปนั่งข้างป่าไผ่

ท้องฟ้าใสสะอาดสงบเงียบ

แม้แต่ลมก็เป็นใจ..จนเราต้องหายใจเบาๆ

นกเค้าแมว แมลงทุกตัว สงบปากสงบคำ

อุณหภูมินั่นเล่า..ก็เย็นสบายแต่พอดี

คืนนี้ ณ เวลานี้ เป็นคืนที่คุณภาพชีวิตสุขสมบูรณ์

การได้อยู่ในท่ามกลางธรรมชาติล้วนๆ

เหมาะที่จะนั่งชิมชาเงียบๆไปเรื่อยๆ

เสียดายสะเลเตไม่บาน แต่กลิ่นดอกส้มโอโชยมาก็หอมเย็นไม่แพ้กัน

ในธรรมชาติมีสิ่งชดเชยดีๆให้แก่เราเสมอ

แต่ก็อดวอกแวกไม่ได้

ตามองจันทร์แต่ใจกลับลอยไปไกลโพ้น

ไกลแสนไกล..จากโค้งฟ้าหนึ่งไปสู่อีกโค้งฟ้าหนึ่ง

เ จ้ า ไ ด้ อ อ ก ม า อ า บ แ ส ง จั น ท ร์ ไ ห ม ห น อ ค น ดี . .

« « Prev : อานุภาพของความรัก

Next : คิดยังงี้แหละ » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

11 ความคิดเห็น

  • #1 Logos ให้ความคิดเห็นเมื่อ 20 มีนาคม 2011 เวลา 3:33

    ท้ายกรงนกกระจอกเทศ น่าจะถางปลูกมันไว้สักไร่สองไร่ ยังไงก็นึกถึงที่ อ.ไร้กรอบเตือนไว้บ้างนะครับ

  • #2 sutthinun ให้ความคิดเห็นเมื่อ 20 มีนาคม 2011 เวลา 6:44

    มีแผนอย่ครับ

  • #3 silt ให้ความคิดเห็นเมื่อ 20 มีนาคม 2011 เวลา 10:46

    เล่าฮูท่านนี้ จิบน้ำชาชมจันทร์
    รำพัน รำพึง ได้คักแท้ๆ
    โอ๊ย โอ๊ย จ๊าบบบบบ

    ส่วนผู้น้อย บัณฑิตไร้คู่แห่งหงสา
    ค่ำคืนที่พระจันทร์สุกสกาว
    เดินอาบแสงจันทรา นำพาตัวตน ไปนั่งจุดเทียนยอมือ ฟังสาธุสวด กัณฑ์มาลัยแสน ต่อด้วยอิติปิโส และสังกาดในฝามบุญผะเวทบ้านสีบุนเฮือง สงบเงียบเสนาะโสต จนแทบไม่ได้ยินเสียงฝูงชนเซ็งแซ่ฆ้องกลองรัวระวิน ยามที่เขาจูดบั้งไฟดอก แยกโลกเป็นสองได้อย่างน่าอัศจรรย์
    แต่สุดท้ายก็กลับมาดูหนังเรื่องเดียวกันจนได้ ขอรับ อิอิ

  • #4 sutthinun ให้ความคิดเห็นเมื่อ 20 มีนาคม 2011 เวลา 11:10

    โอ้หนอ บัณฑิตผู้โดดเดียวเปลี่ยวเอกา
    กระไรเลยช่างปรับจิตปรับใจได้มะมุนละม่อมเหลือเกิน
    ท่ามกลางความกระทึกครึกโครม กลับสงบนิ่งดุจแสงเงินยวง

    นับเป็นความบังเอิญโดยแท้ที่ตื่นมาชมทีวีเรื่องเดียวกัน
    ถึงไม่มีแฟนคู่ใจ ก็ยังมีแฟนคู่ทีวีนะจ๊ะ
    กาลสมัยนี้ นอกจะสื่อด้วยพระจันทร์ดวงเดียวกันแล้ว
    ยังดูทีวีช่องเดียวกันอีก
    แสดงว่ามีกุศลดลสภาวะใจ ให้ตีความเป็นอื่นกระไรได้
    จึง อิ อิ..มาด้วยความคึดฮอด แต่กอดบ่ได้

  • #5 putarn ให้ความคิดเห็นเมื่อ 20 มีนาคม 2011 เวลา 16:18

    ตอนแรกดิฉันนึกเกรงใจไม่อยากเข้ามาทำลายอารมณ์สุนทรีย์ค่ะ แต่ก็อดไม่ได้เพราะอยากเรียนถามว่า สะเลเต คืออะไรและมีหน้าตาเป็นอย่างไรคะ
    ขอขอบคุณล่วงหน้าค่ะ

  • #6 sutthinun ให้ความคิดเห็นเมื่อ 20 มีนาคม 2011 เวลา 17:04

    สะเลเต มีชื่อทางการว่า มหาหงส์ ขึ้นเป็นกอลักษณะคล้ายกอข่า เป็นดอกไม้พื้นถิ่นมีดอกสีขาวและสีเหลืองอ่อน ดอกจะหอมเย็นไม่ฉุน สตรีอาวุโสชาวส่วยชอบเด็ดมาเหน็บหู เก็บดอกห่อใบตองไปถวายพระ ในกลุ่มสปาจะเอาหัวมากลั่นเป็นน้ำมันหอม เป็นพืชปลูกง่ายครับ ที่สวนปลูกไว้นิดหน่อย ถึงเวลาก็ออกดอกมาให้ชื่นชม ขยายพันธุ์โดยเหง้า ปีนี้จะปลูกเพิ่มครับ ชื่อสะเลเต น่าจะเป็นภาษาเขมรหรือเปล่าไม่แน่ใจ เพราะไทย-ลาว-เขมร ก็เรียกตรงกัน ช่วงนี้ยังไม่มีดอก จะถ่ายรูปมาให้ชมวันพรุ่งนี้นะครับ

  • #7 silt ให้ความคิดเห็นเมื่อ 20 มีนาคม 2011 เวลา 17:52

    #5 ครับ
    จาวล้านนา ฮ้องว่า “ดอกต๋าเหิน” ครับ
    ปลูกใกล้ๆ บ่อนนั่งกินข้าวเด้อครับครูบา กลิ่นดอกสะเลเต ช่วยเจริญอาหารครับ เคยได้ยิน ดร. อุสา มมส ท่านบอกครับ

  • #8 sutthinun ให้ความคิดเห็นเมื่อ 20 มีนาคม 2011 เวลา 19:27

    โอ้ เป็นความรู้ใหม่ เราปูสื่อใกล้กับกอสะเลเต แล้วโจ้ข้าวได้อย่างมีรสชาติ ขอบคุณที่อุปการะความรู้ อิ

  • #9 ออต ให้ความคิดเห็นเมื่อ 20 มีนาคม 2011 เวลา 20:07

    บ๊โกเนียก่อข้างบนงามมากคครับ ใบอิ่มน้ำน่าดู

  • #10 sutthinun ให้ความคิดเห็นเมื่อ 20 มีนาคม 2011 เวลา 20:26

    ก็ต้นที่ออตเอามาฝากนั่นแหละ มันเจริญแบบอิ่มอกอิ่มใจยังไงละ อิอิ

  • #11 noina ให้ความคิดเห็นเมื่อ 22 มีนาคม 2011 เวลา 19:49

    จันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้า….
    ทุกคนเฝ้ารอวันจันทร์เฉิดฉาย
    ส่องแสงนวลยวนเย้าดาวเรียงราย
    สื่อความหมายปรากฏการณ์ผ่านเวลา

    โอ้จันทร์เพ็ญช่างงดงามยามคืนค่ำ
    สุดดื่มด่ำในราตรีนี้หนักหนา
    จันทร์เคียงดาวพราวเด่นเป็นเวลา
    ดั่งบอกว่าในโลกนี้มีกฎเกณฑ์

    ในระหว่างรอดูพระจันทร์ดวงโต ก็ดูหนังไทยไปด้วยเช่นกันค่ะ อิอิ


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.04531192779541 sec
Sidebar: 0.062682151794434 sec