อุบลระคนควัน

โดย sutthinun เมื่อ 18 กุมภาพันธ 2011 เวลา 6:37 ในหมวดหมู่ สวนป่าฮาเฮ #
อ่าน: 3735

ไปอุบลราชธานีเที่ยวนี้อากาศร้อนท้องฟ้าหลัวขมุกขมัว เกิดจากการเผาฟางข้าวแล้วไฟลามไปยังป่าไม้ ทำไมชาวไร่ชาวนาถึงเผาโดยไม่รู้สึกรู้สาอะไร บางแห่งไฟไหม้ริมทางไหม้ข้างบ้านชาวบ้านยังรู้สึกเฉยๆ บางคนเล่าว่าชายแดนฝั่งเขมร-ลาวก็จุดไฟเช่นเดียวกัน แสดงว่ามนุษย์ยังไม่อินังขังขอบเกี่ยวกับโรคร้อนและโลกร้อน ช่วยกันปรุงอากาศให้มันเป็นพิษมากขึ้น ภาคเหนือมีไฟป่าไหม้ลามตามภูเขา ภาคอีสานมีไฟลามทุ่ง ภาคใต้มีไฟใต้ แบบนี้จะไม่ให้มันร้อนระอุอย่างไรได้

ผมกับโฉมยงไปถึงอุบลก่อนบ่าย4โมงเล็กน้อย พอรถเลี้ยวเข้ามุมอาคารท่านคณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ก็กริ๊งมาพอดี ได้เจอเด็กกลุ่มที่เคยมาออกค่ายที่สวนป่า มาช่วยกันยกเอาน้ำเต้ายักษ์ขึ้นไปอวดกันที่ชั้น4 ฉายสไลด์ให้ดูแล้วคุยกัน เด็กๆได้เอากิจกรรมเด่นมาอวด หลายคนเล่าชัดถ้อยชัดคำเก่งขึ้น เป็นการเยี่ยมยามเล็กๆที่มีความสุข เมื่อได้เห็นความก้าวหน้านักศึกษาพยาบาลรุ่นบุกเบิก จากมะรุมมะตุ้มถ่ายรูปกันตามธรรมเนียม อาจารย์สุรีย์ ธรรมมิกบวร มอบของดีหายากที่โดนใจมาก เป็นหนังสือเล่มใหญ่ “48พระธรรมเทศนา พ ระ โ พ ธิ ญ า ณ เ ถ ระ (ชา สุภทโท) ได้แล้วอดใจไม่ไหว เจ้าภาพพาไปเลี้ยงอาหารมื้อค่ำที่ อร่อยมาก ได้เห็นความเป็นกันเองเสมือนญาติในหน่วยงานแห่งนี้ เมื่อคืนพักที่ “น้ำซับรีสอร์ท” อดที่จะเปิดอ่านปัญญาที่รับฝากมาไม่ได้ ตื่นเช้ามา..น้ำซับไม่ได้เห็นหรอกนะ เห็นแต่คำพระเทศนาในหนังสือ

“อารมณ์ทั้งหลายนั้น จะเป็นอารมณ์ที่พอใจก็ตาม หรืออารมณ์ที่ไม่พอใจก็ตาม อารมณ์ทั้งสองอย่างนี้มันเหมือนงูเห่า งูเห่ามันมีพิษมาก ถ้ามันฉกคนแล้ว ก็ทำให้ถึงแก่ความตายได้ อารมณ์นี้ก็เหมือนงูเห่าที่มีพิษร้ายนั้น อารมณ์ที่พอใจก็มีพิษมาก อารมณ์ที่ไม่พอใจก็มีพิษมาก มันทำให้จิตใจของเราไม่เป็นเสรี ทำให้จิตใจไขว้เขวจากหลักธรรมของพระพุทธเจ้า”

อารมณ์ทั้งหลายที่ว่ามานี้ เสมือนกับงูเห่าที่มีพิษร้าย

ถ้าไม่มีอะไรมาขวาง มันก็เลื้อยไปตามธรรมชาติของมัน

แม้พิษของมันจะมีอยู่ มันก็ไม่แสดงออกมา

ไม่ได้ทำอันตรายเรา เพราะเราไม่ได้เข้าไปใกล้มัน

ดังนั้น ถ้าเป็นคนที่ฉลาดแล้ว ก็จะปล่อยหมด สิ่งที่ดีก็ปล่อยมันไป สิ่งที่ชั่วก็ปล่อยมันไป เหมือนอย่างที่เราปล่อยงูตัวที่พิษร้ายนั้น ปล่อยให้มันเลื้อยของมันไป มันก็เลื้อยไปทั้งที่พิษที่มีอยู่ในตัวมันนั่นเอง จากพระธรรมเทศนาเรื่อง “อยู่กับงูเห่า”

คราวนี้โรงพยาบาลวารินชำราบ เป็นเจ้าภาพจัดงานเรื่องการสร้างเครือข่ายสุขภาวะเข้มแข็ง นอกจากคณะเจ้าภาพแล้วยังประกอบด้วยเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลในแผนฯ3อำเภอ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข เจ้าหน้าที่อนามัย อสม. ผู้นำชุมชน จัดการเสวนาที่ห้องประชุมเศรษฐกิจพอเพียงในค่ายทหารที่อยู่ติดกับโรงพยาบาลสิทธิประสงค์

ชาวสาธารณสุขเครือข่ายจัดแสดงบอร์ดต่างๆ ผู้เข้าร่วมประชุมแต่งตัวอีสานประยุกต์สวยเรียบร้อยกันทั้งนั้น ได้เวลาท่านประธานกล่าวเปิดงาน ต่อด้วยการแสดงหมอลำศิลปะพื้นบ้าน หลังจากนั้นเป็นรายการโม้ของข้าน้อยละครับ นอกจากจะพูดแล้วยังเอาน้ำเต้ายักษ์ไปอวดด้วย โฉมยงเอาเมล็ดใส่ซองเล็กมาจำหน่ายซองละ10บาท ได้รับความสนใจช่วยกันซื้อไปปลูกจนเกลี้ยง แต่หนังสือในเครือเฮได้รับความสนใจน้อย อาจจะมองว่ามันไม่เกี่ยวกันละมั๊ง ทั้งๆที่คุยกันเรื่องการพัฒนาเครือข่าย หรืออาจจะเป็นเพราะเราอธิบายบ่เข้าใจ

ต่อจากผมด้วยตัวแทนแต่ละอำเภอมาเสวนากัน ถึงงานเชิงรุกที่เชื่อมโยงระหว่างหมอคนกับหมอลำ เชื่อมโยงระหว่างหมอชาวบ้านกับหมอโรงพยาบาล เชื่อมโยงระหว่างพันธะกิจจากในเมืองไปพัวพันกับชาวชนบท ช่วยกันตีแตกเรื่องสุขภาวะชุมชนที่ควรจะเป็นในอนาคต ใครจะเป็นพระเอก ใครจะเป็นพระรอง ใครจะรุก ใครจะรับ ผมเห็นความตั้งใจของเขตพื้นที่สุขภาพเชิงรุกของที่นี่ดีพอสมควร หลังจากรับลูกกันอีกสักระยะหนึ่ง กรอบของงานพัฒนาสุขภาพของเขตนี้คงจะมีอะไรดีๆออกมามาอวดชาวอุบลฯ

ผมอยู่ช่วยสรุปงานช่วงเช้า จวนบ่ายโมงเดินทางต่อ แวะดูงานประกวดการแสดงออกของเด็กวัยรุ่นที่ห้างในจังหวัดศีรสะเกษ ไปถึงจังหวัดสุรินทร์ตอนตะวันคล้อย ตั้งใจไปเยี่ยมพี่สาวพี่เขยในวัยเกษียณทั้งคู่ อยู่กัน2คนตายาย มีความสูขกับการปลูกต้นไม้ ไม้ประดับ เนื่องจากมีพื้นที่กว้างขวางอยู่ในตัวเมือง จึงเป็นเหมือนพื้นที่เขียวชุ่มชื่นในป่าคอนกรีต ทั้งคู่คอเดียวกันเรื่องแต่งบ้าน เลี้ยงกล้วยไม้ ปลูกพันธุ์ไม้สวยด้วยความรักและทะนุถนอม ที่สำคัญเป็นคนทำเป็น ต้นตำรับจากแม่โจ้ ตำแหน่งสุดท้ายเมื่อ4 ปีที่แล้วคือที่ดินจังหวัดอุบราชธานี

(พี่เขย-พี่สาว ในวัยเกษียณ พักผ่อนอยู่กับบ้านและต้นไม้แสนรัก)

ช่วงที่เยี่ยมพี่เขยเพิ่งออกจากโรงพยาบาลที่บางกอก

ผ่านการฉายแสงและให้คีโมหลายครั้ง

แพทย์ตัดกล่องเสียงออก

จึงสื่อสารโดยฝ่ายหนึ่งเขียนหนังสือส่วนผมพูดตามปกติ

ถึงจะผอมไปบ้างแต่ร่างกายแข็งแรงดี

อยู่กับต้นไม้ที่แสนรักทั้งวัน

(อันทะผาลัมในบ้านสวนที่สุรินทร์ กำลังติดผล)

คุยกันหลายเรื่อง ผมเล่าว่าสนใจจะปลูกอินทผาลัม พี่เขยจูงมือไปดูต้นอินทผาลัมที่ปลูกไว้ ต้นโตกำลังออกลูก ส่วนมากเข้าใจว่ามันเป็นไม้ทะเลทรายคงทนแล้ง นึกว่าไม่ต้องให้น้ำเหมือนไม้อื่น ทั้ง ๆ ที่ปลูกริมสระน้ำในบ้าน ตอนนี้จะลองรดน้ำใส่ปุ๋ยเต็มที่ เพื่อจะเก็บลูกสุกไว้ให้ผมมาขยายพันธุ์ต่อ พี่เขยพี่สาวงัดต้นไม้สวย ๆ มาให้ปลูกจนแน่นรถ

(มังกรข้างบ้าน กับ สระน้ำหน้าบ้าน เขียวครึ้มฉุ่มชื้นทั้งปี บ้านนี้อยู่ดีมีสุข)

มาถึงบ้านโฉมยงกุลีกุจอต้มข้าว

ไปเก็บผักกาดมาผัดกระทะร้อน

เจี๊ยะกับหมูยอที่ท่านคณบดี ดร.สุรีย์ ธรรมิกบวร ฝากมาห่อใหญ่

อิ่มอร่อย ชื่นสะดือ หลับเป็นตาย อิ อิ..

« « Prev : ผมถูกแพะสอนมวย

Next : หลบร้อนนอนเขลง » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

5 ความคิดเห็น

  • #1 noina ให้ความคิดเห็นเมื่อ 18 กุมภาพันธ 2011 เวลา 8:12

    สวัสดีพ่อครูบาผู้กล้าแกร่ง
    ผู้แสดงภูมิปัญญาอย่างกล้าหาญ
    เดินทางบ่อยใกล้ไกลใส่ใจงาน
    วันเดือนผ่านความตั้งใจไม่เปลี่ยนแปลง

    ทราบว่าพ่อไม่สบายให้ห่วงหา
    กำลังใจส่งมาให้เข้มแข็ง
    พักผ่อนบ้างนะพ่อพอมีแรง
    กายแข็งแรงค่อยสานต่ออุดมการณ์

    พี่ครูปูบอกว่าพี่พ่อไม่ค่อยสบาย พักผ่อนบ้างนะคะพ่อ ขอให้หายเร็วๆ นะคะ

    ขออภัยค่ะพิมพ์ผิด พี่ครูปูบอกว่าพ่อไม่สบาย บ่จ้าย พี่ สงสัยจะเป็นห่วงพ่อครูมากจนพิมพ์ผิด ค่ะ อิอิอิ

  • #2 sutthinun ให้ความคิดเห็นเมื่อ 18 กุมภาพันธ 2011 เวลา 10:52

    แก่หงำเหงือกเลือกได้ที่ไหนเล่า
    เมื่อใครเขาเชิญมานานหนักหนา
    พอใกล้วันพลันไข้ใกล้โคม่า
    รีบกินยาผีบอกออกไปลุย ..อิ อิ

  • #3 ออต ให้ความคิดเห็นเมื่อ 18 กุมภาพันธ 2011 เวลา 19:55

    ปลายเดือนนี้ได้รับเชิญไปทำค่ายศิลปะบำบัดให้ ชมรมผู้ป่วยไร้กล่องเสียง คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
    ยังจับประเด็นไม่ออกเลยครับ อ่านบันทึกนี้ของพ่อครูฯแล้ว อืม แสงมาราง ราง

  • #4 sutthinun ให้ความคิดเห็นเมื่อ 19 กุมภาพันธ 2011 เวลา 8:58

    ทำอย่างไร ได้ผลประการใด ช่วยเล่ากลับมาให้ฟังบ้าง เน้อ
    ส่วนการจัดกิจกรรม ควรคำนึงถึงกิจรวม/กลางๆ
    แล้วมาจัดแบบเฉพาะตัวให้ตามทักษะ/ความคุ้นชิน/ความพร้อมของคนไข้แต่ละคน
    เช่น ชอบทำอะไร ถนัดเรื่องอะไร สมัยนี้มีบล็อก มีเฟรชบุกค์ ถ้าคนที่ชอบไอที ก็สามารถเอาเรื่องนี้ไปสร้างสัมพันธภาพกับคนนอกได้ โดยไม่ต้องพบปะใคร ไม่ต้องใช้เสียง ก็ส่งภาพ/ส่งข้อความ แทนการจ๊ะจ๋ากันได้ ลองดูๆๆๆๆ เปลี่ยนวิกฤติผ่านอากาศ ผ่านสื่อ ยุให้อ่านบล็อกลานปัญญาก็ได้นะ

  • #5 ออต ให้ความคิดเห็นเมื่อ 19 กุมภาพันธ 2011 เวลา 12:57

    กราบขอบพระคุณงาม ๆ ครับ
    มีประเด็นแล้ว เย้้้้้


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.044499158859253 sec
Sidebar: 0.04732084274292 sec