เบิ่งมองจีน ตอนลงเรือล่องแม่โขง

อ่าน: 1819

(ก่อนที่จะลงมือเขียนอะไร ก็เหมือนการลงเรือ ต้องมองรอบด้าน)

ควรแอบไปเมียงมองดูไม้ปฎักที่ท่านลองกอดถือไว้

ไม่ใช่อะไรหรอก กลัวว่าจะโดนเข้าหลายโป๊กนะสิ..

ไปเห็นอะไรมาวับ ๆ แวม ๆ แล้วเขียนโม้เป็นตุเป็นตะ

ทำตัวเป็นผู้รู้แจ้งเห็นจริงทะลุปรุโปร่งไปทุกเรื่อง

ผมคิดว่าเป็นคำเตือนที่น่ากอดมาก

จึงขอยึดปฎิบัติ..ถ้าไม่เผลอใจไปบ้างในบางครั้ง

ในการเขียนถ้าใส่สีตีไข่นิด ๆ หน่อยมันมีชีวาในชีวิตนะขอรับ

(แม่น้ำเต็มไปด้วยแก่งหินคดโค้งอันตรายมาก การระเบิดแก่งจะช่วยเปิดเส้นทางคมนาคมทางน้ำกว้าง สะดวกปลอดภัย และประหยัดค่าขนส่งได้มากขึ้น)

ลุ่มนักเรียนโข่งมีผู้สันทัดกรณีทุกสาขา

คงจะทำการบ้านในแต่ละทัศนวิสัยของท่าน

การเขียน การรายงานมีคุณภาพเชิงวิชาการอยู่แล้ว

ผมเป็นวิชาเกินเดิมตามท่านไม่ทันหรอก

จึงขอเสนอและแสดงแบบจำอวดตามสไตล์ตัวเอง อิ อิ ..

(นางเอกเป็นสาวไตลื้อจากหมู่บ้านในภาพ ยามเช้าหนุ่มจะชวนสาวเจ้ามานั่งอาบแดดที่ชาดหาด บ่ายๆไปไปอาบน้ำตก เล่นซ่อนหา กลางคืนชวนกันว่ายน้ำไปนอนชมจันทร์บนโขดหินกลางลำน้ำ เอ้อ..มีดีดซึงร้องเพลงด้วยนะ ใครอาสาเป็นนางเอกยกมือขึ้น  ยกเว้นเจ้าหนูจิ..เก็บไว้แสดงเรื่องสาวอีก้อตกดอย อิ อิ)

ไปท่องจีนคราวนี้มีสิ่งโดนใจหลายเรื่อง

อยากจะเขียนอย่างจะเล่าอีนุงตุงนังไปหมด

ได้แง่ที่ตัวเองคิดและมุมที่มองหลายมิติ

ได้บทละครย่อยในใจไว้แล้ว

เรื่อง..สาวไตลื้อสะดือจุ่น

ว่างเมื่อใดจะเล่าให้ฟังนะขอรับ

อาจจะเอาไปทำภาพยนต์สั้นได้อย่างดีเชียวแหละ


(กองเรือสินค้าจะต้องเกิดขึ้นอย่างคับคั่งในเร็ววันนี้ เมื่อทุกอย่างมีเหตุและปัจจัยลงตัว)

เรื่องเล่าจากประสบการณ์ตรง คงจะเป็นเรื่องลงเรือท่องแม่น้ำโขงนี่แหละ

ผมทราบว่ามีหลายหน่วยงานหลายโครงการ

ทำเรื่องยุทธศาสตร์ลุ่มแม่น้ำโขง จะตั้งชื่อสวยหรูว่าอย่างไรก็ตามเถอะ

แต่ถ้ามานั่งเทียนเขียนแผนการร่วมมือพัฒนาแม่น้ำโขงอย่างนั้นอย่างนี้

ช่างน่าสงสารที่สุดเลย..ถ้าไม่ได้ลงเรื่องล่องแม่น้ำโขง 8 ชั่วโมงอย่างผม

เว้นแต่ท่านเป็นพหูสูตร อันนี้ไม่ว่ากันยกให้

(เติมน้ำมันที่ปั๊มลอยน้ำ มีข้อมูลว่าไทยไม่ยอมขายน้ำมันให้เรือจีน)

หลักสูตรที่ผมเรียนเป็นเรื่องการเสริมสร้างสังคมสันติสุข

เรื่องรายงานไม่ต้องห่วง ..สะท้อนประเด็นนี้อยู่แล้ว

เพียงแต่ท่านอาจจะต้องตีบทให้แตก ..

ท่านสามารถเลือกเอาไปใช้  หรือโยนลงตะกร้าได้ตามอัธยาศัย

โม้ไปก็เท่านั้นมาฟังเรื่องเล่าจากภาพดีกว่า

(ท้ายเรือมีบริเวณขึ้นมายิ้มถ่ายรูป อากาศสะอาด แดดอุ่น อารมณ์ดี)

เมื่อคืนกลับมาถึงรังนกกระจอก

เขียนรายงานตัวแบบรีบ ๆ ส่งความคิดถึง

กามนิตหนุ่มโทรมาบอกว่าอ่านบ่ได้มีแค่ 2 บรรทัด

อ้าว! เป็นอีหยังก็บ่ฮู้เตื้อ

เมื่อเช้ารีบเผ่นกลับสวนป่า เพิ่งกลับมาถึงเมื่อตะกี้นี้

คราวนี้แก้ตัวใหม่ เขียนใหม่ ส่งใหม่..สบายมาก

เอาเป็นว่าจะขอเล่าเรื่องในมิติต่าง ๆ ก็แล้วกัน

ในเชิงความสัมพันธ์กับประเทศเราบ้าง

ในเชิงประวัติศาสตร์คงไปลากยาวมาพร่ำรำพรรณไม่ไหว

เอาใกล้ ๆ แบบตีหัวเข้าบ้านก็แล้วกัน

ก่อนไป จ้อน กรุณาชวนไปชมละคร มะขามป้อม

จึงทราบว่า..สุดท้าย >> “ศรีบูรพา” อำลาชีวิตที่ประเทศจีน

(ขากลับเรือจีนบรรทุกวัวควาย พืชผลทางการเกษตรกลับ

เรือบรรทุกหนักวิ่งทวนน้ำ บางทีต้องเร่งเครื่องควันโขมง)

เพื่ออุ่นเครื่องเรื่องเมืองจีน จึงขอยกเอาเรื่องความสัมพันธ์ไทย-จีน

ที่ “อู๋จี้เยี๊ยะ” เล่าตอน หอการค้า-ไทยจีน ไว้ดังนี้

.. สถานที่โอ่โถงของ “หอการค้าจีน” หลังจากทำการตกแต่ง ก็ได้ประกอบพิธีเปิดอย่างเอิกเกริกเมื่อวันที่ 10 มกราคม ปี ค.ศ. 1930 ในหลวงรัชกาลที่ 7 พร้อมด้วยสมเด็จพระบรมราชินี ได้โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นประธานประกอบพิธีเปิด เป็นข่าวใหญ่ที่โด่งดังในสังคมชาวจีนเวลานั้น นับแต่นั้นมา “หอการค้าจีน” ก็ก้าวย่างสู่ช่วงการพัฒนาใหม่ ใน 10 ปีต่อมา กล่าวได้ว่าเป็นการพัฒนาอย่างคึกคัก ขอบข่ายของงานก็ไม่จำกัดอยู่ที่พูดแต่เรื่องวงการค้า เช่นเดิมอีกต่อไป นอกจากงานสงเคราะห์ช่วยเหลืออุทกภัยในประเทศจีนแล้ว ยังมีเรื่องการพัฒนาด้านต่าง ๆ อีกมากมาย


แม่น้ำโขง..สายน้ำที่ยิ่งใหญ่นานาชาติในแถบนี้

จีนมองเห็นว่านี่คือ ต้นทุนทรัพยากรที่ไหลทิ้งมานาน

จีนยุคใหม่ได้หาวิธีลดอุทกภัยในมลฑลต่าง ๆ ที่อยู่ลุ่มแม่น้ำ

เช่น การนำลำน้ำแห่งนี้มาเป็นแหล่งผลิตกระแสไฟฟ้าพลังน้ำ

เปิดเส้นทางคมนาคมทางน้ำให้คล่องตัวยิ่งขึ้น

พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม

เป็นฐานรากสำคัญต่อการค้าระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน

ผมเห็นว่า..เป็นการบริหารทรัพยากรธรรมชาติที่น่าจับตายิ่ง

มันยิ่งกว่าซื้อเหล้าพ่วงเบียร์ของท่านจอมป่วนเสียอีก

ถ้าคนไทยฉุกคิดกันบ้าง

ก็จะรู้ที่ไปที่ว่า ทำไมแอปเปิลจึงมีวางขายเกลื่อนกราดทั่วไทยแลนด์

เมื่อแอปเปิลมาได้ อย่างอื่นละ จะมีอะไรตามหลาย ๆ อีกไหม

ทำไมจีนจึงปลูกยางพาราเต็มไปทุกขุนเขา

ทำไมผัก ผลไม้ จึงทะลักเข้าไทยเกลื่อนกราด

ทำไมเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องจักร เครื่องยนต์ราคาถูกจึงตีสินค้าไทยกระเจิง

ทำไม เพลงสาวขอนแก่น จึงไปดังกระหึ่มในโรงละครอาชีพของจีน

ทำไมคนไทยจึงตระหนักเรื่องจีนสร้างเขื่อนแม่น้ำโขง และระเบิดเกาะแก่ง

ทำไมคนไทยริมโขงจึงเดือดร้อน ยกพลขึ้นบก บุกรุกภูเขาตัดไม้ทำลายป่า

ทำไมบ่อนกาสิโนจึงผุดรอบจุดชายแดนประเทศไทย


ทำไม ไม่ทำไม ..เออ ก็นั่นสิ

อย่าลืมทุกชาติเขามีเขี้ยวเล็บกันทั้งนั้น!!

ถ้าไทยไม่เตรียมความพร้อม ไม่ปรึกษากัน ตั้งรับให้ดี

อาจจะตกเกรดไปอยู่กลุ่มฟันหลอ

..พวกกิเลสหนาพัฒนายากก็ได้นะขอรับ

« « Prev : ล่องโขงจากจีน

Next : จดหมายถึงลูกสาว » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

3 ความคิดเห็น

  • #1 Logos ให้ความคิดเห็นเมื่อ 24 ธันวาคม 2008 เวลา 13:49

    เรื่อง “เรื่องสาวอีก้อตกดอย อิ อิ” ไม่ทราบว่าท่านผู้กำกับจะให้กล้องอยู่ที่ยอดดอยหรือตีนดอยดีครับ

    ถ้ายอดดอยจะได้เตรียมใจถ่ายหนังรักโรแมนติก แบบวิ่งเริงร่าบนยอดเขา เป็น the Sound of Music แต่ถ้าเป็ินตีนดอยจะได้เปลี่ยนโหมดเป็นช่างภาพข่าวอาชญากรรม ไปถ่ายภาพแล้วเอาสีดำคาด

  • #2 sutthinun ให้ความคิดเห็นเมื่อ 24 ธันวาคม 2008 เวลา 18:52

    เสร็จแน่เจ้าจิเอ๋ย
    อย่าร้องหาตัวช่วยก็แล้วกัน
    ในบทมันมี..ตอนวิ่งขึ้นดอยด้านหนึ่ง ไปลงดอยอีกด้านหนึ่ง
    คงใช้กล้องทั้ง2ตัวนั่นแหละ
    อิ อิ ..

  • #3 น้องจิ ให้ความคิดเห็นเมื่อ 24 ธันวาคม 2008 เวลา 20:43

    ว้ายตายแล้ว 5555++ เป็นนางเอกหรือเปล่าค่ะ ถ้าเป็นทุ่มสุดตัว 555++


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.026926040649414 sec
Sidebar: 0.059668064117432 sec