ควันหลงจากการประชุมคณะกรรมการกำลังคนด้านสุขภาพแห่งชาติ

โดย sutthinun เมื่อ 23 พฤศจิกายน 2010 เวลา 8:32 ในหมวดหมู่ สวนป่าฮาเฮ #
อ่าน: 2608

สงสัยจะเป็นเทศกาลการจัดประชุม หนังสือประชุมปลิวว่อน พวกเราหลายคนเดินสายประชุมกันตาตั้ง เท่าที่สอบถามดู รอกอดส์ประชุมทุกวัน แห้วซ่าส์ก็ประชุมด้านนโยบายของกรมอาชีวะ วันนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการมาเองซะด้วย มีผู้บริหารจากส่วนกลางเข้าร่วมประมาณ1,500คน รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการหยิบยกเอาเรื่องในหนังสือ “นี่ไงจารย์ปูครูพันธุ์ก๊ากส์” มาแนะนำเป็นคุ้งเป็นแคว บอกแถมเชียร์ว่าเป็นสถานศึกษาที่คณาจารย์ช่วยกันดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด อาจารย์ทุกคนรู้จักลูกศิษย์และมีเบอร์โทรฯประเภทขาลุยไว้ครบถ้วนทุกคน แถมยังมีเบอร์โทรฯผู้ปกครองครบถ้วน เกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นสามารถประสานสายด่วนทันใจ

แหม โดนยกก้นซึ่งหน้า

มีหรือแห้วจะไม่ยิ้มแก้มแทบปริ

ทุกคนถามหา เดินไปไหนมีคนมาทักทายเกรียว

ลูกศิษย์สนุกกับการจำหน่ายหนังสือฉบับขี้โม้สะบัด

ป่านฉะนี้คงจะหน้าบานไปทั้งโรงเรียน

ส่วนผมมาที่โรงแรมรามาการ์เด็นส์ เจอป้ายต้อนรับนายกรัฐมนตรี ที่ท่านมาเป็นประธานเปิดงานมหกรรมละเลิกเหล้า เครือข่ายฯทั่วราชอาณาจักรมาประชุมคับคั่ง มีบู๊ท/บอร์ดแสดง2ฝั่ง ส่วนคณะกรรมการกำลังคนด้านสุขภาพแห่งชาติประชุมห้องใกล้ๆกันที่ชั้น 2 เจ้าหน้าที่กำลังเตรียมการ ผมมานั่งเคาะแป้นต๊อกๆ ว่างตอนไหนก็เขียนตอนนั้น ตามที่อุ้ยสร้อยชี้ชวนว่าอย่าห่างซ้อมเดี๋ยวอักขระขึ้นสนิม

ผมเตรียมการบ้านของอาจารย์สุรีย์ ธรรมิกบวร คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ที่ขอเสนอแนวคิดด้านกำลังพลในแง่ของหน่วยงานด้านการศึกษาตามที่ท่านกรุณาส่งมาดังนี้

การผลิตพยาบาล ควรได้รับการส่งเสริมโดยการสนับสนุนงบประมาณต่อรายหัวเหมือนการผลิตแพทย์ โดยมีเงื่อนไข และกำหนดคุณลักษณะบัณฑิต/การรับเข้า/การจัดการเรียนการสอนให้ชัดเจน เช่น หลักสูตร เน้นการพัฒนาศักยภาพเพียงพอต่อการทำงานในชุมชนทั้งนี้อาจเป็นหลักสูตรเสริม การรับเข้าให้โอกาสพื้นที่มีส่วนร่วมในการคัดเลือก กระบวนการเรียนการสอนมีการเสริมโดยชุมชนที่เป็นเครือข่ายเพื่อให้บัณฑิตมีความรักชุมชนอยู่กับชุมชนได้อย่างดี

ข้อเสนอ ภายใต้หลักการไม่แบ่งแยกสถาบัน กระทรวงสาธารณสุขควรให้ความสำคัญกับมหาวิทยาลัยที่มีปรัชญา และวัตถุประสงค์การผลิตเพื่อชุมชน เช่น ม.อุบล เพราะปัจจุบันยังมีความเข้าใจว่าเป็นการลำบากที่จะให้ทุนข้ามกระทรวง ทั้งที่จริงๆแล้วควรจะดีใจที่มีคนร่วมผลิต กระทรวงจะมีจำนวนพยาบาลเพิ่มได้เร็วมากขึ้นทันต่อการพัฒนา รพ.สต.

1. จัดสรรงบต่อหัวเพื่อช่วยสถาบันที่ร่วมผลิตจะเป็นตัวช่วยในการผลิตให้มี ประสิทธิภาพมากขึ้นโดยให้ 100,000 บาทต่อหัวต่อปี จำนวนเงินพิจารณาจากต้นทุนผลิต และกิจกรรมที่จะต้องดำเนินการ มีการจัดสรรครูมาจากบุคลากรของกระทรวงเพื่อให้มีครูเพียงพอ

2. แต่งตั้งคณะกรรมการร่วมเพื่อร่างเกณฑ์ เงื่อนไขในการร่วมผลิต เช่นต้องมีหลักสูตรเสริมในเรื่องใด มีกระบวนการสอนเสริมใด และมีคณะกรรมการเข้าไปประเมินติดตามเป็นระยะ

3. ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยที่มีความพร้อมในการตั้งเป็นโครงการร่วมผลิตครูพยาบาล ผลิตครูพยาบาลให้ได้ปีละ 500 คนต่อปีเป็นกรณีพิเศษ ทำต่อเนื่อง 5 ปี (สถาบันประมาณ 50 แห่งจะมีครูที่จะผลิตนักศึกษาเพิ่มได้อีก 4000 คนต่อปีดังนั้นใน 5 ปีจะมีพยาบาลเพิ่มจากปกติอีก20,000คน (ครู1คนรับนักศึกษาได้8คน)

4. การเพิ่มค่าตอบแทนต่างๆ เป็นการแก้ไขปัญหาที่เพิ่มภาระให้งบประมาณเกินไป แต่ไม่เพิ่มประสิทธิภาพเท่าที่ควร
การแก้ไขควรมุ่งที่การเร่งผลิต และผลิตให้ตรงกับภาระงานกระทรวง เช่นเน้นการผลิตเพื่อ-รพสต
.เป็นต้น

5. เปิดกรอบบรรจุตำแหน่งเพื่อความมั่นคงในงาน ไม่ย้ายงาน เพราะปัจจุบันมีการย้ายงานบ่อย การต่อเนื่องในการพัฒนาบุคคลากรมีปัญหาจะกระทบต่อคุณภาพได้

สุรีย์ ธรรมิกบวร

มีข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการผลิตนักศึกษาเพิ่มเติม
จากการมีโอกาสไปวิพากษ์หลักสูตรพยาบาลที่นครปฐม


ประเด็นที่ 1 โจทย์ที่สำคัญคือกรรมการทุกคนซึ่งมีทั้งหัวหน้าพยาบาล สาธารณสุขจังหวัด-นายกอบต.ต้องการเรื่องคุณธรรมจริยธรรมมาอันดับหนึ่งด้วยเหตุผลที่น่าสนใจและตรงกับที่ครูบาพูดคือ การมีคุณธรรม มีเมตตา จะมีความพร้อมในการช่วยเหลือ และจะไม่สร้างปัญหาให้ทีมส่วนทักษะความรู้นั้นสามารถพัฒนาได้ง่าย

ประเด็นที่ 2 คือ อบต. ติดขัดเกี่ยวกับการจ้างงานพยาบาลเมื่อจบมาเพราะต้องไปเข้าระบบสอบเหมือนตำแหน่งอื่นๆอีก และกระทรวงสาธารณสุข ท่านดร. นพ. ถวัลย์ สสจ. นครปฐม บอกว่ามีปัญหาเกี่ยวกับงบเงินเดือน เพราะขณะนี้โรงพยาบาลเองมีเงินติดลบ
จึงจะขอฝากครูบาว่า จะต้องมีกลไกในการให้ทุน และผูกพันงบเงินเดือนจากส่วนกลางลงมาเป็นงบเฉพาะ ในส่วนมหาดไทย จะต้องกำหนดวิธีการเฉพาะสำหรับตำแหน่งพยาบาล และมีโครงสร้างในการก้าวหน้าของพยาบาลในอบต
.ค่ะ

(นักศึกษาแพทย์และพยาบาลมาลงพื้นที่ตามสไตล์เฮฮาศาสตร์ เป็นอีกทางเลือกหนึ่งให้พิจารณา)

สำหรับข้อมูลการไปสวนป่าอยู่ที่
http://www.nurse.ubu.ac.th/sub/index.php?image=6
http://www.nurse.ubu.ac.th/sub/index.php?name=webboard&file=read&id=50

อาจารย์ค่ะทำอย่างไรจึงจะมีวิธีคัดเลือกผู้เรียนที่มีเมตตามาเรียนพยาบาล ปีนี้คาดว่าจะเสนอให้มีการสอบตรงใน2 วิชาค่ะ คือสอบความถนัดทางการพยาบาลเน้นข้อสอบการคิดวิเคราะห์ เชื่อมโยง และสอบ ความรอบรู้สังคมและสุขภาพ โดยเน้นความรู้ที่เกี่ยวกับการเป็นพยาบาลในชุมชนต้องรู้ และเกี่ยวข้องในอนาคต และให้นำหนัก ร้อยละ 50 อีก 50 ให้นำหนักความรู้โดยนำมาจากการสอบ GAT PAT ONETและGPAX

หลังจากลงทะเบียนแล้ว นพ.อำพล จินดาวัฒนะ เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ มาทักทายแล้วนั่งคุยกัน ผมเกริ่นถึงเรื่องที่ท่านคณบดีพยาบาลศาสตร์ ม.อุบลฝากมา สรุปได้ว่าเรื่องกำลังพลนั้นเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่เกี่ยวเนื่องกับกลไกต่างๆมากมาย และเรื่องที่อาจารย์สุรีย์เสนอเกี่ยวกับประเด็นการประชุมครั้งนี้ มีการถกถ้อยกระบวนความเฉี่ยวไปเฉี่ยวมาพอควร ผมได้บันทึกบางตอนเป็นคริปไว้ด้วย วันหลังจะฝากไปกับคุณหมอป่วน คณบดีคณะแพทย์ศาสตร์ช่วงที่เอานักศึกษาแพทย์มาสวนป่าเดือนหน้า อนึ่งการประชุมครั้งนี้มีสาระรายละเอียดที่ชัดเจนก้าวหน้าระดับหนึ่ง คงจะไว้เล่าตอนที่เจอกันนะครับ

คณะกรรมการด้านกำลังคนด้านสุขภาพแห่งชาติ ประกอบไปด้วยคณะกรรมการที่มาจากหน่วยงานสำคัญๆที่เกี่ยวเนื่องต่อการพิจารณาปัญหาโดยตรง เช่น ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ-เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน-เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ-ผู้แทนกระทรวงกลาโหม-อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น-เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา-รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข-เลขาธิการสำนักหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ-เลขาธิการทันตแพทย์สภา-นายกแพทยสภา-นายกสภากายภาพบำบัด-ประธานมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค-นายกสภาการพยาบาล-กรมการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก-ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนยุทธศาสตร์-ผู้อำนวยการสำนักงานวิจัยและพัฒนากำลังคนด้านสุขภาพ นายกสภาเภสัชกรรม-มหาชีวาลัยอีสาน-นอกจากนี้ยังมีกรรมการเพิ่มเติมตามวาระอีกหลายสิบท่าน

ลำดับแรกรายงานผลการดำเนินการคัดเลือกบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขดีเด่น และการจัดเตรียมสถานที่ศึกษาดูงาน สำหรับประชุมวิชาการGlobal Workforce Alliance ครั้งที่2 ที่กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 26-29 มกราคม 2554 ผลการคัดเลือกได้แก่

1 นายแพทย์ภักดี สืบนุการณ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชด่านซ้าย จังหวัดเลย ผู้แทนสายแพทย์

2 นายธีระวัฒน์ แดงกะเปา สถานีอนามัยบ้านสี่แยกสวนป่า ตำบลวังหิน อำเภอบางขัน จังหวัดนครศรีธรรมราช ผู้แทนสายสาธารณสุข

3 ด้านการผลิตแพทย์ เลือกที่คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล

4 การบูรณาการการบริการแพทย์แผนไทย ที่โรงพยาบาลอู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี

5 Community Health Workforce ที่สถานีอนามัยตลาดจินดา จังหวัดนครปฐม

6 Financial Incentive and Management System และประเด็นการบริหารการจัดการกำลังคนด้านสุขภาพ ที่โรงพยาบาลพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา

7 การบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมชุมชน ที่โรงพยาบาลบ้านแพร้ว (องค์การมหาชน) จังหวัดนครปฐม

8 Humanize Health Care (HHC) การดำเนินงานแบบจิตอาสา ที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า และการพัฒนางานด้านสุขภาพชุมชนร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่โรงพยาบาลชุมชนบางบัวทอง อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี

9 การดูแลและควบคุม HIV โดยการมีส่วนร่วมของภาคส่วนอื่นนอกภาคสาธารณสุข ที่วัดพระบาทน้ำพุ จังหวัดลพบุรี

(ร่าง) บทสรุปแผนยุทธศาสตร์ทศวรรษการพัฒนาโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล พ..2554-2564 (ระยะเวลา10ปี)

ตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งภายใต้แผนลงทุนเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจระยะที่2 (ปี2553-2555) กระทรวงสาธารณสุขได้สนองนโยบายดังกล่าว โดยยกระดับสถานีอนามัยเป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพสุขภาพชุมชน (รพ.สต.) ทุกแห่งทั่วประเทศ รวม 9,770 แห่ง โดยในปี2553 คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติงบประมาณโครงการไทยเข้มแข็งให้แก่กระทรวงสาธารณสุขจำนวน 1,490 ล้านบาท เพื่อยกระดับสถานีอนามัย 2,000 แห่ง และในปีงบประมาณ2554 ยกระดับสถานีอนามัยที่เหลือ 7,770 แห่ง ในงบประมาณ 6,000 ล้านบาท

ประเด็นการบริหารจัดการด้านกำลังคนเพื่อรองรับนโยบายการพัฒนาและการจัดบริการในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) จากนโยบายของรัฐบาลเรื่องปรับปรุงด้านสาธารณสุข ยกระดับสถานีอนามัยเป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล เน้นการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในระดับบุคคล ครอบครัวและชุมชน พร้อมกับการมีศักยภาพในการดูแลรักษาพยาบาลฟื้นฟูสภาพเพิ่มขึ้น โดยเป็นเครือข่ายโรงพยาบาลและมีการพัฒนาระบบส่งต่อผู้ป่วย

พัฒนาระบบสนับสนุนเพื่อให้สามารถดำเนินการได้ตามนโนบาย ได้มีการสนับสนุนด้านการเงินการคลัง การพัฒนาระบบฐานข้อมูลสุขภาพ ระบบการปรึกษาทางไกล ระบบส่งต่อ การแพทย์ฉุกเฉิน ระบบยาและเวชภัณฑ์ การบริหารแบบมีส่วนร่วม การบริหารจัดการด้านกำลังคน ยังพบว่ามีปัญหาด้านการบริหารจัดการโดยเฉพาะด้านกำลังคนเพื่อบริการใน รพ.สต.

ข้อเสนอด้านบุคลากร

· ปรับย้ายกำลังคน (โยกย้ายภายใน/ชดเชยกำลังคน)

· สรรหาบุคลกรใหม่

-ตำแหน่งข้าราชการ

-ระบบจ้างงานใหม่(ระเบียบใหม่,สิทธิประโยชน์,สัญญาจ้าง)

· เพิ่มศักยภาพของบุคลากร(อบรม,ศึกษาต่อ,ผลิตใหม่)

· ผลิตเพิ่ม (ทำแผนระยะกลาง)

· อสม./ลูกจ้าง

ประเด็นหารือสถานการณ์ ความต้องการกำลังคน

(เดี่ยว 4 , เครือข่าย 7, 1:1,250)

สถานการณ์ และแผนการเพิ่มกำลังการผลิตและพัฒนา

(กระทรวงสาธารณสุขผลิตได้ 4,000ราย)

(เอกชน-ราชภัฏฯ อื่นๆ ผลิตได้ 4,000ราย)

การรักษาบุคลากรไว้ในระบบ

-ค่าตอบแทน (สูตร [p+w+A+D]*K)

-ความมั่นคง ก้าวหน้า สวัสดิการ

-การพัฒนา

ประเด็นนี้ผู้ทรงคุณวุฒิเสนอแนะ

/ควรจะได้มีการพิจารณาแตกต่างจากระบบทั่วไป

/การคิดวิธีการจ้างงานรูปแบบใหม่

ด้านการเงินการคลัง

· งบStimulus Package2 ตั้งแต่ปี 53

· งบลงทุนเขต/จังหวัด

· งบดำเนินการ200,000บาทต่อแห่ง(1,000แห่ง)

· งบเพิ่มเติมจากCUP/สสจ.

· งบPP area base ที่อยู่ในระดับเขตและจังหวัด

· กองทุนสร้างเสริมสุขภาพตำบล

· งบ อปท.

ปัจจัยดึงดูดพยาบาลไปทำงานในชนบท

· ดูประเภทของสถานบริการ : รพช (48%) > สอ (1%)

· สวัสดิการด้านการรักษาครอบคลุมถึงครอบครัว

· ค่าตอบแทนเงินเดือน 1.3-1.5 เท่าของ ขรก.

· การจัดสรรบ้านที่มีคุภาพ

· ความก้าวหน้าในตำแหน่งอาชีพเช่นเดียวกับข้าราชการ

· จัดสรรตำแหน่งข้าราชการสำหรับพื้นที่ขาดแคลน

· สนับสนุนการพัฒนาระบบกองทุนปฐมภูมิในระดับจังหวัดหรืออำเภอเพื่อใช้ในการบริหารจัดการกำลังคน

· รูปแบบการบริหารจัดการองค์กรที่ดี

· เพิ่มการผลิตบุคลากรที่จะต้องปฏิบัติงานที่สถานีอนามัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งแพทย์ พยาบาล บุคลากรฟื้นฟูสมรรถภาพ ทันตาภิบาล

· คัดเลือกผู้เข้ารับการศึกษาจากชุมชน สนับสนุนทุนการศึกษา และมีสัญญาผูกพัน

· ในระยะสั้นควรผลิตบุคลากรระดับประกาศนียบัตร และสร้างโอกาสศึกษษต่อ และมีความก้าวหน้าในวิชาชีพ

· สนับสนุนเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในการศึกษาต่อพยาบาลวิชาชีพ

· เน้นส่งเสริมแพทย์สาขาเวชศาสตร์ครอบครัวเพื่อปฏิบัติงานในปฐมภูมิ

ประชาชนได้อะไร?

· ความครอบคลุม (Coverage) ของบริการขั้นพื้นฐานเพิ่มขึ้น

-การให้วัคซิน

-การฝากครรภ์ ตามเกณฑ์มาตรฐาน

-อื่นๆ

· คุณภาพชีวิต (Quality of life) ของประชาชนดีขึ้น

-อัตราทารกตาย และแม่ตายลดลง

· การเข้าถึงบริการสุขภาพของประชาชนในระดับตำบลดีขึ้น

-ลดความแออัดของโรงพยาบาลแม่ข่าย

-จำนวนผู้ป่วยข้ามจากตำบลมาโรงพยาบาลอำเภอ/จังหวัดลดลง

-การนอนโรงพยาบาลจากโรคแทรกซ้อนหรือโรคป้องกันได้ลดลง

· มีการค้นพบผู้ป่วยเรื้องรังรายใหม่เพิ่มมากขึ้น

· ภาวะโรคแทรกซ้อนลดลง

· ผู้ป่วยโรคเรื้อรังมารับบริการจำนวนเพิ่มขึ้น(คน/ครั้ง)

· อัตราการตายลดลง

กลยุทธ์ สร้างเสริมขีดความสามารถบุคลากรทุกระดับที่ปฏิบัติงานใน รพ.สต.

1 พัฒนาศักยภาพแพทย์ให้เป็นแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว

2 พัฒนาพยาบาลให้เป็นพยาบาลเวชปฏิบัติ

3 เสริมทักษะให้บุคลากรในรพ.สต. มีศักยภาพในการให้คำปรึกษา การเฝ้าระวัง การสอบสวนโรค ทักษะในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ และทักษะการทำงานแบบมีส่วนร่วมกับชุมชน

4 สนับสนุนการจ่ายค่าตอบแทนเพื่อปฏิบัติงานในชุมชนตามปริมาณงานที่ดำเนินการเชิงรุกอย่างเป็นธรรม โดยไม่ให้แตกต่างกับบุคลากรในโรงพยาบาล

5 กำหนดให้มีความก้าวหน้าในระบบราชการกับบุคลากร รพ.สต. เพื่อเป็นการกระตุ้นให้บุคลากรมีความกระตือรือร้นและเร่งรัดงานระดับชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยการจัดโครงสร้างของตำแหน่งให้ชัดเจน

6 สนับสนุนสิ่งอำนวยความสะดวกในการทำงานและความปลอดภัย เช่น รถยนต์ประจำ รพ.สต. โทรศัพท์เคลื่อนที่ บ้านพักที่เพียงพอ

สรุป

ผู้ทรงคุณวุฒิให้ความเห็นที่เป็นประโยชน์หลายประเด็น เช่น

- เรื่องการปรับปรุงสถานีอนามัย คงไม่ใช่เพียงแค่เปลี่ยนป้ายชื่อ แต่ต้องเตรียมความพร้อมทุกด้านพอสมควร ไม่อย่างนั้นแล้วจะเกิดการฝ่อที่จะดำเนินการให้ก้าวหน้าได้ ถ้าการเปลี่ยนแปลงไม่มีเนื้อมีแต่น้ำก็จะเกิดเสียงสะท้อนในทางลบ ผู้ที่จะโอนย้ายมาก็จะหลบมากว่าจะลงพื้นที่

- เรื่องขอเพิ่มอัตรากำลังคน ทั้งสำนักงบประมาณ และ กพ.ที่ถูกพาดพิงบ่อยครั้ง บอกตามตรงว่าคงจะยาก เพราะมีกรอบใหญ่ครอบคลุมอยู่แล้ว เลิกมาตอแยเสียที ไม่สามารถจัดให้ได้ตามที่ต้องการ เว้นแต่กระทรวงฯ จะไปคุยกับฝ่ายการเมืองเอาเอง ให้มีมติครม.ออกมา

- ตามแผนงานต่างๆ รัฐบาลเป็นผู้เสนอแผน/โครงการพัฒนา มีมติออกมาว่าจะทำอะไรบ้าง นั้นรัฐบาลควรจะรับผิดชอบด้านการสนับสนุน ไม่ใช่เสนอมาแล้วปล่อยให้กระทรวงฯดิ้นรนดำเนินการบนฐานความไม่พร้อมอะไรสักอย่าง ควรมีการเจรจา>> ถ้าจะให้สำเร็จตามวัตถุประสงค์ รัฐบาลควรจะสนับสนุนอย่างแข็งแรงด้านไหนอย่างไร?

ด้านอัตรากำลังที่ขาดแคลน เป็นไปได้ไหมที่บุคลากรมาชุมนุมกันอยู่ในเมือง ไม่มีใครยอมออกไปทำงานในชนบท ถ้ามีนโยบายกระจายเจ้าหน้าที่ออกไปสู่ภูมิภาคอย่างเป็นระบบ โดยให้ทุกภาคส่วนยอมรับและทำงานกันได้อย่างมีความสุข ถ้าบริหารบุคคลได้ ปัญหากระจุกตัวจะช่วยบรรเทาได้พอสมควร

- มหาชีวาลัยอีสานขอเสนอต่อท้าย เรื่องการมีส่วนร่วมกับภาคส่วนประชาคม/สังคม ยังมีช่องทางที่เข้าไปถึงจุดที่สะท้อนให้ชุมชนตระหนักต่อการมีส่วนร่วมชุมชนจะได้รับ และถ้าชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมด้วยช่วยกัน ทั้งด้านงบประมาณ บุคลากร (อสม.) จะปลุกพลังแฝงให้มีอนุภาพได้อย่างมาก ถ้าบุคลากรใน รพ.สต.เข้าถึงวิถีชุมชนอย่างแนบแน่น ดังที่เราจะเห็น

/มีอาคารในโรงพยาบาลหลายแห่งที่สร้างด้วยงบประมาณจากหลวงพ่อเกจิอาจารย์ดัง บางกรณีมีการบริจาคเป็นเครื่องมือหรือเวชภัณฑ์

/ในงานศพหลายแห่ง เจ้าภาพจะมีซองการกุศลแจกให้ วัด โรงเรียน สถานีอนามัย (หลังจากรับซงมาแล้ว ทำอะไรต่อ ทำอะไรบ้าง แจกแจงให้เกิดกระแสบุญ ให้เห็นเชิงสัญญลักษณ์ ได้ไหม?

/ในเมื่อมีงานทอดผ้าป่าช่วยโรงเรียน ช่วยวัด ก็ควรมีกระแสผ้าป่าช่วยสถานีอนามัย ทำยังไงจะเกิดจุดนี้ ถ้าผู้บริหารประสานใจกับชุมชนได้ ก็จะมีแต่ได้กับได้ โดยเฉพาะได้ใจของชุมชนนั้นๆ

/ควรสร้างกระแสทำบุญกับรพ.สต. แบบช่วยวัดครึ่งหนึ่งโรงพยาบาลครึ่งหนึ่งโดยมูลนิธิ ภาคธุรกิจเอกชน ฯลฯ ในเมื่อวิถีไทยนั้นพึ่งพาวัดกับโรงพยาบาลไม่น้อยกว่ากันเลย

/ประชาสัมพันธ์ให้ทุกภาคส่วนมาเป็นเจ้าภาพร่วมเชิงกระบวนการอย่างแท้จริง

/จัดกิจกรรมเชิงรุกเกี่ยวกับสุขภาวะอนามัยที่ใกล้เคียงกับวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง

การประชุมครั้งนี้ ประทับใจท่านประธาน นพ.มงคล ณ สงขลา ที่ดำเนินการประชุมได้อย่างมีชีวิตชีวา ส่วนผู้ทรงคุณวุฒิจากสถาบันต่างๆ ได้นำผลการวิจัยและข้อเสนอแนะดีๆมาลงขันความคิดกันอย่างตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม แต่ไม่เครียด กลับถ้อยทีถ้อยอาศัยเหตุผลมาพิจารณากัน ซึ่งไม่ค่อยจะเห็นบ่อยนักในการประชุมในเวทีอื่น

นัดหมายประชุมครั้งต่อไป วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2554

« « Prev : สายการบินนกแอร์ ตอนตาแก่ขี้ยั๊วะ

Next : ใครมีชื่อ ส. ยกมือขึ้น » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

3 ความคิดเห็น

  • #1 bangsai ให้ความคิดเห็นเมื่อ 23 พฤศจิกายน 2010 เวลา 21:04

    จริงๆ ผมชื่นชมข้าราชการสาขานี้มากที่สุด เพราะก้าวหน้าที่สุด ครับ สมัยเรียนอยู่ผมก็พักห้องเดียวกับนักศึกษาแพทย์ รักใคร่กัน เห็นเขาทำงานก็ชื่นชม หลายคนก้าวเข้าสู่ชุมชขนด้วยความตั้งใจจริงๆ จะเรียกอุดมการณ์หรืออะไรก็ตาม แต่เขาเหล่านั้นทุ่มเทเพื่อคนในชนบทที่ทุกข์ยากมากมาย ดูหมอ KMsbai ที่ปายของเราซิ ยังสู้อยู่ที่นั่น น่าชื่นชมจริงๆ แต่สุขภาพเป็นเรื่องใหญ่มากๆ เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับทุกเรื่องทั้งชีวิต ตั้งแต่เกิดจนตาย การขยับอะไรสักนิดก็กระเทือนไปหมด การพบปะพูดคุยกันเป็นเรื่องที่ดี ครับ ไม่มากก็น้อยที่มีสิ่งดีดีเกิดขึ้นเพื่อพัฒนา ยกระดับอนาคตของสุขภาพให้ดีขึ้นครับ

  • #2 จอมป่วน ให้ความคิดเห็นเมื่อ 23 พฤศจิกายน 2010 เวลา 22:31

    คงต้องหัดทำงานร่วมกับผู้อื่น แบบศักดิ์ศรีเท่าเทียมกัน

    ถ้ายังไม่รู้จักเขา ดูถูกเขา แต่จะเอาจากเขาข้างเดียวคงแก้ปัญหาลำบาก อิอิ

  • #3 sutthinun ให้ความคิดเห็นเมื่อ 24 พฤศจิกายน 2010 เวลา 3:38

    ทั้ง 2 ประเด็นมีความนัยให้พบเห็นทั่วไป
    ทั้งจุดดีและจุดด้อย เป็นอาการแฝงที่แตกต่างจากระบบงานอื่น
    กรณีที่คุณหมอจอมป่วนบอก มันมีอยู่มากดูครึ่งๆกลางๆยังไงไม่รู้นะครับ
    ถ้าบุคลากรทางการแพทย์ทำตัวได้เหมือนนางผดุงครรภ์สมัยก่อน ชาวบ้านรักตายเลย
    ซึ่งไม่ใช่ไม่มี
    ยกตัวอย่างที่ท่านบางทรายบอก คุณหมอที่ปาย
    ผมเคยไปเที่ยวปายได้รู้ได้เห็นด้วยตา เห็นความตั้งใจที่หายาก
    เข้าถึงทุกปัญหาอย่างถึงแก่น
    คุณหมอเป็นลูกชาวบ้าน ชาวส่วย เคยพาพ่อแม่ญาติมาที่สวนป่า
    เห็นวัตรปฏิบัติต่อครอบครัว/ต่อสังคมแล้วประทับใจจริงๆ
    แต่ก็นั่นแหละ ช้างเผือกอยู่ในป่า ไม่อนาทรกับชื่อเสียงหรือความก้าวหน้าแบบสะเดิดสะดุ้ง
    ทำงาน เพื่องาน แล้วความสุขจะไปไหนเสีย
    แต่ยอมรับว่าเรื่องอย่างนี้ยากที่จะอธิบาย
    ต้องช่วยกันกระเทาะสนิทสร้อย หรือสนิมใจ จากทุกฝ่าย


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.066277980804443 sec
Sidebar: 0.087167024612427 sec