รู้แล้ว ทำไมสาละวันเตี้ยลง

โดย sutthinun เมื่อ 2 พฤศจิกายน 2010 เวลา 1:06 ในหมวดหมู่ สวนป่าฮาเฮ #
อ่าน: 3746

(เทวดากับยักษ์แย่งกันผันน้ำ)

ตอนเด็กๆผู้ใหญ่ชวนไปเที่ยวจังหวัดหนองคาย พากันมองไปที่ฝั่งลาวยามเห็นแสงไฟระยิบระยับยามค่ำคืน ได้แต่ยืนรำพึง>>โขงเอ๋ยเจ้าคงเคยไหลเอื่อย ไหลเรื่อยเป็นลำคดโค้ง ตอนนั้นยากจะข้ามไปฝั่งลาวใจจะขาด แต่เมื่อผู้ใหญ่เขาไม่พาไปเด็กๆจะทำอะไรได้ จนกระทั้งได้ข้ามไปฝั่งลาวครั้งแรกสมัยที่พลเอกกองแลยึดอำนาจ สมัยนั้นถนนวิ่งเข้าเวียงจันทร์ยังเป็นลูกรัง รถยนต์ขับพวงมาลัยซ้าย เล่นเอาต๊กกะใจ๊เหมือนกัน ต้องไปกินหมูหันปลอบใจหมดเงินไป200,000กีบ หลังจากนั้นก็ได้ข้ามไปฝั่งลาวหลายครั้ง เคยล่องเรือยนต์ยามน้ำโขงหลาก มีกิ่งไม้ใบไม้ท่อนซุงลอยมาเต็มทั้งแม่น้ำน่ากลัวมาก เมื่อปีที่แล้วนั่งเรือจากจีนมาขึ้นที่ท่าเชียงแสนจังหวัดเชียงราย หลังขดหลังแข็ง8-9ชั่วโมงแต่ก็ได้เห็นสภาพของแม่น้ำโขงคุ้มอยาก

(บอกเฉยเลยว่าที่นั่งริมหน้าต่างเต็ม รักเราเท่าฟ้าแบบไหนฟะ)

วันนี้บุกเวียงจันทร์กับคณาจารย์อาวุโสของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี คณะที่ออกจากสุวรรณภูมิมีท่าน ศ.จอมจิน จันทรสกุล นายกสภาฯเป็นหัวหน้าคณะ อีกสายหนึ่ง รศ.ดร.นงนิตย์ ธีระวัฒนสุข ท่านอธิการบดีนำคณะเดิอนทางเข้าด้านจังหวัดหนองคาย มีท่านอาวุโสหลายท่านมีลืมหนังสือเดินทางบ้าง ไม่ก็หนังสือเดินทางใกล้หมดอายุ ยังดีที่ไปถึงสนามบินมีเจ้าหน้าที่ สปป.ลาวมาคอยอำนวยความสะดวก เข้าไปห้องรับรองทุกอย่างท่านพี่ลาวจัดการเสร็จสรรพ ออกจากสนามบินแวะไปกิจการบริษัทคนไทย ซึ่งดร.ขันธ์ชัย เกียรติศรีธนกร ประธานบริษัทเบียร์ลาว/ฮอนด้าลาว/โรงแรมในเครือหลายประเทศ พาลูกชายและคณะมาคอยประสานงานอำนวยความสะดวก

ที่โรงแรมลานช้าง สั่งผัดลาวมาชิม ปรากฏว่าลาวเรียกผัดไทยเฉยเลย

ช่วงบ่ายเดินทางไปทำเนียบรัฐบาล เป็นที่ทำการที่สร้างใหม่อยู่ใกล้กับประตูชัย ที่ห้องรับรองคณะเจ้าบ้านมาร่วมพิธีประมาณ 45 ท่าน ประกอบด้วยรัฐมนตรีหลายท่าน ผู้อำนวยการโรงเรียนพรสวรรค์ชนเผ่า และอธิการบดีมหาวิทยาลัยแห่งชาติลาวนำคณะผู้บริหารมาร่วม ฝ่ายไทยนอกจากคณะจากมหาวิทยาลัยอุบลฯแล้ว ท่านเอกอัคราชทูตไทยประจำสปป.ลาว ยังมีทูตทหาร และคนไทยที่ไปเปิดธุรกิจในลาว รวมแล้วจำนวนใกล้เคียงกับของลาว

หลังจากทุกอย่างพร้อม ท่านอาจารย์นงนิตย์ ธีระวัฒนสุข อธิการบดีกล่าวคำสดุดีเกียรติคุณ ฯพณฯ พลโทดวงใจ พิจิต รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงป้องกันประเทศ กล่าวโดยสังเขป ภายหลังการสถาปนาสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ในวันที่ 2 ธันวาคม 2518 เป็นต้นมา สปป.ลาวได้ปรับใช้นโนบายหลายประการที่เรียกว่า”จินตนาการใหม่” หรือแนวทางเปลี่ยนแปลงใหม่มาใช้ตั้งแต่ปี 2529 พลโทดวงใจ พิจิต ได้ดำเนินงานตามนโยบายเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติลาวจนมีเสถียรภาพ โดยให้ความสำคัญต่อความสัมพันธ์ มิตรภาพและความร่วมมือระหว่างประเทศ ท่านมีแนวคิดว่า “ความร่วมมือด้านความมั่นคงของอาเชียน จะนำสันติภาพ ความมั่นคง ความเข้าใจ และการช่วยเหลือกันในภูมิภาค” ฯลฯ

ท่านนายพลดวงใจ พิจิต เป็นนายทหารร่างกระชับ ท่านพูดเบาแต่น้ำเสียงราบรื่น ท่านได้อุทิศตนทำงานจนเป็นดวงใจของประชาชนลาว การมอบปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาบูรณาการศาสตร์ จึงเหมาะสมด้วยประการทั้งปวง หลังจากทั้ง2ฝ่ายได้กล่าวแสดงความยินดีกันแล้ว มิตรประเทศทั้ง2ฝ่ายได้ทยอยมอบดอกไม้และถ่ายรูปเป็นที่ระลึก คณะรัฐมนตรีและครอบครัวของท่านได้มาร่วมแสดงความยินดีอย่างชื่นมื่น

1 ทุ่ม มีงานเลี้ยงแสดงความยินดีที่โรงแรมล้านช้างที่เราพัก เนื่องจากท่านนายพลเป็นที่รักของประชาชน มีผู้หลักผู้ใหญ่สปป.ลาวมาร่วมงานจำนวนมาก ผมละอึ่งกิมกี่ตรงที่รายชื่อเป็นภาษาลาวบอกไว้ที่โต๊ะ ยังแอบเก็บมาด้วยนะครับ อาหารอร่อยได่เจอข้าวหลามและผักจิ้มลาบที่อยากจะได้พันธุ์มาปลูกที่สวนป่า ลงภาพไว้ด้วยเผื่ออาว์เปลี่ยนจะใจดีหามาฝาก

เนื่องจากท่านเป็นผู้นำในกองทัพ การแสดงส่วนใหญ่จึงมาจากศิลปินของกองทัพสปป.ลาว นอกจากการร้องรำทำเพลงแล้ว ที่น่าทึ่งคือการแสดงเลียนเสียงนกได้หลายสิบชนิด ผมคิดว่าน่าจะเป็นคนเก่งด้านนี้ติดอันดับโลก แสดงได้สุดยอดจริงๆ สลับด้วยการกล่าวแสดงความยินดีอีกรอบ ท่านพลโทดวงใจ พิจิต ได้มอบเข็มกลัดรูปเจดีย์หลวงให้กับพวกเราทุกคน ทุกโต๊ะชนแก้วไวน์กันอยู่เรื่อย ทางฝ่ายลาวท่านจะกล่าวคำว่า “เพื่อความสำเร็จ” สำเร็จทุกแก้ว เติมแล้วเติมอีก รำวงสามัคคีเป็นวัฒนธรรมที่เรียบง่ายที่สนุกพอดีพองาม ประทับใจระหว่างกันก็พอแล้ว หลังจากรำวง3รอบ อิ่มหนำสำราญทั่วหน้าไม่เยิ่นเย้อ จึงทยอยส่งแขก

(บ่ฮู้ใบอิี่หยัง เพิ่นใส่มากินกับลาบ แซบขนาดอาว์เปลี่ยนฮู้จั๊กเก๊อะ)

ผมเมาไวน์ เขียนตกๆหล่นๆ

ไม่ทำการบ้าน งานก็จะค้าง

พรุ่งนี้เช้าจะไปเยี่ยมมหาวิทยาลัยแห่งชาติลาว

แล้วจะกลับ-ต่อไปพัทยาตอนบ่ายแก่

คืนนี้ตาลายแล้ว

ขอลาที มิใช่ลาก่อน อิ อิ

อ้อ! มีเรื่องฟ้องน้าอึ่ง

อยากให้น้าอึ่งไปว๊ากส์หรือเลี๊ยะพะเหลือเกิน

เจ้าหน้าที่เช็คตั๋วนะสิ

เราถามว่ามีที่นั่งว่างริมหน้าต่างไหม?

เจ้าคุณหมอนี่บอกเต็มครับ

คนอยากจะถ่ายรูปน้ำท่วมก็หงุดหงิดนะสิ

แต่พอเข้าเครื่อง>> เจอที่นั่งริมหน้าต่างว่างนะสิน้า

น้าช่วยไปจัดการถอดป้าย “รักคุณเท่าฟ้า” ทิ้งที !

« « Prev : เรือก้วยเตี๋ยว หายไปไหนแม่เอ๊ยยยย..

Next : การศึกษาลาวกำลังก้าวหน้าเรียนเต็มที่ 12 ปี » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

3 ความคิดเห็น


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.11688303947449 sec
Sidebar: 0.064903020858765 sec