บ้านป่า4 : ตอนล้างพิษในกายใจ

โดย sutthinun เมื่อ 15 กันยายน 2009 เวลา 9:51 ในหมวดหมู่ สวนป่าฮาเฮ #
อ่าน: 1688

ที่มาของเรื่องเป็นอย่างนี้ครับ “เราจะปรับความรู้ในเชิงวิชาการ มาเป็นความรู้ในเชิงวิชากิน หมายถึงรู้แล้วต้องทำเป็น กินได้ ใช้ประโยชน์ต่อตนเองและผู้อื่น” ไหนๆผมก็ยุ่งอยู่กับเรื่องเจ็บป่วยออดแอ๊ดเป็นประจำ ตั้งแต่เกิดสังขารได้ผ่านการรักษามาทุกประเภท กินยา ฉีดยา ผ่าตัด ทำมาครบถ้วนแล้วไม่มีตกหล่น เจอเข็มแทงตูดประมาณคร่าวๆคงไม่น้อยกว่า500เข็ม ยาสารพัดชนิดกินมาแล้วไม่น้อยกว่า 5,000 เม็ด ยานวด ยาทา ยาดม ยาผีบอกยาผีหลอกเจอมาครบครัน อุบัติเหตุก็ไม่ธรรมดา ซี่โครงแทงทะลุปอด ปอดแฟบ ก้นกบหัก ต้องไปนอนให้หมอกู้ชีวิตแบบเส้นยาแดงผ่าแปด เคยผ่าตัดใหญ่มา3ครั้ง เรื่องไหลตายก็มีประสบการณ์ เสียค่ารักษาเข้าๆออกๆโรงพยาบาลหลายล้านบาท

ในตัวมีแต่ยาๆๆๆ..มีพิษเต็มทุกอณู จนบางครั้งเผลอพ่นพิษ.. พักหลังละเลิกยาแผนปัจจุบัน อยู่ในระหว่างทำการล้างพิษด้วยการกินน้ำปั่นสมุนไพร กินอาหารแบบประณีต หลับนอนมากขึ้น สรุปได้ว่าเป็นการเอาชีวิตไปทดลองเรียนรู้เรื่องสุขภาวะอย่างถึงถูกถึงคน จึงซาบซึ้งกับคำว่า

“ความมีโรคเป็นทุกข์ลาภที่ไม่ประเสริฐ”

ไหนๆก็ได้เรียนรู้เรื่องโรคติดต่อติดพันโรคอย่างอุตลุดเช่นนี้แล้ว ก็มีความคิดว่าน่าจะเอามาจัดเป็นหลักสูตรอบรมคนอื่นให้อยู่รอดปลอดภัยกว่าตนเอง เพราะเรามีตัวอย่างที่ไม่ดีของแท้ๆสดๆมาอธิบาย

ประกอบกับที่ผ่านมาทำเรื่องเจ๊าะแจะๆธรรมชาติ ทำให้รู้เห็นพลังธรรมชาติอยู่บ้าง เรื่องนี้ถ้าตั้งเป็นตุ๊กตา แล้วให้ชาวฮามาช่วยกันออกแบบ หลักสูตรน่าจะเนียนไม่น้อย ชาวฮามีครบสาขา ในสายธรรมะกับธรรมชาติ การออกกำลังกาย การดูแลเรื่องอาหาร การปฏิบัติธรรม พวกเราธรรมดาที่ไหนเล่า อาจารย์หลินฮุ่ย อาจารย์แพนด้า ป้าจุ๋ม ป้าหวาน คุณหมอจอมป่วน อุ้ย ครูอึ่ง ยังมีสายมังสะวิรัต ท่านบางทราย ตาหวาน ฯลฯ การออกแบบวิชาความรู้แนวธรรมชาติบำบัด ลองให้บรรยายฉอดๆเป็นต่อยหอยทุกคนแหละอิ อิ

ยังมีหลวงพี่ติ๊กอีกรูปหนึ่ง ท่านเล่าว่าอย่าลืมพระนะ อาหารไม่ว่าสูตรไหนเมนูไหนพระฉันมาหมดแล้ว ของดีๆอร่อยๆญาติโยมมักจะนำไปถวายพระ คนภายนอกอาจจะมองข้าม หารู้ไม่ว่านี่แหละเชลชวนชิมตัวจริง ส่วนสมาชิกชาวลาที่ไม่ได้ออกชื่อ ผมเก็บไว้เป็นหนูลองยาของหลักสูตรนี้

บ้านเมืองเรามีอาหาร พืชผักสมุนไพรสุดยอดของโลก แต่เราก็ไม่ได้ศึกษาค้นคว้านำมาใช้ในวิถีไทยอย่างจริงจัง ปล่อยให้สะเปะสะปะเป็นตาบอดคลำช้าง ไม่ต้องไปต่อว่าใครที่ไหน เอาตัวผมเองนี่แหละเป็นตัวอย่าง ผมปลูกต้นไม้ ไม้ผลไม้ผักยืนต้น ผักล้มลุก สมุนไพรก็ไม่น้อย แต่ก็เอามาใช้ประโยชน์ให้แก่ตนเองน้อยมาก ในสวนป่ามี กล้วย มะรุม มะกล่ำ มะนาว มะกรูด มะพร้าว มะเฟือง กระชาย ขมิ้น บัวบก ขิง ตำลึง หอม กระเทียม ย่านาง เสาวรส มะสัง มะระขี้นก มะยม มะกอก ผักหวานป่า ผักหวานบ้าน มะละกอ น้ำเต้า พริก ผักเม็ก ผักติ้ว หน่อไม้ ผักกาด ผักบุ้ง ผักชี ยี่หร่า สะระเหน่ ใบหูเสือ กระเพรา โหระพา แมงลัก ผักขม คะน้า ถั่วพู ถั่วฟักยาว ผักกวงตุ้ง ผักขี้เหล็ก กราวเครือ มะเขือ ฟักทอง ฟักแฟง ตะไคร้ มะม่วงหิมพานต์  มะตูม เพกา สะเดา ขี้เหล็ก รางจืด ไพล ฝาง คาวตอง หญ้าหนวดแมว ฟ้าทะลายโจร กะวานฮ็อก ย่านาง ไข่สด ข้าวกล้อง เห็ดละโงก เห็ดเผาะ เห็ดโคนฯลฯ

เราจะเอาปัจจัยเหล่านี้มาเป็นเนื้อหาในการรักษาโรคมะเร็งความคิด โรคกรรมเก่า และโรคทั่วไป บางครั้งจัดอบรมเชิงประจักษ์ เน้นการรักษาแบบพึ่งตนเอง เช่นการใช้น้ำพลังแผ่เมตตา การล้างพิษด้วยลมหายใจ การเดินพลังลมปราณ อาหาร พักผ่อน ออกกำลังกาย เจริญสติ ฯลฯ

สาระในการอบรม

1 ชวนชมแปลงสาธิต

2 ชวนปลูก เอาพันธุ์ไปปลูก

3 ชวนแปรรูป ชวนชิม แนะนำวิธีใช้ประโยชน์จากความเข้าใจ

4 ทดลองเข้าโปรแกรมชีวิตใกล้ชิดธรรมชาติ

05.30-6.00 น. ดื่มน้ำฝนต้มสุกแช่พลัง>>

06.00-7.30 น. เดินรับแสงอรุณ

07.30-7.50 น. เรียนการทำน้ำปั่นสมุนไพร แล้วชิม-ดื่ม

07.50-8.00 น. อาบน้ำแต่งตัว

07.30-8.30 น. ช่วยกันประกอบอาหารเช้า /รับประทานอาหาร

8.30-11.30 น. เข้าสู่วงโสทนา เรื่องธรรมะในธรรมชาติ ฯล       ฯ

11.30-12.00 น. เรื่องเรื่องน้ำปั่นผลไม้ ชิม ดื่ม

12.00-13.00 น. ช่วยกันประกอบอาหารกลางวัน/รับประทาน

13.00-14.30 น. พักผ่อนตามอัธยาศัย

14.30-17.00 น. ศึกษาผักและสมุนไพรในแปลง /ปลูก /เก็บ

17.00-18.00 น. ช่วยกันทำอาหาร รับประทานอาหาร

18.00-19.30 น. พักผ่อน อาบน้ำ แต่งตัว

19.00-22.00 น. เข้าสู่วงโสทนากับวิทยากร ถ้าบรรยากาศดี มีแสงเดือน-ดาว ก็อาจจะจะปูเสื่อนั่งๆนอนๆคุยกัน

22.30 น. สวดมนต์นอน

หมายเหตุ

ทั้งหมดนี้เป็นร่างหยาบๆมาให้พิจารณา

จะนำเสนอกลุ่มอโศกที่จะมานอนสวนป่าช่วยปรับแก้ ยกที่ 1 วันที่ 20

ส่วนพวกชาวเฮ เห็นจุดบกพร่องตรงไหนช่วยเติมได้ไม่จำกัด ท่านใดจะช่วยเขียนตำรา ท่านใดจะเป็นวิทยากร อาบน้ำผัดหน้าทาแป้งรอได้เลยนะขอรับ

« « Prev : บ้านป่า 3 ตอนตอบอุ้ยลุยบัณฑิต

Next : นอนใกล้พระ » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

3 ความคิดเห็น

  • #1 ป้าหวาน ให้ความคิดเห็นเมื่อ 15 กันยายน 2009 เวลา 10:38

    เราลองย้อนกลับไป20ปี  เราเป็นคนสอนให้ลูกหลานติดความสบายหรือเปล่า
    ย้อนหลังไป40ปี  พ่อแม่ ยุคนั้นเป็นตัวอย่างของความพอเพียงหรือไม่
    หรือ มนุษย์เกิดมาเพื่อใช้กรรม  จึงถูกกรรมบดบังใจ
    เพราะพ่อ แม่ เคยลำบาก จึงอยากให้ลูกสบาย
    แต่แล้วพอลูกติดความสบาย  กลายเป็นไม่พอเพียง
    เกิดคนหัวใส  ขายเวลา  ขายความสะดวกสบาย
    หลุมนี้ลึกนัก  ซ่อนอยู่ทั่วไป มองไม่เห็น 
    ตกกันมาจนไม่รู้ว่าตก  เพราะเจอกันอยู่ในหลุม
    ถ้ายังเป็นอย่างนี้  ลูกรุ่นต่อไปคงเกิดในหลุมต่อไป 
    จะกินก็ซื้อ อะไรๆก็ซื้อ  ไม่ทำ  ทำอะไรก็เสียเวลา
    ซื้อสิ่งที่เขาทำแล้ว  เพราะอยากซื้อเวลา
    และซื้อความสะดวกสบาย  เงินจึงไม่รู้จักพอ 
    และเวลาที่ได้มา ก็เอาไปใช้ไร้สาระ

    อิอิ อิอิ  บ่นๆอีกแล้ว  ไปทำงานดีกว่า  ไม่งั้นจะดีแต่พูด  แคว๊กๆๆๆ

  • #2 sutthinun ให้ความคิดเห็นเมื่อ 15 กันยายน 2009 เวลา 10:46

    จ๊ากสสสสสสสสส
    ขอเชิญเป็นวิทยากรล่วงหน้า
    วิชาบ่นเพื่อสุขภาวะอนาคตของชาติ

  • #3 sompornp ให้ความคิดเห็นเมื่อ 16 กันยายน 2009 เวลา 13:48

    โปรแกรมน่าสนใจ
    ถ้าใครบอกว่าวิธีของศรีษะอโศกหนักไป
    เข้าหลักสูตรน้าก็ได้ (อิอิอิ)
    มีน้ำผลไม้ปั่น (จริง ๆ เรียกว่า น้ำผักปั่นแห่งความรัก) ผู้เริ่มต้นอาจจะทานง่าย ๆ
    รายการอื่น ๆ เห็นชอบมอบผู้เชี่ยวชาญและผู้อยากชื่นชม
    โปรแกรมกลางคืน สวดมนต์ไหว้พระก่อนนอน น้าจะนำสวดเอง อิอิอิ (เอาจริงนะเนี่ย)


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.028311967849731 sec
Sidebar: 0.066885948181152 sec