หัวอกคนไทย

โดย sutthinun เมื่อ 23 สิงหาคม 2009 เวลา 9:10 ในหมวดหมู่ สวนป่าฮาเฮ #
อ่าน: 1259

คนเรามีเวลาอยู่บนโลกนี้ประมาณ 100 ปี

ส่วนจะอยู่มากน้อยย่อมขึ้นปัจจัยและเงื่อนไขที่ดำเนินชีวิตแห่งตน

บางคนอยู่นานทุกข์ทรมานทำให้เปลืองทรัพยากรโลก

บางคนอยู่เพราะยังมีลมหายใจก็ซังกะตายอยู่ๆไป

อยากจะยื้ออยู่เพื่อสร้างความกระเหี้ยนกระหือให้บ้านเมือง

อยู่ทำไม อยู่ทำอะไร เปลือกอ็อกซิเย่นเปล่าๆ

จำนวนพลเมืองโลกนับวันจะมากขึ้น มนุษย์ดิ้นรนที่จะอยู่กันไปอย่างทรหด สิ่งเรียกว่าความเจริญ หรือการพัฒนา แต่ที่จริงแล้วสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆเหล่านั้นส่วนมากกำลังทำลายล้างความปกติของโลก ทำไปเพื่อบำรุงกิเลศและบรรเทาปัญหาเฉพาะหน้า คนผิดปกติ สังคมผิดปกติ โลกผิดปกติ ถามว่ารู้วิธีที่จะอยู่กับความปกติทั้งมวลนี้แล้วหรือยัง

มนุษย์สาละวันสาละวนกับการสร้างมลภาวะทางจิตใจให้หยาบกระด้างขึ้น เชื้อความไม่ชอบมาพากลแพร่กระจายไปทุกหย่อมหญ้า ถ้าศีลธรรมอ่อนแรงก็หมายว่ามนต์ดำกำลังกล้าแข็งขึ้น วินัยทางสังคมที่ทุกศาสนาทำหน้าที่โอบอุ้มเสื่อมอานุภาพ สภาพแวดล้อมของโลกก็เสื่อมโทรมตามไปด้วย

ยังจะเรียนฟรี 15 ปี เพื่อไปวิ่งสอบจนขาขวิดอย่างนั้นหรือ

ทำไมไม่เรียนฟรี 15 ปี ที่จบออกมาทำอะไรๆได้บ้าง

วิชาความเป็นผู้เป็นคนทำไมไม่สอนกันบ้าง

ความสุข ความดีงามมีจริงไหม หรือว่าดีแต่เล่นชิวหากันไปวันๆ

เมื่อการศึกษาหลงทิศทาง ตัวก่อปัญหาไม่สำนึก

ปัญหาจึงก่อหวอดขึ้นทุกหัวระแหง

จิตใจคนเน่าอะไรๆก็ส่งกลิ่นตุๆ

คุยกันที่ร้านไก่ตะกร้าเมื่อคืนนี้ว่า..วันนี้ลำพูนรถติดทั่วเมือง..คนนับแสนแห่กันมาสอบบรรจุและส่งญาติมิตร..เหนื่อยกันตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง คุณครูเพิ่งกลับกันหมดเมื่อสักครึ่งชั่วโมงนี้ ถ้าลูกหลานไทยต้องวิ่งสอบคราวละหลายหมื่นคนในทุกสนาม เพื่อบรรจุเข้าทำงานครั้งละ100-200คน เพื่อสนับสนุนความเชื่อที่จะต้องเป็นเจ้าคนนายคน..ความเชื่อที่ก่อวิกฤติผิดปกตินี้มีใครรับผิดชอบ มีใครเป็นเจ้าภาพ มีใครเป็นตัวหลักที่จะแก้ไข คนตกงาน คนว่างงานจริงๆมีแค่ไหน เพราะอะไร ที่สำคัญมองเรื่องนี้เป็นเรื่องปกติ หรือผืดปกติ ใส่ใจที่จะแก้ไขไหม หรืออยู่ซังกะตายเพื่อเดินหน้าสร้างปัญหาต่อๆไป

ยังจะเรียนฟรี15ปี เพื่อไปวิ่งสอบจนขาขวิดอย่างนั้นหรือ

ทำไมไม่เรียนฟรี 15 ปี ที่จบออกมาทำอะไรๆเป็นบ้าง

วิชาเป็นผู้เป็นคนทำไมไม่สอนกันบ้าง

จะเอาคนที่กำใบปริญญาจนเปียกชื้นไปวางไว้ตรงไหน ในเมื่อความรู้ที่อ้างไว้ในกระดาษขาดคุณค่าอย่างร้ายแรง เมื่อไม่รู้จริงจะไปแปลงเป็นมูลค่ามันก็ยากอย่างที่เห็นตำตา ถามว่าเราจะให้ลูกหลานเรียนไปทำอะไร เรียนไปแล้วทำได้จริงหรือไม่ ถ้าเรียนความไม่จริง จะทำอะไรๆได้จริงอย่างนั้นหรือ การศึกษาที่ไม่สมประโยชน์ไม่คุ้มทุนคุ้มค่านี้ตีเป็นความสูญเสียปีละกี่แสนกี่ล้านๆบาท คนไทยลำบากหาเงินมาส่งลูกเรียนอย่างกระเสือกกระสน จบมาแล้วต้องขอดเงินจนหมดตัวซื้อตำแหน่งให้ลูกอีก

มองให้ชัดว่าระบบราชการที่ผ่านมาอาจจะดูดี แต่ต่อไปนี้ไม่ใช่แล้ว มันไม่ได้ดีกว่าการทำงานภาคเอกชน หรือทำงานอาชีพอิสระ ถ้าจะเปลี่ยนแนวทางการศึกษาแบบอุ้มช้างรอดรูเข็ม ก็ควรจะผ่าตัดแผนการศึกษาชาติใหม่ เลิกค่านิยมเชิงเดี่ยว จะเป็นมนุษย์เงินเดือนอย่างเดียว ควรจะเอางานเป็นเป้าหมายชีวิต ถ้างานดีเงินจะไปไหนเสีย เปิดโอกาสให้องค์กรหรือสถาบันต่างๆมีอิสระมีส่วนวางแผนในการคิดและทำเรื่องที่คลี่คลายปัญหาของการศึกษาชาติ ลงทุนสร้างครูพันธุ์ดี คัดกรองคนที่แฝงตัวมาเป็นครูออกไป ให้ครูอยู่อย่างมีศักดิ์ศรี ดูแลครูให้มีรายได้คุ้มกับรายจ่าย ไม่ต้องงมโข่งทำอาจารย์3แบบพิสดาร

ไม่แน่นะ..

จุดจบของการศึกษาไทยอาจจะส่งผลกระทบไปจนกระทั้งสิ้นชาติ

ในเมื่อคนสมัยนี้เห็นเรื่องของตนเองสำคัญกว่าชาติ

คนไทยบางส่วนไม่มีความรู้เพียงพอที่จะดูแลตัวเองได้

รัฐบาลก็ต้องมาแบกภาระให้คนที่ไม่มีทางออกเหล่านี้

ไม่แบกได้ไหม..ไม่ได้หรอก

เพราะเป็นคนไทยที่มีสิทธิกาคะแนนเลือกควายเข้าคอก

เงินไม่มากาไปถูกเสียด้วยสิ

ที่เขาเป็นอย่างนี้ก็เพราะพวกคุณพ่อรู้ดีทั้งหลายนั้นแหละ

มาฝึกอบรมให้เขาสิ้นไร้ไม้ตอก

นี่แหละวิบากกรรมประชาธิปตายอย่างเขียดแบบไทยๆ

สุดท้ายสังคมก็ถูกลอยแพ

จะให้คนที่ไส้เต็มไปด้วยน้ำเหลืองคิดทำอะไร

ลำพังช่วยเหลือตนเองก็ย่ำแย่อยู่แล้ว

ประเทศชาติที่ไร้ศักยภาพจะไปต่อสู้หรือแข่งขันใคร

ประเทศที่เต็มไปด้วยคนอ่อนแอ จะเป็นอย่างไร

สุดท้ายก็ขายๆๆทุกอย่างที่ขวางหน้า

ขายทรัพยากรธรรมชาติ ขายทรัพยากรมนุษย์

ขายสิทธิในการแสวงหาประโยชน์ให้ต่างชาติ

ขายอำนาจหน้าที่

ขายความเป็นคนไทย และวัฒนธรรมประเพณีไทย

ขายแม้กระทั่งอนาคตไทย

ตอนนี้กำลังสนุกกับการขาย

ขายกันเก่งเหลือเกิน

เจ้าพวกพ่อค้าพันธุ์ใหม่

หมายเหตุ:

เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับการขายหนังสือเจ้าเป็นไผ1

ของเขาดีจริงๆ ใครไม่เคยอ่านนับว่าวาสนาชำรุด

จีบจับจองด่วน ก่อนที่จะไม่มีให้จอง อิอิ

ถ้าชาว.ม.นเรศวรสนใจ

วันที่ 27 บ่ายที่คณะวิทยาศาสตร์ จะมีติดไม้ติดมือไปด้วย

« « Prev : เชิญร่วมวงโสทะนาที่ 2 แคว

Next : ที่นี่ >> โรงเรียนเฮฮาศาสตร์วิทยา » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

4 ความคิดเห็น

  • #1 bangsai ให้ความคิดเห็นเมื่อ 23 สิงหาคม 2009 เวลา 10:10

    “ปรากฏการณ์ลำพูน” ตั้งชื่อซะเลย  ความจริงก็เกิดมาหลายที่แล้ว พ่อครูบาหยิบเอามาขยับ พอดี ผมก็คิดเช่นนั้น เป็นประเด็นติดในหัวข้ามวันข้ามคืนมาแล้ว “ปรากฏการณ์ลำพูน” นี้หากคนของกระทรวงศึกษาธิการ หรือราชการ หรือมหาวิทยาลัยยังเห็นเป็นเรื่องปกติแล้วผ่านไปละก็ ความคิดท่านเหล่านั้นติดหวัด 2009 ไปแล้วนะพ่อครูบาฯ

    ต้องหยิบเอามาคิดอ่านว่าจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์อย่างนี้ได้อย่างไร โถ…ไอ้น้องที่ทำงานอุตสาห์ลางานแบกสังขารมาจากมุกดาหารมาสอบ  แล้วมีเท่าไหร่ที่มาจากภาคใต้ ภาคตะวันออก เสียเงินทองไปเท่าไหร่ เพื่อมานั่งสอบแบบรู้ๆกันว่า มีคนเข้าคิวอยู่แล้วอะไรทำนองนั้น  ความล้มเหลวของระบบการจัดการความรู้และอาชีพของรัฐซ้ำซาก

    แล้วมีข้อแนะนำอย่างไร มันมีวิชาชีพอื่นอีกมากมายที่รับไม่ได้สนับสนุน
    ผมเคยไปตีกอล์ฟกับเจ้านายที่อุดรธานี ปรากฏว่าสนามปปิด เพราะเกาหลีนั่งเครื่องบินมาเหมาสนามฝึกตีกอล์ฟเพื่อเป็นมืออาชีพ ผมยังทึ่งว่า มันเองั้นเลยหรือ เหมาเครื่องบินมาปิดสนาม ทราบว่าญี่ปุ่นก็มา ไปเชียงใหม่ และอีกหลายจังหวัดเพราะค่าสนามกอล์ฟบ้านเราราคาถูกกว่าบ้านเขา แลอาหารการกินดีมากๆ

    มาวันนี้ Y E Yang นักกอล์ฟเกาหลีตีชนะ ไทเกอร์วูด ทั้งๆที่ ไหเกอร์วูดนำมาถึงสามวัน ซึ่งไม่เคยมีปรากฏการณ์ว่าเมื่อไทเกอร์นำตั้งแต่วันแรกๆแล้วเขาจะชนะทุกครั้ง  แต่วันนี้ คนเอเซียอย่าง Yang สามารถทำได้แล้ว อายุเขาก็ยังน้อยอีกด้วย…

    มีอาชีะอีกหลายอย่างที่รัฐต้องในการสนับสนุน ไม่ใช่ปล่อยให้เสียเงินทองมากมายไปเลานเก้าอี้ดนตรีแย่งกันเพียงไม่กี่ตำแหน่ง…

    “ปรากฏการณ์ลำพูน”  รัฐต้องคิดมากๆ พวกเราก็ต้องหยิบเอาไปพูดมากๆ

  • #2 สุวรรณา ให้ความคิดเห็นเมื่อ 23 สิงหาคม 2009 เวลา 10:15

    จีบจับจองด่วน ก่อนที่จะไม่มีให้จอง อิอิ พ่อครูค่ะ บรรทัดนี้ตัวหนังสือสีดำค่ะ เอาเมาท์ไปไฮไล ถึงเห็นค่ะ อิอิ อยากเล่าเรื่องเป็นมนุษย์เงินเดือนบ้าง ก็พ่อแม่ เห็นว่ามนุษย์เงืนเดือน สบาย ถึงเดือน แป้บๆเดี๋ยวเดือนๆ รับตังค์ล่ะ คือพ่อแม่ส่วนใหญ่คิดได้  ยิ่งหน่วยงานสวัสดิการสนับสนุน พ่อ-แม่ หนูหรือจะไม่เคี่ยวเข็ญ ให้หนูรับราชการ สบายอีกกับครอบครัว พี่สาวคนโต หนูโดนเคี่ยวเข็ญให้รับราชการ ดื้อดึง ตีกันทะเลาะกันแทบบ้านแตก ตอนนี้แต่งงานกับครอบครัวคนจีนในลอสเอนเจอร์ลิส สร้างครอบครัว มีบ้าน มีร้านพิชช่า ที่ตัวเองถนัด มีความสุขสบายใจไป ไม่ต้องมีเจ้าหัวใจ  คนของใคร แต่ลูกคนนี้สิคะ เส้นสายไม่มี จะเข้างานราชการอย่างไร จบครูมา ที่ใหน จังหวัดใหนรับตำแหน่งมากแห่แหนกันไปสอบ จำได้ค่ะ ไปสอบที่อุดร ขึ้นรถทัวร์จากพิษณุโลก เที่ยงคืน รถไม่มีที่นั่งตีตั๋วยืนจนเช้าที่อุดร กระเสือกกระสนดั้นด้นไป สุดท้ายแห้วค่ะ กลับมาเลียแผลใจ ลดวุฒิจากปริญญาตรี เหลือแค่ ม.ปลาย เข้างานห้องสมุด มีหรือที่เค้าจะไม่รับ เพื่อความอยู่รอดของปากท้อง แม่บอกเอางานไว้ก่อน อิอิ ตำแหน่งมาเมื่อไร ก็สอบราชการ ทำงานไปคับแค้นใจไป แม่บอกคนเราต้องอดทน สอบเข้าตำแหน่งอย่างรันทดใจ ไม่มีตัวเลือกแล้วจึงเป็นเรา อิอิ นี่คือระบบไม่มีเส้นมีสาย เมื่อ 25 ปีที่แล้ว ของหนู อิอิ

  • #3 sutthinun ให้ความคิดเห็นเมื่อ 23 สิงหาคม 2009 เวลา 10:24

    ตัวอย่างของจริงอย่างที่สุวรรณาเล่า เจ็บปวด แต่ประทับใจ
    สะท้อนให้เห็นแก่นสารชีวิตดีมาก
    ขอตีมือให้นักสู้ชีวิตคนนี้

  • #4 sutthinun ให้ความคิดเห็นเมื่อ 23 สิงหาคม 2009 เวลา 10:28

    ท่านบางทรายขอรับ
    ประเทศเรากำลังโดนทิ้งห่างทุกเรื่อง
    ทั้งๆที่เรามีต้นทุน/ปัจจัยเกื้อหนุนดีกว่าชาติอื่น
    เสียอย่างเดียวเรามีรัฐบาลที่ไม่ต่อเนื่องและสติแตกทุกยุคสมัย
    ทุกข์การศึกษาคือทุกข์ของแผ่นดิน
    แก้ไม่ได้ก็ จม -จบ  อย่างแน่นอน


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.051923990249634 sec
Sidebar: 0.071974992752075 sec