อดอยาก อดออม อดทน…ของ”ฅน” ริมเชิงเขา

ไม่มีความคิดเห็น โดย น้องจิ เมื่อ 17 กรกฏาคม 2010 เวลา 14:00 ในหมวดหมู่ Uncategorized #
อ่าน: 1377

อดอยาก อดออม  อดทน….ของ ” ฅน” ริมเชิงเขา

 

          ท่ามกลางความสับสนวุ่นวายในสังคมและความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ทันสมัย  ทุกอย่างถูกสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของมนุษย์ทุกๆสังคม  แต่ละชีวิตดำเนินไปตามหน้าที่ของตน   ในขณะเดียวกัน ณ หมู่บ้านริมเชิงเขา จังหวัดกาญจนบุรี  ยังมีชายที่ดำเนินชีวิตอย่างเรียบง่ายตามแบบวิถีของชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่ง แต่เส้นทางชีวิตของเขาไม่ธรรมดาอย่างที่คิด

                นายประวิทย์  แซ่ตัน   เกิดเมื่อวันที่ ๒๓  สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๑๐   บ้านเลขที่ ๓๗ หมู่ ๑๓     ต.วังไผ่  อ.ห้วยกระเจา  จ.กาญจนบุรี  อาชีพเกษตรกรรม  มีพี่น้องทั้งหมด ๕ คน  ลุงเป็นคนที่สองรองจากพี่ชายและมีน้องสาวอีก ๓ คน

                ลุงบอกว่าตอนเด็กๆพื้นที่แห่งนี้มีแต่ความแห้งแล้ง ไม่มีน้ำที่จะใช้กินใช้อาบ ดังนั้นต้องเดินไปหาบน้ำจากแหล่งน้ำที่แอ่งดินได้รองรับไว้ให้บ้างด้วยระยะทางหลายกิโลเมตร  อาหารที่ลุงจะหามาเพื่อเลี้ยงชีพสมาชิกในครอบครัวคือ หน่อไม้ในฤดูฝน  ไก่ป่าและไข่ไก่จากไก่ที่เลี้ยงไว้ในบริเวณบ้าน ในฤดูแล้งบางปีอาหารที่ต้องฝืนกลืนลงคอเพื่อประทังชีวิตก็คือ ไข่ต้ม ๑ ฟอง ที่จะต้องแบ่งสัดส่วนให้ครบตามสมาชิกเพื่อคลุกเคล้ากับข้าวสุกแต่ละมื้อในหนึ่งวัน 

                เมื่อฤดูฝนมาเยือนเหล่าบรรดาต้นไม้ใบหญ้าก็ชูช่อกิ่งใบมารับน้ำด้วยความกระหาย พืชผักต่างก็เผยโฉมออกมาให้ลิ้มรสในรสชาติ  ข้าวโพด  ข้าวฟ่าง  ที่ปลูกไว้ก็พร้อมที่จะให้ลุงเก็บไปขายทำให้ชีวิตดูจะชุ่มชื้นขึ้นมาบ้าง 

                เมื่อลุงอายุได้ ๗ ปี  ลุงก็ถูกพ่อกับแม่ส่งไปอยู่วัดสระลงเรือ จ.กาญจนบุรี  เพื่อเรียนหนังสือในระดับชั้นประถมศึกษา  ลุงถูกเด็กวัดกลั่นแกล้งสารพัด บางครั้งลุงแอบซุกหน้าไปที่เสาวัดเพื่อปาดน้ำตาไม่ให้ใครเห็น  ทุกเช้าลุงมีหน้าที่ถือปิ่นโตให้หลวงพ่อไปบิณฑบาตร หลังจากกินข้าวก้นบาตรเสร็จก็ทำความสะอาดจนเรียบร้อยจึงจะไปโรงเรียนซึ่งอยู่ไม่ไกลจากวัดมากนัก

                มีอยู่ครั้งหนึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ฝังอยู่ในความรู้สึกลุงจนถึงทุกวันนี้คือลุงไปที่ร้านขายของเบ็ดเตล็ดด้วยความอยากกินขนม แต่ในกระเป๋าไม่มีเงินสักสลึง  ลุงยืนกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดๆไล่ความอยาก แต่ดูเหมือนความอยากจะเดินหน้าอย่างไม่ลดละทำให้ลุงตัดสินใจแอบขโมยขนมตอนที่เจ้าของร้านเผลอ  ลุงกัดขนมกินด้วยความหิวและอยากกินขนมมานานแต่ลุงก็กลับกลืนขนมลงคอด้วยความกลัวจนไม่รู้รสชาติความอร่อยของขนมเลยสักนิด

                เมื่ออายุได้ ๑๐ ปี  ก็มีเหตุการณ์ที่รู้ว่าจะต้องเริ่มเปลี่ยนแปลงชีวิต เพราะครอบครัวกำลังมีปัญหาซึ่งเกิดจาก พ่อของลุงไปถูกชะตากับสาวใหญ่ในเมือง อาจเป็นเพราะพ่อของลุงพยายามหนีชีวิตความจน ความอดอยากของคนเชิงเขาที่ไม่มีแสงนีออนส่องสว่าง มีเพียงแสงตะเกียงน้ำมันที่บรรเทาความมืดมิดในยามค่ำคืน  พ่อของลุงกลับมาแห่ขันหมากขบวนโตไปสู่ขอหญิงสาวจากนั้นก็ไม่เคยหวนกลับมาให้ลุงได้เห็นหน้าอีก ทิ้งไว้เพียงความเจ็บปวดของลุงและครอบครัว

                เหตุการณ์นี้ทำให้ลุงต้องย้ายโรงเรียนจากวัดสระลงเรือมาเรียนที่วัดหลุมรัง ซึ่งอยู่ไกลจากบ้าน ๑๒ กิโลเมตร เวลาไปเรียนต้องเดินข้ามภูเขาหลายลูก  แต่ท่ามกลางความมืดมิดก็ยังจะพอมีแสงสว่างให้ลุงอยู่บ้าง   มีรถบรรทุกเร่ขายของวิ่งเข้าออกระหว่างหมู่บ้านที่ลุงอยู่กับโรงเรียน ลุงจึงขออาศัยติดรถคันนี้ไปโรงเรียนบ้างตามโอกาสจนกระทั่งเรียนจบประถมศึกษาปีที่ ๖ 

                ถึงแม้ลุงจะเรียนได้เป็นอันดับ ๑ ของชั้นเรียนแต่โอกาสที่จะได้เรียนต่อก็คงจะมืดมิดดั่งตะเกียงหมดน้ำมัน   ลุงก้มหน้าก้มตาทำงานเพื่อทุกคนในครอบครัว  อาชีพที่ลุงพอจะทำได้ในตอนนั้นคือ เผาถ่านขาย ทำให้พอมีรายได้เข้าครอบครัวบ้างเล็กน้อย  แม้เวลาจะผ่านวัน ผ่านเดือน ผ่านปี ลุงก็ไม่เคยท้อแท้หรือยอมแพ้ต่อความยากลำบาก ลุงมานะ ขยัน อดทนทำมาหากินด้วยความซื่อสัตย์สุจริต มุ่งมั่นในการทำความดี และอดออมมาโดยตลอด

                วันเวลาผ่านไปทำให้ลุงก้าวสู่วัยเด็กมาเป็นผู้ใหญ่   ชีวิตที่เลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกที่จะทำได้ จากคำสอนของเจ้าอาวาสที่ลุงเคยไปเป็นเด็กวัดมาก่อน ยังซึมซับอยู่ในจิตสำนึกของลุงมาโดยตลอด  ลุงยึดมั่นในคุณธรรม ช่วยเหลือผู้อื่นด้วยไมตรีจิตที่จริงใจ  เหตุนี้เองจึงทำให้ลุงเป็นที่รักใคร่ของทุกคนในหมู่บ้าน

                ณ วันนี้ ชายผู้ยากไร้คนนั้น มีครอบครัวเป็นของตนเอง  มีฐานะที่ดีซึ่งเกิดจากความมานะบากบั่น อดทนของลุงตลอดชีวิต  แต่ลุงก็ใช้ชีวิตเรียบง่ายอยู่ชายเชิงเขาที่รายล้อมไปด้วยพืชผักที่ลุงได้ปลูกไว้กินเองส่วนหนึ่งและเอาไว้ขายส่วนหนึ่ง  วิถีชีวิตของลุงดำเนินไปตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงอย่างงดงามและสมบูรณ์

               

                  เส้นทางชีวิตของคนนั้นแตกต่างกัน  เราไม่สามารถที่จะเลือกเกิดบนกองเงินกองทองที่มีความสุขสบายได้  แต่เราเลือกที่จะสร้างชีวิตของเราให้ดีและมั่งมีขึ้นมาได้ด้วยความอดทน อดออม และใช้ความอดอยากในอดีตมาเป็นครูคอยเตือนใจในยามมั่งมี   เส้นทางของชายคนนี้อาจเริ่มต้นไม่สวยงามมากนัก  แต่ชายคนนี้ก็ปูทางขึ้นมาใหม่ด้วยสองมือที่ฝ่าฟัน สองขาที่แข็งแกร่ง และสองเท้าที่มั่นคง จนทุกวันนี้มีเส้นทางที่สวยงามสมบูรณ์ดั่งฝันของเขา

 

 

                                                                        นางสาวจิราภรณ์   กาญจนสุพรรณ

                                                                                      ๐๕๕๑๐๔๔๖

                                                                    คณะอักษรศาสตร์  มหาวิทยาลัยศิลปากร

 

******* น้องจิเขียนสารคดีชีวประวัติส่งอาจารย์…อ่านแล้วช่วยวิจารณ์ด้วยนะคะ..อิอิ…ก่อนน้องจิจะส่งเดือนหน้า*********


~*~งานบุญงานบวช..น้องจินำบุญมาฝากค่ะ ~*~

7 ความคิดเห็น โดย น้องจิ เมื่อ 28 เมษายน 2010 เวลา 12:21 ในหมวดหมู่ Uncategorized #
อ่าน: 2769

…..สวัสดีเจ้าค่ะทุกๆท่าน…..สบายดีกันไหมคะ…..ช่วงนี้มีเรื่องให้ต้องเครียดกันมากมาย…น้องจิก็เลยนำบุญมาฝากค่ะ

……ช่วงเดือนเมษายนนี้ เป็นช่วงที่เพื่อนๆน้องจิบวชกันแทบยกห้องเลยค่ะ เนื่องมาจากอายุครบ 20 ปี และเป็นช่วงที่มหาวิทยาลัยปิดเทอมพอดี….

……น้องจิก็ไปร่วมงานเท่าที่จะไปได้…บางคนบ้านอยู่ไกลก็ไปไม่ได้ บางคนบวชช่วงติดธุระก็ไปร่วมไม่ได้…แต่ถ้ามีโอกาสก็จะไปร่วมบุญด้วยค่ะ….เพื่อนบวชทั้งทีไม่ได้มีหลายหน อิอิ

…… ไปหลายๆงานก็ได้ช่วยถือของเครื่องอัฐบริขาร…..แต่บวชเพื่อนที่นครปฐม(เพื่อนที่มหาวิทยาลัย)….คุณแม่ของนาคบอกให้ลุงที่จัดเครื่องหยิบหมอนแล้วแม่ของนาคก็ส่งให้น้องจิอุ้มด้วย…ก็อึ้งเล็กน้อยแต่ก็บวชเพื่อนทั้งที ถืออะไรก็ได้อยู่แล้ว…..กลัวความปลอดภัยของชีวิตเล็กน้อย…เดี๋ยวแฟนนาคเห็นละยุ่งเลย 555555+++…..เลยถูกเพื่อนรักที่ไปด้วยทำสีหน้าและปฏิกิริยาอย่างนี้ค่ะ….เหมือนชีวิตจะไม่ปลอดภัยยังไงก็ไม่รู้ 55555+++

….. คุณแม่ยุพินคุณป้าและน้องโย่ก็ไปร่วมงานด้วยค่ะ…งานนี้แม่ยุพินทำขนมหม้อแกง ขนมสังขยา ขนมฝอยทอง ทองหยอด  ส่วนน้องจิทำขนมเม็ดขนุนไปร่วมงานด้วย…..งานนี้อิ่มทั้งท้องอิ่มทั้งใจแถมอิ่มบุญกลับบ้านอีกต่างหาก

….. เพื่อนๆน้องจิก็ไปร่วมงานบวชเพื่อนคนนี้มากมายค่ะ เพราะเพื่อนคนนี้เป็นคนดี มีน้ำใจ ช่วยเหลือเพื่อนๆเวลาไม่สบายใจหรือเดือดร้อน….แถมยังเป็นลูกชายคนเดียวของตระกูลอีกต่างหาก…..งานนี้มีแต่ความปลื้มปิติและอิ่มใจค่ะ

…..ในขบวนแห่นาครอบโบสถ์..ก็มีแตรวง นางรำเหมือนประเพณีงานบวชทั่วไปค่ะ…แต่งานนี้คุณแม่ของนาคไม่อุ้มไตรค่ะ…แต่ขอเดินจูงมือลูกชายพร้อมกับใบหน้าอิ่มบุญอย่างนี้….(จูงมือนาคเข้าโบสถ์)….

พอนาคกำลังทำพิธีอยู่ในโบสถ์…แม่ยุพินกับน้องจิก็ไปเตรียมของหวานที่ทำมาช่วยงานจัดใส่จานเพื่อรอพระฉันเพลค่ะ……แม่ยุพินยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เมื่อมีคนมาบอกว่า ขนมอร่อยมากๆเลย  อิอิ

…….และแล้วก็เดินทางกลับบ้านเมื่องานเสร็จเรียบร้อย…..ก่อนจะกลับก็แปลงร่างเล็กน้อย อิอิ

น้องจินำบุญมาฝากทุกๆท่านนะคะ ….ขอให้ทุกท่านมีความสุขมากๆ รักษาสุขภาพด้วยค่ะ รักและคิดถึง+ห่วงใย…กอดๆๆๆๆๆๆ เป็นกำลังใจให้เสมอ….น้องจิ


เรียนรู้ท่ามกลางธรรมชาติ

1 ความคิดเห็น โดย น้องจิ เมื่อ 6 มกราคม 2010 เวลา 13:26 ในหมวดหมู่ Uncategorized #
อ่าน: 1418

สวัสดีเจ้าค่ะทุกๆท่าน

           ……บันทึกนี้ก็นำบรรยากาศที่สดชื่นๆมาฝาก…อาจไม่ค่อยมีสาระ ..แต่คนอยู่ในรูปอารมณ์ดีเลยเอารูปมาฝากค่ะ…ทุกท่านสบายดีหรือเปล่าค่ะ…น้องจิคิดถึงนะคะ

……………..ที่ทองผาภูมิ จุดที่น้องจิไปนี้ เป็นแหล่งรวมชาติพันธุ์ที่หลากหลายค่ะ ไม่ว่าจะเป็นพม่า กะเหรี่ยง มอญ ไทย ดังนั้นวัฒนธรรมที่ชุมชนแห่งนี้น่าศึกษาและน่าสนใจมากๆ น้องจิไปเพียง 3 วัน จึงอาจจะเรียนรู้วิถีชีวิตได้ไม่เท่าไหร่ แต่ก็พบกับรอยยิ้มของชาวบ้านที่นั่นก็รู้สึกว่า  นี่แหละคือสิ่งสำคัญที่สุดที่ชุมชนแห่งนี้มีต่อกันและผูกสัมพันธ์กันอย่างมั่นคง ทั้งๆที่ต่างชาติพันธุ์ ต่างภาษา ต่างวัฒนธรรม แต่อยู่บนแผ่นดินผืนเดียวกันค่ะ…

…………….ที่ทองผาภูมินี้ มีสถานที่ท่องเที่ยวหลายอย่างค่ะ อาทิ พรุหนองปริง   ถ้ำ  น้ำตก ท่านใดชอบการผจญภัย ก็จะมีล่องแก่งด้วยนะคะ  รับรองต้องถูกใจนักผจญภัยแน่ๆค่ะ ตอนนี้นายกองค์การบริหารส่วนตำบลทองผาภูมิ ร่วมกับ ชาวบ้าน กำลังจะดำเนินการชูจุดท่องเที่ยวอีกอย่างหนึ่งขึ้นมา นั่นก็คือ ปูราชินีค่ะ  เป็นปูที่สวยมากๆ ซึ่งจะพบปูได้จำนวนมากในช่วงหน้าฝนค่ะ  เวลาดูก็ต้องตากฝนดูถึงจะเข้าถึงปูราชินีได้จริงๆ  เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ลุยจริงๆนะคะ  ซึ่งชาวบ้านจะร่วมกันทำเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ค่ะ 

……………นานๆน้องจิจะได้มาเล่นคอมสักที….ก็ไม่มีอะไรจะเขียนมากมาย มาด้วยความคิดถึงคะ รักษาสุขภาพด้วยนะเจ้าค่ะ ..เป็นกำลังใจให้ทุกท่านค่ะ….หนูจิ

Dsc00040

Dsc00166 

Dsc00160 

Dsc00168 

Dsc00158 

Dsc00152 

Dsc00069 

Kkkkkk 

Kkkkk 

Kkkk 

Kkk


ต้นกล้า..ท้าชีวิต

2 ความคิดเห็น โดย น้องจิ เมื่อ 5 พฤศจิกายน 2009 เวลา 13:34 ในหมวดหมู่ Uncategorized #
อ่าน: 1341

สวัสดีเจ้าค่ะ ..น้องจินำภาพบรรยากาศโครงการ เพาะกล้า พันธุ์เก่ง เพลงพื้นบ้านมาฝากค่ะ…..มีแต่คนหน้าตาดีทั้งนั้น 5555+++…ส่วนเรื่องราวไว้คราวหน้านะคะ ตอนนี้ไปเรียนก่อนค่ะ อิอิ

     \

  

     \

    \

     \

    \

     \

  

     \


เพาะกล้า..พันธุ์เก่ง..เพลงพื้นบ้าน…สืบสานมรดกชาติ

5 ความคิดเห็น โดย น้องจิ เมื่อ 21 ตุลาคม 2009 เวลา 8:53 ในหมวดหมู่ Uncategorized #
อ่าน: 2460

สวัสดีเจ้าค่ะทุกๆท่าน…ก่อนอื่นต้อง อิอิ ก่อน..เนื่องจากหายหน้า หายตา หายตัวไปนาน..ลืมกันไปหรือยังเอ่ย…ช่วงนี้น้องจิก็อยู่ในช่วงปิดเทอมเจ้าค่ะ …แต่ว่าก็มีกิจกรรมดีๆที่ได้ร่วมทำอยู่ นั่นก็คือ โครงการ เพาะกล้า พันธุ์เก่ง เพลงพื้นบ้าน..ซึ่งมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ร่วมกับ สถานีโทรทัศน์ทีวีไทย ร่วมกันจัดโครงการขึ้น เพื่อต้องการที่จะสืบสานเพลงพื้นบ้านของเราเอาไว้ ไม่ให้สูญหาย

….โดยจะคัดเลือกเด็ก ๒๐ คนจากทั่วประเทศให้มาเข้าร่วมโครงการนี้..ซึ่งน้องจิก็มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการนี้ด้วย..(โชคดีมากๆเลยค่ะ)…ตอนนี้ค่ายก็ดำเนินมาเกือบจะสุดท้ายแล้วค่ะ เหลือเพียงการทดสอบครั้งที่ ๓ เพื่อเก็บคะแนน ก็จะเป็นรอบชิงชนะเลิศในการชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเทพฯแล้ว…

…มีหลายๆอย่างที่ทำให้เราได้เรียนรู้ในการอยู่ร่วมกันของเพื่อนๆ…..บางสิ่งบางอย่างแทบจะไม่ได้คาดฝันว่าจะเจอก็กลับเจอ….นี่แหละค่ะสังคมที่มากด้วยความคิด และความเป็นหนึ่ง

…แต่เราอย่าไปสนใจเลย…น้องจิก็ทำหน้าที่ของน้องจิให้ดีที่สุดค่ะ….ช่วงต้นเดือนตุลาคมมาจนถึงวันนี้ ได้มีการทดสอบเหล่าบรรดาต้นกล้า ไปแล้ว ๒ ครั้ง คือ ที่บ้านแม่ขวัญจิต ทดสอบเพลงพวงมาลัยและเพลงเต้นกำ (เป็นการทดสอบครั้งที่ ๑) ..ส่วนที่วัดมะเกลือ จังหวัดนครปฐม ทดสอบเพลงเรือ (เป็นการทดสอบครั้งที่ ๒) …เดี๋ยววันที่ ๒๖ นี้จะเป็นการทดสอบครั้งที่ ๓ ที่วัดป่าเลไลย์ค่ะ ถ้าท่านใดว่างก็ไปชมกันได้นะคะ

….ในการทดสอบแต่ละครั้งก็มีปัญหาและอุปสรรคมากมายค่ะ…โดยเฉพาะเรื่องของการจดจำเนื้อหาที่เราได้แต่งไว้…แต่ทุกอย่างก็ต้องอาศัยการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าค่ะ…ผลงานก็เป็นที่พอใจแก่คณะกรรมการและท่านผู้ชมที่คอยให้กำลังใจพวกเรามาโดยตลอด

….การทดสอบครั้งที่ ๒ ที่วัดมะเกลือ จังหวัดนครปฐม..การทดสอบครั้งนี้พวกเราต้องลงเรือจริง พายเรือจริง…แค่นั่งเกร็งเนื้อที่ยังจำไม่ค่อยจะได้ก็แย่อยู่แล้ว ต้องมานั่งเกร็งเรือที่สั่นไปสั่นมาอีก…แทบจะร้องกันไม่ออกค่ะ แต่พวกเราก็สู้ค่ะ

…ยังไงก็ติดตามให้กำลังใจพวกเราได้ในรายการไทยโชว์ ช่องทีวีไทย ทุกวันอาทิตย์ ช่วง ๖ โมงเย็นนะคะ…เพาะกล้า พันธุ์เก่ง เพลงพื้นบ้าน จะอยู่ในช่วงท้ายๆรายการไทยโชว์นะจ๊ะ…

…ยังรักและคิดถึงทุกๆท่านนะคะ รักษาสุขภาพด้วยเจ้าค่ะ เป็นกำลังใจให้เจ้าค่ะ…..กอดๆๆๆๆ…(ช่วงนี้ลุ้นเกรดอยู่ค่ะ กินมดไปหลายตัวแล้ว อิอิ)



Main: 0.061244010925293 sec
Sidebar: 0.023487091064453 sec