<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	>

<channel>
	<title>ลานซักล้าง</title>
	<atom:link href="http://lanpanya.com/wash/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://lanpanya.com/wash</link>
	<description>ลานซักล้าง: ใจซักได้ ถ้ารู้ตัว / นตฺถิ ปญฺญาสมา อาภา / สุทธิ อสุทธิ ปจฺจตฺตํ นาญฺโญ อญฺญํ วิโสธเย / Improvement begins with I</description>
	<pubDate>Sat, 11 Jul 2026 01:15:43 +0000</pubDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.5.1</generator>
	<language>en</language>
	<image>
  <link>http://lanpanya.com/wash</link>
  <url>http://www.gravatar.com/avatar/f1bbc6490401aac0d69eef7b282a39dc?s=100</url>
  <title>ลานซักล้าง</title>
</image>
		<item>
		<title>ขึ้นรอบปีที่สิบเก้าของลานปัญญา</title>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/3134</link>
		<comments>http://lanpanya.com/wash/archives/3134#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 04 Jul 2026 01:11:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Logos</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ประสบการณ์ชีวิต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/wash/?p=3134</guid>
		<description><![CDATA[4 ก.ค.2569 ลานปัญญาครบรอบ 18ปี และขึ้นรอบปีที่ 19
ดร.สมพร ช่วยอารีย์ จัดตั้งลานปัญญาขึ้นในขณะที่กำลังเรียนปริญญาเอกอยู่ โดยมีคุณโสทร รอดคงที่ช่วยอยู่จากเมืองไทย ต่อมาย้ายระบบกลับเมืองไทยเพื่อให้อยู่ใกล้กับผู้ใช้ส่วนใหญ่
ในปีที่ผ่านมา ไม่มีผู้เขียนบันทึกใหม่
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="color: #cccccc; font-family: sans-serif; background-color: #112802;">4 ก.ค.2569 ลานปัญญาครบรอบ 18ปี และขึ้นรอบปีที่ 19</p>
<p style="color: #cccccc; font-family: sans-serif; background-color: #112802;">ดร.สมพร ช่วยอารีย์ จัดตั้งลานปัญญาขึ้นในขณะที่กำลังเรียนปริญญาเอกอยู่ โดยมีคุณโสทร รอดคงที่ช่วยอยู่จากเมืองไทย ต่อมาย้ายระบบกลับเมืองไทยเพื่อให้อยู่ใกล้กับผู้ใช้ส่วนใหญ่</p>
<p style="color: #cccccc; font-family: sans-serif; background-color: #112802;">ในปีที่ผ่านมา ไม่มีผู้เขียนบันทึกใหม่</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/wash/archives/3134/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ขึ้นรอบปีที่สิบแปดของลานปัญญา</title>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/3133</link>
		<comments>http://lanpanya.com/wash/archives/3133#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 04 Jul 2025 12:57:52 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Logos</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ประสบการณ์ชีวิต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/wash/?p=3133</guid>
		<description><![CDATA[4 ก.ค.2568 ลานปัญญาครบรอบ 17ปี และขึ้นรอบปีที่ 18
ดร.สมพร ช่วยอารีย์ จัดตั้งลานปัญญาขึ้นในขณะที่กำลังเรียนปริญญาเอกอยู่ โดยมีคุณโสทร รอดคงที่ช่วยอยู่จากเมืองไทย ต่อมาย้ายระบบกลับเมืองไทยเพื่อให้อยู่ใกล้กับผู้ใช้ส่วนใหญ่
ในปีที่ผ่านมา ไม่มีผู้เขียนบันทึกใหม่
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="color: #cccccc; font-family: sans-serif; background-color: #112802;">4 ก.ค.2568 ลานปัญญาครบรอบ 17ปี และขึ้นรอบปีที่ 18</p>
<p style="color: #cccccc; font-family: sans-serif; background-color: #112802;">ดร.สมพร ช่วยอารีย์ จัดตั้งลานปัญญาขึ้นในขณะที่กำลังเรียนปริญญาเอกอยู่ โดยมีคุณโสทร รอดคงที่ช่วยอยู่จากเมืองไทย ต่อมาย้ายระบบกลับเมืองไทยเพื่อให้อยู่ใกล้กับผู้ใช้ส่วนใหญ่</p>
<p style="color: #cccccc; font-family: sans-serif; background-color: #112802;">ในปีที่ผ่านมา ไม่มีผู้เขียนบันทึกใหม่</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/wash/archives/3133/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ขึ้นรอบปีที่สิบเจ็ดของลานปัญญา</title>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/3132</link>
		<comments>http://lanpanya.com/wash/archives/3132#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 03 Jul 2024 17:12:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Logos</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ประสบการณ์ชีวิต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/wash/?p=3132</guid>
		<description><![CDATA[4 ก.ค.2567 ลานปัญญาครบรอบ 16ปี และขึ้นรอบปีที่ 17
ดร.สมพร ช่วยอารีย์ จัดตั้งลานปัญญาขึ้นในขณะที่กำลังเรียนปริญญาเอกอยู่ โดยมีคุณโสทร รอดคงที่ช่วยอยู่จากเมืองไทย ต่อมาย้ายระบบกลับเมืองไทยเพื่อให้อยู่ใกล้กับผู้ใช้ส่วนใหญ่
ในปีที่ผ่านมา ไม่มีผู้เขียนบันทึกใหม่
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>4 ก.ค.2567 ลานปัญญาครบรอบ 16ปี และขึ้นรอบปีที่ 17</p>
<p>ดร.สมพร ช่วยอารีย์ จัดตั้งลานปัญญาขึ้นในขณะที่กำลังเรียนปริญญาเอกอยู่ โดยมีคุณโสทร รอดคงที่ช่วยอยู่จากเมืองไทย ต่อมาย้ายระบบกลับเมืองไทยเพื่อให้อยู่ใกล้กับผู้ใช้ส่วนใหญ่</p>
<p>ในปีที่ผ่านมา ไม่มีผู้เขียนบันทึกใหม่</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/wash/archives/3132/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ขึ้นรอบปีที่สิบหกของลานปัญญา</title>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/3131</link>
		<comments>http://lanpanya.com/wash/archives/3131#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 03 Jul 2023 23:50:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Logos</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ประสบการณ์ชีวิต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/wash/?p=3131</guid>
		<description><![CDATA[4 ก.ค.2566 ลานปัญญาครบรอบ 15ปี และขึ้นรอบปีที่ 16
ดร.สมพร ช่วยอารีย์ จัดตั้งลานปัญญาขึ้นในขณะที่กำลังเรียนปริญญาเอกอยู่ โดยมีคุณโสทร รอดคงที่ช่วยอยู่จากเมืองไทย ต่อมาย้ายระบบกลับเมืองไทยเพื่อให้อยู่ใกล้กับผู้ใช้ส่วนใหญ่
ในปีที่ผ่านมา ไม่มีผู้เขียนบันทึกใหม่
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>4 ก.ค.2566 ลานปัญญาครบรอบ 15ปี และขึ้นรอบปีที่ 16</p>
<p>ดร.สมพร ช่วยอารีย์ จัดตั้งลานปัญญาขึ้นในขณะที่กำลังเรียนปริญญาเอกอยู่ โดยมีคุณโสทร รอดคงที่ช่วยอยู่จากเมืองไทย ต่อมาย้ายระบบกลับเมืองไทยเพื่อให้อยู่ใกล้กับผู้ใช้ส่วนใหญ่</p>
<p>ในปีที่ผ่านมา ไม่มีผู้เขียนบันทึกใหม่</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/wash/archives/3131/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ขึ้นรอบปีที่สิบห้าของลานปัญญา</title>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/3127</link>
		<comments>http://lanpanya.com/wash/archives/3127#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 04 Jul 2022 00:50:52 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Logos</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ประสบการณ์ชีวิต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/wash/?p=3127</guid>
		<description><![CDATA[4 ก.ค. 2565 ลานปัญญาก็มีอายุครบสิบสี่ปีบริบูรณ์
หมอสุธี จอมป่วนจากไปในวันที่ 4 มี.ค. และมีพิธีพระราชทานเพลิงศพในวันที่ 12 มี.ค. 2565

]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="font-size: 13px; font-weight: normal;">4 ก.ค. 2565 ลานปัญญาก็มีอายุครบสิบสี่ปีบริบูรณ์</span></h2>
<p>หมอสุธี จอมป่วนจากไปในวันที่ 4 มี.ค. <span>และมีพิธีพระราชทานเพลิงศพในวันที่ 12 มี.ค. 2565</span></p>
<p><a href="http://lanpanya.com/wash/files/2022/03/275215529_2097390173772414_2589632771347793266_n.jpeg"><img class="alignnone size-medium wp-image-3128" title="หมอสุธี" src="http://lanpanya.com/wash/files/2022/03/275215529_2097390173772414_2589632771347793266_n-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a><a href="http://lanpanya.com/wash/files/2022/03/275304220_10222459912179905_5187538217562507099_n.jpeg"><img class="alignnone size-medium wp-image-3130" title="275304220_10222459912179905_5187538217562507099_n" src="http://lanpanya.com/wash/files/2022/03/275304220_10222459912179905_5187538217562507099_n-209x300.jpg" alt="" width="209" height="300" /></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/wash/archives/3127/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ขึ้นรอบปีที่สิบสี่ของลานปัญญา</title>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/3126</link>
		<comments>http://lanpanya.com/wash/archives/3126#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 04 Jul 2021 02:50:56 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Logos</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ประสบการณ์ชีวิต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/wash/?p=3126</guid>
		<description><![CDATA[4 ก.ค.2564 ลานปัญญาครบรอบ 13ปี และขึ้นรอบปีที่ 14
ดร.สมพร ช่วยอารีย์ จัดตั้งลานปัญญาขึ้นในขณะที่กำลังเรียนปริญญาเอกอยู่ โดยมีคุณโสทร รอดคงที่ช่วยอยู่จากเมืองไทย ต่อมาย้ายระบบกลับเมืองไทยเพื่อให้อยู่ใกล้กับผู้ใช้ส่วนใหญ่
ในปีที่ผ่านมา ไม่มีผู้เขียนบันทึกใหม่
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>4 ก.ค.2564 ลานปัญญาครบรอบ 13ปี และขึ้นรอบปีที่ 14</p>
<p>ดร.สมพร ช่วยอารีย์ จัดตั้งลานปัญญาขึ้นในขณะที่กำลังเรียนปริญญาเอกอยู่ โดยมีคุณโสทร รอดคงที่ช่วยอยู่จากเมืองไทย ต่อมาย้ายระบบกลับเมืองไทยเพื่อให้อยู่ใกล้กับผู้ใช้ส่วนใหญ่</p>
<p>ในปีที่ผ่านมา ไม่มีผู้เขียนบันทึกใหม่</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/wash/archives/3126/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ขึ้นรอบปีที่สิบสามของลานปัญญา</title>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/3125</link>
		<comments>http://lanpanya.com/wash/archives/3125#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 04 Jul 2020 12:42:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Logos</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ประสบการณ์ชีวิต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/wash/?p=3125</guid>
		<description><![CDATA[4 ก.ค.2563 ลานปัญญาครบรอบ 12 ปี และขึ้นรอบปีที่ 13
ดร.สมพร ช่วยอารีย์ จัดตั้งลานปัญญาขึ้นในขณะที่กำลังเรียนปริญญาเอกอยู่ โดยมีคุณโสทร รอดคงที่ช่วยอยู่จากเมืองไทย ต่อมาย้ายระบบกลับเมืองไทยเพื่อให้อยู่ใกล้กับผู้ใช้ส่วนใหญ่
ในปีที่ผ่านมา ไม่มีผู้เขียนบันทึกใหม่
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>4 ก.ค.2563 ลานปัญญาครบรอบ 12 ปี และขึ้นรอบปีที่ 13</p>
<p>ดร.สมพร ช่วยอารีย์ จัดตั้งลานปัญญาขึ้นในขณะที่กำลังเรียนปริญญาเอกอยู่ โดยมีคุณโสทร รอดคงที่ช่วยอยู่จากเมืองไทย ต่อมาย้ายระบบกลับเมืองไทยเพื่อให้อยู่ใกล้กับผู้ใช้ส่วนใหญ่</p>
<p>ในปีที่ผ่านมา ไม่มีผู้เขียนบันทึกใหม่</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/wash/archives/3125/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ขึ้นรอบปีที่สิบสองของลานปัญญา</title>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/3124</link>
		<comments>http://lanpanya.com/wash/archives/3124#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 04 Jul 2019 00:04:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Logos</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ประสบการณ์ชีวิต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/wash/?p=3124</guid>
		<description><![CDATA[4 ก.ค.2562 ลานปัญญาครบรอบ 11 ปี และขึ้นรอบปีที่ 12
เมื่อ 11 ปีก่อน ดร.สมพร ช่วยอารีย์ จัดตั้งลานปัญญาขึ้นในขณะที่กำลังเรียนปริญญาเอกอยู่ โดยมีคุณโสทร รอดคงที่ช่วยอยู่จากเมืองไทย ต่อมาย้ายระบบกลับเมืองไทยเพื่อให้อยู่ใกล้กับผู้ใช้ส่วนใหญ่
ในปีที่ผ่านมา ไม่มีผู้เขียนบันทึกใหม่
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>4 ก.ค.2562 ลานปัญญาครบรอบ 11 ปี และขึ้นรอบปีที่ 12</p>
<p>เมื่อ 11 ปีก่อน ดร.สมพร ช่วยอารีย์ จัดตั้งลานปัญญาขึ้นในขณะที่กำลังเรียนปริญญาเอกอยู่ โดยมีคุณโสทร รอดคงที่ช่วยอยู่จากเมืองไทย ต่อมาย้ายระบบกลับเมืองไทยเพื่อให้อยู่ใกล้กับผู้ใช้ส่วนใหญ่</p>
<p>ในปีที่ผ่านมา ไม่มีผู้เขียนบันทึกใหม่</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/wash/archives/3124/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ขึ้นรอบปีที่สิบเอ็ดของลานปัญญา</title>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/3120</link>
		<comments>http://lanpanya.com/wash/archives/3120#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 04 Jul 2018 04:06:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Logos</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ประสบการณ์ชีวิต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/wash/?p=3120</guid>
		<description><![CDATA[4 ก.ค. 2561 ลานปัญญาก็มีอายุครบสิบปีบริบูรณ์
ครูบามาจากไปในวันที่ 9 พ.ค. และมีพิธีพระราชทานเพลิงศพในวันที่ 13 พ.ค.2561

ครูบาสุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์ ถึงแก่อนิจกรรมแล้ว
ในรอบปีที่ผ่านมา ไม่มีใครเขียนอะไรครับ
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>4 ก.ค. 2561 ลานปัญญาก็มีอายุครบสิบปีบริบูรณ์</p>
<p>ครูบามาจากไปในวันที่ 9 พ.ค. และมีพิธีพระราชทานเพลิงศพในวันที่ 13 พ.ค.2561</p>
<p><a href="http://lanpanya.com/wash/files/2018/08/e0b884e0b8a3e0b8b9e0b89ae0b8b2e0b8aae0b8b8e0b897e0b898e0b8b4e0b899e0b8b1e0b899e0b897e0b98c.jpeg"><img class="alignnone size-medium wp-image-3122" title="e0b884e0b8a3e0b8b9e0b89ae0b8b2e0b8aae0b8b8e0b897e0b898e0b8b4e0b899e0b8b1e0b899e0b897e0b98c" src="http://lanpanya.com/wash/files/2018/08/e0b884e0b8a3e0b8b9e0b89ae0b8b2e0b8aae0b8b8e0b897e0b898e0b8b4e0b899e0b8b1e0b899e0b897e0b98c-225x300.jpg" alt="" width="225" height="300" /></a><a href="http://lanpanya.com/wash/files/2018/08/20180510_112431.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-3121" title="20180510_112431" src="http://lanpanya.com/wash/files/2018/08/20180510_112431-225x300.jpg" alt="" width="225" height="300" /></a><a href="http://lanpanya.com/wash/files/2018/08/32264366_1815159705174061_8774149823839338496_n.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-3123" title="32264366_1815159705174061_8774149823839338496_n" src="http://lanpanya.com/wash/files/2018/08/32264366_1815159705174061_8774149823839338496_n-225x300.jpg" alt="" width="225" height="300" /></a></p>
<p><a href="https://www.facebook.com/conductor.logosFC/posts/1708560265904469">ครูบาสุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์ ถึงแก่อนิจกรรมแล้ว</a></p>
<p>ในรอบปีที่ผ่านมา ไม่มีใครเขียนอะไรครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/wash/archives/3120/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ขึ้นรอบปีที่สิบของลานปัญญา</title>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/3119</link>
		<comments>http://lanpanya.com/wash/archives/3119#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 04 Jul 2017 06:54:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Logos</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ลานปัญญา]]></category>

		<category><![CDATA[สังคม ชุมชน ครอบครัว]]></category>

		<category><![CDATA[เรื่องทั่วไป]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/wash/?p=3119</guid>
		<description><![CDATA[วันนี้ ครบรอบวันเกิดของลานปัญญาอีกแล้วครับ ครบเก้าปีแล้ว
ช่วงปีที่ผ่านมา ไม่มีใครเขียนอะไร ไปใช้เฟซบุ๊ก ใช้ LINE กันหมด ซึ่งใช้อะไรที่เหมาะกับตัวก็ดีแล้ว อย่างไรก็ตาม เมื่อเช้า ผมประกาศบนเฟซบุ๊กว่าจะทำความสะอาดลานปัญญา คือว่ามีหลายบล็อกที่ร้างไป (ไม่เขียนแล้ว) และไม่ได้ปิด ไม่ดูแล มีสแปมเป็นจำนวนมาก การที่มีสแปมมาก ทำให้ฐานข้อมูลมีขนาดใหญ่ จะเป็นปัญหากับการอัพเกรดระบบ
ดังนั้นก็ต้องทำความสะอาดกันขนานใหญ่นะครับ บล็อกไหนเจ้าของอยากเก็บไว้ ขอให้ช่วยล็อกอินเข้ามาลบสแปมหน่อย แต่ถ้าไม่อยากเก็บไว้ ลบบล็อกได้ หรือบอกผมก็จัดให้ได้ครับ

ที่เขียนมานี้ ไม่ได้คิดจะปิดลานปัญญานะครับ แต่จำเป็นต้องปิดรูรั่วซึ่งเจ้าของบล็อกไม่ดูแล
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>วันนี้ ครบรอบวันเกิดของลานปัญญาอีกแล้วครับ ครบเก้าปีแล้ว</p>
<p>ช่วงปีที่ผ่านมา ไม่มีใครเขียนอะไร ไปใช้เฟซบุ๊ก ใช้ LINE กันหมด ซึ่งใช้อะไรที่เหมาะกับตัวก็ดีแล้ว อย่างไรก็ตาม เมื่อเช้า ผมประกาศบนเฟซบุ๊กว่าจะทำความสะอาดลานปัญญา คือว่ามีหลายบล็อกที่ร้างไป (ไม่เขียนแล้ว) และไม่ได้ปิด ไม่ดูแล มีสแปมเป็นจำนวนมาก การที่มีสแปมมาก ทำให้ฐานข้อมูลมีขนาดใหญ่ จะเป็นปัญหากับการอัพเกรดระบบ</p>
<p>ดังนั้นก็ต้องทำความสะอาดกันขนานใหญ่นะครับ บล็อกไหนเจ้าของอยากเก็บไว้ ขอให้ช่วยล็อกอินเข้ามาลบสแปมหน่อย แต่ถ้าไม่อยากเก็บไว้ ลบบล็อกได้ หรือบอกผมก็จัดให้ได้ครับ</p>
<p><span id="more-3119"></span></p>
<p>ที่เขียนมานี้ ไม่ได้คิดจะปิดลานปัญญานะครับ แต่จำเป็นต้องปิดรูรั่วซึ่งเจ้าของบล็อกไม่ดูแล</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/wash/archives/3119/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>เข้าสู่โหมดเกษียณอายุ</title>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/3118</link>
		<comments>http://lanpanya.com/wash/archives/3118#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 13 Feb 2016 09:08:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Logos</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[การศึกษานอกระบบ การศึกษาตามอัธยาศัย]]></category>

		<category><![CDATA[ประสบการณ์ชีวิต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/wash/?p=3118</guid>
		<description><![CDATA[ผมเลิกทำงานมาเจ็ดปีกว่าแล้ว เคยทำเรื่องใหญ่ที่กระทบต่อชีวิตของคนไทยเกินสิบล้านคนมาสองเรื่อง ถ้าหากจะทำอีกสักเรื่อง ก็ต้องรีบหน่อยเพราะอายุมากแล้ว เดิมก็ไม่แข็งแรงนัก
ตั้งแต่ต้นปี 2555 ผมไปใช้ชีวิตอยู่ที่มหาชีวาลัยอีสาน ครูบาแบ่งที่ให้สร้างบ้าน ผมก็ทดลองอะไรหลายอย่าง หลากหลายศาสตร์ และเตรียมเรื่องความมั่นคงทางพลังงานให้กับสวนป่า และสอนบ้างตามแต่โอกาส

ปลายปีที่แล้ว ผมป่วยหนักอีกครั้ง ต้องเข้ามารับการรักษาในกรุงเทพ อีกไม่นานคงกลับไปอยู่สวนป่าได้ เพียงแต่ทำอย่างเดิมคงไม่เหมาะแล้ว ดังนั้น คิดว่าต่อไปจะเปลี่ยนตามนี้ครับ

จะตายเมื่อไรก็ไม่รู้ ดังนั้นงานที่เมื่อผมตายไปแล้วไม่มีคนสานต่อ ก็ไม่รู้จะทำไปทำไม
จะลดเรื่องชาวบ้านลงครับ ยังห่วงเหมือนเดิม จะยังแนะนำอยู่เหมือนเดิม จะหาทางออกให้เหมือนเดิม ส่วนแต่ละคนจะทำหรือไม่ ผมไม่สนแล้ว ไม่ทุกข์ด้วย มันไม่ใช่ปัญหาของผมแล้ว
อยากเดินทางมากขึ้น จะอยู่ที่สวนป่าเป็นส่วนใหญ่ เข้ามากรุงเทพเพื่อมาเยี่ยมพ่อแม่หรือมาหาหมอเท่านั้น
ที่หวังว่าจะทำอะไรอีกสักอย่างที่เกิดประโยชน์ต่อคนจำนวนมาก ทำไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ทำมาก็มากแล้ว ใครจะเห็น จะเข้าใจ จะชื่นชมหรือไม่ ไม่ใช่ประเด็นเลย ผมเห็นปัญหาเอง ทำเอง แก้เอง ไม่มีใครขอ ไม่มีใครสั่ง เงินผมเอง ทิ้งเรื่องอื่นๆ ไว้ให้คนรุ่นหลังทำบ้าง

]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ผมเลิกทำงานมาเจ็ดปีกว่าแล้ว เคยทำเรื่องใหญ่ที่กระทบต่อชีวิตของคนไทยเกินสิบล้านคนมาสองเรื่อง ถ้าหากจะทำอีกสักเรื่อง ก็ต้องรีบหน่อยเพราะอายุมากแล้ว เดิมก็ไม่แข็งแรงนัก</p>
<p>ตั้งแต่ต้นปี 2555 ผมไปใช้ชีวิตอยู่ที่มหาชีวาลัยอีสาน ครูบาแบ่งที่ให้สร้างบ้าน ผมก็ทดลองอะไรหลายอย่าง หลากหลายศาสตร์ และเตรียมเรื่องความมั่นคงทางพลังงานให้กับสวนป่า และสอนบ้างตามแต่โอกาส</p>
<p><span id="more-3118"></span></p>
<p>ปลายปีที่แล้ว ผมป่วยหนักอีกครั้ง ต้องเข้ามารับการรักษาในกรุงเทพ อีกไม่นานคงกลับไปอยู่สวนป่าได้ เพียงแต่ทำอย่างเดิมคงไม่เหมาะแล้ว ดังนั้น คิดว่าต่อไปจะเปลี่ยนตามนี้ครับ</p>
<ul>
<li>จะตายเมื่อไรก็ไม่รู้ ดังนั้นงานที่เมื่อผมตายไปแล้วไม่มีคนสานต่อ ก็ไม่รู้จะทำไปทำไม</li>
<li>จะลดเรื่องชาวบ้านลงครับ ยังห่วงเหมือนเดิม จะยังแนะนำอยู่เหมือนเดิม จะหาทางออกให้เหมือนเดิม ส่วนแต่ละคนจะทำหรือไม่ ผมไม่สนแล้ว ไม่ทุกข์ด้วย มันไม่ใช่ปัญหาของผมแล้ว</li>
<li>อยากเดินทางมากขึ้น จะอยู่ที่สวนป่าเป็นส่วนใหญ่ เข้ามากรุงเทพเพื่อมาเยี่ยมพ่อแม่หรือมาหาหมอเท่านั้น</li>
<li>ที่หวังว่าจะทำอะไรอีกสักอย่างที่เกิดประโยชน์ต่อคนจำนวนมาก ทำไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ทำมาก็มากแล้ว ใครจะเห็น จะเข้าใจ จะชื่นชมหรือไม่ ไม่ใช่ประเด็นเลย ผมเห็นปัญหาเอง ทำเอง แก้เอง ไม่มีใครขอ ไม่มีใครสั่ง เงินผมเอง ทิ้งเรื่องอื่นๆ ไว้ให้คนรุ่นหลังทำบ้าง</li>
</ul>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/wash/archives/3118/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ขึ้นรอบปีที่แปดของลานปัญญา</title>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/3117</link>
		<comments>http://lanpanya.com/wash/archives/3117#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 04 Jul 2015 05:26:11 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Logos</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ลานปัญญา]]></category>

		<category><![CDATA[สังคม ชุมชน ครอบครัว]]></category>

		<category><![CDATA[เรื่องทั่วไป]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/wash/?p=3117</guid>
		<description><![CDATA[ลานปัญญาเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 ก.ค. 2551 ดังนั้นในวันนี้ ลานปัญญาก็มีอายุครบเจ็ดปีบริบูรณ์ และขึ้นรอบปีที่แปดต่อไป
ในช่วงปีที่ผ่านมา สมาชิกเขียนบันทึกบนลานปัญญาน้อยมาก รวมทั้งตัวผมเองด้วย ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็น &#8220;เรื่องปกติที่ดี&#8221; นะครับ เลือกเอาอย่างที่สะดวกและเกิดประโยชน์ต่อคนอื่น มีข่าวลืออีกเช่นกันว่าจะปิดลานปัญญา เรื่องนี้ก็ไม่จริงหรอกครับ มีคนเให้ความเห็นว่าควรปิดเหมือนกัน แต่คนเหล่านั้นไม่ได้มีส่วนอะไรกับการบริหารลานปัญญา
บันทึกบนลานปัญญา ควรจะเป็นบันทึกที่สมควรเก็บเอาไว้บนเน็ตเป็นเวลานาน ค้นหาด้วย search engine ได้ มีประโยชน์ต่อผู้ที่เข้ามาอ่านในภายหลัง และนำไปใช้อ้างอิงได้ ดังนั้นบันทึกบนลานปัญญา จึงไม่ควรเป็นเรื่องเฉพาะกาล เรื่องการเมือง เรื่องความเห็นที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ และไม่ใช่การระบายอารมณ์
ตอนนี้สมาชิกส่วนใหญ่ เขียนอยู่บนเฟสบุคซึ่งสะดวกในการเขียน สะดวกในการอ่านเฉพาะเมื่อมาอ่านหลังจากที่เขียนเล็กน้อย แต่ไม่สะดวกในการค้นหา&#8230; แต่ไม่ว่าอย่างไร ก็ไม่เป็นไรนี่ครับ สะดวกอย่างไร ก็ทำไปอย่างนั้่นก็แล้วกันครับ

ที่เขียนไว้ในปีก่อนๆ มีดังนี้นะครับ

[ขึ้นรอบปีที่เจ็ดของลานปัญญา]
[ขึ้นรอบปีที่หกของลานปัญญา]
[ขึ้นรอบปีที่ห้าของลานปัญญา]
[ขึ้นรอบปีที่สี่ของลานปัญญา]
[ขึ้นรอบปีที่สามของลานปัญญา]
[ขึ้นรอบปีที่สองของลานปัญญา]

]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ลานปัญญาเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 ก.ค. 2551 ดังนั้นในวันนี้ ลานปัญญาก็มีอายุครบเจ็ดปีบริบูรณ์ และขึ้นรอบปีที่แปดต่อไป</p>
<p>ในช่วงปีที่ผ่านมา สมาชิกเขียนบันทึกบนลานปัญญาน้อยมาก รวมทั้งตัวผมเองด้วย ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็น &#8220;เรื่องปกติที่ดี&#8221; นะครับ เลือกเอาอย่างที่สะดวกและเกิดประโยชน์ต่อคนอื่น มีข่าวลืออีกเช่นกันว่าจะปิดลานปัญญา เรื่องนี้ก็ไม่จริงหรอกครับ มีคนเให้ความเห็นว่าควรปิดเหมือนกัน แต่คนเหล่านั้นไม่ได้มีส่วนอะไรกับการบริหารลานปัญญา</p>
<p>บันทึกบนลานปัญญา ควรจะเป็นบันทึกที่สมควรเก็บเอาไว้บนเน็ตเป็นเวลานาน ค้นหาด้วย search engine ได้ มีประโยชน์ต่อผู้ที่เข้ามาอ่านในภายหลัง และนำไปใช้อ้างอิงได้ ดังนั้นบันทึกบนลานปัญญา จึงไม่ควรเป็นเรื่องเฉพาะกาล เรื่องการเมือง เรื่องความเห็นที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ และไม่ใช่การระบายอารมณ์</p>
<p>ตอนนี้สมาชิกส่วนใหญ่ เขียนอยู่บนเฟสบุคซึ่งสะดวกในการเขียน สะดวกในการอ่านเฉพาะเมื่อมาอ่านหลังจากที่เขียนเล็กน้อย แต่ไม่สะดวกในการค้นหา&#8230; แต่ไม่ว่าอย่างไร ก็ไม่เป็นไรนี่ครับ สะดวกอย่างไร ก็ทำไปอย่างนั้่นก็แล้วกันครับ</p>
<p><span id="more-3117"></span></p>
<p>ที่เขียนไว้ในปีก่อนๆ มีดังนี้นะครับ</p>
<ul>
<li>[<a href="http://lanpanya.com/wash/archives/3099">ขึ้นรอบปีที่เจ็ดของลานปัญญา</a>]</li>
<li>[<a href="http://lanpanya.com/wash/archives/3064">ขึ้นรอบปีที่หกของลานปัญญา</a>]</li>
<li>[<a href="http://lanpanya.com/wash/archives/2957" target="_blank">ขึ้นรอบปีที่ห้าของลานปัญญา</a>]</li>
<li>[<a href="http://lanpanya.com/wash/archives/2508" target="_blank">ขึ้นรอบปีที่สี่ของลานปัญญา</a>]</li>
<li>[<a href="http://lanpanya.com/wash/archives/1708" target="_blank">ขึ้นรอบปีที่สามของลานปัญญา</a>]</li>
<li>[<a href="http://lanpanya.com/wash/archives/846" target="_blank">ขึ้นรอบปีที่สองของลานปัญญา</a>]</li>
</ul>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/wash/archives/3117/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>นิสิต SAR จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปี 58</title>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/3116</link>
		<comments>http://lanpanya.com/wash/archives/3116#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 21 Jun 2015 09:25:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Logos</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[การศึกษานอกระบบ การศึกษาตามอัธยาศัย]]></category>

		<category><![CDATA[ข้อคิดชีวิต ปรัชญา ศาสนา]]></category>

		<category><![CDATA[ธรรมชาติ สัตว์ ต้นไม้ สิ่งแวดล้อม]]></category>

		<category><![CDATA[ประสบการณ์ชีวิต]]></category>

		<category><![CDATA[สังคม ชุมชน ครอบครัว]]></category>

		<category><![CDATA[เกษตรกรรม อุตสาหกรรม พาณิชยกรรม]]></category>

		<category><![CDATA[OCARE]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/wash/?p=3116</guid>
		<description><![CDATA[นิสิตในสำนักงานคณะกรรมการศึกษาวิจัยทรัพยากรการเกษตร (SAR ซึ่งเปลี่ยนชื่อมาจาก OCARE) เป็นรุ่นที่สามที่มาส่วนป่า แต่เป็นรุ่นที่สี่ของคณะ (รหัส 56) ซึ่งประกอบไปด้วยนิสิต 48 คน อาจารย์ 4 ท่าน รวมท่านคณบดีด้วย และเจ้าหน้าที่อีก 1 ท่าน เป็นบัณฑิตรุ่น 1 ของ OCARE ซึ่งมาเยือนสวนป่าระหว่างวันที่ 5-7 มิย 58
วันแรก คณะเดินทางมาจากสระบุรี มาถึงแล้วพักรัปทานอาหาร ก่อนฟังครูบาคุยสักครู่ แล้วเริ่มเรียนกับผมเลยครับ คุยกันเรื่องการเรียนรู้ที่สวนป่า ซึ่งชวนสังเกตรื่องเกี่ยวกับชีวิต ไม่จัดเป็นวิชา ไม่มีหลักสูตร ต้องสังเกตและจับประเด็นเอาเอง เห็นไม่เหมือนกัน ได้ไม่เท่ากัน ก็ไม่เป็นไร แล้วเราก็คุยกันเรื่องความมั่นคงสามแนวทาง อาหาร น้ำ พลังงาน ทำไมจึงสำคัญแบบคอขาดบาดตาย คุยกันเรื่องไบโอชาร์ในฐานะของเครื่องมือปรับปรุงดิน กับเรื่องโซลาร์เซล อย่างละนิดหน่อย แล้วคุยเรื่องการเริ่มต้นออกไปอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ไม่มีน้ำ ไม่มีไฟ ทำอย่างไรจึงจะเริ่มต้นได้ แล้วปล่อยกลับไปเก็บของเข้าที่พัก แล้วกินข้าวเย็นกัน&#8230; มีถอดบทเรียนกันเองทุกคืนหลังอาหารเย็นครับ

วันที่สอง ครูบาพานิสิตไปหาแรงบันดาลใจจากฤๅษี กับอาจารย์ของฤๅษี [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span>นิสิตในสำนักงานคณะกรรมการศึกษาวิจัยทรัพยากรการเกษตร (SAR ซึ่งเปลี่ยนชื่อมาจาก OCARE) เป็นรุ่นที่สามที่มาส่วนป่า แต่เป็นรุ่นที่สี่ของคณะ (รหัส 56) ซึ่งประกอบไปด้วยนิสิต 48 คน อาจารย์ 4 ท่าน รวมท่านคณบดีด้วย และเจ้าหน้าที่อีก 1 ท่าน เป็นบัณฑิตรุ่น 1 ของ OCARE ซึ่งมาเยือนสวนป่าระหว่างวันที่ 5-7 มิย 58</span></p>
<p>วันแรก คณะเดินทางมาจากสระบุรี มาถึงแล้วพักรัปทานอาหาร ก่อนฟังครูบาคุยสักครู่ แล้วเริ่มเรียนกับผมเลยครับ คุยกันเรื่องการเรียนรู้ที่สวนป่า ซึ่งชวนสังเกตรื่องเกี่ยวกับชีวิต ไม่จัดเป็นวิชา ไม่มีหลักสูตร ต้องสังเกตและจับประเด็นเอาเอง เห็นไม่เหมือนกัน ได้ไม่เท่ากัน ก็ไม่เป็นไร แล้วเราก็คุยกันเรื่องความมั่นคงสามแนวทาง อาหาร น้ำ พลังงาน ทำไมจึงสำคัญแบบคอขาดบาดตาย คุยกันเรื่องไบโอชาร์ในฐานะของเครื่องมือปรับปรุงดิน กับเรื่องโซลาร์เซล อย่างละนิดหน่อย แล้วคุยเรื่องการเริ่มต้นออกไปอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ไม่มีน้ำ ไม่มีไฟ ทำอย่างไรจึงจะเริ่มต้นได้ แล้วปล่อยกลับไปเก็บของเข้าที่พัก แล้วกินข้าวเย็นกัน&#8230; มีถอดบทเรียนกันเองทุกคืนหลังอาหารเย็นครับ</p>
<p><span id="more-3116"></span></p>
<p>วันที่สอง ครูบาพานิสิตไปหาแรงบันดาลใจจากฤๅษี กับอาจารย์ของฤๅษี ที่ลำปลายมาศ (ได้รับการขอร้องไม่ให้เผยแพร่ชื่อหรือรายละเอียดส่วนตัวใดๆ เพราะมีคนไม่รู้จักกาลเทศะ บุกไปรบกวนถึงบ้าน ตอนตีสาม) ฤๅษีอยู่ในป่า เคยเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย เคยอยู่ที่สวนป่า และตัดสินใจทิ้งเมืองมาอยู่ป่า พึ่งตนเองได้ คิดว่าเป็นประโยชน์มากกับนิสิต จากนั้นเราก็บุกตลาดลำปลายมาศหาข้าวกิน แล้วกลับมาเรียนที่ &#8220;คัมภีร์ บ้านดินฟาร์ม&#8221; กับอาจารย์คัมภีร์ ทุมพร เป็นที่สนุกสนานและเลอะเทอะ โดนแตนต่อยไปคนหนึ่ง ตอนเย็นแบ่งกลุ่มทำอาหารเลิศรสกินกัน</p>
<p>เช้าวันสุดท้าย ก่อนจากลา มีถอดบทเรียนรวมกันอีก ก่อนออกเดินทางไปเรียนต่อที่ภูพาน นครพนม</p>
<p>ครูบาบันทีกไว้</p>
<ul>
<li><a href="https://www.facebook.com/sutthinun.pratchayapruet/posts/943587638997943" target="_blank">ก๋วยเตี๋ยวว่านสาวหลง</a></li>
<li><a href="https://www.facebook.com/sutthinun.pratchayapruet/posts/943771742312866" target="_blank">สวัสดีประเทศไทย</a></li>
<li><a href="https://www.facebook.com/sutthinun.pratchayapruet/posts/944243098932397" target="_blank">ที่ระลึก ของชาวโอแคร์</a></li>
<li><a href="https://www.facebook.com/sutthinun.pratchayapruet/posts/944136845609689" target="_blank">เมื่อขาเป็นอุปกรณ์การเรียน</a></li>
<li><a href="https://www.facebook.com/sutthinun.pratchayapruet/posts/944126392277401" target="_blank">เรียนแบบแอ็คชั่น</a></li>
<li><a href="https://www.facebook.com/sutthinun.pratchayapruet/posts/944109702279070" target="_blank">เรียนวิชาทำมาหากิน</a></li>
<li><a href="https://www.facebook.com/sutthinun.pratchayapruet/posts/944300692259971" target="_blank">สรุปบทบาทและบทเรียน</a></li>
</ul>
<div><span>[</span><a href="https://www.facebook.com/media/set/?set=a.1073784109316863.1073741891.478075762221037&amp;type=3" target="_blank">รูปกิจกรรมบนเฟสบุ๊ค</a><span>]</span><br />
 <span>[</span><a href="https://www.facebook.com/pkai.ora/media_set?set=a.10206579745629528.1073741968.1148213495&amp;type=1" target="_blank">รูปจากมุมมองของท่านคณบดี</a><span>]</span></div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/wash/archives/3116/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ค่ายสวนป่าฮา&#38;เฮ กลุ่มหมู่บ้านพอ</title>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/3115</link>
		<comments>http://lanpanya.com/wash/archives/3115#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 06 Apr 2015 04:33:11 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Logos</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[การจัดการความรู้]]></category>

		<category><![CDATA[การศึกษานอกระบบ การศึกษาตามอัธยาศัย]]></category>

		<category><![CDATA[ธรรมชาติ สัตว์ ต้นไม้ สิ่งแวดล้อม]]></category>

		<category><![CDATA[ประสบการณ์ชีวิต]]></category>

		<category><![CDATA[สังคม ชุมชน ครอบครัว]]></category>

		<category><![CDATA[อาหาร ท่องเที่ยว กีฬา นันทนาการ]]></category>

		<category><![CDATA[เทคโนโลยีชาวบ้าน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/wash/?p=3115</guid>
		<description><![CDATA[ยอมรับครับว่าค่ายนี้ เป็นค่ายที่ผมรอคอยและมีความสุขมากที่ได้พบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน
กลุ่มหมู่บ้านพอจัดตั้งขึ้นประมาณน้ำท่วมประเทศ ปี 2554 โดยคุณธนน รัตนบรรณกิจ (ปริ๊นซ์) มีหลักการที่คล้ายกับหมู่บ้านเฮ/หมู่บ้านโลกอย่างน่าประหลาด เราได้ตกลงกำหนดค่ายนี้เอาไว้ตั้งแต่เดือนมกราคม 58 ว่าจะจัดระหว่างวันที่ 4-6 เมย 58 มีสมาชิกมาร่วมจากหลายจังหวัด (เลข โคราช ตราด กรุงเทพ) และมาขอมาร่วมจากเพชรบุรีด้วย รวมประมาณ 15 ท่าน
ก่อนเปิดค่าย ผมดันเจ็บเท้า บวมเลย เดินลำบาก ขี่จักรยานได้ แต่จะเจ็บมากเวลาลงจากจักรยาน จึงไม่สามารถเดินตามกลุ่มไปทุกที่ได้
วันที่ 4 เดินทางมาถึง ก็ตั้งวงแนะนำตัวกันก่อน คุณผู้หญิงนอนอาคารใหญ่ คุณผู้ชายไปนอนอาคาร SCG
วันต่อมา เช้า ครูบาพาเดินป่า ตอนสายมีรายการทีวีมาถ่ายทำสัมภาษณ์ครูบาเรื่องคอนโดมดแดงด้วย สื่อมาทางไหน ผมก็ชิ่งไปอีกทางหนึ่ง อิอิ ช่วงบ่าย ผมพาทั้งกลุ่มไปเยี่ยมคัมภีร์ บ้านดินฟาร์ม เจอเรื่องประหลาดใจ คือคัมภีร์ก็อยู่ในกลุ่มหมู่บ้านพอด้วย แต่วัตถุประสงค์หลักคือพาชาวหมู่บ้านพอไปดูของจริงของคนที่ทิ้งเมืองออกมาอยู่ในที่ที่กันดาร ไม่มีน้ำ ไม่มีไฟ แต่จัดหาเองได้หมด ดูบ้านดิน ดูการจัดการพื้นที่ ดูการสร้างบ้าน กินกาแฟและพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน ช่วงเย็นก็กลับมาเดินดูแปลงผัก [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ยอมรับครับว่าค่ายนี้ เป็นค่ายที่ผมรอคอยและมีความสุขมากที่ได้พบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน</p>
<p>กลุ่มหมู่บ้านพอจัดตั้งขึ้นประมาณน้ำท่วมประเทศ ปี 2554 โดยคุณ<span>ธนน รัตนบรรณกิจ (ปริ๊นซ์) มีหลักการที่คล้ายกับหมู่บ้านเฮ/หมู่บ้านโลกอย่างน่าประหลาด เราได้ตกลงกำหนดค่ายนี้เอาไว้ตั้งแต่เดือนมกราคม 58 ว่าจะจัดระหว่างวันที่ 4-6 เมย 58 มีสมาชิกมาร่วมจากหลายจังหวัด (เลข โคราช ตราด กรุงเทพ) และมาขอมาร่วมจากเพชรบุรีด้วย รวมประมาณ 15 ท่าน</span></p>
<p><span id="more-3115"></span>ก่อนเปิดค่าย ผมดันเจ็บเท้า บวมเลย เดินลำบาก ขี่จักรยานได้ แต่จะเจ็บมากเวลาลงจากจักรยาน จึงไม่สามารถเดินตามกลุ่มไปทุกที่ได้</p>
<p>วันที่ 4 เดินทางมาถึง ก็ตั้งวงแนะนำตัวกันก่อน คุณผู้หญิงนอนอาคารใหญ่ คุณผู้ชายไปนอนอาคาร SCG</p>
<p>วันต่อมา เช้า ครูบาพาเดินป่า ตอนสายมีรายการทีวีมาถ่ายทำสัมภาษณ์ครูบาเรื่องคอนโดมดแดงด้วย สื่อมาทางไหน ผมก็ชิ่งไปอีกทางหนึ่ง อิอิ ช่วงบ่าย ผมพาทั้งกลุ่มไปเยี่ยมคัมภีร์ บ้านดินฟาร์ม เจอเรื่องประหลาดใจ คือคัมภีร์ก็อยู่ในกลุ่มหมู่บ้านพอด้วย แต่วัตถุประสงค์หลักคือพาชาวหมู่บ้านพอไปดูของจริงของคนที่ทิ้งเมืองออกมาอยู่ในที่ที่กันดาร ไม่มีน้ำ ไม่มีไฟ แต่จัดหาเองได้หมด ดูบ้านดิน ดูการจัดการพื้นที่ ดูการสร้างบ้าน กินกาแฟและพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน ช่วงเย็นก็กลับมาเดินดูแปลงผัก 7 ไร่ แล้วทำอาหารกินกัน โดยคืนนี้เอาที่ของคุณเล็ก โยธา 30 ไร่ที่อ.บ้านลาด เพชรบุรีเป็นกรณีศึกษา กินข้าวเย็นแล้วหนุ่มๆ ย้ายมานานเต้นท์ที่ระเบียงชั้นสองของอาคารใหญ่ ซึ่งอากาศเย็นกว่าในอาคาร SCG</p>
<p>วันสุดท้าย กลุ่มที่มาจากกรุงเทพลากลับไปก่อน ที่เหลือก็เอาที่ดินของคุณคมกริบที่ตราด มาวางแผนกัน จากนั้นก็เดินเก็บเมล็ดพันธุ์ เอากลับบ้านไปปลูกป่า ส่วนผมเข้าเมืองไปให้หมอดูขาซะหน่อย วันนี้ไม่เจ็บ ไม่บวมแล้ว แต่ไปดูให้แน่ดีกว่า</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/wash/archives/3115/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ค่ายสวนป่าฮา&#38;เฮ โรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา</title>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/3114</link>
		<comments>http://lanpanya.com/wash/archives/3114#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 15 Feb 2015 15:23:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Logos</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[การจัดการความรู้]]></category>

		<category><![CDATA[การศึกษานอกระบบ การศึกษาตามอัธยาศัย]]></category>

		<category><![CDATA[ประสบการณ์ชีวิต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/wash/?p=3114</guid>
		<description><![CDATA[วันที่ 15กพ58 มีค่ายสวนป่าฮา&#38;เฮ สำหรับผู้ปกครองโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา ซึ่งขอให้จัดค่ายเกี่ยวกับไบโอชาร์ให้ มีผู้ปกครอง 35 ท่าน และมีเด็กนักเรียนติดมาด้วย 9 คน ค่ายนี้ เปิดให้ &#8220;คนนอก&#8221; เข้าร่วมเรียนได้ แต่ก็มีปัญหาเหมือนเดิม คือคนนอกไม่ยอมลงทะเบียน ทำให้ไม่รู้จำนวนคนที่แน่นอน เตรียมอาหารและที่พักไม่ได้ ถ้าเพียงแต่นึกถึงคนเตรียมงานบ้าง ไม่คิดเฉพาะแต่เรื่องของตนเอง ก็คงจะดีกว่านี้&#8230; ก็ไม่เป็นไรหรอกครับ มันผ่านไปหมดแล้ว

ค่ายนี้ เหนื่อยแต่สนุกมาก คำถามเยอะ แล้วไม่ใช่คำถามแบบไม่รู้เรื่องราวเสียด้วย แต่เป็นคำถามที่มุ่งไปสู่การปฏิบัติ ซึ่งน่ายินดีที่หลายท่านคิดจะกลับไปสร้างเตาทดลงจริงๆ ก่อนที่จะสร้างเตา ก็ซื้อถ่านไบโอชาร์ขนาดทดลองกลับไปหลายขวด (ใช้ต้นไม้ต้น/กระถางละกำมือ ดังนั้นแต่ละขวดใช้ได้ประมาณ 25 ต้น/กระถาง) ซื้อกลับไปทดลองจนมีไม่พอขาย ต้องขอให้รอกรอกถ่านใส่ขวด 1.5 ลิตรสักครู่
ช่วงเช้า เราคุยกันเรื่องของชีววิทยา และเคมีของต้นไม้ ใช้ไบโอชาร์แล้วแก้ปัญหาอะไร ก่อนกินข้าวกลางวัน มีพ่อคำตัน ศรีมาศ เกษตรกรจาก ต.ยาง อ.บรบือ มหาสารคาม ซึ่งพาชาวค่ายที่แล้วไปเยี่ยม เอาถ่านไบโอชาร์ไปให้ทดลองสองกระสอบ เมื่อ 25มค58&#8230; พ่อคำตันปักดำนาปรังเสร็จในวันที่ 1กพ58 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>วันที่ 15กพ58 มีค่ายสวนป่าฮา&amp;เฮ สำหรับผู้ปกครองโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา ซึ่งขอให้จัดค่ายเกี่ยวกับไบโอชาร์ให้ มีผู้ปกครอง 35 ท่าน และมีเด็กนักเรียนติดมาด้วย 9 คน ค่ายนี้ เปิดให้ &#8220;คนนอก&#8221; เข้าร่วมเรียนได้ แต่ก็มีปัญหาเหมือนเดิม คือคนนอกไม่ยอมลงทะเบียน ทำให้ไม่รู้จำนวนคนที่แน่นอน เตรียมอาหารและที่พักไม่ได้ ถ้าเพียงแต่นึกถึงคนเตรียมงานบ้าง ไม่คิดเฉพาะแต่เรื่องของตนเอง ก็คงจะดีกว่านี้&#8230; ก็ไม่เป็นไรหรอกครับ มันผ่านไปหมดแล้ว</p>
<p><span id="more-3114"></span></p>
<p>ค่ายนี้ เหนื่อยแต่สนุกมาก คำถามเยอะ แล้วไม่ใช่คำถามแบบไม่รู้เรื่องราวเสียด้วย แต่เป็นคำถามที่มุ่งไปสู่การปฏิบัติ ซึ่งน่ายินดีที่หลายท่านคิดจะกลับไปสร้างเตาทดลงจริงๆ ก่อนที่จะสร้างเตา ก็ซื้อถ่านไบโอชาร์ขนาดทดลองกลับไปหลายขวด (ใช้ต้นไม้ต้น/กระถางละกำมือ ดังนั้นแต่ละขวดใช้ได้ประมาณ 25 ต้น/กระถาง) ซื้อกลับไปทดลองจนมีไม่พอขาย ต้องขอให้รอกรอกถ่านใส่ขวด 1.5 ลิตรสักครู่</p>
<p>ช่วงเช้า เราคุยกันเรื่องของชีววิทยา และเคมีของต้นไม้ ใช้ไบโอชาร์แล้วแก้ปัญหาอะไร ก่อนกินข้าวกลางวัน มีพ่อคำตัน ศรีมาศ เกษตรกรจาก ต.ยาง อ.บรบือ มหาสารคาม ซึ่งพาชาวค่ายที่แล้วไปเยี่ยม เอาถ่านไบโอชาร์ไปให้ทดลองสองกระสอบ เมื่อ 25มค58&#8230; พ่อคำตันปักดำนาปรังเสร็จในวันที่ 1กพ58 วันนี้ (15กพ58) พ่อคำตันก็มาสวนป่ามารายงานผล หน้าตายินดีมาก ว่าข้าวที่ปรับปรุงดินด้วยไบโอชาร์กำลังงามมาก</p>
<p>ค่ายนี้จุดเตาให้ดูสองเตา เป็นเตา slow pyrolysis ใช้ถัง 200 ลิตร ซึ่งจะได้ถ่านไบโอชาร์ที่บดแล้วประมาณครึ่งกระสอบปุ๋ย และอีกแบบหนึ่งเป็นเตาอิฐก่อ ใช้ fast pyrolysis เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 3 เมตร ได้ถ่านไบโอชาร์ที่ยังไม่ได้บด 24 กระสอบ (บดแล้วคงเหลือประมาณ 8-10 กระสอบ)</p>
<p>
<object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="560" height="315" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="src" value="https://www.youtube.com/v/NiNfRG-gIQE" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="560" height="315" src="https://www.youtube.com/v/NiNfRG-gIQE" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object>
</p>
<p>คลิปต่อไป สัมภาษณ์ผู้ปกครองจากโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนาซึ่งมาเข้าค่ายนี้</p>
<p>
<object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="560" height="315" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="src" value="https://www.youtube.com/v/d9GRrN9jonM" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="560" height="315" src="https://www.youtube.com/v/d9GRrN9jonM" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object>
</p>
<p>คลิปสุดท้าย เป็นการสัมภาษณ์พี่น้อง เจ้าของสวนจากราชบุรี ซึ่งขอมาเข้าค่ายนี้ด้วย</p>
<p>
<object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="560" height="315" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="src" value="https://www.youtube.com/v/9K4lEINF0ro" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="560" height="315" src="https://www.youtube.com/v/9K4lEINF0ro" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object>
</p>
<p>[<a href="https://www.facebook.com/media/set/?set=a.1009597602402181.1073741889.478075762221037&amp;type=1" target="_blank">รูปกิจกรรมบนเฟซบุ๊ค</a>]</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/wash/archives/3114/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ค่ายสวนป่าฮา&#38;เฮ ครั้งที่ 3</title>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/3111</link>
		<comments>http://lanpanya.com/wash/archives/3111#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 26 Jan 2015 11:20:49 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Logos</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[การจัดการความรู้]]></category>

		<category><![CDATA[การศึกษานอกระบบ การศึกษาตามอัธยาศัย]]></category>

		<category><![CDATA[ประสบการณ์ชีวิต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/wash/?p=3111</guid>
		<description><![CDATA[ค่ายนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 24-25 มค 58 สำหรับคนที่ยังคาใจเรื่องไบโอชาร์โดยเฉพาะ โดยเรานัดกันที่สวนป่าตั้งแต่บ่ายวันที่ 23 มค 58
มีผู้มาร่วมในค่ายนี้น้อยมากที่ลงทะเบียนอย่างถูกต้อง มีที่อยู่ดีๆ มาก็มี ไม่ได้รู้ตัวเลยว่าการเตรียมอาหารและที่พัก ยุ่งวุ่นวายขนาดไหน หากไม่รู้จำนวนผู้มาร่วมที่แน่นอน

[ภาพรวมกิจกรรม บนเฟซบุ๊ก]

วันที่ 24 อธิบายไบโอชาร์ภาคทฤษฎี และเผาไบโอชาร์ด้วยถัง 200 ลิตรให้ดู ไม้ฟืน 63.5 กก เหลือเป็นถ่านไบโอชาร์ 16.4 กก (ครึ่งกระสอบ) การเผาถ่านไบโอชาร์ในถัง 200 ลิตร เป็นกระบวนการ gasification แบบ slow pyrolysis ส่วนเตาใหญ่นั้น ไม่ได้เผาให้ดู เนื่องจากเผาหนึ่งเตา จะใช้ไม้ประมาณสี่รถสิบล้อ ใช้เวลาลำเลียงไม้เข้าเตาประมาณสัปดาห์หนึ่ง เป็น gasification แบบ fast pyrolysis แต่นำถ่านจากเตาใหญ่มาบดให้ดู พาทัวร์สวนผักแปลง 7 ไร่ ที่ใช้ไบโอชาร์ปรับปรุงดิน ผักคะน้าใบใหญ่เป็นสี่เท่าของมือคน

วันที่ 25 ไปเยี่ยมพ่อคำตัน ศรีมาศ อ.บรบือ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ค่ายนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 24-25 มค 58 สำหรับคนที่ยังคาใจเรื่องไบโอชาร์โดยเฉพาะ โดยเรานัดกันที่สวนป่าตั้งแต่บ่ายวันที่ 23 มค 58</p>
<p>มีผู้มาร่วมในค่ายนี้น้อยมากที่ลงทะเบียนอย่างถูกต้อง มีที่อยู่ดีๆ มาก็มี ไม่ได้รู้ตัวเลยว่าการเตรียมอาหารและที่พัก ยุ่งวุ่นวายขนาดไหน หากไม่รู้จำนวนผู้มาร่วมที่แน่นอน</p>
<p><a href="http://lanpanya.com/wash/files/2015/02/10806386_993704797324795_640944427109028751_n.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-3113" title="10806386_993704797324795_640944427109028751_n" src="http://lanpanya.com/wash/files/2015/02/10806386_993704797324795_640944427109028751_n-300x168.jpg" alt="" width="300" height="168" /></a></p>
<p>[<a href="https://www.facebook.com/media/set/?set=a.993062620722346.1073741887.478075762221037&amp;type=3" target="_blank">ภาพรวมกิจกรรม บนเฟซบุ๊ก</a>]</p>
<p><span id="more-3111"></span></p>
<p>วันที่ 24 อธิบายไบโอชาร์ภาคทฤษฎี และเผาไบโอชาร์ด้วยถัง 200 ลิตรให้ดู ไม้ฟืน 63.5 กก เหลือเป็นถ่านไบโอชาร์ 16.4 กก (ครึ่งกระสอบ) การเผาถ่านไบโอชาร์ในถัง 200 ลิตร เป็นกระบวนการ gasification แบบ slow pyrolysis ส่วนเตาใหญ่นั้น ไม่ได้เผาให้ดู เนื่องจากเผาหนึ่งเตา จะใช้ไม้ประมาณสี่รถสิบล้อ ใช้เวลาลำเลียงไม้เข้าเตาประมาณสัปดาห์หนึ่ง เป็น gasification แบบ fast pyrolysis แต่นำถ่านจากเตาใหญ่มาบดให้ดู พาทัวร์สวนผักแปลง 7 ไร่ ที่ใช้ไบโอชาร์ปรับปรุงดิน ผักคะน้าใบใหญ่เป็นสี่เท่าของมือคน</p>
<p><a href="http://lanpanya.com/wash/files/2015/02/1495434_993724940656114_7845331158582074115_n.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-3112" title="1495434_993724940656114_7845331158582074115_n" src="http://lanpanya.com/wash/files/2015/02/1495434_993724940656114_7845331158582074115_n-169x300.jpg" alt="" width="169" height="300" /></a></p>
<p>วันที่ 25 ไปเยี่ยมพ่อคำตัน <span>ศรีมาศ อ.บรบือ มหาสารคาม</span><span> บ้านพ่อคำตันขุดบ่อเก็บน้ำเลี้ยงปลา และเป็นนาเดียวที่มีน้ำทำนา ในขณะที่ทั้งจังหวัดกำลังประสบภัยแล้งอย่างหนัก หลังจากกลับมาเขียนเล่าเรื่องพ่อคำตัน ทางจังหวัดมหาสารคามส่งเจ้าหน้าที่เข้าไป จะยกให้เป็นศูนย์เรียนรู้ของจังหวัด พ่อคำตันดังแล้ว อบรมครั้งแรก 23กพ58</span></p>
<p>วิธีปรับปรุงดินด้วยไบโอชาร์ สำหรับต้นไม้ที่ปลูกแล้ว โรย (ต่ำๆ ไม่ให้ฟุ้ง) บริเวณที่กะว่าเป็นปลายราก เพื่อที่ไบโอชาร์จะนำความชุ่มชื้นมาสู่ปลายราก และบำรุงดินด้วยชีววิถี สำหรับพื้นที่ที่เตรียมปลูกข้าว โรยหว่านไปได้ทั่วๆ เนื่อยจากยังไม่รู้ว่าต้นข้าวจะอยู่ตรงไหน ทดลองด้วยสัดส่วนถ่านไบโอชาร์ 60 กก (สองกระสอบ) ต่อพื้นที่ 500 ตารางวา (1 ไร่ 1 งาน) ที่บ้านพ่อคำตัน ศรีมาศ อ.บรบือ มหาสารคาม [วิดีโอคลิป <a rel="nofollow" href="https://www.youtube.com/watch?v=reuFNu8JTi4" target="_blank">https://www.youtube.com/watch?v=reuFNu8JTi4</a>]</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/wash/archives/3111/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ค่ายสวนป่าฮา&#38;เฮ ครั้งที่ 2</title>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/3110</link>
		<comments>http://lanpanya.com/wash/archives/3110#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 24 Nov 2014 01:13:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Logos</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[การจัดการความรู้]]></category>

		<category><![CDATA[การศึกษานอกระบบ การศึกษาตามอัธยาศัย]]></category>

		<category><![CDATA[ธรรมชาติ สัตว์ ต้นไม้ สิ่งแวดล้อม]]></category>

		<category><![CDATA[ประสบการณ์ชีวิต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/wash/?p=3110</guid>
		<description><![CDATA[ค่ายนี้ ตั้งใจจะเพาะกล้าของคนปลูกต้นไม้
แรกเริ่มเดิมทีค่อนข้างสับสน มีสมาชิกจากค่ายแรกที่ติดกิจธุระไม่สามารถจะมาร่วมค่ายแรกได้ ขอย้ายมาค่ายนี้ แต่ค่ายที่สองก็มีสมาชิกจองมาเข้าอยู่แล้ว แม้บอกว่าเต็ม ก็ยังมีคนขอแทรกอยู่ตลอด สวนป่าไม่ใช่รีสอร์ตหรอกครับ มาเยอะเกินไป เราก็รับไม่ไหว
ค่ายครั้งที่สองนี้ ในที่สุดแล้วมากัน 22 ท่าน สำหรับโปรแกรมวันที่ 22-23 พย 57 โดยทยอยกันมาตั้งแต่บ่ายวันที่ 21 และประมาณครึ่งหนึ่งก็กลับในเช้าวันที่ 24

แม่หวี งานยุ่งมาก ยายษรป่วยมาสองสามอาทิตย์แล้ว เหลือแม่หวีคนเดียว จำนวนชาวค่ายที่จะมาก็ไม่แน่นอน เป็นปัญหาจริงๆ สำหรับผู้ที่จัดเตรียมที่หลับที่นอนและอาหารการกิน ครูบาก็หนักไม่น้อย มีแพะคลอดลูก ต้องไปเฝ้าทั้งคืน หลายคืนติดกัน จนในที่สุดแพะ 4 แม่ คลอดลูกรวมกัน 9 ตัว เหนื่อยมากเวลาที่บรรยาย เส้นทางเข้าสวนป่า แม้แนะนำทางสะดวกเอาไว้ แต่หลายท่านก็ไม่ทำตาม ดังนั้นก็ต้องลุยเข้ามาผ่านทางลำบากล่ะครับ ทางนั้นเราเองก็ไม่ใช้
ค่ายนี้แม้ไม่ได้ดูการเผาถ่านไบโอชาร์ (จริงๆ ก็ไม่มีอะไร แต่ใช้เวลาเตรียมไม้หนึ่งวัน เผาครึ่งวัน กับทิ้งให้เย็นอีกหนึ่งคืน เสียเวลามาก) แต่ได้ดูการบดถ่าน การนำถ่านไปลงแปลงเพาะปลูก และมีบางท่านขอแบ่งไบโอชาร์ไปทดลองใช้ที่บ้านด้วย
ด้วยความดีใจที่เจอนักปฏิบัติ ครูบาจึงแถมยาวเลยในช่วงบ่ายของวันสุดท้า่ย เป็นประเด็นสำคัญเรื่องของการจัดพื้นที่เพื่อทำประโยชน์ เสียดายที่สมาชิกประมาณครึ่งหนึ่ง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ค่ายนี้ ตั้งใจจะเพาะกล้าของคนปลูกต้นไม้</p>
<p>แรกเริ่มเดิมทีค่อนข้างสับสน มีสมาชิกจากค่ายแรกที่ติดกิจธุระไม่สามารถจะมาร่วมค่ายแรกได้ ขอย้ายมาค่ายนี้ แต่ค่ายที่สองก็มีสมาชิกจองมาเข้าอยู่แล้ว แม้บอกว่าเต็ม ก็ยังมีคนขอแทรกอยู่ตลอด สวนป่าไม่ใช่รีสอร์ตหรอกครับ มาเยอะเกินไป เราก็รับไม่ไหว</p>
<p>ค่ายครั้งที่สองนี้ ในที่สุดแล้วมากัน 22 ท่าน สำหรับโปรแกรมวันที่ 22-23 พย 57 โดยทยอยกันมาตั้งแต่บ่ายวันที่ 21 และประมาณครึ่งหนึ่งก็กลับในเช้าวันที่ 24</p>
<p><span id="more-3110"></span></p>
<p>แม่หวี งานยุ่งมาก ยายษรป่วยมาสองสามอาทิตย์แล้ว เหลือแม่หวีคนเดียว จำนวนชาวค่ายที่จะมาก็ไม่แน่นอน เป็นปัญหาจริงๆ สำหรับผู้ที่จัดเตรียมที่หลับที่นอนและอาหารการกิน ครูบาก็หนักไม่น้อย มีแพะคลอดลูก ต้องไปเฝ้าทั้งคืน หลายคืนติดกัน จนในที่สุดแพะ 4 แม่ คลอดลูกรวมกัน 9 ตัว เหนื่อยมากเวลาที่บรรยาย เส้นทางเข้าสวนป่า แม้แนะนำทางสะดวกเอาไว้ แต่หลายท่านก็ไม่ทำตาม ดังนั้นก็ต้องลุยเข้ามาผ่านทางลำบากล่ะครับ ทางนั้นเราเองก็ไม่ใช้</p>
<p>ค่ายนี้แม้ไม่ได้ดูการเผาถ่านไบโอชาร์ (จริงๆ ก็ไม่มีอะไร แต่ใช้เวลาเตรียมไม้หนึ่งวัน เผาครึ่งวัน กับทิ้งให้เย็นอีกหนึ่งคืน เสียเวลามาก) แต่ได้ดูการบดถ่าน การนำถ่านไปลงแปลงเพาะปลูก และมีบางท่านขอแบ่งไบโอชาร์ไปทดลองใช้ที่บ้านด้วย</p>
<p>ด้วยความดีใจที่เจอนักปฏิบัติ ครูบาจึงแถมยาวเลยในช่วงบ่ายของวันสุดท้า่ย เป็นประเด็นสำคัญเรื่องของการจัดพื้นที่เพื่อทำประโยชน์ เสียดายที่สมาชิกประมาณครึ่งหนึ่ง ต้องเดินทางกลับเนื่องจากวีซ่าหมดแล้ว ของแถมนี้ พูดก่อนจะปูพื้นฐานจนครบแล้วไม่ได้</p>
<p>[<a href="https://www.facebook.com/media/set/?set=a.951064431588832.1073741886.478075762221037&amp;type=3" target="_blank">อัลบั้นภาพบนเฟซบุ๊ก</a>]</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/wash/archives/3110/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ค่ายสวนป่าฮา&#38;เฮ ครั้งที่ 1</title>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/3101</link>
		<comments>http://lanpanya.com/wash/archives/3101#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 26 Oct 2014 12:35:20 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Logos</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[การศึกษานอกระบบ การศึกษาตามอัธยาศัย]]></category>

		<category><![CDATA[ประสบการณ์ชีวิต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/wash/?p=3101</guid>
		<description><![CDATA[ว่างเว้นจากการเขียนบันทึกในลานซักล้างมาสามเดือน ก็ไม่ได้อยู่ว่างๆ หรือขี้เกียจหรอกนะครับ มีงานทำล้นมือ แค่เขียนแต่ในเฟซบุ๊กก็หมดเวลาแล้ว&#8230; ช่วงนี้ค่ายเพิ่งจบ พอมีเวลาบ้าง ก็กลับมาบันทึกความเป็นมาของ &#8220;ค่ายสวนป่าฮา&#38;เฮ&#8221; ซึ่งผมดีใจที่ครูบาและแม่หวีเห็นดีด้วย หลังจากที่พยายามกระตุ้นมาตลอดสองปีแล้ว
สวนป่า มหาชีวาลัยอีสานเป็นแหล่งเรียนรู้ แต่ไม่ใช่ที่สาธารณะหรือแหล่งท่องเที่ยว มีกันอยู่สามคน ครูบา แม่หวี กับผม ทุกคนมีงานเต็มมือตลอดเวลา ครูบากับผมก็เดี้ยงมานาน ทำงานหนักนักไม่ไหว ภาระจึงไปตกอยู่กับแม่หวีซึ่งก็ไม่ไหวเหมือนกัน ต้องจ้างคนงานเข้ามาช่วย แต่สวนป่าก็อยู่กันตามอัตภาพ ไม่ได้ค้ากำไรอะไร จะเอาเงินที่ไหนมาจ้างคนงานมาช่วยเตรียมงานเมื่อจะมีคนเข้ามาเรียน
สำหรับผู้ที่มั่นใจว่าสามารถเรียนได้เองจากการเดินดู ผมก็มั่นใจเช่นกันว่าท่านอาจเรียนได้แต่กระพี้ ท่านอาจเห็นสิ่งที่มีอยู่ อาจดูตัวอย่างหรือลอกแบบได้ แต่ท่านจะไม่เข้าใจแก่นเบื้องลึก ไม่เข้าใจบริบทของปัญหาและทางเลือกต่างๆ ที่ใช้วิธีแก้ไข ไม่รู้ว่าตัดทางเลือกอะไรทิ้งไปแล้วบ้าง เพราะอะไร

เพื่อแก้ปัญหาหลายๆ อย่างในเวลาเดียวกัน ตั้งแต่การรบเร้าขอเข้ามาเที่ยวที่สวนป่า พอบอกว่าไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยว ก็เปลี่ยนเป็นขอเข้ามาเรียน เมื่อบอกให้มาเป็นกลุ่มและนัดเวลาล่วงหน้า ทีนี้ยกเหตุผลมาเยอะแยะเลยที่จะบุกมาให้ได้ ว่าเรียนเองได้จะไม่รบกวน พอบอกว่ามาเรียนเองคงไม่ได้อะไรไปเท่าไหร่ ก็งอน บอกแค่ขอที่อยู่ไม่เห็นยากเลย เหอ เหอ เหอ ขนาดคนนัดล่วงหน้า มีเบอร์โทรศัพท์ มีพิกัด GPS ยังหลงกันอุดตลุดเลย ขนาดคนที่เคยมาแล้วก็ยังหลงกันเป็นเรื่องธรรมดา
ผมยุครูบาจัดโปรแกรม &#8220;เปิดบ้านสวนป่า&#8221; มาหลายเดือนแล้ว จนในที่สุดครูบากับแม่หวีก็ตกลงจัด [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ว่างเว้นจากการเขียนบันทึกในลานซักล้างมาสามเดือน ก็ไม่ได้อยู่ว่างๆ หรือขี้เกียจหรอกนะครับ มีงานทำล้นมือ แค่<a href="https://www.facebook.com/conductor.logos" target="_blank">เขียนแต่ในเฟซบุ๊ก</a>ก็หมดเวลาแล้ว&#8230; ช่วงนี้ค่ายเพิ่งจบ พอมีเวลาบ้าง ก็กลับมาบันทึกความเป็นมาของ &#8220;ค่ายสวนป่าฮา&amp;เฮ&#8221; ซึ่งผมดีใจที่ครูบาและแม่หวีเห็นดีด้วย หลังจากที่พยายามกระตุ้นมาตลอดสองปีแล้ว</p>
<p>สวนป่า มหาชีวาลัยอีสานเป็นแหล่งเรียนรู้ แต่ไม่ใช่ที่สาธารณะหรือแหล่งท่องเที่ยว มีกันอยู่สามคน ครูบา แม่หวี กับผม ทุกคนมีงานเต็มมือตลอดเวลา ครูบากับผมก็เดี้ยงมานาน ทำงานหนักนักไม่ไหว ภาระจึงไปตกอยู่กับแม่หวีซึ่งก็ไม่ไหวเหมือนกัน ต้องจ้างคนงานเข้ามาช่วย แต่สวนป่าก็อยู่กันตามอัตภาพ ไม่ได้ค้ากำไรอะไร จะเอาเงินที่ไหนมาจ้างคนงานมาช่วยเตรียมงานเมื่อจะมีคนเข้ามาเรียน</p>
<p>สำหรับผู้ที่มั่นใจว่าสามารถเรียนได้เองจากการเดินดู ผมก็มั่นใจเช่นกันว่าท่านอาจเรียนได้แต่กระพี้ ท่านอาจเห็นสิ่งที่มีอยู่ อาจดูตัวอย่างหรือลอกแบบได้ แต่ท่านจะไม่เข้าใจแก่นเบื้องลึก ไม่เข้าใจบริบทของปัญหาและทางเลือกต่างๆ ที่ใช้วิธีแก้ไข ไม่รู้ว่าตัดทางเลือกอะไรทิ้งไปแล้วบ้าง เพราะอะไร</p>
<p><span id="more-3101"></span></p>
<p>เพื่อแก้ปัญหาหลายๆ อย่างในเวลาเดียวกัน ตั้งแต่การรบเร้าขอเข้ามาเที่ยวที่สวนป่า พอบอกว่าไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยว ก็เปลี่ยนเป็นขอเข้ามาเรียน เมื่อบอกให้มาเป็นกลุ่มและนัดเวลาล่วงหน้า ทีนี้ยกเหตุผลมาเยอะแยะเลยที่จะบุกมาให้ได้ ว่าเรียนเองได้จะไม่รบกวน พอบอกว่ามาเรียนเองคงไม่ได้อะไรไปเท่าไหร่ ก็งอน บอกแค่ขอที่อยู่ไม่เห็นยากเลย เหอ เหอ เหอ ขนาดคนนัดล่วงหน้า มีเบอร์โทรศัพท์ มีพิกัด GPS ยังหลงกันอุดตลุดเลย ขนาดคนที่เคยมาแล้วก็ยังหลงกันเป็นเรื่องธรรมดา</p>
<p>ผมยุครูบาจัดโปรแกรม &#8220;เปิดบ้านสวนป่า&#8221; มาหลายเดือนแล้ว จนในที่สุดครูบากับแม่หวีก็ตกลงจัด ค่ายสวนป่าฮา&amp;เฮ ขึ้น นัดล่วงหน้า ให้จองล่วงหน้า อยากได้กลุ่มละ 12-15 คน แต่ก็จะมีคนอ้อนวอนขอแทรกเสมอ อย่างไรก็ตาม ถ้าถึงยี่สิบคนแล้ว จะไม่รับอีก ต้องไปเข้าค่ายต่อไป เก็บเงินด้วย เอาเงินมาจ้างคนงานเพื่อเตรียมการสำหรับค่ายเหล่านี้&#8230; จัดเดือนละครั้งหรือสองครั้งเท่านั้น มาได้ก็มา มาไม่ได้ก็อ่านทางเฟซบุ๊กไปเหมือนเดิม</p>
<p>ค่ายแรก จัดระหว่าง 25-26 ตุลาคม 2557 มีคนมาจากหลากหลายพื้นที่ มีผู้เรียน 12 ท่าน กำลังดี ถ้าเยอะกว่านี้ จะพูดคุยและตอบคำถามไม่ได้ทั้งหมด</p>
<p>แล้วถามว่าจะมาเรียนอะไร&#8230; ก็บอกมาสิครับว่าอยากเรียนอะไร สวนป่าสอนวิชาชีวิต เป็นสหวิทยาการ เราไม่ลุยไปตาม &#8220;หลักสูตร&#8221; ไม่มีสคริปต์ ไม่วัดผลการเรียนรู้ จัดการเรียนรู้ได้ตามความสนใจของกลุ่มผู้เรียน มีแต่เรื่องพลิกแพลง มีรายละเอียดมาก ไม่จัดการเรียนรู้เป็นฐาน เรียนในป่า ชวนคิด ชวนปรับให้เข้ากับบริบทของตัวเอง</p>
<p>สมาชิกเดินทางมาถึงช่วงบ่ายของวันก่อนโปรแกรมเริ่มอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นเรื่องดีมาก ที่มีโอกาสจะทำความรู้จักกันก่อน และจบลงในช่วงเย็นของวันสุดท้ายของโปรแกรม การเรียนรู้ ใช้การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ไม่ใช่บรรยายปล่อยของ วิทยากรไม่ได้ต้องการให้ผู้เรียนเป็นเหมือนวิทยากร แต่ต้องการกระตุ้นให้นำความรู้และประสบการณ์ที่แต่ละท่านเก็บเกี่ยวมาได้ ไปปฏิบัติจริง เลิกเอาแต่พูด เอาแต่อวด เลิกตั้งเงื่อนไขกันเสียที</p>
<p>ค่ายแรกนี้ มีพี่บู๊ดมาช่วยในเรื่องของการสรุปบทเรียนและความหมายที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของแต่ละท่าน</p>
<p>สิ่งที่ผมนึกไม่ถึงคือ ผู้เรียนดูเหมือนจะมีฉันทามติว่า เศรษฐกิจโลกพังแน่ แก้ไม่ได้ ดังนั้น ต่างคนต่างต้องดูแลตนเอง ครอบครัว และชุมชนรอบข้าง เพราะเราจะเจอผลกระทบแน่นอน ไม่ว่าจะคิดอะไร ที่สำคัญที่สุดคือลงมือทำ ผลจึงจะเกิดขึ้น&#8230; นั่นคือก่อนที่ผมจะเล่าสิ่งที่ผมคิดให้ฟังนะครับ เล่าแล้ว ไม่มีใครพูดอะไรเพราะพูดไม่ออกอีกแล้ว</p>
<p>[<a href="https://www.facebook.com/media/set/?set=a.934387789923163.1073741885.478075762221037&amp;type=3" target="_blank">อัลบั้มรูปบนเฟซบุ๊ก</a>]</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/wash/archives/3101/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>รอบปีที่หกในการเป็นบล็อกเกอร์ที่ลานปัญญา</title>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/3100</link>
		<comments>http://lanpanya.com/wash/archives/3100#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 19 Jul 2014 07:08:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Logos</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ลานปัญญา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/wash/?p=3100</guid>
		<description><![CDATA[ความจริงครบรอบหกปีไปตั้งแต่วันที่ 7 ก.ค. ครับ แต่งานเยอะเลยไม่ได้เขียน อีกอย่างหนึ่ง มันก็แค่อีกวันหนึ่งเท่านั้น
ในปีที่ผ่านมา ผมไม่ได้เขียนเรื่องบนลานซักล้างมากนัก เขียนไปเพียง 18 บันทึก (จากปีแรก:470 ปีที่สอง:343 ปีที่สาม:371 และปีที่สี่:247 บันทึก ปีที่แล้ว:34 บันทึก) เดิมคิดว่าจะเขียนเรื่องเกี่ยวกับทุกกลุ่มที่เข้ามาเรียนที่สวนป่า แต่ก็ไม่รู้จะเขียนได้หมดอย่างไร
ปีนี้มาอยู่สวนป่าครบสองปีแล้ว ปรับปรุงไปเยอะเหมือนกัน แต่ก็เป็นแนวของความมั่นคงสามแนวทาง (อาหาร น้ำ พลังงาน) โดยจิ๊กซอว์ตัวสุดท้ายคือการพึ่งตัวเองได้เรื่องพลังงานทำสำเร็จแล้ว คำว่าพึ่งได้นี่หมายความว่าหากไฟฟ้าจากภายนอกดับลง สวนป่าจะยังมีไฟสูบน้ำ พอมีน้ำ ก็มีอาหาร

แม้ว่าสวนป่าใช้พลังงานแสงอาทิตย์เป็นพลังงานสำรอง แต่ก็จะไม่หยุดพัฒนาเพียงเท่านั้นหรอกครับ วันที่ฟ้าปิด จะเก็บเกี่ยวพลังงานจากแสงอาทิตย์ได้น้อย จึงต้องหาแหล่งพลังงานเพิ่มเติม คิดว่าจะเป็นการเปลี่ยนความร้อนจากการเผาชีวมวลไปเป็นพลังงานไฟฟ้า เนื่องจากสวนป่ามีเศษกิ่งไม้อยู่มากมาย พวกนี้เอามาเผาเป็นถ่านชีวภาพ (ไบโอชาร์) แล้วเรายังได้ความร้อนเหลือทิ้งอีกมหาศาล ซึ่งเก็บมาปั่นไฟฟ้าได้
สวนป่าได้พันธมิตรสำคัญเพิ่มขึ้นมีหลายแห่ง เช่น งานวิจัยร่มกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี กลุ่มชาวนาวันหยุด กลุ่มพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ของอาจารย์นันท์ ภักดี ฯลฯ แต่ก็มีผลเสียเหมือนกัน คือมีคนขอเข้ามา &#8220;ดู&#8221; สวนป่ามากขึ้น ไม่รู้ว่าดูแล้วจะได้อะไร ถ้าดูแล้วรู้เรื่อง ตามดูจากเฟสบุ๊คง่ายกว่าไหมครับ
ทั้งนี้ไม่ใช่ว่าเข้ามาไม่ได้ แต่อยากให้รวมกันมาเป็นกลุ่ม เพราะว่าสวนป่ามีงานประจำเหมือนกัน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ความจริงครบรอบหกปีไปตั้งแต่วันที่ 7 ก.ค. ครับ แต่งานเยอะเลยไม่ได้เขียน อีกอย่างหนึ่ง มันก็แค่อีกวันหนึ่งเท่านั้น</p>
<p>ในปีที่ผ่านมา ผมไม่ได้เขียนเรื่องบนลานซักล้างมากนัก เขียนไปเพียง 18 บันทึก (จากปีแรก:470 ปีที่สอง:343 ปีที่สาม:371 และปีที่สี่:247 บันทึก ปีที่แล้ว:34 บันทึก) เดิมคิดว่าจะเขียนเรื่องเกี่ยวกับทุกกลุ่มที่เข้ามาเรียนที่สวนป่า แต่ก็ไม่รู้จะเขียนได้หมดอย่างไร</p>
<p>ปีนี้มาอยู่สวนป่าครบสองปีแล้ว ปรับปรุงไปเยอะเหมือนกัน แต่ก็เป็นแนวของความมั่นคงสามแนวทาง (อาหาร น้ำ พลังงาน) โดยจิ๊กซอว์ตัวสุดท้ายคือการพึ่งตัวเองได้เรื่องพลังงานทำสำเร็จแล้ว คำว่าพึ่งได้นี่หมายความว่าหากไฟฟ้าจากภายนอกดับลง สวนป่าจะยังมีไฟสูบน้ำ พอมีน้ำ ก็มีอาหาร</p>
<p><span id="more-3100"></span></p>
<p>แม้ว่าสวนป่าใช้พลังงานแสงอาทิตย์เป็นพลังงานสำรอง แต่ก็จะไม่หยุดพัฒนาเพียงเท่านั้นหรอกครับ วันที่ฟ้าปิด จะเก็บเกี่ยวพลังงานจากแสงอาทิตย์ได้น้อย จึงต้องหาแหล่งพลังงานเพิ่มเติม คิดว่าจะเป็นการเปลี่ยนความร้อนจากการเผาชีวมวลไปเป็นพลังงานไฟฟ้า เนื่องจากสวนป่ามีเศษกิ่งไม้อยู่มากมาย พวกนี้เอามาเผาเป็นถ่านชีวภาพ (ไบโอชาร์) แล้วเรายังได้ความร้อนเหลือทิ้งอีกมหาศาล ซึ่งเก็บมาปั่นไฟฟ้าได้</p>
<p>สวนป่าได้พันธมิตรสำคัญเพิ่มขึ้นมีหลายแห่ง เช่น งานวิจัยร่มกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี กลุ่มชาวนาวันหยุด กลุ่มพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ของอาจารย์นันท์ ภักดี ฯลฯ แต่ก็มีผลเสียเหมือนกัน คือมีคนขอเข้ามา &#8220;ดู&#8221; สวนป่ามากขึ้น ไม่รู้ว่าดูแล้วจะได้อะไร ถ้าดูแล้วรู้เรื่อง ตามดูจากเฟสบุ๊คง่ายกว่าไหมครับ</p>
<p>ทั้งนี้ไม่ใช่ว่าเข้ามาไม่ได้ แต่อยากให้รวมกันมาเป็นกลุ่ม เพราะว่าสวนป่ามีงานประจำเหมือนกัน ถ้าต้องจัดคนไปอธิบายโดยไม่รู้ล่วงหน้าจะวุ่นวายมาก ยิ่งมากันกระปริบกระปรอยทีละคนสองคน ก็ยิ่งทำให้งานประจำในสวนป่าติดขัดสับสน&#8230; การติดต่อนัดหมายมาล่วงหน้า ไม่ได้ลำบากอะไรหรอกครับ เป็นมารยาทที่ควรทำอยู่แล้ว</p>
<p>ในรอบปีที่ผ่านมา</p>
<ul>
<li>มีกฐินที่นครพนม เป็นประธานร่วมแต่ไม่ได้ไปเพราะไกล ร่างกายไม่พร้อม (ถ้าไม่นับประธานร่วม เคยเป็นประธานและเป็นผู้ถวายผ้ากฐินมาสี่ครั้ง รวมกฐินพระราชทานครั้งหนึ่ง) </li>
<li>มีงานกาละสักการ ครบรอบสิบปีโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา</li>
<li>มีเฮสิบ ห้วยขาแข้ง</li>
<li>ไปกรุงเทพไปกราบพระศพสมเด็จพระสังฆราช</li>
<li>มีติดตั้งโซลาร์เซลที่สวนป่า</li>
<li>อบรมผู้ที่เข้ามาเรียนที่สวนป่าทุกรอบ</li>
</ul>
<p>ปราสาทเฟสสองสร้างเสร็จ เป็นบ้านหลังที่สองในหมู่บ้านโลก หลังนี้สร้างไว้เป็นที่อบรมในร่ม เนื่องจากสงสารแม่หวีที่ดูแลอาคารใหญ่ไม่ไหว อบรมตรงนี้แล้วผมดูแลเองดีกว่า อาคารใหญ่อายุหลายสิบปีแล้ว ต้องซ่อมแซมด้วย</p>
<ul>
<li><a href="http://lanpanya.com/wash/archives/3065" target="_blank">รอบปีที่ห้าในการเป็นบล็อกเกอร์ที่ลานปัญญา</a></li>
<li><a href="http://lanpanya.com/wash/archives/2958" target="_blank">รอบปีที่สี่ในการเป็นบล็อกเกอร์ที่ลานปัญญา</a></li>
<li><a href="http://lanpanya.com/wash/archives/2515" target="_blank">รอบปีที่สามในการเป็นบล็อกเกอร์ที่ลานปัญญา</a></li>
<li><a href="http://lanpanya.com/wash/archives/1709" target="_blank">รอบปีที่สองในการเป็นบล็อกเกอร์ที่ลานปัญญา</a></li>
<li><a href="http://lanpanya.com/wash/archives/838" target="_blank">รอบปีแรกในการเป็นบล็อกเกอร์ที่ลานปัญญา</a></li>
</ul>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/wash/archives/3100/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ขึ้นรอบปีที่เจ็ดของลานปัญญา</title>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/3099</link>
		<comments>http://lanpanya.com/wash/archives/3099#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 04 Jul 2014 08:22:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Logos</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ประสบการณ์ชีวิต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/wash/?p=3099</guid>
		<description><![CDATA[ลานปัญญาเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 ก.ค. 2551 ดังนั้นในวันนี้ ลานปัญญาก็มีอายุครบหกปีบริบูรณ์ และขึ้นรอบปีที่เจ็ดต่อไป
ในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา  มีสมาชิกเขียนบันทึกบนลานปัญญาน้อยมาก รวมทั้งตัวผมเองด้วย  ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็น “เรื่องปกติที่ดี” นะครับ
บันทึกบนลานปัญญา ควรจะเป็นบันทึกที่สมควรเก็บเอาไว้บนเน็ตเป็นเวลานาน  ค้นหาด้วย search engine ได้ มีประโยชน์ต่อผู้ที่เข้ามาอ่านในภายหลัง  และนำไปใช้อ้างอิงได้ ดังนั้นบันทึกบนลานปัญญา จึงไม่ควรเป็นเรื่องเฉพาะกาล  เรื่องการเมือง เรื่องความเห็นที่อาจเปลี่ยนแปลงได้  และไม่ใช่การระบายอารมณ์
มีสมาชิกจำนวนไม่น้อยที่ไม่เขียนอีกต่อไปแล้ว แต่ก็ไม่ได้ปิดบล็อก การเปิดอ้าซ่าทิ้งไว้ ทำให้โดนสแปมและทำให้ระบบต้องทำงานหนักขึ้น ถ้าไม่ใช้อีกต่อไป ตามปิดความคิดเห็นในทุกบันทึกด้วยนะครับ บันทึกเก็บไว้ได้ หรือจะปิดบล็อกเลยก็ได้ (อย่าลืมแบ็คอัพก่อน)
ตอนนี้สมาชิกส่วนใหญ่ เขียนอยู่บนเฟสบุ๊คซึ่งสะดวกในการเขียน  สะดวกในการอ่านเฉพาะเมื่อมาอ่านหลังจากที่เขียนเล็กน้อย  แต่ไม่สะดวกในการค้นหา… แต่ไม่ว่าอย่างไร ก็ไม่เป็นไรนี่ครับ สะดวกอย่างไร  ก็ทำไปอย่างนั้่นก็แล้วกันครับ
ที่เขียนไว้ในปีก่อนๆ มีดังนี้นะครับ

[ขึ้นรอบปีที่หกของลานปัญญา]
[ขึ้นรอบปีที่ห้าของลานปัญญา]
[ขึ้นรอบปีที่สี่ของลานปัญญา]
[ขึ้นรอบปีที่สามของลานปัญญา]
[ขึ้นรอบปีที่สองของลานปัญญา]

]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ลานปัญญาเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 ก.ค. 2551 ดังนั้นในวันนี้ ลานปัญญาก็มีอายุครบหกปีบริบูรณ์ และขึ้นรอบปีที่เจ็ดต่อไป</p>
<p>ในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา  มีสมาชิกเขียนบันทึกบนลานปัญญาน้อยมาก รวมทั้งตัวผมเองด้วย  ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็น “เรื่องปกติที่ดี” นะครับ</p>
<p>บันทึกบนลานปัญญา ควรจะเป็นบันทึกที่สมควรเก็บเอาไว้บนเน็ตเป็นเวลานาน  ค้นหาด้วย search engine ได้ มีประโยชน์ต่อผู้ที่เข้ามาอ่านในภายหลัง  และนำไปใช้อ้างอิงได้ ดังนั้นบันทึกบนลานปัญญา จึงไม่ควรเป็นเรื่องเฉพาะกาล  เรื่องการเมือง เรื่องความเห็นที่อาจเปลี่ยนแปลงได้  และไม่ใช่การระบายอารมณ์</p>
<p>มีสมาชิกจำนวนไม่น้อยที่ไม่เขียนอีกต่อไปแล้ว แต่ก็ไม่ได้ปิดบล็อก การเปิดอ้าซ่าทิ้งไว้ ทำให้โดนสแปมและทำให้ระบบต้องทำงานหนักขึ้น ถ้าไม่ใช้อีกต่อไป ตามปิดความคิดเห็นในทุกบันทึกด้วยนะครับ บันทึกเก็บไว้ได้ หรือจะปิดบล็อกเลยก็ได้ (อย่าลืมแบ็คอัพก่อน)</p>
<p>ตอนนี้สมาชิกส่วนใหญ่ เขียนอยู่บนเฟสบุ๊คซึ่งสะดวกในการเขียน  สะดวกในการอ่านเฉพาะเมื่อมาอ่านหลังจากที่เขียนเล็กน้อย  แต่ไม่สะดวกในการค้นหา… แต่ไม่ว่าอย่างไร ก็ไม่เป็นไรนี่ครับ สะดวกอย่างไร  ก็ทำไปอย่างนั้่นก็แล้วกันครับ</p>
<p>ที่เขียนไว้ในปีก่อนๆ มีดังนี้นะครับ</p>
<ul>
<li>[<a href="http://lanpanya.com/wash/archives/3064" target="_blank">ขึ้นรอบปีที่หกของลานปัญญา</a>]</li>
<li>[<a href="http://lanpanya.com/wash/archives/2957" target="_blank">ขึ้นรอบปีที่ห้าของลานปัญญา</a>]</li>
<li>[<a href="http://lanpanya.com/wash/archives/2508" target="_blank">ขึ้นรอบปีที่สี่ของลานปัญญา</a>]</li>
<li>[<a href="http://lanpanya.com/wash/archives/1708" target="_blank">ขึ้นรอบปีที่สามของลานปัญญา</a>]</li>
<li>[<a href="http://lanpanya.com/wash/archives/846" target="_blank">ขึ้นรอบปีที่สองของลานปัญญา</a>]</li>
</ul>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/wash/archives/3099/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์สำหรับสวนป่า</title>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/3098</link>
		<comments>http://lanpanya.com/wash/archives/3098#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 26 Jun 2014 05:54:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Logos</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[การศึกษานอกระบบ การศึกษาตามอัธยาศัย]]></category>

		<category><![CDATA[ประสบการณ์ชีวิต]]></category>

		<category><![CDATA[พลังงาน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/wash/?p=3098</guid>
		<description><![CDATA[เรื่องค่าไฟฟ้ามหาโหดก็เป็นเรื่องหนึ่ง แต่ความไม่มีเสถียรภาพของระบบจ่ายไฟ เป็นประเด็นสำคัญที่สุดเสมอมาครับ
ไฟดับบ่อย ถ้าดับไม่นานก็ไม่เป็นไร เราอยู่โดยไม่ใช้ไฟฟ้าได้ชั่วคราว แต่ถ้าดับนานเหมือนเมื่อคราวนิสิตแพทย์ จุฬา รพ.ชลบุรีมาเข้าค่ายเมื่อหลายปีก่อน ไฟดับนาน 40 ชั่วโมง สูบน้ำบาดาลไม่ได้ น้ำในหอเก็บหมดลง เดือดร้อนกันมาก
หลักความมั่นคงสามแนวทาง: อาหาร น้ำ พลังงาน เมื่อไม่มีไฟฟ้า ก็ไม่มีน้ำ เมื่อไม่มีน้ำ ผลิตพืชอาหารได้ลำบาก ดังนั้นจึงรวนไปหมด&#8230; อาจารย์นันท์ ภักดี จัดสองอาชีวะพลังงานในเขตบุรีรัมย์หลายครั้ง ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม อาจารย์ก็ชวนให้ไปดูด้วย ก็อยากไปล่ะนะครับ แต่สวนป่ามีงานอบรมเหมือนกัน ทิ้งไปไม่ได้ จนวันหนึ่งใกล้จะหมดกำหนดของงานติดตั้งพลังไฟฟ้าแสงอาทิตย์ที่โณงเรียนมีชัยพัฒนา อ.ลำปลายมาศ บุรีรัมย์ ผมชวนครูบากับแม่หวีไปเที่ยวสำเร็จ จึงชวนอาจารย์นฤมลกับฤๅษีอ้นไปด้วย ก็ได้เห็นหลายอย่างครับ แต่ความต้องการของสวนป่านั้น มีชัดเจนอยู่แล้ว

อาจารย์นันท์ ประกาศระดมอาสาสมัครมาช่วยกันติดตั้งพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ที่สวนป่า ระหว่างวัน 15-17 มิถุนายน 2557 แต่เอาเข้าจริง เสร็จงานรอบแรกในวันที่ 24 ทั้งนี้เป็นเพราะสวนป่าเป็นแหล่งเรียนรู้เดกี่ยวกับชีวิต ที่มีผู้มาเยือนมากและหลากหลาย เมื่อตั้งใจลงมือทำแล้ว จึงอยากทำให้ดีเลย มีงานเหล็ก งานปูน งานไฟฟ้ากำลัง งานระบบควบคุม ฯลฯ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เรื่องค่าไฟฟ้ามหาโหดก็เป็นเรื่องหนึ่ง แต่ความไม่มีเสถียรภาพของระบบจ่ายไฟ เป็นประเด็นสำคัญที่สุดเสมอมาครับ</p>
<p>ไฟดับบ่อย ถ้าดับไม่นานก็ไม่เป็นไร เราอยู่โดยไม่ใช้ไฟฟ้าได้ชั่วคราว แต่ถ้าดับนานเหมือนเมื่อคราวนิสิตแพทย์ จุฬา รพ.ชลบุรีมาเข้าค่ายเมื่อหลายปีก่อน ไฟดับนาน 40 ชั่วโมง สูบน้ำบาดาลไม่ได้ น้ำในหอเก็บหมดลง เดือดร้อนกันมาก</p>
<p>หลักความมั่นคงสามแนวทาง: อาหาร น้ำ พลังงาน เมื่อไม่มีไฟฟ้า ก็ไม่มีน้ำ เมื่อไม่มีน้ำ ผลิตพืชอาหารได้ลำบาก ดังนั้นจึงรวนไปหมด&#8230; อาจารย์นันท์ ภักดี จัดสองอาชีวะพลังงานในเขตบุรีรัมย์หลายครั้ง ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม อาจารย์ก็ชวนให้ไปดูด้วย ก็อยากไปล่ะนะครับ แต่สวนป่ามีงานอบรมเหมือนกัน ทิ้งไปไม่ได้ จนวันหนึ่งใกล้จะหมดกำหนดของงานติดตั้งพลังไฟฟ้าแสงอาทิตย์ที่โณงเรียนมีชัยพัฒนา อ.ลำปลายมาศ บุรีรัมย์ ผมชวนครูบากับแม่หวีไปเที่ยวสำเร็จ จึงชวนอาจารย์นฤมลกับฤๅษีอ้นไปด้วย ก็ได้เห็นหลายอย่างครับ แต่ความต้องการของสวนป่านั้น มีชัดเจนอยู่แล้ว</p>
<p><span id="more-3098"></span></p>
<p>อาจารย์นันท์ ประกาศระดมอาสาสมัครมาช่วยกันติดตั้งพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ที่สวนป่า ระหว่างวัน 15-17 มิถุนายน 2557 แต่เอาเข้าจริง เสร็จงานรอบแรกในวันที่ 24 ทั้งนี้เป็นเพราะสวนป่าเป็นแหล่งเรียนรู้เดกี่ยวกับชีวิต ที่มีผู้มาเยือนมากและหลากหลาย เมื่อตั้งใจลงมือทำแล้ว จึงอยากทำให้ดีเลย มีงานเหล็ก งานปูน งานไฟฟ้ากำลัง งานระบบควบคุม ฯลฯ ตลอดช่วงของการติดตั้ง มีฝนตกมารบกวน ทำให้ทำงานได้ไม่ต่อเนื่อง</p>
<p>อย่างไรก็ตามด้ายผลิตกำลังไฟฟ้าประกอบไปด้วยแผงไฟฟ้าแสงอาทิตย์แบบ อะมอฟัส ขนาด 121W จำนวน 12 แผง (รับแดดหกชั่วโมง ได้กำลังไฟฟ้าวันละ 8700 Wh) ชาร์ตลงแบเตอรี่ขนาด 70 Ah จำนวน 20 ลูก (16800 Wh)</p>
<p>เดินสายส่งใหม่เป็นระบบที่แยกจากไฟของการไฟฟ้า ไปบนเสาที่ตั้งเองในสวนป่า ไฟฟ้าในสายนี้เป็นไฟฟ้ากระแสตรง HVDC ขนาด 240-300Vdc จ่ายโหลดไปห้าจุดคือ</p>
<ol>
<li>ปั๊มน้ำบ่อบาดาลหลัก ขนาด 1 แรงม้า มีอินเวอร์เตอร์ 8A ขับ เลือกได้ว่าจะใช้ไฟการไฟฟ้าหรือไฟโซล่าร์</li>
<li>ปั๊มน้ำบ่อบาดาลสำรอง ขนาด 2 แรงม้า มีอินเวอร์เตอร์ 11A ขับ เลือกได้ว่าจะใช้ไฟการไฟฟ้าหรือไฟโซล่าร์</li>
<li>ไฟฟ้ากระแสตรงแรงดันสูง ไปเล้าไก่/คอนโดไส้เดือน ไว้ต่อหลอดนีออนล่อแมลง</li>
<li>ไฟฟ้ากระท่อมเจ้าป่า  เลือกได้ว่าจะใช้ไฟการไฟฟ้าหรือไฟโซล่าร์ ไม่มีอินเวอร์เตอร์</li>
<li>ไฟฟ้าปราสาทคุณชาย มีอินเวอร์เตอร์ 8A แปลงเป็นไฟ 220Vac เพราะภายในมีอุปกรณ์หลากหลาย และสายไฟในบ้านร้อยท่อไว้หมด จึงเปลี่ยนไปใช้ HVDC บางอุปกรณ์ได้ยาก เลือกได้ว่าจะใช้ไฟการไฟฟ้าหรือไฟโซล่าร์ซึ่งแปลงเป็น 220 Vac</li>
</ol>
<p>[<a href="https://www.facebook.com/media/set/?set=a.859087087453234.1073741876.478075762221037&amp;type=3" target="_blank">รูปการติดตั้ง</a>]</p>
<p>เรื่องของพลังงาน จะมีแหล่งพลังงานอย่างอื่นมาเสริมอีก ซึ่งก็จะค่อยๆ ทำไป&#8230; อย่างน้อย ในเวลานี้ก็สามารถสูบน้ำบาดาลได้เป็นปริมาณมากโดยไม่ต้องระวังเรื่องค่าไฟฟ้าพุ่งกระฉูด</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/wash/archives/3098/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>จำใจปฏิเสธ</title>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/3097</link>
		<comments>http://lanpanya.com/wash/archives/3097#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 08 May 2014 12:09:09 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Logos</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ธรรมชาติ สัตว์ ต้นไม้ สิ่งแวดล้อม]]></category>

		<category><![CDATA[ประสบการณ์ชีวิต]]></category>

		<category><![CDATA[สังคม ชุมชน ครอบครัว]]></category>

		<category><![CDATA[อาหาร ท่องเที่ยว กีฬา นันทนาการ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/wash/?p=3097</guid>
		<description><![CDATA[อนุสนธิจากแผ่นดินไหว เมื่อวันที่ 5 พค 2557 เวลา 18:08น ความแรง 6.3 ตามมาตรฐานริกเตอร์ ลึกประมาณ 7 กม มีจุดศูนย์กลางอยู่บริเวณ อ.พาน จ.เชียงราย ราชการช่วยเหลือบ้านเรือนที่เสียหายหลังละสามหมื่นกว่าบาท แน่นอนว่าไม่พอหรอกครับ เพราะในระยะ 100 กม จากจุดศูนย์กลาง มีประชาชนอาศัยอยู่ 2,387,170 คน ดังนั้นความเสียหายต่อที่อยู่อาศัยจึงมากตามไปด้วย
ผมก็เข้าใจความลำบากของการเบิกจ่ายงบฉุกเฉินของทางราชการ งบประมาณถูกโกยจากส่วนราชการไปกองไว้ที่งบกลางฉุกเฉินซึ่ง ครม จะเป็นผู้อนุมัติ แต่ตามรัฐธรรมนูญแล้ว เมื่อมีการยุบสภาผู้แทนราษฎร รัฐบาลเพียงแต่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่ารัฐบาลใหม่จะเข้ามารับงานต่อ ในการนี้ การเบิกจ่ายไม่คล่องตัวเหมือนก่อนยุบสภา ประกอบกับการเก็บภาษีอากรไม่เข้าเป้า ขาดไปเป็นแสนล้านบาทเนื่องจากเงินตึงตัวเพราะรัฐบาลไม่สามารถชำระหนี้ใบประทวน(จำนำข้าว)ได้ ทำให้เกษตรกรเป็นหนี้ เจ้าหนี้ของเกษกรก็เป็นลูกหนี้ กระทบกับไปเป็นทอดๆ หนี้ครัวเรือนขึ้นสูงถึง 80% ของ GDP สถาบันการเงินไม่ค่อยปล่อยกู้เนื่องจากอาจกลายเป็นหนี้เสียได้ง่ายและจะทำให้สถาบันการเงินต้องตั้งสำรองเพิ่มขึ้นอีก แม้หนี้นอกระบบซึ่งคิดดอกเบี้ยมหาโหด ก็หากู้ได้ยากเพราะหนี้เก่ายังไม่ได้ใช้

เนื่องจากความช่วยเหลือจากภาครัฐมีจำกัดมาก ภาคประชาชนผู้ใจบุญร่วมกับไทยพีบีเอสจึงจะขยับเข้ามาช่วยเหลือ ก็ไปนึกถึงกระบวนการการรับบริจาคและสั่งจ่าย ที่มูลนิธิโอเพ่นแคร์ ร่วมกับอาสาดุสิต และ ไทยฟลัด ร่วมกันทำมาตั้งแต่น้ำท่วมใหญ่ปี 2553 ในกระบวนการนี้ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>อนุสนธิจากแผ่นดินไหว เมื่อวันที่ 5 พค 2557 เวลา 18:08น ความแรง 6.3 ตามมาตรฐานริกเตอร์ ลึกประมาณ 7 กม มีจุดศูนย์กลางอยู่บริเวณ อ.พาน จ.เชียงราย ราชการช่วยเหลือบ้านเรือนที่เสียหายหลังละสามหมื่นกว่าบาท แน่นอนว่าไม่พอหรอกครับ เพราะในระยะ 100 กม จากจุดศูนย์กลาง มีประชาชนอาศัยอยู่ <span id="ctl00_cph_Summary">2,387,170 คน ดังนั้นความเสียหายต่อที่อยู่อาศัยจึงมากตามไปด้วย</span></p>
<p>ผมก็เข้าใจความลำบากของการเบิกจ่ายงบฉุกเฉินของทางราชการ งบประมาณถูกโกยจากส่วนราชการไปกองไว้ที่งบกลางฉุกเฉินซึ่ง ครม จะเป็นผู้อนุมัติ แต่ตามรัฐธรรมนูญแล้ว เมื่อมีการยุบสภาผู้แทนราษฎร รัฐบาลเพียงแต่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่ารัฐบาลใหม่จะเข้ามารับงานต่อ ในการนี้ การเบิกจ่ายไม่คล่องตัวเหมือนก่อนยุบสภา ประกอบกับการเก็บภาษีอากรไม่เข้าเป้า ขาดไปเป็นแสนล้านบาทเนื่องจากเงินตึงตัวเพราะรัฐบาลไม่สามารถชำระหนี้ใบประทวน(จำนำข้าว)ได้ ทำให้เกษตรกรเป็นหนี้ เจ้าหนี้ของเกษกรก็เป็นลูกหนี้ กระทบกับไปเป็นทอดๆ หนี้ครัวเรือนขึ้นสูงถึง 80% ของ GDP สถาบันการเงินไม่ค่อยปล่อยกู้เนื่องจากอาจกลายเป็นหนี้เสียได้ง่ายและจะทำให้สถาบันการเงินต้องตั้งสำรองเพิ่มขึ้นอีก แม้หนี้นอกระบบซึ่งคิดดอกเบี้ยมหาโหด ก็หากู้ได้ยากเพราะหนี้เก่ายังไม่ได้ใช้</p>
<p><span id="more-3097"></span></p>
<p>เนื่องจากความช่วยเหลือจากภาครัฐมีจำกัดมาก ภาคประชาชนผู้ใจบุญร่วมกับไทยพีบีเอสจึงจะขยับเข้ามาช่วยเหลือ ก็ไปนึกถึงกระบวนการการรับบริจาคและสั่งจ่าย ที่มูลนิธิโอเพ่นแคร์ ร่วมกับอาสาดุสิต และ ไทยฟลัด ร่วมกันทำมาตั้งแต่น้ำท่วมใหญ่ปี 2553 ในกระบวนการนี้ แสดงรายการรับบริจาค (ซึ่งระบุวัตถุประสงค์การใช้เงินได้) *ทุก*รายการ ส่วนการสั่งจ่าย แสดงใบเสร็จให้ตรวจสอบด้วย จึงมีความโปร่งใสมาก ไม่ใช่แค่อ้างว่าโปร่งใสตรวจสอบได้เท่านั้น แต่ทุกคนไม่ว่าบริจาคหรือไม่ สามารถตรวจสอบรายการได้เองบนเว็บ</p>
<p>เมื่อมูลนิธิถูกขอให้ช่วยดำเนินการเรื่องนี้อีกสำหรับการบรรเทาทุกข์แผ่นดินไหว เชียงราย ผมคิดไปคิดมา ก็จำเป็นต้องปฏิเสธไป เนื่องจากเวลานี้ ผมย้ายมาอยู่ในป่าบุรีรัมย์ ห่างจากเครื่องอัพเดตสมุดคู่ฝาก ไป-กลับ 25 กม ต้องลุยถนนลูกรังออกไปอัพเดตสมุดคู่ฝาก ในเวลาที่ฝนตก อาจติดหล่มด้วย</p>
<p>หากเงินบริจาคเข้ามาในบัญชีของมูลนิธิ การโอนเงินออกมาช่วยเหลือชาวบ้าน จะต้องไปทำรายการที่สาขาของธนาคารที่เปิดบัญชีไว้ (ซึ่งอยู่ที่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี) ห่างจากที่ที่ผมอยู่เกือบ 420 กม และไม่สามารถทำรายการทางอินเทอร์เน็ตได้เนื่องจากเป็นบัญชีนิติบุคคล มีมาตรฐานการบัญชีกำกับอยู่ มีการเก็บหลักฐานทางบัญชีทั้งเงินเข้าและเงินออก&#8230; จึงต้องขอปฏิเสธไปเนื่องจากความไม่สะดวก เมืองไทยนี้ จะช่วยชาวบ้านอย่างโปร่งใสตรงไปตรงมา ทำยากจริงๆ เงื่อนไขเยอะมาก</p>
<p>ดังนั้นทีมที่ติดต่อมา ก็จะพยายามหามูลนิธิอื่นทำ และอาจจะขอให้ช่วยอธิบายกระบวนการทำ ทั้งในแง่บัญชี และ ความโปร่งใส ซึ่งผมก็ยินดีครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/wash/archives/3097/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>นิสิต OCARE จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปี 57</title>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/3094</link>
		<comments>http://lanpanya.com/wash/archives/3094#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 25 Mar 2014 12:06:52 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Logos</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[การจัดการความรู้]]></category>

		<category><![CDATA[การศึกษานอกระบบ การศึกษาตามอัธยาศัย]]></category>

		<category><![CDATA[ประสบการณ์ชีวิต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/wash/?p=3094</guid>
		<description><![CDATA[นิสิตในสำนักงานคณะกรรมการศึกษาวิจัยทรัพยากรการเกษตร (OCARE) เป็นรุ่นที่สองที่มาส่วนป่า แต่เป็นรุ่นที่สามของคณะ (รหัส 55)
รุ่นแรกครูบาเป็นวิพุทธิยาจารย์อาสาและชาวเฮตามไปช่วยไปกันมากมาย ผมก็อยากไปร่วมนะครับ แต่เห็นว่าไปกันเยอะแล้วเลยเกิดเกรงใจเจ้าภาพ   อยู่ที่ไหนก็ช่วยได้ถ้าจะช่วย ปีถัดมานิสิตโอแคร์ยกพลมาสวนป่าเป็นครั้งแรก มีชาวเฮมาช่วยกันสี่ท่าน ยังมีนิสิตติดต่อกับผมอยู่เรื่อยๆ ปีที่แล้วผมพูดไปหลายเรื่อง ไม่นึกว่ามีนิสิตเกิดดวงตาเห็นธรรม เกาะติดและเอาไปทำได้จริงๆ
ในปีนี้นั้น มีนิสิตมา 37 และอาจารย์อีก 7 ท่าน โดย ศ.น.สพ.ดร.อรรณพ คุณาวงษ์กฤต ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาวิจัยทรัพยากรการเกษตร เป็นผู้นำมาเหมือนกับปีที่แล้วครับ ถ้ามาหน้าหนาว จะเหมาะกว่านี้อีกเนื่องจากพืชพรรณไม้จะเปลี่ยนไป อากาศเย็นสบาย

ครูบาบอกขอให้จัดปราสาทเป็นที่พักของคณาจารย์ ซึ่งยกกันมาทั้งคณะเลย แต่อาจารย์อยากร่วมหัวจมท้ายกับนิสิตซึ่งเหมือนลูกหลานครับ จึงไม่อยากนอนแยกกับนิสิต อย่างไรก็ตามในวันแรก หลังจากมาถึงและกินข้าวกลางวันแล้ว ครูบาเปิดหลักสูตรจันทโครพ (ใครจะเปิดผอบหรือไม่เปิดก็แล้วแต่) ที่ลานลมโชยหน้ากระท่อมเจ้าป่า จากนั้นอพยพมาที่ปราสาทเฟสสอง มาอาศัยแอร์เพราะอากาศร้อนอบอ้าวมาก จัดเป็นแขกกลุ่มแรกที่เข้ามานั่งเรียนกันตรงนี้ คนห้าสิบคน นั่งกันอย่างสบายๆ แต่ถ้าจะนอนฟังละก็ สักยี่สิบยี่สิบห้าคนคงกำลังดี
ผมพูดคุยชวนชวนสังเกตไปสองชั่วโมงครึ่ง เล่าประสบการณ์จริงให้ฟังแล้วค่อยอธิบายว่าทำไมจึงทำอย่างนั้น จดกันยิกเลย แต่ผมยังหวังว่าจะได้ประเด็นไปประยุกต์ใช้หลายๆ อย่างนะครับ อาจารย์อรรณพได้กรุณาช่วยสรุปประเด็นสำคัญให้นิสิตด้วย เพราะผมพูดเรื่องจิงในสไตล์พูดเล่นๆ อาจจะจับประเด็นยาก มัวแต่ฮากัน&#8230; ปีที่แล้วอาจารย์อรรณพบอกว่าดีใจที่พบบัณฑิตจุฬา ไม่ใช่เพียงผู้จบการศึกษาจากจุฬา [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>นิสิตในสำนักงานคณะกรรมการศึกษาวิจัยทรัพยากรการเกษตร (OCARE) เป็นรุ่นที่สองที่มาส่วนป่า แต่เป็นรุ่นที่สามของคณะ (รหัส 55)</p>
<p>รุ่นแรกครูบาเป็น<a href="http://lanpanya.com/sutthinun/archives/6850" target="_blank">วิพุทธิยาจารย์อาสา</a>และชาวเฮตามไปช่วยไปกันมากมาย ผมก็อยากไปร่วมนะครับ แต่เห็นว่าไปกันเยอะแล้วเลยเกิดเกรงใจเจ้าภาพ  <img src='http://lanpanya.com/wash/wp-includes/images/smilies/icon_biggrin.gif' alt=':-D' class='wp-smiley' /> อยู่ที่ไหนก็ช่วยได้ถ้าจะช่วย ปีถัดมา<a href="http://lanpanya.com/wash/archives/3007" target="_blank">นิสิตโอแคร์ยกพลมาสวนป่า</a>เป็นครั้งแรก มีชาวเฮมาช่วยกันสี่ท่าน ยังมีนิสิตติดต่อกับผมอยู่เรื่อยๆ ปีที่แล้วผมพูดไปหลายเรื่อง ไม่นึกว่ามีนิสิตเกิดดวงตาเห็นธรรม เกาะติดและเอาไปทำได้จริงๆ</p>
<p>ในปีนี้นั้น มีนิสิตมา 37 และอาจารย์อีก 7 ท่าน โดย ศ.น.สพ.ดร.อรรณพ คุณาวงษ์กฤต ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาวิจัยทรัพยากรการเกษตร เป็นผู้นำมาเหมือนกับปีที่แล้วครับ ถ้ามาหน้าหนาว จะเหมาะกว่านี้อีกเนื่องจากพืชพรรณไม้จะเปลี่ยนไป อากาศเย็นสบาย</p>
<p><span id="more-3094"></span></p>
<p>ครูบาบอกขอให้จัดปราสาทเป็นที่พักของคณาจารย์ ซึ่งยกกันมาทั้งคณะเลย แต่อาจารย์อยากร่วมหัวจมท้ายกับนิสิตซึ่งเหมือนลูกหลานครับ จึงไม่อยากนอนแยกกับนิสิต อย่างไรก็ตามในวันแรก หลังจากมาถึงและกินข้าวกลางวันแล้ว ครูบาเปิดหลักสูตรจันทโครพ (ใครจะเปิดผอบหรือไม่เปิดก็แล้วแต่) ที่ลานลมโชยหน้ากระท่อมเจ้าป่า จากนั้นอพยพมาที่ปราสาทเฟสสอง มาอาศัยแอร์เพราะอากาศร้อนอบอ้าวมาก จัดเป็นแขกกลุ่มแรกที่เข้ามานั่งเรียนกันตรงนี้ คนห้าสิบคน นั่งกันอย่างสบายๆ แต่ถ้าจะนอนฟังละก็ สักยี่สิบยี่สิบห้าคนคงกำลังดี</p>
<p>ผมพูดคุยชวนชวนสังเกตไปสองชั่วโมงครึ่ง เล่าประสบการณ์จริงให้ฟังแล้วค่อยอธิบายว่าทำไมจึงทำอย่างนั้น จดกันยิกเลย แต่ผมยังหวังว่าจะได้ประเด็นไปประยุกต์ใช้หลายๆ อย่างนะครับ อาจารย์อรรณพได้กรุณาช่วยสรุปประเด็นสำคัญให้นิสิตด้วย เพราะผมพูดเรื่องจิงในสไตล์พูดเล่นๆ อาจจะจับประเด็นยาก มัวแต่ฮากัน&#8230; ปีที่แล้วอาจารย์อรรณพบอกว่าดีใจที่พบบัณฑิตจุฬา ไม่ใช่เพียงผู้จบการศึกษาจากจุฬา ปีนี้อาจารย์บอกว่าภูมิใจ ถ้าจุฬามีบัณฑิตที่หันกลับมาพิจารณาอย่างเข้าใจและทำเพื่อสังคมจริงจังอย่างนี้เพียงปีละร้อยคนเท่านั้น เมืองไทยคงเจริญก้าวหน้ามีปัญหาน้อยกว่านี้มาก ฟังแล้วไม่ได้ลอยหรอกครับ นำหนักผมเยอะ แต่ก็รู้สึกดีเหมือนกัน อิอิ</p>
<p>ช่วงคำหลังอาหารเย็น นั่งคุยกันเบาๆ ที่ลานลมโชยอีกก่อนแยกย้ายไปนอน เนื่องจากนิสิตเหนื่อยมามากแล้ว (ก่อนมาสวนป่า ไปแวะสระบุรีมา)</p>
<p>วันที่สอง ช่วงเช้าไม่รู้มีอะไร ผมนอนสะสมเพราะมีกิจกรรมยาวตลอดมาทั้งอาทิตย์แล้ว ตอนบ้ายพาไปเรียนที่<a href="https://www.facebook.com/pheett">คัมภีร์ บ้านดินฟาร์ม</a> ไม่ได้ตั้งใจจะให้ไปเรียนวิธีสร้างบ้านดินหรอกครับ แต่อยากให้ไปดูว่าเด็กบ้านนอก เข้าไปเรียนในเมือง แล้วกลับมาท้องถิ่น มาดูแลพ่อแม่ ใช้ความรู้ที่ร่ำเรียนมา ปรับปรุงคุณภาพชีวิตที่แร้นแค้น อยู่ท่ามกลางความไม่มี ไม่พร้อมได้อย่างไร และวิถีชีวิตเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง เมื่อเสร็จสิ้น นิสิตยืนล้อมวงคุณชายภีร์ และ<a href="https://www.facebook.com/photo.php?v=10152365498506495&amp;set=vb.706691494&amp;type=2&amp;theater" target="_blank">ร้องเพลงกล้าดินผลิใบ</a>ให้เป็นการขอบคุณ กลับมาสวนป่า มาทำกับข้าวกัน ฝีมือวิจิตรกว่าทุกกลุ่มที่เคยเห็นมาครับ</p>
<p>วันที่สามเป็นวันเดินทางกลับ มีพิธีร่ำลา ส่วนครูบาก็เดินทางเข้ากรุงเทพ ไปจุฬานั่นล่ะครับ</p>
<p>ครูบาเขียนไว้บนเฟสบุ๊ค</p>
<ul>
<li><a href="https://www.facebook.com/sutthinun.pratchayapruet/posts/720801157943260" target="_blank"><span class="userContent">แตะมือ : อุบลฯ ไป จุฬาฯมา</span></a></li>
<li><a href="https://www.facebook.com/photo.php?fbid=721084227914953&amp;set=a.277871598902887.70094.100000401485714&amp;type=1" target="_blank">ล้อมวงสนทนา : มองหาประกายฉานฉาย</a></li>
<li><a href="https://www.facebook.com/sutthinun.pratchayapruet/posts/721107941245915" target="_blank">โปรแกรม : ชาวโอแคร์ วันนี้</a></li>
<li><a href="https://www.facebook.com/sutthinun.pratchayapruet/posts/721275531229156" target="_blank">ตื่นแต่เช้า : ฟ้าก็งามดั่งเปลวทอง</a></li>
<li><a href="https://www.facebook.com/sutthinun.pratchayapruet/posts/721272084562834" target="_blank">คุณชาย : พาลุยยยย</a></li>
<li><a href="https://www.facebook.com/sutthinun.pratchayapruet/posts/721288181227891" target="_blank">บัณทิต โอแคร์ : พร้อมปลดครุย ลงลุยโคลน</a> </li>
<li><a href="https://www.facebook.com/sutthinun.pratchayapruet/posts/721292741227435" target="_blank">เรียนจากการกระทำ</a></li>
<li><a href="https://www.facebook.com/sutthinun.pratchayapruet/posts/721340821222627" target="_blank">อาหารชั้นครู : คืออาหารที่ครูช่วยกันทำ</a></li>
<li><a href="https://www.facebook.com/sutthinun.pratchayapruet/posts/721562394533803" target="_blank">อิ่มอร่อย : เชิญทางนี้</a></li>
<li><a href="https://www.facebook.com/sutthinun.pratchayapruet/posts/721679067855469" target="_blank">และแล้ว:วาระจรนกขมิ้นเหลืองอ่อน</a></li>
</ul>
<p>[<a href="https://www.facebook.com/media/set/?set=a.808835789145031.1073741869.478075762221037&amp;type=1" target="_blank">รูปกิจกรรมบนเฟสบุ๊ค</a>]<br />
 [<a href="https://www.facebook.com/pkai.ora/media_set?set=a.10203333747241597.1073741897.1148213495&amp;type=1" target="_blank">รูปจากมุมมองของอาจารย์ OCARE</a>]</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/wash/archives/3094/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>นักศึกษาแพทย์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี</title>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/3093</link>
		<comments>http://lanpanya.com/wash/archives/3093#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 23 Mar 2014 12:05:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Logos</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[การจัดการความรู้]]></category>

		<category><![CDATA[การศึกษานอกระบบ การศึกษาตามอัธยาศัย]]></category>

		<category><![CDATA[ประสบการณ์ชีวิต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/wash/?p=3093</guid>
		<description><![CDATA[กลับบ้านไปเยี่ยมพ่อแม่ระหว่าง 8-19 มีค วันที่ 20 กลับมาสวนป่า ออกสาย ถึงเย็น เก็บบ้านเตรียมรับคณะนักศึกษาแพทย์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี (อีกครึ่งหนึ่งที่เรียนสาธารณสุขเข้ามาก่อนแล้ว แต่เป็นช่วงที่ผมกลับบ้าน) ซึ่งเข้ามาเรียนในสวนป่าสองคืน 22-24 มีค
แม่ให้เสบียงมาเพียบ ตู้เย็นเต็มจนล้นอีกแล้ว และจัดอาหารมาให้กินหลายมื้อเนื่องจากคาดว่าการเร่งเก็บกวาดบ้าน จะทำให้ไม่มีเวลาหุงหาอาหาร ซึ่งก็เป็นไปตามที่คุณแม่คาดครับ สะดวกขึ้นมาก อุ่นในเตาไมโครเวฟ กินไปเรื่อยๆ จนหมด ไม่ต้องทำครัว

นักศึกษาเข้ามาช่วงบ่ายวันที่ 22 ครูบาจัดโปรแกรมเบาๆ เนื่องจากเพิ่งเดินทางมาถึง หลังจากจัดการเรื่องที่พักและกินข้าวเย็นกันแล้ว ผมเล่าเรื่อง &#8220;การเรียนรู้&#8221; ครับ ครูบาบอกสักครึ่งชั่วโมง แต่ผมล่อไปซะสองชั่วโมง แล้วปล่อยกลับไปพักผ่อน
เช้าวันที่ 23 มีค นัดกัน 8น ครูบาพาเดินป่า แวะมาทางปราสาท ผมตื่นพอดี แต่ไม่ได้ตามไปดูแห่ เนื่องจากเมื่อคืนนอนดึก(อีกแล้ว) หลังจากกินข้าวและเก็บบ้าน ก็เดินไปอาคารใหญ่ นั่งคุย นั่งแซวไปตามเรื่อง 11:45น ครูบาโยนไมค์มาอีก คิดว่ามีเวลาสัก 15 นาทีรอข้าวกลางวัน แต่ผมใช้เวลาไปชั่วโมงหนึ่งครับ ซึ่งข้าวยังไม่เสร็จอยู่ดี เล่าเรื่อง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>กลับบ้านไปเยี่ยมพ่อแม่ระหว่าง 8-19 มีค วันที่ 20 กลับมาสวนป่า ออกสาย ถึงเย็น เก็บบ้านเตรียมรับคณะนักศึกษาแพทย์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี (อีกครึ่งหนึ่งที่เรียนสาธารณสุขเข้ามาก่อนแล้ว แต่เป็นช่วงที่ผมกลับบ้าน) ซึ่งเข้ามาเรียนในสวนป่าสองคืน 22-24 มีค</p>
<p>แม่ให้เสบียงมาเพียบ ตู้เย็นเต็มจนล้นอีกแล้ว และจัดอาหารมาให้กินหลายมื้อเนื่องจากคาดว่าการเร่งเก็บกวาดบ้าน จะทำให้ไม่มีเวลาหุงหาอาหาร ซึ่งก็เป็นไปตามที่คุณแม่คาดครับ สะดวกขึ้นมาก อุ่นในเตาไมโครเวฟ กินไปเรื่อยๆ จนหมด ไม่ต้องทำครัว</p>
<p><span id="more-3093"></span></p>
<p>นักศึกษาเข้ามาช่วงบ่ายวันที่ 22 ครูบาจัดโปรแกรมเบาๆ เนื่องจากเพิ่งเดินทางมาถึง หลังจากจัดการเรื่องที่พักและกินข้าวเย็นกันแล้ว ผมเล่าเรื่อง &#8220;การเรียนรู้&#8221; ครับ ครูบาบอกสักครึ่งชั่วโมง แต่ผมล่อไปซะสองชั่วโมง แล้วปล่อยกลับไปพักผ่อน</p>
<p>เช้าวันที่ 23 มีค นัดกัน 8น ครูบาพาเดินป่า แวะมาทางปราสาท ผมตื่นพอดี แต่ไม่ได้ตามไปดูแห่ เนื่องจากเมื่อคืนนอนดึก(อีกแล้ว) หลังจากกินข้าวและเก็บบ้าน ก็เดินไปอาคารใหญ่ นั่งคุย นั่งแซวไปตามเรื่อง 11:45น ครูบาโยนไมค์มาอีก คิดว่ามีเวลาสัก 15 นาทีรอข้าวกลางวัน แต่ผมใช้เวลาไปชั่วโมงหนึ่งครับ ซึ่งข้าวยังไม่เสร็จอยู่ดี เล่าเรื่อง &#8220;ความมั่นคงในชีวิต&#8221;</p>
<ul>
<li><a href="https://www.facebook.com/media/set/?set=a.807668172595126.1073741867.478075762221037&amp;type=1" target="_blank">[รูปกิจกรรมบนเฟสบุ๊ค]</a></li>
<li>ครูบาเขียนบนเฟสบุ๊ค [<a href="https://www.facebook.com/sutthinun.pratchayapruet/posts/719908084699234" target="_blank">1</a>] [<a href="https://www.facebook.com/sutthinun.pratchayapruet/posts/720267911329918" target="_blank">2</a>] [<a href="https://www.facebook.com/sutthinun.pratchayapruet/posts/720522577971118" target="_blank">3</a>]
</li>
<li>ผมเขียนบนเฟสบุ๊ค [<a href="https://www.facebook.com/conductor.logos/posts/10152359348906495" target="_blank">1</a>] [<a href="https://www.facebook.com/conductor.logos/posts/10152360874126495" target="_blank">2</a>]</li>
</ul>
<p>บ่ายครูบาจัดกิจกรรมปลูกต้นไม้ ทำอาหาร ซึ่งผมอยู่ร่วมไม่ได้ครับ ต้องออกไปข้างนอกไปซื้อเสื่อมาปูห้องโถงของปราสาทเฟสสอง เปิดบ้าน ทำความสะอาด ถ่ายอากาศ พรุ่งนี้เมื่อคณะนักศึกษาแพทย์เดินทางกลับอุบลช่วงสาย นิสิต OCARE จากจุฬา ก็จะเข้ามาแทนตอนบ่าย คราวนี้ได้ทราบว่าอาจารย์จะมากันหมดคณะเลย ก็ต้องนิมนต์เข้าพักที่ปราสาทเฟส 2 ซึ่งยังไม่พร้อมเหมือนบ้านหรอกครับ แต่ก็พักได้แล้ว สะดวกสบายพอสมควรครับ เพียงแต่ผักชีเกลื่อนไปหน่อย</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/wash/archives/3093/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>บ้านป้องกันหนาวในป่าเมืองร้อน</title>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/3092</link>
		<comments>http://lanpanya.com/wash/archives/3092#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 26 Feb 2014 06:46:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Logos</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[การจัดการความรู้]]></category>

		<category><![CDATA[ธรรมชาติ สัตว์ ต้นไม้ สิ่งแวดล้อม]]></category>

		<category><![CDATA[ประสบการณ์ชีวิต]]></category>

		<category><![CDATA[สังคม ชุมชน ครอบครัว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/wash/?p=3092</guid>
		<description><![CDATA[บ้านเมืองหนาวจำเป็นไหมสำหรับเมืองไทย?
พูดยากครับ โลกเปลี่ยนแกนหมุนยากยกเว้นจะถูกชนด้วยดาวขนาดใหญ่จนเปลี่ยนโมเมนตัมเชิงมุมไปได้ แต่ถ้าถูกชนแบบนั้น ทุกชีวิตบนโลกคงดับสูญไปหมด ไม่ต้องห่วงอะไรแล้ว ต่างกับที่พวก pseudoscience พยายามจะบอก ในเมื่อแกนหมุนเปลี่ยนแปลงได้ยาก เขตเส้นศูนย์สูตรก็จะรับพลังงานจากดวงอาทิตย์มากกว่าเขตอื่น จึงหนาวเย็นได้ยาก
แต่ไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้นะ เพราะความหนาวเย็นเป็นของไหล และไม่มีอะไรไปกั้นมันไว้ ช่วงฤดูหนาวที่ผ่านมา(ในซีกโลกเหนือ) เราก็เห็นปรากฏการณ์ที่ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นมากมาย พื้นที่ที่ไม่มีหิมะตก หิมะก็ตก เขตหนาว หนาวจะสาดน้ำร้อนไปในอากาศ แข็งจนกลายเป็นฝุ่นน้ำแข็งกลางอากาศไม่ทันตกถึงพื้น ในเมืองไทย อากาศหนาวจัดทางตอนเหนือและอีสานเหนือ ที่สวนป่าในบุรีรัมย์ อุณหภูมิลงต่ำได้ถึง 12ºC ทางเหนือ อุณหภูมิยอดหญ้าต่ำถึง -3ºC แต่หิมะยังไม่ตก เพราะความชื้นในอากาศไม่ถูกต้อง ต่อไปใครจะรู้ว่า อีสานจะเป็นสวิตเซอร์แลนด์ เชียงใหม่จะเป็นไอติมหรือไม่&#8230;

เมื่อเดือนกรกฎาคม 2555 ผมขออนุญาตครูบาสร้างบ้านเพื่ออยู่อาศัยในสวนป่า ย้ายเข้าบ้านกลางเดือนพฤศจิกายน หนาวพอดี ถ้าไม่สร้างบ้าน โดยที่ยังนอนกระต๊อบที่ไม่มีฝาเหมือนที่นอนมาตั้งแต่หน้าฝน (เดือนมิถุนายน) ผมคงหนาวแย่
บ้านนี้ ใต้ถุนยกพื้นเพียง 60 ซม. ไม่ได้สูงมากเพราะอายุเราก็มากขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้ยังเดินขึ้นได้สบาย แต่เมื่อแก่ตัวลง จะลำบากขึ้นเรื่อยๆ บ้านของ ส.ว. ไม่ควรเล่นระดับครับ จึงเป็นบ้านชั้นเดียว โธ่ สร้างบ้านอยู่ในป่า ที่ทางเยอะแยะ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>บ้านเมืองหนาวจำเป็นไหมสำหรับเมืองไทย?</p>
<p>พูดยากครับ โลกเปลี่ยนแกนหมุนยากยกเว้นจะถูกชนด้วยดาวขนาดใหญ่จนเปลี่ยนโมเมนตัมเชิงมุมไปได้ แต่ถ้าถูกชนแบบนั้น ทุกชีวิตบนโลกคงดับสูญไปหมด ไม่ต้องห่วงอะไรแล้ว ต่างกับที่พวก pseudoscience พยายามจะบอก ในเมื่อแกนหมุนเปลี่ยนแปลงได้ยาก เขตเส้นศูนย์สูตรก็จะรับพลังงานจากดวงอาทิตย์มากกว่าเขตอื่น จึงหนาวเย็นได้ยาก</p>
<p>แต่ไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้นะ เพราะความหนาวเย็นเป็นของไหล และไม่มีอะไรไปกั้นมันไว้ ช่วงฤดูหนาวที่ผ่านมา(ในซีกโลกเหนือ) เราก็เห็นปรากฏการณ์ที่ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นมากมาย พื้นที่ที่ไม่มีหิมะตก หิมะก็ตก เขตหนาว หนาวจะสาดน้ำร้อนไปในอากาศ แข็งจนกลายเป็นฝุ่นน้ำแข็งกลางอากาศไม่ทันตกถึงพื้น ในเมืองไทย อากาศหนาวจัดทางตอนเหนือและอีสานเหนือ ที่สวนป่าในบุรีรัมย์ อุณหภูมิลงต่ำได้ถึง 12ºC ทางเหนือ อุณหภูมิยอดหญ้าต่ำถึง -3ºC แต่หิมะยังไม่ตก เพราะความชื้นในอากาศไม่ถูกต้อง ต่อไปใครจะรู้ว่า อีสานจะเป็นสวิตเซอร์แลนด์ เชียงใหม่จะเป็นไอติมหรือไม่&#8230;</p>
<p><span id="more-3092"></span></p>
<p>เมื่อเดือนกรกฎาคม 2555 ผมขออนุญาตครูบาสร้างบ้านเพื่ออยู่อาศัยในสวนป่า ย้ายเข้าบ้านกลางเดือนพฤศจิกายน หนาวพอดี ถ้าไม่สร้างบ้าน โดยที่ยังนอนกระต๊อบที่ไม่มีฝาเหมือนที่นอนมาตั้งแต่หน้าฝน (เดือนมิถุนายน) ผมคงหนาวแย่</p>
<p>บ้านนี้ ใต้ถุนยกพื้นเพียง 60 ซม. ไม่ได้สูงมากเพราะอายุเราก็มากขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้ยังเดินขึ้นได้สบาย แต่เมื่อแก่ตัวลง จะลำบากขึ้นเรื่อยๆ บ้านของ ส.ว. ไม่ควรเล่นระดับครับ จึงเป็นบ้านชั้นเดียว โธ่ สร้างบ้านอยู่ในป่า ที่ทางเยอะแยะ ขยายทางราบได้สบายนะครับ</p>
<p>ครึ่งล่างของผนังบ้าน เป็นอิฐดินซีเมนต์ ซึ่งอัดเองที่สวนป่า ก่อไว้สูงเมตรกว่าๆ เท่านั้นเพื่อไม่ให้เป็น dead load กดฐานรากมากเกินไป เหนือจากอิฐเป็นผนังโครงเหล็กสองชั้น ชั้นนอกเป็นสมาร์ทบอร์ด ชั้นในเป็นยิปซั่ม ตรงกลางเป็นช่องว่าง ผนังบ้านทั้งสองส่วน เป็นฉนวนความร้อนที่ดี อุณหภูมิในบ้านกันนอกบ้าน ต่างกันได้ 4ºC ไม่มากนัก แต่พออยู่ได้สบายนะครับ หน้าร้อน ในบ้านเย็น หน้าหนาว ในบ้านอุ่น ประตูหน้าต่าง ผมไม่เปิดเลย ถ้าอึดอัด เปิดพัดลมให้อากาศหมุนเวียน สบายจริงๆ</p>
<p>หลังคาขนาด 132 ตร.ม. ของบ้านนี้เป็นเพิงหมาแหงน ใช้เมทัลชีตวางบนโครงเหล็ก (ทั้งแป ทั้งจันทัน ทั้งโครงผนังบ้าน) มีความแข็งแรง รับน้ำหนักได้พอสมควรหลายร้อยกิโล (เวลาคนงานแห่กันขึ้นไปทำงาน) ในเมื่อเป็นเพิ่งหมาแหงน อากาศร้อนจะวิ่งจากด้านต่ำไปออกด้านสูงเองโดยอัตโนมัติ มีชายคารอบบ้าน ทางด้านต่ำ มีรางน้ำฝน เก็บน้ำฝนสำรองไว้ได้มาก</p>
<p>ถ้ามีหิมะตก จะมีน้ำหนักหิมะกดลงบนหลังคามากครับ บ้านนี้ใช้โครงเหล็ก มีวิธีจัดการหิมะได้ง่ายโดยไม่ต้องปีนขึ้นไปกวาด คือที่ชายคาหลังบ้าน จุดเตา(อั้งโล่) เอาความร้อนใส่เข้าไปตรงชายคาด้านหลังคาเตี้ย ความร้อนจะไหลไปออกอีกด้านหนึ่งทางช่องว่างระหว่างหลังคาเมทัลชีทกับฝ้าซึ่งกันการแผ่รังสีความร้อนจากหลังคาในหน้าร้อน ทำอย่างนี้สามารถละลายหิมะบนหลังคากลับมาเป็นน้ำดื่มด้วย</p>
<p>ถ้าหิมะตกหนัก บ้านที่ยกไว้จะบรรเทาภาวะหิมะท่วมรอบบ้านได้บ้าง แล้วพื้นบ้านที่ยกไว้ 60ซม ใต้ถุนโล่ง เอาเตาเล็กไปใส่ข้างใน ก็จะให้ความร้อนกับพื้นบ้านได้ ทำให้ในบ้านอบอุ่นสบาย หน้าหนาวที่ผ่านมายังไม่ต้องใช้วิธีนี้ครับ ยกบ้านสูงกว่านี้ เสี่ยงว่าตอหม้อจะรับโมเมนต์ของบ้านที่เกิดตอนแผ่นดินขยับไม่ไหว เดี๋ยวบ้านพัง</p>
<p>แต่ในภาวะวิกฤติ อยู่คนเดียวไม่รอดครับ ต้องอยู่กันเป็นชุมชนที่ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน มีทักษะหลากหลาย ผสมผสานกันได้ เนื่องจากว่าไม่มีใครทำอะไรได้ทุกอย่าง</p>
<p>สรุปคือ</p>
<ol>
<li>ยกบ้านให้สูงขึ้น</li>
<li>หลังคารองน้ำฝนกักเก็บไว้ให้ได้</li>
<li>หลังคาโครงเหล็ก กระจายแรง แข็งแรงพอรับน้ำหนักหิมะ</li>
<li>หลังคาเป็นเพิงหมาแหงน มีฝ้า เพื่อใส่ความร้อนเข้าไปที่ชายคาและละลายหิมะออกจากหลังคา</li>
<li>ผนังบ้านเป็นฉนวนความร้อน หน้าหนาวจะอุ่น หน้าร้อนจะเย็น</li>
<li>ดูทางลมให้ดี</li>
</ol>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/wash/archives/3092/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>โรงเรียนกนกศิลป์พิทยาคม 25 มค 2557</title>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/3091</link>
		<comments>http://lanpanya.com/wash/archives/3091#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 27 Jan 2014 11:45:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Logos</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[การศึกษานอกระบบ การศึกษาตามอัธยาศัย]]></category>

		<category><![CDATA[ธรรมชาติ สัตว์ ต้นไม้ สิ่งแวดล้อม]]></category>

		<category><![CDATA[ประสบการณ์ชีวิต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/wash/?p=3091</guid>
		<description><![CDATA[โรงเรียนกนกศิลป์พิทยาคม พานักเรียนชั้น ม.๕ ประมาณร้อยคน มาเรียนที่สวนป่าในวันที่ 25-26 ม.ค. 2556 พบว่า ผอ.สิรภพ ปราบริปูตลุง เป็นน้องชายป้าจุ๋ม
[รูปกิจกรรมทั้งหมด บนเฟสบุ๊ค]
ครูบาและแม่หวีเหน็ดเหนื่อยกับการจัดกิจกรรมซึ่งแยกเป็นห้าหกกลุ่ม กระจัดกระจายกันทั่วทั้งสวนป่า ผมช่วยเท่าที่ช่วยได้เรื่องเตาเผาถ่านไบโอชาร์ ซึ่งวิชานี้ให้ไปหลายคนแล้ว บางคนก็เข้าใจ บางคนก็ไม่สนใจ บางคนก็ไปทดลองทำจริง บางคนก็ไม่ ซึ่งเรื่องเหล่านี้ ไม่ได้เป็นปัญหาของผมหรอกครับ ทำก็ทำ ไม่ทำก็ไม่เป็นไร

เมื่อสองวันก่อนที่เด็กจะมา ผมพาครูบา+แม่หวีไปเที่ยวมหกรรมพลังงานภาคอีสานที่ ศูนย์ NET (มูลนิธิพัฒนาอีสาน) ที่สุรินทร์ เราต่างคนต่างได้อะไรมาตามที่ตัวสนใจ แม่หวีได้เตาอั้งโล่ประสิทธิภาพสูงมาสี่ใบ แบ่งให้ผมกับยายษรคนละใบ ส่วนผมได้เตาแก๊สซิไฟเออร์ เลือกแบบใช้เศษไม้เป็นเชื้อเพลิงและไม่มีพัดลม แบบที่เขาพยายามจะขายเป็นแบบที่ใช้แกลบเป็นเชื้อเพลิงซึ่งต้องใช้พัดลมช่วยเป่า ยุ่งยากไปกับภาวะที่ไม่มีไฟฟ้า ก็เลยไม่เอามา
ส่วนครูบาซื้อหนังสือมา ซึ่งเล่มหนึ่งมีแบบเตาไบโอชาร์ เลยให้เด็กทดลองสร้างและเผาถ่านเลย แบบเตานี้คล้ายกับที่ผมเคยเอามาลองทำเล่นที่ลานไผ่เมื่อสามปีก่อน แต่คราวนี้เนื่องจากมีเด็กวัยรุ่นเยอะ บ้าพลังดีนัก ก็เลยมีที่ให้ปลอดปล่อย
ช่วงบ่ายได้อธิบายหลักการทำงาน ตลอดจนประโยชน์ของถ่านไบโอชาร์ให้เด็กที่ทำและอาจารย์ที่คุมมา ช่วงค่ำคุยกันเรื่องวิธีการเรียนรู้ ส่วนช่วงสายของวันรุ่งขึ้น ก็คุยเรื่องเศรษฐกิจ การเอาตัวรอดจากการที่รัฐไม่มีเงินจ่ายค่าจำนำข้าว และภัยแล้งที่กำลังจะมา
เด็กๆ กลุ่มไบโอชาร์เก็บถ่านกลับไปฝาก ผอ. มีลักษณะเปราะ แห้ง เบา เป็นมันเงา [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>โรงเรียนกนกศิลป์พิทยาคม พานักเรียนชั้น ม.๕ ประมาณร้อยคน มาเรียนที่สวนป่าในวันที่ 25-26 ม.ค. 2556 พบว่า <span class="userContent">ผอ.สิรภพ ปราบริปูตลุง เป็นน้องชายป้าจุ๋ม</span></p>
<p>[<a href="https://www.facebook.com/media/set/?set=a.774891815872762.1073741864.478075762221037&amp;type=1" target="_blank">รูปกิจกรรมทั้งหมด บนเฟสบุ๊ค</a>]</p>
<p>ครูบาและแม่หวีเหน็ดเหนื่อยกับการจัดกิจกรรมซึ่งแยกเป็นห้าหกกลุ่ม กระจัดกระจายกันทั่วทั้งสวนป่า ผมช่วยเท่าที่ช่วยได้เรื่องเตาเผาถ่านไบโอชาร์ ซึ่งวิชานี้ให้ไปหลายคนแล้ว บางคนก็เข้าใจ บางคนก็ไม่สนใจ บางคนก็ไปทดลองทำจริง บางคนก็ไม่ ซึ่งเรื่องเหล่านี้ ไม่ได้เป็นปัญหาของผมหรอกครับ ทำก็ทำ ไม่ทำก็ไม่เป็นไร</p>
<p><span id="more-3091"></span></p>
<p>เมื่อสองวันก่อนที่เด็กจะมา ผมพาครูบา+แม่หวีไปเที่ยวมหกรรมพลังงานภาคอีสานที่ ศูนย์ NET (มูลนิธิพัฒนาอีสาน) ที่สุรินทร์ เราต่างคนต่างได้อะไรมาตามที่ตัวสนใจ แม่หวีได้เตาอั้งโล่ประสิทธิภาพสูงมาสี่ใบ แบ่งให้ผมกับยายษรคนละใบ ส่วนผมได้เตาแก๊สซิไฟเออร์ เลือกแบบใช้เศษไม้เป็นเชื้อเพลิงและไม่มีพัดลม แบบที่เขาพยายามจะขายเป็นแบบที่ใช้แกลบเป็นเชื้อเพลิงซึ่งต้องใช้พัดลมช่วยเป่า ยุ่งยากไปกับภาวะที่ไม่มีไฟฟ้า ก็เลยไม่เอามา</p>
<p>ส่วนครูบาซื้อหนังสือมา ซึ่งเล่มหนึ่งมีแบบเตาไบโอชาร์ เลยให้เด็กทดลองสร้างและเผาถ่านเลย แบบเตานี้คล้ายกับที่ผมเคยเอามาลองทำเล่นที่ลานไผ่เมื่อสามปีก่อน แต่คราวนี้เนื่องจากมีเด็กวัยรุ่นเยอะ บ้าพลังดีนัก ก็เลยมีที่ให้ปลอดปล่อย</p>
<p>ช่วงบ่ายได้อธิบายหลักการทำงาน ตลอดจนประโยชน์ของถ่านไบโอชาร์ให้เด็กที่ทำและอาจารย์ที่คุมมา ช่วงค่ำคุยกันเรื่องวิธีการเรียนรู้ ส่วนช่วงสายของวันรุ่งขึ้น ก็คุยเรื่องเศรษฐกิจ การเอาตัวรอดจากการที่รัฐไม่มีเงินจ่ายค่าจำนำข้าว และภัยแล้งที่กำลังจะมา</p>
<p>เด็กๆ กลุ่มไบโอชาร์เก็บถ่านกลับไปฝาก ผอ. มีลักษณะเปราะ แห้ง เบา เป็นมันเงา และจับแล้วไม่เลอะมือ จะกลับไปสร้างที่โรงเรียน ปรับปรุงดิน เร่งผลผลิตอาหาร หากทดลองแล้วได้ผลดี ก็จะขายเอาเงินไปทำกิจกรรม/ทัศนศึกษากัน</p>
<p>เมื่อเด็กกลับไปแล้ว ครูบาสั่งทำแปลงปลูกพืชประณีต เทียบระหว่างใช้ไบโอชาร์กับไม่ใช้</p>
<p>เรื่องไบโอชาร์ ติดตามอ่านได้ที่ <a href="http://lanpanya.com/wash/archives/tag/biochar" target="_blank">http://lanpanya.com/wash/archives/tag/biochar</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/wash/archives/3091/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ครบรอบเก้าปีสึนามิ</title>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/3090</link>
		<comments>http://lanpanya.com/wash/archives/3090#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 26 Dec 2013 02:42:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Logos</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ประสบการณ์ชีวิต]]></category>

		<category><![CDATA[สังคม ชุมชน ครอบครัว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/wash/?p=3090</guid>
		<description><![CDATA[เรื่องนี้เขียนไว้ในเฟสบุ๊ค แต่เกรงว่าจะสูญหายกลายเป็นเม็ดทรายในมหาสมุทร จึงขอนำมาไว้ที่นี่
&#8212;-
เก้าปีแล้วสินะ แผลเป็นไม่เคยเลือนหาย บางอย่างเปลี่ยนแปลงตลอดไป
 เมืองไทยปรับปรุงขึ้นบ้าง แต่ยังมีลักษณะ reactive มากกว่า pro-active
[๑ ปีสึนามิ กับ "ตฤณ ตัณฑเศรษฐี"] สมาคมผู้ดูแบเว็บไทย
 เว็บพลังจิตคัดลอกเก็บไว้
ขอบคุณสมาคมผู้ดูแลเว็บไทยที่สนใจมาสัมภาษณ์เมื่อแปดปีก่อนครับ ถ้าไม่มีการสัมภาษณ์ครั้งนั้น ผมอาจจะทำรายละเอียดบางอย่างตกหล่นไปกับกาลเวลา และตามความเสื่อมของร่างกายผม
เรื่องตลกที่ไม่เคยเล่าให้ใครฟัง คือ Oxfam (NGO ขนาดยักษ์ของอังกฤษ) ดันมาขอให้ผมช่วย เขาทึ่งกับเว็บที่ผมทำ ตอนนั้นผมใช้ alta vista babel fish translator แปลเว็บที่ทำเป็นภาษาอังกฤษเป็น 12 ภาษา มันแปลไม่ดีนักหรอกนะครับ แต่ก็ยังพอเดาความได้ไม่ยาก โดยเฉพาะขั้นตอนการขอรับศพหรือรับตัวผู้ประสบภัย ตลอดจนข่าวคราวความคืบหน้าซึ่งแปลสดจากข่าวในทีวีเป็นภาษาอังกฤษ(และ12ภาษา) อย่าไปนึกว่า &#8220;ฝรั่ง&#8221; ใช้ภาษาอังกฤษได้ดีทุกคน เว็บที่ทำขึ้นอันดับหนึ่งใน page rank ของ Google โดยไม่ต้องทำ SEO
ที่มันตลกคือประเทศที่ภูมิใจว่ามีความรู้เทคโนโลยีสูงร่ำรวยมั่งมี ดันต้องมาขอให้ประเทศที่อยู่อีกสุดขอบโลกหนึ่งช่วยเหลือ เราไม่มีอย่างเขาหรอก แต่มีใจ สมอง และสติครับตอนนั้น ปภ.เพิ่งตั้งจากการรวมส่วนราชการจากหลายที่ ยังรวมกันไม่ติดก็เกิดเหตุเสียก่อน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เรื่องนี้<a href="https://www.facebook.com/conductor.logos/posts/10152162312416495" target="_blank">เขียนไว้ในเฟสบุ๊ค</a> แต่เกรงว่าจะสูญหายกลายเป็นเม็ดทรายในมหาสมุทร จึงขอนำมาไว้ที่นี่</p>
<p>&#8212;-</p>
<p><img style="float: right;" src="http://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/8/89/2004_Indian_Ocean_earthquake_-_affected_countries.png" alt="" width="150" height="123" />เก้าปีแล้วสินะ แผลเป็นไม่เคยเลือนหาย บางอย่างเปลี่ยนแปลงตลอดไป<br />
 เมืองไทยปรับปรุงขึ้นบ้าง แต่ยังมีลักษณะ reactive มากกว่า pro-active</p>
<p>[<a href="http://www.webmaster.or.th/article/one-year-after-tsunami-and-trin-tantsetthi" target="_blank">๑ ปีสึนามิ กับ "ตฤณ ตัณฑเศรษฐี"</a>] สมาคมผู้ดูแบเว็บไทย<br />
 <a href="https://palungjit.org/threads/%E0%B9%91-%E0%B8%9B%E0%B8%B5%E0%B8%AA%E0%B8%B6%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%B4-%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A-%E2%80%9C%E0%B8%95%E0%B8%A4%E0%B8%93-%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%93%E0%B8%91%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%A9%E0%B8%90%E0%B8%B5%E2%80%9D.264373/" target="_blank">เว็บพลังจิตคัดลอกเก็บไว้</a></p>
<p>ขอบคุณสมาคมผู้ดูแลเว็บไทยที่สนใจมาสัมภาษณ์เมื่อแปดปีก่อนครับ ถ้าไม่มีการสัมภาษณ์ครั้งนั้น ผมอาจจะทำรายละเอียดบางอย่างตกหล่นไปกับกาลเวลา และตามความเสื่อมของร่างกายผม</p>
<p><span id="more-3090"></span>เรื่องตลกที่ไม่เคยเล่าให้ใครฟัง คือ Oxfam (NGO ขนาดยักษ์ของอังกฤษ) ดันมาขอให้ผมช่วย เขาทึ่งกับเว็บที่ผมทำ ตอนนั้นผมใช้ alta vista babel fish translator แปลเว็บที่ทำเป็นภาษาอังกฤษเป็น 12 ภาษา มันแปลไม่ดีนักหรอกนะครับ แต่ก็ยังพอเดาความได้ไม่ยาก โดยเฉพาะขั้นตอนการขอรับศพหรือรับตัวผู้ประสบภัย ตลอดจนข่าวคราวความคืบหน้าซึ่งแปลสดจากข่าวในทีวีเป็นภาษาอังกฤษ(และ12ภาษา) อย่าไปนึกว่า &#8220;ฝรั่ง&#8221; ใช้ภาษาอังกฤษได้ดีทุกคน เว็บที่ทำขึ้นอันดับหนึ่งใน page rank ของ Google โดยไม่ต้องทำ SEO</p>
<p>ที่มันตลกคือประเทศที่ภูมิใจว่ามีความรู้เทคโนโลยีสูงร่ำรวยมั่งมี ดันต้องมาขอให้ประเทศที่อยู่อีกสุดขอบโลกหนึ่งช่วยเหลือ เราไม่มีอย่างเขาหรอก แต่มีใจ สมอง และสติครับตอนนั้น ปภ.เพิ่งตั้งจากการรวมส่วนราชการจากหลายที่ ยังรวมกันไม่ติดก็เกิดเหตุเสียก่อน ส่วน ศภช.นั้นตั้งหลังจากเหตุสึนามิ เราผ่านเหตุการณ์สึนามิมาได้(อย่างทุลักทุเลแต่ก็ดีกว่าทุกประเทศ)ด้วยความเข้มแข็งของอาสาสมัครและท้องถิ่น</p>
<p><img style="float: right;" src="http://paradiseintheworld.com/wp-content/uploads/2012/03/phi-phi-island-tsunami.jpg" alt="" width="150" height="116" />(ในความรู้สึกส่วนตัว) สึนามิเกิดเดือนกว่าก่อนการเลือกตั้งใหญ่ จึงเหมือนกลายเป็นเวทีหาเสียงไปกลายๆ เหมือนกัน ที่ปวดหัวที่สุดคือกระบวนการ DVI ของ Interpol</p>
<p>มีวีรบุรุษวีรสตรีเกิดขึ้นมากมาย ทุกท่านรู้ตัวดีโดยไม่จำเป็นต้องออกสื่อสมัยนั้น ผมยังไม่แข็งแรง เพราะ &#8220;สโตรคเล็ก&#8221; สามปีก่อนหน้านั้น ประกอบกับเป็นซีอีโอบริษัทจดทะเบียน (ใน ตลท.) ด้วย ทิ้งสำนักงานไปไกลๆ นานๆ ไม่ได้ จึงไม่ได้ลงไปช่วย ณ ที่เกิดเหตุ</p>
<p>แต่ว่าถึงช่วยในพื้นที่ไม่ได้เนื่องจากข้อจำกัดต่างๆ ก็ยังมีเรื่องที่พอทำได้จากระยะไกลด้วยความรู้และกำลังที่มีอยู่ อะไรไม่รู้ก็เรียนรู้ซะ เขียน PHP ไม่เป็นก็หัดเขียน ไม่มีเครื่องมือทำ data mining ก็หาเอา</p>
<p><img style="float: left;" src="http://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/d/d2/TsunamiAftermathNorthofPhuket_NASA.jpg" alt="" width="150" height="139" />การไม่ลงไปในพื้นที่ มีข้อดีที่ว่ามีสติแจ่มใส ไม่หดหู่หรือเมาหมัด ทำให้มองปัญหาและทางออกได้ชัดเจนมากขึ้น การมีผู้ช่วยหลายคน จำเป็นที่จะต้องแบ่งกำลังมาทำเรื่องการจัดการซึ่งผู้จัดการก็จำเป็นต้องเข้าใจบริบทอย่างชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อจำกัดต่างๆรู้สึกทึ่งกับข้อมูลของศูนย์นเรนทรในเวลานั้น ทำได้เร็ว มีข้อมูลสำคัญครบถ้วน ตรงประเด็น เจ็ดวันเลิกเลย (เพราะไม่ใช่เหตุด่วนฉุกเฉินอีกต่อไป)</p>
<p>phuketitcity ซึ่งเป็นต้นแบบของเมืองอิเล็คทรอนิกส์ก็ทำได้ดีมาก</p>
<p>เป็นครั้งแรกที่รู้จักกับ PTSD มีกรณีศึกษาที่คนนอกพื้นที่ไปรื้อฟื้นให้ผู้รอดชีวิตเล่าถึงความสูญเสียใหม่อีกครั้งหนึ่ง (นัยว่าพยายามจะช่วยเหลือให้ตรงประเด็น) แต่การทำเช่นนี้เหมือนกับผู้ประสบภัยต้องสูญเสียซ้ำแล้วซ้ำอีก ญาติที่ตาย ตายแล้วตายอีก หมดตัวแล้ว หมดตัวอีก การจัดงานรำลึกสึนามิเพื่อการท่องเที่ยวก็เช่นเดียวกัน แม้ว่าเจตนาจะช่วยเหลืออุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั้งระบบ แต่ลืมผลข้างเคียงต่อผู้ประสบภัยไปหรือไม่</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/wash/archives/3090/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>กราบพระศพสมเด็จพระสังฆราช</title>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/3080</link>
		<comments>http://lanpanya.com/wash/archives/3080#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 21 Dec 2013 14:07:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Logos</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ประสบการณ์ชีวิต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/wash/?p=3080</guid>
		<description><![CDATA[อยู่สวนป่ารอบที่ผ่านมาระหว่าง 29 ตค - 20 ธค 2556 เที่ยวนี้นอกจากกลับมาเยี่ยมพ่อแม่แล้ว ยังมาธรุะอีกสองเรื่อง คือมากราบพระศพของสมเด็จพระสังฆราช และจะลองเล่นเปียโน Clavinova CVP-609 ที่คิดจะซื้อ วันนี้ไปวัดบวรนิเวศวรมหาวิหารเพื่อกราบพระศพสมเด็จพระสังฆราชก่อน
หนักใจเหมือนกันว่าจะหาที่จอดรถยังไง เพราะว่าวัดบวรอยู่ใกล้กับการชุมนุม แต่ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว วันนี้ก็วัดดวงเลย ขับดุ่ยๆ ลุยไปเลย เส้นทางไหนใช้ได้หรือมีการปิดการจราจรก็ไม่รู้ ลงทางด่วนที่ถนนพระรามหก ลัดเลาะไปตามถนนรอง โผล่ที่หน้าวัดเบญจมบพิตร ไม่มีร่องรอยการปะทะ


จากนั้นลัดเลาะไปวัดบวร โชคดีเหลือหลาย ระหว่างที่เข้าใกล้วัด ยังไม่มีทีท่าจะจอดรถได้ อยู่ดีๆ รถที่จอดอยู่ริมถนน (ประมาณประตูหน้าของรถผม) ก็ขับออกมาจากที่จอดซะงั้น ก็เลยได้ที่จอดริมถนนไม่ไกลจากวัด

เมื่อเข้าไปในวัด ในเขตพุทธาวาส วันนี้มีงานอุปสมบทพระ 11 รูป แต่พระศพตั้งอยู่ด้านใน เดินเข้าไปต่อคิว ถอดรองเท้า มีทหารอำนวยความสะดวกอยู่ แล้วเดินขึ้นตำหนัก
   
ผมหยุดถ่ายภาพให้คนข้างหลังแซงไปก่อน พอถ่ายภาพเสร็จ เจ้าหน้าที่กั้นพอดี ห้องเต็มแล้ว นี่กลับเป็นเรื่องดี เพราะว่าเวลาผมเข้าไปกราบ ได้อยู่แถวหน้าเลย

[พสกนิกรยังทยอยสักการัพระศพ 'สมเด็จพระสังฆราช']
เมื่อออกมาจากวัด งานอุปสมบทยังไม่เสร็จ นาคกำลังโปรยทานอยู่ ผมไม่ได้เข้าไปแย่งหรอกครับ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>อยู่สวนป่ารอบที่ผ่านมาระหว่าง 29 ตค - 20 ธค 2556 เที่ยวนี้นอกจากกลับมาเยี่ยมพ่อแม่แล้ว ยังมาธรุะอีกสองเรื่อง คือมากราบพระศพของสมเด็จพระสังฆราช และจะลองเล่นเปียโน Clavinova CVP-609 ที่คิดจะซื้อ วันนี้ไปวัดบวรนิเวศวรมหาวิหารเพื่อกราบพระศพสมเด็จพระสังฆราชก่อน</p>
<p>หนักใจเหมือนกันว่าจะหาที่จอดรถยังไง เพราะว่าวัดบวรอยู่ใกล้กับการชุมนุม แต่ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว วันนี้ก็วัดดวงเลย ขับดุ่ยๆ ลุยไปเลย เส้นทางไหนใช้ได้หรือมีการปิดการจราจรก็ไม่รู้ ลงทางด่วนที่ถนนพระรามหก ลัดเลาะไปตามถนนรอง โผล่ที่หน้าวัดเบญจมบพิตร ไม่มีร่องรอยการปะทะ</p>
<p><a href="http://lanpanya.com/wash/files/2013/12/20131221_125158.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-3081" title="20131221_125158" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/12/20131221_125158-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></p>
<p><span id="more-3080"></span></p>
<p>จากนั้นลัดเลาะไปวัดบวร โชคดีเหลือหลาย ระหว่างที่เข้าใกล้วัด ยังไม่มีทีท่าจะจอดรถได้ อยู่ดีๆ รถที่จอดอยู่ริมถนน (ประมาณประตูหน้าของรถผม) ก็ขับออกมาจากที่จอดซะงั้น ก็เลยได้ที่จอดริมถนนไม่ไกลจากวัด</p>
<p><a href="http://lanpanya.com/wash/files/2013/12/20131221_130638.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-3083" title="20131221_130638" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/12/20131221_130638-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></p>
<p>เมื่อเข้าไปในวัด ในเขตพุทธาวาส วันนี้มีงานอุปสมบทพระ 11 รูป แต่พระศพตั้งอยู่ด้านใน เดินเข้าไปต่อคิว ถอดรองเท้า มีทหารอำนวยความสะดวกอยู่ แล้วเดินขึ้นตำหนัก</p>
<p><a href="http://lanpanya.com/wash/files/2013/12/20131221_131410.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-3082" title="20131221_131410" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/12/20131221_131410-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a> <a href="http://lanpanya.com/wash/files/2013/12/20131221_131651.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-3084" title="20131221_131651" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/12/20131221_131651-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a> <a href="http://lanpanya.com/wash/files/2013/12/20131221_131655.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-3085" title="20131221_131655" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/12/20131221_131655-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a> <a href="http://lanpanya.com/wash/files/2013/12/20131221_131903.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-3086" title="20131221_131903" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/12/20131221_131903-225x300.jpg" alt="" width="225" height="300" /></a></p>
<p>ผมหยุดถ่ายภาพให้คนข้างหลังแซงไปก่อน พอถ่ายภาพเสร็จ เจ้าหน้าที่กั้นพอดี ห้องเต็มแล้ว นี่กลับเป็นเรื่องดี เพราะว่าเวลาผมเข้าไปกราบ ได้อยู่แถวหน้าเลย</p>
<p><a href="http://lanpanya.com/wash/files/2013/12/20131221_132200.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-3087" title="20131221_132200" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/12/20131221_132200.jpg" alt="" width="500" height="375" /></a></p>
<p>[<a href="http://www.thairath.co.th/content/edu/382348" target="_blank">พสกนิกรยังทยอยสักการัพระศพ 'สมเด็จพระสังฆราช'</a>]</p>
<p>เมื่อออกมาจากวัด งานอุปสมบทยังไม่เสร็จ นาคกำลังโปรยทานอยู่ ผมไม่ได้เข้าไปแย่งหรอกครับ รีบเดินข้ามถนนมาฝั่งมูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัย หลวงพี่ชัยวุธเคยบอกว่ามีตำราดีๆ เยอะเหมือนกัน เคยมาซื้อหลายครั้งแล้ว&#8230; ตามนิสัย ผมเดินมองพื้น (นิสัยจากสวนป่า กลัวเหยียบมด) พอเงยหน้าขึ้นมา อ้าว ตรงที่เขาเคยขายหนังสือกำลังรื้อปรับปรุงขนานใหญ่ เจ้าหน้าที่คงเห็นผมสะดุ้งเฮือก ก็เลยชี้เข้าไปข้างใน เดินเข้าไปสักนิด เจอป้ายชี้ว่า &#8220;Bookstore ชั้นสอง&#8221; ช่างผสมผสานได้ดีจัง หนังสือเป็นภาษาไทยกับบาลีตัวไทยทั้งหมด ไม่น่าจะมีฝรั่งมาซื้อ&#8230; หยิบมาสามเล่ม ขากลับ ขับผ่านสะพานผ่านฟ้า คึกคักดี มีร้านขายของที่ระลึกเพียบ จะไปกราบหลวงพี่ติ๊ก ก็ขับตัดข้ามไปไม่ได้ อีกทั้งไม่รู้ว่าท่านติดกิจนิมนต์ที่ใดหรือเปล่า ก็เลยกลับครับ</p>
<p><a href="http://lanpanya.com/wash/files/2013/12/20131221_163203.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-3088" title="20131221_163203" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/12/20131221_163203-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a> <a href="http://lanpanya.com/wash/files/2013/12/20131221_135254.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-3089" title="20131221_135254" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/12/20131221_135254-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/wash/archives/3080/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>เฮสิบ ห้วยขาแข้ง</title>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/3079</link>
		<comments>http://lanpanya.com/wash/archives/3079#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 11 Dec 2013 08:19:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Logos</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[การศึกษานอกระบบ การศึกษาตามอัธยาศัย]]></category>

		<category><![CDATA[ธรรมชาติ สัตว์ ต้นไม้ สิ่งแวดล้อม]]></category>

		<category><![CDATA[ประสบการณ์ชีวิต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/wash/?p=3079</guid>
		<description><![CDATA[ว่างเว้นไปปีครึ่ง ด้วยภารกิจของญาติเฮแต่ละท่าน (เฮเก้า) คราวนี้พี่บู๊ดแจ้งข่าวมาแต่เนิ่นๆ ทำให้แต่ละคนมีเวลาจัดการเวลาว่างให้ตรงกันได้ (ยกเว้นน้าอึ่งอ๊อบซึ่งติดภารกิจจริงๆ แต่ก็ยังช่วยประสานงานให้พวกเรา ขอบคุณนะครับ)
งานเฮฮาศาสตร์ไม่ใช่เป็นเพียงการไปเที่ยว ไม่ใช่ study tour ที่ต่างคนต่างเรียนรู้ไปเอง แต่เป็นการร่วมกันศึกษาเรียนรู้ เนื่องจากชาวเฮฮาศาสตร์มาจากหลายหลายสาขาอาชีพ หลายภูมิภาค ด้วยพื้นฐานความรู้ความชำนาญประสบการณ์ที่แตกต่างกัน จึงช่วยให้กลุ่มได้รับประโยชน์จากมุมมองที่แตกต่างเสมอมา นอกจากการศึกษาร่วมกันแล้ว ทุกครั้งยังต้องมีเวลาคุยกันเองอย่างจริงจัง เราทิ้งบางอย่างที่มีค่าไว้ในพื้นที่ด้วย และตัวเราต้องไม่เป็นภาระแก่ &#8220;เจ้าภาพ&#8221; มากนัก
งานเฮสิบมีพี่บู๊ด ร่วมกับ สปก. จัดขึ้นภายใต้งาน &#8220;การประชุมสัมนาเครือข่ายอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและฟื้นฟูสภาพแวดล้อมในเขตปฏิรูปที่ดิน&#8221; กำหนดการอยู่ระหว่างวันที่ 6-10 ธค 2556 โดยวันที่ 6 เป็นวันเดินทางไป และวันที่ 10 เป็นวันเดินทางกลับ
เพื่อให้เข้าใจบริบทของพื้นที่ เช้าวันที่ 7 ธค จึงเริ่มด้วยเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ซึ่งเป็นมรดกโลกด้วย เรื่องของชีวิตเป็นเรื่องละเอียดอ่อนเสมอ สัตว์ป่าไม่ควรคุ้นเคยกับคน เพราะหากคุ้นเคยแล้ว จะแยกพรานไม่ออกและอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต ดังนั้นจึงควรจำกัดจำนวนรถซึ่งสร้างเสียงดังแปลกปลอมขึ้นในป่า และการพบสัตว์ป่าถือเป็นโอกาสพิเศษเสมอ
ห้วยขาแข้งเป็นส่วนของป่าตะวันตก เป็นถิ่นอาศัยของสัตว์ป่า เช่นเสือโคร่งแต่ละตัว อาจต้องมีอาณาเขตหากินครอบคลุมถึง 100 ตารางกิโลเมตร พื้นที่ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง 2,780 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ว่างเว้นไปปีครึ่ง ด้วยภารกิจของญาติเฮแต่ละท่าน (<a href="http://lanpanya.com/wash/archives/2920" target="_blank">เฮเก้า</a>) คราวนี้พี่บู๊ดแจ้งข่าวมาแต่เนิ่นๆ ทำให้แต่ละคนมีเวลาจัดการเวลาว่างให้ตรงกันได้ (ยกเว้นน้าอึ่งอ๊อบซึ่งติดภารกิจจริงๆ แต่ก็ยังช่วยประสานงานให้พวกเรา ขอบคุณนะครับ)</p>
<p>งานเฮฮาศาสตร์ไม่ใช่เป็นเพียงการไปเที่ยว ไม่ใช่ study tour ที่ต่างคนต่างเรียนรู้ไปเอง แต่เป็นการร่วมกันศึกษาเรียนรู้ เนื่องจากชาวเฮฮาศาสตร์มาจากหลายหลายสาขาอาชีพ หลายภูมิภาค ด้วยพื้นฐานความรู้ความชำนาญประสบการณ์ที่แตกต่างกัน จึงช่วยให้กลุ่มได้รับประโยชน์จากมุมมองที่แตกต่างเสมอมา นอกจากการศึกษาร่วมกันแล้ว ทุกครั้งยังต้องมีเวลาคุยกันเองอย่างจริงจัง เราทิ้งบางอย่างที่มีค่าไว้ในพื้นที่ด้วย และตัวเราต้องไม่เป็นภาระแก่ &#8220;เจ้าภาพ&#8221; มากนัก</p>
<p>งานเฮสิบมีพี่บู๊ด ร่วมกับ สปก. จัดขึ้นภายใต้งาน &#8220;การประชุมสัมนาเครือข่ายอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและฟื้นฟูสภาพแวดล้อมในเขตปฏิรูปที่ดิน&#8221; กำหนดการอยู่ระหว่างวันที่ 6-10 ธค 2556 โดยวันที่ 6 เป็นวันเดินทางไป และวันที่ 10 เป็นวันเดินทางกลับ</p>
<p><span id="more-3079"></span>เพื่อให้เข้าใจบริบทของพื้นที่ เช้าวันที่ 7 ธค จึงเริ่มด้วยเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ซึ่งเป็นมรดกโลกด้วย เรื่องของชีวิตเป็นเรื่องละเอียดอ่อนเสมอ สัตว์ป่าไม่ควรคุ้นเคยกับคน เพราะหากคุ้นเคยแล้ว จะแยกพรานไม่ออกและอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต ดังนั้นจึงควรจำกัดจำนวนรถซึ่งสร้างเสียงดังแปลกปลอมขึ้นในป่า และการพบสัตว์ป่าถือเป็นโอกาสพิเศษเสมอ</p>
<p>ห้วยขาแข้งเป็นส่วนของป่าตะวันตก เป็นถิ่นอาศัยของสัตว์ป่า เช่นเสือโคร่งแต่ละตัว อาจต้องมีอาณาเขตหากินครอบคลุมถึง 100 ตารางกิโลเมตร พื้นที่ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง 2,780 ตร.กม. จึงไม่พอสำหรับเสือโคร่ง 80-100 ตัวที่คาดว่ามีอยู่ในห้วยขาแข้ง เมื่ออาณาเขตทับกัน มันก็จะสู้กัน แต่เสือโคร่งเป็นสัตว์กินเนื้อ หมายความว่านอกจากพื้นที่แล้ว ยังต้องมีสัตว์อื่นที่อาศัยอยู่ในธรรมชาติได้อีก เพื่อให้มีห่วงโซ่อาหารทั้งสัตว์กินพืชและสัตว์กินเนื้อ และอยู่ห่างไกลจากชุมชนเพื่อความปลอดภัยของคน</p>
<p>กรณีนี้ไม่ใช่ว่าคนไม่มีที่ทำกินแล้วยังจะไปกันพื้นที่ให้สัตว์อยู่หรอกครับ พื้นที่ป่าเหลือน้อยมากแล้ว การจัดสรรที่ดินทำกินต้องไม่รุกล้ำเข้าไปในป่าอีกต่อไป ส่วนพื้นที่ที่มีการบุกรุกทำลายป่าไปแล้ว&#8230; ป่าใช้เวลายี่สิบปีกว่าที่พอจะฟื้นตัวได้ สวนป่าของครูบาสุทธินันท์เป็นตัวอย่างในการพลิกฟื้นพื้นที่แห้งแล้งให้กลายเป็นป่าสมบูรณ์ แม้จะเป็นป่าปลูก ก็ปลูกพรรณไม้หลากหลาย ผสมผสานระหว่างชีวิตคนและป่า เก็บพืชกินได้มาบริโภคโดยไม่ต้องตัดต้นไม้ ผ่านไปยี่สิบปี ป่าปลูกก็แน่นขนัด จนลูกไม้รุ่นหลังเริ่มเกิดขึ้นได้เอง จนในปัจจุบันนี้ ใช้วิธี <em>เก็บกินแทนทำกิน</em> พืชผักผลไม้ต่างๆ สดมาก สดเป็นระยะห้าเมตรสิบเมตรก็ถึงครัวแล้ว ที่มีปริมาณมากเกินบริโภคยังขายได้อีก</p>
<p>การสนับสนุนจากภาครัฐทางด้านงบประมาณมีไม่พอกับปริมาณงาน ว่ากันที่จริง กระบวนการงบประมาณก็พิลึกพิลั่นอยู่แล้ว เริ่มตั้งแต่ถูกเจ้าหน้าที่สำนักงบประมาณตัดทอนเพื่อให้ลงกรอบงบประมาณ กระเป๋าเงินสำคัญกว่าภารกิจหลักที่ต้องทำ แต่การจัดซื้อสำคัญกว่าอะไรทั้งหมด เจ้าหน้าที่ทำงานด้วยความยากลำบาก เงินเดือนน้อยนิด งานหนัก แถมยังต้องออกเงินเองอีกหลายกรณี แต่เขาก็ทำงานด้วยใจรัก ยอมเสียสละ</p>
<p>เราเข้าฟังคำบรรยายภาพรวมเกี่ยวกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งจาก<em>คุณศักรินทร์ วิชาจารย์</em> ก่อนไปคารวะอนุสาวรีย์ท่านสืบ นาคะเสถียร พอดี<em>คุณสมโภชน์ มณีรัตน์</em> หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เสร็จธุระกลับเข้ามาพอดี จึงได้ฟังข้อจำกัดของงานที่ห้วยขาแข้งในแนวลึก สร้างความเข้าใจในบริบทของพื้นที่และงานมากขึ้น เรากินข้าวกลางวันที่ห้วยขาแข้ง</p>
<p>จากนั้นบ่ายหน้าเข้าเมืองอุทัยธานี ไปวัดจันทาราม (วัดท่าซุง) ซึ่งผมเคยมาตั้งแต่ปี 2511 ตั้งแต่<em>หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ</em>ยังไม่มีผู้คนมาขึ้นมาก หลวงพ่อยังอยู่กุฏิริมน้ำ ยังไม่มีฝั่งวิหารแก้ว ต้องข้ามแพขนานยนต์ ไม่มีถนนราดยาง ไม่มีน้ำประปา พ่อเคยทอดผ้าป่าที่นี่ได้ปัจจัยมากมายเลื่องลือกันไปหลายจังหวัด และพ่อสร้างระบบประปาให้กับวัด เครื่องนี้ยังอยู่ตามทางไปวังมัจฉาแต่ไม่ได้ใช้งานมานานแล้ว ผมได้อ่านต้นฉบับหนังสือประวัติหลวงพ่อปานตั้งแต่ยังไม่ตีพิมพ์เลย สำหรับญาติเฮซึ่งไม่เคยมา อยากดูอะไรก็ดูครับ คำสอนของหลวงพ่อมีค่าที่สุด</p>
<p>แล้วเราก็มุ่งหน้าสู่เขตเมืองเก่าอุทัยธานี แวะไปดูวัดอุโปสถาราม (วัดโบสถ์) มีภาพเขียนฝีมือช่างชั้นครูสมัยรัชกาลที่ ๓ พอใกล้ค่ำ เราก็ขึ้นเขาสะแกกรังดูเมืองอุทัยธานี ไหว้พระ กราบพระบรมรูปสมเด็จพระปฐมบรมชนกนาถ (พระบิดาของรัชกาลที่ ๑) อาราธนาพระบารมีของสมเด็จพระมหากษัตริยาธิราชคุ้มครองประเทศชาติอย่าให้เกิดความไม่สงบจากความขัดแย้งทางความคิดเลย (ต่อมาอีกสองวัน มีคนห้าล้านคนออกมาประท้วงโดยไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้น) แล้วปล่อยโคมลอย ลอยทุกข์ ลอยโศก บำบัดความเครียดสะสม</p>
<p>เมื่อได้เวลา เราลงมาในเมืองไปพบท่านเลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) <em>ดร.วีระชัย นาควิบูลย์วงศ์</em> ซึ่งท่านข้ามมาจากเขาใหญ่เพื่อมาพบปะกับพวกเรา และพบกับ<em>ท่านสมพงษ์ สุทธิวงศ์</em> ผู้ซึ่งใช้เวลาทั้งชีวิตปกป้องรักษาผืนป่าตะวันตกนี้ในภาคประชาชน ก่อนหน้าที่ท่านเลขาธิการ สปก. จะมาถึง เรายังได้พบกับ<em>คุณสุริยน พัชรครุกานนท์</em> ปฏิรูปที่ดินจังหวัดอุทัยธานี และ<em>คุณวรรณพร ดอกจำปา</em> ปฏิรูปที่ดินจังหวัดชัยนาทด้วย ดร.วีระชัย บอกว่า &#8220;การสร้างจิตสำนึกโดยชาวบ้านไม่ได้รับประโยชน์นั้น เป็นไปไม่ได้เลย&#8221; ซึ่งเรื่องนี้เห็นตรงกันที่สุดครับ เป็นสิ่งที่สวนป่ามหาชีวาลัยอีสานของครูบาทำตลอดมาตั้งแต่ปี 2537 (<a href="http://www.mapculture.org/mambo/index.php?option=com_content&amp;task=view&amp;id=549&amp;Itemid=57" target="_blank">โรงเรียนชุมชนอีสาน</a>)</p>
<p>[<a href="https://www.facebook.com/conductor.logos/media_set?set=a.10152122232291495.1073741829.706691494&amp;type=3" target="_blank">ภาพกิจกรรมของวันที่ 7 ธค 2556</a>]</p>
<p>วันต่อมาเราเดินทางไปอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ไปศึกษาเรื่องป่าและเขื่อน หลังจากที่เมื่อวานศึกษาเรื่องคนและสัตว์ มี<em>คุณประจักษ์ บัวแก้ว</em> นักวิชาการป่าไม้ปฏิบัติการ ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ เป็นผู้บรรยายลักษณะทางกายภาพของ อช.แม่วงก์ และเรามี <em>ดร.ศศิน เฉลิมลาภ</em> เลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร และ <em>ดร.สมิทธิ์ ตุงคะสมิต</em> วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต มาร่วมแจม (หลังจากค้นประวัติ เพิ่งจะรู้ว่า ดร.สมิทธิ์เป็นรุ่นน้องที่โรงเรียน) ดร.สมิทธิ์พาเอา <em>นายผัดไท รักษ์ป่า</em> (นามแฝงบนเฟสบุ๊ค) มาเล่าความในใจเกี่ยวกับแม่วงก์ การเล่าสู่กันฟังทั้งหมดทำให้เราเรียนรู้ลึกซึ้งมากขึ้น ถึงความไม่ตรงไปตรงมาของนักการเมือง&#8230; มิน่า สงสัยอยู่ว่าทั้งที่มีเสียงคัดค้านทั่วประเทศ ทำไมจึงยังดึงดันจะเอาให้ได้</p>
<p>ทางด้านพวกเรา เม้งขอคำแนะนำมาก่อนไปงานเฮห้วยขาแข้งว่าควรจะเตรียมอะไรไปด้วยหรือไม่ ผมแนะว่าน่าจะทำ simulation ของน้ำไหลตามความลาดเอียงของพื้นที่สำหรับพื้นที่แม่วงก์ให้เห็นว่าสร้างเขื่อนแล้วจะเกิดอะไรขึ้น คุ้มหรือไม่คุ้ม ผู้ชมตัดสินใจได้เอง เม้งก็ทำมาและได้รับความสนใจมากครับ โปรแกรมนี้เม้งกับลูกศิษย์เขียนเองด้วยสมการทางฟิสิกส์ธรรมดา มีประโยชน์มาก และเห็นการจำลองน้ำไหลได้ชัดเจนว่าจะเกิดประโยชน์ต่อพื้นที่ใด และเมื่อเปลี่ยนแปลงธรรมชาติ พื้นที่ใดมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น ครูบาแจมต่อในบริบทของชีวิตคนกับป่า ปราชญ์ชาวบ้านมีคุณลักษณะพิเศษที่สามารถเปลี่ยนเรื่องซับซ้อนเกี่ยวกับชีวิตคนให้เป็นภาษาง่ายๆ ที่เข้าใจได้</p>
<p>ท่านเลขาธิการ ส.ป.ก. ซึ่งตามมาฟังด้วยกล่าวปิด มอบของที่ระลึก จากนั้นพักกินข้าวก่อนเคลื่อนย้ายไปแม่เรวาซึ่งอยู่ขอบอุทยานแห่งชาติแม่วงก์เช่นกัน คุณผัดไทตามมาดูแลด้วยในฐานะเจ้าถิ่น เราได้<em>คุณสมาน รอดเหว่า</em> เจ้าหน้าที่ดูแลแม่เรวาบรรยายสภาพให้ฟัง คุณผัดไทร่วมแจม ผมไม่ลงรายละเอียดนะครับ แต่ประมวลที่ฟังมาทั้งวันแล้ว ถ้าปล่อยให้เกิดเขื่อนแม่วงก์ คิดว่าจะเกิดผลเสียมหาศาล ลงทุนสูง เก็บน้ำได้น้อย มีประโยชน์สำหรับการชลประทาน<em>ในหน้าฝน</em> (หว่า&#8230; แล้วจะสร้างไปทำซากอะไร ต้องประกาศยกเลิกพื้นที่เขตอุทยาน อ้างเป็นเขตป่าเสื่อโทรมซึ่งในข้อเท็จจริง เมื่อประกาศเป็นเขตอุทยานยี่สิบปี ป่าก็ฟื้นแล้ว นายทุนจะเข้าไปตัดไม้ เงินก็เสียเป็นค่าสร้างเขื่อน แพงก็แพง เก็บน้ำได้น้อย รุกพื้นที่ของสัตว์ป่า แล้วยังดันทุรังจะสร้างอีก)</p>
<p>แล้วก็ไปขึ้น<em>มออีหืด</em> ระยะทางเดินประมาณ 1 กิโลเมตร จากระดับความสูงประมาณ 150 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง ไปจนถึงความสูง 303 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง มีที่พักสองแห่ง&#8230; ควรจะมีป้ายบอกก่อนขึ้นด้วย เพราะความสูงประมาณ 150 เมตรนี้ เป็นข้อจำกัดของคนทั่วไป แต่สำหรับคนที่มีข้อจำกัดทางร่างกาย จะได้ไม่ฝืนสังขาร บางช่วงชันและลื่น ก็เป็นไปตามสภาพของแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ</p>
<p>เรากลับมากินข้าวเย็นที่ที่พัก แล้วก็ตั้งวงคุยกันตามสไตล์ชาวเฮ คราวนี้มีเพื่อนใหม่มาเพิ่มอีกหลายท่าน จึงลงมติทำความรู้จักกันให้มากกว่าการปฏิสันถารทั่วไปก่อน กว่าจะจบก็ดึกแล้ว แต่ก็รู้สึกว่าจะได้ครบนะครับ</p>
<p>[<a href="https://www.facebook.com/conductor.logos/media_set?set=a.10152124610086495.1073741831.706691494&amp;type=1" target="_blank">ภาพกิจกรรมของวันที่ 8 ธค 2556</a>]</p>
<p>สำหรับวันที่สี่ในงานนี้ มีหลายท่านต้องเดินทางกลับก่อน ญาติสายใต้จะลงไปไชยา ทุ่งสง และปัตตานี ใช้เวลาขับรถสองวัน จึงต้องออกวันนี้ สำหรับญาติสายเหนือ วันรุ่งขึ้นเป็นวันเกิดของอาราม พี่ครูอึ่งจึงอยากให้เขาได้พักทั้งวัน ก็เลยลากลับก่อน แต่เรามีพันธะจะขึ้นเวทีวิชาการ &#8220;การประชุมสัมนาเครือข่ายอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและฟื้นฟูสภาพแวดล้อมในเขตปฏิรูปที่ดิน&#8221; จัดโดย สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) มูลนิธิห้วยขาแข้งจังหวัดอุทัยธานี และมูลนิธิหนองขาหย่างเพื่อการพัฒนาชนบทอุทัยธานี หลังจากเวทีนี้ก็มีการทอดผ้าป่า ซึ่งจะต้องเสร็จก่อนเพลด้วย ดังนั้นเวลาสำหรับวิทยากรท้ายๆ จึงเหลือไม่มาก (ผมเป็นคนสุดท้าย)</p>
<p>มีเรื่องมากมายที่อยากจะแลกเปลี่ยนแต่เวลาไม่อำนวยครับ เอามาเขียนไว้ตรงนี้ก็แล้วกัน</p>
<ul>
<li>ชื่องาน:<br />
 ทรัพยากร = สิ่งที่มีค่า และมีอยู่อย่างจำกัด ใช้แล้วก็หมดไปหรือฟื้นฟูได้ไม่เร็วนัก<br />
 อนุรักษ์ = การปกป้องรักษาสิ่งที่มีค่าเอาไว้<br />
 ฟื้นฟู = พยายามบูรณะให้กลับมาอยู่ในสภาพเดิม (หรือดีกว่าเดิม)<br />
 &#8212; ทั้งหมดนั้นคือสิ่งที่เราพยายามจะทำกันอยู่ในวันนี้</li>
<li>คนกับป่าอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข <em>โมเดลการเก็บกินแทนทำกิน</em> ของครูบาซึ่งท่านเขียนไว้ในหนังสือ<em>โมเดลบุรีรัมย์</em> เป็นทางตรงไปสู่ชีวิตพอเพียง</li>
<li>ป่าเป็นทรัพยากรที่คนเรามักมองข้าม ใบไม้คายน้ำตามธรรมชาติ ทำให้ป่ามีความชุ่มชื้น เมื่อมีความชุ่มชื้น ดินก็ชื้น ทำให้ปลายรากไม้ทำงานหาอาหารได้ดีขึ้น ต้นไม้โต ความชื้นทำให้เกิด <a href="http://www.youtube.com/watch?v=vLfWnX0ahtc" target="_blank">evaporative cooling</a> โดยธรรมชาติ ทำให้อากาศเย็นสบาย เมื่ออากาศเหนือป่าเย็น ฝนก็ตก สวนป่ามหาชีวาลัยอีสานมีป่าเนื้อที่ 600 ไร่ ทำให้อากาศภายในสวนป่าเย็นกว่าข้างนอกสองสามองศาเสมอ แม้ในยามที่อากาศร้อนตับแตก แต่สวนป่าเย็นสบาย แม้จะปลูกป่าในเนื้อที่มากมาย (1 ตร.กม) ปลูกแล้วไม่ต้องประคบประหงม ไม่ต้องรดน้ำ ไม่ต้องใส่ปุ๋ย ปล่อยให้เทวดารดน้ำให้ ดินที่เคยร้อนเพราะแดดเผาจนต้องตะแคงเท้าเดินกลับกลายเป็นดินดีได้ ผักผลไม้ที่สวนป่างอกงามมาก</li>
<li>มีต้นยูคาอยู่ต้นหนึ่ง ครูบาปลูกเองกับมือเมื่อยี่สิบห้าปีก่อน สูงประมาณ 25 เมตร แต่จะต้องเอาลงเพราะอยู่ใกล้บริเวณที่จะปลูกสร้างโรงเรือน ต้นเปลาตรงเด่แต่ปลวกดินแก่น เมื่อตัดลงมาเนื้อไม้สีชมพู ให้คนตัดไม้ตีราคา เขาบอกว่าถ้าปลวกไม่กินแก่น จะสร้างบ้านได้สี่หลัง แต่เพราะตรงกลางเป็นโพรงที่ฐาน จึงสร้างได้เพียงสามหลัง แต่แม้หายไปหลังหนึ่ง ก็ยังดีราคาไม้ได้สามหมื่นบาท &#8212; ปลูกยูคาหนึ่งต้น ต้นทุนห้าบาทบวกกับเวลาสองนาที ปล่อยทิ้งไว้ให้เทวดาเลี้ยงตามหัวไร่ปลายนา ผ่านไปยี่สิบห้าปี เปลี่ยนเป็นเงินสามหมื่น ปลูกร้อยต้นได้สามล้าน ปลูกพันต้นได้สามสิบล้าน; ส่งลูกส่งหลานไปเรียนและทำงานในเมือง ทิ้งพ่อทิ้งแม่ ทำงานทั้งชาติจะหาเงินขนาดนี้ได้หรือ</li>
<li>แต่ระหว่างรอต้นไม้โต จะหารายได้จากไหน? ก็ปลูกพืชอย่างอื่นสิครับ ปลูกพืชที่กินได้ เก็บกินทุกวัน ทำไมต้องซื้อ ลดค่าใช้จ่ายได้มหาศาล วันหนึ่ง 24 ชั่วโมง นอนซะ 8 ชั่วโมง กิน 1 ชั่วโมง หากค่าใช้จ่ายลดลงได้เพราะถึงเราไม่ซื้อก็ไม่อดตายแล้ว เวลาที่เหลืออีกวันละ 15 ชั่วโมง จะหาเงินสุจริตแบบไหน โอเคทั้งนั้น</li>
<li>ป่าคือแหล่งพลังงานที่คนมักไม่เข้าใจ เนื้อไม้เป็นไฮโดรคาร์บอน เมื่อเผาจะให้พลังงาน&#8230; เรื่องนี้วิญญูชนก็ดูเหมือนเข้าใจดี แต่ที่จริงแล้วเข้าใจไม่ลึกซึ้งพอ</li>
<li>การตัดต้นไม้มาเผาเป็นฟืน ต้นไม้ใช้เวลาโตสิบปี โค่นลงมาเป็นฟืน เผาหมดในสองชั่วโมง เป็นการขาดทุนป่นปี้&#8230; แต่หากใส่ความรู้เข้าไป เราสร้างเตา <a href="http://lanpanya.com/wash/archives/tag/gasification" target="_blank">gasifier</a> ขึ้นมา &#8212; ซึ่งชาวบ้านสร้างได้เอง ต้นทุนถูก ประสิทธิภาพสูง &#8212; เป็น carbon negative (คือถ้าปล่อยให้ไม้ย่อยสลายในธรรมชาติ จะเกิดมีเทนซึ่งร้ายกว่าคาร์บอนไดออกไซด์มากมายนัก) การเผาแบบควบคุมไม่ให้ออกซิเจนเข้าในเตา gasifier ปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยกว่าการที่ปล่อยให้ย่อยสลายตามธรรมชาติ แถมยังได้ถ่านคุณภาพสูงที่ดูดความชื้นได้ด้วย เอาไปโปรยลงดิน เปลี่ยนดินเป็นดินดำที่อุดมสมบูรณ์ เรียกว่าถ่าน <a href="http://lanpanya.com/wash/archives/tag/biochar" target="_blank">biochar</a> มีเหลือจะขายก็ได้ (ขายในราคาเหมือนปุ๋ย ไม่ใช่ขายในราคาของถ่าน รายได้จะเพิ่มขึ้นมากมาย) แล้วไม้ที่เอามาเผา ก็เป็นกิ่งไม้ที่หักตามธรรมชาติอยู่แล้ว ไม่ต้องตัดต้นไม้เลย (หรือจะตัดแต่งกิ่งก็ได้ ยิ่งตัดยิ่งแตก) ปริมาณไม้คิดเป็นน้ำหนัก ใช้กิ่งเล็กๆ ดีกว่าใช้ซุงท่อนใหญ่ๆ เมื่อเผาแล้ว ได้ก๊าซที่จุดไฟได้เป็นเปลวสีน้ำเงินเหมือนก๊าซหุงต้ม (ไม่ต้องซื้อก๊าซหุงต้มอีกต่างหาก) เศษไม้ครึ่งกิโล จุดไฟได้ครึ่งชั่วโมง พอสำหรับทำกับข้าว ถ้าไม้หมดแล้วยังทำกับข้าวไม่เสร็จ ก็เติมเศษไม้ไปได้เรื่อยๆ</li>
<li>ในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง เยอรมันถูกปิดล้อม ไม่มีน้ำมัน วิศวกรเยอรมันใช้ gasifier ผลิตก๊าซเชื้อเพลิงขึ้นมา ส่งเข้าคาร์บูเรเตอร์ใช้ขับเคลื่อนรถยนต์ได้ โดยไม่ใช้น้ำมัน แต่เพราะภูมิอากาศเขาไม่ค่อยมีกิ่งไม้ที่เอามาใช้ได้ เขาใช้ถ่านหินซึ่งเป็นไฮโดรคาร์บอนเหมือนกับไม้เช่นกัน ก็ไปได้ในระยะที่ไกลกว่าเพราะถ่านหินหนักกว่าไม้ในปริมาตรที่เท่ากัน รถเมล์และแท็กซี่ในลอนดอนสมัยเดียวกัน ก็ใช้ก๊าซเชื้อเพลิงนี้วิ่งเหมือนกัน</li>
<li>เรื่องเหล่านี้ ดูยุ่งยากที่จะเข้าใจ ซึ่งก็ดีแล้วที่ไม่มีเวลาพูดครับ เดี๋ยวจะงงกันไปใหญ่ &#8212; ประเด็นสำคัญคือเมื่อใส่ความรู้ที่ถูกต้องลงไป เทคโนโลยีชาวบ้านเป็นทางออกสำหรับคนในพื้นที่ ชาวบ้านไม่ต้องเช้าใจหลักการทำงานทางวิทยาศาสตร์ แต่สามารถสร้างตามแบบและใช้งาน+บำรุงรักษาได้เองโดยใช้วัสดุราคาถูกที่มีในพื้นที่</li>
</ul>
<p>หลังจากนั้นก็ร่วมกันทอดผ้าป่า ได้ปัจจัยรวม 215,437 บาท จากนั้นพวกที่กลับก็แยกย้ายกันครับ เม้งขับลงใต้สองวัน อารามขับขึ้นเหนือถึงบ้านหัวค่ำ ผมขับกลับบุรีรัมย์ แต่มืดกลางทางซึ่งผมไม่เสี่ยงขับรถกลางคืน ก็เลยนอนพักที่ชัยภูมิก่อนกลับสวนป่าในวันรุ่งขึ้น</p>
<p>[<a href="https://www.facebook.com/conductor.logos/media_set?set=a.10152126447976495.1073741832.706691494&amp;type=1" target="_blank">ภาพกิจกรรมของวันที่ 9 ธค 2556</a>]</p>
<p>เป็นงานเฮฮาศาสตร์ที่ประทับใจมากอีกครั้งหนึ่ง ขอขอบพระคุณพี่บู๊ด ส.ป.ก. เจ้าหน้าที่ทุกท่าน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ สำหรับการเดินทางไปศึกษาบริบทของพื้นที่ให้เห็นและเข้าใจของจริงครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/wash/archives/3079/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>กาละสักการ ที่โรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา</title>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/3077</link>
		<comments>http://lanpanya.com/wash/archives/3077#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 10 Nov 2013 06:01:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Logos</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[การศึกษา การเรียนการสอน]]></category>

		<category><![CDATA[การศึกษานอกระบบ การศึกษาตามอัธยาศัย]]></category>

		<category><![CDATA[ประสบการณ์ชีวิต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/wash/?p=3077</guid>
		<description><![CDATA[วันที่ 9 พ.ย. 2556 (9/11) โรงเรียนลำปลายมาศพัฒนาจัดงานครบรอบ 10 ปีของโรงเรียน ครูบาและอาจารย์วรภัทร์ไปขึ้นเวทีเสวนา  
โรงเรียนนี้ เรียกตัวเองว่าโรงเรียนนอกกะลา เริ่มต้นด้วยคุณเจมส์ คลาร์คนักพัฒนาซอฟต์แวร์ระดับโลกซึ่งตัดสินใจย้ายเข้ามาอาศัยอยู่ในเมืองไทยเป็นการถาวร รู้สึกหงุดหงิดกับการศึกษาไทยจึงบริจาคเงินหลายสิบล้านบาทเพื่อสร้างโรงเรียนที่อำเภอลำปลายมาศ บุรีรัมย์ และต่อมาก็ยังช่วยเหลือค่าใช้จ่ายต่างๆ รวมๆ เงินบริจาคกันทั้งหมดแล้วกว่าร้อยล้านบาท ได้โรงเรียนที่จัดการสองตั้งแต่อนุบาล ๑ จนมัธยม ๓ ที่มีปรัชญาการศึกษาดังนี้
มูลนิธิลำปลายมาศพัฒนา 
ด้วยกรอบความคิดของการศึกษาที่เอาความรู้เป็นตัวตั้งและ เป็นระบบแพ้คัดออก   ทำให้มีเด็กเพียงจำนวนหนึ่งเท่านั้นที่จะสามารถเรียนต่อไปในระดับสูงขึ้นได้  โอกาสแคบลง  ในบางกระบวนการยังเป็นการย่ำยีคุณค่าความเป็นมนุษย์ในตัวเด็กโดยการเปรียบเทียบหรือตีค่า  การใช้ความกลัวกับความอยากเป็นเครื่องล่อคนไปสู่เป้าหมายยิ่งทำให้เด็ก อ่อนแอในกระแสบริโภคนิยม วัตถุนิยม หรือค่านิยมตามอย่าง  เด็กอีกส่วนหนึ่งที่ไม่เก่งด้านวิชาการจึงถูกทิ้งระหว่างทางทั้งที่พวกเธอเหล่านั้นต่างก็มีศักยภาพด้านอื่นๆที่รอการงอกงาม
มูลนิธิลำปลายมาศพัฒนาซึ่งเป็นมูลนิธิเพื่อการกุศล  จึงก่อตั้งโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา  ที่มีทั้งระดับอนุบาล  ประถมศึกษา และ  มัธยมศึกษา  เพื่อเป็นโรงเรียนตัวอย่างในการจัดการศึกษาที่เอาชีวิตเป็นตัวตั้ง อันจะเป็นที่ที่มนุษย์ได้สร้างการเรียนรู้สำหรับมนุษย์โดยไม่ละทิ้งใครแม้แต่คนเดียว ซึ่งจะมีครู พ่อแม่  และชุมชนร่วมมือกันในการเกื้อหนุนให้เด็กทุกๆคนได้มีโอกาสที่จะประสบความ สำเร็จและงอกงามได้ตามศักยภาพตามความถนัดและตามความปรารถนาของตน
เชิญร่วมบริจาคในการจัดการศึกษาเพื่อการกุศล  และ   เพื่อการขยายผลอันจะส่งผลต่อการพัฒนาการศึกษาของประเทศไทยผ่านมูลนิธิลำปลายมาศพัฒนา  wichian@lpmp.org


ได้มาเป็น:

โรงเรียนที่ไม่มีการสอบ
โรงเรียนที่ไม่มีเสียงระฆัง
โรงเรียนที่ไม่มีดาวให้ผู้เรียน
โรงเรียนที่ไม่มีครูอบรมหน้าเสาธง
โรงเรียนที่ไม่ได้จัดลำดับความสามารถผู้เรียน
โรงเรียนที่ครูสอนด้วยเรียงเบาที่สุด
โรงเรียนที่พ่อแม่ต้องมาเรียนรู้ร่วมกับลูก
โรงเรียนที่ทุกคนได้เรียนรู้อย่างมีความสุข

&#8220;There is [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>วันที่ 9 พ.ย. 2556 (9/11) โรงเรียนลำปลายมาศพัฒนาจัดงานครบรอบ 10 ปีของโรงเรียน ครูบาและอาจารย์วรภัทร์ไปขึ้นเวทีเสวนา <span id="fbPhotoSnowliftCaption" class="fbPhotosPhotoCaption"><span class="hasCaption"><span> </span></span></span></p>
<p><a href="http://lanpanya.com/wash/files/2013/11/20131109_091613.jpg"><img class="alignright size-medium wp-image-3078" title="20131109_091613" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/11/20131109_091613-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a>โรงเรียนนี้ เรียกตัวเองว่าโรงเรียนนอกกะลา เริ่มต้นด้วยคุณ<a href="http://en.wikipedia.org/wiki/James_Clark_%28programmer%29" target="_blank">เจมส์ คลาร์ค</a>นักพัฒนาซอฟต์แวร์ระดับโลกซึ่งตัดสินใจย้ายเข้ามาอาศัยอยู่ในเมืองไทยเป็นการถาวร รู้สึกหงุดหงิดกับการศึกษาไทยจึงบริจาคเงินหลายสิบล้านบาทเพื่อสร้างโรงเรียนที่อำเภอลำปลายมาศ บุรีรัมย์ และต่อมาก็ยังช่วยเหลือค่าใช้จ่ายต่างๆ รวมๆ เงินบริจาคกันทั้งหมดแล้วกว่าร้อยล้านบาท ได้โรงเรียนที่จัดการสองตั้งแต่อนุบาล ๑ จนมัธยม ๓ ที่มีปรัชญาการศึกษาดังนี้</p>
<blockquote><p><strong>มูลนิธิลำปลายมาศพัฒนา </strong></p>
<p>ด้วยกรอบความคิดของการศึกษาที่เอาความรู้เป็นตัวตั้งและ เป็นระบบแพ้คัดออก   ทำให้มีเด็กเพียงจำนวนหนึ่งเท่านั้นที่จะสามารถเรียนต่อไปในระดับสูงขึ้นได้  โอกาสแคบลง  ในบางกระบวนการยังเป็นการย่ำยีคุณค่าความเป็นมนุษย์ในตัวเด็กโดยการเปรียบเทียบหรือตีค่า  การใช้ความกลัวกับความอยากเป็นเครื่องล่อคนไปสู่เป้าหมายยิ่งทำให้เด็ก อ่อนแอในกระแสบริโภคนิยม วัตถุนิยม หรือค่านิยมตามอย่าง  เด็กอีกส่วนหนึ่งที่ไม่เก่งด้านวิชาการจึงถูกทิ้งระหว่างทางทั้งที่พวกเธอเหล่านั้นต่างก็มีศักยภาพด้านอื่นๆที่รอการงอกงาม</p>
<p>มูลนิธิลำปลายมาศพัฒนาซึ่งเป็นมูลนิธิเพื่อการกุศล  จึงก่อตั้งโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา  ที่มีทั้งระดับอนุบาล  ประถมศึกษา และ  มัธยมศึกษา  เพื่อเป็นโรงเรียนตัวอย่างในการจัดการศึกษาที่เอาชีวิตเป็นตัวตั้ง อันจะเป็นที่ที่มนุษย์ได้สร้างการเรียนรู้สำหรับมนุษย์โดยไม่ละทิ้งใครแม้แต่คนเดียว ซึ่งจะมีครู พ่อแม่  และชุมชนร่วมมือกันในการเกื้อหนุนให้เด็กทุกๆคนได้มีโอกาสที่จะประสบความ สำเร็จและงอกงามได้ตามศักยภาพตามความถนัดและตามความปรารถนาของตน</p>
<p>เชิญร่วมบริจาคในการจัดการศึกษาเพื่อการกุศล  และ   เพื่อการขยายผลอันจะส่งผลต่อการพัฒนาการศึกษาของประเทศไทยผ่านมูลนิธิลำปลายมาศพัฒนา <span style="border-collapse: separate; font-style: normal; font-variant: normal; font-weight: normal; letter-spacing: normal; line-height: normal; text-indent: 0px; text-transform: none; white-space: normal; word-spacing: 0px; font-family: Times New Roman; color: #000000; font-size: medium;"><span style="border-collapse: collapse; font-size: 13px; text-align: left; font-family: arial,sans-serif; color: #555555;"> <span class="mh-hyperlinked"><a href='http://mailhide.recaptcha.net/d?k=01zcO3W31RVWQJnm_ll59TZw==&c=2hRc3bTpgN3ETzZ5DJ6REe9JjCkYga-q-po5Hcm-dys=' onclick="window.open('http://mailhide.recaptcha.net/d?k=01zcO3W31RVWQJnm_ll59TZw==&amp;c=2hRc3bTpgN3ETzZ5DJ6REe9JjCkYga-q-po5Hcm-dys=', '', 'toolbar=0,scrollbars=0,location=0,statusbar=0,menubar=0,resizable=0,width=500,height=300'); return false;">wichian@lpmp.org</a></span></span></span></p>
</blockquote>
<p><span id="more-3077"></span></p>
<p>ได้มาเป็น:</p>
<ul>
<li>โรงเรียนที่ไม่มีการสอบ</li>
<li>โรงเรียนที่ไม่มีเสียงระฆัง</li>
<li>โรงเรียนที่ไม่มีดาวให้ผู้เรียน</li>
<li>โรงเรียนที่ไม่มีครูอบรมหน้าเสาธง</li>
<li>โรงเรียนที่ไม่ได้จัดลำดับความสามารถผู้เรียน</li>
<li>โรงเรียนที่ครูสอนด้วยเรียงเบาที่สุด</li>
<li>โรงเรียนที่พ่อแม่ต้องมาเรียนรู้ร่วมกับลูก</li>
<li>โรงเรียนที่ทุกคนได้เรียนรู้อย่างมีความสุข</li>
</ul>
<p>&#8220;There is no doubt that this is a world-class school.&#8221; &#8212; Greg Cairnduff, Program Director, Bachelor of Teaching, Faculty of Education, University of Tasmania, Australia</p>
<p>กว่าจะมาถึงขั้นนี้ บุคลากรที่เกี่ยวข้องต่างๆ ต้องฝ่าฟันยืดหยัดที่จะอยู่นอกกะลามาเป็นระยะเวลายาวนาน ต้องขอแสดงความยินดีและขอบคุณด้วยความจริงใจครับ</p>
<p>
<object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="480" height="360" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="src" value="//www.youtube.com/v/Dq0llrCYtCQ?version=3&amp;hl=en_US&amp;rel=0" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="480" height="360" src="//www.youtube.com/v/Dq0llrCYtCQ?version=3&amp;hl=en_US&amp;rel=0" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object>
</p>
<p>ส่วนเวทีเสวนา<span id="fbPhotoSnowliftCaption" class="fbPhotosPhotoCaption"><span class="hasCaption"><span> &#8220;การศึกษาจากรากหญ้าสู่นาซ่</span><span>า&#8221; ดำเนินการเสวนาโดยคุณประสาน</span><span> อิงคนันท์ จากทีวีบูรพา วิทยากรมีพ่อครูบาสุทธินันท</span>์ ปรัชญพฤทธิ์ ปราชญ์รากหญ้า และ ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ ปราชญ์นาซ่า</span></span><span id="fbPhotoSnowliftTagList" class="fbPhotoTagList"><span class="fcg"> เป็น</span></span>กระตุกความคิด ซึ่งเป็นการพูดเรื่องจริงในมุมที่ไม่ค่อยมีใครมอง สำหรับคนใจกว้างจะได้รับประโยชน์มาก ส่วนคนใจแคบจะเห็นเรื่องที่ตนคิดไม่ถึง/ไม่เคยมองเป็นเรื่องแปลกประหลาด</p>
<p>ผมฟังแล้วคิดว่าเราไม่สามารถจะปฏิรูปการศึกษาโดยคนที่ก่อปัญหานี้ขึ้นเองได้ ควรจะยุบหรือปฏิวัติกระทรวงศึกษาเสียก่อน การจัดการศึกษาของไทยในปัจจุบัน จับทุกอย่างยังลงในกระโหลกเด็ก หลังจากสอบเสร็จแล้ว ชาตินี้จะได้ใช้อีกหรือไม่ก็ไม่รู้ วิธีการของกระทรวงศึกษาคือจับยัดกระโหลกไว้ก่อน เด็กเครียด แต่เด็กอ่อนหลุดโลกไปเลย แล้วคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย ถ้าไม่ผ่าน ก็ไปเข้าตามธุรกิจการศึกษา จบออกมา ทำอะไรไม่เป็นเพราะใช้เวลาติดตามบทเรียนที่ยัดเยียดมาตลอดชีวิต ไม่มีเวลาฝึกทักษะชีวิตที่จำเป็นอย่างอื่น</p>
<p><a href="https://www.facebook.com/conductor.logos/media_set?set=a.10152052083846495.1073741828.706691494&amp;type=3" target="_blank">อัลบั้มรูปบนเฟสบุ๊ค</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/wash/archives/3077/feed</wfw:commentRss>
		</item>
	</channel>
</rss>
