<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	>

<channel>
	<title>ลานซักล้าง</title>
	<atom:link href="http://lanpanya.com/wash/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://lanpanya.com/wash</link>
	<description>ลานซักล้าง: ใจซักได้ ถ้ารู้ตัว / นตฺถิ ปญฺญาสมา อาภา / สุทธิ อสุทธิ ปจฺจตฺตํ นาญฺโญ อญฺญํ วิโสธเย / Improvement begins with I</description>
	<pubDate>Thu, 18 Mar 2010 12:20:51 +0000</pubDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.5.1</generator>
	<language>en</language>
			<item>
		<title>ข้อสอบคัดเลือกเข้า ป.๑ ของโรงเรียนดัง</title>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/1301</link>
		<comments>http://lanpanya.com/wash/archives/1301#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 18 Mar 2010 12:18:52 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Logos</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[การศึกษา การเรียนการสอน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/wash/?p=1301</guid>
		<description><![CDATA[ถ้าคนไทยยังทะเลาะกัน เราจะร้องเพลงชาติให้ใครฟัง
 1. ในหลวง
 2. พ่อ-แม่
 3. คนอื่น
แล้วจะรู้ไปทำไม
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><em>ถ้าคนไทยยังทะเลาะกัน เราจะร้องเพลงชาติให้ใครฟัง<br />
 1. ในหลวง<br />
 2. พ่อ-แม่<br />
 3. คนอื่น</em></p>
<p><span style="color: #ffff00;"><big>แล้วจะรู้ไปทำไม</big></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/wash/archives/1301/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>สติเป็นประดุจปฏัก ความเพียรเป็นบังเหียน ปัญญาเป็นห้ามล้อ</title>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/1300</link>
		<comments>http://lanpanya.com/wash/archives/1300#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 17 Mar 2010 08:55:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Logos</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ข้อคิดชีวิต ปรัชญา ศาสนา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/wash/?p=1300</guid>
		<description><![CDATA[ในมหานารทกัสสปชาดกซึ่งเป็นชาติที่แปดที่พระมหาโพธิสัตว์ บำเพ็ญทศบารมี เรื่องเต็มอ่านได้จากพระไตรปิฎกครับ ส่วนเรื่องย่อๆ มีว่า
ในอดีตกาล  ยังมีพระราชาพระองค์หนึ่งทรงพระนามว่า พระเจ้าอังคติราช เสวยราชสมบัติในกรุงมิถิลามหานคร ณ วิเทหรัฐ  พระองค์ทรงตั้งอยู่ในธรรม ถามเหล่าอำมาตย์อาวุโสว่า ทำอย่างไรจึงจะเพลิดเพลินท่ามกลางคืนพระจันทร์สวยเช่นนี้
อลาตอำมาตย์ทูลว่า &#8220;ขอเดชะ ควรจะเตรียม กองทัพใหญ่ยกออกไปกวาดต้อนดินแดนน้อยใหญ่ ให้เข้า มาอยู่ในพระราชอำนาจพระเจ้าข้า&#8220;
 สุนามอำมาตย์ทูลว่า &#8220;ทุกประเทศใหญ่น้อยก็มา สวามิภักดิ์อยู่ในพระราชอำนาจหมดแล้ว ควรที่จะ จัดการ เลี้ยงดู ดื่มอวยชัยให้สำราญ และหาความ เพลิดเพลินจากระบำรำฟ้อนเถิดพระเจ้าข้า&#8220;
 วิชัยอำมาตย์ทูลว่า &#8220;ข้าแต่พระองค์ เรื่องการระบำ ดนตรีฟ้อนร้องนั้น เป็นสิ่งที่พระองค์ได้ทรงทอด พระเนตรอยู่แล้วเป็นนิตย์ ในราตรีอันผุดผ่องเช่นนี้ ควรไปหาสมณพราหมณ์ผู้รู้ธรรม แล้วนิมนต์ ท่านแสดง ธรรมะจะเป็นการควรกว่าพระเจ้าค่ะ&#8220;
พระราชาพอพระทัยคำทูลของวิชัยอำมาตย์ จึงตรัสถามว่า &#8220;เออ แล้วเราจะไปหาใครเล่าที่เป็นผู้รู้ธรรม&#8221;

อลาตอำมาตย์แนะขึ้นว่า &#8220;มีชีเปลือยรูปหนึ่ง อยู่ในมิคทายวัน เป็นพหูสูตร พูดจาน่าฟัง ท่านคงจะช่วยขจัดข้อสงสัยของเราทั้งหลายได้ ท่านมีชื่อว่า คุณาชีวก&#8221; พระเจ้าอังคติราชได้ทรงฟังก็ยินดี สั่งให้เตรียม กระบวน เสด็จไปหาชีเปลือยชื่อคุณาชีวกนั้น เมื่อไปถึงที่ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ในมหานารทกัสสปชาดกซึ่งเป็นชาติที่แปดที่พระมหาโพธิสัตว์ บำเพ็ญทศบารมี <a href="http://84000.org/tipitaka/pitaka_item/sutta_line.php?B=28&amp;A=5180" target="_blank">เรื่องเต็มอ่านได้จากพระไตรปิฎกครับ</a> ส่วนเรื่องย่อๆ มีว่า</p>
<p>ในอดีตกาล  ยังมีพระราชาพระองค์หนึ่งทรงพระนามว่า พระเจ้าอังคติราช เสวยราชสมบัติในกรุงมิถิลามหานคร ณ วิเทหรัฐ  พระองค์ทรงตั้งอยู่ในธรรม ถามเหล่าอำมาตย์อาวุโสว่า ทำอย่างไรจึงจะเพลิดเพลินท่ามกลางคืนพระจันทร์สวยเช่นนี้</p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #ff9900;">อลาตอำมาตย์ทูลว่า &#8220;<em>ขอเดชะ ควรจะเตรียม กองทัพใหญ่ยกออกไปกวาดต้อนดินแดนน้อยใหญ่ ให้เข้า มาอยู่ในพระราชอำนาจพระเจ้าข้า</em>&#8220;</span><br />
 <span style="color: #99ccff;">สุนามอำมาตย์ทูลว่า &#8220;<em>ทุกประเทศใหญ่น้อยก็มา สวามิภักดิ์อยู่ในพระราชอำนาจหมดแล้ว ควรที่จะ จัดการ เลี้ยงดู ดื่มอวยชัยให้สำราญ และหาความ เพลิดเพลินจากระบำรำฟ้อนเถิดพระเจ้าข้า</em>&#8220;</span><br />
 <span style="color: #ff99cc;">วิชัยอำมาตย์ทูลว่า &#8220;<em>ข้าแต่พระองค์ เรื่องการระบำ ดนตรีฟ้อนร้องนั้น เป็นสิ่งที่พระองค์ได้ทรงทอด พระเนตรอยู่แล้วเป็นนิตย์ ในราตรีอันผุดผ่องเช่นนี้ ควรไปหาสมณพราหมณ์ผู้รู้ธรรม แล้วนิมนต์ ท่านแสดง ธรรมะจะเป็นการควรกว่าพระเจ้าค่ะ</em>&#8220;</span></p>
<p>พระราชาพอพระทัยคำทูลของวิชัยอำมาตย์ จึงตรัสถามว่า &#8220;เออ แล้วเราจะไปหาใครเล่าที่เป็นผู้รู้ธรรม&#8221;</p>
<p><span id="more-1300"></span></p>
<p><span style="color: #ff9900;">อลาตอำมาตย์แนะขึ้นว่า &#8220;มีชีเปลือยรูปหนึ่ง อยู่ในมิคทายวัน เป็นพหูสูตร พูดจาน่าฟัง ท่านคงจะช่วยขจัดข้อสงสัยของเราทั้งหลายได้ ท่านมีชื่อว่า คุณาชีวก&#8221;</span> พระเจ้าอังคติราชได้ทรงฟังก็ยินดี สั่งให้เตรียม กระบวน เสด็จไปหาชีเปลือยชื่อคุณาชีวกนั้น เมื่อไปถึงที่ ก็ทรงเข้าไปหาคุณาชีวก ตรัสถามปัญหาธรรมที่พระองค์สงสัยอยู่ว่า <em>บุคคลพึงประพฤติธรรมกับบิดา มารดา อาจารย์ บุตร ภรรยาอย่างไร เหตุใดชนบางพวกจึงไม่ตั้งอยู่ในธรรม</em> ฯลฯ คำถามเหล่านี้ เป็นปัญหาธรรมขั้นสูงอันยากจะตอบได้</p>
<p>ยิ่งคุณาชีวกเป็นมิจฉาทิฏฐิผู้โง่เขลาเบาปัญญาด้วยแล้ว ไม่มีทางจะเข้าใจได้คุณาชีวกจึงแกล้งทูลไปเสียทางอื่นว่า <span style="color: #ff9900;">&#8220;</span><span style="color: #ff9900;">พระองค์จะสนพระทัยเรื่องเหล่านี้ไปทำไม ไม่มี ประโยชน์อันใดเลยพระเจ้าข้า โปรดฟังข้าพเจ้าเถิด ในโลกนี้ บุญไม่มี บาปไม่มี ปรโลกไม่มี ไม่มีบิดา มารดาปู่ย่า ตายาย สัตว์ทั้งหลายเกิดมาเสมอกันหมด จะได้ดีได้ชั่วก็ได้เอง ทานไม่มี ผลแห่งทานก็ไม่มี ร่างกายที่ประกอบกันขึ้นมานี้ เมื่อตายไป แล้วก็สูญสลายแยกออกจากกันไป สุขทุกข์ก็สิ้นไป ใครจะฆ่า จะทำร้าย ทำอันตราย ก็ไม่เป็นบาป เพราะบาปไม่มี สัตว์ทุกจำพวก เมื่อเกิดมาครบ 84 กัปป์ก็จะบริสุทธิ์พ้นทุกข์ ไปเอง ถ้ายังไม่ครบ ถึงจะทำบุญทำกุศลเท่าไร ก็ไม่อาจบริสุทธิ์ไปได้ แต่ถ้าถึงกำหนด 84 กัปป์ แม้จะทำบาปมากมาย ก็จะบริสุทธิ์ไปเอง</span><span style="color: #ff9900;">&#8220;</span></p>
<p>พระราชาได้ฟังดังนั้นจึงตรัสว่า &#8220;ท่านอาจารย์ ข้าพเจ้านี้โง่เขลาจริงๆ ข้าพเจ้ามัวหลงเชื่อว่า ทำความดี แล้วจะไปสู่สุคติ อุตส่าห์พากเพียร บำเพ็ญกุศลกรรม บัดนี้ข้าพเจ้าทราบแล้วว่า บุญไม่มี บาปไม่มี ผลกรรมใดๆ ไม่มีทั้งสิ้น บุคคลจะบริสุทธิ์เองเมื่อถึงกำหนดเวลา แม้แต่ การฟังธรรมจากท่านอาจารย์ก็ หามีประโยชน์ อันใดไม่ ข้าพเจ้าขอลาไปก่อนละ&#8221;</p>
<p>เมื่อเสด็จกลับมาถึงพระราชวัง พระเจ้าอังคติราชก็มีพระราชโองการว่า ต่อไปนี้พระองค์จะไม่ปฏิบัติราชกิจใดๆทั้งสิ้น เพราะการทั้งปวง ไม่มีประโยชน์ ไม่มีผลอันใด พระองค์จะแสวงหา ความเพลิดเพลินใน ชีวิตแต่เพียงอย่างเดียว ไม่อาทรร้อนใจกับผลบุญผลกรรมใดๆทั้งสิ้น</p>
<p>จากนั้นก็เกิดเสียงเล่าลือไปทั้งพระนครว่า พระราชากลายเป็นมิจฉาทิฐิ คือหลงผิดเชื่อคำของชีเปลือยคุณาชีวก บ้านเมืองย่อมจะถึง ความเสื่อม หากพระราชาทรงมีพระดำริดังนั้น</p>
<p>ความนี้ทราบไปถึงเจ้าหญิงรุจาราชกุมารี ทรงร้อนพระทัยเมื่อทราบว่า พระบิดาให้รื้อโรงทาน ทั้งสี่มุมเมือง จะไม่บริจาคทานอีกต่อ ไป ทั้งยังได้ กระทำการข่มเหงน้ำใจชาวเมืองมากมายหลาย ประการ ด้วยความที่ทรงเชื่อว่า บุญไม่มี บาปไม่มี บุคคลไปสู่สุคติเองเมื่อถึงเวลา</p>
<p>เจ้าหญิงรุจาราชกุมารีจึงเข้าเฝ้าพระบิดา ทูลขอพระราชทานทรัพย์หนึ่งพัน เพื่อจะเอาไปทรงทำทาน พระบิดาเตือนว่า &#8220;ลูกรัก ทานไม่มีประโยชน์ดอก ปรโลกไม่มี เจ้าจะไม่ได้ผลอะไรตอบแทน หากเจ้า ยังถือศีลอดอาหารวันอุโบสถอยู่ ก็จงเลิกเสียเถิด ไม่มีผลดอกลูกรัก&#8221; เจ้าหญิงพยายามเตือนสติพระบิดา พระราชามิได้เชื่อคำรุจาราชกุมารี ยังคงยึดมั่นตามที่ได้ฟังมาจากคุณาชีวก เจ้าหญิงทรงเป็นทุกข์ถึงผลที่ พระบิดาจะได้รับเมื่อสิ้นพระชนม์ จึงทรงตั้งจิตอธิษฐานว่า &#8220;หากเทพยดาฟ้าดินมีอยู่ ขอได้โปรดมาช่วยเปลื้องความเห็นผิดของ พระบิดาด้วยเถิด จะได้บังเกิดสุขแก่ปวงชน&#8221;</p>
<p>ขณะนั้น มีพรหมเทพองค์หนึ่งชื่อพระมหานารทกัสสปะ เป็นผู้มีความกรุณาในสรรพสัตว์ มักอุปการะเกื้อกูลผู้อื่นอยู่เสมอ นารทพรหมเล็งเห็นความทุกข์ของรุจาราชกุมารี และเล็งเห็นความเดือดร้อนอันจะเกิดแก่ประชาชนหากพระราชาทรงเป็นมิจฉาทิฏฐิ จึงเสด็จจากเทวโลกแปลงเป็นบรรพชิต เอาภาชนะ ทองใส่สาแหรกข้างหนึ่ง คนโทแก้วใส่สาแหรก อีกข้างหนึ่ง ใส่คานทาน วางบนบ่าเหาะมาสู่ปราสาทพระเจ้าอิงคติราช มาลอยอยู่ตรงหน้าพระพักตร์</p>
<p>จากนั้นพระมหานารทกัสสปะ ก็แสดงธรรมแก่พระราชา <strong><span style="color: #ffff00;">(แม้แต่คนโง่ ยังเอะใจ!)</span></strong></p>
<blockquote><p>[<a href="http://84000.org/tipitaka/read/?28/891" target="_blank">๘๙๑</a>] 	มหาบพิตรจงทรงสำคัญพระวรกายของพระองค์ว่าเป็นดังรถ<br />
 อันมีใจเป็นนายสารถี กระปรี้กระเปร่า (เพราะปราศจากถีนมิทธะ)<br />
 อันมีอวิหิงสาเป็นเพลาที่เรียบร้อยดี<br />
 มีการบริจาคเป็นหลังคา<br />
 มีการสำรวมเท้าเป็นกง<br />
 มีการสำรวมมือเป็นกระพอง<br />
 มีการสำรวมท้องเป็นน้ำมันหยอด<br />
 มีการสำรวมวาจาเป็นความเงียบสนิท<br />
 มีการกล่าวคำสัตย์เป็นองค์รถอันบริบูรณ์<br />
 มีการไม่กล่าวคำส่อเสียดเป็นการเข้าหน้าไม้สนิท<br />
 มีการกล่าวคำอ่อนหวานเป็นเครื่องรถอันเกลี้ยงเกลา<br />
 มีการกล่าวพอประมาณเป็นเครื่องผูกรัด<br />
 มีศรัทธาและอโลภะเป็นเครื่องประดับ<br />
 มีการถ่อมตนและกราบไหว้เป็นกูบ<br />
 มีความไม่กระด้างเป็นงอนรถ<br />
 มีการสำรวมศีลเป็นเชือกขันชะเนาะ<br />
 มีความไม่โกรธเป็นอาการไม่กระเทือน<br />
 มีกุศลธรรมเป็นเศวตรฉัตร<br />
 มีพาหุสัจจะเป็นสายทาบ<br />
 มีการตั้งจิตมั่นเป็นที่มั่น<br />
 มีความคิดเครื่องรู้จักกาลเป็นไม้แก่น<br />
 มีความแกล้วกล้าเป็นไม้ค้ำ<br />
 มีความประพฤติถ่อมตนเป็นเชือกขันแอก<br />
 มีความไม่เย่อหยิ่งเป็นแอกเบา<br />
 มีจิตไม่หดหู่เป็นเครื่องลาด<br />
 มีการเสพบุคคลผู้เจริญเป็นเครื่องกำจัดธุลี<br />
 มีสติของนักปราชญ์เป็นปฏัก<br />
 มีความเพียรเป็นสายบังเหียน<br />
 มีใจที่ฝึกฝนดีแล้วเช่นดังม้าที่หัดไว้เรียบเป็นเครื่องนำทาง<br />
 ความปรารถนาและความโลภเป็นทางคด ส่วนความสำรวมเป็นทางตรง ขอถวายพระพร</p>
<p>ปัญญาเป็นเครื่องกระตุ้นเตือนม้า ในรถคือพระวรกายของมหาบพิตรที่กำลังแล่นไปในรูป เสียง กลิ่นรส<br />
 พระองค์นั้นแลเป็นสารถี ถ้าความประพฤติชอบและความเพียรมั่นมีอยู่ด้วยยานนี้ รถนั้นจะให้สิ่งที่น่าใคร่ทุกอย่าง จะไม่นำไปบังเกิดในนรก ฯ</p>
</blockquote>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/wash/archives/1300/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>หลง</title>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/1299</link>
		<comments>http://lanpanya.com/wash/archives/1299#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 16 Mar 2010 17:17:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Logos</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ข้อคิดชีวิต ปรัชญา ศาสนา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/wash/?p=1299</guid>
		<description><![CDATA[ตัดตอนจากหนังสือ เตรียมเสบียงไว้เลี้ยงตัว ของดังตฤณ
ถาม –  อยากทราบว่าผู้เผยแผ่ธรรมะที่ประสบความสำเร็จ ได้รับคำแซ่ซ้องสรรเสริญมากๆ  จะต้องทำใจอย่างไรไม่ให้หลงตัวเองว่าเป็นผู้วิเศษคะ?
ถ้าคุณเป็นของจริงทางธรรม  คุณจะแม่นยำในข้อธรรมะสำคัญของพระพุทธเจ้า คือธรรมะของพระองค์นี้  เป็นไปเพื่อลดความโลภ ความโกรธ และความหลง ไม่ใช่เป็นไปเพื่อเพิ่มความโลภ  ความโกรธ และความหลง
ความหลงตัวก็เป็นความหลงชนิดหนึ่ง  หากคุณมีสติเตือนตัวเองได้เป็นขณะๆว่าตอนนี้คิดเหิมเกริมแล้วนะ  ตอนนี้คิดว่าตัวเก่งแล้วนะ ตอนนี้คิดว่าตัวยิ่งใหญ่กว่าใครแล้วนะ  สติที่เกิดขึ้นเท่าทันความหลงทุกครั้งนั่นเอง  จะกดหัวความหลงให้หดตัวลงไปเรื่อยๆ ยิ่งมีชีวิตนานขึ้นเท่าไหร่  อัตตาของคุณก็จะยิ่งเล็กลงเท่านั้น ตลอดจนเห็นตนเองเสมอกับคนอื่น  ในฐานที่เกิดมาด้วยความไม่รู้  ดีกว่าคนอื่นหน่อยเดียวคือมีสิทธิ์ตายไปอย่างรู้  รู้ว่าการตื่นจากความหลงเท่านั้น  คือหนทางแห่งความพ้นทุกข์พ้นภยันตรายได้อย่างเด็ดขาด
สรุปคือจะเป็นคนธรรมดาหรือผู้เผยแผ่พระสัทธรรมก็เสมอกัน  ตรงที่หากไม่แม่นในธรรม ไม่ใช่ของจริงทางธรรม ก็จะไม่มีแก่ใจเตือนสติตนเอง  เมื่อไม่เตือนสติตนเองความหลงตัวก็ได้ช่องเกิดทีละนิดทีละหน่อย  วันละเล็กวันละน้อย นานปีเข้าก็กลายเป็นคนธรรมดาที่หลงตัวเหมือนๆผู้อื่น  และเมื่อหลงตัวเหมือนๆผู้อื่นก็ย่อมตกอยู่ในวังวนทุกข์  วังวนแห่งความไม่รู้เหมือนๆเคยนั่นเองครับ



ถาม – [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ตัดตอนจากหนังสือ <em>เตรียมเสบียงไว้เลี้ยงตัว</em> ของดังตฤณ</p>
<blockquote><p><span style="color: #ff99cc;"><strong>ถาม –  อยากทราบว่าผู้เผยแผ่ธรรมะที่ประสบความสำเร็จ ได้รับคำแซ่ซ้องสรรเสริญมากๆ  จะต้องทำใจอย่างไรไม่ให้หลงตัวเองว่าเป็นผู้วิเศษคะ?</strong></span></p>
<p>ถ้าคุณเป็นของจริงทางธรรม  คุณจะแม่นยำในข้อธรรมะสำคัญของพระพุทธเจ้า คือธรรมะของพระองค์นี้  เป็นไปเพื่อลดความโลภ ความโกรธ และความหลง ไม่ใช่เป็นไปเพื่อเพิ่มความโลภ  ความโกรธ และความหลง</p>
<p>ความหลงตัวก็เป็นความหลงชนิดหนึ่ง  หากคุณมีสติเตือนตัวเองได้เป็นขณะๆว่าตอนนี้คิดเหิมเกริมแล้วนะ  ตอนนี้คิดว่าตัวเก่งแล้วนะ ตอนนี้คิดว่าตัวยิ่งใหญ่กว่าใครแล้วนะ  สติที่เกิดขึ้นเท่าทันความหลงทุกครั้งนั่นเอง  จะกดหัวความหลงให้หดตัวลงไปเรื่อยๆ <span style="color: #99ccff;"><strong>ยิ่งมีชีวิตนานขึ้นเท่าไหร่  อัตตาของคุณก็จะยิ่งเล็กลงเท่านั้น</strong></span> ตลอดจนเห็นตนเองเสมอกับคนอื่น  ในฐานที่เกิดมาด้วยความไม่รู้  ดีกว่าคนอื่นหน่อยเดียวคือมีสิทธิ์ตายไปอย่างรู้  รู้ว่าการตื่นจากความหลงเท่านั้น  คือหนทางแห่งความพ้นทุกข์พ้นภยันตรายได้อย่างเด็ดขาด</p>
<p>สรุปคือจะเป็นคนธรรมดาหรือผู้เผยแผ่พระสัทธรรมก็เสมอกัน  ตรงที่หากไม่แม่นในธรรม ไม่ใช่ของจริงทางธรรม ก็จะไม่มีแก่ใจเตือนสติตนเอง  เมื่อไม่เตือนสติตนเองความหลงตัวก็ได้ช่องเกิดทีละนิดทีละหน่อย  วันละเล็กวันละน้อย นานปีเข้าก็กลายเป็นคนธรรมดาที่หลงตัวเหมือนๆผู้อื่น  และเมื่อหลงตัวเหมือนๆผู้อื่นก็ย่อมตกอยู่ในวังวนทุกข์  วังวนแห่งความไม่รู้เหมือนๆเคยนั่นเองครับ</p>
</blockquote>
<p><span id="more-1299"></span></p>
<hr />
<blockquote><p><span style="color: #ff99cc;">ถาม –  หนูทำงานเกี่ยวกับไอเดียสร้างโฆษณาประชาสัมพันธ์  ซึ่งบางครั้งจำเป็นต้องพูดความจริงเพียงบางส่วน  แบบที่ใจเรารู้อยู่ว่าส่วนที่เหลือไม่ค่อยดีนัก อยากทราบว่าเป็นบาปแค่ไหน  และอยากถามด้วยว่าคุณดังตฤณเขียนนวนิยาย ซึ่งเป็นเรื่องไม่จริง  ถือว่าเป็นการมุสาไหมคะ?</span></p>
<p>การประกอบอาชีพทางโลกนั้น  น้อยมากครับที่จะสะอาดสะอ้านผุดผาดปราศจากมลทินได้หมดจด  อย่างเช่นหลักวิชาโฆษณา จะเน้นการประชาสัมพันธ์สินค้าให้ดูเด่น ดูดี ดูคุ้ม  ดูมีค่า แม้เมื่อคุณศึกษาตัวสินค้าแล้วจะทำหน้าเหย เห็นมันไม่เด่น ไม่ดี  ไม่คุ้ม ไม่มีค่าอย่างไร ถ้าตัดสินใจรับงานก็จำเป็นต้องหาจุดแข็งให้จงได้  ส่วนจะจำเป็นต้องพูดให้เกินจุดแข็งที่พบ  หรือกระทั่งจำเป็นต้องกลับดำให้เป็นขาวตามใบสั่งเพียงใด  ก็เป็นเรื่องที่นักประชาสัมพันธ์แต่ละรายลำบากใจมากน้อยต่างกัน  ถ้าไม่เห็นว่ามันผิดก็ไม่รู้สึกผิด  แต่หากเห็นว่ามันผิดก็หลีกเลี่ยงความรู้สึกผิด เหมือนเป็นคนโกหก  หรือเหมือนร่วมขบวนการเด็กเลี้ยงแกะไปกับเขาด้วย</p>
<p>ฉะนั้นตรงจุดเริ่มต้นนั่นแหละครับ ที่สำคัญ <strong><span style="color: #cc99ff;">หากคุณมีอำนาจตัดสินใจเลือกโฆษณาประชาสัมพันธ์ให้สินค้าที่ไม่ หลอกลวง ไม่เอาเปรียบผู้บริโภคได้ ก็จะไม่ต้องฝืนใจ  ไม่ต้องพยายามเค้นความคิดกลับดำให้เป็นขาวในภายหลัง</span></strong></p>
<p>แต่หากคุณไม่อยู่ในฐานะที่จะตัดสินใจเลือก  คือนั่งโต๊ะรับใบสั่งจากเจ้านายที่ท่านรับงานมาแล้ว อันนี้ก็ต้องทำใจไว้ว่า <span style="color: #cc99ff;"><strong> เราทำหน้าที่ของเรานะ เราไม่ได้มีความเต็มใจยินดีที่จะกลับดำเป็นขาว  ไม่ได้อยากจะโกหกแทนคนอื่น</strong></span> ใจที่ไม่มีความยินดีย่อมลดทอนความรู้สึกผิดลง และนั่นก็ลด ‘มลทิน’ ลงได้จริงด้วย  ตามธรรมชาติของจิตและกรรมที่ว่าถ้าไม่ยินดี ไม่เกิดโสมนัสในการกระทำบาป  บาปนั้นๆย่อมไม่ใหญ่โตนัก เวลาให้ผลก็ไม่รุนแรงเต็มเหนี่ยว  และกว่าจะให้ผลก็อาจใช้เวลานานพอสมควร  กับทั้งเปิดโอกาสให้ทำบุญอันเป็นตรงข้ามกับบาปนั้นๆได้  โดยที่จิตไม่รู้สึกถูกปิดกั้นด้วยเหตุภายนอกและภายในใดๆ</p>
<p>อาชีพประชาสัมพันธ์สินค้านั้น  ต้องมีบ้างที่สินค้าดีจริง ต้องมีบ้างที่สินค้าคุ้มค่าเกินราคา  และต้องมีบ้างที่สินค้าโหลยโท่ยไม่เอาอ่าว <span style="color: #cc99ff;"><strong>ดังนั้นอาชีพของคุณจึงไม่ได้ จำเพาะเจาะจงว่าต้องปั้นน้ำให้เป็นตัว ปั้นดินให้เป็นดาวอยู่ตลอดเวลา  ใจคุณจึงเฉลี่ยๆไปได้อยู่แล้ว</strong></span> เช่นไม่ต้องเห็นตนเองเป็นเด็กเลี้ยงแกะทุกวัน  บางวันอาจมีโอกาสส่งเสริมสินค้าดีๆมีคุณภาพให้เป็นที่รู้จักกับคนจำนวนมาก  เหมือนนำสิ่งดีๆไปสู่ชีวิตใครต่อใครในวงกว้างด้วยซ้ำ</p>
<p>บอกตัวเองว่าคุณไม่ใช่นักโฆษณาใจบาป  ขอให้มีโอกาสเถอะ เห็นสินค้าตัวไหนคุ้มหรือเกินคุ้ม  ก็ใส่ใจเชียร์เต็มที่ด้วยความอยากให้เขาประสบความสำเร็จ  และเมื่อเห็นสินค้าตัวใดเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค  ก็ทำใจกลางๆว่าเราเลือกข้อเด่นข้อดีที่มีอยู่จริงๆมาพูด  จะงดเว้นการนำเสนอเรื่องไม่มีมูลมาฝอยเป็นตุเป็นตะ</p>
<p>หากเจ้านายหรือลูกค้าออกใบสั่งพิเศษ มาให้ปั้นน้ำเป็นตัว คุณต้องมีจุดยืนโต้ตอบกับพวกเขาบ้าง  คือชี้ให้เห็นว่าตามฐานะผู้มีหน้าที่ออกไอเดีย  คุณเห็นว่าการพูดเกินจริงมากไปจะก่อให้เกิดภาพที่เสียหายในภายหลัง  คุณไม่สามารถวาดภาพลวงตาที่ไม่ก่อความเสียหายต่อสินค้า ขอพบกันครึ่งทาง  คือนำเสนอความจริงที่ดีอยู่แล้ว มีอยู่แล้ว  นำมาสร้างเป็นภาพน่าประทับใจที่สมน้ำสมเนื้อ  และไม่ทำให้ลูกค้าเกิดความรู้สึกว่าถูกหลอก</p>
<p>แต่ละครั้งที่คุณสามารถเค้นไอเดีย ได้จากโอกาสอันแคบจำกัด คุณจะฉลาดมากขึ้นเรื่อยๆ  และไม่เฉพาะฉลาดในเชิงการตลาด แต่จะฉลาดในเชิงกรรมด้วย  ต่อให้คุณต้องเอาโจรมาเป็นนายแบบโฆษณา  ความฉลาดของคุณก็จะกลั่นโฆษณาที่เป็นมงคล มีผลเป็นบวก  ก่อโลกทัศน์ด้านดีให้คนชมจนได้</p>
<p>ต่อข้อถามที่ว่านิยายเป็นเรื่องไม่ จริง ถือว่าโกหกไหม ก่อนอื่นต้องเล็งที่การรับรู้ของคนอ่านเป็นหลัก <span style="color: #cc99ff;"><strong>นวนิยายคือข้อตกลงในตัวเองว่าเป็นเรื่องสมมุติ  เพราะฉะนั้นคนอ่านย่อมรับทราบแต่แรกว่าตัวละครและโครงเรื่องไม่มีอยู่จริงในโลกนี้</strong></span></p>
<p>เมื่อคนเขียนนิยายตระหนักว่าคนอ่านจะไม่เชื่อ ว่าเป็นเหตุการณ์จริง  โดยทั่วไปก็ย่อมตกแต่งเรื่องราวโดยปราศจากเจตนาลวงให้ใครๆหลงนึกว่ามีตัว ละครนี้อยู่ มีเหตุการณ์นี้อยู่ <span style="color: #cc99ff;"><strong>และเป็นไปได้ที่จะเจตนาใช้เรื่องแต่งเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดเรื่องดีขึ้นจริงๆ</strong></span></p>
<p>อีกประการหนึ่ง  แม้ตัวละครและเหตุการณ์จะไม่จริง <span style="color: #cc99ff;"><strong>แต่นักประพันธ์สามารถให้ข้อมูลและข้อเท็จจริงเข้าไปได้ทุกหน้า</strong></span></p>
<p>เหตุผลของนักประพันธ์ส่วนใหญ่ที่จะให้ข้อมูล และข้อเท็จจริงไว้ในนิยายเสมอ ก็คือเพื่อให้นิยายของตนมีน้ำหนักน่าเชื่อถือ  อันจะทำให้เรื่องทั้งหมดเร้าใจไม่ต่างจากเหตุการณ์จริง  จะเห็นได้ว่าถ้าเรื่องใดขาดเหตุขาดผล ขาดความสมจริง ขาดที่มาที่ไป  ทำอย่างไรก็เร้าใจให้คุณรอคอยจุดสรุปอันเป็นยอดสุดของเรื่องไม่ได้</p>
<p>เหตุผลของใครเป็นอย่างไร  กรรมของเขาก็เป็นอย่างนั้น สำหรับผม  ผมจะใส่ข้อมูลและข้อเท็จจริงเข้าไปมากที่สุด <span style="color: #cc99ff;"><strong>โดยมีเหตุผลคือเพื่อสาธิต กรรมอันเกิดขึ้นได้จริงในโลกปัจจุบัน และวิบากอันเกิดขึ้นได้จากวิธีคิด  วิธีพูด วิธีทำแบบหนึ่งๆ</strong></span></p>
<p>เหตุผลอันเป็นไปเพื่อสาธิตกรรมวิบากนี่เอง  ที่ทำให้ผมบอกตัวเองได้เต็มปากว่าผมเปล่าโกหก  และบางครั้งนิยายที่ออกมาอาจจะแสดง ‘ความจริง’  ได้ชัดเจนกว่าสารคดีเปิดโลกกว้างทางทีวีด้วยซ้ำ  เนื่องจากคนเรารับรู้ความจริงได้ง่ายผ่านตัวอย่างที่โยงอยู่กับประสบการณ์ ของตนเอง และกลวิธีทางนิยายก็เปิดโอกาสตรงจุดนี้อย่างเต็มที่</p>
<p>แต่ละความคิด แต่ละคำพูด  แต่ละการกระทำของตัวละครในนิยาย ไม่ได้ออกมาจากจิตใจของผม  แต่ออกมาจากจิตวิญญาณของตัวละครนั้นๆโดยตรงทีเดียว  หลักการของผมขณะลงมือเขียนแต่ละบรรทัด คือผมจะกันตัวเองออกมาเป็น ‘ผู้แลเห็นจิต’ ของตัวละครแต่ละตัว  ไม่เอาความพอใจส่วนตัวเข้าไปเจือด้วยเลย ผมจึง ‘รู้ตามจริง’ ว่าในสถานการณ์หนึ่งๆ  ตัวละครจะโต้ตอบกับโลกท่าไหนเสมอ</p>
<p>เพราะฉะนั้นแม้ว่าคุณอาจไม่พบชื่อ อย่างนี้นามสกุลอย่างนั้นเหมือนในนิยายของผม แต่ตัวตนแบบนั้นๆก็จะคิด พูด  และทำอย่างที่คุณเห็นผมเขียนจริงๆ  คำถามที่มีมาถึงเป็นประจำคือตัวละครที่ผมเขียนนั้น ชื่อแซ่ใด  บ้านช่องอยู่ที่ไหน ต้องมีตัวตนอยู่แน่ๆเลย  ซึ่งคำตอบที่ชัดเจนก็คือมีอยู่จริงในใจคนอ่านนั่นแหละ</p>
<p>นอกจากนั้น  ผมต้องบอกตัวเองได้ด้วยว่าจะสร้างความสมจริงขึ้นมาเพื่ออะไร  คำตอบก็คือเพื่อให้คนอ่านเชื่อในกรรมขาวว่ามีผลเป็นสุข  เชื่อในกรรมดำว่ามีผลเป็นทุกข์  เชื่อว่าพุทธศาสนาสอนเรื่องกรรมวิบากไว้อย่างหมดจด <span style="color: #cc99ff;"><strong>ทุกคนจะได้ประโยชน์สุงสุดจากความเข้าใจอันก่อให้เกิดความเชื่ออย่างหนักแน่นในระดับโสมนัสศรัทธา</strong></span></p>
<p>หากผลตอบรับจากคนอ่านนิยายจำนวนมากเป็นไปใน ทิศทางที่ตรงกับเป้าของผม ผมก็คงสบายใจหายห่วง</p>
<p>และแม้เจตนาโดยรวมจะดี  ผลรวมที่เกิดกับคนอ่านออกมาเป็นบวก  แต่ส่วนไหนตอนใดในเรื่องที่ก่อให้เกิดราคะ โทสะ โมหะ  อย่างไรก็มีผลลบกับผมเหมือนกัน อันนี้ก็เป็นหน้าที่ที่ต้องระมัดระวัง  ตลอดจนพยายามถ่ายถอนผลข้างเคียงด้านลบนั้นเสียด้วยบทสรุปที่คานกัน  หรืองัดข้อกันได้อย่างสมน้ำสมเนื้อ  เช่นถ้าเขียนนำไปด้วยคำพูดจูงใจให้รู้สึกว่าฟรีเซ็กซ์เป็นของดี  ต่อมาผมต้องนำอะไรบางอย่างที่น้ำหนักชนะกันมาทำให้คนอ่านเห็นจริงว่าผลของ ฟรีเซ็กซ์เป็นทุกข์ เป็นโทษ เป็นภัย เป็นทางสู่ความตกต่ำ</p>
<p><span style="color: #99ccff;">ผมทราบว่านักประพันธ์บางท่าน  แอบเป็นบ้าอย่างลับๆก็มี เป็นโรคหดหู่ซึมเศร้าก็มี  แยกโลกความจริงจากโลกจินตนาการไม่ออกก็มี  อันนี้ก็เป็นสิ่งที่ผมอยากยืนยันกับโลกวรรณกรรมครับ  ในที่สุดคุณจะเป็นในสิ่งที่คุณให้กับคนอ่านเสมอ ผู้ให้สติย่อมได้สติ  ผู้ให้เป้าหมายย่อมมีเป้าหมาย  ผู้ให้ความแปรปรวนทางอารมณ์ย่อมเกิดความแปรปรวนทางอารมณ์  อาชีพนักประพันธ์ก่อกรรมได้ไม่จำกัด  เพราะเพดานมีอยู่แค่ที่จินตนาการอนันต์ในมนุษย์เท่านั้น</span></p>
</blockquote>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/wash/archives/1299/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>หนังสั้น &#8220;ไปบอกปลา ไป๊&#8221;</title>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/1298</link>
		<comments>http://lanpanya.com/wash/archives/1298#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 16 Mar 2010 11:49:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Logos</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ดนตรี ศิลปะ วรรณกรรม บันเทิง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/wash/?p=1298</guid>
		<description><![CDATA[


เดนมนุษย์ที่เป็นเหยื่อสองคน ถูกจับโดยลงมาจากหน้าผา โดยมีเท้าอยู่ในแท่งคอนกรีตหล่อ
ปัญหาคือน้ำกำลังจะขึ้น
แทนที่สองคนจะช่วยเหลือกัน ต่างกลับทุ่มเถียง ต่างกล่าวโทษกัน
ผลคือตายทั้งคู่
หนังสั้นชนะรางวัล โดย Laika Pictures

UK - IRL 2006 / 10 min. / Fiction
With Dylan Moran and Gerard McSorley 
 Written and Directed by William Sinclair
 Produced by Carol Murphy and Chloe Mercier
The tide is slowly coming in and Finn (Dylan Moran), a worthless low-rent hood, has been dropped on an isolated beach, [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>
<object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="445" height="364" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/ENqpqlqS1Qk&amp;hl=en_US&amp;fs=1&amp;rel=0&amp;color1=0x234900&amp;color2=0x4e9e00&amp;border=1" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="445" height="364" src="http://www.youtube.com/v/ENqpqlqS1Qk&amp;hl=en_US&amp;fs=1&amp;rel=0&amp;color1=0x234900&amp;color2=0x4e9e00&amp;border=1" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object>
</p>
<p>เดนมนุษย์ที่เป็นเหยื่อสองคน ถูกจับโดยลงมาจากหน้าผา โดยมีเท้าอยู่ในแท่งคอนกรีตหล่อ</p>
<p>ปัญหาคือน้ำกำลังจะขึ้น</p>
<p>แทนที่สองคนจะช่วยเหลือกัน ต่างกลับทุ่มเถียง ต่างกล่าวโทษกัน</p>
<p>ผลคือตายทั้งคู่</p>
<p>หนังสั้นชนะรางวัล โดย <a href="http://www.laikapictures.com/html/laika.html" target="_blank">Laika Pictures</a></p>
<p><span id="more-1298"></span></p>
<blockquote><p>UK - IRL 2006 / 10 min. / Fiction</p>
<p>With Dylan Moran and Gerard McSorley <br />
 Written and Directed by William Sinclair<br />
 Produced by Carol Murphy and Chloe Mercier</p>
<p>The tide is slowly coming in and Finn (Dylan Moran), a worthless low-rent hood, has been dropped on an isolated beach, his feet set in concrete.</p>
<p>Finn&#8217;s misery is compounded when Jack (Gerard McSorley), a short, hard and edgy minor gangster responsible for his predicament, lands a few yards away, feet also set in concrete.</p>
<p>Rather than helping each other the two men bicker and squander their chances of survival when it presents itself in the form of a series of colourful passers by.</p>
<p>When the obstinately optimistic Jack eventually drowns, Finn tearfully accepts his fate.</p>
<p>Will the late arrival of a refugee on a brightly coloured inflatable dinosaur stop the inevitable?</p>
<p>Winner of the RTE/Filmbase Short Script Award</p>
<p>Lottery funded by the Northern Ireland Film and Television Commission</p>
<p>Supported by the British Council</p>
<p>Festivals:</p>
<p>Palm Springs International Festival of Short Films, 2006.</p>
<p>Los Angeles International Short Film Festival, 2006.</p>
<p>International Short Film Festival, Balchik, Bulgaria 2006.</p>
<p>51st Cork Film festival, Republic of Ireland 2006.</p>
<p>The Times BFI 50th London Film Festival, 2006.</p>
<p>Seagate Foyle Film Festival, Northern Ireland 2006.</p>
<p>Chicago Irish Film festival, 2007.</p>
<p>Bermuda International Film Festival, 2007.</p>
<p>For sales please contact:</p>
<p>Apollo Cinema</p>
<p>519 Hillcrest Rd<br />
 Beverly Hills<br />
 CA 90210<br />
 Tel: +1 310.275.6000<br />
 <span class="mh-plaintext">i<a href='http://mailhide.recaptcha.net/d?k=01zcO3W31RVWQJnm_ll59TZw==&amp;c=85SbObzYCW5fi2j_ePf3SJ7y_CA781YJ6u_i4cd1pw4=' onclick="window.open('http://mailhide.recaptcha.net/d?k=01zcO3W31RVWQJnm_ll59TZw==&amp;c=85SbObzYCW5fi2j_ePf3SJ7y_CA781YJ6u_i4cd1pw4=', '', 'toolbar=0,scrollbars=0,location=0,statusbar=0,menubar=0,resizable=0,width=500,height=300'); return false;" title="Reveal this e-mail address">...</a>@apollocinema.com</span></p>
</blockquote>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/wash/archives/1298/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ทวีคูณ</title>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/1296</link>
		<comments>http://lanpanya.com/wash/archives/1296#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 15 Mar 2010 16:50:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Logos</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[เรื่องทั่วไป]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/wash/?p=1296</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อเย็นที่ผ่านมา ชวนหลานสองคนมาเล่นสนุก คือว่าลุงสนุกแต่หลานอาจจะไม่สนุก ปรากฏว่าตัวเล็กหลงกลคนเดียว ส่วนตัวโตบอกว่าเดี๋ยวโดนเอารูปไปโพสต์บนเน็ต
อืม&#8230; ถึงดักคอถูก ลุงก็โพสต์อยู่ดี

]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อเย็นที่ผ่านมา ชวนหลานสองคนมาเล่นสนุก คือว่าลุงสนุกแต่หลานอาจจะไม่สนุก ปรากฏว่าตัวเล็กหลงกลคนเดียว ส่วนตัวโตบอกว่า<em>เดี๋ยวโดนเอารูปไปโพสต์บนเน็ต</em></p>
<p>อืม&#8230; ถึงดักคอถูก ลุงก็โพสต์อยู่ดี</p>
<p><a href="http://lanpanya.com/wash/files/2010/03/small_combine04-11.png"><img class="alignnone size-full wp-image-1297" title="small_combine04-11" src="http://lanpanya.com/wash/files/2010/03/small_combine04-11.png" alt="" width="500" height="333" /></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/wash/archives/1296/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>วาฬเครียด</title>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/1295</link>
		<comments>http://lanpanya.com/wash/archives/1295#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 14 Mar 2010 16:54:31 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Logos</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[เรื่องทั่วไป]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/wash/?p=1295</guid>
		<description><![CDATA[หลอกกันไป หลอกกันมานี่แหละ เครียดที่สุด&#8230; แหลทั้งนั้น แถอีกต่างหาก&#8230; บาปนะโยม


]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>หลอกกันไป หลอกกันมานี่แหละ เครียดที่สุด&#8230; แหลทั้งนั้น แถอีกต่างหาก&#8230; บาปนะโยม</p>
<p>
<object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="580" height="360" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/i_dEtaNx2Vc&amp;hl=en_US&amp;fs=1&amp;rel=0&amp;color1=0x234900&amp;color2=0x4e9e00&amp;border=1" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="580" height="360" src="http://www.youtube.com/v/i_dEtaNx2Vc&amp;hl=en_US&amp;fs=1&amp;rel=0&amp;color1=0x234900&amp;color2=0x4e9e00&amp;border=1" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/wash/archives/1295/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ลึกกว่าข้อความคือความคิด มีค่ากว่าความคิดคือการกระทำที่ถูกต้อง</title>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/1292</link>
		<comments>http://lanpanya.com/wash/archives/1292#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 13 Mar 2010 09:37:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Logos</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[การบริหารจัดการ]]></category>

		<category><![CDATA[ข้อคิดชีวิต ปรัชญา ศาสนา]]></category>

		<category><![CDATA[สังคม ชุมชน ครอบครัว]]></category>

		<category><![CDATA[เกษตรกรรม อุตสาหกรรม พาณิชยกรรม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/wash/?p=1292</guid>
		<description><![CDATA[
ความสุข
ความสุข เป็นสิ่งที่ทุกคนปรารถนา  แต่ความปรารถนาเพียงอย่างเดียวจะไม่ทำให้สมหวังได้ หรือแม้แต่ลงมือกระทำเพื่อที่จะให้ได้มาซึ่งความสุข แต่ถ้าเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้องก็พบความสุขไม่ได้เช่นกัน
ท่านชาคโร ได้เล่าประสบการณ์ขณะที่ท่านปฏิบัติธรรมอยู่กับท่านอาจารย์ชา สุภัทโท ไว้ว่า
&#8220;หลวงพ่อชา เป็นตัวอย่างของผู้ที่มีความสุขมีความเบิกบานในทุกสิ่งทุกอย่างที่ท่านทำ หลวงพ่อไม่หวังจะได้อะไรจากคนอื่น ไม่พยายามควบคุมอะไรหรือกำหนดเงื่อนไขใดๆ อาตมาเคยคาดหวังให้หลวงพ่อควบคุมดูแลทุกอย่างเข้มงวด คอยดูแลพระเณรให้รักษาวินัย แต่หลวงพ่อไม่เคยยึดติดกับมัน แล้วไม่เคยปฏิเสธใครด้วย พระเณรไม่มาทำวัตรนั่งสมาธิตามเสียงระฆัง หลวงพ่อก็ยินดีจะทำเองรูปเดียว&#8221;
ดังนั้นการที่จะทำให้ตนเองมีความสุข สิ่งสำคัญคือ ไม่หวังอะไรจากคนอื่น และไม่พยายามควบคุมอะไรเพื่อทำให้ตนเองมีความสุข
วิถี&#8230;แห่งปัญญา นิกายเซน โดย รศ.ดร.บุญชัย จงกลนี, หน้า 91



มีหนังสืออยู่เล่มหนึ่งชื่อ คิด เห็น เป็น ชีวิต เป็นหนังสือที่แปล/เรียบเรียงโดย ปลายฟ้า จากหนังสือชื่อ As A Man Thinketh ซึ่งตีพิมพ์ครั้งแรกในปี พ.ศ.2445 กว่าร้อยปีมาแล้ว ความตอนต้นบทที่ 4 ว่า
ตราบใดที่ความคิดมิได้ถูกโยงเข้ากับจุดมุ่งหมาย ตราบนั้นปัญญาหรือความสำเร็จที่แท้จริงก็ยังไม่เกิด คนจำนวนมากปล่อยกระแสความคิดให้ล่องลอยไปในมหาสมุทรแห่งชีวิต การขาดจุดหมายคือความเลวร้ายชนิดหนึ่ง ผู้ที่ไม่ต้องการพบกับหายนะหรืออันตรายต้องไม่ปล่อยให้เรือของชีวิตตนล่องลอยไปอย่างปราศจากจุดหมาย
ผู้ที่ไม่มีเป้าหมายชัดเจนในชีวิตย่อมตกเป็นเหยื่ออันง่ายดายของความกังวล ความกลัว เรื่องยุ่งยากใจและความสงสารตนเอง ทั้งหมดนี้เป็นเครื่องชี้วัดความอ่อนแออันนำไปสู่ความล้มเหลว สูญเสียและเป็นทุกข์ ซึ่งแม้จะเกิดจากสาเหตุที่ต่างกันแต่ก็ให้ผลเช่นเดียวกันกับการทำชั่วที่วางแผนมาอย่างดี เพราะความทนทานอยู่ได้ในจักรวาลที่ขับเคลื่อนและวิวัฒน์ด้วยพลัง

Until thought is [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div style="background-color: #ccffcc; color: black">
<h4>ความสุข</h4>
<p style="text-indent: 40px">ความสุข เป็นสิ่งที่ทุกคนปรารถนา  แต่ความปรารถนาเพียงอย่างเดียวจะไม่ทำให้สมหวังได้ หรือแม้แต่ลงมือกระทำเพื่อที่จะให้ได้มาซึ่งความสุข แต่ถ้าเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้องก็พบความสุขไม่ได้เช่นกัน</p>
<p style="text-indent: 40px">ท่านชาคโร ได้เล่าประสบการณ์ขณะที่ท่านปฏิบัติธรรมอยู่กับท่านอาจารย์ชา สุภัทโท ไว้ว่า</p>
<p style="text-indent: 40px">&#8220;หลวงพ่อชา เป็นตัวอย่างของผู้ที่มีความสุขมีความเบิกบานในทุกสิ่งทุกอย่างที่ท่านทำ หลวงพ่อไม่หวังจะได้อะไรจากคนอื่น ไม่พยายามควบคุมอะไรหรือกำหนดเงื่อนไขใดๆ อาตมาเคยคาดหวังให้หลวงพ่อควบคุมดูแลทุกอย่างเข้มงวด คอยดูแลพระเณรให้รักษาวินัย แต่หลวงพ่อไม่เคยยึดติดกับมัน แล้วไม่เคยปฏิเสธใครด้วย พระเณรไม่มาทำวัตรนั่งสมาธิตามเสียงระฆัง หลวงพ่อก็ยินดีจะทำเองรูปเดียว&#8221;</p>
<p style="text-indent: 40px">ดังนั้นการที่จะทำให้ตนเองมีความสุข สิ่งสำคัญคือ ไม่หวังอะไรจากคนอื่น และไม่พยายามควบคุมอะไรเพื่อทำให้ตนเองมีความสุข</p>
<p style="text-align: right;"><em>วิถี&#8230;แห่งปัญญา นิกายเซน</em> โดย รศ.ดร.บุญชัย จงกลนี, หน้า 91</p>
</div>
<p><span id="more-1292"></span></p>
<div style="background-color: #ccffff;  color: black">
<p>มีหนังสืออยู่เล่มหนึ่งชื่อ <em>คิด เห็น เป็น ชีวิต</em> เป็นหนังสือที่แปล/เรียบเรียงโดย ปลายฟ้า จากหนังสือชื่อ <a href="http://jamesallen.wwwhubs.com/think.htm" target="_blank"><em>As A Man Thinketh</em></a> ซึ่งตีพิมพ์ครั้งแรกในปี พ.ศ.2445 กว่าร้อยปีมาแล้ว ความตอนต้นบทที่ 4 ว่า</p>
<blockquote><p style="text-indent: 40px">ตราบใดที่ความคิดมิได้ถูกโยงเข้ากับจุดมุ่งหมาย ตราบนั้นปัญญาหรือความสำเร็จที่แท้จริงก็ยังไม่เกิด คนจำนวนมากปล่อยกระแสความคิดให้ล่องลอยไปในมหาสมุทรแห่งชีวิต การขาดจุดหมายคือความเลวร้ายชนิดหนึ่ง ผู้ที่ไม่ต้องการพบกับหายนะหรืออันตรายต้องไม่ปล่อยให้เรือของชีวิตตนล่องลอยไปอย่างปราศจากจุดหมาย</p>
<p style="text-indent: 40px">ผู้ที่ไม่มีเป้าหมายชัดเจนในชีวิตย่อมตกเป็นเหยื่ออันง่ายดายของความกังวล ความกลัว เรื่องยุ่งยากใจและความสงสารตนเอง ทั้งหมดนี้เป็นเครื่องชี้วัดความอ่อนแออันนำไปสู่ความล้มเหลว สูญเสียและเป็นทุกข์ ซึ่งแม้จะเกิดจากสาเหตุที่ต่างกันแต่ก็ให้ผลเช่นเดียวกันกับการทำชั่วที่วางแผนมาอย่างดี เพราะความทนทานอยู่ได้ในจักรวาลที่ขับเคลื่อนและวิวัฒน์ด้วยพลัง</p>
<hr size="2" />
<p style="text-indent: 40px">Until thought is linked with purpose there is no intelligent accomplishment. With the majority the bark of thought is allowed to &#8220;drift&#8221; upon the ocean of life. Aimlessness is a vice, and such drifting must not continue for him who would steer clear of catastrophe and destruction.</p>
<p style="text-indent: 40px">They who have no central purpose in their life fall an easy prey to worries, fears, troubles, and self-pityings, all of which are indications of weakness, which lead, just as surely as deliberately planned sins (though by a different route), to failure, unhappiness, and loss, for weakness cannot persist in a power-evolving universe.</p>
</blockquote>
<p>การที่บอกว่าคิดดีแล้ว คือการคิดไปเองว่าคิดแล้วนะครับ ถ้าผ่านการคิดพิจารณาอย่างดีแล้วจริง ผลจะเป็นการกระทำที่ดีด้วย</p>
</div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/wash/archives/1292/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>การพัฒนา &#8220;เผ่า&#8221;</title>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/1291</link>
		<comments>http://lanpanya.com/wash/archives/1291#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 12 Mar 2010 19:03:50 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Logos</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[สังคม ชุมชน ครอบครัว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/wash/?p=1291</guid>
		<description><![CDATA[มนุษย์เป็นสัตว์สังคม จึงมีการรวมกลุ่มกัน ด้วยความเหมือนบางอย่าง
การรวมกันด้วยความเหมือนบางอย่างนี้ ส่วนหนึ่งเป็นไปเพราะมนุษย์นี้กระจ้อยร่อย ตัวเราคนเดียวทำอะไรเองมากนักก็ไม่ได้ จึงต้องอาศัยพึ่งพาคนอื่นบ้าง ดังนั้นมนุษย์แต่ละคนเป็นสมาชิกของกลุ่มหลายๆ กลุ่มในเวลาเดียวกัน เพื่อที่จะเสริมสร้างกำลังใจในการยืนหยัดด้วยความเหมือน และไหว้วานผู้ที่มีความรู้ ความชำนาญ และความสามารถที่แตกต่างในส่วนที่ตัวเองทำไม่ได้
ดังนั้นในชีวิตคน จึงต้องเจอทั้งความเหมือนและความแตกต่าง Dr. David Logan เรียกการรวมกลุ่มนี้ว่า &#8220;เผ่า&#8221; หรือ Tribe ซึ่งหมายถึงกลุ่มคนประมาณ 20-150 คน (ใหญ่กว่าทีมหนึ่งทีม ใหญ่กว่ากลุ่มคนที่มั่วสุมกันเองโดยสร้างกำแพงล้อมรอบตัวเอาไว้ จึงเป็นปฏิสัมพันธ์ในระดับที่กว้างกว่าความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลต่อบุคคล แต่เป็นบุคคลต่อกลุ่มคน)




ปฏิสัมพันธ์ของบุคคลต่อโลกภายนอกนั้น เป็นไปตามโลกทัศน์ของเขา สิ่งที่เขาแสดงออก ก็สะท้อนสิ่งที่เขาเห็นจนนึกว่าเป็นปกติ
David Logan แบ่งเผ่าออกเป็น 5 ระดับตาม &#8220;การพัฒนา&#8221;

&#8220;โลกบัดซบ&#8221; Life Sucks &#8212; ทุกอย่างเลวร้ายไปหมด อะไรๆ ก็ไม่พอใจ ทุกอย่างเป็นไปเพื่อความอยู่รอด ไม่ต้องสนใจกติกาอะไรทั้งสิ้น เบียดเบียนใครก็ได้โดยไม่รู้สึกผิดอะไร 
&#8220;ทำไมเรื่องเลวร้ายจึงเกิดกับฉันอยู่เรื่อย อะไรกันฟะ&#8221; My life sucks
&#8220;ฉันเจ๋งที่สุด (แต่แกไม่เจ๋ง)&#8221; I&#8217;m great (but you&#8217;re not!) [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>มนุษย์เป็นสัตว์สังคม จึงมีการรวมกลุ่มกัน ด้วยความเหมือนบางอย่าง</p>
<p>การรวมกันด้วยความเหมือนบางอย่างนี้ ส่วนหนึ่งเป็นไปเพราะมนุษย์นี้กระจ้อยร่อย ตัวเราคนเดียวทำอะไรเองมากนักก็ไม่ได้ จึงต้องอาศัยพึ่งพาคนอื่นบ้าง ดังนั้นมนุษย์แต่ละคนเป็นสมาชิกของกลุ่มหลายๆ กลุ่มในเวลาเดียวกัน เพื่อที่จะเสริมสร้างกำลังใจในการยืนหยัดด้วยความเหมือน และไหว้วานผู้ที่มีความรู้ ความชำนาญ และความสามารถที่แตกต่างในส่วนที่ตัวเองทำไม่ได้</p>
<p>ดังนั้นในชีวิตคน <strong><em>จึงต้องเจอทั้งความเหมือนและความแตกต่าง</em></strong> Dr. David Logan เรียกการรวมกลุ่มนี้ว่า &#8220;เผ่า&#8221; หรือ Tribe ซึ่งหมายถึงกลุ่มคนประมาณ 20-150 คน (ใหญ่กว่าทีมหนึ่งทีม ใหญ่กว่ากลุ่มคนที่มั่วสุมกันเองโดยสร้างกำแพงล้อมรอบตัวเอาไว้ จึงเป็นปฏิสัมพันธ์ในระดับที่กว้างกว่าความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลต่อบุคคล แต่เป็นบุคคลต่อกลุ่มคน)</p>
<p>
<object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="334" height="326" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="wmode" value="transparent" /><param name="bgColor" value="#ffffff" /><param name="flashvars" value="vu=http://video.ted.com/talks/dynamic/DavidLogan_2009-medium.flv&amp;su=http://images.ted.com/images/ted/tedindex/embed-posters/DavidLogan-2009.embed_thumbnail.jpg&amp;vw=320&amp;vh=240&amp;ap=0&amp;ti=651&amp;introDuration=16500&amp;adDuration=4000&amp;postAdDuration=2000&amp;adKeys=talk=david_logan_on_tribal_leadership;year=2009;theme=not_business_as_usual;theme=the_rise_of_collaboration;event=TEDxUSC;&amp;preAdTag=tconf.ted/embed;tile=1;sz=512x288;" /><param name="src" value="http://video.ted.com/assets/player/swf/EmbedPlayer.swf" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="334" height="326" src="http://video.ted.com/assets/player/swf/EmbedPlayer.swf" flashvars="vu=http://video.ted.com/talks/dynamic/DavidLogan_2009-medium.flv&amp;su=http://images.ted.com/images/ted/tedindex/embed-posters/DavidLogan-2009.embed_thumbnail.jpg&amp;vw=320&amp;vh=240&amp;ap=0&amp;ti=651&amp;introDuration=16500&amp;adDuration=4000&amp;postAdDuration=2000&amp;adKeys=talk=david_logan_on_tribal_leadership;year=2009;theme=not_business_as_usual;theme=the_rise_of_collaboration;event=TEDxUSC;&amp;preAdTag=tconf.ted/embed;tile=1;sz=512x288;" bgcolor="#ffffff" wmode="transparent" allowfullscreen="true"></embed></object>
</p>
<p><span id="more-1291"></span></p>
<p>ปฏิสัมพันธ์ของบุคคลต่อโลกภายนอกนั้น เป็นไปตามโลกทัศน์ของเขา สิ่งที่เขาแสดงออก ก็สะท้อนสิ่งที่เขาเห็นจนนึกว่าเป็นปกติ</p>
<p>David Logan แบ่งเผ่าออกเป็น 5 ระดับตาม &#8220;การพัฒนา&#8221;</p>
<ol>
<li>&#8220;โลกบัดซบ&#8221; Life Sucks &#8212; ทุกอย่างเลวร้ายไปหมด อะไรๆ ก็ไม่พอใจ ทุกอย่างเป็นไปเพื่อความอยู่รอด ไม่ต้องสนใจกติกาอะไรทั้งสิ้น เบียดเบียนใครก็ได้โดยไม่รู้สึกผิดอะไร </li>
<li>&#8220;ทำไมเรื่องเลวร้ายจึงเกิดกับ<em><strong>ฉัน</strong></em>อยู่เรื่อย อะไรกันฟะ&#8221; My life sucks</li>
<li>&#8220;<em><strong>ฉัน</strong></em>เจ๋งที่สุด (แต่แกไม่เจ๋ง)&#8221; I&#8217;m great (but you&#8217;re not!) &#8212; ซึ่งมีความหมายแฝงว่าคนอื่นกระจอกทั้งนั้น ฉันรู้ดีที่สุด ฉันดีที่สุด </li>
<li>&#8220;<em><strong>เรา</strong></em>เจ๋ง&#8221; เปลี่ยน &#8220;ฉัน&#8221; เป็น &#8220;เรา&#8221; &#8212; เปลี่ยนจากเป้า/เรื่องส่วนตัว เป็นเป้า/เรื่องของส่วนรวม (แต่ยังมี &#8220;พวกมัน&#8221;) มีความสัมพันธ์กันแบบเน้นที่คุณค่าของการอยู่และทำงานร่วมกัน</li>
<li>“<em><strong>ทั้งหมด</strong></em>เจ๋ง&#8221; Life is Great &#8212; ไม่มีคำว่าคนอื่น ทุกคนเชื่อมโยงกันหมด ยกตัวอย่างสาธุคุณ Desmond Tutu ซึ่งได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ และรางวัลอันมีเกียรติอื่นๆ อีกมากมาย ด้วย<a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Truth_and_Reconciliation_Commission_%28South_Africa%29" target="_blank">การจัดตั้งกระบวนการที่ทำให้การแบ่งแยกผิวในอัฟริกาใต้ซึ่งดำเนินมาอย่างเป็นระบบเกือบ 50 ปีสงบลงได้</a>: <em>ความจริง</em>และ<em>การสมานฉันท์</em> สองอย่างนี้ต้องไปคู่กันเสมอ ไม่อย่างนี้จะเป็นการประนีประนอม (ซึ่งไม่ได้ทำให้ฝ่ายใดเลยพอใจ) หรือ &#8220;ยอมเถอะ&#8221; แล้วเพิ่มความเก็บกดคับข้องใจขึ้นอีก</li>
</ol>
<p>ข้อมูลวิจัยบอกว่า ระดับ 1:2:3:4:5 เป็นสัดส่วน 2:25:48:22:2% มีเผ่าน้อยมากที่เป็นเผ่าระดับ 1 หรือระดับ 5 (จะกล่าวอ้างว่าเป็นระดับ 5 ผู้สูงส่งก็ได้ แต่มันมักจะไม่จริงหรอกครับ ถ้ายังชี้นิ้วอยู่ล่ะก็ ยังไม่ใช่นะครับ)</p>
<p>อย่างไรก็ตาม David Logan ให้แง่คิดสำคัญไว้สามเรื่องคือ</p>
<ul>
<li>ผู้นำ จำต้องพูดกับคนในเผ่า &#8220;ทุกระดับ&#8221; ไม่ใช่แค่เผ่าใดเผ่าหนึ่ง หรือเฉพาะเผ่าที่สนับสนุนตน &#8212; ผู้นำ นำทุกเผ่าของสังคม/องค์กร</li>
<li>หน้าที่ของผู้นำ คือพัฒนาเผ่าแต่ละเผ่าให้ก้าวหน้าขึ้นไปในระดับต่อไป เพื่อที่สังคม/องค์กรจะดีขึ้น น่าอยู่ขึ้น </li>
<li>ข้อความที่พูดกับแต่ละเผ่านั้น แต่ละเผ่าเข้าใจข้อความในระดับติดกันเท่านั้น อย่าเอาอุดมคติของเผ่าระดับ 5 มาพูดกับกลุ่มคนที่ท้อแท้สิ้นหวัง เขาไม่ฟังหรอกนะครับ ไม่รู้เรื่อง!</li>
</ul>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/wash/archives/1291/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>คิดใหม่ ทำใหม่ ที่ทางแยก</title>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/1290</link>
		<comments>http://lanpanya.com/wash/archives/1290#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 11 Mar 2010 19:59:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Logos</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[สังคม ชุมชน ครอบครัว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/wash/?p=1290</guid>
		<description><![CDATA[วิดีโอชุดนี้  ตลกดี แต่ก็ให้แง่คิดบางอย่างครับ





ครึ่งหนึ่งของอุบัติเหตุทางรถยนต์ เกิดขึ้นที่ทางแยก
แทนที่จะติดตั้งสัญญาณไฟจราจร  Gary Lauder เสนอที่ TED ให้เปลี่ยนแยกเป็นวงเวียน
จากการศึกษาพบว่า อุบัติเหตุลดลง 40% การบาดเจ็บลดลง 76% และการเสียชีวิตลดลง 90%
เขาสร้างป้ายแบบใหม่ โดยผสม &#8220;หยุด&#8221; กับ &#8220;ให้ทาง&#8221; เป็น &#8220;ผลัดกัน&#8221;

]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>วิดีโอชุดนี้  ตลกดี แต่ก็ให้แง่คิดบางอย่างครับ</p>
<p>
<object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="446" height="326" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="wmode" value="transparent" /><param name="bgColor" value="#ffffff" /><param name="flashvars" value="vu=http://video.ted.com/talks/dynamic/GaryLauder_2010-medium.flv&amp;su=http://images.ted.com/images/ted/tedindex/embed-posters/GaryLauder-2010.embed_thumbnail.jpg&amp;vw=432&amp;vh=240&amp;ap=0&amp;ti=789&amp;introDuration=16500&amp;adDuration=4000&amp;postAdDuration=2000&amp;adKeys=talk=gary_lauder_s_new_traffic_sign_take_turns;year=2010;theme=a_taste_of_ted2010;theme=new_on_ted_com;event=TED2010;&amp;preAdTag=tconf.ted/embed;tile=1;sz=512x288;" /><param name="src" value="http://video.ted.com/assets/player/swf/EmbedPlayer.swf" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="446" height="326" src="http://video.ted.com/assets/player/swf/EmbedPlayer.swf" flashvars="vu=http://video.ted.com/talks/dynamic/GaryLauder_2010-medium.flv&amp;su=http://images.ted.com/images/ted/tedindex/embed-posters/GaryLauder-2010.embed_thumbnail.jpg&amp;vw=432&amp;vh=240&amp;ap=0&amp;ti=789&amp;introDuration=16500&amp;adDuration=4000&amp;postAdDuration=2000&amp;adKeys=talk=gary_lauder_s_new_traffic_sign_take_turns;year=2010;theme=a_taste_of_ted2010;theme=new_on_ted_com;event=TED2010;&amp;preAdTag=tconf.ted/embed;tile=1;sz=512x288;" bgcolor="#ffffff" wmode="transparent" allowfullscreen="true"></embed></object>
</p>
<p><span id="more-1290"></span></p>
<ul>
<li>ครึ่งหนึ่งของอุบัติเหตุทางรถยนต์ เกิดขึ้นที่ทางแยก</li>
<li>แทนที่จะติดตั้งสัญญาณไฟจราจร  Gary Lauder เสนอที่ TED ให้เปลี่ยนแยกเป็นวงเวียน</li>
<li>จากการศึกษาพบว่า อุบัติเหตุลดลง 40% การบาดเจ็บลดลง 76% และการเสียชีวิตลดลง 90%</li>
<li>เขาสร้างป้ายแบบใหม่ โดยผสม &#8220;หยุด&#8221; กับ &#8220;ให้ทาง&#8221; เป็น &#8220;ผลัดกัน&#8221;</li>
</ul>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/wash/archives/1290/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ผู้เชี่ยวชาญเตือนอภิมหาสึนามิบนรอยแยกเดิม</title>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/1289</link>
		<comments>http://lanpanya.com/wash/archives/1289#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 11 Mar 2010 09:13:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Logos</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[การจัดการความรู้]]></category>

		<category><![CDATA[สังคม ชุมชน ครอบครัว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/wash/?p=1289</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อต้นปีนี้ ศ.ดร.จอห์น แม็คคลอสคีย์ ได้ออกมาเตือนถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดสึนามิขนาดใหญ่*ใต้*เกาะสุมาตรา จุดนี้เป็นจุดเดียวกับที่ ศ.ดร.เคอรี่ ซีห์ เคยชี้ไว้ &#8212; ที่จริงระบุจุดเสี่ยง ว่าเป็นบริเวณเมืองปาดังทางตอนใต้ของเกาะสุมาตรา ซึ่งหากเกิดขึ้นตรงนี้จริง ก็ไม่น่าจะกระทบกับเมืองไทยเพราะเกาะสุมาตราบังอยู่
ความเสี่ยงนี้ เกิดจากการมุดตัวของเพลต Indian and Australian Plate ลงใต้เพลตเอเซียหรือบางทีก็เรียกเพลตซุนดรา Sundra Plate ในไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีแผ่นดินไหวใหญ่ในรอยแยกบริเวณนี้ (Sundra Megatrust) ทำให้แผ่นเปลือกโลกเคลื่อนจนดีดตัวเป็นแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ ซึ่งเมื่อนำการเคลื่อนของแผ่นดิน (ส่วนใหญ่วัดด้วย GPS) มาพล็อตลงแล้ว พบว่ายังมี &#8220;ช่องว่าง&#8221; อยู่ตรงเมืองปาดัง


อย่างไรก็ตาม ดร.สมิทธ ธรรมสโรช อดีตผู้อำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ผู้เชียงชาญของไทย ยังคิดว่าแผ่นดินไหวใหญ่ครั้งต่อไป น่าจะเคลื่อนขึ้นเหนือของศูนย์กลางแผ่นดินไหวเมื่อคราววันที่ 26 ธ.ค.2547 คือเลื่อนขึ้นมาแถวหมู่เกาะนิโคบาในทะเลอันดามัน (ใต้พม่า) หรือว่าอาจจะเป็นรอยแยกของเพลตพม่าก็ได้ ซึ่งหากเกิดขึ้นบริเวณนี้ ก็จะเป็นอันตรายร้ายแรงต่อจังหวัดตามชายฝั่งอันดามันของไทย

ถ้าผู้เชี่ยวชาญผิดทั้งสองฝ่าย คือไม่เกิดสึนามิเลย นั่นดีที่สุดครับ เพราะคนไม่ทุกข์ยาก
แต่หากเกิดสึนามิขึ้น ไม่ว่าผู้เชี่ยวชาญฝ่ายไหนจะถูก สังคมไทยต้องเดินหน้าต่อไป: มองสิ่งต่างๆ ตามความเป็นจริง เข้าใจความเสี่ยง และเตรียมรับมือกับผลกระทบให้ดีที่สุดเถิดนะครับ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อต้นปีนี้ <a href="http://www.science.ulster.ac.uk/geophys/people/mccloskey.html" target="_blank">ศ.ดร.จอห์น แม็ค<strong>คลอสคีย์</strong></a> ได้ออกมาเตือนถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดสึนามิขนาดใหญ่*ใต้*เกาะสุมาตรา จุดนี้เป็นจุดเดียวกับที่ <a href="http://www.gps.caltech.edu/~sieh/" target="_blank">ศ.ดร.เคอรี่ ซีห์</a> เคยชี้ไว้ &#8212; ที่จริงระบุจุดเสี่ยง ว่าเป็นบริเวณเมืองปาดังทางตอนใต้ของเกาะสุมาตรา ซึ่งหากเกิดขึ้นตรงนี้จริง ก็ไม่น่าจะกระทบกับเมืองไทยเพราะเกาะสุมาตราบังอยู่</p>
<p>ความเสี่ยงนี้ เกิดจากการมุดตัวของเพลต Indian and Australian Plate ลงใต้เพลตเอเซียหรือบางทีก็เรียกเพลตซุนดรา Sundra Plate ในไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีแผ่นดินไหวใหญ่ในรอยแยกบริเวณนี้ (Sundra Megatrust) ทำให้แผ่นเปลือกโลกเคลื่อนจนดีดตัวเป็นแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ ซึ่งเมื่อนำการเคลื่อนของแผ่นดิน (ส่วนใหญ่วัดด้วย GPS) มาพล็อตลงแล้ว พบว่ายังมี &#8220;ช่องว่าง&#8221; อยู่ตรงเมืองปาดัง</p>
<p><img src="http://www.tectonics.caltech.edu/images/sumatra/Sunda_2007_ruptures_web.jpg" alt="" width="429" height="403" /></p>
<p><span id="more-1289"></span></p>
<p>อย่างไรก็ตาม ดร.สมิทธ ธรรมสโรช อดีตผู้อำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ผู้เชียงชาญของไทย ยังคิดว่าแผ่นดินไหวใหญ่ครั้งต่อไป น่าจะเคลื่อนขึ้นเหนือของศูนย์กลางแผ่นดินไหวเมื่อคราววันที่ 26 ธ.ค.2547 คือเลื่อนขึ้นมาแถวหมู่เกาะนิโคบาในทะเลอันดามัน (ใต้พม่า) หรือว่าอาจจะเป็นรอยแยกของเพลตพม่าก็ได้ ซึ่งหากเกิดขึ้นบริเวณนี้ ก็จะเป็นอันตรายร้ายแรงต่อจังหวัดตามชายฝั่งอันดามันของไทย</p>
<p><img src="http://www.tectonics.caltech.edu/sumatra/Science/images/2005_EQ_locationsm.gif" alt="" width="413" height="479" /></p>
<p>ถ้าผู้เชี่ยวชาญผิดทั้งสองฝ่าย คือไม่เกิดสึนามิเลย นั่นดีที่สุดครับ เพราะคนไม่ทุกข์ยาก</p>
<p>แต่หากเกิดสึนามิขึ้น ไม่ว่าผู้เชี่ยวชาญฝ่ายไหนจะถูก สังคมไทยต้องเดินหน้าต่อไป: มองสิ่งต่างๆ ตามความเป็นจริง เข้าใจความเสี่ยง และเตรียมรับมือกับผลกระทบให้ดีที่สุดเถิดนะครับ อะไรไม่พร้อมก็ทำเสียให้พร้อม อะไรเสียก็ซ่อมซะ แล้วก็ ซ้อม ซ้อม ซ้อม</p>
<p>พรุ่งนี้ งดเขียนบันทึกหนึ่งวันนะครับ จะฉลองความแก่ที่หลักสี่เป็นวันสุดท้าย วันถัดจากนั้นไป จะเป็นหนุ่มอีกทีหนึ่ง</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/wash/archives/1289/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>Whatever will be, will be</title>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/1288</link>
		<comments>http://lanpanya.com/wash/archives/1288#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 10 Mar 2010 17:21:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Logos</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[สังคม ชุมชน ครอบครัว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/wash/?p=1288</guid>
		<description><![CDATA[

]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>
<object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="445" height="364" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/1ou3PWztgeo&amp;hl=en_US&amp;fs=1&amp;rel=0&amp;color1=0x234900&amp;color2=0x4e9e00&amp;border=1" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="445" height="364" src="http://www.youtube.com/v/1ou3PWztgeo&amp;hl=en_US&amp;fs=1&amp;rel=0&amp;color1=0x234900&amp;color2=0x4e9e00&amp;border=1" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/wash/archives/1288/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>คลายร้อน</title>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/1283</link>
		<comments>http://lanpanya.com/wash/archives/1283#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 09 Mar 2010 17:41:17 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Logos</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[การจัดการความรู้]]></category>

		<category><![CDATA[ธรรมชาติ สัตว์ ต้นไม้ สิ่งแวดล้อม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/wash/?p=1283</guid>
		<description><![CDATA[อากาศไม่ได้ร้อนด้วยตัวเองหรอกครับ ส่วนใหญ่แล้วเกิดจากพลังงานความร้อนจากดวงอาทิตย์ที่แผ่มาให้โลกอย่างทั่วถึง
ปีนี้เอลนินโญ่รุนแรง ทำให้อากาศบริเวณอุษาคเนย์ (mainland southeast asia) มีอุณหภูมิสูงขึ้น พอนานๆ ไป ก็เข้าขั้นร้อนตับแตก
เพราะเราไม่ทำอะไร จึงปล่อยให้เสียความชุ่มชื้นในบรรยากาศไป พอความชื้น(สัมพัทธ์)ในบรรยากาศลดลง เมฆก็ไม่รวมตัวกัน แสงแดดทะลุลงมากระทบพื้นผิวโลกได้ แถมเราทำลายป่าไปจนจะโกร๋นหมดแล้ว เมื่อดินโดนแดดเผา อากาศร้อนก็ลอยสูงขึ้นไปไล่เมฆที่อาจจะหลงเหลืออยู่บ้าง ไม่ว่าจะมีความชื้นสัมพัทธ์อยู่เท่าไหร่ อุณหภูมิพื้นผิวสูงขึ้นทำให้อากาศร้อนลอยตัวสูงขึ้น เมื่ออุณหภูมิสูงเกิน dew point เมฆก็สลายตัว ทำให้แสงแดดส่องลงมาได้มากขึ้น ร้อนหนักเข้าไปใหญ่ วนเวียนไปเป็นวัฏจักร

เอาล่ะครับ เรื่องที่ผ่านไปแล้ว ก็ผ่านไปแล้ว เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ แต่ถ้าจะถอดบทเรียนเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำซากอีก ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง (แต่ก็ยังไม่ทำอะไรกัน)
ทีนี้เมื่อเข้าใจเหตุของความร้อนแล้ว วิธีบรรเทาก็ไม่ยากจนเกินไป กล่าวคือป้องกันไม่ให้แสงอาทิตย์ตกลงมากระทบพื้น
ร่มเงา
ที่น่าจะดีที่สุดคือต้นไม้ใหญ่ครับ ปลูกบัง หรือคลุมวัสดุที่อมความร้อนมากเช่นคอนกรีต รวมทั้งอาคารสิ่งปลูกสร้าง บ้านเรือน หลังคา ฯลฯ รวมทั้งถนนด้วย
พูดง่ายนะ ถ้าปลูกวันนี้ เมื่อไหร่จะโต&#8230; ที่แน่ๆ คือปลูกวันนี้ จะเอาผลพรุ่งนี้ไม่ได้หรอกครับ ยังมีวิธีอื่นอีก
ที่ดีที่สุด ต้นไม้ที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก คือต้นไม้ใหญ่ เป็นไม้ยืนต้น ซึ่งใช้เวลาในการเติบโตหลายปี ต้นไม้ดูดคาร์บอนไดออกไซด์ มาสังเคราะห์แสง แล้วเปลี่ยนคาร์บอนไดออกไซด์เป็นเชลลูโลส ซึ่งมีมากในเนื้อไม้
แต่ไม้ยืนต้นโตช้า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>อากาศไม่ได้ร้อนด้วยตัวเองหรอกครับ ส่วนใหญ่แล้วเกิดจากพลังงานความร้อนจากดวงอาทิตย์ที่แผ่มาให้โลกอย่างทั่วถึง</p>
<p>ปีนี้เอลนินโญ่รุนแรง ทำให้อากาศบริเวณอุษาคเนย์ (mainland southeast asia) มีอุณหภูมิสูงขึ้น พอนานๆ ไป ก็เข้าขั้นร้อนตับแตก</p>
<p>เพราะเราไม่ทำอะไร จึงปล่อยให้เสียความชุ่มชื้นในบรรยากาศไป พอความชื้น(สัมพัทธ์)ในบรรยากาศลดลง เมฆก็ไม่รวมตัวกัน แสงแดดทะลุลงมากระทบพื้นผิวโลกได้ แถมเราทำลายป่าไปจนจะโกร๋นหมดแล้ว เมื่อดินโดนแดดเผา อากาศร้อนก็ลอยสูงขึ้นไปไล่เมฆที่อาจจะหลงเหลืออยู่บ้าง ไม่ว่าจะมีความชื้นสัมพัทธ์อยู่เท่าไหร่ อุณหภูมิพื้นผิวสูงขึ้นทำให้อากาศร้อนลอยตัวสูงขึ้น เมื่ออุณหภูมิสูงเกิน dew point เมฆก็สลายตัว ทำให้แสงแดดส่องลงมาได้มากขึ้น ร้อนหนักเข้าไปใหญ่ วนเวียนไปเป็นวัฏจักร</p>
<p><span id="more-1283"></span></p>
<p>เอาล่ะครับ เรื่องที่ผ่านไปแล้ว ก็ผ่านไปแล้ว เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ แต่ถ้าจะถอดบทเรียนเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำซากอีก ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง (แต่ก็ยังไม่ทำอะไรกัน)</p>
<p>ทีนี้เมื่อเข้าใจเหตุของความร้อนแล้ว วิธีบรรเทาก็ไม่ยากจนเกินไป กล่าวคือป้องกันไม่ให้แสงอาทิตย์ตกลงมากระทบพื้น</p>
<h4><big>ร่มเงา</big></h4>
<p>ที่น่าจะดีที่สุดคือต้นไม้ใหญ่ครับ ปลูกบัง หรือคลุมวัสดุที่อมความร้อนมากเช่นคอนกรีต รวมทั้งอาคารสิ่งปลูกสร้าง บ้านเรือน หลังคา ฯลฯ รวมทั้งถนนด้วย</p>
<p>พูดง่ายนะ ถ้าปลูกวันนี้ เมื่อไหร่จะโต&#8230; ที่แน่ๆ คือปลูกวันนี้ จะเอาผลพรุ่งนี้ไม่ได้หรอกครับ ยังมีวิธีอื่นอีก</p>
<p>ที่ดีที่สุด ต้นไม้ที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก คือต้นไม้ใหญ่ เป็นไม้ยืนต้น ซึ่งใช้เวลาในการเติบโตหลายปี ต้นไม้ดูดคาร์บอนไดออกไซด์ มาสังเคราะห์แสง แล้วเปลี่ยนคาร์บอนไดออกไซด์เป็นเชลลูโลส ซึ่งมีมากในเนื้อไม้</p>
<p><img style="float: right;" src="http://1.bp.blogspot.com/_cJeB6i5kAvk/SqIcol2y6VI/AAAAAAAABAk/67gWghw0kEo/s1600/slant-001.gif" alt="" width="156" height="147" />แต่ไม้ยืนต้นโตช้า คราวหลัง จะโค่น จะถอน จะถาง ก็หัดคิดซะก่อน ไปวิทยาลัยการเกษตรกับครูบา ถางต้นไม้กันซะราบพนาสูญ ทำตัวเป็นคนกรุงเทพไปได้ ผ่านไปที่ไหนก็ราบไปหมด เมืองท่องเที่ยวราบทุกเมือง ปายอยู่สุดขอบฟ้ายังไม่รอดเลย</p>
<p>ถ้ามีเงินถุงเงินถัง หรือใจร้อนรอไม่ได้ ก็อาจใช้ตาข่ายพรางแสง (แสลน) มาบังแดด แต่ถ้าคิดว่ามีเวลา ใช้ไม้เลื้อย ไม้เถามาบังแดด จะประหยัดกว่ามากครับ</p>
<table border="0">
<tbody>
<tr>
<td><img class="alignnone size-full wp-image-1284" title="dsc_1666" src="http://lanpanya.com/wash/files/2010/03/dsc_1666.jpg" alt="" width="300" height="199" /></td>
<td><img class="alignnone size-full wp-image-1285" title="dsc_1771" src="http://lanpanya.com/wash/files/2010/03/dsc_1771.jpg" alt="" width="300" height="199" /></td>
</tr>
<tr>
<td>31 ต.ค. 52</td>
<td>28 พ.ย. 52</td>
</tr>
<tr>
<td colspan="2">ปลาย ก.พ. 53 เขียวครึ้มเต็มหมดแล้ว (ถ่ายมา แต่หารูปไม่เจอ)</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>ตาข่ายพรางแสงสีดำ อาจจะไม่ดีเท่าสีอื่น เพราะสีดำดูดความร้อนเอาไว้; แน่นอนว่าคนขายเขาจะบอกว่าของเขาดี ทนทาน ทนความร้อน ทน UV ถ้าเชื่อไปทั้งดุ้น ก็เป็นเหยื่อต่อไปเถิดครับ (ใช้ได้นะ แต่ไม่ดีเท่าสีอื่น)</p>
<p><img style="float: left;" src="http://oceanwindsjamaica.com/resources/web+Long+Bay+beach+shade.jpg" alt="" width="115" height="77" /><img style="float: right;" src="http://lh3.ggpht.com/jianshuo/RrCiGagppfI/AAAAAAAAEE8/IrdDjOYSe-Q/s512/shanghai-south.railway.station-11.JPG" alt="" width="96" height="128" />เอาล่ะ ทีนี้หากสร้างที่บังแดดในแนวระนาบ เช่นกรณีของโรง-เพิงจอดรถ หรือโรงเพาะชำต้นไม้ ความร้อนจะแสงแดด ถูกกันไว้ในระดับที่สูงกว่าศรีษะ ข้างใต้หลังคา แต่บางทีเรากลับยังไม่รู้สึกว่าเย็น ทั้งนี้เหตุส่วนใหญ่น่าจะเป็นเพราะ ความร้อนยังแผ่เข้ามาได้จากส่วนที่ไม่ได้บังแดดไว้ ถ้าร่มเงาจะสร้างความเย็นได้บ้าง ก็ต้องสร้างร่มเงาเป็นพื้นที่ใหญ่ๆ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/wash/archives/1283/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน จากมุมมองของมนุษย์ธรรมดา</title>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/1282</link>
		<comments>http://lanpanya.com/wash/archives/1282#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 09 Mar 2010 09:13:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Logos</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[การเมือง การปกครอง กฏหมาย]]></category>

		<category><![CDATA[การแพทย์ สุขภาพ สุขภาวะ]]></category>

		<category><![CDATA[ข้อคิดชีวิต ปรัชญา ศาสนา]]></category>

		<category><![CDATA[ธรรมชาติ สัตว์ ต้นไม้ สิ่งแวดล้อม]]></category>

		<category><![CDATA[สังคม ชุมชน ครอบครัว]]></category>

		<category><![CDATA[อาหาร ท่องเที่ยว กีฬา นันทนาการ]]></category>

		<category><![CDATA[เกษตรกรรม อุตสาหกรรม พาณิชยกรรม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/wash/?p=1282</guid>
		<description><![CDATA[สังคมมนุษย์เป็นสังคมของการพึ่งพากัน ไม่มีใครที่สามารถดำรงชีวิตอยู่ (แบบที่มีคุณภาพชีวิตพอสมควร) ได้ด้วยตนเอง เมื่อคนอยู่รวมกลุ่มกัน ต่างก็พึ่งพาอาศัยกันและกัน
18 ต.ค. 2516 สี่วันหลังจากเหตุการณ์ 14 ตุลา ดำเนินไปถึงจุดไคลแม็กซ์ อ.ป๋วย เขียนบทความ The Quality of Life of a South East Asian : A Chronical of Hope from Womb to Tomb ตีพิมพ์ลงในหนังสือพิมพ์ the Bangkok Post บทความนี้ ต่อมามีการแปลเป็นภาษาไทย และกล่าวกันว่าเป็นแรงผลักดันสำคัญของแนวคิดแบบรัฐสวัสดิการของไทย
คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าบทความนี้ สร้างแรงบันดาลใจมหาศาล แต่ผมก็ขอตั้งข้อสังเกตว่ามันเป็นไปเช่นเดียวกับที่เคยเป็นมา คือคนเชื่อยังชี้นิ้วไปยังคนอื่น (รัฐ) ว่าจะต้องทำอย่างโน้น ทำอย่างนี้ ส่วนตัวเองนั้นขอพูด ขอวิจารณ์ ขอผลักด้นและกดดัน ประกาศความต้องการอย่างชัดแจ้ง ผมคิดว่ายังมีนัยอื่นในบทความนี้ ที่ระบุถึงหน้าที่ของทุกคนในรัฐสวัสดิการ &#8212; ถ้าหากว่าต้องการรัฐสวัสดิการจริง
หากว่าบทความนี้เป็น check-list ตามมาตรฐาน เราสอบตกไม่ว่าจะเป็นมาตรฐานอะไรก็ตาม [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สังคมมนุษย์เป็นสังคมของการพึ่งพากัน ไม่มีใครที่สามารถดำรงชีวิตอยู่ (<em>แบบที่มีคุณภาพชีวิตพอสมควร</em>) ได้ด้วยตนเอง เมื่อคนอยู่รวมกลุ่มกัน ต่างก็พึ่งพาอาศัยกันและกัน</p>
<p>18 ต.ค. 2516 สี่วันหลังจากเหตุการณ์ 14 ตุลา ดำเนินไปถึงจุดไคลแม็กซ์ อ.ป๋วย เขียนบทความ The Quality of Life of a South East Asian : A Chronical of Hope from Womb to Tomb ตีพิมพ์ลงในหนังสือพิมพ์ the Bangkok Post บทความนี้ ต่อมามีการแปลเป็นภาษาไทย และกล่าวกันว่าเป็นแรงผลักดันสำคัญของแนวคิดแบบ<em>รัฐสวัสดิการ</em>ของไทย</p>
<p>คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าบทความนี้ สร้างแรงบันดาลใจมหาศาล แต่ผมก็ขอตั้งข้อสังเกตว่ามันเป็นไปเช่นเดียวกับที่เคยเป็นมา คือคนเชื่อยังชี้นิ้วไปยังคนอื่น (รัฐ) ว่าจะต้องทำอย่างโน้น ทำอย่างนี้ ส่วนตัวเองนั้นขอพูด ขอวิจารณ์ ขอผลักด้นและกดดัน ประกาศความต้องการอย่างชัดแจ้ง ผมคิดว่ายังมีนัยอื่นในบทความนี้ ที่ระบุถึงหน้าที่ของทุกคนในรัฐสวัสดิการ &#8212; ถ้าหากว่าต้องการรัฐสวัสดิการจริง</p>
<p>หากว่าบทความนี้เป็น check-list <em>ตามมาตรฐาน</em> เราสอบตกไม่ว่าจะเป็นมาตรฐานอะไรก็ตาม ทั้งรัฐที่ปกครองมาทุกยุคทุกสมัย และประชาชนที่ไม่ทำหน้าที่แต่เรียกร้องเอาเหมือนนับถือผี</p>
<p><span id="more-1282"></span></p>
<table border="1">
<tbody>
<tr valign="top">
<td width="50%">
<p>While in my mother&#8217;s womb, I want her to have good nutrition and access to maternal and child welfare  care.</p>
<p>I don&#8217;t want to have as many brothers and sisters as my parents had before me, and I do not want my mother to have a child too soon after me.</p>
<p>I don&#8217;t care whether my father and mother are formally married, but I need them to live together in reasonable  harmony.</p>
<p>I want good nutrition for my mother and for me in my first two or three years when my capacity for future mental and physical development is determined.</p>
<p>I want to go to school, together with my sister, and to learn a trade, and to have the schools impart social values to  me.  If I happen to be suitable for higher education, that opportunity should be available.</p>
<p>When I leave school I want a job, a meaningful one in which I can feel the satisfaction of making a  contribution.</p>
<p>I want to live in a law and order society, without molestation. I want my country to relate effectively and equitably to the outside world so that I can have access to the intellectual and technical knowledge of all mankind, as well as the capital from  overseas.</p>
<p>I would like my country to get a fair price for the products that I and my fellow citizens create.</p>
<p>As a farmer, I would like to have my own plot of land, with a system which gives me access to credit, to new agricultural technology and to markets, and a fair price for my produce.</p>
<p>As a worker, I would want to have some share, some sense of participation in the factory in which I work.</p>
<p>As a human being, I would like inexpensive newspapers and paperback books, plus access to radio and TV (without too much advertising).</p>
<p>I want to enjoy good health, and I expect the Government to provide free preventive medical service and cheap and readily available  good curative service.</p>
<p>I need some leisure time for myself, and to enjoy my family, and want access to some green parks, to the arts, and to traditional social or religious festivities.  I want clean air to breathe and clean water to drink.</p>
<p>I would like to have the security of co-operative mechanisms in which I join to help others do things which they cannot do alone, and they do the same for me.</p>
<p>I need the opportunity to participate in the society around me, and to help shape the decisions of the economic and social as well as the political institutions that so affect my  life.</p>
<p>I want my wife to have equal opportunity with me, and I want both of us to have access to the knowledge and means of family planning.</p>
<p>In my old age, it would be nice to have some form of social security to which I have contributed.</p>
<p>When I die, if I happen to have some  money left, I would wish the Government to take some of it, leaving an adequate amount for my widow.  With this money the Government should make it possible for others to enjoy life too.</p>
<p>These are what life is all about, and what development should seek to achieve for all.</p>
</td>
<td width="50%">
<p>เมื่อผมอยู่ในครรภ์ของแม่ ผมต้องการให้แม่ได้รับประทานอาหารที่เป็นคุณประโยชน์ และได้รับความเอาใจใส่ และบริการอันดีในเรื่องสวัสดิภาพของแม่และเด็ก ผมไม่ต้องการมีพี่น้องมากอย่างที่พ่อแม่ผมมีอยู่ และแม่จะต้องไม่มีลูกถี่นัก</p>
<p>พ่อกับแม่จะแต่งงานกันถูกฎหมาย หรือธรรมเนียมประเพณีหรือไม่ ไม่สำคัญ แต่สำคัญที่ พ่อกับแม่ต้องอยู่ด้วยกันอย่างสงบสุข ทำความอบอุ่นให้ผมและพี่น้อง</p>
<p>ในระหว่าง 2-3 ขวบแรกของผม ซึ่งร่างกายและสมองผมกำลังเติบโตในระยะที่สำคัญ ผมต้องการให้แม่ผมกับตัวผม ได้รับประทานอาหารที่เป็นคุณประโยชน์</p>
<p>ผมต้องการไปโรงเรียน พี่สาวหรือน้องสาวผมก็ต้องการไปโรงเรียน จะได้มีความรู้หากินได้ และจะได้ รู้คุณธรรมแห่งชีวิต ถ้าผมสติปัญญาเรียนชั้นสูง ๆ ขึ้นไป ก็ให้มีโอกาสเรียนได้ ไม่ว่าพ่อแม่ผมจะรวย หรือจน จะอยู่ในเมืองหรือชนบทแร้นแค้น</p>
<p>เมื่อออกจากโรงเรียนแล้ว ผมต้องการงานอาชีพที่มีความหมาย ทำให้ได้รับความพอใจว่า ตนได้ทำงานเป็นประโยชน์แก่สังคม</p>
<p>บ้านเมืองที่ผมอาศัยอยู่จะต้องมีขื่อ มีแป ไม่มีการข่มขู่ กดขี่ หรือประทุษร้ายกัน ประเทศของผมควรจะมีความสัมพันธ์อันชอบธรรม และเป็นประโยชน์กับโลกภายนอก ผมจะได้มีโอกาสเรียนรู้ถึงความคิด และวิชาของมนุษย์ทั้งโลก และประเทศของผมจะได้มีโอกาส รับเงินทุนจากต่างประเทศ มาใช้เป็นประโยชน์แก่ส่วนรวม</p>
<p>ผมต้องการให้ชาติของผมได้ขายผลิตผลแก่ต่างประเทศด้วยราคาอันเป็นธรรม ในฐานะที่ผมเป็นชาวไร่ชาวนา ผมก็อยากมีที่ดินของผมพอสมควรสำหรับทำมาหากิน มีช่องทางได้กู้ยืมเงินมาขยายงาน มีโอกาสรู้วิธีการทำกินแบบใหม่ ๆ มีตลาดดี และขายสินค้าได้ราคายุติธรรม</p>
<p>ในฐานะที่ผมเป็นกรรมกร ผมก็ควรจะมีหุ้นมีส่วนในโรงงาน บริษัท ห้างร้านที่ผมทำอยู่</p>
<p>ในฐานะที่ผมเป็นมนุษย์ ผมก็ต้องการอ่านหนังสือพิมพ์ และหนังสืออื่น ๆ ที่ไม่แพงนัก จะฟังวิทยุ ดูโทรทัศน์ ก็ได้โดยไม่ต้องทนรบกวนจากการโฆษณามากนัก</p>
<p>ผมต้องการสุขภาพอนามัยอันดี และรัฐบาลจะต้องให้บริการป้องกันโรคแก่ผมฟรี กับบริการการแพทย์ รักษาพยาบาลอย่างถูกอย่างดี เจ็บป่วยเมื่อใดหาหมอพยาบาลได้สะดวก</p>
<p>ผมจำเป็นต้องมีเวลาว่างสำหรับเพลิดเพลินกับครอบครัว มีสวนสาธารณะที่เขียวชะอุ่ม สามารถมีบทบาท และชมศิลปะ วรรณคดี นาฏศิลป์ ดนตรี วัฒนธรรมต่าง ๆ เที่ยวงานวัน งานลอยกระทง งานนักขัตฤกษ์ งานกุศลอะไรก็ได้พอสมควร</p>
<p>ผมต้องการอากาศบริสุทธิ์สำหรับหายใจ น้ำดื่มบริสุทธิ์สำหรับดื่ม</p>
<p>เรื่องอะไรที่ผมทำเองไม่ได้ หรือได้แต่ไม่ดี ผมก็จะขอความร่วมมือกับเพื่อนฝูงในรูปสหกรณ์ หรือ สโมสร หรือสหภาพ จะได้ช่วยซึ่งกันและกัน</p>
<p>เรื่องที่ผมจะเรียกร้องข้างต้นนี้ ผมไม่เรียกร้องเปล่า ผมยินดีเสียภาษีอากรให้ส่วนรวมตามอัตภาพ</p>
<p>ผมต้องการโอกาสที่มีส่วนในสังคมรอบตัวผม ต้องการมีส่วนในการวินิจฉัยโชคชะตาทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมของชาติ</p>
<p>เมียผมก็ต้องการโอกาสต่าง ๆ เช่นเดียวกับผม และเราสองคนควรจะได้รับความรู้และวิธีการวางแผนครอบครัว</p>
<p>เมื่อแก่ ผมและเมียก็ควรได้ประโยชน์ตอบแทนจากการประกันสังคม ซึ่งผมได้จ่ายบำรุงตลอดมา</p>
<p>เมื่อจะตาย ก็ขออย่าให้ตายอย่างโง่ ๆ อย่างบ้า ๆ คือตายในสงครามที่คนอื่นก่อให้เกิดขึ้น ตายในสงครามกลางเมือง ตายเพราะอุบัติเหตุรถยนต์ ตายเพราะน้ำหรืออากาศเป็นพิษ หรือตายเพราะการเมืองเป็นพิษ</p>
<p>เมื่อตายแล้ว ยังมีทรัพย์สมบัติเหลืออยู่ เก็บไว้ให้เมียผมพอใจในชีวิตของเธอ ถ้าลูกยังเล็กอยู่ก็เก็บไว้ เลี้ยงให้โต แต่ลูกที่โตแล้วไม่ให้ นอกนั้นรัฐบาลควรเก็บไปหมด จะได้ใช้เป็นประโยชน์ในการบำรุงชีวิตของคนอื่น ๆ บ้าง</p>
<hr />
<p>ตายแล้ว เผาผมเถิด อย่าฝัง คนอื่นจะได้มีที่ดินอาศัยและทำกิน และอย่าทำพิธีรีตอง ในงานศพให้วุ่นวายไป</p>
<p>นี่แหละคือความหมายของชีวิต นี่แหละคือการพัฒนาที่จะควรให้เกิดขึ้นเพื่อประโยชน์ของทุกคน</p>
<p>สุดท้ายนี้ ขอขอบพระคุณท่านทั้งหลายที่อุตส่าห์อ่านมาจนจบ ขอความสุขสวัสดีและสันติสุข จงเป็นของท่านทั้งหลาย และพระท่านกล่าวไว้ดังนี้เกี่ยวกับความสวัสดี</p>
<p>&#8220;เราตถาคตไม่เห็นความสวัสดีอื่นใดของสัตว์ทั้งหลาย นอกจากปัญญา เรื่องตรัสรู้ ความเพียร ความสำเร็จอินทรีย์ และความเสียสละ&#8221;.</p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>@ <a href="http://www.nidambe11.net/ekonomiz/2003q2/article2003june26p4.htm" target="_blank">จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน และโรงทาน</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/wash/archives/1282/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>การเข้าถึงอินเทอร์เน็ต ควรเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานหรือไม่ คนไทยตอบว่า &#8220;ควร&#8221; แต่&#8230;</title>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/1281</link>
		<comments>http://lanpanya.com/wash/archives/1281#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 08 Mar 2010 11:07:49 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Logos</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[การเมือง การปกครอง กฏหมาย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/wash/?p=1281</guid>
		<description><![CDATA[สำนักข่าวบีบีซีของอังกฤษ รายงานผลของการสำรวจอันหนึ่งว่า Internet access is &#8216;a fundamental right&#8217; ซึ่งบีบีซีทำการสำรวจ &#8220;ผู้ใหญ่&#8221; สองหมื่นเจ็ดพันคน ใน 26 ประเทศ ซึ่งผลสำรวจโดยละเอียดดาวน์โหลดได้ที่นี่
การสำรวจนี้ รวมการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์เมืองไทยด้วย กับคนหนึ่งพันคนในเขตเมือง ระหว่าง 6-27 มกราคม ปีนี้ (แต่เค้าไม่ได้ถามผม และผมไม่เคยโดนสุ่มถามโดยโพลไหนๆ เลย)
Thailand
 While Thai web users believe very strongly that internet access should be a fundamental right (91%), they emerge as somewhat more wary than average about expressing their opinions online—58 per cent [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สำนักข่าวบีบีซีของอังกฤษ รายงานผลของการสำรวจอันหนึ่งว่า <a href="http://news.bbc.co.uk/2/hi/technology/8548190.stm" target="_blank">Internet access is &#8216;a fundamental right&#8217;</a> ซึ่งบีบีซีทำการสำรวจ &#8220;ผู้ใหญ่&#8221; สองหมื่นเจ็ดพันคน ใน 26 ประเทศ ซึ่ง<a href="http://news.bbc.co.uk/1/shared/bsp/hi/pdfs/08_03_10_BBC_internet_poll.pdf" target="_blank">ผลสำรวจโดยละเอียดดาวน์โหลดได้ที่นี่</a></p>
<p>การสำรวจนี้ รวมการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์เมืองไทยด้วย กับคนหนึ่งพันคนในเขตเมือง ระหว่าง 6-27 มกราคม ปีนี้ (แต่เค้าไม่ได้ถามผม และผมไม่เคยโดนสุ่มถามโดยโพลไหนๆ เลย)</p>
<blockquote><p>Thailand<br />
 While Thai web users believe very strongly that internet access should be a fundamental right (91%), they emerge as somewhat more wary than average about expressing their opinions online—58 per cent disagree that the internet is a safe place to do this, compared to a little over two in five who agree (42%). In this, opinion in Thailand is closer to opinion in Japan than to other Asian developing economies in the sample. Nevertheless, a higher proportion than average (83%) agrees that the internet has increased their freedom. Social networking sites are also more popular in Thailand than in many other countries—two-thirds of Thai web users say they enjoy spending their spare time on such sites. While fraud is the main public concern relating to the internet across the 26 countries, violent and explicit content is clearly the greatest worry for Thai respondents (42%).</p>
</blockquote>
<p><span id="more-1281"></span></p>
<p>ในฝั่งทั้งของผู้ออกกฎหมายและผู้รักษากฎหมาย ผมคิดว่าทั้งคู่ยังเข้าใจธรรมชาติของอินเทอร์เน็ต คลาดเคลื่อนไปมาก</p>
<ul>
<li>ใครจะไปดูอะไร ที่ไหนนั้น ผู้ชมเค้าเลือกไปของเค้าเอง ไม่มีใครไปบังคับเขา หรือบังคับให้ไปดูอะไร</li>
<li>แต่ก็จริงอยู่ที่มีหลายอย่างที่ล่อแหลม หรือแม้แต่ผิดกฎหมาย <span style="text-decoration: underline;"><strong>ซึ่งถ้าผิดก็ต้องจับ</strong></span> ไม่ใช่ปกปิดทำเป็นว่าไม่มีปัญหานะครับ</li>
<li>การปิดกั้นไม่ได้แก้ปัญหาอะไรเลย ตำรวจก็เคยบ่นมาเกือบสี่ปีแล้ว http://bit.ly/9uyEG0</li>
<li>มาตรา 36 ของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน รองรับเสรีภาพในการสื่อสารถึงกันโดยทางที่ชอบด้วยกฎหมาย และ &#8220;ห้าม&#8221; การตรวจ กัก ดัก แอบดู หรือเปิดเผย ข้อความที่สื่อถึงกัน &#8212; ยกเว้นว่าจะ<span style="text-decoration: underline;">มีกฎหมายกำหนดไว้</span> *และ* จะต้องเป็นกฎหมาย<span style="text-decoration: underline;">เฉพาะ</span><em>เพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐ</em> หรือ<em>เพื่อรักษา ความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน</em> อีกด้วย<em><br />
</em></li>
</ul>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/wash/archives/1281/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>Drum machine</title>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/1280</link>
		<comments>http://lanpanya.com/wash/archives/1280#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 07 Mar 2010 20:18:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Logos</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[คอมพิวเตอร์ การใช้งาน โปรแกรม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/wash/?p=1280</guid>
		<description><![CDATA[กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ดูโปรแกรมสร้าง Flash animation ชื่อ Swift 3d มีงานอันหนึ่งชื่อ drum machine
อยู่ดีๆ ก็ไปเจออีก เลยเอามาฝากครับ คลิกตรงจุดแดงเพื่อเริ่ม จากนั้นรอโหลดแป๊บนึง ถ้ามันหลุด ก็คลิกตรงที่หยุด


]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ดูโปรแกรมสร้าง Flash animation ชื่อ Swift 3d มีงานอันหนึ่งชื่อ drum machine</p>
<p>อยู่ดีๆ ก็ไปเจออีก เลยเอามาฝากครับ คลิกตรงจุดแดงเพื่อเริ่ม จากนั้นรอโหลดแป๊บนึง ถ้ามันหลุด ก็คลิกตรงที่หยุด</p>
<p>
<object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="750" height="375" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="id" value="drummachine" /><param name="align" value="top" /><param name="quality" value="best" /><param name="scale" value="noborder" /><param name="wmode" value="opaque" /><param name="bgcolor" value="#FFFFFF" /><param name="src" value="http://tokyoplastic.com/dm.swf" /><embed id="drummachine" type="application/x-shockwave-flash" width="750" height="375" src="http://tokyoplastic.com/dm.swf" bgcolor="#FFFFFF" wmode="opaque" scale="noborder" quality="best" align="top"></embed></object></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/wash/archives/1280/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ฝากเด็ก</title>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/1277</link>
		<comments>http://lanpanya.com/wash/archives/1277#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 07 Mar 2010 12:57:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Logos</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ประสบการณ์ชีวิต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/wash/?p=1277</guid>
		<description><![CDATA[วันนี้ไปบรรยายในค่ายของ THNG: IT networking for Disaster Response เริ่มรายการช้าหน่อย เพราะน้องๆ (น่าจะเรียกหลาน) ไปเดินป่าทดลองเล่นเครือข่าย DUMBO กันในป่าเขาใหญ่ กลับมากินข้าวกลางวันช้า&#8230;
 
ไม่รู้เป็นยังไง เวลาผมบรรยาย ไม่ค่อยตรงกับหัวข้อ ได้รับการบอกเล่าว่าไม่ให้ลงลึกเพราะผู้ฟังมาจากหลายหลายสาขา ก็เลยเล่าพวกเกร็ดและแง่คิดเกี่ยวกับการจัดการภัยพิบัติให้ฟัง เป็นประเด็นทางสังคมทั้งนั้น หวังว่าคงได้อะไรไปบ้าง&#8230; คุยกันไปสักพัก อ.โคทม (ประธานมูลนิธิ) เดินเข้ามาฟังด้วย แต่จะไม่เล่ารายละเอียดหรอกนะครับ ไม่รู้คนฟังรู้สึกอย่างไร แต่คนบรรยายสนุกดี
มาถึงคำถามสุดท้ายว่าอยากฝากอะไรกับทุกคน นึกอะไรไม่ออก เลยบอกไปตามความรู้สึกว่าสังคมเป็นการลงทุนร่วมกันของทุกคน อย่านิ่งดูดาย อารามตกใจ จึงไม่ได้อธิบาย ว่าที่เรียกว่าเป็นการลงทุนนั้น หมายความว่าต้องลงมือลงแรงกันบ้าง แค่คิดดีอย่างเดียวไม่พอ แล้วก็ไม่ใช่ลงปั๊บ จะเอาผลลัพท์ทันที ลงปุ๊บเห็นผลปั๊บ เรียกการว่าพนันไม่ใช่การลงทุน ควรอดทนบ้าง แล้วการอดทนก็ไม่ได้ทำให้ตาย คนที่บ่น &#8220;จะตาย จะตาย ทนไม่ได้แล้ว&#8221; นั้น ไม่เห็นตายสักคน ไม่อย่างนั้นบ่นไม่ได้หรอกนะครับ
อากาศร้อนจัด ขนาดใส่เสื้อแขนยาว ตัวยังดำปี๋เลย อุณหภูมินอกรถที่จอดทิ้งไว้สองชั่วโมง 42.5°C; ซื้อข้าวโพดมายี่สิบกว่าฝัก กลับมาถึงบ้านระเหิดหมด [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>วันนี้ไปบรรยายในค่ายของ THNG: IT networking for Disaster Response เริ่มรายการช้าหน่อย เพราะน้องๆ (น่าจะเรียกหลาน) ไปเดินป่าทดลองเล่นเครือข่าย <a href="http://www.thnic.or.th/article/18-technology/39-dumbo" target="_blank">DUMBO</a> กันในป่าเขาใหญ่ กลับมากินข้าวกลางวันช้า&#8230;</p>
<p><a href="http://lanpanya.com/wash/files/2010/03/07032010139.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-1278" title="07032010139" src="http://lanpanya.com/wash/files/2010/03/07032010139-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a> <a href="http://lanpanya.com/wash/files/2010/03/07032010140.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-1279" title="07032010140" src="http://lanpanya.com/wash/files/2010/03/07032010140-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></p>
<p>ไม่รู้เป็นยังไง เวลาผมบรรยาย ไม่ค่อยตรงกับหัวข้อ ได้รับการบอกเล่าว่าไม่ให้ลงลึกเพราะผู้ฟังมาจากหลายหลายสาขา ก็เลยเล่าพวกเกร็ดและแง่คิดเกี่ยวกับการจัดการภัยพิบัติให้ฟัง เป็นประเด็นทางสังคมทั้งนั้น หวังว่าคงได้อะไรไปบ้าง&#8230; คุยกันไปสักพัก อ.โคทม (ประธานมูลนิธิ) เดินเข้ามาฟังด้วย แต่จะไม่เล่ารายละเอียดหรอกนะครับ ไม่รู้คนฟังรู้สึกอย่างไร แต่คนบรรยายสนุกดี</p>
<p>มาถึงคำถามสุดท้ายว่าอยากฝากอะไรกับทุกคน นึกอะไรไม่ออก เลยบอกไปตามความรู้สึกว่า<em>สังคมเป็นการลงทุนร่วมกันของทุกคน</em> <em>อย่านิ่งดูดาย</em> อารามตกใจ จึงไม่ได้อธิบาย ว่าที่เรียกว่าเป็นการลงทุนนั้น หมายความว่าต้องลงมือลงแรงกันบ้าง แค่คิดดีอย่างเดียวไม่พอ แล้วก็ไม่ใช่ลงปั๊บ จะเอาผลลัพท์ทันที ลงปุ๊บเห็นผลปั๊บ เรียกการว่าพนันไม่ใช่การลงทุน ควรอดทนบ้าง แล้วการอดทนก็ไม่ได้ทำให้ตาย คนที่บ่น &#8220;จะตาย จะตาย ทนไม่ได้แล้ว&#8221; นั้น ไม่เห็นตายสักคน ไม่อย่างนั้นบ่นไม่ได้หรอกนะครับ</p>
<p>อากาศร้อนจัด ขนาดใส่เสื้อแขนยาว ตัวยังดำปี๋เลย อุณหภูมินอกรถที่จอดทิ้งไว้สองชั่วโมง 42.5°C; ซื้อข้าวโพดมายี่สิบกว่าฝัก กลับมาถึงบ้านระเหิดหมด (ผมล่อไปสามเอง)</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/wash/archives/1277/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ใกล้เกลือ กินด่าง</title>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/1276</link>
		<comments>http://lanpanya.com/wash/archives/1276#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 06 Mar 2010 17:01:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Logos</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ดนตรี ศิลปะ วรรณกรรม บันเทิง]]></category>

		<category><![CDATA[ประสบการณ์ชีวิต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/wash/?p=1276</guid>
		<description><![CDATA[ไปสวนป่าเที่ยวนี้ เดินสำรวจไปทั่วบริเวณครับ คิดไปเองว่าถ้าดินสวนป่า เอามาอัดเป็นอิฐก้อนได้ บางทีก็น่าจะเอามาปั้นได้(มั๊ง)
แต่ก่อนจะรู้ว่าใช่หรือไม่นั้น ต้องทดลองทำก่อน คือไปหาบุ้งกี๋กับจอบ ขุดดินมาผสมน้ำ ผลคือเหลวเป๋วไม่เป็นท่า ปรากฏว่าเป็นเรื่องเพ้อเจ้อ อะไรที่คิดว่าใช่แน่ ชัวร์ป้าด มันก็อาจไม่ใช่นะครับ&#8230; อิฐก้อนยึดกันเป็นก้อนได้ด้วยการผสมปูนซีเม็นต์ต่างหาก
ครูบาเคยบอกว่าดินด่านเกวียนขายถูก อย่างนั้นปั้นได้แน่นอน แต่ แหม ถ้าแวะไปด่านเกวียนก่อนไปสวนป่า ก็อ้อมไปอีกสี่สิบกิโล ค่าน้ำมันก็ไม่คุ้มแล้ว
ที่มาคิดเรื่องดินเหนียว ก็เพราะคิดจะปั้นพระไว้ที่หน้าเวทีลานไผ่ครับ ดูขลังดี ครูบาเกิดวันเสาร์ ปั้นปรางนาคปรกก็คงดี&#8230; แต่หลังจากประเมินฝีมือแล้ว เก็บปางนี้เอาไว้ก่อนดีกว่า ฮี่ฮี่
แล้วก็มาคิดถึงเพาะช่าง หรือศิลปากร เค้าน่าจะมีแหล่งดินเหนียวขายใกล้ๆ เอาไปปั้นงานเล่น เลยค้นเน็ตหาข้อมูล ไปเจอเรื่องเกาะเกร็ดเป็นแหล่งเครื่องปั้นดินเผาคุณภาพดี อืม&#8230; ทำไมไม่คิดมาก่อนนี้นะ ค้นต่อ มีดินเหนียวสำหรับปั้นขายด้วย มีสองแบบ แบบผสมทรายเอาไว้เผา กับแบบไม่ผสมทรายเอาไว้ปั้นแบบไม่เผา ก็เลยออกไปซื้อเมื่อเย็นนี้ครับ!
ขายกันเป็น &#8220;เส้น&#8221; (เส้นนี้เหมือนเสาทรงกระบอกที่ทำด้วยปูนซีเม็นต์) แต่ละเส้นมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 7 นิ้ว ยาว 23-24 นิ้ว หนักประมาณ 25 กิโลกรัม (คิดเป็นปริมาตรดิน 885 ลูกบาศก์นิ้ว น่าจะพอสำหรับปั้นพระนั่งขนาดหน้าตัก [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ไปสวนป่าเที่ยวนี้ เดินสำรวจไปทั่วบริเวณครับ คิดไปเองว่าถ้าดินสวนป่า เอามาอัดเป็นอิฐก้อนได้ บางทีก็น่าจะเอามาปั้นได้(มั๊ง)</p>
<p>แต่ก่อนจะรู้ว่าใช่หรือไม่นั้น ต้องทดลองทำก่อน คือไปหาบุ้งกี๋กับจอบ ขุดดินมาผสมน้ำ <em>ผลคือเหลวเป๋วไม่เป็นท่า ปรากฏว่าเป็นเรื่องเพ้อเจ้อ</em> อะไรที่คิดว่าใช่แน่ ชัวร์ป้าด มันก็อาจไม่ใช่นะครับ&#8230; อิฐก้อนยึดกันเป็นก้อนได้ด้วยการผสมปูนซีเม็นต์ต่างหาก</p>
<p>ครูบาเคยบอกว่าดินด่านเกวียนขายถูก อย่างนั้นปั้นได้แน่นอน แต่ แหม ถ้าแวะไปด่านเกวียนก่อนไปสวนป่า ก็อ้อมไปอีกสี่สิบกิโล ค่าน้ำมันก็ไม่คุ้มแล้ว</p>
<p>ที่มาคิดเรื่องดินเหนียว ก็เพราะคิดจะปั้นพระไว้ที่หน้าเวทีลานไผ่ครับ ดูขลังดี ครูบาเกิดวันเสาร์ ปั้นปรางนาคปรกก็คงดี&#8230; แต่หลังจากประเมินฝีมือแล้ว เก็บปางนี้เอาไว้ก่อนดีกว่า ฮี่ฮี่</p>
<p>แล้วก็มาคิดถึงเพาะช่าง หรือศิลปากร เค้าน่าจะมีแหล่งดินเหนียวขายใกล้ๆ เอาไปปั้นงานเล่น เลยค้นเน็ตหาข้อมูล ไปเจอเรื่องเกาะเกร็ดเป็นแหล่งเครื่องปั้นดินเผาคุณภาพดี อืม&#8230; ทำไมไม่คิดมาก่อนนี้นะ ค้นต่อ มีดินเหนียวสำหรับปั้นขายด้วย มีสองแบบ แบบผสมทรายเอาไว้เผา กับแบบไม่ผสมทรายเอาไว้ปั้นแบบไม่เผา ก็เลยออกไปซื้อเมื่อเย็นนี้ครับ!</p>
<p>ขายกันเป็น &#8220;เส้น&#8221; (เส้นนี้เหมือนเสาทรงกระบอกที่ทำด้วยปูนซีเม็นต์) แต่ละเส้นมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 7 นิ้ว ยาว 23-24 นิ้ว หนักประมาณ 25 กิโลกรัม (คิดเป็นปริมาตรดิน 885 ลูกบาศก์นิ้ว น่าจะพอสำหรับปั้นพระนั่งขนาดหน้าตัก 1 ศอกสบายๆ) ราคา 70 บาทแบบราคาเมืองหลวง ดีไปอย่างที่นวดมาเสร็จแล้ว เอามาปั้นได้เลย ผมซื้อมาจาก<a href="http://maps.google.com/maps/ms?ie=UTF8&amp;hl=en&amp;t=h&amp;msa=0&amp;ll=13.909376,100.492828&amp;spn=0.003025,0.004672&amp;z=18&amp;msid=101871666864343217213.0004811fc2c77183a0e85" target="_blank">ศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผา</a> ใกล้ท่าน้ำวัดกลางเกร็ด</p>
<p>คนขายเค้าถามว่ามาจากโรงหล่อหรือเปล่า เอ๊ะ นี่แปลว่ามีคนใช้ดินแบบนี้เอาไปทำแบบหล่อด้วยเหรอ เค้าบอกว่าใช่ เมื่อวานเพิ่งไปส่งมาตันหนึ่ง</p>
<p>&#8230; แล้วผมรีบไปซื้อมาทำไมนะเนี่ย พรุ่งนี้จะไปขึ้น panel บรรยายเรื่องการจัดการภัยพิบัติที่เขาใหญ่ ไม่ได้ปั้นอยู่ดี &#8230;</p>
<p>&#8230; อากาศร้อน ทำให้วิปลาส สติสัมปชัญญะ ระเหยหายไปหมด &#8230;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/wash/archives/1276/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ELP ทำนายอนาคตล่วงหน้าเกือบ 40 ปี ใน KE9</title>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/1275</link>
		<comments>http://lanpanya.com/wash/archives/1275#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 06 Mar 2010 08:02:47 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Logos</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ดนตรี ศิลปะ วรรณกรรม บันเทิง]]></category>

		<category><![CDATA[ประสบการณ์ชีวิต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/wash/?p=1275</guid>
		<description><![CDATA[อาทิตย์ที่แล้วผมไปสวนป่าอีก เพื่อไปชาร์ตแบต+ไปแสดงมุทิตาในโอกาสวันคล้ายวันเกิดของครูบาสุทธินันท์ ปราชญ์ชาวบ้านที่ผมนับถือ
ขาไปก็ขอให้ครูปูถ่ายภาพ snapshot ของถนนระหว่างทางเอาไว้ บอกแค่ว่าจะเอามาทำหนัง ปรากฏว่าขับรถอยู่ 6 ชั่วโมง ถ่ายมากว่า 1800 ภาพ เล่นเอากล้องแบตหมดเลย จึงเป็นหนังของถนนที่ยาวมาก และไม่มีสาระหรือเรื่องราวของภาพ

อย่างไรก็ตาม ก็ต้องหาเพลงยาวๆ มาลง ในวัยเด็ก ผมฟังเพลง progressive rock มีวงโปรดชื่อ Emerson, Lake &#38; Palmer ซึ่งคราวนี้ก็เลือกมาใส่ในหนังสองเพลง; ELP เล่นกันสามคน แน่นปึ้ก ไม่เรื่องมาก โซโลทุกคนตลอดเวลา แหกคอก นอกแบบแผน แต่ยังเข้ากันได้ดี ทุกคนเรียนดนตรีคลาสสิคมาก่อน ทฤษฎีดนตรีแน่นเปรี๊ยะโดยไม่ต้องกล่าวอ้างอะไร
พอฟังไปถึงเพลงที่ 5 แล้ว กลับรู้สึกสะท้อนใจถึงเหตุการณ์บ้านเมือง&#8230;
 ก็หวังว่าทุกฝ่ายรู้ตัวนะครับ ว่ากำลังทำอะไรอยู่ ทำเพื่ออะไร ทำแล้วจะเกิดอะไร

เพลงที่ว่านั้นคือเพลง Karn Evil 9 ซึ่งแบ่งเป็น 3 ตอน ซึ่งในหนังข้างบนเริ่มตั้งแต่กลางนาทีที่ 28 ต้นนาทีที่ 46 และต้นนาทีที่ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>อาทิตย์ที่แล้วผมไปสวนป่าอีก เพื่อไปชาร์ตแบต+ไปแสดงมุทิตาในโอกาสวันคล้ายวันเกิดของครูบาสุทธินันท์ ปราชญ์ชาวบ้านที่ผมนับถือ</p>
<p>ขาไปก็ขอให้ครูปูถ่ายภาพ snapshot ของถนนระหว่างทางเอาไว้ บอกแค่ว่าจะเอามาทำหนัง ปรากฏว่าขับรถอยู่ 6 ชั่วโมง ถ่ายมากว่า 1800 ภาพ เล่นเอากล้องแบตหมดเลย จึงเป็นหนังของถนนที่ยาวมาก และไม่มีสาระหรือเรื่องราวของภาพ</p>
<p><img src="http://lanpanya.com/wash/wp-content/plugins/flash-video-player/default_video_player.gif" /></p>
<p>อย่างไรก็ตาม ก็ต้องหาเพลงยาวๆ มาลง ในวัยเด็ก ผมฟังเพลง progressive rock มีวงโปรดชื่อ <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Emerson,_Lake_&amp;_Palmer" target="_blank">Emerson, Lake &amp; Palmer</a> ซึ่งคราวนี้ก็เลือกมาใส่ในหนังสองเพลง; ELP เล่นกันสามคน แน่นปึ้ก ไม่เรื่องมาก โซโลทุกคนตลอดเวลา แหกคอก นอกแบบแผน แต่ยังเข้ากันได้ดี ทุกคนเรียนดนตรีคลาสสิคมาก่อน ทฤษฎีดนตรีแน่นเปรี๊ยะโดยไม่ต้องกล่าวอ้างอะไร</p>
<p>พอฟังไปถึงเพลงที่ 5 แล้ว กลับรู้สึกสะท้อนใจถึงเหตุการณ์บ้านเมือง&#8230;<br />
 ก็หวังว่าทุกฝ่ายรู้ตัวนะครับ ว่ากำลังทำอะไรอยู่ ทำเพื่ออะไร ทำแล้วจะเกิดอะไร</p>
<p><span id="more-1275"></span></p>
<p>เพลงที่ว่านั้นคือเพลง Karn Evil 9 ซึ่งแบ่งเป็น 3 ตอน ซึ่งในหนังข้างบนเริ่มตั้งแต่กลางนาทีที่ 28 ต้นนาทีที่ 46 และต้นนาทีที่ 49 ตามลำดับ</p>
<p>FIRST IMPRESSION</p>
<blockquote><p>Cold and misty morning, I heard a warning borne in the air<br />
 About an age of power where no one had an hour to spare,<br />
 Where the seeds have withered, silent children shivered, in the cold<br />
 Now their faces captured in the lenses of the jackals for gold.<br />
 I&#8217;ll be there<br />
 I&#8217;ll be there<br />
 <span style="color: #ff9900;">I will be there.</span></p>
<p>Suffering in silence, they&#8217;ve all been betrayed.<br />
 They hurt them and they beat them, in a terrible way,<br />
 Praying for survival at the end of the day.<br />
 There is no compassion for those who stay.<br />
 I&#8217;ll be there<br />
 I&#8217;ll be there<br />
 <span style="color: #ff9900;">I will be there.</span></p>
<p>There must be someone who can set them free:<br />
 To take their sorrow from this odyssey<br />
 To help the helpless and the refugee<br />
 To protect what&#8217;s left of humanity.<br />
 Can&#8217;t you see<br />
 Can&#8217;t you see<br />
 <span style="color: #ff9900;">Can&#8217;t you see.</span></p>
<p>I&#8217;ll be there<br />
 I&#8217;ll be there<br />
 I will be there;<br />
 To heal their sorrow<br />
 To beg and borrow<br />
 <span style="color: #ff9900;">Fight tommorow.</span></p>
<p>Step inside! Hello! We&#8217;ve the most amazing show<br />
 You&#8217;ll enjoy it all we know<br />
 <span style="color: #ff9900;">Step inside! Step Inside!</span></p>
<p>We&#8217;ve got thrills and shocks, supersonic fighting cocks.<br />
 Leave your hammers at the box<br />
 Come Inside! Come Inside!<br />
 Roll up! Roll up! Roll up!<br />
 <span style="color: #ff9900;">See the show!</span></p>
<p>Left behind the bars, rows of Bishops&#8217; heads in jars<br />
 and a bomb inside a car<br />
 <span style="color: #ff9900;">Spectacular! Spectacular!</span></p>
<p>If you follow me there&#8217;s a speciality<br />
 some tears for you to see<br />
 Misery, misery,<br />
 Roll up! Roll up! Roll up!<br />
 <span style="color: #ff9900;">See the show!</span></p>
<p>Next upon the bill in our House of Vaudeville<br />
 We&#8217;ve a stripper in a till<br />
 What a thrill! What a thrill!<br />
 And not content with that, with our hands behind our backs,<br />
 We pull Jesus from a hat,<br />
 Get into that! Get into that!<br />
 Roll up! Roll up! Roll up!<br />
 <span style="color: #ff9900;">See the show!</span></p>
<p>Welcome back my friends to the show that never ends<br />
 We&#8217;re so glad you could attend<br />
 Come inside! Come inside!<br />
 There behind a glass is a real blade of grass<br />
 be careful as you pass.<br />
 <span style="color: #ff9900;">Move along! Move along!</span></p>
<p>Come inside, the show&#8217;s about to start<br />
 guaranteed to blow your head apart<br />
 Rest assured you&#8217;ll get your money&#8217;s worth<br />
 The greatest show in Heaven, Hell or Earth.<br />
 You&#8217;ve got to see the show, it&#8217;s a dynamo.<br />
 <span style="color: #ff9900;">You&#8217;ve got to see the show, it&#8217;s rock and roll &#8230;.</span></p>
<p>Right before your eyes, we pull laughter from the skies<br />
 And he laughs until he cries, then he dies, then he dies<br />
 Come inside the show&#8217;s about to start, guaranteed to blow your head apart<br />
 You&#8217;ve got to see the show, it&#8217;s a dynamo<br />
 <span style="color: #ff9900;">You&#8217;ve got to see the show, it&#8217;s rock and roll&#8230;</span></p>
<p>(Percussion solo)</p>
<p>Soon the Gypsy Queen in a glaze of Vaseline<br />
 Will perform on guillotine<br />
 What a scene! What a scene!<br />
 Next upon the stand will you please extend a hand<br />
 to Alexander&#8217;s Ragtime Band<br />
 Dixieland, Dixieland!<br />
 Roll up! Roll up! Roll up!<br />
 <span style="color: #ff9900;">See the show!</span></p>
<p>Performing on a stool we&#8217;ve a sight to make you drool<br />
 Seven virgins and a mule<br />
 Keep it cool. Keep it cool.<br />
 We would like it to be known the exhibits that were shown<br />
 were exclusively our own,<br />
 All our own. All our own.<br />
 Come and see the show! Come and see the show! Come and see the show!<br />
 <span style="color: #ff9900;">See the show!</span></p>
</blockquote>
<p>SECOND IMPRESSION (Piano improvisation)</p>
<p>THIRD IMPRESSION</p>
<blockquote><p>Man alone; born of stone;<br />
 Will stamp the dust of time<br />
 His hands strike the flame of his soul;<br />
 Ties a rope to a tree and hangs the universe<br />
 <span style="color: #ff9900;">Until the winds of laughter blows cold.</span></p>
<p>Fear that rattles in men&#8217;s ears<br />
 And rears it&#8217;s hideous head<br />
 <span style="color: #ff9900;">Dread &#8230; death &#8230; in the wind &#8230;</span></p>
<p>Man of steel pray and kneel<br />
 With fever&#8217;s blazing torch<br />
 Thrust into the face of the night;<br />
 Draws a blade if compassion<br />
 Kissed by countless kings<br />
 <span style="color: #ff9900;">Whose jewelled trumpet words blind his sight.</span></p>
<p>Walls that no man thought would fall<br />
 The altars of the just<br />
 <span style="color: #ff9900;">Crushed &#8230; dust &#8230; in the wind &#8230;</span></p>
<p>No man yields who flies in my ship<br />
 <span style="color: #ff99cc;"><em>Danger!</em></span><br />
 Let the bridge computer speak<br />
 <span style="color: #ff99cc;"><em>Stranger!</em></span><br />
 <em><span style="color: #ff9900;">Load your program. I am yourself.</span></em></p>
<p>No computer stands in my way<br />
 Only blood can cancel my pain<br />
 Guardians of a new clear dawn<br />
 <span style="color: #ff9900;">Let the maps of war be drawn.</span></p>
<p>(Battle scene solo)</p>
<p>Rejoice! glory is ours!<br />
 Our young men have not died in vain,<br />
 Their graves need no flowers<br />
 <span style="color: #ff9900;">The tapes have recorded their names.</span></p>
<p>I am all there is<br />
 <span style="color: #ff9900;"><em>Negative! primitive! limited! I let you live!</em></span><br />
 But I gave you life<br />
 <span style="color: #ff9900;"><em>What else could you do? </em></span><br />
 To do what was right<br />
 <em><span style="color: #ff9900;">I&#8217;m perfect! Are you?</span></em></p>
</blockquote>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/wash/archives/1275/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ประวัติอย่างย่อของ ICT ในเมืองไทย พ.ศ.2511-2550</title>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/1274</link>
		<comments>http://lanpanya.com/wash/archives/1274#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 05 Mar 2010 12:53:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Logos</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[คอมพิวเตอร์ การใช้งาน โปรแกรม]]></category>

		<category><![CDATA[ภาษา วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/wash/?p=1274</guid>
		<description><![CDATA[ประวัติอย่างย่อของ ICT ในเมืองไทย พ.ศ.2511-2550 โดย ดร.ทวีศักดิ์ กออนันตกูล สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
สามปีก่อน Tony Waltham บรรณาธิการของ Post Database ขอให้อาจารย์ทวีศักดิ์เขียนบทความในโอกาสที่ Database ซึ่งเป็น IT section ของหนังสือพิมพ์ Bangkok Post มีอายุครบรอบยี่สิบปี อาจารย์ก็เขียนให้
ทำไมต้องปี พ.ศ.2511 &#8212; ในปีนั้น มีการพัฒนาหัวพิมพ์ภาษาไทยสำหรับ band printer ทำให้เป็นครั้งแรกที่คอมพิวเตอร์พิมพ์ภาษาไทยได้ แถมเวลาพิมพ์ต้องใช้เนื่อที่ถึงสี่บรรทัด จึงจะได้ภาษาไทยหนึ่งบรรทัด
กว่าที่เราจะมายืนอยู่ในปัจจุบัน คนรุ่นก่อนต้องต่อสู้ ล้มลุกคลุกคลานกันมายาวนาน มีการแข่งขัน มีความเห็นไม่ตรงกัน แต่ทั้งหมดก็เพื่อพัฒนาไปสู่สิ่งที่ดีกว่า และสิ่งที่ดีกว่า ก็จะถูกคลื่นลูกหลังกวาด กลบ ทดแทน แปรเปลี่ยนไปตามบริบทของเศรษฐกิจสังคม เป็นสัจธรรม&#8230; ไม่ว่าจะชอบ/ไม่ชอบ ดี/ไม่ดี ก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เกิดขึ้นได้
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://thaweesak61.spaces.live.com/blog/cns!89D63ABACC4D439E!121.entry" target="_blank">ประวัติอย่างย่อของ ICT ในเมืองไทย พ.ศ.2511-2550</a> โดย ดร.ทวีศักดิ์ กออนันตกูล สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ</p>
<p>สามปีก่อน Tony Waltham บรรณาธิการของ Post Database ขอให้อาจารย์ทวีศักดิ์เขียนบทความในโอกาสที่ Database ซึ่งเป็น IT section ของหนังสือพิมพ์ Bangkok Post มีอายุครบรอบยี่สิบปี อาจารย์ก็เขียนให้</p>
<p>ทำไมต้องปี พ.ศ.2511 &#8212; ในปีนั้น มีการพัฒนาหัวพิมพ์ภาษาไทยสำหรับ band printer ทำให้เป็นครั้งแรกที่คอมพิวเตอร์พิมพ์ภาษาไทยได้ แถมเวลาพิมพ์ต้องใช้เนื่อที่ถึงสี่บรรทัด จึงจะได้ภาษาไทยหนึ่งบรรทัด</p>
<p>กว่าที่เราจะมายืนอยู่ในปัจจุบัน คนรุ่นก่อนต้องต่อสู้ ล้มลุกคลุกคลานกันมายาวนาน มีการแข่งขัน มีความเห็นไม่ตรงกัน แต่ทั้งหมดก็เพื่อพัฒนาไปสู่สิ่งที่ดีกว่า และสิ่งที่ดีกว่า ก็จะถูกคลื่นลูกหลังกวาด กลบ ทดแทน แปรเปลี่ยนไปตามบริบทของเศรษฐกิจสังคม เป็นสัจธรรม&#8230; ไม่ว่าจะชอบ/ไม่ชอบ ดี/ไม่ดี ก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เกิดขึ้นได้</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/wash/archives/1274/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>Pentatonic Scale รู้โดยไม่ต้องเรียน</title>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/1271</link>
		<comments>http://lanpanya.com/wash/archives/1271#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 04 Mar 2010 08:53:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Logos</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[การจัดการความรู้]]></category>

		<category><![CDATA[การศึกษา การเรียนการสอน]]></category>

		<category><![CDATA[การศึกษานอกระบบ การศึกษาตามอัธยาศัย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/wash/?p=1271</guid>
		<description><![CDATA[


ใน World Science Festival 2009 เมื่อปีที่แล้ว Bobby McFerrin แสดงให้ผู้ร่วมสัมนาทั้งหมดเห็นการสอนแบบไม่ต้องสอน ใช้ทฤษฎีดนตรีง่ายๆ เรียกว่า Pentatonic Scale (หนึ่ง octave มีโน๊ต 5 ตัว เช่นในสเกล C ประกอบไปด้วย โด เร มี ซอล ลา) ถึงจะไม่รู้ทฤษฎีดนตรี และไม่เคยได้ยินคำว่า Pentatonic Scale มาก่อน ผู้ฟังทั้งห้อง ก็ต่อได้ถูกต้อง
เรื่องนี้มีประเด็นน่าสนใจสองอย่าง คือ (1) ทำไมต้องจับความรู้ยัดเยียด เหมือนกับไม่มีความเชื่อใจผู้เรียน แค่สะกิดนิดเดียวด้วยวิธีการที่ถูกต้อง ก็อาจจะได้ผลสมบูรณ์ตามที่ตั้งใจก็ได้ (2) วิธีการนำเสนอ+ถ่ายทอด อาจจะสำคัญกว่าหลักสูตร เช่นเดียวกับประโยคที่ว่า จินตนาการสำคัญกว่าความรู้ ของ Einstein ก็ได้
การเรียนรู้ ทำไมต้องเกิดในสถาบันการศึกษาเท่านั้น?
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>
<object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="580" height="360" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/ne6tB2KiZuk&amp;hl=en_US&amp;fs=1&amp;rel=0&amp;color1=0x234900&amp;color2=0x4e9e00&amp;border=1" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="580" height="360" src="http://www.youtube.com/v/ne6tB2KiZuk&amp;hl=en_US&amp;fs=1&amp;rel=0&amp;color1=0x234900&amp;color2=0x4e9e00&amp;border=1" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object>
</p>
<p>ใน World Science Festival 2009 เมื่อปีที่แล้ว <span>Bobby McFerrin แสดงให้ผู้ร่วมสัมนาทั้งหมดเห็นการสอนแบบไม่ต้องสอน ใช้ทฤษฎีดนตรีง่ายๆ เรียกว่า <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Pentatonic_scale" target="_blank">Pentatonic Scale</a> (หนึ่ง octave มีโน๊ต 5 ตัว เช่นในสเกล C ประกอบไปด้วย โด เร มี ซอล ลา) ถึงจะไม่รู้ทฤษฎีดนตรี และไม่เคยได้ยินคำว่า Pentatonic Scale มาก่อน ผู้ฟังทั้งห้อง ก็ต่อได้ถูกต้อง</span></p>
<p>เรื่องนี้มีประเด็นน่าสนใจสองอย่าง คือ (1) ทำไมต้องจับความรู้ยัดเยียด เหมือนกับไม่มีความเชื่อใจผู้เรียน แค่สะกิดนิดเดียวด้วยวิธีการที่ถูกต้อง ก็อาจจะได้ผลสมบูรณ์ตามที่ตั้งใจก็ได้ (2) วิธีการนำเสนอ+ถ่ายทอด อาจจะสำคัญกว่าหลักสูตร เช่นเดียวกับประโยคที่ว่า <em>จินตนาการสำคัญกว่าความรู้</em> ของ Einstein ก็ได้</p>
<p>การเรียนรู้ ทำไมต้องเกิดในสถาบันการศึกษาเท่านั้น?</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/wash/archives/1271/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>MAD จะไม่เละถ้าไม่โง่</title>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/1270</link>
		<comments>http://lanpanya.com/wash/archives/1270#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 03 Mar 2010 20:23:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Logos</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[สังคม ชุมชน ครอบครัว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/wash/?p=1270</guid>
		<description><![CDATA[MAD (Mutual Assured Destruction) เป็นหลักการทางทหารที่ประยุกต์สมดุลย์ของแนชมาใช้อย่างตรงๆ ในช่วงสงครามเย็นที่ฝ่ายสหภาพโซเวียตและสหรัฐอเมริกา มีอาวุธทำลายล้างสูง ซึ่งหากยิงออกไปทำลายคู่ต่อสู้ แม้จะทำลายล้างได้มาก แต่ก็จะเผชิญการตอบโต้อย่างรุนแรงและจะเสียหายหนักเช่นกัน เนื่องจากไม่สามารถทำลายล้างความสามารถในการการตอบโต้ได้ทั้งหมด
ฝั่งสหรัฐอเมริกา ใช้นโยบายไม่รุกก่อน แต่จะตอบโต้อย่างรุนแรงอย่างแน่นอน &#8212; เป็นนโยบายที่ประกาศไว้อย่างชัดเจน; สหรัฐอเมริการู้ว่าหากตนรุกสหภาพโซเวียตก่อน ก็ไม่มีปัญญาจะทำลายการตอบโต้ได้ทั้งหมด และจะถูกตอบโต้อย่างรุนแรงเช่นกัน ดังนั้นหากรุกรานก่อน ก็จะเสียหายหนักเช่นกัน
หากสหภาพโซเวียตรุกด้วยกำลังทางนิวเคลียร์ก่อน สหรัฐจะถูกทำลายแต่ไม่หมด และจะตอบโต้ ทำให้สหภาพโซเวียตเสียหายหนักเช่นกัน
ดังนั้น ไม่ว่าใครเริ่มใช้กำลังทางนิวเคลียร์ก่อน ก็ไม่สามารถทำลายศัตรูได้สิ้นซาก และยังจะถูกตอบโต้อย่างรุนแรงและจะต้องเสียหายหนักเช่นกัน
รายละเอียดของ MAD สามารถดาวน์โหลดได้ที่นี่ เป็นไฟล์จากสถาบันศึกษายุทธศาสตร์ วิทยาลัยการสงคราม กองทัพบกสหรัฐอเมริกา
มีผู้กล่าวว่า MAD ช่วยให้โลกรอดพ้นจากการทำลายล้างมาได้ แต่คำกล่าวอ้างนี้ ตั้งอยู่บนเหตุผลที่ว่าผู้นำทั้งสองประเทศ​ (ซึ่งเปลี่ยนถ่ายอำนาจมาหลายรุ่นตลอด 50 ปีของสงครามเย็น) ยังเห็นแก่เพื่อนร่วมชาติอยู่บ้าง
MAD ในเมืองไทย อาจจะเละ เพราะความไม่รู้จักยั้งคิด &#8212; ต่อให้พลิกมาครองอำนาจได้ ก็จะเจอกับการต่อต้านบ่อนทำลายแบบที่เคยเกิดมาแล้วอีก ศูนย์กลางอำนาจไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหน จะไม่เป็นอันทำงาน จนสังคมและคนทุกฝ่ายล่มจม
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Mutual_assured_destruction" target="_blank">MAD</a> (Mutual Assured Destruction) เป็นหลักการทางทหารที่ประยุกต์<a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Nash_equilibrium" target="_blank">สมดุลย์ของแนช</a>มาใช้อย่างตรงๆ ในช่วงสงครามเย็นที่ฝ่ายสหภาพโซเวียตและสหรัฐอเมริกา มีอาวุธทำลายล้างสูง ซึ่งหากยิงออกไปทำลายคู่ต่อสู้ แม้จะทำลายล้างได้มาก แต่ก็จะเผชิญการตอบโต้อย่างรุนแรงและจะเสียหายหนักเช่นกัน เนื่องจากไม่สามารถทำลายล้างความสามารถในการการตอบโต้ได้ทั้งหมด</p>
<p>ฝั่งสหรัฐอเมริกา ใช้นโยบายไม่รุกก่อน แต่จะตอบโต้อย่างรุนแรงอย่างแน่นอน &#8212; เป็นนโยบายที่ประกาศไว้อย่างชัดเจน; สหรัฐอเมริการู้ว่าหากตนรุกสหภาพโซเวียตก่อน ก็ไม่มีปัญญาจะทำลายการตอบโต้ได้ทั้งหมด และจะถูกตอบโต้อย่างรุนแรงเช่นกัน ดังนั้นหากรุกรานก่อน ก็จะเสียหายหนักเช่นกัน</p>
<p>หากสหภาพโซเวียตรุกด้วยกำลังทางนิวเคลียร์ก่อน สหรัฐจะถูกทำลายแต่ไม่หมด และจะตอบโต้ ทำให้สหภาพโซเวียตเสียหายหนักเช่นกัน</p>
<p>ดังนั้น ไม่ว่าใครเริ่มใช้กำลังทางนิวเคลียร์ก่อน ก็ไม่สามารถทำลายศัตรูได้สิ้นซาก และยังจะถูกตอบโต้อย่างรุนแรงและจะต้องเสียหายหนักเช่นกัน</p>
<p>รายละเอียดของ MAD สามารถ<a href="http://www.strategicstudiesinstitute.army.mil/pubs/download.cfm?q=585" target="_blank">ดาวน์โหลดได้ที่นี่</a> เป็นไฟล์จากสถาบันศึกษายุทธศาสตร์ วิทยาลัยการสงคราม กองทัพบกสหรัฐอเมริกา</p>
<p>มีผู้กล่าวว่า MAD ช่วยให้โลกรอดพ้นจากการทำลายล้างมาได้ แต่คำกล่าวอ้างนี้ ตั้งอยู่บนเหตุผลที่ว่าผู้นำทั้งสองประเทศ​ (ซึ่งเปลี่ยนถ่ายอำนาจมาหลายรุ่นตลอด 50 ปีของสงครามเย็น) ยังเห็นแก่เพื่อนร่วมชาติอยู่บ้าง</p>
<p>MAD ในเมืองไทย อาจจะเละ เพราะความไม่รู้จักยั้งคิด &#8212; ต่อให้พลิกมาครองอำนาจได้ ก็จะเจอกับการต่อต้านบ่อนทำลายแบบที่เคยเกิดมาแล้วอีก ศูนย์กลางอำนาจไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหน จะไม่เป็นอันทำงาน จนสังคมและคนทุกฝ่ายล่มจม</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/wash/archives/1270/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>This too shall pass แล้วเรื่องนี้ก็จะผ่านไป</title>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/1269</link>
		<comments>http://lanpanya.com/wash/archives/1269#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 03 Mar 2010 05:49:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Logos</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[การศึกษา การเรียนการสอน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/wash/?p=1269</guid>
		<description><![CDATA[เป็น MV ที่ดูแล้ว นึกถึงผลกระทบต่อเนื่อง ทำให้สะท้อนใจกับหลายๆ อย่างในเมืองไทย ที่เอาแต่ใจตัว ไม่ได้ดูผลต่อเนื่องที่จะกระทบใคร หรือทำแล้วเป็นการเบียดเบียนใครนะครับ



เช่นเดียวกับชื่อเพลง แล้วเรื่องนี้ก็จะผ่านไป แต่ด้วยความเละเทะแค่ไหน ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ถ้าต่างคนต่างทำเพื่อตนเอง ไม่สนใจผลกระทบต่อใคร ก็จะเป็นเหมือนตอนท้าย MV น่ะครับ

สอบ O-net เสร็จ ไม่เห็นมีข่าวนักเรียนคนไหนออกมาประกาศชัยชนะเลยนะครับ &#8212; ข้อสอบมีมาตรฐานแล้วยังไง? เด็กรุ่นนี้ เข้าสอบแล้วเสียเซลฟ์กันไปหมดเป็นแสนคน กล้ารับผิดชอบไหมครับ
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เป็น MV ที่ดูแล้ว นึกถึงผลกระทบต่อเนื่อง ทำให้สะท้อนใจกับหลายๆ อย่างในเมืองไทย ที่เอาแต่ใจตัว ไม่ได้ดูผลต่อเนื่องที่จะกระทบใคร หรือทำแล้วเป็นการเบียดเบียนใครนะครับ</p>
<p>
<object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="580" height="360" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/qybUFnY7Y8w&amp;hl=en_US&amp;fs=1&amp;rel=0&amp;color1=0x234900&amp;color2=0x4e9e00&amp;border=1" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="580" height="360" src="http://www.youtube.com/v/qybUFnY7Y8w&amp;hl=en_US&amp;fs=1&amp;rel=0&amp;color1=0x234900&amp;color2=0x4e9e00&amp;border=1" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object>
</p>
<p>เช่นเดียวกับชื่อเพลง <em>แล้วเรื่องนี้ก็จะผ่านไป</em> แต่ด้วยความเละเทะแค่ไหน ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ถ้าต่างคนต่างทำเพื่อตนเอง ไม่สนใจผลกระทบต่อใคร ก็จะเป็นเหมือนตอนท้าย MV น่ะครับ</p>
<p><span id="more-1269"></span></p>
<p>สอบ O-net เสร็จ ไม่เห็นมีข่าวนักเรียนคนไหนออกมาประกาศชัยชนะเลยนะครับ &#8212; ข้อสอบมีมาตรฐานแล้วยังไง? เด็กรุ่นนี้ เข้าสอบแล้วเสียเซลฟ์กันไปหมดเป็นแสนคน กล้ารับผิดชอบไหมครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/wash/archives/1269/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ลดขนาดภาพ</title>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/1268</link>
		<comments>http://lanpanya.com/wash/archives/1268#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 02 Mar 2010 17:06:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Logos</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ลานปัญญา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/wash/?p=1268</guid>
		<description><![CDATA[เพื่อประโยชน์แห่งการชลอการเพิ่มของเอนโทรปีของจักรวาล (นี่เขียนเป็นภาษาอะไรเนี่ย) การอัพโหลดรูปภาพควรจะลดขนาดไฟล์ลงให้มาก จะประหยัดทั้งพื้นที่และเวลาในการโหลด ซึ่งเป็นผลดีต่อผู้ชม และเซอร์เวอร์
แต่ถ้าไม่มีเครื่องมือจะทำ ลองอันนี้ครับ http://webresizer.com/resizer/
อัพโหลดรูปขึ้นเว็บ webresizer แล้วปรับแต่งขนาดภาพ ความคมชัด ฯลฯ ตามต้องการ จากนั้น คลิกขวา เลือก Save Image As บนรูปใหม่ หรือคลิกที่ &#8220;download this image&#8221; ซึ่งจะปรากฏขึ้นหลังจากที่เราอัพโหลดรูปขึ้นไปแล้ว
มีปัญหาอยู่อย่างหนึ่ง คือเว็บนี้ไม่บอกว่าเก็บรูปของเราไว้หรือไม่ (ควรลบทิ้ง)
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เพื่อประโยชน์แห่งการชลอการเพิ่มของเอนโทรปีของจักรวาล (นี่เขียนเป็นภาษาอะไรเนี่ย) การอัพโหลดรูปภาพควรจะลดขนาดไฟล์ลงให้มาก จะประหยัดทั้งพื้นที่และเวลาในการโหลด ซึ่งเป็นผลดีต่อผู้ชม และเซอร์เวอร์</p>
<p>แต่ถ้าไม่มีเครื่องมือจะทำ ลองอันนี้ครับ <a href="http://webresizer.com/resizer/" target="_blank">http://webresizer.com/resizer/</a></p>
<p>อัพโหลดรูปขึ้นเว็บ webresizer แล้วปรับแต่งขนาดภาพ ความคมชัด ฯลฯ ตามต้องการ จากนั้น คลิกขวา เลือก Save Image As บนรูปใหม่ หรือคลิกที่ &#8220;download this image&#8221; ซึ่งจะปรากฏขึ้นหลังจากที่เราอัพโหลดรูปขึ้นไปแล้ว</p>
<p>มีปัญหาอยู่อย่างหนึ่ง คือเว็บนี้ไม่บอกว่าเก็บรูปของเราไว้หรือไม่ (ควรลบทิ้ง)</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/wash/archives/1268/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>คืนหนึ่ง</title>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/1265</link>
		<comments>http://lanpanya.com/wash/archives/1265#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 02 Mar 2010 03:49:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Logos</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ประสบการณ์ชีวิต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/wash/?p=1265</guid>
		<description><![CDATA[






คืนหนึ่ง
คำร้อง: พลตรี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธุ์ยุคล
 ทำนอง: สง่า อารัมภีร
 ร้องโดย: จรัล มโนเพ็ชร
 คืนหนึ่งยังซึ้ง ตรึงใจ ตรึงใจเรา
 ฉันเฝ้าอิงแนบแอบอกอุ่น ลมโชยโปรยกลิ่นผกากรุ่น
 รุ่งอรุณ เริ่มรางสว่างฟ้า
 เธอประคองตระกองกอด ตระกองกอดยอดรัก
 ฉันบอกสมัคร ขอรักชั่วชีวา
 ขอเตือนเธออย่าลืมวาจา ที่เคยสัญญากันไว้ในคืนนั้น
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://lanpanya.com/wash/files/2010/03/dsc_2582.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-1266" title="dsc_2582" src="http://lanpanya.com/wash/files/2010/03/dsc_2582.jpg" alt="" width="500" height="332" /></a></p>
<p><span id="more-1265"></span></p>
<p><a href="http://lanpanya.com/wash/files/2010/03/dsc_2546.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-1267" title="dsc_2546" src="http://lanpanya.com/wash/files/2010/03/dsc_2546.jpg" alt="" width="500" height="332" /></a></p>
<hr />
<p style="text-align: center;">
<object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="315" height="80" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="src" value="http://www.ijigg.com/jiggPlayer.swf?songID=V2AAG7GCPAD&amp;Autoplay=0" /><param name="wmode" value="transparent" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="315" height="80" src="http://www.ijigg.com/jiggPlayer.swf?songID=V2AAG7GCPAD&amp;Autoplay=0" wmode="transparent"></embed></object>
</p>
<p style="text-align: center;"><big><big>คืนหนึ่ง</big></big></p>
<p style="text-align: center;">คำร้อง: พลตรี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธุ์ยุคล<br />
 ทำนอง: สง่า อารัมภีร<br />
 ร้องโดย: จรัล มโนเพ็ชร</p>
<p> คืนหนึ่งยังซึ้ง ตรึงใจ ตรึงใจเรา<br />
 ฉันเฝ้าอิงแนบแอบอกอุ่น ลมโชยโปรยกลิ่นผกากรุ่น<br />
 รุ่งอรุณ เริ่มรางสว่างฟ้า</p>
<p> เธอประคองตระกองกอด ตระกองกอดยอดรัก<br />
 ฉันบอกสมัคร ขอรักชั่วชีวา<br />
 ขอเตือนเธออย่าลืมวาจา ที่เคยสัญญากันไว้ในคืนนั้น</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/wash/archives/1265/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>หัดเล่น Light Painting</title>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/1248</link>
		<comments>http://lanpanya.com/wash/archives/1248#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 01 Mar 2010 13:36:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Logos</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ประสบการณ์ชีวิต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/wash/?p=1248</guid>
		<description><![CDATA[Light painting เป็นเทคนิคการถ่ายภาพ โดยเปิดหน้ากล้องนานๆ แล้วเคลื่อนแสง (เครื่องแหล่งกำเนิดแสง) หรือเคลื่อนกล้อง &#8212; ดังนั้นจะเห็นแสงปรากฏเป็นเส้น เคยเล่นกันแล้วครั้งหนึ่งตอนเฮฯ หก 7 ธ.ค. 2551 @เชียงราย หลังลงมาจากดอยแม่สลอง คุณเบิร์ดเตรียมไฟเย็นไว้ล่วงหน้า จึงมีเล่นกัน &#8212; Light Painting ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดของคนเล่นกล้อง แต่เป็นเรื่องที่ต้องเตรียมการ อันนี้ก็เช่นกันครับ

ครั้งนั้น อุปกรณ์ไม่พร้อมหรอกครับ แต่ก็เป็นที่สนุกสนานกันถ้วนหน้า คราวนี้เป็นวาระวันเกิดครูบา อยากจะทำอะไรพิเศษทิ้งไว้ให้ที่สวนป่า จึงเตรียมการอย่างดี วิธีการมีดังนี้ครับ

ขาตั้งกล้อง
กล้องถ่ายภาพ ที่สามารถเปิดหน้ากล้องได้นานเท่าที่ต้องการ (เปิดชัตเตอร์เป็น Blub)
สายลั่นชัตเตอร์ เพราะคงไม่มีใครไปกดชัตเตอร์อยู่นานๆ โดยที่กล้องไม่สั่นได้
@@ หากจะทดลองถ่ายเล่น ยังไม่ต้องหาขาตั้งกล้องกับสายลั่นชัตเตอร์ แต่เอากล้องวางบนพื้น(โต๊ะ)ที่มั่งคง แล้วกดชัตเตอร์แน่นๆ แต่ไม่ให้กล้องสั่น ก็ยังไหว @@
แหล่งกำเนิดแสง (ใช้ไฟฉายเพื่อไม่ให้สิ้นเปลือง)
เสื้อผ้าหรือกระดาษสี เอามาแปะหน้าแหล่งกำเนิดแสงเพื่อให้เห็นเป็นสีต่างๆ


เริ่มต้นในคืนแรกที่ไปถึงสวนป่า ผมลองเล่นดูก่อน รู้ทฤษฎีไม่ได้แปลว่าจะทำเป็น

ลองวาดเล่น แล้วสังเกตดูว่าทำอะไรแล้วเกิดอะไร จากนั้นจึงไปชวนครูบา แม่หวี และครูปูมาเล่นบ้าง โดยลองวาดรูปมั่วอีกรูปหนึ่ง

ครูบากับแม่หวีไม่ให้ความร่วมมือ หึหึ เลยชวนครูปูมาวาดรูปตามแผน &#8212; อย่างที่บอกว่าเรื่องนี้มีการเตรียมการมาล่วงหน้า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Light_painting" target="_blank">Light painting</a> เป็นเทคนิคการถ่ายภาพ โดยเปิดหน้ากล้องนานๆ แล้วเคลื่อนแสง (เครื่องแหล่งกำเนิดแสง) หรือเคลื่อนกล้อง &#8212; ดังนั้นจะเห็นแสงปรากฏเป็นเส้น เคยเล่นกันแล้วครั้งหนึ่งตอนเฮฯ หก 7 ธ.ค. 2551 @เชียงราย หลังลงมาจากดอยแม่สลอง คุณเบิร์ดเตรียมไฟเย็นไว้ล่วงหน้า จึงมีเล่นกัน &#8212; Light Painting ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดของคนเล่นกล้อง แต่เป็นเรื่องที่ต้องเตรียมการ อันนี้ก็เช่นกันครับ</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-1249" title="dsc_0394" src="http://lanpanya.com/wash/files/2010/03/dsc_0394.jpg" alt="" width="500" height="332" /></p>
<p>ครั้งนั้น อุปกรณ์ไม่พร้อมหรอกครับ แต่ก็เป็นที่สนุกสนานกันถ้วนหน้า คราวนี้เป็นวาระวันเกิดครูบา อยากจะทำอะไรพิเศษทิ้งไว้ให้ที่สวนป่า จึงเตรียมการอย่างดี วิธีการมีดังนี้ครับ</p>
<ul>
<li>ขาตั้งกล้อง</li>
<li>กล้องถ่ายภาพ ที่สามารถเปิดหน้ากล้องได้นานเท่าที่ต้องการ (เปิดชัตเตอร์เป็น <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Bulb_%28photography%29" target="_blank">Blub</a>)</li>
<li>สายลั่นชัตเตอร์ เพราะคงไม่มีใครไปกดชัตเตอร์อยู่นานๆ โดยที่กล้องไม่สั่นได้</li>
<li>@@ หากจะทดลองถ่ายเล่น ยังไม่ต้องหาขาตั้งกล้องกับสายลั่นชัตเตอร์ แต่เอากล้องวางบนพื้น(โต๊ะ)ที่มั่งคง แล้วกดชัตเตอร์แน่นๆ แต่ไม่ให้กล้องสั่น ก็ยังไหว @@</li>
<li>แหล่งกำเนิดแสง (ใช้ไฟฉายเพื่อไม่ให้สิ้นเปลือง)</li>
<li>เสื้อผ้าหรือกระดาษสี เอามาแปะหน้าแหล่งกำเนิดแสงเพื่อให้เห็นเป็นสีต่างๆ</li>
</ul>
<p><span id="more-1248"></span></p>
<p>เริ่มต้นในคืนแรกที่ไปถึงสวนป่า ผมลองเล่นดูก่อน รู้ทฤษฎีไม่ได้แปลว่าจะทำเป็น</p>
<p><a href="http://lanpanya.com/wash/files/2010/03/dsc_2512.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-1250" title="dsc_2512" src="http://lanpanya.com/wash/files/2010/03/dsc_2512-300x199.jpg" alt="" width="300" height="199" /></a></p>
<p>ลองวาดเล่น แล้วสังเกตดูว่าทำอะไรแล้วเกิดอะไร จากนั้นจึงไปชวนครูบา แม่หวี และครูปูมาเล่นบ้าง โดยลองวาดรูปมั่วอีกรูปหนึ่ง</p>
<p><a href="http://lanpanya.com/wash/files/2010/03/dsc_2513.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-1251" title="dsc_2513" src="http://lanpanya.com/wash/files/2010/03/dsc_2513-300x199.jpg" alt="" width="300" height="199" /></a></p>
<p>ครูบากับแม่หวีไม่ให้ความร่วมมือ หึหึ เลยชวนครูปูมาวาดรูปตามแผน &#8212; อย่างที่บอกว่าเรื่องนี้มีการเตรียมการมาล่วงหน้า คือผมคิดคำ &#8220;<em>พ่ออุ๊รักแม่หวี</em>&#8221; มาก่อน โทรไปบอกครูปูให้หากระดาษสีคืนก่อนเดินทาง ทีนี้เลยวุ่นวายเลย (ก่อนวุ่นวาย มี reaction แรก คือ​ &#8220;แหวะ&#8221;) เมื่อหากระดาษไม่ได้ ก็เลยขนเสื้อมาใช้แทน</p>
<p>ผมถ่ายรูป ครูปูวาด</p>
<p><a href="http://lanpanya.com/wash/files/2010/03/dsc_2514.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-1252" title="dsc_2514" src="http://lanpanya.com/wash/files/2010/03/dsc_2514-300x199.jpg" alt="" width="300" height="199" /></a> <a href="http://lanpanya.com/wash/files/2010/03/dsc_2516.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-1253" title="dsc_2516" src="http://lanpanya.com/wash/files/2010/03/dsc_2516-300x199.jpg" alt="" width="300" height="199" /></a> <a href="http://lanpanya.com/wash/files/2010/03/dsc_2518.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-1254" title="dsc_2518" src="http://lanpanya.com/wash/files/2010/03/dsc_2518-300x199.jpg" alt="" width="300" height="199" /></a> <a href="http://lanpanya.com/wash/files/2010/03/dsc_2520.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-1255" title="dsc_2520" src="http://lanpanya.com/wash/files/2010/03/dsc_2520-300x199.jpg" alt="" width="300" height="199" /></a> <a href="http://lanpanya.com/wash/files/2010/03/dsc_2521.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-1256" title="dsc_2521" src="http://lanpanya.com/wash/files/2010/03/dsc_2521-300x199.jpg" alt="" width="300" height="199" /></a></p>
<p>ข้างบน สองรูปแรกยังไม่เป็น เลยบอกให้เขียนห่างๆ กันหน่อย อย่าให้ไฟฉาย ฉายตรงมาเข้าที่หน้ากล้อง ลองใหม่ออกมาเป็นรูปที่สาม เท่านั้นแหละ ศิลปินก็เกิดอาการคลุ้มคลั่งขึ้นในทันที หัวเราะลั่นป่า ขนาดตุ๊กแกยังตกใจเงียบไปเลย; แล้วก็ลงมือวาดคำตามที่ตกลงกันไว้ แต่เนื่องจากอาการคลุ้มคลั่ง จึงสะกดผิดที่เดียวกันถึงสองครั้ง</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-1257" title="dsc_2523" src="http://lanpanya.com/wash/files/2010/03/dsc_2523.jpg" alt="" width="500" height="332" /></p>
<p>ลองเป็นครั้งที่สาม จึงได้รูปที่ต้องการ ใช้ถุงขนมของผม (สีชมพู) มาปะหน้าหลอดไฟฉาย ตัวหนังสือไม่สูงนักเพราะศิลปินตัวเตี้ย เป็นอันเสร็จสิ้นภารกิจ รูปนี้จะเอาไปขยายแล้วส่งไปสวนป่าในภายหลังนะครับ</p>
<p>จากนั้นผมจึงวาดเล่น&#8230; Pacman เกิดทันไหมเนี่ย</p>
<p><a href="http://lanpanya.com/wash/files/2010/03/dsc_2525.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-1258" title="dsc_2525" src="http://lanpanya.com/wash/files/2010/03/dsc_2525-300x199.jpg" alt="" width="300" height="199" /></a></p>
<p>คืนต่อมา ผมวาดเล่นอีก คราวนี้เปลี่ยนฉากหลังไปเป็นหน้าเวทีที่ลานไผ่</p>
<p><a href="http://lanpanya.com/wash/files/2010/03/dsc_2566.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-1259" title="dsc_2566" src="http://lanpanya.com/wash/files/2010/03/dsc_2566-300x199.jpg" alt="" width="300" height="199" /></a> <a href="http://lanpanya.com/wash/files/2010/03/dsc_2567.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-1260" title="dsc_2567" src="http://lanpanya.com/wash/files/2010/03/dsc_2567-300x199.jpg" alt="" width="300" height="199" /></a> <a href="http://lanpanya.com/wash/files/2010/03/dsc_2568.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-1261" title="dsc_2568" src="http://lanpanya.com/wash/files/2010/03/dsc_2568-300x199.jpg" alt="" width="300" height="199" /></a> <a href="http://lanpanya.com/wash/files/2010/03/dsc_2569.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-1262" title="dsc_2569" src="http://lanpanya.com/wash/files/2010/03/dsc_2569-300x199.jpg" alt="" width="300" height="199" /></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/wash/archives/1248/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>นกยูง อตร</title>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/1247</link>
		<comments>http://lanpanya.com/wash/archives/1247#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 28 Feb 2010 10:23:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Logos</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ธรรมชาติ สัตว์ ต้นไม้ สิ่งแวดล้อม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/wash/?p=1247</guid>
		<description><![CDATA[มาสวนป่าเที่ยวนี้ขับรถทดแทนมา เนื่องจากรถของผมเอาไปซ่อม 
 ดังที่รู้กันว่าสวนป่ามีนกยูงอยู่คู่หนึ่ง ตัวผู้ร้องแง๊วๆ ฟังเผินๆ นึกว่าแมวตะโกน 
 ธรรมชาตินกยูงเป็นสัตว์หวงถิ่น ใครแหยมเป็นสู้ตาย ธรรมดาก็จิกตีกับเงาตัวเองในกระจกทางเข้ากรมราษฎรส่งเสริมอยู่แล้ว 
 ทีนี้มีรถแปลกถิ่นมา นกยูงก็ไปสำรวจ จ๊าก&#8230; ตกใจสุดขีด มีนกยูงอีกตัวหนึ่งอยู่ในตัวถังรถ จึงจิกตีซะรอบคัน 
 วันนี้ไปล้างรถ จึงได้ดูร่องรอยอย่างละเอียด อืม&#8230; รอบคันเลยครับ แต่กลับบ้านขัดเสียหน่อยก็คงออก 
 นกยูงเขาอยู่ของเขา รถเราเองนั่นแหละที่เป็นสิ่งแปลกปลอม จะไปเปลี่ยนหรือโกรธนกยูง ก็ดูจะวิปลาสไป 
 ดังนั้นใครขับรถมาสวนป่า แนะให้เอาผ้าคลุมรถมาด้วยครับ 
Posted by Wordmobi
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>มาสวนป่าเที่ยวนี้ขับรถทดแทนมา เนื่องจากรถของผมเอาไปซ่อม </p>
<p> ดังที่รู้กันว่าสวนป่ามีนกยูงอยู่คู่หนึ่ง ตัวผู้ร้องแง๊วๆ ฟังเผินๆ นึกว่าแมวตะโกน </p>
<p> ธรรมชาตินกยูงเป็นสัตว์หวงถิ่น ใครแหยมเป็นสู้ตาย ธรรมดาก็จิกตีกับเงาตัวเองในกระจกทางเข้ากรมราษฎรส่งเสริมอยู่แล้ว </p>
<p> ทีนี้มีรถแปลกถิ่นมา นกยูงก็ไปสำรวจ จ๊าก&#8230; ตกใจสุดขีด มีนกยูงอีกตัวหนึ่งอยู่ในตัวถังรถ จึงจิกตีซะรอบคัน </p>
<p> วันนี้ไปล้างรถ จึงได้ดูร่องรอยอย่างละเอียด อืม&#8230; รอบคันเลยครับ แต่กลับบ้านขัดเสียหน่อยก็คงออก </p>
<p> นกยูงเขาอยู่ของเขา รถเราเองนั่นแหละที่เป็นสิ่งแปลกปลอม จะไปเปลี่ยนหรือโกรธนกยูง ก็ดูจะวิปลาสไป </p>
<p> ดังนั้นใครขับรถมาสวนป่า แนะให้เอาผ้าคลุมรถมาด้วยครับ </p>
<p>Posted by <a href="http://wordmobi.googlecode.com">Wordmobi</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/wash/archives/1247/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ทางตรง: ตรงที่ไหน</title>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/1246</link>
		<comments>http://lanpanya.com/wash/archives/1246#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 27 Feb 2010 11:11:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Logos</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ข้อคิดชีวิต ปรัชญา ศาสนา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/wash/?p=1246</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อเราทำอะไรร่วมกัน สิ่งต่างๆ มักไม่เป็นไปตามใจเราปรารถนา ทำไมเราจึงจะต้องได้ในสิ่งที่ต้องการเดี๋ยวนี้ เสมอไป? 
  
  
Posted by Wordmobi
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อเราทำอะไรร่วมกัน สิ่งต่างๆ มักไม่เป็นไปตามใจเราปรารถนา ทำไมเราจึงจะต้องได้ในสิ่งที่ต้องการเดี๋ยวนี้ เสมอไป? </p>
<p> <img border="0" class="aligncenter" src="http://lanpanya.com/wash/files/2010/02/27022010132.jpg" alt="27022010132.jpg" width="471" height="353" /> </p>
<p> <img border="0" class="aligncenter" src="http://lanpanya.com/wash/files/2010/02/27022010133.jpg" alt="27022010133.jpg" width="471" height="353" /> </p>
<p>Posted by <a href="http://wordmobi.googlecode.com">Wordmobi</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/wash/archives/1246/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ชาร์ตแบต</title>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/1243</link>
		<comments>http://lanpanya.com/wash/archives/1243#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 27 Feb 2010 05:19:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Logos</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ประสบการณ์ชีวิต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/wash/?p=1243</guid>
		<description><![CDATA[สิ่งหนึ่งซึ่งเป็นบทเรียนราคาแพง(มาก) จากการป่วยหนักเมื่อ 9 ปีก่อนก็คือ ถ้ารอจนร่างกายรู้สึกไม่ไหว ก็อาจจะช้าเกินไปที่จะแก้ไขแล้ว 
 แบตเตอรี่รถยนต์ แรงดันไฟฟ้า 12 โวลท์ ถ้าใช้งานหนักปล่อยให้แรงดันเหลือต่ำกว่า 12 โวลท์ ไม่นานก็เสื่อม 
 เช่นเดียวกันกับร่างกายและจิตใจคน ยังไหวอาจแปลว่ากำลังจะพังแล้ว จะต้องให้ใครมาเตือนมาบอกจึงจะตระหนัก 
 เมื่อวานจึงเก็บกระเป๋า เดินทางมาสวนป่า มาเยี่ยมครูบา (วาระวันคล้ายเกิดซึ่งเพิ่งผ่านไปไม่นาน) กับแม่หวีคู่ชีวิตครับ 
 เตรียมกิจกรรมมาจากบ้านหลายอย่าง เมื่อคืนเล่น Light paint ไปแล้ว เป็นที่ตื่นตาตื่นใจของ เด็กขายผ้า คลุ้มคลั่งทำเสียงดังลั่นป่า 
 สวนป่าวันนี้ต่างจากคราวที่แล้ว แม้อากาศแห้งแล้ง แต่สวนป่าเขียวขจี 
   ลอมฟางสูง 10 ม. 
 พวกชุดเหมือน ก็ยังคงวิ่งตามกัน โดยยังไม่มีบทพูดเช่นเดิม 
   วัวยังกินหญ้าสด ไม่ต้องพึ่งของกึ่งสดจากเซเว่น 
  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สิ่งหนึ่งซึ่งเป็นบทเรียนราคาแพง(มาก) จากการป่วยหนักเมื่อ 9 ปีก่อนก็คือ ถ้ารอจนร่างกายรู้สึกไม่ไหว ก็อาจจะช้าเกินไปที่จะแก้ไขแล้ว </p>
<p> แบตเตอรี่รถยนต์ แรงดันไฟฟ้า 12 โวลท์ ถ้าใช้งานหนักปล่อยให้แรงดันเหลือต่ำกว่า 12 โวลท์ ไม่นานก็เสื่อม </p>
<p> เช่นเดียวกันกับร่างกายและจิตใจคน ยังไหวอาจแปลว่ากำลังจะพังแล้ว จะต้องให้ใครมาเตือนมาบอกจึงจะตระหนัก </p>
<p> เมื่อวานจึงเก็บกระเป๋า เดินทางมาสวนป่า มาเยี่ยมครูบา (วาระวันคล้ายเกิดซึ่งเพิ่งผ่านไปไม่นาน) กับแม่หวีคู่ชีวิตครับ </p>
<p> เตรียมกิจกรรมมาจากบ้านหลายอย่าง เมื่อคืนเล่น Light paint ไปแล้ว เป็นที่ตื่นตาตื่นใจของ <em>เด็กขายผ้า</em> คลุ้มคลั่งทำเสียงดังลั่นป่า </p>
<p> สวนป่าวันนี้ต่างจากคราวที่แล้ว แม้อากาศแห้งแล้ง แต่สวนป่าเขียวขจี </p>
<p> <img border="0" class="aligncenter" src="http://lanpanya.com/wash/files/2010/02/27022010121.jpg" alt="27022010121.jpg" width="471" height="353" /> <br /> ลอมฟางสูง 10 ม. </p>
<p> <img border="0" class="aligncenter" src="http://lanpanya.com/wash/files/2010/02/27022010122.jpg" alt="27022010122.jpg" width="471" height="353" /><br />พวกชุดเหมือน ก็ยังคงวิ่งตามกัน โดยยังไม่มีบทพูดเช่นเดิม </p>
<p> <img border="0" class="aligncenter" src="http://lanpanya.com/wash/files/2010/02/27022010127.jpg" alt="27022010127.jpg" width="471" height="353" /> <br /> วัวยังกินหญ้าสด ไม่ต้องพึ่งของกึ่งสดจากเซเว่น </p>
<p> <img border="0" class="aligncenter" src="http://lanpanya.com/wash/files/2010/02/27022010128.jpg" alt="27022010128.jpg" width="471" height="353" /> <br /> นกยูงมาเพราะชื้น-เย็น </p>
<p> ต้นเดือนพฤษภาคมนี้ คงจะแปลกไปกว่าที่เห็นอีกนะครับ &#8212; บันทึกนี้ไม่ใช่การชาร์ตแบต ที่จริงแล้ว คือการให้โอกาสตัวเองต่างหากครับ </p>
<p>Posted by <a href="http://wordmobi.googlecode.com">Wordmobi</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/wash/archives/1243/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>กังหันลมที่หันผิดทาง</title>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/1238</link>
		<comments>http://lanpanya.com/wash/archives/1238#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 25 Feb 2010 17:02:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Logos</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[การจัดการความรู้]]></category>

		<category><![CDATA[พลังงาน]]></category>

		<category><![CDATA[ลม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/wash/?p=1238</guid>
		<description><![CDATA[สำหรับการวิจัยเรื่องพลังงานลมนั้น เป็นที่รู้กันโดยทั่วไปว่ากำลังไฟฟ้าที่แปลงมาจากโมเมนตัมของลม มีค่าเป็น
kWh = (1/2)(ρ)(v3)(A)(E)(H)

ρ (rho) คือความหนาแน่นของอากาศ ซึ่งมีค่า 1.165 kg/m3 ที่อุณหภูมิ 30°C และระดับน้ำทะเลปานกลาง 
v คือความเร็วของกระแสอากาศ 
A คือพื้นที่หน้าตัดของเครื่องแปลงพลังงาน (กังหันปั่นไฟ) 
E คือประสิทธิภาพในการดักจับพลังงานจลน์จากการไหลของกระแสอากาศ คิดต่อหน่วยพื้นที่(ให้เป็นหน่วยเดียวกับหน่วยของ A เช่นตารางเมตร) ค่าของ E ในทางทฤษฎีจะไม่สามารถเกิน 59.3% ซึ่งเรียกว่า Betz Limit ตัว E นี้ ในอุตสาหกรรมพลังงานลมเรียกว่าสัมประสิทธิ์กำลัง (Power Coefficient) 
H คือจำนวนชั่วโมงที่ปั่นไฟได้


ρ มีค่าคงที่; A ก็คงที่เพราะขึ้นกับรูปร่างทางกายภาพของใบพัดกังหัน; H อยู่นอกเหนือการควบคุม
มีตัว E ซึ่งมีงานวิจัยอยู่พอสมควรที่จะออกแบบกังหันลมอย่างไร จึงจะแปลงโมเมนตัมของลมให้เป็นพลังงานได้มากที่สุด เช่นเรื่องการออกแบบใบพัด
แต่ตัว v นั้น เรากลับยังคิดกันในแบบธรรมดาว่าเป็นเรื่องธรรมชาติ เมืองไทยไม่(ค่อย)มีลมแรง &#8212; ที่จริงแล้ว แม้มีลมไม่แรง ก็ทำให้แรงได้นะครับ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สำหรับการวิจัยเรื่องพลังงานลมนั้น เป็นที่รู้กันโดยทั่วไปว่ากำลังไฟฟ้าที่แปลงมาจากโมเมนตัมของลม มีค่าเป็น</p>
<blockquote><p>kWh = (1/2)(ρ)(v<sup>3</sup>)(A)(E)(H)</p>
<ul type="square">
<li>ρ (rho) คือความหนาแน่นของอากาศ ซึ่งมีค่า 1.165 kg/m<sup>3</sup> ที่อุณหภูมิ 30°C และระดับน้ำทะเลปานกลาง </li>
<li>v คือความเร็วของกระแสอากาศ </li>
<li>A คือพื้นที่หน้าตัดของ<em>เครื่องแปลงพลังงาน</em> (กังหันปั่นไฟ) </li>
<li>E คือประสิทธิภาพในการดักจับพลังงานจลน์จากการไหลของกระแสอากาศ คิดต่อหน่วยพื้นที่(ให้เป็นหน่วยเดียวกับหน่วยของ A เช่นตารางเมตร) ค่าของ E ในทางทฤษฎีจะไม่สามารถเกิน 59.3% ซึ่งเรียกว่า <em>Betz Limit</em> ตัว E นี้ ในอุตสาหกรรมพลังงานลมเรียกว่า<em>สัมประสิทธิ์กำลัง</em> (Power Coefficient) </li>
<li>H คือจำนวนชั่วโมงที่ปั่นไฟได้</li>
</ul>
</blockquote>
<p>ρ มีค่าคงที่; A ก็คงที่เพราะขึ้นกับรูปร่างทางกายภาพของใบพัดกังหัน; H อยู่นอกเหนือการควบคุม</p>
<p>มีตัว E ซึ่งมีงานวิจัยอยู่พอสมควรที่จะออกแบบกังหันลมอย่างไร จึงจะแปลงโมเมนตัมของลมให้เป็นพลังงานได้มากที่สุด เช่นเรื่องการออกแบบใบพัด</p>
<p>แต่ตัว v นั้น เรากลับยังคิดกันในแบบธรรมดาว่าเป็นเรื่องธรรมชาติ เมืองไทยไม่(ค่อย)มีลมแรง &#8212; ที่จริงแล้ว แม้มีลมไม่แรง ก็ทำให้แรงได้นะครับ เพียงแต่ต้องเลิกคิดถึงกังหันแบบที่คุ้นเคย</p>
<p><span id="more-1238"></span></p>
<p>ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเอาเสาทรงกระบอกไปตั้งขวางลมไว้ ความเร็วลมที่ข้างผิวทรงกระบอก จะเร็วกว่ากระแสความเร็วลมปกติมาก เป็นไปตาม<a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Bernoulli%27s_principle" target="_blank">หลักการของเบอร์นูลี่</a> <em>&#8230;เด็กสายวิทย์เรียนกันทั้งนั้น แต่ไม่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้เลย ไม่รู้ที่เรียนๆ กันนี่ จะเรียนกันไปทำไม</em></p>
<p>ตัวอย่างข้างล่างนี้ อ้างว่าสามารถเพิ่มความเร็วลมขึ้นได้ถึง 50-80% สมมุติเอาตัวเลขกึ่งกลาง ถ้าความเร็วลมเพิ่มขึ้น 65% ก็จะทำให้ kWh เพิ่มขึ้น 1.65 x 1.65 x 1.65 = 4.49 เท่า</p>
<p><img src="http://peswiki.com/images/8/82/WARP_Synergestic_Flow_200.jpg" alt="" width="300" height="199" /></p>
<p>ดังนั้น แม้โดยทั่วไป เมืองไทยจะไม่มีลมแรง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราไม่มีวิธีการที่จะหาพลังงานธรรมชาติมาใช้หรอกนะครับ ควรเริ่มคิดตั้งแต่วันนี้เลย จะหวังซื้อไฟฟ้าจากลาว ซื้อก๊าซจากพม่ากันไปอีกนานเท่าไหร่ หากวันหนึ่งเขาไม่ขาย หรือว่าสายขาด/ท่อก๊าซรั่วจนต้องปิด แล้วเราจะทำอย่างไรกัน</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/wash/archives/1238/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>Zero Emission: บิล เกตส์</title>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/1236</link>
		<comments>http://lanpanya.com/wash/archives/1236#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 24 Feb 2010 20:54:57 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Logos</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ธรรมชาติ สัตว์ ต้นไม้ สิ่งแวดล้อม]]></category>

		<category><![CDATA[พลังงาน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/wash/?p=1236</guid>
		<description><![CDATA[คนไทยอาจจะต่างคนต่างคิดกันไปคนละทาง แต่ผมคิดว่า enabler ที่สำคัญที่สุดที่จะขับเคลื่อนเมืองไทยคือพลังงานครับ เราคงไม่สามารถจะพึ่งพาการนำเข้าก๊าซธรรมชาติ และน้ำมันในระดับนี้ได้อีกต่อไป
บิล เกตส์ก็คิดว่าพลังงานเป็นเรื่องใหญ่ แต่เขาคิดว่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จะนำโลกสู่ความหายนะ ดังนั้นจำเป็นต้องหาวิธีที่จะผลักดันโลกไปสู่การไม่ปล่อยก๊าซเรือนกระจก (zero emission) ให้ได้ภายในปีพ.ศ. 2593 ปัญหาคือโลกมีเวลาถึงขนาดนั้นจริงหรือเปล่า


]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>คนไทยอาจจะต่างคนต่างคิดกันไปคนละทาง แต่ผมคิดว่า enabler ที่สำคัญที่สุดที่จะขับเคลื่อนเมืองไทยคือพลังงานครับ เราคงไม่สามารถจะพึ่งพาการนำเข้าก๊าซธรรมชาติ และน้ำมันในระดับนี้ได้อีกต่อไป</p>
<p>บิล เกตส์ก็คิดว่าพลังงานเป็นเรื่องใหญ่ แต่เขาคิดว่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จะนำโลกสู่ความหายนะ ดังนั้นจำเป็นต้องหาวิธีที่จะผลักดันโลกไปสู่การไม่ปล่อยก๊าซเรือนกระจก (zero emission) ให้ได้ภายในปีพ.ศ. 2593 ปัญหาคือโลกมีเวลาถึงขนาดนั้นจริงหรือเปล่า</p>
<p>
<object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="580" height="360" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/JaF-fq2Zn7I&amp;hl=en_US&amp;fs=1&amp;rel=0&amp;color1=0x234900&amp;color2=0x4e9e00&amp;border=1" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="580" height="360" src="http://www.youtube.com/v/JaF-fq2Zn7I&amp;hl=en_US&amp;fs=1&amp;rel=0&amp;color1=0x234900&amp;color2=0x4e9e00&amp;border=1" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/wash/archives/1236/feed</wfw:commentRss>
		</item>
	</channel>
</rss>
