<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	>

<channel>
	<title>ลานซักล้าง</title>
	<atom:link href="http://lanpanya.com/wash/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://lanpanya.com/wash</link>
	<description>ลานซักล้าง: ใจซักได้ ถ้ารู้ตัว / นตฺถิ ปญฺญาสมา อาภา / สุทธิ อสุทธิ ปจฺจตฺตํ นาญฺโญ อญฺญํ วิโสธเย / Improvement begins with I</description>
	<pubDate>Sat, 15 Jun 2013 05:16:35 +0000</pubDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.5.1</generator>
	<language>en</language>
	<image>
  <link>http://lanpanya.com/wash</link>
  <url>http://www.gravatar.com/avatar/f1bbc6490401aac0d69eef7b282a39dc?s=100</url>
  <title>ลานซักล้าง</title>
</image>
		<item>
		<title>บุคคลหว่านพืชเช่นใดย่อมได้ผลเช่นนั้น คนทำดีย่อมได้ดี ทำชั่วก็ย่อมได้ชั่ว</title>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/3061</link>
		<comments>http://lanpanya.com/wash/archives/3061#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 15 Jun 2013 04:41:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Logos</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ข้อคิดชีวิต ปรัชญา ศาสนา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/wash/?p=3061</guid>
		<description><![CDATA[จะดูแต่ผลโดยไม่เข้าใจเหตุนั้น ไม่ได้หรอกครับ จะแก้ผลโดยไม่แก้ที่เหตุนั้น แก้ไม่ตรงจุดเช่นกัน ถ้าสาเหตุยังอยู่ ผลก็ยังเกิดเช่นเดิม
สมุททกสูตรที่ ๑๐
[๘๙๙] สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ณ ที่นั้นแล ฯลฯ
[๙๐๐] พระผู้มีพระภาคได้ตรัสพระพุทธพจน์นี้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรื่องเคยมีมาแล้ว ฤาษีผู้มีศีลมีกัลยาณธรรมมากรูปด้วยกัน อาศัยอยู่ในกุฎีที่มุงบัง ด้วยใบไม้แทบฝั่งสมุทร ดูกรภิกษุทั้งหลาย สมัยนั้นแล สงครามระหว่างพวกเทวดากับอสูรได้ประชิดกันแล้ว ดูกรภิกษุทั้งหลาย ครั้งนั้นแล พวกฤาษีผู้มีศีล มีกัลยาณธรรมเหล่านั้นพากันคิดเห็นว่า พวกเทวดาตั้งอยู่ในธรรม พวกอสูรไม่ตั้งอยู่ในธรรม ภัยนั้นพึงเกิดแก่พวกเราเพราะอสูรโดยแท้ อย่ากระนั้นเลย พวกเราควรเข้าไปหาท้าวสมพรจอมอสูรแล้วขออภัยทานเถิด ฯ
[๙๐๑] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ครั้งนั้นแล ฤาษีผู้มีศีลมีกัลยาณธรรมเหล่านั้น ได้อันตรธานไปในบรรณกุฎีแทบฝั่งสมุทร ไปปรากฏอยู่ตรงหน้าท้าวสมพรจอมอสูร เหมือนบุรุษมีกำลังเหยียดแขนที่คู้ หรือคู้แขนที่เหยียด ฉะนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย ลำดับนั้น พวกฤาษีผู้มีศีลมีกัลยาณธรรมเหล่านั้น ได้กล่าวกะท้าวสมพรจอมอสูร ด้วยคาถาว่า ฯ
พวกฤาษีมาขออภัยกะท่านท้าวสมพร การให้ภัยหรือให้อภัย      [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>จะดูแต่ผลโดยไม่เข้าใจเหตุนั้น ไม่ได้หรอกครับ จะแก้ผลโดยไม่แก้ที่เหตุนั้น แก้ไม่ตรงจุดเช่นกัน ถ้าสาเหตุยังอยู่ ผลก็ยังเกิดเช่นเดิม</p>
<blockquote><p><a href="http://www.84000.org/tipitaka/pitaka_item/sutta_name.php?name=%CA%C1%D8%B7%B7%A1&amp;book=9&amp;bookZ=33&amp;original=1" target="_blank">สมุททกสูตรที่ ๑๐</a></p>
<p>[๘๙๙] สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ณ ที่นั้นแล ฯลฯ</p>
<p>[๙๐๐] พระผู้มีพระภาคได้ตรัสพระพุทธพจน์นี้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรื่องเคยมีมาแล้ว ฤาษีผู้มีศีลมีกัลยาณธรรมมากรูปด้วยกัน อาศัยอยู่ในกุฎีที่มุงบัง ด้วยใบไม้แทบฝั่งสมุทร ดูกรภิกษุทั้งหลาย สมัยนั้นแล สงครามระหว่างพวกเทวดากับอสูรได้ประชิดกันแล้ว ดูกรภิกษุทั้งหลาย ครั้งนั้นแล พวกฤาษีผู้มีศีล มีกัลยาณธรรมเหล่านั้นพากันคิดเห็นว่า พวกเทวดาตั้งอยู่ในธรรม พวกอสูรไม่ตั้งอยู่ในธรรม ภัยนั้นพึงเกิดแก่พวกเราเพราะอสูรโดยแท้ อย่ากระนั้นเลย พวกเราควรเข้าไปหาท้าวสมพรจอมอสูรแล้วขออภัยทานเถิด ฯ</p>
<p>[๙๐๑] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ครั้งนั้นแล ฤาษีผู้มีศีลมีกัลยาณธรรมเหล่านั้น ได้อันตรธานไปในบรรณกุฎีแทบฝั่งสมุทร ไปปรากฏอยู่ตรงหน้าท้าวสมพรจอมอสูร เหมือนบุรุษมีกำลังเหยียดแขนที่คู้ หรือคู้แขนที่เหยียด ฉะนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย ลำดับนั้น พวกฤาษีผู้มีศีลมีกัลยาณธรรมเหล่านั้น ได้กล่าวกะท้าวสมพรจอมอสูร ด้วยคาถาว่า ฯ</p>
<p>พวกฤาษีมาขออภัยกะท่านท้าวสมพร การให้ภัยหรือให้อภัย                           ท่านกระทำได้โดยแท้ ฯ</p>
<p>[๙๐๒] ท้าวสมพรจอมอสูรได้กล่าวตอบว่า</p>
<p>การอภัยไม่มีแก่พวกฤาษี ผู้ชั่วช้าคบหาท้าวสักกะ เราให้เฉพาะแต่ภัยเท่านั้นแก่พวกท่านผู้ขออภัย ฯ</p>
</blockquote>
<p><span id="more-3061"></span></p>
<blockquote><p>[๙๐๓] พวกฤาษีกล่าวว่า</p>
<p>ท่านให้เฉพาะแต่ภัยเท่านั้นแก่พวกเราผู้ขออภัย พวกเราขอรับเอาแต่อภัยอย่างเดียว ส่วนภัยจงเป็นของท่านเถิด บุคคลหว่านพืชเช่นใดย่อมได้ผลเช่นนั้น คนทำดีย่อมได้ดี ทำชั่วก็ย่อมได้ชั่ว แน่ะพ่อ ท่านหว่านพืชลงไปไว้แล้ว ท่านจักต้อง                           เสวยผลของมัน ฯ</p>
<p>ดูกรภิกษุทั้งหลาย ครั้งนั้นแล ฤาษีผู้มีศีลมีกัลยาณธรรมเหล่านั้น ได้สาปแช่งท้าวสมพรจอมอสูร แล้วอันตรธานหายไปในที่ตรงหน้าท้าวสมพรจอมอสูร แล้วไปปรากฏอยู่ในบรรณกุฎีแทบฝั่งสมุทร เปรียบเหมือนบุรุษมีกำลังเหยียดแขนที่คู้ หรือคู้แขนที่เหยียด ฉะนั้น ฯ</p>
<p>[๙๐๔] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ครั้งนั้นแล ท้าวสมพรจอมอสูรถูกฤาษีผู้มีศีลมีกัลยาณธรรมเหล่านั้นสาปแช่งแล้ว ได้ยินว่าในคืนวันนั้น ตกใจหวาดหวั่นถึงสามครั้ง ฯ</p>
</blockquote>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/wash/archives/3061/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>นักศึกษาสำนักวิชาวิศวกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี 1-2 มิ.ย.56</title>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/3060</link>
		<comments>http://lanpanya.com/wash/archives/3060#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 03 Jun 2013 15:10:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Logos</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[การศึกษานอกระบบ การศึกษาตามอัธยาศัย]]></category>

		<category><![CDATA[ประสบการณ์ชีวิต]]></category>

		<category><![CDATA[ภาษา วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์]]></category>

		<category><![CDATA[วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี]]></category>

		<category><![CDATA[เทคโนโลยีชาวบ้าน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/wash/?p=3060</guid>
		<description><![CDATA[อาจารย์ทวิชพานักศึกษาปริญญาโทและปริญญาเอกจากสำนักวิชาวิศวกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี มาเยี่ยมสวนป่า โดยจัด &#8220;การประชุมเสนอผลงานบัณฑิตศึกษาวิศวกรรมเครื่องกล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ครั้งที่ ๑๐&#8221; ในวันที่ 1 มิ.ย. 56
แยกกันมาด้วยรถสามคันครับ อาจารย์ทวิชขับรถมาเอง ส่วนรถตู้และรถบัสขับมาด้วยกัน อาจารย์ทวิชมาถึงช่วงสายๆ รถตู้กับรถบัสขับเลยทางเข้าไปหน่อย แต่เมื่อวกรถกลับมา ก็หาทางเข้าเจอ ผมขับรถออกไปรับ แต่เห็นว่ารถกำลังขับเข้ามา ก็เลยวกรถกลับ
อาจารย์ทวิชเปิดงาน แล้วให้ผมคุยตามเรื่องตามราวกันนักศึกษาสัก 15 นาทีตามประสาวิศวกรประสบการณ์สามสิบกว่าปีคุยกับรุ่นน้อง แต่เพราะว่าให้พูดอะไรก็ได้ ก็เลยเล่านิทานไปหลายเรื่อง ชีวิตจริงไม่เหมือนข้อสอบปรนัยหรอกนะครับ คล้ายข้อสอบอัตนัยมากกว่าในแง่ที่ว่าตัวเลือกนั้น เรากำหนดเอง แต่ไม่เหมือนข้อสอบอัตนัยในแง่ที่ว่ามีทรัพยากรและข้อจำกัดด้วย ไม่มีใครสักคนที่จะมีชีวิตด้านเดียว รู้อย่างเดียว ทำอย่างเดียว พูดเรื่องเดียว ชำนาญเรื่องเดียวได้ แต่คนเราต้องมีเรื่องที่เรารู้จริงอยู่บ้าง มีทักษะความชำนาญเฉพาะตัวลงมือทำแล้วได้ผลดีอยู่บ้าง อย่างสองอย่างก็ยังเรียกว่ามีดี ทั้งนี้เป็นเพราะชีวิตต้องใช้สหวิทยาการ&#8230; ที่เขียนมานี่ ไม่ได้พูดหรอกครับ ส่วนที่พูดก็ลืมไปแล้ว รู้แต่ว่าพูดมาก ใช้เวลาเยอะเลย โชคดีที่ก๋วยเตี๋ยวใส่ว่านสาวหลงยังไม่พร้อม

จากนั้นอาจารย์ทวิชขอให้ผมแนะนำครูบา โอย แนะอย่างไรก็ไม่หมดหรอกครับ คนทำงาน ศึกษา วิจัยมาสามสี่สิบปี แนะนำอย่างไรจึงจะหมด จึงแนะเฉพาะที่มีรูปติดอยู่ในห้องโถงอาคารใหญ่ ครูบาก็บรรยายเรื่อง &#8220;บริบทบริหารความพอเพียง&#8221; เสร็จแล้วกินข้าว [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>อาจารย์ทวิชพานักศึกษาปริญญาโทและปริญญาเอกจากสำนักวิชาวิศวกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี มาเยี่ยมสวนป่า โดยจัด &#8220;การประชุมเสนอผลงานบัณฑิตศึกษาวิศวกรรมเครื่องกล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ครั้งที่ ๑๐&#8221; ในวันที่ 1 มิ.ย. 56</p>
<p>แยกกันมาด้วยรถสามคันครับ อาจารย์ทวิชขับรถมาเอง ส่วนรถตู้และรถบัสขับมาด้วยกัน อาจารย์ทวิชมาถึงช่วงสายๆ รถตู้กับรถบัสขับเลยทางเข้าไปหน่อย แต่เมื่อวกรถกลับมา ก็หาทางเข้าเจอ ผมขับรถออกไปรับ แต่เห็นว่ารถกำลังขับเข้ามา ก็เลยวกรถกลับ</p>
<p>อาจารย์ทวิชเปิดงาน แล้วให้ผมคุยตามเรื่องตามราวกันนักศึกษาสัก 15 นาทีตามประสาวิศวกรประสบการณ์สามสิบกว่าปีคุยกับรุ่นน้อง แต่เพราะว่าให้พูดอะไรก็ได้ ก็เลยเล่านิทานไปหลายเรื่อง ชีวิตจริงไม่เหมือนข้อสอบปรนัยหรอกนะครับ คล้ายข้อสอบอัตนัยมากกว่าในแง่ที่ว่าตัวเลือกนั้น เรากำหนดเอง แต่ไม่เหมือนข้อสอบอัตนัยในแง่ที่ว่ามีทรัพยากรและข้อจำกัดด้วย ไม่มีใครสักคนที่จะมีชีวิตด้านเดียว รู้อย่างเดียว ทำอย่างเดียว พูดเรื่องเดียว ชำนาญเรื่องเดียวได้ แต่คนเราต้องมีเรื่องที่เรารู้จริงอยู่บ้าง มีทักษะความชำนาญเฉพาะตัวลงมือทำแล้วได้ผลดีอยู่บ้าง อย่างสองอย่างก็ยังเรียกว่ามีดี ทั้งนี้เป็นเพราะชีวิตต้องใช้สหวิทยาการ&#8230; ที่เขียนมานี่ ไม่ได้พูดหรอกครับ ส่วนที่พูดก็ลืมไปแล้ว รู้แต่ว่าพูดมาก ใช้เวลาเยอะเลย โชคดีที่ก๋วยเตี๋ยวใส่ว่านสาวหลงยังไม่พร้อม</p>
<p><span id="more-3060"></span></p>
<p>จากนั้นอาจารย์ทวิชขอให้ผมแนะนำครูบา โอย แนะอย่างไรก็ไม่หมดหรอกครับ คนทำงาน ศึกษา วิจัยมาสามสี่สิบปี แนะนำอย่างไรจึงจะหมด จึงแนะเฉพาะที่มีรูปติดอยู่ในห้องโถงอาคารใหญ่ ครูบาก็บรรยายเรื่อง &#8220;บริบทบริหารความพอเพียง&#8221; เสร็จแล้วกินข้าว ช้าหน่อยแต่อร่อยมาก</p>
<p>ช่วงบ่ายเป็นการประชุมภายในครับ ผมเข้าไปนั่งฟังช่วงแรกๆ รู้สึกสนุกดีเหมือนกัน จึงไปขอ paper กับอาจารย์ทวิชมาชุดหนึ่ง ที่จริง paper ที่มีเกินจำนวนคนก็วางกองอยู่หลังห้องล่ะครับ แต่ถ้าจะเอาไปก็ต้องไปขอก่อน</p>
<p>ผมก็กลับมาปราสาท นอนพักเพราะว่านอนน้อย+ตากแดดสะสมมาหลายวันแล้ว (คุมงานก่อสร้าง) นอนได้แป๊บเดียว ไฟดับ ดับนานด้วย เมื่อไม่มีไฟ การนำเสนอก็ต้องเลิกไปโดยปริยายครับ เรานัดกันไว้ว่าทุ่มครึ่ง จะมีกิจกรรมรอบกองไฟ ครูบาอยากให้จัดตรงลานสาวกอด (หลังจากกินว่านสาวหลงไปเมื่อกลางวัน) แต่ว่ามันเป็นลานคอนกรีต จะก่อกองไฟอย่างไรล่ะ ผมปรึกษาน้าสุข คนตัดไม้ แกบอกว่าเอาดินมาเทไว้แล้วก่อกองไฟบนนั้นก็ได้ (แต่ก็ไม่ได้ทำ) ส่วนอาจารย์ทวิชอยากให้ก่อกองไฟบนดินบริเวณจตุรัสหมู่บ้านโลก คือเวลาไฟดับ แล้วฝนมีทีท่าว่าจะตกด้วยนี่ อีหลักอีเหลื่อเหมือนกันครับ</p>
<p>ในที่สุด หลังกินข้าวเย็นท่ามกลางแสงเทียนแล้ว ก็ขอให้นักศึกษาหยิบเก้าอี้มาคนละตัว เอามานั่งที่ลานสาวกอด ในวันที่ 1 มิ.ย. 56 เป็นวันอัฐมีบูชา (วันที่ถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระของพระพุทธเจ้า) ก็เลยมีเทศน์สามธรรมาสน์ ครูบา อาจารย์ทวิช กับผมซึ่งตอดนิดตอดหน่อย สักพักไฟก็มาครับ ก่อนหน้านั้น เราใช้อินเวอร์เตอร์กับแบตเตอรี่มอเตอร์ไซค์ (ซึ่งเป็นชุดไฟฉุกเฉินที่เตรียมไว้ให้กับครูบา) ต่อกับหลอดนีออน ครูบาบอกไม่ได้ชาร์ตไฟมานานแล้ว ก็ไม่เป็นไรหรอกครับ ได้แค่ไหนก็แค่นั้น&#8230; เทศน์กระตุกขากางเกงไปได้สักพัก ไฟก็มา</p>
<p>ตามธรรมเนียมของหมู่บ้านโลกซึ่งเราปล่อยโคมลอยบูชาพระรัตนตรัยทุกวันพระ วันอัฐมีบูชา แรม ๘ ค่ำเดือน ๖ ก็เป็นวันพระ ดังนั้นก็ขอเชิญนักศึกษามาปล่อยโคมลอยแทน ครูบามีเหลือสองโคม กับของผมอีกหนึ่งโคม ได้สามโคม พระพุทธ พระธรรม พระ​สงฆ์ ครบพระรัตนตรัยพอดี อาจารย์ทวิชกล่าวอวยพรซาบซึ้ง</p>
<p>ค่ำนั้น อาจารย์ทวิชจะมาปักกลดกางเต้นท์แถวที่ปล่อยโคม แต่ผมเห็นว่าฝนอาจจะตก แล้วตรงนั้นเป็นที่ต่ำ น้ำอาจจะท่วมได้ เชิญเข้ามานอนในบ้าน อาจารย์ก็ไม่มา จึงนิมนต์ไปนอนในกระต๊อบคุณชายซึ่งมีมุ้งแขวนอยู่&#8230; ช่วงดึก มีนักศึกษาสองคนมาหาที่ปักกลดกางเต้นท์เช่นกัน ผมจึงขอให้ปีนขึ้นไปกางเต้นท์บนชั้นสองของแท้งก์น้ำ ไม่อยากให้นอนกับพื้นหรอกครับ หน้าฝน พวกสัตว์เลื้อยคลานอาจจะหาที่สูงหลบน้ำท่วมเช่นกัน ขึ้นไปอยู่บนหอน่าจะปลอดภัยกว่าเยอะเลย</p>
<p>ประมาณตีสอง ได้ยินเสียงน้ำตก เฮ้ย เสียงน้ำมาจากแท้งก์น้ำ ปรากฏว่าลูกลอยไม่ทำงาน ทำให้น้ำล้นถังเก็บน้ำ ตกลงมาเป็นน้ำตก ผมก็เลยไปปิดวาล์วให้&#8230; คืนนั้น ตีสามแล้วยังไม่ได้นอนเลย</p>
<p>รุ่งขึ้นจึงตื่นสาย ตอนเช้าพ่อวิจิตร จากบ้านหายโศก พุทไธสง เกษตรกรนักประดิษฐ์ที่ทำวิจัยด้วย เอา &#8220;ปุ๋ยนาโน&#8221; มาขอให้อาจารย์ทวิชไปทดสอบในห้องปฏิบัติการว่าดีจริงหรือไม่อย่างไร จากนั้นกินข้าว และครูบาพาเดินป่า เที่ยวนี้ ไม่ได้ผ่านปราสาทคุณชายเหมือนอย่างเคย แต่ผ่านแปลงทดลองพลังงาน เลยไปทางแปลงวิจัยอาคาเซียของกรมป่าไม้ และแปลงเอกมหาชัยของสวนป่า ธรรมชาติสอนเราได้เสมอถ้าหากเราเรียนเป็นและช่างสังเกตพอ อาจารย์ทวิชเปลี่ยนสิ่งที่พบเห็นเป็นโจทย์วิจัยได้เสมอ ขากลับยังแวะเตาเผาถ่าน ก็มีเรื่องภูมิปัญญาชาวบ้านและฟิสิกส์หลายสาขา</p>
<p>จากนั้นก็ไปรวมกันที่ลานสาวกอด ผมเห็นโปรแกรมของคณะนักศึกษา อาจารย์ทวิชจะพาไปศึกษารากเหง้าที่อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย อ.พิมาย นครราชสีมา และแหล่งโบราณคดีบ้านปราสาท ต.ธารปราสาท อ.โนนสูง นครราชสีมา ทั้งสองแห่งอยู่ในเส้นทางกลับอยู่แล้ว พิมายเคยไปมาหลายครั้งแล้ว แต่บ้านปราสาทยังไม่เคยครับ เลยชวนครูบา ชวนแม่หวี ซึ่งก็ไม่เคยไปเหมือนกัน จากนั้นจึงไปขออาจารย์ทวิชตามไปเจอที่บ้านปราสาทด้วย เรื่องนี้พิเศษเพราะอาจารย์เล่าเรื่องได้สนุกมาก ชวนคิดในมุมที่มักจะมองข้าม จากนั้นครูบาก็กล่าวสรุปกับนักศึกษา อาจารย์ทวิชกล่าวตอบแล้วบอกไม่รู้จะตอบแทนครูบาอย่างไรสำหรับการให้ทุกอย่างอย่างที่ไม่หวังสิ่งตอบแทน ครูบาเลยบอก &#8220;ขอกอดที&#8221; แล้วก็กอดเลย ต่อหน้าธารกำนัล แชะ</p>
<p>[<a href="https://www.facebook.com/media/set/?set=a.644156792279599.1073741836.478075762221037&amp;type=3" target="_blank">ภาพกิจกรรมที่สวนป่าทั้งหมดดูบน facebook</a>]</p>
<p>จากนั้น ผมก็นอนพักครับ เมื่อคืนนอนน้อยมาก ได้คืนมาสักชั่วโมงครึ่ง ก็ยังดี แล้วก็ขับรถไปบ้านปราสาท ซึ่งค้นใน GPS ไว้แล้วตั้งแต่เมื่อคืน รู้ว่าเป็นระยะทาง 125 กม. จากสวนป่า ถ้าขับเฉลี่ย 100 กม/ชม ก็ใช้เวลาชั่วโมงครึ่ง เราออกเดินทางประมาณเที่ยงครึ่ง ออกมาได้สักพัก อาจารย์ทวิชโทรมาบอกเจอกันที่บ้านปราสาทบ่ายสอง เราไปถึงที่หมายช้าไปเล็กน้อยครับ มีการขยายถนน</p>
<p>แหล่งโบราณคดีบ้านปราสาทเป็นแหล่งขุดค้นขนาดใหญ่ อายุ 3000 ปี เก่าแก่เป็นรองจากบ้านเชียง ทำการขุดค้นไว้ดีมาก</p>
<p>จากป้ายที่บรรยายไว้</p>
<blockquote><p><span id="fbPhotoSnowliftCaption" class="fbPhotosPhotoCaption"><span class="hasCaption">ประวัติความเป็นมา</span></span></p>
<p><span> บ้านปราสาท ต.ธารปราสาท อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา เป็นแหล่งโบราณคดีขนาดใหญ่ มีการตั้งถิ่นฐานของชุมชนโบ</span><span>ราณสมัยก่อนประวัติศาสตร์ เมื่อประมาณ 3,000 ปีมาแล้ว รู้จักทำภาชนะแบบดินเผาแบบป</span><span>ากแตรเคลือบน้ำดินสีแดงและข</span><span>ัดมัน การทำเครื่องมือเครื่องใช้จ</span><span>ากสำริด ทอผ้า เลี้ยงสัตว์ เพาะปลูก และมีพิธีกรรมในการฝังศพ ชุมชนแห่งนี้มีการอยู่อาศัย</span><span> หลายยุคหลายสมัย และมีพัฒนาการในถิ่นที่อยู่</span><span>อาศัย ติดต่อกันมาจนถึงยุคปัจจุบั</span>น<span id="fbPhotoSnowliftTagList" class="fbPhotoTagList"><span class="fcg"> — at <span class="fbPhotoTagListTag withTagItem tagItem"><a class="taggee" href="https://www.facebook.com/pages/%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%82%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%93%E0%B8%84%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%97/192166834168399?ref=stream">แหล่งโบราณคดีบ้านปราสาท</a></span>.</span></span></p>
</blockquote>
<p>[<a href="https://www.facebook.com/media/set/?set=a.644882162207062.1073741838.478075762221037&amp;type=3" target="_blank">ภาพกิจกรรมที่แหล่งโบราณคดีบ้านปราสาททั้งหมดดูบน facebook</a>]</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/wash/archives/3060/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ทีมไอซีที เทศบาลนครพิษณุโลก 24-26 พ.ค. 56</title>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/3056</link>
		<comments>http://lanpanya.com/wash/archives/3056#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 25 May 2013 13:37:45 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Logos</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[การจัดการความรู้]]></category>

		<category><![CDATA[การศึกษานอกระบบ การศึกษาตามอัธยาศัย]]></category>

		<category><![CDATA[คอมพิวเตอร์ การใช้งาน โปรแกรม]]></category>

		<category><![CDATA[ประสบการณ์ชีวิต]]></category>

		<category><![CDATA[สังคม ชุมชน ครอบครัว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/wash/?p=3056</guid>
		<description><![CDATA[หมอจอมป่วนพาทีมจากเทศบาลนครพิษณุโลกมาคุยที่สวนป่า เป็นทีมที่จะเริ่มใช้เครื่องมือทางไอที ช่วยในการจัดการความรู้ และขยายการมีส่วนร่วมของประชาชน
ไม่รู้ขับรถอย่างไร ออกจากพิษณุโลกเก้าโมงเช้าของวันวิสาขบูชา กว่าจะถึงสวนป่าก็หกโมงเย็นกว่าๆ แล้ว เนื่องจากขับรถมาไกล และครูบาอยากให้พักก่อน กินข้าว อาบน้ำ จึงงดโปรแกรมเวียนเทียนไป (เพื่อที่จะได้ดูละครคุณชายพุฒิภัทรตอนจบ?)
เช้าวันรุ่งขึ้น (วันนี้) ก็เริ่มคุย
  

แม้ว่าทีมนี้เป็นทีมไอซีที แต่ว่าเรื่องการจัดทำบล็อกเพื่อการจัดการความรู้ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น Virtual Dialogue นั้น ส่วนของเครื่องมือทางไอที ไม่ใช่ส่วนที่สำคัญที่สุด จอมป่วนและวิทยากรใช้เวลาทำความเข้าใจกับปฏิสัมพันธ์ของคนเป็นส่วนใหญ่
ตลอดทั้งโปรแกรม ไม่มีตาราง ไม่มีกำหนดการ นั่งคุยกันไปเรื่อยๆ&#8230; ไฟดับก็ยังคุยต่อครับ ทั้งคนคุยและคนฟัง ไม่ต้องเสียบปลั๊ก
หลังจากกินข้าว ก็แยกเป็นสองวง วงหนึ่ง &#8220;รองหมอ&#8221; รับไปคุยเรื่องคน เรื่องการเริ่มต้นสิ่งที่ตั้งใจจะทำ อีกวงหนึ่ง มาคุยที่บ้านผม เพราะว่าเอาภาพขึ้นจอทีวีให้ดูได้ วงผมก็คุยกันไปเรื่อยๆ ไม่ได้คุยเรื่องเซอร์เวอร์หรือซอฟต์แวร์หรอกครับ แค่ RTFM ก็ทำได้แล้ว ซึ่ง &#8220;เชิด&#8221; คนทำ ก็ทำระหว่างที่คุยกันอยู่จนระบบอัพขึ้นมาได้ ไม่มีอะไรยากหรอกครับ&#8230; ที่น่าสนุกคือที่คุยกัน แต่คุยอะไรกันนั้นไม่มีเฉลย เก็บอะไรได้ก็ดีครับ เก็บไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ให้พูดอีกครั้งคงไม่เหมือนเดิม ดังนั้นจึงไม่เล่า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>หมอจอมป่วนพาทีมจากเทศบาลนครพิษณุโลกมาคุยที่สวนป่า เป็นทีมที่จะเริ่มใช้เครื่องมือทางไอที ช่วยในการจัดการความรู้ และขยายการมีส่วนร่วมของประชาชน</p>
<p>ไม่รู้ขับรถอย่างไร ออกจากพิษณุโลกเก้าโมงเช้าของวันวิสาขบูชา กว่าจะถึงสวนป่าก็หกโมงเย็นกว่าๆ แล้ว เนื่องจากขับรถมาไกล และครูบาอยากให้พักก่อน กินข้าว อาบน้ำ จึงงดโปรแกรมเวียนเทียนไป (เพื่อที่จะได้ดูละครคุณชายพุฒิภัทรตอนจบ?)</p>
<p>เช้าวันรุ่งขึ้น (วันนี้) ก็เริ่มคุย</p>
<p><a href="http://lanpanya.com/wash/files/2013/05/20130525_090209.jpg"><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-3057" title="20130525_090209" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/05/20130525_090209-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></a> <a href="http://lanpanya.com/wash/files/2013/05/20130525_090217.jpg"><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-3058" title="20130525_090217" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/05/20130525_090217-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></a> <a href="http://lanpanya.com/wash/files/2013/05/20130525_094248.jpg"><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-3059" title="20130525_094248" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/05/20130525_094248-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></a></p>
<p><span id="more-3056"></span></p>
<p>แม้ว่าทีมนี้เป็นทีมไอซีที แต่ว่าเรื่องการจัดทำบล็อกเพื่อการจัดการความรู้ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น Virtual Dialogue นั้น ส่วนของเครื่องมือทางไอที ไม่ใช่ส่วนที่สำคัญที่สุด จอมป่วนและวิทยากรใช้เวลาทำความเข้าใจกับปฏิสัมพันธ์ของคนเป็นส่วนใหญ่</p>
<p>ตลอดทั้งโปรแกรม ไม่มีตาราง ไม่มีกำหนดการ นั่งคุยกันไปเรื่อยๆ&#8230; ไฟดับก็ยังคุยต่อครับ ทั้งคนคุยและคนฟัง ไม่ต้องเสียบปลั๊ก</p>
<p>หลังจากกินข้าว ก็แยกเป็นสองวง วงหนึ่ง &#8220;รองหมอ&#8221; รับไปคุยเรื่องคน เรื่องการเริ่มต้นสิ่งที่ตั้งใจจะทำ อีกวงหนึ่ง มาคุยที่บ้านผม เพราะว่าเอาภาพขึ้นจอทีวีให้ดูได้ วงผมก็คุยกันไปเรื่อยๆ ไม่ได้คุยเรื่องเซอร์เวอร์หรือซอฟต์แวร์หรอกครับ แค่ RTFM ก็ทำได้แล้ว ซึ่ง &#8220;เชิด&#8221; คนทำ ก็ทำระหว่างที่คุยกันอยู่จนระบบอัพขึ้นมาได้ ไม่มีอะไรยากหรอกครับ&#8230; ที่น่าสนุกคือที่คุยกัน แต่คุยอะไรกันนั้นไม่มีเฉลย เก็บอะไรได้ก็ดีครับ เก็บไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ให้พูดอีกครั้งคงไม่เหมือนเดิม ดังนั้นจึงไม่เล่า คุยกันสองชั่วโมงกว่า จำไม่ได้หมดหรอกครับ</p>
<p>พรุ่งนี้เช้า ครูบาจะติดรถไปพร้อมกับทีมงานที่จะเดินทางกลับพิษณุโลก และจะไปบรรยายให้ที่เทศบาลนครพิษณุโลกวันมะรืนนี้ (27) ตอนหกโมงเย็น</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/wash/archives/3056/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>นิสิตแพทย์ชนชท จุฬา 4-6 พ.ค. 56</title>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/3055</link>
		<comments>http://lanpanya.com/wash/archives/3055#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 08 May 2013 03:38:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Logos</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[การศึกษานอกระบบ การศึกษาตามอัธยาศัย]]></category>

		<category><![CDATA[ธรรมชาติ สัตว์ ต้นไม้ สิ่งแวดล้อม]]></category>

		<category><![CDATA[ประสบการณ์ชีวิต]]></category>

		<category><![CDATA[สังคม ชุมชน ครอบครัว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/wash/?p=3055</guid>
		<description><![CDATA[นิสิตคณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลชลบุรี ชั้นปีที่ 4 มาเยี่ยมสวนป่าเป็นรุ่นที่สี่ในรอบ 5 ปี นิสิตแพทย์มาเรียนอะไรกันในป่า?
มหาชีวาลัยอีสานสอนวิชาชีวิตครับ คำว่า &#8220;สอน&#8221; นั้น ไม่ใช่การถ่ายความรู้จากกะโหลกหนึ่งไปยังอีกกะโหลกหนึ่ง วิทยากรไม่ใช้การจับยัดหรือปล่อยของ แต่พยายามเหนี่ยวนำความรู้ด้วยการตั้งข้อสังเกต ให้แง่คิด เป็น soft side ความรู้ใดๆ ที่เกิดขึ้น เกิดขึ้นในตัวผู้เรียนด้วยตนเอง และแม้แต่ผู้สอนก็ได้ความรู้ไปด้วยเสมอ
มีวิทยากรชาวเฮมาช่วยคือหมอสุธี พี่บู๊ด ครูออต และน้องจู โชคดีที่โปรแกรมนี้อยู่ในช่วงวันหยุดยาว วิทยากรจึงลางานเพียงวันเดียวเพื่อเดินทางมาคุยกับนิสิต ส่วนครูบากับผมนั้น อยู่สวนป่าเป็นปกติอยู่แล้ว

หลักสูตรแพทยศาสตร์แบ่งเป็นระดับชั้นเตรียมแพทยศาสตร์และชั้นปรีคลินิก (ชั้นปี 1 - 3) ซึ่งเรียนรวมกันชั้นละหลายร้อยคนที่คณะแพทยศาสตร์ จุฬาในกรุงเทพ แล้วจึงย้ายมาเรียนระดับชั้นคลินิก (ชั้นปี 4 - 6) ที่ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลชลบุรี&#8230; ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่นิสิตอาจจะไม่ได้รู้จักกันมานักหรอกครับ แต่สิ่งแรกที่ทำคือถามถึงความคาดหวังก่อนเลย ส่วนใหญ่ตอบไม่ได้ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ว่าเพิ่งย้ายมาเรียนที่โรงพยาบาลชลบุรี ยังไม่เปิดเทอมเลย และยังไม่รู้จักกันจริงๆ ทั้งนิสิตและอาจารย์ คงยังไม่มีเวลาคุยกันเท่าไร
คำถามของหมอสุธีเช้านี้ ผมไม่ได้คาดหวังคำตอบแม้แต่ว่าจะเอาไปปรับการสอน ผมถือว่าคำถามนี้ ยิงออกไปเพื่อให้ฉุกคิดว่ามาทำอะไรกันที่นี่ ในใจแต่ละคนอาจจะมีคำตอบและความคาดหวังที่แตกต่างกันออกไป [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span class="fbPhotoCaptionText"><span>นิสิตคณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลิ</span>นิก โรงพยาบาลชลบุรี ชั้นปีที่ 4 มาเยี่ยมสวนป่าเป็นรุ่นที่สี่ในรอบ 5 ปี นิสิตแพทย์มาเรียนอะไรกันในป่า?</span></p>
<p>มหาชีวาลัยอีสานสอนวิชาชีวิตครับ คำว่า &#8220;สอน&#8221; นั้น ไม่ใช่การถ่ายความรู้จากกะโหลกหนึ่งไปยังอีกกะโหลกหนึ่ง วิทยากรไม่ใช้การจับยัดหรือปล่อยของ แต่พยายามเหนี่ยวนำความรู้ด้วยการตั้งข้อสังเกต ให้แง่คิด เป็น soft side ความรู้ใดๆ ที่เกิดขึ้น เกิดขึ้นในตัวผู้เรียนด้วยตนเอง และแม้แต่ผู้สอนก็ได้ความรู้ไปด้วยเสมอ</p>
<p>มีวิทยากรชาวเฮมาช่วยคือหมอสุธี พี่บู๊ด ครูออต และน้องจู โชคดีที่โปรแกรมนี้อยู่ในช่วงวันหยุดยาว วิทยากรจึงลางานเพียงวันเดียวเพื่อเดินทางมาคุยกับนิสิต ส่วนครูบากับผมนั้น อยู่สวนป่าเป็นปกติอยู่แล้ว</p>
<p><span id="more-3055"></span></p>
<p>หลักสูตรแพทยศาสตร์แบ่งเป็นระดับชั้นเตรียมแพทยศาสตร์และชั้นปรีคลินิก (ชั้นปี 1 - 3) ซึ่งเรียนรวมกันชั้นละหลายร้อยคนที่คณะแพทยศาสตร์ จุฬาในกรุงเทพ แล้วจึงย้ายมาเรียนระดับชั้นคลินิก (ชั้นปี 4 - 6) ที่<span class="fbPhotoCaptionText"><span>ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลิ</span>นิก โรงพยาบาลชลบุรี&#8230; ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่นิสิตอาจจะไม่ได้รู้จักกันมานักหรอกครับ</span> แต่สิ่งแรกที่ทำคือถามถึงความคาดหวังก่อนเลย ส่วนใหญ่ตอบไม่ได้ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ว่าเพิ่งย้ายมาเรียนที่โรงพยาบาลชลบุรี ยังไม่เปิดเทอมเลย และยังไม่รู้จักกันจริงๆ ทั้งนิสิตและอาจารย์ คงยังไม่มีเวลาคุยกันเท่าไร</p>
<p>คำถามของหมอสุธีเช้านี้ ผมไม่ได้คาดหวังคำตอบแม้แต่ว่าจะเอาไปปรับการสอน ผมถือว่าคำถามนี้ ยิงออกไปเพื่อให้ฉุกคิดว่ามาทำอะไรกันที่นี่ ในใจแต่ละคนอาจจะมีคำตอบและความคาดหวังที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งก็ไม่เป็นไรครับ ฝากไว้ให้คิดกันก่อน ตอนสายๆ ผมเล่าว่าต่อทำอะไรมา แล้วมาทำซากอะไรอยู่ในป่า เล่าว่างานที่ยิ่งใหญ่ ตอนเริ่มต้นต่างก็ไม่เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ด้วยกันทั้งนั้น เอาชนะอุปสรรคไปทีละเปลาะ เดินทีละก้าว กินข้าวทีละคำ ทำเต็มความรู้ความสามารถ ใช้ประโยชน์จากสิ่งรอบตัว ทำไปเรื่อยจนสำเร็จ ระหว่างทาง เราก็เรียนรู้ฝึกฝนไปเรื่อยๆ ในที่สุดก็จะเก่งขึ้นเรื่อยๆ และงานจะสำเร็จด้วย ตอนบ่ายครูบาพาไปบ้านหายโศก อำเภอพุทไธสง ไปดูโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพชุมชนตำบลหายโศก ซึ่งชุมชนนี้มีพลัง พัฒนาท้องถิ่นของตนเอง ทั้งวัด โรงเรียน อนามัย  ไม่ได้แบมือขอเงินรัฐ&#8230; แล้วก็ไปติดฝนอยู่ที่ รพ.สต.หายโศกสักพัก กลับมาถึงสวนป่าเอามืดแล้ว</p>
<p>คืนวันแรกพยายามให้นิสิตรู้จักตัวตนของกันก่อน  แต่การทำความรู้จักกันนั้น ไม่ได้ฉาบฉวยแค่การแนะนำตัวหรอกครับ เพราะว่าหากแนะนำตัว เราจะได้ยินแค่ตัวตนที่แต่ละคนพยายามจะแสดงว่าตัวเองเป็น ซึ่งอาจจะไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริงก็ได้ ดังนั้นจึงใช้การตั้งวงคุยกันเปิดใจ และไปได้จนถึง &#8220;การออกจากไข่แดง&#8221; &#8212; ออกนอก comfort zone กล้าพูดในสิ่งที่เก็บงำไว้ในใจซึ่งปกติจะไม่พูด &#8212; กติกาก็ง่ายๆ คือมีคนพูดคนเดียว (ที่เหลือฟังอย่างตั้งใจ จับประเด็นแต่ไม่ตัดสิน) บรรดาอาจารย์ต่างนั่งฟังนั่งสังเกตอย่างตั้งใจ ไม่ได้ขัดอะไรเลย หมอสุธีซึ่งเป็นเหมือนหัวหน้าทีมที่ไม่ต้องมีใครแต่งตั้ง เป็นทั้งอดีตหมอศัลย์ซึ่งเป็นคนในวงการหมอ และเป็นวิทยากรคนนอกคณะ ก็นั่งฟังอย่างตั้งใจ สรุปให้ตอนท้ายเท่านั้น ส่วนผมอดีตซีอีโอ บจ. ยืนฟังอยู่ตรงตู้ปลาในอาคารใหญ่ตลอดชั่วโมงกว่าๆ ไม่ได้ปริปากอะไรเลยเหมือนกัน ปล่อยให้น้องๆ แลกเปลี่ยนกันโดยอิสระ มาตั้งข้อสังเกตในฐานะ &#8220;คนนอก&#8221; ในตอนท้าย เพราะว่าก่อนหมอสุธีจะพูด ผมไม่กล้าพูดหรอกครับ สังเกตเห็นแล้วว่ากำลังอยู่ในโซนเปิดใจ ควรปล่อยให้ไหลออกมา ความรู้สึกอยู่ในใจ ถ้าไม่สื่อสารออกมาแล้วใครจะไปรู้</p>
<p>เช้าวันที่สอง ครูบาพาเดินป่า และแวะมาทางปราสาทคุณชายด้วย น้องถามกันว่า ฤๅษีอะไรกันวะ ในบ้านมีหมดเลย (จานดาวเทียม ทีวี ตู้เย็นใหญ่ แอร์ ไวไฟ Xbox ฯลฯ) ขับรถเบนซ์ด้วย&#8230; เรื่องนี้แล้วแต่ว่ำน้องเข้าใจฤๅษีว่าเป็นอย่างไรนะครับ ถ้าเป็นแบบเครายาวนุ่งหนังสัตว์ละก็ มีแต่ในลิเกเท่านั้น ส่วนรถเบนซ์มันก็มีอยู่แล้ว ผมไม่ค่อยได้ขับไปไหน อยู่ในสวนป่าสงบดี มีพร้อม แต่เวลาจะขับไป รถต้องอยู่ในสภาพที่พร้อม ถ้าจะต้องไปซื้อรถกระบะมาใหม่เพื่อให้ผู้คนเห็นว่าเป็นฤๅษีละก็ คงถามตัวเองหนักเหมือนกันว่าจะต้องจ่ายเงินอีกแปดแสนเพื่ออะไร เป็นการพอเพียงแบบไหน</p>
<p>พอสายๆ พี่บู๊ดซึ่งเป็น NGO ตัวจริงเล่าเรื่องการทำงานกับชุมชนให้ฟัง เป็นเรื่องยากมากที่จะกลั่นประสบการณ์กว่า 40 ปี ลงมาในสองชั่วโมง แต่ใจความสำคัญคือมันจะแตกต่างจากสิ่งที่คุ้นเคย จำเป็นต้องทำความรู้จัก เรียนรู้บริบทของท้องถิ่นให้กระจ่าง และปรับตัว เรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัวหรอกนะครับ ชีวิตน้องไม่ได้จบตอนจบการศึกษา แต่ยังอีกยาวไกล ถ้าวันนั้นยังระลึกถึงสิ่งที่พี่บู๊ดเล่าให้ฟังได้ ก็น่าจะมีประโยชน์มาก</p>
<p>ช่วงบ่ายเป็นของครูออต (ที่จริงเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย) ชวนเบิกบานกับสุนทรีย์ศาสตร์ มีนิทาน ตรงนี้น่าสนใจเรื่องวิธีการสอน น้องๆ อาจจะไม่สังเกตว่าทุกคนจดจ่ออยู่กับลีลาของครูออต เช่น เวรี่กู๊ดดดดดด ทุกคนกลับเป็นเด็กอีกครั้ง เรียนรู้ได้อย่างสนุกสนาน ครูบาเคยกล่าวไว้ว่า &#8220;จะเรียน ทำไมต้องเครียด&#8221; นั่นซิครับ ทำไมต้องเครียด พอไม่เครียดแล้วสนุกใช่ไหม งานออกมาดีใช่ไหม&#8230; แล้วตอนค่ำก็นำเสนอการบ้านของครูออต หลังจากนำเสนอจบ พี่บู๊ดก็กลับบ้าน&#8230; ตลอดโปรแกรมสองวันสามคืน น้องจูรับบทพี่สาวที่คอยดูแลพูดคุยกับน้องๆ</p>
<p>รุ่งขึ้นเป็นวันสุดท้ายก่อนจากกัน หมอสุธีกับผมก็ลาออกมาก่อนเนื่องจากต้องเดินทางอีกไกล ตอนสายๆ น้องๆ จัดพิธีไหว้ครูให้กับอาจารย์หมอเป็นที่ซาบซึ้งใจมาก ครูบาเอา<em>ไข่พญานาค</em>ออกมาให้อาจารย์หมอทุบ &#8220;<a href="https://www.facebook.com/photo.php?fbid=462630510488278&amp;set=o.478075762221037&amp;type=1" target="_blank">ก้าวเดินอย่างไร&#8230;ใช่เกิดอย่างไร</a>&#8221; ชีวิตไม่ต้องมีเหตุผลทุกเรื่อง เราไม่จำเป็นต้องรู้ทุกเรื่อง ไม่จำเป็นต้องอธิบายได้ทุกเรื่อง และไม่ต้องมีด้านเดียวเหมือนภาพลักษณ์ทางการตลาด แต่ทุบแล้วตื่นตาตื่นใจมีความสุข ก็ดีแล้วไม่ใช่หรือครับ</p>
<p>หวังว่าคนได้เห็นอีกด้านหนึ่งของชีวิตและสามารถนำไปปรับใช้ในภายภาคหน้า ขอให้ทุกคนโชคดีครับ</p>
<p>สำหรับรูปกิจกรรมคราวนี้ ได้มาจากหลายกล้อง แต่ว่ามาไม่พร้อมกันและไม่ได้ sync เวลากันไว้ก่อน จึงไม่สามารถเรียงลำดับเหตุการณ์ข้ามกล้องได้ <a href="https://www.facebook.com/media/set/?set=a.630313716997240.1073741835.478075762221037&amp;type=1" target="_blank">รูปกว่าสี่ร้อยรูปดูได้ที่นี่ครับ</a> หากสนใจติดตามกิจกรรมอื่นๆ ของสวนป่า มหาชีวาลัยอีสาน บนเฟสบุ๊ค <a href="https://www.facebook.com/GlobalVillage.Buriram" target="_blank">กด Like ตรงนี้</a></p>
<p><img src="https://fbcdn-sphotos-a-a.akamaihd.net/hphotos-ak-prn1/945943_631976493497629_121091960_n.jpg" alt="" width="400" height="600" /><br />
 น้องจูเขียนใต้ภาพไว้ว่า &#8216;<span id=".reactRoot[1].[1][4][1]{comment631976493497629_2000006}.0.[1].0.[1].0.[0].[0][2]"><span id=".reactRoot[1].[1][4][1]{comment631976493497629_2000006}.0.[1].0.[1].0.[0].[0][2].0"><span id=".reactRoot[1].[1][4][1]{comment631976493497629_2000006}.0.[1].0.[1].0.[0].[0][2].0.[0]">คุณหมอมีน เอากรวยดอกไม้มามอบให้ &#8220;ขอบคุณครับ ที่ทำให้ผมได้ฉุกคิด&#8221;  อวยพรให้โชคดีและป็นคุณหมอที่ดีของประเทศไทยนะ&#8217;</span></span></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/wash/archives/3055/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>สิงห์เหนือปะทะเสือใต้</title>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/3009</link>
		<comments>http://lanpanya.com/wash/archives/3009#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 03 May 2013 06:30:20 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Logos</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[การจัดการความรู้]]></category>

		<category><![CDATA[การศึกษานอกระบบ การศึกษาตามอัธยาศัย]]></category>

		<category><![CDATA[ดนตรี ศิลปะ วรรณกรรม บันเทิง]]></category>

		<category><![CDATA[ประสบการณ์ชีวิต]]></category>

		<category><![CDATA[ภาษา วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์]]></category>

		<category><![CDATA[อาหาร ท่องเที่ยว กีฬา นันทนาการ]]></category>

		<category><![CDATA[เกษตรกรรม อุตสาหกรรม พาณิชยกรรม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/wash/?p=3009</guid>
		<description><![CDATA[เม้งบอกว่าจะมาสวนป่ามานานแล้วครับ เลื่อนมาเรื่อยๆ เพราะว่าภารกิจเยอะ จนช่วงสิ้นปีที่แล้ว บอกมาว่าจะมาสวนป่าเป็นครั้งแรกช่วงเดือนเมษายน &#8212; เคยมีเหตุการณ์สิงห์เหนือปะทะเสือใต้มาแล้วครั้งหนึ่ง ตอนที่เม้งกลับมาจากเยอรมันหลังจากเรียนจบแล้วเบิร์ดอยู่กรุงเทพพอดี อ้อ&#8230;อีกครั้งตอนงานบวชเม้ง
พอใกล้กำหนดสอบถามกำหนดการที่แน่นอนตลอดจนจำนวนคนไป ตอนแรกบอกว่าจะขับรถตามกันมาสองคัน 1,500 กม.จากปัตตานี พอตรวจสอบอีกทีลดเหลือคันเดียว เม้งจะขับ Mu-7 มาเอง มีลุงพูน อาจารย์เศวต ไชยมงคล พร้อมทั้งลูกชาย โก้ กับ กล้า อีกสองหน่วย จะสวนป่าวันที่ 29 เม.ย.-1 พ.ค.
พอหมอเบิร์ดรู้เข้า ก็จะมาเซอร์ไพร้ซ์เม้ง บินไปลงอุบลวันที่ 28 เม.ย. เยี่ยมคุณป้า แล้วเช้าวันที่ 29 ก็ขับรถจากอุบลมาสวนป่า ส่วนเม้งซึ่งออกเดินทางจากปัตตานวันที่ 28 พักกลางทางแถวประจวบคืนหนึ่ง เดินทางมาถึงสวนป่าตอนค่ำของวันที่ 29&#8230; ไม่เข้าใจว่าขับรถผ่านสุพรรณได้ยังไง
       

วันที่ 30 ครูบาจัดเต็ม พาไปบ้านหายโศก อ.พุทไธสง ไปเยี่ยมเกษตรกรตัวจริงชั้นแนวหน้าสองท่าน ซึ่งเข้าเรียนในโรงเรียนชุมขนอีสานที่ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เม้งบอกว่าจะมาสวนป่ามานานแล้วครับ เลื่อนมาเรื่อยๆ เพราะว่าภารกิจเยอะ จนช่วงสิ้นปีที่แล้ว บอกมาว่าจะมาสวนป่าเป็นครั้งแรกช่วงเดือนเมษายน &#8212; เคยมีเหตุการณ์สิงห์เหนือปะทะเสือใต้มาแล้วครั้งหนึ่ง ตอนที่เม้งกลับมาจากเยอรมันหลังจากเรียนจบแล้วเบิร์ดอยู่กรุงเทพพอดี อ้อ&#8230;อีกครั้งตอนงานบวชเม้ง</p>
<p>พอใกล้กำหนดสอบถามกำหนดการที่แน่นอนตลอดจนจำนวนคนไป ตอนแรกบอกว่าจะขับรถตามกันมาสองคัน 1,500 กม.จากปัตตานี พอตรวจสอบอีกทีลดเหลือคันเดียว เม้งจะขับ Mu-7 มาเอง มี<a href="https://www.facebook.com/poonswat" target="_blank">ลุงพูน</a> อาจารย์<a href="https://www.facebook.com/csaweit" target="_blank">เศวต ไชยมงคล</a> พร้อมทั้งลูกชาย โก้ กับ กล้า อีกสองหน่วย จะสวนป่าวันที่ 29 เม.ย.-1 พ.ค.</p>
<p>พอหมอเบิร์ดรู้เข้า ก็จะมาเซอร์ไพร้ซ์เม้ง บินไปลงอุบลวันที่ 28 เม.ย. เยี่ยมคุณป้า แล้วเช้าวันที่ 29 ก็ขับรถจากอุบลมาสวนป่า ส่วนเม้งซึ่งออกเดินทางจากปัตตานวันที่ 28 พักกลางทางแถวประจวบคืนหนึ่ง เดินทางมาถึงสวนป่าตอนค่ำของวันที่ 29&#8230; ไม่เข้าใจว่าขับรถผ่านสุพรรณได้ยังไง</p>
<p><a href="http://lanpanya.com/wash/files/2013/05/936111_10151639649521495_748963204_n.jpg"><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-3011" title="936111_10151639649521495_748963204_n" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/05/936111_10151639649521495_748963204_n-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></a><a href="http://lanpanya.com/wash/files/2013/05/920331_10151639649366495_1354682071_o.jpg"> <img class="alignnone size-thumbnail wp-image-3010" title="920331_10151639649366495_1354682071_o" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/05/920331_10151639649366495_1354682071_o-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></a> <a href="http://lanpanya.com/wash/files/2013/05/474429_10151639641381495_853865851_o.jpg"><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-3012" title="474429_10151639641381495_853865851_o" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/05/474429_10151639641381495_853865851_o-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></a> <a href="http://lanpanya.com/wash/files/2013/05/919582_10151639503191495_1290969956_o.jpg"><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-3013" title="919582_10151639503191495_1290969956_o" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/05/919582_10151639503191495_1290969956_o-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></a> <a href="http://lanpanya.com/wash/files/2013/05/479188_10151639556751495_948452240_o.jpg"><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-3014" title="479188_10151639556751495_948452240_o" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/05/479188_10151639556751495_948452240_o-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></a> <a href="http://lanpanya.com/wash/files/2013/05/892606_10151639649656495_1509614927_o.jpg"><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-3015" title="892606_10151639649656495_1509614927_o" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/05/892606_10151639649656495_1509614927_o-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></a> <a href="http://lanpanya.com/wash/files/2013/05/475018_10151639684561495_471850254_o.jpg"><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-3016" title="475018_10151639684561495_471850254_o" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/05/475018_10151639684561495_471850254_o-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></a> <a href="http://lanpanya.com/wash/files/2013/05/477214_10151639932861495_889540419_o.jpg"><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-3017" title="477214_10151639932861495_889540419_o" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/05/477214_10151639932861495_889540419_o-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></a></p>
<p><span id="more-3009"></span></p>
<p>วันที่ 30 ครูบาจัดเต็ม พาไปบ้านหายโศก อ.พุทไธสง ไปเยี่ยมเกษตรกรตัวจริงชั้นแนวหน้าสองท่าน ซึ่งเข้าเรียนในโรงเรียนชุมขนอีสานที่ อ.เสน่ห์ จามริก และอีกหลายท่านจัดตั้งขึ้นมาเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน สายๆ เราและไปบ้านพ่อวิจิตรซึ่งเป็นนักประดิษฐ์ สร้างเครื่องมือต่างๆ ขึ้นใช้เอง มีเครื่องมือหีบเย็นใช้แม่แรงรถยนต์สร้างกำลังอัด ใช้หีบน้ำมันมะพร้าว น้ำมันมะรุม ฯลฯ พ่อวิจิตรมี<em>โรงแรมหมู</em>ซึ่งชื่นนี้ครูบาตั้งให้ เป็นที่ผสมพันธุ์หมู พ่อวิจิตรเลี้ยงข้าว แล้วเราก็ไปบ้านพ่อกว้างซึ่งเคยออกรายการกบนอกกะลา เป็นเรือนไทยโบราณประยุกต์ มีสิ่งของเครื่องใช้ภูมิปัญญาโบราณ จุดที่สามที่แวะคือโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหายโศก แวะไปไหว้พระหายโศก แล้วฟังคำบรรยายเกี่ยวกับพื้นที่ ตำบลหายโศกนี้พึ่งตนเองมาตลอด สร้างผดุงครรภ์เอง สร้างโรงเรียนเอง ซื้อที่เอง เรียนรู้เอง ไม่ได้รับงบประมาณแผ่นดินจนเมื่อเร็วๆ นี้เอง จุดสุดท้ายที่แวะไปในวันนั้ก็คือบ้านพ่อมากแม่สะอิ้งซึ่งเป็นศูนย์เรียนรู้ ดินที่นี่ไม่ค่อยดีนักแต่ก็ทำมาหากินได้&#8230; เม้งและทีมตัดสินใจอยู่ต่ออีกสองคืน แต่หมอเบิร์ดเปลี่ยนตั๋วเครื่องบินกลับไม่ได้ บุรีรัมย์ไม่ได้มีเครื่องบินขึ้นลงทุกวัน</p>
<p><a href="http://lanpanya.com/wash/files/2013/05/459580_10151640964481495_1194315446_o.jpg"><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-3018" title="459580_10151640964481495_1194315446_o" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/05/459580_10151640964481495_1194315446_o-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></a> <a href="http://lanpanya.com/wash/files/2013/05/465175_10151640964866495_745822269_o.jpg"><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-3019" title="465175_10151640964866495_745822269_o" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/05/465175_10151640964866495_745822269_o-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></a> <a href="http://lanpanya.com/wash/files/2013/05/459580_10151640965356495_1362515158_o.jpg"><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-3020" title="459580_10151640965356495_1362515158_o" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/05/459580_10151640965356495_1362515158_o-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></a> <a href="http://lanpanya.com/wash/files/2013/05/920431_10151640965686495_822737008_o.jpg"><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-3021" title="920431_10151640965686495_822737008_o" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/05/920431_10151640965686495_822737008_o-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></a> <a href="http://lanpanya.com/wash/files/2013/05/475041_10151640966201495_837905599_o.jpg"><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-3022" title="475041_10151640966201495_837905599_o" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/05/475041_10151640966201495_837905599_o-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></a> <a href="http://lanpanya.com/wash/files/2013/05/465254_10151640974976495_1294768299_o.jpg"><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-3023" title="465254_10151640974976495_1294768299_o" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/05/465254_10151640974976495_1294768299_o-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></a> <a href="http://lanpanya.com/wash/files/2013/05/478881_10151640978956495_974110673_o.jpg"><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-3024" title="478881_10151640978956495_974110673_o" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/05/478881_10151640978956495_974110673_o-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></a> <a href="http://lanpanya.com/wash/files/2013/05/920706_10151640985856495_1659723809_o.jpg"><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-3025" title="920706_10151640985856495_1659723809_o" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/05/920706_10151640985856495_1659723809_o-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></a> <a href="http://lanpanya.com/wash/files/2013/05/904673_10151641005711495_1045363390_o.jpg"><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-3026" title="904673_10151641005711495_1045363390_o" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/05/904673_10151641005711495_1045363390_o-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></a> <a href="http://lanpanya.com/wash/files/2013/05/472683_10151641042926495_1536321164_o.jpg"><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-3028" title="472683_10151641042926495_1536321164_o" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/05/472683_10151641042926495_1536321164_o-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></a> <a href="http://lanpanya.com/wash/files/2013/05/472610_10151641043396495_1284676204_o.jpg"><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-3029" title="472610_10151641043396495_1284676204_o" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/05/472610_10151641043396495_1284676204_o-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></a> <a href="http://lanpanya.com/wash/files/2013/05/479249_10151641043711495_13796649_o.jpg"><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-3030" title="479249_10151641043711495_13796649_o" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/05/479249_10151641043711495_13796649_o-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></a><a href="http://lanpanya.com/wash/files/2013/05/914150_10151641039956495_781294589_o.jpg"><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-3027" title="914150_10151641039956495_781294589_o" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/05/914150_10151641039956495_781294589_o-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></a> <a href="http://lanpanya.com/wash/files/2013/05/466785_10151641071406495_1744526608_o.jpg"><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-3031" title="466785_10151641071406495_1744526608_o" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/05/466785_10151641071406495_1744526608_o-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></a> <a href="http://lanpanya.com/wash/files/2013/05/914023_10151641071761495_1803934691_o.jpg"><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-3032" title="914023_10151641071761495_1803934691_o" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/05/914023_10151641071761495_1803934691_o-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></a> <a href="http://lanpanya.com/wash/files/2013/05/901228_10151641074386495_1959880220_o.jpg"><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-3033" title="901228_10151641074386495_1959880220_o" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/05/901228_10151641074386495_1959880220_o-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></a> <a href="http://lanpanya.com/wash/files/2013/05/919376_10151641078956495_997797312_o.jpg"><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-3034" title="919376_10151641078956495_997797312_o" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/05/919376_10151641078956495_997797312_o-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></a> <a href="http://lanpanya.com/wash/files/2013/05/921696_10151641079756495_1505333485_o.jpg"><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-3035" title="921696_10151641079756495_1505333485_o" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/05/921696_10151641079756495_1505333485_o-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></a> <a href="http://lanpanya.com/wash/files/2013/05/914103_10151641100871495_1196549199_o.jpg"><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-3037" title="914103_10151641100871495_1196549199_o" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/05/914103_10151641100871495_1196549199_o-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></a> <a href="http://lanpanya.com/wash/files/2013/05/466714_10151641101391495_761590849_o.jpg"><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-3038" title="466714_10151641101391495_761590849_o" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/05/466714_10151641101391495_761590849_o-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></a> <a href="http://lanpanya.com/wash/files/2013/05/901136_10151641101731495_482126890_o.jpg"><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-3039" title="901136_10151641101731495_482126890_o" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/05/901136_10151641101731495_482126890_o-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></a></p>
<p>วันที่ 1 หมอเบิร์ดต้องกลับเชียงราย ครูบจึงจัดหนักด้วยการพาไปอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้งและปราสาทหินเมืองต่ำ บรรดาผู้มาเยือนต่างไม่เคยไปกันทั้งนั้น ที่พิเศษมากๆ คือแม่หวีมาเที่ยวด้วย ออกจากสวนป่าตั้งแต่หกโมงเช้า ไปถึงพนมรุ้งเอาเกือบแปดโมง เป็นวันที่ท้องฟ้าสวยมาก สีน้ำเงิน ไม่มีเมฆเลย เห็นทั้งพระอาทิตย์และพระจันทร์ ชาวคณะซื้อของที่ระลึกบริเวณปราสาทเมืองต่ำ กลับมากินข้าวมันไก่ร้านประจำของครูบา แล้วไปส่งเบิร์ดที่สนามบินบุรีรัมย์แล้วกลับสวนป่า ช่วงดึกเม้งลุงพูน อ.เศวต โก้ และกล้า มาเยี่ยมปราสาทคุณชาย ทิ้งโปรแกรม VirtualFlood3D ไว้ให้ โปรแกรมนี้เป็นโปรแกรมจำลองการไหลของน้ำไปตามความลาดเอียงของพื้นที่ อาจจะจำลองฝนตกหนักหรือเขื่อนแตกได้ ผมก็จะค่อยๆ ทำสำหรับพื้นที่อีสานไปเรื่อยๆ&#8230; ในระหว่างที่คุยกันอยู่ดึกดื่นนั้น ครูบาเขียนโปรแกรมสำหรับวันรุ่งขึ้นไว้ โห อย่างนี้จะพลาดได้หรือครับ</p>
<p>[ <a href="https://www.facebook.com/media/set/?set=a.10151642613696495.1073741826.706691494&amp;type=3" target="_blank">ดูรูปพนมรุ้ง+เมืองต่ำบนเฟสบุ๊ค</a> 78 รูป ]</p>
<p>วันที่ 2 หลังจากเหนื่อยแฮกมาเมื่อวาน ครูบาจัดรายการพิเศษว่าเช้าไปเยี่ยมคนพิเศษ you know who ที่อาศรม (ไม่ประสงค์จะออกนามหรือให้รายละเอียดใดๆ เนื่องจากเคยมีคนแห่ไปรบกวนโดยไม่มีความเกรงใจ) จากนั้นก็ไปเยี่ยมโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา ผ.อ. วิเชียร ชัยบัง จะเลี้ยงข้าว ตอนนี้ปิดเทอม แต่บรรดาครูกำลังมีเวิร์คช็อปสำคัญภายใน อาจารย์วิเชียรอยากคุยด้วยแต่ปลีกตัวออกมาไม่ได้ ก็เลยต้องคุยกันช่วงอาหารกลางวัน ช่วงนั้นครูอ้อนมาถามผมเรื่องเตาเผาถ่านไบโอชาร์ ก็อธิบายไป ส่วนจะทำได้ดีแค่ไหนต้องทดลองทำเองครับ มันขึ้นกับไม้ สัดส่วนของถัง ช่องอากาศ ฯลฯ หลังกินข้าวเสร็จ เม้งร่วมแลกเปลี่ยนเรื่องคณิตศาสตร์บูรณาการ ทางโรงเรียนก็มีคณิตศาสตร์นอกกะลามาเล่าให้ฟัง พอออกจากโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา ไม่ทันไปดูตัวแม่ค้าขนมแล้ว (ซึ่ง อ.นฤมลพยายามลุ้นให้ไปให้ได้ เป็นของดีลำปลายมาศอย่างหนึ่ง) เนื่องจากพระอาทิตย์คล้อยต่ำลงมากแล้ว จึงรีบบึ่งไปดูทุ่งกุลาร้องไห้ยามพระอาทิตย์ตกทันที</p>
<p><a href="http://lanpanya.com/wash/files/2013/05/920057_10151644112781495_1805957194_o.jpg"><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-3041" title="920057_10151644112781495_1805957194_o" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/05/920057_10151644112781495_1805957194_o-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></a> <a href="http://lanpanya.com/wash/files/2013/05/913996_10151644137811495_1251605630_o.jpg"><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-3042" title="913996_10151644137811495_1251605630_o" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/05/913996_10151644137811495_1251605630_o-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /> </a><a href="http://lanpanya.com/wash/files/2013/05/902750_10151644139456495_1438150188_o.jpg"><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-3043" title="902750_10151644139456495_1438150188_o" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/05/902750_10151644139456495_1438150188_o-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /> </a><a href="http://lanpanya.com/wash/files/2013/05/904846_10151644147041495_646087359_o.jpg"><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-3044" title="904846_10151644147041495_646087359_o" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/05/904846_10151644147041495_646087359_o-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /> </a><a href="http://lanpanya.com/wash/files/2013/05/477347_10151644161016495_592157547_o.jpg"><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-3045" title="477347_10151644161016495_592157547_o" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/05/477347_10151644161016495_592157547_o-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /> </a><a href="http://lanpanya.com/wash/files/2013/05/919365_10151644200096495_461730874_o.jpg"><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-3046" title="919365_10151644200096495_461730874_o" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/05/919365_10151644200096495_461730874_o-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /> </a><a href="http://lanpanya.com/wash/files/2013/05/919285_10151644210051495_1505504267_o.jpg"><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-3047" title="919285_10151644210051495_1505504267_o" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/05/919285_10151644210051495_1505504267_o-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /> </a><a href="http://lanpanya.com/wash/files/2013/05/465261_10151644240691495_734718612_o.jpg"><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-3048" title="465261_10151644240691495_734718612_o" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/05/465261_10151644240691495_734718612_o-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /> </a><a href="http://lanpanya.com/wash/files/2013/05/466991_10151644335461495_704265834_o.jpg"><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-3049" title="466991_10151644335461495_704265834_o" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/05/466991_10151644335461495_704265834_o-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /> </a><a href="http://lanpanya.com/wash/files/2013/05/905498_10151644345016495_359709893_o.jpg"><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-3050" title="905498_10151644345016495_359709893_o" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/05/905498_10151644345016495_359709893_o-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></a> <a href="http://lanpanya.com/wash/files/2013/05/20130502_175611.jpg"><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-3051" title="20130502_175611" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/05/20130502_175611-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></a></p>
<p>สายๆ วันที่ 3 ก็ถึงเวลาร่ำลาครับ</p>
<p><a href="http://lanpanya.com/wash/files/2013/05/904877_10151645722941495_715359543_o.jpg"><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-3052" title="904877_10151645722941495_715359543_o" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/05/904877_10151645722941495_715359543_o-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></a> <a href="http://lanpanya.com/wash/files/2013/05/920960_10151645723216495_1291167228_o.jpg"><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-3053" title="920960_10151645723216495_1291167228_o" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/05/920960_10151645723216495_1291167228_o-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></a><a href="http://lanpanya.com/wash/files/2013/05/465122_10151645723316495_1764000992_o.jpg"><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-3054" title="465122_10151645723316495_1764000992_o" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/05/465122_10151645723316495_1764000992_o-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></a></p>
<p>รูปทั้งหมด ถ่ายจากกล้องมือถือของผมนะครับ ชัดบ้างไม่ชัดบ้างตามประสา เที่ยวนี้ไม่ใช้กล้องใหญ่เพราะขี้เกียจแบกครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/wash/archives/3009/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>แนวทางการพัฒนาประเทศตามพระบรมราโชวาท</title>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/3008</link>
		<comments>http://lanpanya.com/wash/archives/3008#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 31 Mar 2013 13:32:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Logos</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ข้อคิดชีวิต ปรัชญา ศาสนา]]></category>

		<category><![CDATA[พระบรมราโชวาท]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/wash/?p=3008</guid>
		<description><![CDATA[พระบรมราโชวาท
 ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
 ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
 วันพฤหัสบดี ที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๑๗
ข้าพเจ้าและพระราชินีมีความยินดี ที่ได้มาร่วมในพิธีมอบปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์อีกวาระหนึ่ง และได้ทราบรายงานว่ากิจการของมหาวิทยาลัยดำเนินมาด้วยดี มีผู้สำเร็จการศึกษาเพิ่มมากขึ้นเป็นทวีคูณ
วิชาการที่จัดสอนในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวโดยส่วนรวมทั้งหมด เป็นวิชาการสำหรับพัฒนาส่งเสริมการประกอบอาชีพความเป็นอยู่ และเศรษฐกิจทั่วไปโดยตรง บัณฑิตของมหาวิทยาลัยนี้ จึงเป็นความหวังของประเทศและของประชาชนทุกคน ที่จะเป็นกำลังสำคัญในการสร้างสรรค์ความมั่นคงและเศรษฐกิจของชาติ ท่านทั้งหลายจึงควรจะได้ทราบตระหนักถึงข้อนี้ และควรที่จะสำนึกเป็นหน้าที่ที่จะทำตนทำงานให้เกิดประโยชน์แก่ส่วนรวมโดยสมบูรณ์
การพัฒนาประเทศจำเป็นต้องทำตามลำดับขั้น ต้องสร้างพื้นฐาน คือความพอมีพอกิน พอใช้ของประชาชนส่วนใหญ่เป็นเบื้องตนก่อน โดยใช้วิธีการและใช้อุปกรณ์ที่ประหยัด แต่ถูกต้องตามหลักวิชา เมื่อได้พื้นฐานมั่นคงพร้อมพอควรและปฏิบัติได้แล้ว จึงค่อยสร้างค่อยเสริมความเจริญและฐานะเศรษฐกิจขั้นที่สูงขึ้นโดยลำดับต่อไป หากมุ่งแต่จะทุ่มเทสร้างความเจริญ ยกเศรษฐกิจขึ้นให้รวดเร็วแต่ประการเดียว โดยไม่ให้แผนปฏิบัติการสัมพันธ์กับสภาวะของประเทศและของประชาชนโดยสอดคล้องด้วย ก็จะเกิดความไม่สมดุลในเรื่องต่างๆ ขึ้น ซึ่งอาจกลายเป็นความยุ่งยากล้มเหลวได้ในที่สุด ดังเห็นได้ที่อารยประเทศหลายประเทศกำลังประสบปัญหาทางเศรษฐกิจอย่าง รุนแรงอยู่ในเวลานี้

บัณฑิตทั้งปวงจึงควรจะได้คิดพิจารณาอย่างละเอียดถ่องแท้และหนักแน่น ให้เห็นถึงหลักการและวิธีการอันถูกอันควรที่จะปฏิบัติงานของตนๆ ในเบื้องหน้า เพื่อช่วยให้เศรษฐกิจของชาติและการครองชีพของประชาชนดำเนินไปด้วยดี
ขออวยพรแก่ทุกๆ คน ให้เป็นผู้มีกำลังกายกำลังใจอันเข้มแข็ง มีความคิดความเห็นถูกต้อง มีปัญญา ฉลาดรอบรู้ในเหตุ ในผล ในวิธีปฏิบัติ สามารถประกอบกิจของตนของชาติให้บรรลุผลเลิศ และให้ประสบความสุข ความสำเร็จในชีวิตจงทั่วกัน.
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;">พระบรมราโชวาท<br />
 ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์<br />
 ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์<br />
 วันพฤหัสบดี ที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๑๗</p>
<p style="text-indent: 40px">ข้าพเจ้าและพระราชินีมีความยินดี ที่ได้มาร่วมในพิธีมอบปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์อีกวาระหนึ่ง และได้ทราบรายงานว่ากิจการของมหาวิทยาลัยดำเนินมาด้วยดี มีผู้สำเร็จการศึกษาเพิ่มมากขึ้นเป็นทวีคูณ</p>
<p style="text-indent: 40px">วิชาการที่จัดสอนในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวโดยส่วนรวมทั้งหมด เป็นวิชาการสำหรับพัฒนาส่งเสริมการประกอบอาชีพความเป็นอยู่ และเศรษฐกิจทั่วไปโดยตรง บัณฑิตของมหาวิทยาลัยนี้ จึงเป็นความหวังของประเทศและของประชาชนทุกคน ที่จะเป็นกำลังสำคัญในการสร้างสรรค์ความมั่นคงและเศรษฐกิจของชาติ ท่านทั้งหลายจึงควรจะได้ทราบตระหนักถึงข้อนี้ และควรที่จะสำนึกเป็นหน้าที่ที่จะทำตนทำงานให้เกิดประโยชน์แก่ส่วนรวมโดยสมบูรณ์</p>
<p style="text-indent: 40px"><span style="color: #ff99cc;">การพัฒนาประเทศจำเป็นต้องทำตามลำดับขั้น <span style="color: #ff9900;">ต้องสร้างพื้นฐาน คือความพอมีพอกิน พอใช้ของประชาชนส่วนใหญ่เป็นเบื้องตนก่อน</span> <span style="color: #ffff00;">โดยใช้วิธีการและใช้อุปกรณ์ที่ประหยัด แต่ถูกต้องตามหลักวิชา</span> <span style="color: #ccffff;">เมื่อได้พื้นฐานมั่นคงพร้อมพอควรและปฏิบัติได้แล้ว จึงค่อยสร้างค่อยเสริมความเจริญและฐานะเศรษฐกิจขั้นที่สูงขึ้นโดยลำดับต่อไป</span> <span style="color: #cc99ff;">หากมุ่งแต่จะทุ่มเทสร้างความเจริญ ยกเศรษฐกิจขึ้นให้รวดเร็วแต่ประการเดียว โดยไม่ให้แผนปฏิบัติการสัมพันธ์กับสภาวะของประเทศและของประชาชนโดยสอดคล้องด้วย ก็จะเกิดความไม่สมดุลในเรื่องต่างๆ ขึ้น</span> <span style="color: #ff0000;">ซึ่งอาจกลายเป็นความยุ่งยากล้มเหลวได้ในที่สุด ดังเห็นได้ที่อารยประเทศหลายประเทศกำลังประสบปัญหาทางเศรษฐกิจอย่าง รุนแรงอยู่ในเวลานี้</span></span></p>
<p><span id="more-3008"></span></p>
<p style="text-indent: 40px">บัณฑิตทั้งปวงจึงควรจะได้คิดพิจารณาอย่างละเอียดถ่องแท้และหนักแน่น ให้เห็นถึงหลักการและวิธีการอันถูกอันควรที่จะปฏิบัติงานของตนๆ ในเบื้องหน้า เพื่อช่วยให้เศรษฐกิจของชาติและการครองชีพของประชาชนดำเนินไปด้วยดี</p>
<p style="text-indent: 40px">ขออวยพรแก่ทุกๆ คน ให้เป็นผู้มีกำลังกายกำลังใจอันเข้มแข็ง มีความคิดความเห็นถูกต้อง มีปัญญา ฉลาดรอบรู้ในเหตุ ในผล ในวิธีปฏิบัติ สามารถประกอบกิจของตนของชาติให้บรรลุผลเลิศ และให้ประสบความสุข ความสำเร็จในชีวิตจงทั่วกัน.</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/wash/archives/3008/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>อบรมนิสิต OCARE จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</title>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/3007</link>
		<comments>http://lanpanya.com/wash/archives/3007#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 24 Mar 2013 08:49:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Logos</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[การศึกษานอกระบบ การศึกษาตามอัธยาศัย]]></category>

		<category><![CDATA[ประสบการณ์ชีวิต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/wash/?p=3007</guid>
		<description><![CDATA[ระหว่างวันที่ 22-24 มีนาคม 2556 สวนป่ามีโอกาสได้ต้องรับนิสิตโอแคร์จากจุฬาครับ
ปลายปีที่แล้ว ครูบาซึ่งเป็นวิพุทธิยาจารย์อาสาได้เดินทางขึ้นไปที่ศูนย์การเรียนรู้ของจุฬาที่จังหวัดน่าน พร้อมทั้งพาชาวเฮไปร่วมแลกเปลี่ยนแง่คิดมุมมองและประสบการณ์กับนิสิต โครงการในครั้งนั้นถือเป็นโอกาสครบรอบร้อยปีของจุฬาด้วย
ตัวผมเองก็อยากไปช่วยนะครับ ในร้อยปีของจุฬานี้ ผมเรียนอยู่ในรั้วของจุฬา 17 ปี ตั้งแต่โรงเรียนสาธิตจนจบศศินทร์ ความสำเร็จที่เคยผ่านมา จุฬามีส่วนอยู่มาก ดังนั้นหากทำอะไรตอบแทนได้ ผมก็อยากทำนะครับ แต่ว่าช่วงนั้น มีกำหนดกลับบ้านไปหาพ่อแม่ รู้ว่าพ่อแม่ตั้งตารออยู่ ประกอบกับงานที่น่าน มีชาวเฮไปช่วยแล้วหลายท่าน เป็นที่วางใจได้ว่าอย่างไรก็จะออกมาดีครับ ก็เลยกลับบ้านไม่ไปน่าน

ผลพวงจากโครงการวิพุทธิยาจารย์อาสาที่น่านนั้น อาจารย์อรรณพ  (คณบดีโอแคร์) ตัดสินใจพานิสิตมาเยี่ยมสวนป่าในครั้งนี้ มีชาวเฮที่ว่างมาช่วยครูบาสี่ท่าน
กระบวนการอบรมที่สวนป่านั้น เรียนกันอย่างผู้ใหญ่ครับ วิทยากรแลกเปลี่ยนแง่คิดมุมมองและประสบการณ์ ใครเก็บไปได้แค่ไหนก็แล้วแต่ผู้เรียนเอง เป็นการเรียนนอกห้อง ใช้ธรรมชาติและสิ่งรอบตัวเหนี่ยวนำเอา ไม่ค่อยใช้การบรรยาย ฉายสไลด์ หรือให้วิทยากรมาปล่อยของ
&#8220;เรียนในห้อง ได้ความรู้
 เรียนนอกห้อง ได้ความจริง
 เอาความรู้บวกความจริง ได้ความรู้จริง&#8221;
 &#8212; ครูบาสุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์ หนังสือคนนอกระบบ

การอบรมในครั้งนี้ สนุกมากครับ สนุกเพราะนิสิตร่วมเรียนอย่างแข็งขัน ถามเรื่องที่สนใจ และถามด้วยคำถามคุณภาพทั้งนั้น&#8230; ไม่มีคำถามใดที่โง่หรอกครับ แต่ไม่ถามสิโง่ เพราะว่าในเมื่อไม่ถาม ก็คาใจอยู่อย่างนั้น
นิสิตเดินทางมาจากน่านมาถึงวันที่ 22 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ระหว่างวันที่ 22-24 มีนาคม 2556 สวนป่ามีโอกาสได้ต้องรับนิสิตโอแคร์จากจุฬาครับ</p>
<p>ปลายปีที่แล้ว ครูบาซึ่งเป็นวิพุทธิยาจารย์อาสาได้เดินทางขึ้นไปที่ศูนย์การเรียนรู้ของจุฬาที่จังหวัดน่าน พร้อมทั้งพาชาวเฮไปร่วมแลกเปลี่ยนแง่คิดมุมมองและประสบการณ์กับนิสิต โครงการในครั้งนั้นถือเป็นโอกาสครบรอบร้อยปีของจุฬาด้วย</p>
<p>ตัวผมเองก็อยากไปช่วยนะครับ ในร้อยปีของจุฬานี้ ผมเรียนอยู่ในรั้วของจุฬา 17 ปี ตั้งแต่โรงเรียนสาธิตจนจบศศินทร์ ความสำเร็จที่เคยผ่านมา จุฬามีส่วนอยู่มาก ดังนั้นหากทำอะไรตอบแทนได้ ผมก็อยากทำนะครับ แต่ว่าช่วงนั้น มีกำหนดกลับบ้านไปหาพ่อแม่ รู้ว่าพ่อแม่ตั้งตารออยู่ ประกอบกับงานที่น่าน มีชาวเฮไปช่วยแล้วหลายท่าน เป็นที่วางใจได้ว่าอย่างไรก็จะออกมาดีครับ ก็เลยกลับบ้านไม่ไปน่าน</p>
<p><span id="more-3007"></span></p>
<p>ผลพวงจากโครงการวิพุทธิยาจารย์อาสาที่น่านนั้น อาจารย์อรรณพ  (คณบดีโอแคร์) ตัดสินใจพานิสิตมาเยี่ยมสวนป่าในครั้งนี้ มีชาวเฮที่ว่างมาช่วยครูบาสี่ท่าน</p>
<p>กระบวนการอบรมที่สวนป่านั้น เรียนกันอย่างผู้ใหญ่ครับ วิทยากรแลกเปลี่ยนแง่คิดมุมมองและประสบการณ์ ใครเก็บไปได้แค่ไหนก็แล้วแต่ผู้เรียนเอง เป็นการเรียนนอกห้อง ใช้ธรรมชาติและสิ่งรอบตัวเหนี่ยวนำเอา ไม่ค่อยใช้การบรรยาย ฉายสไลด์ หรือให้วิทยากรมาปล่อยของ</p>
<blockquote><p>&#8220;เรียนในห้อง ได้ความรู้<br />
 เรียนนอกห้อง ได้ความจริง<br />
 เอาความรู้บวกความจริง ได้ความรู้จริง&#8221;<br />
 &#8212; ครูบาสุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์ หนังสือคนนอกระบบ</p>
</blockquote>
<p>การอบรมในครั้งนี้ สนุกมากครับ สนุกเพราะนิสิตร่วมเรียนอย่างแข็งขัน ถามเรื่องที่สนใจ และถามด้วยคำถามคุณภาพทั้งนั้น&#8230; ไม่มีคำถามใดที่โง่หรอกครับ แต่ไม่ถามสิโง่ เพราะว่าในเมื่อไม่ถาม ก็คาใจอยู่อย่างนั้น</p>
<p>นิสิตเดินทางมาจากน่านมาถึงวันที่ 22 กินข้าวเที่ยงก่อนเลย เก็บของรอ ศ.น.สพ.ดร.อรรณพ คุณาวงษ์กฤต ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการศึกษาวิจัยทรัพยากรการเกษตร  (คณบดีโอแคร์) ซึ่งเดินทางมาจากกรุงเทพในช่วงบ่าย เก็บข้าวของทำความรู้จักกับสถานที่แล้ว ครูบาก็เริ่มคุยก่อน ต่อด้วยอาจารย์ฝน กินข้าวเย็น แล้วเป็นผม</p>
<p>รุ่งขึ้น ครูบาพาเดินป่า ดูไม้พะยุงที่โดนลักลอบตัด (แต่คงไปไม่ถึงดงไม้พะยุงซึ่งพวกลักลอบตัดไม้จ้องอยู่) สายๆ เป็นของอาจารย์ไพศาล NGO รุ่นใหญ่ แลกเปลี่ยนเรื่องชุมชน อากาศเดือนมีนาร้อนอบอ้าว ถ้ามาเรียนกันช่วงหน้าหนาวอากาศจะดีมากครับ ช่วงบ่ายอาจารย์ออตหาวัสดุในสวนป่าแล้วทำเครื่องมือการเรียนขึ้นสดๆ เลย เย็นเด็กๆ ทำกับข้าวกินเอง อร่อยมาก ขอบอก พอค่ำอาจารย์ออตพาเปิดจินตนาการ ร้องเพลงกันลั่นป่า แล้วเป็นอาจารย์พินิจซึ่งปิดร้านขับรถกันมาทั้งครอบครัวจากไชยาเพื่อมาพบปะกับนิสิต</p>
<p>เช้าวันนี้ (24) เริ่มด้วยการสรุปบทเรียนของแต่ละกลุ่ม เลิกช้าไปเล็กน้อย นิสิตจะไปพักต่อที่วัดป่าดงชมภูพาน สกลนคร ก็จะล่าช้าออกไปเล็กน้อยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม รูปกิจกรรมในช่วงที่อยู่สวนป่านี้ รวบรวมไว้บน<a href="https://www.facebook.com/media/set/?set=a.610208892341056.1073741833.478075762221037&amp;type=1" target="_blank">เฟสบุ๊ค</a></p>
<p>สรุปว่าสนุกดีครับ อธิบายลำบาก ไม่ได้สนุกเพราะเป็นจุฬา แต่สนุกเพราะผู้เรียนสนุกและมีปฏิสัมพันธ์โต้ตอบด้วย ไม่นั่งเซื่องซึม นัดแล้วตรงเวลา มีมารยาท มีสัมมาคารวะ บรรยายจบมีขอบคุณ ดูแลครูบาอาจารย์ กล้าซักกล้าถาม ถอดรองเท้าก็เรียงกันไว้! ผมได้เรียนรู้หลายอย่างไปพร้อมๆ กัน</p>
<p>ออตถ่ายรูปแล้วเขียนบรรยายไว้ว่า</p>
<p><img src="https://fbcdn-sphotos-f-a.akamaihd.net/hphotos-ak-ash3/35007_611142832247662_1608647057_n.jpg" alt="" width="640" height="359" /></p>
<blockquote><p><span id="fbPhotoSnowliftCaption" class="fbPhotosPhotoCaption"><span class="hasCaption"><span>บรรยากาศการเรียนรู้ของนิส</span><span>ิตเกษตรจุฬา ในบรรยากาศห้องเรียนของสวนป</span><span>่ามหาชีวาลัยอีสาน ห้องเรียนท่ามกลางธรรมชาติ มีเสียงนก เสียงกา และแอร์เย็นๆ จากป่าปลูกฝีมือครูบาฯ ไม่น่าเชื่อขณะที่มหาวิทยาล</span><span>ัยอื่น ๆ วิ่งตาม หมายให้ทันและแซงหน้าจุฬาลง</span><span>กรณ์มหาวิทยาลัย แต่จุฬาฯกลับเปิดสาขาใหม่ที</span><span>่วกกลับมาหาเกษตรและปราชญ์ช</span>าวบ้าน</span></span></p>
</blockquote>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/wash/archives/3007/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>อบรมนักศึกษาสาธารณสุข มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี</title>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/3006</link>
		<comments>http://lanpanya.com/wash/archives/3006#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 16 Mar 2013 08:35:16 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Logos</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[การศึกษานอกระบบ การศึกษาตามอัธยาศัย]]></category>

		<category><![CDATA[ประสบการณ์ชีวิต]]></category>

		<category><![CDATA[สังคม ชุมชน ครอบครัว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/wash/?p=3006</guid>
		<description><![CDATA[นักศึกษาสาขาสาธารณสุขศาสตร์ ปี 1 และ ปี 2 จากวิทยาลัยแพทย์ศาสตร์และการสาธารณสุข มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี มาเรียนรู้ที่สวนป่าระหว่างวันที่ 12-14 มีนาคม 2556 โปรแกรมนี้ ครูบาวางป้า(เก)ษรไว้เป็นโปรแกรมเอก จะให้ป้าษรพาลงชุมชนบ้านหนองเกาะ ไปดูการดูแลสุขภาพที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทำร่วมกับผู้รู้ในชุมชน มีการใช้สมุนไพรและภูมิปัญญาพื้นบ้านร่วมด้วย
ดังนั้นสำหรับรุ่นนี้ ผมรับบทเดิมคือกระตุ้นความคิดในช่วงสั้นๆ ของคืนวันแรกที่มา สงสารเหมือนกันครับ เดินทางมาไกล ฟังบรรยายมาแล้วสองช่วง แล้วมาเจอเรื่องที่ต้องคิดอีก หลังจากก่อกวนความคิดไปสักพัก โชคดีที่ไฟดับ เลยรีบเลิกหลังจากที่สรุปครอบคลุมประเด็นที่ตั้งใจพูดไว้หมดแล้ว ครูบาเขียนเล่าไว้ที่นี่

รุ่งขึ้นเป็นวันเกิดผม วันเกิดไม่เคยเป็นเรื่องใหญ่หรอกครับ แต่คราวนี้เป็นเรื่องใหญ่่ เพราะ (1) จะถวายภัตตาหารที่ผมทำเองเป็นสังฆทาน เป็นเรื่องใหญ่เพราะผมทำอาหารไม่เป็น แต่ก็ตั้งใจทำ แล้วอร่อยด้วย (2) แม่ฝากของมาร่วมถวาย แล้วบอกว่าถ่ายรูปกลับไปให้อนุโมทนาด้วย (3) ผมตั้งใจถวายหนังสือธรรมะด้วย จึงเตรียมการล่วงหน้าโดยสั่งหนังสือสามเล่มเป็น Boxset จากวัดป่าดาราภิรมย์ เชียงใหม่มา หนังสือพิมพ์เสร็จแล้ว แต่ Box ยังไม่เสร็จ จึงยังไม่ได้รับของ ก็เลยไปซื้อหนังสือธรรมะมาอีกสองเล่ม ถวายเล่มหนึ่ง เก็บไว้อ่านเองเล่มหนึ่ง ถวายแล้วพระถูกใจ เห็นวิธีการ+เส้นทางบรรลุธรรมของพระเอตทัตคะ 41 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>นักศึกษาสาขาสาธารณสุขศาสตร์ ปี 1 และ ปี 2 จากวิทยาลัยแพทย์ศาสตร์และการสาธารณสุข มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี มาเรียนรู้ที่สวนป่าระหว่างวันที่ 12-14 มีนาคม 2556 โปรแกรมนี้ ครูบาวางป้า(เก)ษรไว้เป็นโปรแกรมเอก จะให้ป้าษรพาลงชุมชนบ้านหนองเกาะ ไปดูการดูแลสุขภาพที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทำร่วมกับผู้รู้ในชุมชน มีการใช้สมุนไพรและภูมิปัญญาพื้นบ้านร่วมด้วย</p>
<p>ดังนั้นสำหรับรุ่นนี้ ผมรับบทเดิมคือกระตุ้นความคิดในช่วงสั้นๆ ของคืนวันแรกที่มา สงสารเหมือนกันครับ เดินทางมาไกล ฟังบรรยายมาแล้วสองช่วง แล้วมาเจอเรื่องที่ต้องคิดอีก หลังจากก่อกวนความคิดไปสักพัก โชคดีที่ไฟดับ เลยรีบเลิกหลังจากที่สรุปครอบคลุมประเด็นที่ตั้งใจพูดไว้หมดแล้ว <a href="https://www.facebook.com/photo.php?fbid=542940655729312&amp;set=a.277871598902887.70094.100000401485714&amp;type=1" target="_blank">ครูบาเขียนเล่าไว้ที่นี่</a></p>
<p><span id="more-3006"></span></p>
<p>รุ่งขึ้นเป็นวันเกิดผม วันเกิดไม่เคยเป็นเรื่องใหญ่หรอกครับ แต่คราวนี้เป็นเรื่องใหญ่่ เพราะ (1) จะถวายภัตตาหารที่ผมทำเองเป็นสังฆทาน เป็นเรื่องใหญ่เพราะผมทำอาหารไม่เป็น แต่ก็ตั้งใจทำ แล้วอร่อยด้วย (2) แม่ฝากของมาร่วมถวาย แล้วบอกว่าถ่ายรูปกลับไปให้อนุโมทนาด้วย (3) ผมตั้งใจถวายหนังสือธรรมะด้วย จึงเตรียมการล่วงหน้าโดยสั่งหนังสือสามเล่มเป็น Boxset จากวัดป่าดาราภิรมย์ เชียงใหม่มา หนังสือพิมพ์เสร็จแล้ว แต่ Box ยังไม่เสร็จ จึงยังไม่ได้รับของ ก็เลยไปซื้อหนังสือธรรมะมาอีกสองเล่ม ถวายเล่มหนึ่ง เก็บไว้อ่านเองเล่มหนึ่ง ถวายแล้วพระถูกใจ เห็นวิธีการ+เส้นทางบรรลุธรรมของพระเอตทัตคะ 41 รูป เอาไว้เทศน์ต่อได้ด้วย</p>
<p>ตกลงทั้งวันก็ไม่ได้ไปกับนักศึกษาเลย แต่ว่ากลางคืนกลับมีเซอร์ไพร้ซ์ นักศึกษาซุ่มมาร้องเพลงแฮบปี้เบิร์ธเดย์ให้ตรงหน้ากระต๊อบคุณชายในบริเวณจตุรัสหมู่บ้านโลกหน้าทางเข้าบ้าน เสียงดังฟังชัดครับ เลยวิ่งออกไปดูข้างบ้านแต่ไม่ได้เดินลงไปหาเพราะว่ารองเท้าอยู่หลังบ้าน; ครูบาขอโคมลอยไปสองดวง คงจุดในคืนนั้น (ไม่เห็นรูป)</p>
<p>และในวันรุ่งขึ้น ครูบาและอาจารย์ฝน ก็เดินทางเข้ากรุงเทพไปบรรยายงานของ<span><span class="fsl"><span>สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบ</span>าล (สรพ.) ส่วนนักศึกษาเดินทางกลับช่วงสายๆ<br />
 </span></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/wash/archives/3006/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ความไม่รู้จะไม่นำสู่ความสุข</title>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/3004</link>
		<comments>http://lanpanya.com/wash/archives/3004#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 27 Feb 2013 15:00:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Logos</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ประสบการณ์ชีวิต]]></category>

		<category><![CDATA[เรื่องทั่วไป]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/wash/?p=3004</guid>
		<description><![CDATA[หัวหน้าช่างก่อสร้างปราสาทคุณชายชื่อตาดี เป็นคนขยันขันแข็ง ครูบากับแม่หวีรับรองฝีมือและความรับผิดชอบ ผมจ่ายค่าแรงเกิน แกก็เอามาคืน เป็นคนธรรมะธรรมโม
ตาดีเป็นลูกบุญธรรมของช่างก่อสร้างฝีมือดีของอำเภอ ซึ่งเป็นเพื่อนนักเรียนกับครูบาและเป็นคนสร้างอาคารใหญ่ของสวนป่า ส่วนตาดีเข้ามาสร้างอาคารใหญ่และสร้างถังเก็บน้ำของสวนป่า เรียกว่ารู้จักคุ้นเคยและรู้ฝีมือกันมานานแล้ว แม่หวีว่าผมโชคดีที่ได้ตาดีมาสร้างปราสาทให้
เมื่อสักสองสามเดือนที่ผ่านมา ตาดีเริ่มมีความดันสูง ผมก็เตือนแกหลายอย่าง ให้ปรับวิถีชีวิตและอาหารการกิน ซึ่งแน่ล่ะครับ แกไม่ได้ปรับหรอก ชีวิตแบบพึ่งพาเงินไม่มีทางเลือกมากนัก ข้าวกลางวันเป็นข้าวกับปลาทอด แห้งๆ น้ำก็ไม่ค่อยดื่ม เมื่อทำงานกลางแดดที่เสียเหงื่อมาก เลือดก็ข้นมากกว่าปกติ เสี่ยงทั้งนั้น

ระหว่างที่นักศึกษาแพทย์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีมาสวนป่า ตาดีเกิดหน้ามืด ล้มทั้งยืน แข้งขาอ่อนเป็นพักๆ แต่ยังพูดรู้เรื่อง โต้ตอบได้ ผมรีบทดสอบการทำงานของร่างกายทั้งซีกซ้ายและขวา ยังทำงานได้ดี ระหว่างนำส่งโรงพยาบาลก็คาดเข็มขัดนิรภัยได้ด้วยตัวเอง พูดคุยโต้ตอบได้ ผมนำไปส่งโรงพยาบาลประจำอำเภอเพราะคิดว่าไม่ควรเสี่ยงเดินทางไกลเข้าตัวจังหวัด
เข้าไปที่ห้องฉุกเฉิน ความดัน 160/90 แต่หมอห้องฉุกเฉินพบหัวใจเต้นผิดปกติ ขอให้นอนโรงพยาบาลเพื่อสังเกตอาการก่อน อยู่ในโปรแกรม 30 บาท ระหว่างนั้นผมก็กลับมาอบรมนักศึกษาต่อ
วันรุ่งขึ้น โทรเช็คอาการ ตาดีกลับบ้านได้ แต่ตอนหัวค่ำลูกสาวโทรมาบอกว่าตาดีหมดสติอีก และกำลังนำส่งโรงพยาบาลจังหวัด เมื่อไปถึงโรงพยาบาล หมอพบว่าเส้นโลหิตในสมองตีบ เรื่องนี้ลูกสาวเล่าให้ฟังว่าที่โรงพยาบาลประจำอำเภอก็ตรวจพบ ผมเลยงงว่าถ้าพบแล้วและเข้ามาโรงพยาบาลด้วยอาการหน้ามืดโดยรู้อยู่ก่อนว่ามีความดันโลหิตสูง ปล่อยกลับบ้านไปได้อย่างไร
เรื่องนี้เล่าเป็นกรณีศึกษาให้นักศึกษาแพทย์ฟัง แต่ย้ำขอไม่ให้ตัดสินใคร (เพราะว่าเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องเล่าจากลูกสาว ซึ่งมีอคติกับโรงพยาบาลประจำอำเภอ เธอเพิ่งประสบอุบัติเหตุ สมองบวม [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>หัวหน้าช่างก่อสร้างปราสาทคุณชายชื่อตาดี เป็นคนขยันขันแข็ง ครูบากับแม่หวีรับรองฝีมือและความรับผิดชอบ ผมจ่ายค่าแรงเกิน แกก็เอามาคืน เป็นคนธรรมะธรรมโม</p>
<p>ตาดีเป็นลูกบุญธรรมของช่างก่อสร้างฝีมือดีของอำเภอ ซึ่งเป็นเพื่อนนักเรียนกับครูบาและเป็นคนสร้างอาคารใหญ่ของสวนป่า ส่วนตาดีเข้ามาสร้างอาคารใหญ่และสร้างถังเก็บน้ำของสวนป่า เรียกว่ารู้จักคุ้นเคยและรู้ฝีมือกันมานานแล้ว แม่หวีว่าผมโชคดีที่ได้ตาดีมาสร้างปราสาทให้</p>
<p>เมื่อสักสองสามเดือนที่ผ่านมา ตาดีเริ่มมีความดันสูง ผมก็เตือนแกหลายอย่าง ให้ปรับวิถีชีวิตและอาหารการกิน ซึ่งแน่ล่ะครับ แกไม่ได้ปรับหรอก ชีวิตแบบพึ่งพาเงินไม่มีทางเลือกมากนัก ข้าวกลางวันเป็นข้าวกับปลาทอด แห้งๆ น้ำก็ไม่ค่อยดื่ม เมื่อทำงานกลางแดดที่เสียเหงื่อมาก เลือดก็ข้นมากกว่าปกติ เสี่ยงทั้งนั้น</p>
<p><span id="more-3004"></span></p>
<p>ระหว่างที่นักศึกษาแพทย์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีมาสวนป่า ตาดีเกิดหน้ามืด ล้มทั้งยืน แข้งขาอ่อนเป็นพักๆ แต่ยังพูดรู้เรื่อง โต้ตอบได้ ผมรีบทดสอบการทำงานของร่างกายทั้งซีกซ้ายและขวา ยังทำงานได้ดี ระหว่างนำส่งโรงพยาบาลก็คาดเข็มขัดนิรภัยได้ด้วยตัวเอง พูดคุยโต้ตอบได้ ผมนำไปส่งโรงพยาบาลประจำอำเภอเพราะคิดว่าไม่ควรเสี่ยงเดินทางไกลเข้าตัวจังหวัด</p>
<p>เข้าไปที่ห้องฉุกเฉิน ความดัน 160/90 แต่หมอห้องฉุกเฉินพบหัวใจเต้นผิดปกติ ขอให้นอนโรงพยาบาลเพื่อสังเกตอาการก่อน อยู่ในโปรแกรม 30 บาท ระหว่างนั้นผมก็กลับมาอบรมนักศึกษาต่อ</p>
<p>วันรุ่งขึ้น โทรเช็คอาการ ตาดีกลับบ้านได้ แต่ตอนหัวค่ำลูกสาวโทรมาบอกว่าตาดีหมดสติอีก และกำลังนำส่งโรงพยาบาลจังหวัด เมื่อไปถึงโรงพยาบาล หมอพบว่าเส้นโลหิตในสมองตีบ เรื่องนี้ลูกสาวเล่าให้ฟังว่าที่โรงพยาบาลประจำอำเภอก็ตรวจพบ ผมเลยงงว่าถ้าพบแล้วและเข้ามาโรงพยาบาลด้วยอาการหน้ามืดโดยรู้อยู่ก่อนว่ามีความดันโลหิตสูง ปล่อยกลับบ้านไปได้อย่างไร</p>
<p>เรื่องนี้เล่าเป็นกรณีศึกษาให้นักศึกษาแพทย์ฟัง แต่ย้ำขอไม่ให้ตัดสินใคร (เพราะว่าเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องเล่าจากลูกสาว ซึ่งมีอคติกับโรงพยาบาลประจำอำเภอ เธอเพิ่งประสบอุบัติเหตุ สมองบวม ได้รับยาพารามากิน จนในที่สุด refer ไปโรงพยาบาลประจำจังหวัด และรักษาจนหายที่นั่น) เป็นข้อมูลฝ่ายเดียว ไม่มีรายละเอียดของผลตรวจ ไม่รู้การวินิจฉัย ฯลฯ</p>
<p>การที่ตาดีเกิดหมดสติ เมื่อส่งไปโรงพยาบาลประจำจังหวัด ตรวจพบว่าเส้นโลหิตในสมองตีบ ผมไม่ทราบว่าได้รับการรักษาอะไรไปบ้างสโตรคคืนวันที่ 24 เพิ่งรู้สึกตัวบ่ายวันนี้ (27) ยังใส่หน้ากากออกซิเจนอยู่  ซีกขวาขยับไม่ได้</p>
<p>วันนี้หลังจากหมดภารกิจที่สวนป่า ผมก็ขับรถเข้าเมืองจะไปเยี่ยมตาดี แต่ดันแวะไปซ่อมพีซี ลงวินโดวส์ใหม่ เสียเวลาไปสี่ชั่วโมง อรกว. ทีนี้มันก็จวนค่ำแล้ว ผมหลีกเลี่ยงการขับรถกลางคืนเพราะรู้ว่า reflect ไม่ดีเหมือนเดิมแล้วหลักจากเกิด TIA เมื่อสิบสองปีก่อน ตลอดบ่ายระหว่างรอ ผมก็พยายามโทรเบอร์ช่างดี แต่ไม่ติดเลย นึกว่าเครือข่ายโทรศัพท์มีปัญหา แต่ไม่ใช่หรอกครับ โทรเบอร์ตาดี ยายอิ้ง (เมียตาดี) เป็นคนรับสาย แต่แกกดวางหูแทนรับสายเลยพูดกันไม่ได้ ทีนี้จะไปเยี่ยมได้ยังไง ห้องไหน ตึกไหนก็ไม่รู้</p>
<p>กำลังบ่ายหน้ากลับสวนป่าเพราะเริ่มมืดแล้ว ตัดสินใจลองโทรอีกที โชคดีที่ลูกสาวรับสาย เลยรู้ตึก รู้ห้อง ผมเลยตัดสินใจวกรถกลับไปเยี่ยมตาดี</p>
<p>แกรู้สึกตัวแต่พูดไม่ได้เพราะมีหน้ากากครอบอยู่ครับ จำผมได้ (ยังไงก็ต้องทดสอบ) ผมเลยเทศน์ให้ยายอิ้งและลูกสาวฟังรอบใหญ่ ถึงไม่ใช่หมอ ไม่ใช่พระก็เทศน์เรื่องสโตรคได้ (หลวงพี่ติ๊กเคยบอกว่า รู้ ก. สอน ก. รู้ ข. ก็สอน ข. ไม่ต้องรอจนรู้ ฮ. จึงเริ่มสอน ก. แต่ว่าต้องรู้จริงนะ)</p>
<ul>
<li>อาการสโตรคของตาดี มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า ผมก็เตือนทั้งตาดีและยายอิ้งไว้ล่วงหน้าแล้ว&#8230; จะมาพูดว่า<em>เห็นไหมบอกแล้ว</em> เอาตอนนี้ ไม่มีประโยชน์แล้วครับ เรื่องเกิดไปแล้ว (ความเสียหายเกิดแล้ว)</li>
<li>หน้าที่ของตาดีตอนนี้คือร่วมมือกับหมอทุกอย่าง รักษาตัวให้ดีที่สุด อาจไม่เหมือนเก่า 100% แต่เอากลับคืนให้ได้มากที่สุด</li>
<li>รักษาตัวก่อน ไม่ต้องห่วงเรื่องงาน ทำไปทีละอย่างโดยรักษาตัวก่อน</li>
<li>วิถีชีวิตเดิม แม้จะคุ้นชิน แต่มันไม่ดีพอ ถ้าดีก็ไม่สโตรคน่ะซิครับ ดังนั้นต้องเปลี่ยน อย่าทำเหมือนเดิม </li>
<li>ผมเชิญยายอิ้งออกมาคุยกันข้างนอก บอกว่าต้องเข้าใจและให้เวลากับตาดีบ้าง คนขยันขันแข็ง ทำอะไรก็ได้ วันนี้ต้องมานอนตลอดเวลา อาจจะมีหงุดหงิดฉุนเฉียวได้ ต้องเข้าใจแก อย่าให้แกเครียด แล้วผมก็ยื่นค่าใช้จ่ายระหว่างที่ตาดีรักษาตัวให้แก บอกให้ระวังค่าใช้จ่ายเพราะว่ารายได้ของครอบครัวหายไปหมดแล้ว </li>
<li>เพิ่งเห็นว่าตาดีเอี้ยวคอจากบนเตียงมาดูทางขวา แม้ไม่ได้ยิน แกก็น้ำตาซึม ผมไม่เห็นน้ำตาหรอกครับ เห็นแต่ลูกสาวซับน้ำตาให้</li>
<li>คืนนี้ผมต้องรีบลากลับก่อนเพราะค่ำแล้ว แล้วจะไปเยี่ยมใหม่</li>
</ul>
<p><a href="http://lanpanya.com/wash/files/2013/03/20130301_124325r.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-3005" title="20130301_124325r" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/03/20130301_124325r.jpg" alt="" width="500" height="375" /></a></p>
<ul>
</ul>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/wash/archives/3004/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ญาติเฮบุกปราสาท</title>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/3002</link>
		<comments>http://lanpanya.com/wash/archives/3002#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 26 Feb 2013 08:24:45 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Logos</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ประสบการณ์ชีวิต]]></category>

		<category><![CDATA[เรื่องทั่วไป]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/wash/?p=3002</guid>
		<description><![CDATA[สายๆ วันนี้ ญาติเฮ 9 ท่าน บุกมาเยี่ยมที่ปราสาท เป็นเรื่องน่ายินดีเสมอที่มีเพื่อนฝูงมาเยี่ยม ถึงบ้านผมจะสร้างไว้อยู่คนเดียวและตัดห้องรับแขกทิ้งเป็นห้องแรกก็ตาม นั่งกับพื้นแบบที่ผมอยู่ก็ไม่เป็นไร
มาถึงก็ฮาแตกตามฟอร์ม พอจะถ่ายรูปหมู่ พี่ตึ๋งเสนอให้ทำท่าเสนอหน้า จึงออกมาเป็นอย่างนี้

อาเปลี่ยนกลับไปเมื่อคืน แต่ได้แวะมาเยี่ยมปราสาทคุณชายก่อนหน้านี้แล้ว ที่เหลือนี้ครูบาอาจารย์ทั้งนั้น อายุอานามก็ไม่น้อยแล้ว แต่เมื่ออยู่ระหว่างเพื่อนพี่น้องนั้น เราฉลาดพอที่รู้ว่าไม่ต้องวางฟอร์มใส่กัน เพราะว่าเมื่อคบกันมานานๆ รู้ไส้กันหมดแล้วครับ&#8230; ซึ่งเมื่อเรามองทะลุเปลือกลงไป (ทั้งที่พยายามสร้างภาพขึ้นมา หรือว่าคนอื่นคิดไปเอง) ก็จะเห็นเพียงคนธรรมดาที่เรารับเขาได้อย่างที่เขาเป็น

เมื่อตอนที่ปราสาทยังสร้างไม่เสร็จแล้วผมอยู่กระต๊อบ น้าอึ่งเคยบอกว่าจะมารำให้ตอนขึ้นบ้านใหม่ พี่ครูอึ่งบอกจะรำด้วย มาคราวนี้ก็เลยมารำหงษ์เหิรให้



สไตล์ผม ไม่ค่อยขอให้ใครทำอะไรให้ ในเมื่อสองน้ามารำให้ท่ามกลางเสียงเชียร์ (และเสียงหัวเราะ) ของชาวเฮ ผมซาบซึ้งนะครับ ไม่ค่อยมีใครทำอะไรให้หรอก&#8230; น่ากลัวออกจะตาย ฮ่าๆๆๆๆๆ
พอรำเสร็จ มีทวงรางวัลแน่ะ จะเอา M&#38;M ในตู้เย็น&#8230; ได้เลยครับ
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สายๆ วันนี้ ญาติเฮ 9 ท่าน บุกมาเยี่ยมที่ปราสาท เป็นเรื่องน่ายินดีเสมอที่มีเพื่อนฝูงมาเยี่ยม ถึงบ้านผมจะสร้างไว้อยู่คนเดียวและตัดห้องรับแขกทิ้งเป็นห้องแรกก็ตาม นั่งกับพื้นแบบที่ผมอยู่ก็ไม่เป็นไร</p>
<p>มาถึงก็ฮาแตกตามฟอร์ม พอจะถ่ายรูปหมู่ พี่ตึ๋งเสนอให้<em>ทำท่าเสนอหน้า</em> จึงออกมาเป็นอย่างนี้</p>
<p><a href="http://lanpanya.com/wash/files/2013/02/20130226_104557s.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-3003" title="20130226_104557s" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/02/20130226_104557s.jpg" alt="ทำท่าเสนอหน้า" width="500" height="281" /></a></p>
<p>อาเปลี่ยนกลับไปเมื่อคืน แต่ได้แวะมาเยี่ยมปราสาทคุณชายก่อนหน้านี้แล้ว ที่เหลือนี้ครูบาอาจารย์ทั้งนั้น อายุอานามก็ไม่น้อยแล้ว แต่เมื่ออยู่ระหว่างเพื่อนพี่น้องนั้น เราฉลาดพอที่รู้ว่าไม่ต้องวางฟอร์มใส่กัน เพราะว่าเมื่อคบกันมานานๆ รู้ไส้กันหมดแล้วครับ&#8230; ซึ่งเมื่อเรามองทะลุเปลือกลงไป (ทั้งที่พยายามสร้างภาพขึ้นมา หรือว่าคนอื่นคิดไปเอง) ก็จะเห็นเพียงคนธรรมดาที่เรารับเขาได้อย่างที่เขาเป็น</p>
<p><span id="more-3002"></span></p>
<p>เมื่อตอนที่ปราสาทยังสร้างไม่เสร็จแล้วผมอยู่กระต๊อบ น้าอึ่งเคยบอกว่าจะมารำให้ตอนขึ้นบ้านใหม่ พี่ครูอึ่งบอกจะรำด้วย มาคราวนี้ก็เลยมารำหงษ์เหิรให้</p>
<p>
<object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="640" height="360" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/2nvYGFVb87A?version=3&amp;hl=en_US&amp;rel=0" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="640" height="360" src="http://www.youtube.com/v/2nvYGFVb87A?version=3&amp;hl=en_US&amp;rel=0" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object>
</p>
<p>สไตล์ผม ไม่ค่อยขอให้ใครทำอะไรให้ ในเมื่อสองน้ามารำให้ท่ามกลางเสียงเชียร์ (และเสียงหัวเราะ) ของชาวเฮ ผมซาบซึ้งนะครับ ไม่ค่อยมีใครทำอะไรให้หรอก&#8230; น่ากลัวออกจะตาย ฮ่าๆๆๆๆๆ</p>
<p>พอรำเสร็จ มีทวงรางวัลแน่ะ จะเอา M&amp;M ในตู้เย็น&#8230; ได้เลยครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/wash/archives/3002/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>อบรมนักศึกษาแพทย์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี</title>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/3001</link>
		<comments>http://lanpanya.com/wash/archives/3001#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 25 Feb 2013 09:16:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Logos</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[การศึกษานอกระบบ การศึกษาตามอัธยาศัย]]></category>

		<category><![CDATA[การแพทย์ สุขภาพ สุขภาวะ]]></category>

		<category><![CDATA[ประสบการณ์ชีวิต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/wash/?p=3001</guid>
		<description><![CDATA[นักศึกษาแพทย์ ชั้นปีที่ 2 มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พร้อมคณาาจารย์นำโดย แพทย์หญิงชลลดา บุษยรัตน์ รองคณบดีฝ่ายบริหาร วิทยาลัยแพทยศาสตร์และการสาธารณสุข มาเยี่ยมสวนป่าระหว่างวันที่ 23-25 กุมภาพันธ์ 2556 ได้เดินทางกลับไปแล้วครับ ภาพกิจกรรมดูได้บนเฟสบุ๊ค
เป็นการอบรม(แบบไม่อบรม)ที่สนุกดีครับ การมาเรียนที่สวนป่านั้น เป็นการเรียนแบบผู้ใหญ่ ต้องสังเกต ฉุกใจคิด และสรุปเอง ผิดถูกไม่เป็นไร ยังได้เรียน ต้องพูด ต้องซักเอง วิทยากรไม่ใช่ผู้มาปล่อยของ ภาวนา โอม&#8230;จงเชื่อ จงรู้
วิทยากรชาวเฮมาช่วยกันจากทั่วประเทศ มีหมอจอมป่วน(พิษณุโลก) อาเปลี่ยน(กัมพูชา) พี่หมอเจ๊(กระบี่)  พี่สร้อย(เชียงใหม่) พี่ครูอึ่ง(ลำพูน) และครูอาราม(ลำพูน)  น้ำอึ่งอ๊อบ(เชียงใหม่)มาไกลจึงจี้มอเตอร์ไซค์เข้ามาสวนป่า  ได้เจอกันตอนนักศึกษาจะลากลับ ทีมวิทยากรมีหลากหลายความรู้ ความชำนาญ และประสบการณ์
สวนป่าไม่ใช่โรงเรียนแพทย์ แต่เป็นโรงเรียนชีวิตต่างหาก ห้องเรียนอยู่นอกอาคาร กลุ่มนี้โชคดีที่อากาศไม่ร้อนมาก จึงได้เรียนกันนอกห้องตลอดเวลา
เรียนในห้อง ได้ความรู้
เรียนนอกห้อง ได้ความจริง
เอาความรู้บวกความจริง ได้ความรู้จริง
&#8212; ครูบาสุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์ หนังสือคนนอกระบบ


แต่ประเด็นหลักคือจะเรียนวิธีเรียนรู้ได้อย่างไรนะครับ ถ้ารู้วิธีเรียนแล้ว สามารถแสวงหาความรู้ได้โดยไม่ต้องรอให้ใครจับยัดกระโหลก เรียนจบหลักสูตรแล้ว [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>นักศึกษาแพทย์ ชั้นปีที่ 2 มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พร้อมคณาาจารย์นำโดย <span id="fbPhotoSnowliftCaption" class="fbPhotosPhotoCaption"><span class="hasCaption"><span>แพทย์หญิงชลลดา บุษยรัตน์ รองคณบดีฝ่ายบริหาร วิทยาลัยแพทยศาสตร์และการสา</span>ธารณสุข มาเยี่ยมสวนป่าระหว่างวันที่ 23-25 กุมภาพันธ์ 2556 ได้เดินทางกลับไปแล้วครับ <a href="https://www.facebook.com/media/set/?set=a.596236337071645.146465.478075762221037&amp;type=3" target="_blank">ภาพกิจกรรมดูได้บนเฟสบุ๊ค</a></span></span></p>
<p>เป็นการอบรม(แบบไม่อบรม)ที่สนุกดีครับ การมาเรียนที่สวนป่านั้น เป็นการเรียนแบบผู้ใหญ่ ต้องสังเกต ฉุกใจคิด และสรุปเอง ผิดถูกไม่เป็นไร ยังได้เรียน ต้องพูด ต้องซักเอง วิทยากรไม่ใช่ผู้มาปล่อยของ ภาวนา โอม&#8230;จงเชื่อ จงรู้</p>
<p>วิทยากรชาวเฮมาช่วยกันจากทั่วประเทศ มีหมอจอมป่วน(พิษณุโลก) อาเปลี่ยน(กัมพูชา) พี่หมอเจ๊(กระบี่)  พี่สร้อย(เชียงใหม่) พี่ครูอึ่ง(ลำพูน) และครูอาราม(ลำพูน)  น้ำอึ่งอ๊อบ(เชียงใหม่)มาไกลจึงจี้มอเตอร์ไซค์เข้ามาสวนป่า  ได้เจอกันตอนนักศึกษาจะลากลับ ทีมวิทยากรมีหลากหลายความรู้ ความชำนาญ และประสบการณ์</p>
<p>สวนป่าไม่ใช่โรงเรียนแพทย์ แต่เป็นโรงเรียนชีวิตต่างหาก ห้องเรียนอยู่นอกอาคาร กลุ่มนี้โชคดีที่อากาศไม่ร้อนมาก จึงได้เรียนกันนอกห้องตลอดเวลา</p>
<blockquote><p>เรียนในห้อง ได้ความรู้<br />
เรียนนอกห้อง ได้ความจริง<br />
เอาความรู้บวกความจริง ได้ความรู้จริง<br />
&#8212; ครูบาสุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์ หนังสือคนนอกระบบ</p>
</blockquote>
<p><span id="more-3001"></span></p>
<p>แต่ประเด็นหลักคือจะเรียนวิธีเรียนรู้ได้อย่างไรนะครับ ถ้ารู้วิธีเรียนแล้ว สามารถแสวงหาความรู้ได้โดยไม่ต้องรอให้ใครจับยัดกระโหลก เรียนจบหลักสูตรแล้ว ยังเรียนต่อไปได้เรื่อยๆ ส่วนนี้หมอสุธีจัดให้ รวมทั้งการทะลายกำแพงฟอร์มที่ไม่กล้าพูด ไม่กล้าซักถามด้วย เมื่อกำแพงทะลายลงแล้ว การเรียนรู้ก็เป็นไปอย่างสนุกสนาน ฮาแตก ความฟุ้งจากการคิดไปเอง (เช่นครูบาเป็นพระ สวนป่าเป็นสถานปฏิบัติธรรม ฯลฯ) ก็หายไปหมด</p>
<p>ส่วนผมก็กลายเป็น &#8220;อาจารย์คุณชาย&#8221; ไปแล้ว&#8230; ก็ยังดีที่ไม่เรียกว่า &#8220;ลุง&#8221;</p>
<p>ไม่รู้จะจบอย่างไร แปะลิงก์ก็แล้วกันครับ <a href="http://www.wasi.or.th/wasi/index.php?page=link_news&amp;select_page=9&amp;group_=04&amp;code=02&amp;idHot_new=41" target="_blank">http://www.wasi.or.th/wasi/index.php?page=link_news&amp;select_page=9&amp;group_=04&amp;code=02&amp;idHot_new=41</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/wash/archives/3001/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>โครงการ &#8220;รวมพลังรับมือภัยพิบัติ&#8221;</title>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/3000</link>
		<comments>http://lanpanya.com/wash/archives/3000#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 17 Feb 2013 06:35:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Logos</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ประสบการณ์ชีวิต]]></category>

		<category><![CDATA[สังคม ชุมชน ครอบครัว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/wash/?p=3000</guid>
		<description><![CDATA[โครงการรวมพลังรับมือภัยพิบัติ โดยความสนับสนุนของ สสส. ได้มาทำเวิร์คช็อปที่สวนป่า ระหว่างวันที่ 15-17 ก.พ. 2556 โดยเชิญตัวจริงเสียงจริงในภาคประชาชนมาจากทุกภูมิภาค โครงการรวมพลังฯ จองคิวสวนป่าล่วงหน้ามานาน  ทีมของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีซึ่งขอมาเรียนรู้ที่สวนป่าช้าไปหน่อยจึงต้องเลื่อนออกไป ถึงกระนั้นก็ยังเป็นจังหวะที่ช้าไปนิดหนึ่ง ถ้ามาอาทิตย์ก่อนหน้านี้  อากาศจะเย็นสบายทีเดียว
เราอยู่ในถิ่นฐานใด ก็มีหน้าที่ต่อถิ่นฐานนั้น หน้าที่ของเรา ไม่สามารถยกให้คนอื่นทำได้ ถึงจะซื้อความสะดวกเอาโดยจ้างคนมาทำแทนให้ เราก็ยังไม่ได้ทำหน้าที่ของเราอยู่ดี
ผมก็เคยได้ยินกิตติศัพท์ของหลายท่านมา คราวนี้ได้เจอตัวจริง รู้สึกยินดีมาก รู้สึกว่าเป็นมนุษย์ธรรมดา มีอีคิวสูง ไม่ต้องสร้างภาพ ไม่บ่นเป็นหมีกินผึ้ง และลงมือทำจริงเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม โดยเฉพาะผู้ประสบภัย ผู้กำลังทุกข์ยาก และผู้ด้อยโอกาส


การทำงานช่วยเหลือชาวบ้านในภาวะวิกฤตินั้น ต้องเจอกับอะไรมากมาย แต่ละคนก็เข้าเนื้อกันไปเยอะ ส่วนใหญ่จะเน้นในส่วนของภาวะวิกฤติสีแดง แน่นอนว่าภาวะวิกฤตินั้น ต้องใส่ทุกอย่างลงไปเพื่อนำผู้ประสบภัยออกจากความทุกข์ยากให้เร็วที่สุด ดังนั้นช่วงสีแดงจึงจำเป็นต้องทำให้สั้นที่สุด ไม่ต้องลีลาดราม่ามาก แต่การใส่ทรัพยากรจำนวนมากลงไปในพื้นที่นั้น ไม่แน่ว่าผลจะออกมาดี การทำงานกันหลายๆ คนโดยไม่มีการประสานกันนั้น ทั้งมั่ว ซ้ำซ้อน ล่าช้า และไม่มีประสิทธิภาพ หลักของการจัดการภาวะวิกฤติจึงพึ่งการประสานงานเป็นอย่างมาก จำเป็นต้องซ้อม ต้องวางแผนล่วงหน้า และจะดีที่สุดหากไม่มีภาวะวิกฤติเลย ไม่ต้องทำส่วนนี้เลย
หลังจากผ่านภาวะวิกฤติแล้ว ก็จะข้ามไปสู่กระบวนการฟื้นฟูสีชมพู การฟื้นฟูที่นำชาวบ้านกลับไปสู่จุดเดิมนั้น ถือว่าล้มเหลว [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>โครงการรวมพลังรับมือภัยพิบัติ โดยความสนับสนุนของ สสส. ได้มาทำเวิร์คช็อปที่สวนป่า ระหว่างวันที่ 15-17 ก.พ. 2556 โดยเชิญตัวจริงเสียงจริงในภาคประชาชนมาจากทุกภูมิภาค โครงการรวมพลังฯ จองคิวสวนป่าล่วงหน้ามานาน  ทีมของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีซึ่งขอมาเรียนรู้ที่สวนป่าช้าไปหน่อยจึงต้องเลื่อนออกไป ถึงกระนั้นก็ยังเป็นจังหวะที่ช้าไปนิดหนึ่ง ถ้ามาอาทิตย์ก่อนหน้านี้  อากาศจะเย็นสบายทีเดียว</p>
<p>เราอยู่ในถิ่นฐานใด ก็มีหน้าที่ต่อถิ่นฐานนั้น หน้าที่ของเรา ไม่สามารถยกให้คนอื่นทำได้ ถึงจะซื้อความสะดวกเอาโดยจ้างคนมาทำแทนให้ เราก็ยังไม่ได้ทำหน้าที่ของเราอยู่ดี</p>
<p>ผมก็เคยได้ยินกิตติศัพท์ของหลายท่านมา คราวนี้ได้เจอตัวจริง รู้สึกยินดีมาก รู้สึกว่าเป็นมนุษย์ธรรมดา มีอีคิวสูง ไม่ต้องสร้างภาพ ไม่บ่นเป็นหมีกินผึ้ง และลงมือทำจริงเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม โดยเฉพาะผู้ประสบภัย ผู้กำลังทุกข์ยาก และผู้ด้อยโอกาส</p>
<p><span id="more-3000"></span></p>
<p><img src="http://www.opencare.org/wp-content/uploads/2009/11/picture-1.png" alt="" width="362" height="330" /></p>
<p>การทำงานช่วยเหลือชาวบ้านในภาวะวิกฤตินั้น ต้องเจอกับอะไรมากมาย แต่ละคนก็เข้าเนื้อกันไปเยอะ ส่วนใหญ่จะเน้นในส่วนของภาวะวิกฤติสีแดง แน่นอนว่าภาวะวิกฤตินั้น ต้องใส่ทุกอย่างลงไปเพื่อนำผู้ประสบภัยออกจากความทุกข์ยากให้เร็วที่สุด ดังนั้นช่วงสีแดงจึงจำเป็นต้องทำให้สั้นที่สุด ไม่ต้องลีลาดราม่ามาก แต่การใส่ทรัพยากรจำนวนมากลงไปในพื้นที่นั้น ไม่แน่ว่าผลจะออกมาดี การทำงานกันหลายๆ คนโดยไม่มีการประสานกันนั้น ทั้งมั่ว ซ้ำซ้อน ล่าช้า และไม่มีประสิทธิภาพ หลักของการจัดการภาวะวิกฤติจึงพึ่งการประสานงานเป็นอย่างมาก จำเป็นต้องซ้อม ต้องวางแผนล่วงหน้า และจะดีที่สุดหากไม่มีภาวะวิกฤติเลย ไม่ต้องทำส่วนนี้เลย</p>
<p>หลังจากผ่านภาวะวิกฤติแล้ว ก็จะข้ามไปสู่กระบวนการฟื้นฟูสีชมพู การฟื้นฟูที่นำชาวบ้านกลับไปสู่จุดเดิมนั้น ถือว่าล้มเหลว เพราะว่าถ้าดีเท่าเดิม ก็เสี่ยงเหมือนเดิม เกิดภัยได้เช่นเดิม เกิดแล้วเกิดอีก ช่วยแล้วช่วยอีก ฟื้นฟูแล้วฟื้นฟูอีก ไม่จบสิ้น การฟื้นฟูควรจะทำให้ดีกว่าเดิม เสี่ยงน้อยกว่าเดิม</p>
<p>ต่อมาเป็นส่วนของการเตรียมการป้องกันสีน้ำเงิน ส่วนนี้คือการแก้ไขความเสี่ยงและเตรียมระบบป้องกันต่างๆ ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน สถานที่ปลอดภัย คลังและที่พักสำรอง แหล่งอาหารและแหล่งน้ำดื่มสำรอง ฯลฯ มีข้อมูลงบประมาณของ อปท. ว่างบซ่อมสร้าง (สีชมพู) คิดเป็น 6% ของงบประมาณทั้งหมด แต่งบป้องกันมีเพียง 2% การจัดงบประมาณอย่างนี้เท่ากับว่าปล่อยให้ชาวบ้านเสี่ยงหมดตัวซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่ขอซ่อมเพื่อให้ชาวบ้านเลือกเข้ามาอีกมากกว่าจะดูแลชาวบ้านอย่างดี</p>
<p>ส่วนสุดท้ายเป็นการเตรียมพร้อมเฝ้าะวังสีเหลือง ได้แก่การพยากรณ์อากาศ ระดับน้ำ ข้อมูลจากเครื่องมือวัดต่างๆ ตลอดจนการตีความโดยผู้เชี่ยวชาญ ประกาศเตือนต่างๆ&#8230; ผมแยกแยะลักษณะของผู้เชี่ยวชาญกับหมอดูออกได้ง่ายๆ คือผู้เชี่ยวชาญจะให้ข้อมูล ให้ลิงก์ไปตรวจสอบหรือศึกษาเพิ่มเติม หากมีคำถามเขาจะตอบทุกคำถามจนเข้าใจ ส่วนพวกทรงเจ้่าเข้าผี จะทำนายออกมาลอยๆ ไม่ให้ข้อมูลใดๆ กลัวการตรวจสอบ แต่ใครไม่เชื่อถือก็โกรธ</p>
<p>วงจรทั้งสี่เรียกว่า<a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Emergency_management" target="_blank">วงจรของการจัดการภัยพิบัติ</a> ในเมืองไทยเรียก 2P2R (ซึ่งไม่มีใน Wikipedia)</p>
<p><a href="https://www.facebook.com/media/set/?set=a.592547870773825.145919.478075762221037&amp;type=3" target="_blank">รูปกิจกรรม ดูได้บนเฟสบุ๊ค</a></p>
<p>ตอนนี้ รถทุกคันก็เดินทางกลับแล้ว ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพนะครับ ไม่ว่าจะเหนื่อยหรือไม่เหนื่อย ก็ควรพักทุก 200 กม. เสี่ยงไปไม่คุ้มเพราะทุกคนเป็นทรัพยากรที่มีค่า</p>
<p>คณะผู้จัดมาลา ได้ทราบว่างานนี้ผู้เข้าร่วมได้ทุกอย่างที่อยากได้ ทั้งความรู้ แง่คิด ประสบการณ์ หลายคนก็ชอบสถานที่ (ซึ่งไม่ใช่รีสอร์ต จะได้ทำงานได้เรื่องได้ราว) แม้ไม่ได้สะดวกสบายเหมือนอยู่บ้าน แต่ก็ไม่ได้ลำบากจนเกินไป</p>
<p>ส่วนผมก็ทำความสะอาดบ้านตั้งแต่เช้า สองสามวันมานี่ ไม่มีเวลาทำเลย ขนาดปิดบ้านไว้ ขี้ฝุ่นยังเพียบ รดน้ำต้นไม้ได้เพียงวันละครั้งตอนเย็นๆ เท่านั้น</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/wash/archives/3000/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>พ่อแม่มาเยี่ยม</title>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/2997</link>
		<comments>http://lanpanya.com/wash/archives/2997#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 19 Jan 2013 08:00:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Logos</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ประสบการณ์ชีวิต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/wash/?p=2997</guid>
		<description><![CDATA[บ้านที่สร้างที่หมู่บ้านโลก ในสวนป่า มหาชีวาลัยอีสานนั้น แม้ผมจะย้ายเข้ามาอยู่ได้สองเดือนแล้ว ก็ยังไม่นับว่าเสร็จดีหรอกนะครับ
ยังมีการก่อสร้างบ้านเฟสสองอยู่ หลังที่อยู่นี้ ทำไว้อยู่คนเดียวโดยกำหนดทุกอย่างที่ผมใช้ประจำ อยู่ห่างโต๊ะทำงานผมไม่เกินสองก้าว ถ้าเวลาน้องผมมาช่วยสร้างบ้าน อยู่กันสองคน การจราจรภายในบ้านยังไม่สับสน&#8230; เมื่อพ่อแม่มาเยี่ยมระหว่างวันที่ 15-19 ม.ค. 2556 แม้บ้านไม่พร้อม ก็ถือว่าเป็นสิริมงคล พ่อแม่ยกพระมาให้องค์หนึ่ง เข้าประตูหน้าบ้านมา เห็นพระเลย


ไม่มีใครคิดว่าพ่อแม่ซึ่งมีชีวิตสะดวกสบายมาตลอดจะนอนที่บ้านผมได้ (รวมทั้งแม่ด้วย) แต่เอาเข้าจริง ก็อยู่ได้อย่างสบายครับ ความคิดหลอกเราได้เสมอๆ
พ่อแม่มาเยี่ยมคราวนี้ เป็นโอกาสพิเศษของครอบครัวด้วย จึงพาไปไหว้พระธาตุนาดูน พุทธมณฑลอีสาน ส่วนกลางคืนปล่อยโคมลอยในวันพิเศษ พ่อแม่ประทับใจมาก; ปีที่แล้วพาไปวัดป่าภูก้อน อุดรธานี แล้วขากลับก็พามาสวนป่าเป็นครั้งแรกของพ่อแม่ ปีก่อนนั้นไปดอยอ่างขาง เชียงใหม่ แล้วปีก่อนหน้านั้นอีกก็ไปน่าน

คืนก่อนหน้านั้น พอบอกขอคุยกับพ่อแม่หน่อย แม่ดักคอว่าจะแต่งงานเหรอ&#8230;เอื๊อก
ผมพูดไปสามเรื่องครับ อันแรก การมาสร้างบ้านอยู่ที่สวนป่านี้ ไม่ใช่การปลีกวิเวกมาหาความสุขส่วนตัว เป็นการมาแสวงหาตัวเอง ได้อยู่ในที่ที่สงบ ทิ้งความสะดวกสบายที่ได้รับมาตลอดชีวิต มาทำในสิ่งที่อยากทำ มาพิสูจน์ความรู้ที่คิดว่ามีว่ามีอยู่จริงหรือไม่ ถ้ารู้จริงก็ต้องเอามาใช้ประโยชน์ได้ ถ้าใช้ไม่ได้ ทำอะไรไม่เป็น มันก็แค่เป็นความรู้แห้งๆ ไร้ประโยชน์&#8230; ทรัพย์สินเงินทองที่มีอยู่ ใช้ไปจนตายก็ไม่หมด ผมเอามาซื้อเครื่องมือช่าง ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานของสวนป่า พยายามทำให้สวนป่าพึ่งพาตัวเองได้มากที่สุด&#8230; [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>บ้านที่สร้างที่หมู่บ้านโลก ในสวนป่า มหาชีวาลัยอีสานนั้น แม้ผมจะย้ายเข้ามาอยู่ได้สองเดือนแล้ว ก็ยังไม่นับว่าเสร็จดีหรอกนะครับ</p>
<p>ยังมีการก่อสร้างบ้านเฟสสองอยู่ หลังที่อยู่นี้ ทำไว้อยู่คนเดียวโดยกำหนดทุกอย่างที่ผมใช้ประจำ อยู่ห่างโต๊ะทำงานผมไม่เกินสองก้าว ถ้าเวลาน้องผมมาช่วยสร้างบ้าน อยู่กันสองคน การจราจรภายในบ้านยังไม่สับสน&#8230; เมื่อพ่อแม่มาเยี่ยมระหว่างวันที่ 15-19 ม.ค. 2556 แม้บ้านไม่พร้อม ก็ถือว่าเป็นสิริมงคล พ่อแม่ยกพระมาให้องค์หนึ่ง เข้าประตูหน้าบ้านมา เห็นพระเลย</p>
<p><a href="http://lanpanya.com/wash/files/2013/01/20130119_115128.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-2998" title="20130119_115128" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/01/20130119_115128.jpg" alt="" width="500" height="300" /></a></p>
<p><span id="more-2997"></span></p>
<p>ไม่มีใครคิดว่าพ่อแม่ซึ่งมีชีวิตสะดวกสบายมาตลอดจะนอนที่บ้านผมได้ (รวมทั้งแม่ด้วย) แต่เอาเข้าจริง ก็อยู่ได้อย่างสบายครับ ความคิดหลอกเราได้เสมอๆ</p>
<p>พ่อแม่มาเยี่ยมคราวนี้ เป็นโอกาสพิเศษของครอบครัวด้วย จึงพาไปไหว้พระธาตุนาดูน พุทธมณฑลอีสาน ส่วนกลางคืนปล่อยโคมลอยในวันพิเศษ พ่อแม่ประทับใจมาก; ปีที่แล้วพาไปวัดป่าภูก้อน อุดรธานี แล้วขากลับก็พามาสวนป่าเป็นครั้งแรกของพ่อแม่ ปีก่อนนั้นไปดอยอ่างขาง เชียงใหม่ แล้วปีก่อนหน้านั้นอีกก็ไปน่าน</p>
<p><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-2999" title="dsc_4763" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/01/dsc_4763.jpg" alt="" width="150" height="100" /><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-2999" title="dsc_4763" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/01/dsc_4763.jpg" alt="" width="150" height="100" /><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-2999" title="dsc_4763" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/01/dsc_4763.jpg" alt="" width="150" height="100" /><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-2999" title="dsc_4763" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/01/dsc_4763.jpg" alt="" width="150" height="100" /><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-2999" title="dsc_4763" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/01/dsc_4763.jpg" alt="" width="150" height="100" /><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-2999" title="dsc_4763" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/01/dsc_4763.jpg" alt="" width="150" height="100" /><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-2999" title="dsc_4763" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/01/dsc_4763.jpg" alt="" width="150" height="100" /><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-2999" title="dsc_4763" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/01/dsc_4763.jpg" alt="" width="150" height="100" /><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-2999" title="dsc_4763" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/01/dsc_4763.jpg" alt="" width="150" height="100" /><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-2999" title="dsc_4763" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/01/dsc_4763.jpg" alt="" width="150" height="100" /><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-2999" title="dsc_4763" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/01/dsc_4763.jpg" alt="" width="150" height="100" /><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-2999" title="dsc_4763" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/01/dsc_4763.jpg" alt="" width="150" height="100" /><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-2999" title="dsc_4763" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/01/dsc_4763.jpg" alt="" width="150" height="100" /><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-2999" title="dsc_4763" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/01/dsc_4763.jpg" alt="" width="150" height="100" /><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-2999" title="dsc_4763" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/01/dsc_4763.jpg" alt="" width="150" height="100" /><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-2999" title="dsc_4763" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/01/dsc_4763.jpg" alt="" width="150" height="100" /><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-2999" title="dsc_4763" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/01/dsc_4763.jpg" alt="" width="150" height="100" /><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-2999" title="dsc_4763" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/01/dsc_4763.jpg" alt="" width="150" height="100" /><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-2999" title="dsc_4763" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/01/dsc_4763.jpg" alt="" width="150" height="100" /><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-2999" title="dsc_4763" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/01/dsc_4763.jpg" alt="" width="150" height="100" /><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-2999" title="dsc_4763" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/01/dsc_4763.jpg" alt="" width="150" height="100" /><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-2999" title="dsc_4763" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/01/dsc_4763.jpg" alt="" width="150" height="100" /><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-2999" title="dsc_4763" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/01/dsc_4763.jpg" alt="" width="150" height="100" /><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-2999" title="dsc_4763" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/01/dsc_4763.jpg" alt="" width="150" height="100" /><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-2999" title="dsc_4763" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/01/dsc_4763.jpg" alt="" width="150" height="100" /><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-2999" title="dsc_4763" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/01/dsc_4763.jpg" alt="" width="150" height="100" /><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-2999" title="dsc_4763" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/01/dsc_4763.jpg" alt="" width="150" height="100" /><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-2999" title="dsc_4763" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/01/dsc_4763.jpg" alt="" width="150" height="100" /><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-2999" title="dsc_4763" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/01/dsc_4763.jpg" alt="" width="150" height="100" /><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-2999" title="dsc_4763" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/01/dsc_4763.jpg" alt="" width="150" height="100" /><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-2999" title="dsc_4763" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/01/dsc_4763.jpg" alt="" width="150" height="100" /><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-2999" title="dsc_4763" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/01/dsc_4763.jpg" alt="" width="150" height="100" /><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-2999" title="dsc_4763" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/01/dsc_4763.jpg" alt="" width="150" height="100" /><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-2999" title="dsc_4763" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/01/dsc_4763.jpg" alt="" width="150" height="100" /><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-2999" title="dsc_4763" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/01/dsc_4763.jpg" alt="" width="150" height="100" /><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-2999" title="dsc_4763" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/01/dsc_4763.jpg" alt="" width="150" height="100" /><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-2999" title="dsc_4763" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/01/dsc_4763.jpg" alt="" width="150" height="100" /><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-2999" title="dsc_4763" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/01/dsc_4763.jpg" alt="" width="150" height="100" /><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-2999" title="dsc_4763" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/01/dsc_4763.jpg" alt="" width="150" height="100" /><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-2999" title="dsc_4763" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/01/dsc_4763.jpg" alt="" width="150" height="100" /><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-2999" title="dsc_4763" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/01/dsc_4763.jpg" alt="" width="150" height="100" /><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-2999" title="dsc_4763" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/01/dsc_4763.jpg" alt="" width="150" height="100" /><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-2999" title="dsc_4763" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/01/dsc_4763.jpg" alt="" width="150" height="100" /><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-2999" title="dsc_4763" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/01/dsc_4763.jpg" alt="" width="150" height="100" /><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-2999" title="dsc_4763" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/01/dsc_4763.jpg" alt="" width="150" height="100" /><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-2999" title="dsc_4763" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/01/dsc_4763.jpg" alt="" width="150" height="100" /><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-2999" title="dsc_4763" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/01/dsc_4763.jpg" alt="" width="150" height="100" /><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-2999" title="dsc_4763" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/01/dsc_4763.jpg" alt="" width="150" height="100" /><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-2999" title="dsc_4763" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/01/dsc_4763.jpg" alt="" width="150" height="100" /><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-2999" title="dsc_4763" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/01/dsc_4763.jpg" alt="" width="150" height="100" /><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-2999" title="dsc_4763" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/01/dsc_4763.jpg" alt="" width="150" height="100" /><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-2999" title="dsc_4763" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/01/dsc_4763.jpg" alt="" width="150" height="100" /><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-2999" title="dsc_4763" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/01/dsc_4763.jpg" alt="" width="150" height="100" /><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-2999" title="dsc_4763" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/01/dsc_4763.jpg" alt="" width="150" height="100" /></p>
<p>คืนก่อนหน้านั้น พอบอกขอคุยกับพ่อแม่หน่อย แม่ดักคอว่า<em>จะแต่งงานเหรอ</em>&#8230;เอื๊อก</p>
<p>ผมพูดไปสามเรื่องครับ อันแรก การมาสร้างบ้านอยู่ที่สวนป่านี้ ไม่ใช่การปลีกวิเวกมาหาความสุขส่วนตัว เป็นการมาแสวงหาตัวเอง ได้อยู่ในที่ที่สงบ ทิ้งความสะดวกสบายที่ได้รับมาตลอดชีวิต มาทำในสิ่งที่อยากทำ มาพิสูจน์ความรู้ที่คิดว่ามีว่ามีอยู่จริงหรือไม่ ถ้ารู้จริงก็ต้องเอามาใช้ประโยชน์ได้ ถ้าใช้ไม่ได้ ทำอะไรไม่เป็น มันก็แค่เป็นความรู้แห้งๆ ไร้ประโยชน์&#8230; ทรัพย์สินเงินทองที่มีอยู่ ใช้ไปจนตายก็ไม่หมด ผมเอามาซื้อเครื่องมือช่าง ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานของสวนป่า พยายามทำให้สวนป่าพึ่งพาตัวเองได้มากที่สุด&#8230; ส่วนใครจะคิดอย่างไรก็เป็นปัญหาของเขา ผมมีความสุขดี สงบมาก ไม่เหงาด้วย บอกพ่อแม่ว่าอยู่ได้สบายๆ ครับ เมื่อไม่ซื้อก็ไม่มีขยะ เมื่อทำเองแทนซื้อ ก็จะกะปริมาณได้ทำให้ไม่มีขยะเหมือนกัน อยู่ที่นี่ปรับตัวให้เข้ากับป่า ไม่ใช่ปรับป่าให้เป็นเมืองกรุง ในเมื่อไม่ต้องฝืน มันก็ไม่รู้สึกลำบากนะครับ ถือศีลห้ามานาน มาอยู่ในป่านี้ศีลไม่ค่อยขาดด้วย แมลงเยอะก็ขยันกวาดและขยันจับไปปล่อยนอกบ้าน ส่วนมดในบ้านยังไม่ค่อยมี คือระวังไม่ให้มีเศษอาหารตกหล่น กวาด และตามทางเดิน เวลาจะไปไหน ก็มองพื้นไม่ไปเหยียบไฮเวย์มด</p>
<p>บ้านหลังที่อยู่นี้ พอเหลือเฟือสำหรับอยู่คนเดียว เฟสสองที่กำลังสร้าง จะใช้ในหลายวัตถุประสงค์ ช่วยสวนป่าขยับขยายรับจำนวนคนที่เข้ามาเรียนรู้ให้ได้มากขึ้นด้วย แต่ในส่วนของห้องต่างๆ กันไว้สำหรับครอบครัวเท่านั้น</p>
<p>เรื่องที่สองคือกราบเท้าขออโหสิกรรมกับพ่อแม่ อยู่กันมาเกินกึ่งศตวรรษแล้ว ต้องมีเรื่องที่ผมไม่ได้ตั้งใจแต่ไม่สมควรทำกับพ่อแม่บ้าง ขออโหสิเสียตอนนี้ ดีกว่ารอไปเรื่อยๆ นะครับ พ่อแม่ก็อโหสิให้ (และปลื้มมากกกกก)</p>
<p>เรื่องที่สาม คือผมขออนุญาตบวชไว้ล่วงหน้าครับ ตอนนี้ยังมีหน้าที่อยู่จึงยังไม่บวช แต่ว่าการบวชต้องได้รับอนุญาตจากพ่อแม่ก่อน จึงขออนุญาตไว้ก่อนเลย พ่อแม่อนุญาตและอนุโมทนาด้วย ก็ยังไม่รู้เหมือนกันนะครับ แม่คิดว่าจะบวชพรรษาเดียวแต่ผมยังไม่แน่ใจ เอาไว้หมดภาระค่อยตัดสินใจก็ได้&#8230; ได้ไอเดียจากแม่ที่ดักคอไว้ จึงขออนุญาตพ่อแม่แต่งงานล่วงหน้าไว้ก่อนเหมือนกัน ได้รับคำอนุญาตแล้ว แต่เมื่อจะแต่ง/ถ้าจะแต่ง ยังไงก็ต้องขออีกทีล่ะครับ</p>
<p>พ่อแม่อายุมากแล้ว ถ้าผมบวชหรือแต่งงาน คงเหวอเหมือนกัน น้องๆ ก็แต่งงานมีครอบครัวกันหมดแล้ว ผมก็ดันมาอยู่ป่าเสียอีก แต่ก็นั่นแหละ ผมคิดว่ามีโอกาสสูงที่เศรษฐกิจและระบบเงินตราจะล่ม ครอบครัวต้องมีทางรอดถ้าหากเตรียมการไว้ดีพอ ถ้าผมผิดจะเป็นเรื่องที่ดีมาก เพราะว่าถ้าเกิดประเมินถูกขึ้นมา จะเดือดร้อนกันทุกหย่อมหญ้า ซึ่งคนที่ไม่เตรียมตัวจะไม่มีทางไป เศรษฐกิจล่มจะหนักกว่าอาการโลกแตกที่บรรดาศาสดาพยากรณ์ทำนายกันไว้อีก ในภาวะแบบนั้นน้ำมันจะไม่มี โลจิสติกส์หยุด ไฟฟ้า+ประปาจะไม่มี แล้วคนในเมืองจะรอดได้อย่างไร ถ้าดูแลพ่อแม่ไม่ได้ ก็ไม่ต้องเพ้อเจ้อคิดไปดูแลใคร</p>
<p>อยู่สวนป่า มีปัจจัย ๔ + ความมั่นคงสามแนวทาง (อาหาร น้ำ พลังงาน) อยู่ได้ครับ แต่มันต้องเตรียมตัวล่วงหน้า เพราะเรื่องพวกนี้จะมี capacity จำกัด ไม่ใช่ว่ามีเงินแล้วจะเนรมิตขึ้นมาได้ เมื่อเกิดวิกฤติแล้ว จะเพิ่ม capacity ได้ยากมาก&#8230; อาจจะเพิ่มไม่ได้เลย หมายความว่าดูแลคนเพิ่มไม่ได้&#8230; สิ่งที่ทำที่สวนป่า ให้เป็นวิทยาทานทั้งหมด ต้องเอาไปทำเอง ถ้าไม่ทำก็ไม่รู้จะทำอย่างไรครับ</p>
<p>ตอนนี้เรื่องพลังงานยังทำไม่เสร็จ แต่เมื่อเสร็จแล้ว ต่อให้ไม่มีไฟฟ้า กฟภ.ก็ยังมีน้ำบาดาลใช้ครับ ไฟฟ้าที่สร้างขึ้นมาได้ ใช้สูบน้ำบาดาลก่อนใช้อย่างอื่น</p>
<p>ซึ่งถ้าผมประเมินผิด รับรองได้อย่างว่าไม่มีใครเดือดร้อนครับ รวมทั้งตัวผมเองด้วย ดังนั้นเมื่อทำแล้วมีแต่ upside ก็ทำไปเลย</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/wash/archives/2997/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>กลับบ้านในเมืองช่วงสั้น เสร็จงานแล้วกลับบ้านที่สวนป่า</title>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/2985</link>
		<comments>http://lanpanya.com/wash/archives/2985#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 10 Jan 2013 16:44:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Logos</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ประสบการณ์ชีวิต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/wash/?p=2985</guid>
		<description><![CDATA[คงไม่มีใครแม้แต่ตัวผมเองจะนึกว่าคนที่สุขสบายมาตลอดชีวิต จะไปอยู่ในป่าคนเดียวได้ ทำงานบ้าน ทำอาหารเองหมด แต่มันก็เป็นไปแล้ว ต่างกับการไปเรียนไกลๆ โดยอยู่หอในแง่ที่ว่าสวนป่าเป็นที่สัปปายะ อยู่ได้อย่างสงบ ไม่ต้องใช้เงิน ไม่พึ่งบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ทำงานโดยใช้เน็ต ไม่ต้องเดินทาง ไม่ต้องเติมน้ำมัน ไม่ต้องฝ่ารถติด&#8230; ความคิดกับความเป็นจริง บางทีก็เป็นคนละเรื่องเลย
คราวนี้นอกจากกลับมาเยี่ยมพ่อแม่แล้ว ก็ยังมาบรรยายในงานสัมนาของสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์​ (องค์การมหาชน) ซึ่งสนับสนุนมูลนิธิให้ได้ขยายเครือข่ายความร่วมมือในเรื่องข้อมูลภัยพิบัติออกไปอีก
งานวันนี้ รมต.กระทรวงไอซีทีมาเปิดงาน โดยมีปลัดกระทรวงไอซีทีกล่าวรายงาน ได้ทราบว่าท่านปลัดเห็นความสำคัญของมาตรฐานของข้อมูลและพร้อมจะช่วยผลักดันเป็นเรื่องเป็นราวด้วย หลังจากทำเรื่องนี้มากว่าหกปี วงของผู้ที่เข้าใจในความสำคัญก็กว้างขึ้นมากแล้ว

       
ลุงเอกในฐานะของประธานมูลนิธิ เไปร่วมพิธีด้วยเนื่องจากใช้สถานที่ใกล้กับออฟฟิศของลุงเอก และได้เขียนบรรยายเกี่ยวกับงานไว้นิดหน่อยบนเฟสบุ๊ค
ผมน่ะเรื้อเวทีไปนาน ชอบนั่งคุยกันมากกว่าบรรยายบนเวทีครับ การบรรยายบนเวทีขาดปฏิสัมพันธ์ ผู้ฟังไม่ค่อยกล้าถาม ทำให้จำกัดการเรียนรู้ แต่ถ้านั่งคุยโสเหล่กันจะสนุกกว่า อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนผู้ฟังจะชอบที่พูดเหมือนกัน ท่านรองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา สมชาย ใบม่วง ซึ่งบรรยายใน session ถัดมาบอกว่าตั้งประเด็นไว้ดีมาก ท่านชอบ และจะผลักดันเรื่องนี้อย่างจริงจัง
ผมชี้ให้เห็นข้อจำกัดของระบบราชการ ไม่ใช่ว่าราชการทำอะไรก็ล่าช้าไม่ถูกใจ บางเรื่องที่ควรจะทำก็ไม่ได้ทำ แต่โดยข้อเท็จจริงแล้ว ระบบราชการมีข้อจำกัดเยอะเหมือนกัน โดยกฏระเบียบและกฏหมาย นอกจากนี้ยังชี้ประเด็นความสำคัญของของภาคประชาชน งบประมาณแผ่นดินของทุกหน่วยงาน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>คงไม่มีใครแม้แต่ตัวผมเองจะนึกว่าคนที่สุขสบายมาตลอดชีวิต จะไปอยู่ในป่าคนเดียวได้ ทำงานบ้าน ทำอาหารเองหมด แต่มันก็เป็นไปแล้ว ต่างกับการไปเรียนไกลๆ โดยอยู่หอในแง่ที่ว่าสวนป่าเป็นที่สัปปายะ อยู่ได้อย่างสงบ ไม่ต้องใช้เงิน ไม่พึ่งบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ทำงานโดยใช้เน็ต ไม่ต้องเดินทาง ไม่ต้องเติมน้ำมัน ไม่ต้องฝ่ารถติด&#8230; ความคิดกับความเป็นจริง บางทีก็เป็นคนละเรื่องเลย</p>
<p>คราวนี้นอกจากกลับมาเยี่ยมพ่อแม่แล้ว ก็ยังมาบรรยายในงานสัมนาของสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์​ (องค์การมหาชน) ซึ่งสนับสนุนมูลนิธิให้ได้ขยายเครือข่ายความร่วมมือในเรื่องข้อมูลภัยพิบัติออกไปอีก</p>
<p>งานวันนี้ รมต.กระทรวงไอซีทีมาเปิดงาน โดยมีปลัดกระทรวงไอซีทีกล่าวรายงาน ได้ทราบว่าท่านปลัดเห็นความสำคัญของมาตรฐานของข้อมูลและพร้อมจะช่วยผลักดันเป็นเรื่องเป็นราวด้วย หลังจากทำเรื่องนี้มากว่าหกปี วงของผู้ที่เข้าใจในความสำคัญก็กว้างขึ้นมากแล้ว</p>
<p><span id="more-2985"></span></p>
<p><a href="http://lanpanya.com/wash/files/2013/01/20130110_085017.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-2989" title="20130110_085017" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/01/20130110_085017-180x300.jpg" alt="" width="180" height="300" /></a> <a href="http://lanpanya.com/wash/files/2013/01/20130110_091729.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-2990" title="20130110_091729" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/01/20130110_091729-300x180.jpg" alt="" width="300" height="180" /></a> <a href="http://lanpanya.com/wash/files/2013/01/20130110_093400.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-2991" title="20130110_093400" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/01/20130110_093400-300x180.jpg" alt="" width="300" height="180" /></a> <a href="http://lanpanya.com/wash/files/2013/01/20130110_093455.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-2992" title="20130110_093455" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/01/20130110_093455-300x180.jpg" alt="" width="300" height="180" /></a> <a href="http://lanpanya.com/wash/files/2013/01/20130110_093759.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-2993" title="20130110_093759" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/01/20130110_093759-300x180.jpg" alt="" width="300" height="180" /></a> <a href="http://lanpanya.com/wash/files/2013/01/20130110_094235.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-2994" title="20130110_094235" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/01/20130110_094235-300x180.jpg" alt="" width="300" height="180" /></a> <a href="http://lanpanya.com/wash/files/2013/01/20130110_094950.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-2995" title="20130110_094950" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/01/20130110_094950-300x180.jpg" alt="" width="300" height="180" /></a> <a href="http://lanpanya.com/wash/files/2013/01/20130110_095504.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-2996" title="20130110_095504" src="http://lanpanya.com/wash/files/2013/01/20130110_095504-300x180.jpg" alt="" width="300" height="180" /></a></p>
<p>ลุงเอกในฐานะของประธานมูลนิธิ เไปร่วมพิธีด้วยเนื่องจากใช้สถานที่ใกล้กับออฟฟิศของลุงเอก และได้<a href="https://www.facebook.com/ekkachai.srivilas/posts/10151318039684361" target="_blank">เขียนบรรยายเกี่ยวกับงาน</a>ไว้นิดหน่อยบนเฟสบุ๊ค</p>
<p>ผมน่ะเรื้อเวทีไปนาน ชอบนั่งคุยกันมากกว่าบรรยายบนเวทีครับ การบรรยายบนเวทีขาดปฏิสัมพันธ์ ผู้ฟังไม่ค่อยกล้าถาม ทำให้จำกัดการเรียนรู้ แต่ถ้านั่งคุยโสเหล่กันจะสนุกกว่า อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนผู้ฟังจะชอบที่พูดเหมือนกัน ท่านรองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา สมชาย ใบม่วง ซึ่งบรรยายใน session ถัดมาบอกว่าตั้งประเด็นไว้ดีมาก ท่านชอบ และจะผลักดันเรื่องนี้อย่างจริงจัง</p>
<p>ผมชี้ให้เห็นข้อจำกัดของระบบราชการ ไม่ใช่ว่าราชการทำอะไรก็ล่าช้าไม่ถูกใจ บางเรื่องที่ควรจะทำก็ไม่ได้ทำ แต่โดยข้อเท็จจริงแล้ว ระบบราชการมีข้อจำกัดเยอะเหมือนกัน โดยกฏระเบียบและกฏหมาย นอกจากนี้ยังชี้ประเด็นความสำคัญของของภาคประชาชน งบประมาณแผ่นดินของทุกหน่วยงาน คิดเป็นเพียง 10% ของ GDP ประเทศเท่านั้น เราไม่สามารถพัฒนาประเทศโดยพึ่งพาเพียงงบประมาณแผ่นดินเท่านั้น แยกแยะอาสาสมัครจริงๆ กับอาสาสมัครที่หวังผลแอบแฝง ผู้รู้จริงกับผู้ที่คล้ายๆ จะรู้ เรื่องหลังนี้มีวิทยากรบ่นเหมือนกันว่าสร้างความสับสนอลหม่านมาก (ผมว่าน่าจะโทษคนฟังที่ฉาบฉวยไม่รู้จักแยกแยะมากกว่า)</p>
<p>อ.วรภัทร์ว่าไว้ &#8220;<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/life-style/lifestyle/20130101/483801/%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B9%8C-%E0%B8%A0%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%8D-%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%95%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87-%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%94.html" target="_blank">จุดตะเกียง ดีกว่าด่าความมืด</a>&#8221; ไม่มีประโยชน์ที่จะไปพูดถึงปัญหาหากว่าเราไม่หาทางออกแล้วทำอย่างนั้นจริงๆ</p>
<p>ก่อนงานนึกว่าผู้เข้าฟังเป็นภาคีของโอเพ่นแคร์แล้ว จึงไม่พูดรายละเอียดทางเทคนิคแต่นำผู้ฟังย้อนกลับมามองสิ่งที่เราทำกันอยู่ แม้ทำเต็มที่ภายใต้ข้อจำกัดแล้ว ก็ยังปรับปรุงได้อีก ถ้าเพียงแต่ร่วมมือกัน ส่งต่องานกันอย่างมืออาชีพ หลังจากงานจึงได้ทราบว่ามีอีกหลายหน่วยงานจะดำเนินการสมัครเป็นภาคีเพิ่มอีก</p>
<p>หลังจากงานมีรายการทีวีภาษาอังกฤษมาขอสัมภาษณ์ สัมภาษณ์เสร็จจึงกลับมานอน พรุ่งนี้คนขับรถไม่ว่าง จึงกลับสวนป่าไม่ได้ ต้องอยู่ในเมืองอีกวันหนึ่ง แต่วันถัดไปก็จะให้คนขับรถไปส่งที่สวนป่าในวันเด็กเลยครับ แม่ทำกับข้าวโปรดไว้ให้เต็มไปหมด ให้ขนไปสวนป่าด้วย</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/wash/archives/2985/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>โลกร้อน น้ำแข็งละลาย น้ำท่วมโลก</title>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/2984</link>
		<comments>http://lanpanya.com/wash/archives/2984#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 15 Dec 2012 04:00:17 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Logos</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ธรรมชาติ สัตว์ ต้นไม้ สิ่งแวดล้อม]]></category>

		<category><![CDATA[สังคม ชุมชน ครอบครัว]]></category>

		<category><![CDATA[อาหาร ท่องเที่ยว กีฬา นันทนาการ]]></category>

		<category><![CDATA[เกษตรกรรม อุตสาหกรรม พาณิชยกรรม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/wash/?p=2984</guid>
		<description><![CDATA[น้ำแข็งขั้วโลกเหนือละลาย ไม่ได้ทำให้น้ำทะเลสูงขึ้น ก้อนน้ำแข็งที่ลอยอยู่ในน้ำทะเลด้วยตัวของมันเองเช่นที่ขั้วโลกเหนือ เมื่อละลายแล้วจะไปแทนที่ปริมาตรก้อนน้ำแข็งส่วนที่เคยจมอยู่; ส่วนน้ำแข็งที่ขั้วโลกใต้นั้น หากละลาย ระดับน้ำทะเลจะสูงขึ้นเพราะขั้วโลกใต้เป็นแผ่นดินที่มีน้ำแข็งปกคลุม เมื่อน้ำแข็งที่ขั้วโลกใต้ละลาย ปริมาตรน้ำในมหาสมุทรจะสูงขึ้น
จากดาวเทียมสำรวจโลก พบว่าน้ำแข็งที่ขั้วโลกเหนือละลายไปเยอะแล้ว แต่ที่ขั้วโลกใต้กลับมีน้ำแข็งเพิ่มขึ้น
ซึ่งเรื่องของน้ำแข็งมีความสำคัญในแง่ที่ว่า น้ำแข็งเป็นสีขาวสามารถสะท้อนแสงอาทิตย์ออกไปนอกอวกาศได้ดีกว่าผืนน้ำหรือผืนดิน หากน้ำแข็งละลายมาก โลกจะสะท้อนพลังงานจากดวงอาทิตย์ออกไปในอวกาศได้น้อยลง ทำให้พลังงานจากดวงอาทิตย์กลายเป็นความร้อนสะสมอบอวลอยู่ในบรรยากาศ และทำให้โลกร้อนมากขึ้น

วิธีดูดซับพลังงานจากดวงอาทิตย์ที่ดีที่สุด คือ

ปลูกต้นไม้ ให้การสังเคราะห์แสงเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์เป็นพลังงานเคมี
ปลูกต้นไม้ ต้นเล็กต้นน้อยก็ปลูกไป ปลูกคลุมดินไว้ วัชพืชก็ไม่ต้องถาง ไม่ต้องมีเหตุผลเยอะนัก
ปลูกต้นไม้ ปลูกไปเลย ไม่ต้องต้องไปประคบประหงมหรือเฝ้าดูมันโต เลือกต้นไม้ที่มีใบเยอะๆ
ปลูกต้นไม้ ต้นไม้มีความสูงหลายระดับ ไม้ใหญ่ ไม้กลาง ไม้พุ่ม ไม้คลุมดิน ไม้หัว ไม้เถา ฯลฯ ปลูกให้หมดครับ ไม่มีที่ดิน ปลูกในกระถางได้ อยู่คอนโดห้องแถวบ้านเล็ก ปลูกในแนวตั้งได้ &#8212; ที่สวนป่า มีป่า โดยทั่วไปอากาศเย็นกว่าในเมือง 2-3°C 
อย่าเผาในที่โล่ง การเผาในที่โล่ง นอกจากจะสร้างก๊าซเรือนกระจกแล้ว ยังเป็นการปลดปล่อยพันธะทางเคมี ซึ่งคายพลังงานออกมาทำให้โลกร้อนมากขึ้นอีก
ใช้พลังงาน solar thermal ไหนๆ ดวงอาทิตย์จัดให้อยู่แล้ว ไม่เอาก็ไม่ได้ ดังนั้นก็เอามาเปลี่ยนเป็นพลังงานที่นำไปใช้ได้ซะเลย

Geoengineering May [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>น้ำแข็งขั้วโลกเหนือละลาย ไม่ได้ทำให้น้ำทะเลสูงขึ้น ก้อนน้ำแข็งที่ลอยอยู่ในน้ำทะเลด้วยตัวของมันเองเช่นที่ขั้วโลกเหนือ เมื่อละลายแล้วจะไปแทนที่ปริมาตรก้อนน้ำแข็งส่วนที่เคยจมอยู่; ส่วนน้ำแข็งที่ขั้วโลกใต้นั้น หากละลาย ระดับน้ำทะเลจะสูงขึ้นเพราะขั้วโลกใต้เป็นแผ่นดินที่มีน้ำแข็งปกคลุม เมื่อน้ำแข็งที่ขั้วโลกใต้ละลาย ปริมาตรน้ำในมหาสมุทรจะสูงขึ้น</p>
<p>จากดาวเทียมสำรวจโลก พบว่าน้ำแข็งที่ขั้วโลกเหนือละลายไปเยอะแล้ว แต่ที่ขั้วโลกใต้กลับมีน้ำแข็งเพิ่มขึ้น</p>
<p>ซึ่งเรื่องของน้ำแข็งมีความสำคัญในแง่ที่ว่า น้ำแข็งเป็นสีขาวสามารถสะท้อนแสงอาทิตย์ออกไปนอกอวกาศได้ดีกว่าผืนน้ำหรือผืนดิน หากน้ำแข็งละลายมาก โลกจะสะท้อนพลังงานจากดวงอาทิตย์ออกไปในอวกาศได้น้อยลง ทำให้พลังงานจากดวงอาทิตย์กลายเป็นความร้อนสะสมอบอวลอยู่ในบรรยากาศ และทำให้โลกร้อนมากขึ้น</p>
<p><span id="more-2984"></span></p>
<p><img style="float: right;" src="http://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/a/ac/Iceberg.jpg" alt="" width="25%" height="25%" />วิธีดูดซับพลังงานจากดวงอาทิตย์ที่ดีที่สุด คือ</p>
<ol>
<li>ปลูกต้นไม้ ให้การสังเคราะห์แสงเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์เป็นพลังงานเคมี</li>
<li>ปลูกต้นไม้ ต้นเล็กต้นน้อยก็ปลูกไป ปลูกคลุมดินไว้ วัชพืชก็ไม่ต้องถาง ไม่ต้องมีเหตุผลเยอะนัก</li>
<li>ปลูกต้นไม้ ปลูกไปเลย ไม่ต้องต้องไปประคบประหงมหรือเฝ้าดูมันโต เลือกต้นไม้ที่มีใบเยอะๆ</li>
<li>ปลูกต้นไม้ ต้นไม้มีความสูงหลายระดับ ไม้ใหญ่ ไม้กลาง ไม้พุ่ม ไม้คลุมดิน ไม้หัว ไม้เถา ฯลฯ ปลูกให้หมดครับ ไม่มีที่ดิน ปลูกในกระถางได้ อยู่คอนโดห้องแถวบ้านเล็ก ปลูกในแนวตั้งได้ &#8212; ที่สวนป่า มีป่า โดยทั่วไปอากาศเย็นกว่าในเมือง 2-3°C </li>
<li>อย่าเผาในที่โล่ง การเผาในที่โล่ง นอกจากจะสร้างก๊าซเรือนกระจกแล้ว ยังเป็นการปลดปล่อยพันธะทางเคมี ซึ่งคายพลังงานออกมาทำให้โลกร้อนมากขึ้นอีก</li>
<li>ใช้<a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Solar_thermal_energy" target="_blank">พลังงาน solar thermal</a> ไหนๆ ดวงอาทิตย์จัดให้อยู่แล้ว ไม่เอาก็ไม่ได้ ดังนั้นก็เอามาเปลี่ยนเป็นพลังงานที่นำไปใช้ได้ซะเลย</li>
</ol>
<p><a href="http://www.scientificamerican.com/article.cfm?id=geoengineering-last-chance-save-sea-ice" target="_blank">Geoengineering May Be Our Best Chance to Save Sea Ice</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/wash/archives/2984/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>จิตตก แต่ได้แง่พิจารณา</title>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/2983</link>
		<comments>http://lanpanya.com/wash/archives/2983#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 12 Dec 2012 12:35:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Logos</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ประสบการณ์ชีวิต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/wash/?p=2983</guid>
		<description><![CDATA[ผมรู้สึกว่าตัวเองเหมือนมีสิทธิพิเศษ สามารถเลือกงาน เลือกสภาวะแวดล้อม เลือกคบคน และอะไรต่อมิอะไรได้โดยไม่ต้องมีข้อจำกัดนัก
ผมมาสร้างบ้านที่สวนป่า ไม่ค่อยได้เจอผู้คนนัก ยกเว้นว่ามีผู้เข้ามาเยือนสวนป่าก็จะออกไปช่วยครูบาบรรยายในเรื่องที่ช่วยได้ บ้านผมเฟสแรกสร้างระหว่าง 25กค-3พย55 รวม 99 วัน ส่วนเฟส 2 ก็เริ่มสร้างในวันที่ 4ธค55 ช่วงนี้ต้องออกไปสั่งวัสดุก่อสร้างบ่อยหน่อย นอกจากเทคาน เทพื้นบ้านเฟส 2 แล้ว ก็ยังจะสร้างถังเก็บน้ำสำรองเพิ่มขึ้นอีกด้วย
วันนี้ ออกไปสั่งหิน 10 คิว ทราย 10 คิว ที่ร้านประจำ มันก็ไม่น่าจะมีอะไร&#8230; แต่มีครับ!
ที่ร้านประจำ มีคนของ สส. ใส่เสื้อของ สส. รู้จักกับเจ๊ดี ไปเอาวัสดุก่อสร้าง ไม่จ่ายเงินด้วย เจ๊ก็เขียนใบเบิกให้ ประทับตราร้าน ให้ไปเบิกเอาจากคลังสินค้าของร้าน หลังจากได้ใบเบิกแล้ว คนของ สส. ก็ขอ &#8220;ใบงาน&#8221; (ใบเสร็จ) อีก&#8230; ผมรู้สึกกระอักกระอ่วนทันที นอกจากเขาไม่จ่ายเงินแล้ว ยังจะเอาใบเสร็จไปเบิกอีกหรือ แล้วทางร้านเมื่อออกใบเสร็จก็ต้องเสียภาษีด้วย (ที่จริงถึงให้ฟรีก็ต้องเอา &#8220;รายได้&#8221; ไปคำนวณภาษี) [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ผมรู้สึกว่าตัวเองเหมือนมีสิทธิพิเศษ สามารถเลือกงาน เลือกสภาวะแวดล้อม เลือกคบคน และอะไรต่อมิอะไรได้โดยไม่ต้องมีข้อจำกัดนัก</p>
<p>ผมมาสร้างบ้านที่สวนป่า ไม่ค่อยได้เจอผู้คนนัก ยกเว้นว่ามีผู้เข้ามาเยือนสวนป่าก็จะออกไปช่วยครูบาบรรยายในเรื่องที่ช่วยได้ บ้านผมเฟสแรกสร้างระหว่าง 25กค-3พย55 รวม 99 วัน ส่วนเฟส 2 ก็เริ่มสร้างในวันที่ 4ธค55 ช่วงนี้ต้องออกไปสั่งวัสดุก่อสร้างบ่อยหน่อย นอกจากเทคาน เทพื้นบ้านเฟส 2 แล้ว ก็ยังจะสร้างถังเก็บน้ำสำรองเพิ่มขึ้นอีกด้วย</p>
<p>วันนี้ ออกไปสั่งหิน 10 คิว ทราย 10 คิว ที่ร้านประจำ มันก็ไม่น่าจะมีอะไร&#8230; แต่มีครับ!</p>
<p>ที่ร้านประจำ มีคนของ สส. ใส่เสื้อของ สส. รู้จักกับเจ๊ดี ไปเอาวัสดุก่อสร้าง ไม่จ่ายเงินด้วย เจ๊ก็เขียนใบเบิกให้ ประทับตราร้าน ให้ไปเบิกเอาจากคลังสินค้าของร้าน หลังจากได้ใบเบิกแล้ว คนของ สส. ก็ขอ &#8220;ใบงาน&#8221; (ใบเสร็จ) อีก&#8230; ผมรู้สึกกระอักกระอ่วนทันที นอกจากเขาไม่จ่ายเงินแล้ว ยังจะเอาใบเสร็จไปเบิกอีกหรือ แล้วทางร้านเมื่อออกใบเสร็จก็ต้องเสียภาษีด้วย (ที่จริงถึงให้ฟรีก็ต้องเอา &#8220;รายได้&#8221; ไปคำนวณภาษี) ผมรู้ว่าเฮียร้านนี้ อยู่แก๊งค์มอเตอร์ไซค์เดียวกับ &#8220;นายใหญ่&#8221; เจ้าของทีมฟุตบอล ขนาดสนิทกันอย่างนี้ ยังทำกันได้ ถามเรื่องราวจากเจ๊ แกก็ยิ้มโดยไม่พูดอะไร</p>
<p><span id="more-2983"></span></p>
<p>สส. คนนี้ เป็นคนเดียวกับที่มาขึ้นป้ายแสดงความยินดีกับชาวบ้านที่ได้รับงบประมาณมาซ่อมพื้นผิวการจราจร ปีที่แล้วได้มา 6.93 ล้านบาทสำหรับซ่อมถนนที่เสีย 1.4 กม&#8230; แต่ถนนซ่อมไปจริง 100 เมตร แล้วซ่อมตรงที่ถนนไม่เสียซะด้วย ปีนี้เอาใหม่ ขึ้นป้ายแสดงความยินดีอีกแล้วที่ได้รับงบประมาณมา 5 ล้านบาท เพื่อซ่อมถนนทั้ง 5 กม. ป้ายก็ติดจนจะเปื่อยอยู่แล้ว แต่ถนนก็ยังไม่ซ่อมจนข้ามปีงบประมาณไปแล้ว</p>
<p>อารมณ์ขุ่นมัวอยู่สิบนาที ไม่หาย มาอยู่ป่ายังเจอเรื่องทุเรศอีก เลยตัดสินใจขับรถเข้าตัวจังหวัดไปช็อบปิ้ง พอขับรถซึ่งคิดเรื่องอื่นไม่ได้ อารมณ์ไม่ดีก็หายไป</p>
<p>ซื้อน้ำมันพืช ซื้อซอสปรุงรส ซื้อโต๊ะสองตัว ซื้อ Micro SDcard ที่ใหญ่ขึ้นสำหรับมือถือ ซื้อพัดลมระบายความร้อนเล็กๆ สำหรับโน๊ตบุ๊ค ซื้อเส้นมาทำ<a href="https://www.google.com/search?q=%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B9%82%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%87&amp;hl=en&amp;tbo=u&amp;tbm=isch&amp;source=univ&amp;sa=X&amp;ei=-XLIUMqtGc7_rAfgm4DQCQ&amp;sqi=2&amp;ved=0CDEQsAQ&amp;biw=1486&amp;bih=883" target="_blank">หมูโสร่ง</a> ซื้อแตงกวามาทำ<a href="https://www.google.com/search?q=%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B9%82%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%87&amp;hl=en&amp;tbo=u&amp;tbm=isch&amp;source=univ&amp;sa=X&amp;ei=-XLIUMqtGc7_rAfgm4DQCQ&amp;sqi=2&amp;ved=0CDEQsAQ&amp;biw=1486&amp;bih=883#hl=en&amp;tbo=d&amp;tbm=isch&amp;sa=1&amp;q=%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%94&amp;oq=%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%94&amp;gs_l=img.3..0.41408.42612.0.43306.5.5.0.0.0.0.229.782.1j3j1.5.0...0.0...1c.1.cRc8ZtLnDQg&amp;pbx=1&amp;bav=on.2,or.r_gc.r_pw.r_cp.r_qf.&amp;bvm=bv.1354675689,d.bmk&amp;fp=cc2625f52e26249&amp;bpcl=39650382&amp;biw=1486&amp;bih=883" target="_blank">อาจาด</a> แล้วที่ประหลาดและสะใจที่สุด คือซื้อเครื่องแกงสำหรับทำ<a href="https://www.google.com/search?q=%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B9%82%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%87&amp;hl=en&amp;tbo=u&amp;tbm=isch&amp;source=univ&amp;sa=X&amp;ei=-XLIUMqtGc7_rAfgm4DQCQ&amp;sqi=2&amp;ved=0CDEQsAQ&amp;biw=1486&amp;bih=883#hl=en&amp;tbo=d&amp;tbm=isch&amp;sa=1&amp;q=%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%81%E0%B9%88&amp;oq=%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%99&amp;gs_l=img.1.0.0l5.291.291.4.2526.1.1.0.0.0.0.218.218.2-1.1.0...0.0...1c.9J5pvotGOG4&amp;pbx=1&amp;bav=on.2,or.r_gc.r_pw.r_cp.r_qf.&amp;bvm=bv.1354675689,d.bmk&amp;fp=cc2625f52e26249&amp;bpcl=39650382&amp;biw=1486&amp;bih=883" target="_blank">มัสมั่น</a> พรุ่งนี้จะลองทำกินดูเว้ยเฮ้ย&#8230; สูตรของผมเอง ทำเองกินเอง ยังไงก็อร่อย</p>
<p>เสร็จจากในตัวจังหวัดก็กลับบ้าน ผ่านตลาดนัดวันพุธ ยังไม่ค่ำ เลยแวะกระจายรายได้ ซื้อกะละมัง ซื้อกระชอนพลาสติก จะเอามาเพาะถั่วงอกอย่างจริงจังแล้วครับ ซื้อท่อปูนมาแล้ว</p>
<p>กลับมาเรื่องคอรัปชั่นและรีดไถ ข้อเท็จจริงคือผมอนุมาณว่ามันมี <span style="color: #ff9900;"><span style="text-decoration: underline;">แต่ผมไม่รู้ว่ามันมีจริงหรือไม่</span></span> เขาอาจจะมีเครดิตกันอยู่ก็ได้ ผมสิต้องจ่ายเงินสด จ่ายจนเจ๊เกรงใจลดให้เรื่อยๆ คราวที่แล้วก็ถามว่าจะให้แถมอะไรไหม <span style="color: #ff99cc;">ในเมื่อไม่รู้ แล้วเอาอะไรไปตัดสินคนอื่นเขา</span> <span style="color: #99ccff;">แค่ &#8220;เป็นไปได้&#8221; ไม่ได้แปลว่ามันเป็น</span></p>
<p>แต่ที่แน่ๆ คืองบประมาณแผ่นดิน 6.93+5 ล้านบาท สำหรับสองปี ซ่อมถนน ทช.บร.5127 ได้ร้อยเมตร และยังมีถนนเสียอยู่อีก 1.5 กม. เรื่องนี้ไม่ต่ำกว่าสองปีแล้ว</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/wash/archives/2983/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>อะไรเป็นแก่นสารในพระพุทธศาสนา</title>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/2981</link>
		<comments>http://lanpanya.com/wash/archives/2981#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 27 Nov 2012 07:11:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Logos</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[การศึกษานอกระบบ การศึกษาตามอัธยาศัย]]></category>

		<category><![CDATA[ข้อคิดชีวิต ปรัชญา ศาสนา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/wash/?p=2981</guid>
		<description><![CDATA[จูฬสาโรปมสูตร ๑๒/๓๗๔
พระไตรปิฎกฉบับประชาชน
๑. อะไรเป็นแก่นสารในพระพุทธศาสนา
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับ ณ เชตวนาราม ใกล้กรุงสาวัตถี มีพราหมณ์ผู้หนึ่งชื่อ ปิงคลโกจฉะ  เข้าไปเฝ้า เมื่อได้กล่าวทักทายปราศรัยพอสมควรแล้ว พราหมณ์นั้น จึงกราบทูลว่า
&#8220;พระโคดมผู้เจริญ  สมณพราหมณ์ที่เป็นเจ้าหมู่เจ้าคณะเป็นคณาจารย์ มีคนรู้จักมาก  มีเกียรติยศเป็นเจ้าลัทธิ อันชนหมู่มากเข้าใจกันว่าเป็นคนดี เช่น ปูรณะ กัสสป, มักขละ โคสาล, อชิตะ  เกสกัมพล, ปกุธะ กัจจายนะ, สัญชัย เวลัฏฐบุตร, และ นิครนถนาฏบุตร๑ สมณพราหมณ์ทั้งหมดนั้น รู้แจ้งเห็นจริงตามปฏิญญาของตน หรือว่าไม่รู้แจ้งเห็นจริงเลย หรือบางพวกรู้ บางพวกไม่รู้&#8221;
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า &#8220;อย่าเลย พราหมณ์  ข้อที่สมณพราหมณ์ทั้งหมดนั้น รู้แจ้งเห็นจริงตามปฏิญญาของตน  หรือไม่รู้แจ้งเห็นจริงเลยเป็นต้นนั้น ขอจงยกไว้ เราจักแสดงธรรมแก่ท่าน ท่านจงตั้งใจฟังให้ดีเถิด&#8221;

เมื่อพราหมณ์ทูลรับคำแล้ว พระผู้มีพระภาคจึงตรัสว่า &#8220;ดูก่อนพราหมณ์  มีข้ออุปมาว่า บุรุษผู้ต้องการแก่นไม้ แสวงหาแก่นไม้ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.84000.org/tipitaka/pitaka_item/sutta_name.php?name=%A8%D9%CC%CA%D2%E2%C3%BB%C1%CA%D9%B5%C3&amp;book=9&amp;bookZ=33" target="_blank">จูฬสาโรปมสูตร</a> ๑๒/๓๗๔</p>
<p>พระไตรปิฎกฉบับประชาชน</p>
<p>๑. อะไรเป็นแก่นสารในพระพุทธศาสนา</p>
<p>สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับ ณ เชตวนาราม ใกล้กรุงสาวัตถี มีพราหมณ์ผู้หนึ่งชื่อ ปิงคลโกจฉะ  เข้าไปเฝ้า เมื่อได้กล่าวทักทายปราศรัยพอสมควรแล้ว พราหมณ์นั้น จึงกราบทูลว่า</p>
<p>&#8220;พระโคดมผู้เจริญ  สมณพราหมณ์ที่เป็นเจ้าหมู่เจ้าคณะเป็นคณาจารย์ มีคนรู้จักมาก  มีเกียรติยศเป็นเจ้าลัทธิ อันชนหมู่มากเข้าใจกันว่าเป็นคนดี เช่น ปูรณะ กัสสป, มักขละ โคสาล, อชิตะ  เกสกัมพล, ปกุธะ กัจจายนะ, สัญชัย เวลัฏฐบุตร, และ นิครนถนาฏบุตร<span style="color: #ffff00;"><sup><span>๑</span></sup></span> สมณพราหมณ์ทั้งหมดนั้น รู้แจ้งเห็นจริงตามปฏิญญาของตน หรือว่าไม่รู้แจ้งเห็นจริงเลย หรือบางพวกรู้ บางพวกไม่รู้&#8221;</p>
<p>พระผู้มีพระภาคตรัสว่า &#8220;อย่าเลย พราหมณ์  ข้อที่สมณพราหมณ์ทั้งหมดนั้น รู้แจ้งเห็นจริงตามปฏิญญาของตน  หรือไม่รู้แจ้งเห็นจริงเลยเป็นต้นนั้น ขอจงยกไว้ เราจักแสดงธรรมแก่ท่าน ท่านจงตั้งใจฟังให้ดีเถิด&#8221;</p>
<p><span id="more-2981"></span></p>
<p>เมื่อพราหมณ์ทูลรับคำแล้ว พระผู้มีพระภาคจึงตรัสว่า &#8220;ดูก่อนพราหมณ์  มีข้ออุปมาว่า บุรุษผู้ต้องการแก่นไม้ แสวงหาแก่นไม้  เที่ยวเสาะหาแก่นไม้อยู่ เมื่อมีต้นไม้ใหญ่มีแก่นยืนต้นอยู่ ละเลยแก่น, กะพี้, เปลือก,  และสะเก็ดไม้เสีย ตัดเอากิ่งและใบไม้ไปด้วยสำคัญว่าเป็นแก่น  คนที่รู้เรื่องดีเห็นเข้า ก็จะพึงกล่าวว่า บุรุษผู้เจริญนี้ ไม่รู้จักแก่น ไม่รู้จักกะพี้, เปลือก, สะเก็ด, กิ่งและใบไม้  เมื่อต้องการแก่นไม้ จึงละเลยแก่นเป็นต้น  ตัดเอาแต่กิ่งและใบไม้ไปด้วยสำคัญว่าเป็นแก่น  ทั้งจะไม่ได้รับประโยชน์จากกิ่งและใบไม้นั้นด้วย&#8221;</p>
<p>&#8220;มีอุปมาอื่นอีก บุรุษต้องการแก่นไม้  แต่ถากสะเก็ดไม้ไป ด้วยสำคัญว่าเป็นแก่น  หรือถากเปลือกไปด้วยสำคัญว่าเป็นแก่น หรือถากกะพี้ไม้ไป ด้วยสำคัญว่าเป็นแก่น ก็จะพึงถูกหาว่า  ไม่รู้จักแก่นไม้เป็นต้น  และไม่ได้รับประโยชน์จากสิ่งที่ถากไปนั้นเช่นเดียวกัน&#8221;</p>
<p>&#8220;อีกอุปมาหนึ่ง บุรุษต้องการแก่นไม้  ก็ตัดเอาแต่แก่นไป ด้วยรู้จักแก่นไม้  คนที่รู้เรื่องดีเห็นเข้าก็จะพึงกล่าวว่า บุรุษผู้เจริญนี้ รู้จักแก่น กะพี้ เปลือก สะเก็ด กิ่งและใบไม้  ต้องการแก่นไม้ก็ตัดเอาแต่แก่นไป ด้วยรู้จักแก่นไม้  ทั้งจะได้รับประโยชน์จากแก่นไม้นั้นด้วย&#8221;</p>
<p>&#8220;ดูก่อนพราหมณ์ ข้ออุปไมยก็ฉันเดียวกันนั่นแหละ คือกุลบุตรบางคนในศาสนานี้ มีศรัทธาออกบวชไม่ครองเรือน  ด้วยคิดว่า เราเป็นผู้อันความเกิด ความแก่ ความตาย ความโศก ความคร่ำครวญ ความไม่สบายกาย ไม่สบายใจ และความคับแค้นใจ เข้าถึง<span style="color: #ffff00;"><sup><span>๒</span></sup></span>ตัวแล้ว อันความทุกข์เข้าถึงตัวแล้ว มีความทุกข์เป็นที่ไปในเบื้องหน้า ไฉนหนอการทำที่สุดแห่งทุกข์<span style="color: #ffff00;"><sup><span>๓</span></sup></span> ทั้งหมดนี้จะปรากฏ ผู้นั้นออกบวชแล้ว ลาภสักการะและชื่อเสียงเกิดขึ้น  ก็อิ่มใจ เต็มความปรารถนาด้วยลาภสักการะและชื่อเสียงนั้น ยกตนเอง ข่มผู้อื่น เพราะลาภสักการะและชื่อเสียงนั้น ว่าเราเป็นผู้มีลาภ  สักการะ ชื่อเสียง ส่วนภิกษุอื่น ๆ  เหล่านั้นไม่มีใครรู้จักเป็นผู้มีศักดาน้อย คุณธรรมอื่น ๆ ที่ยิ่งกว่า  ประณีตกว่าลาภ สักการะ และชื่อเสียง ก็ไม่ปลูกความพอใจ ไม่พยายามเพื่อทำให้แจ้งซึ่งคุณธรรมนั้น ๆ  เป็นผู้มีความประพฤติย่อหย่อนหละหลวม&#8221;</p>
<p>&#8220;ดูก่อนพราหมณ์ เรากล่าวบุคคลนี้ ว่าเปรียบเหมือน  ผู้ต้องการแก่นไม้ แต่ละเลยแก่น, กะพี้, เปลือก, และสะเก็ดเสีย  ตัดเอากิ่งและใบไป ด้วยสำคัญว่าเป็นแก่นฉะนั้น&#8221;</p>
<p>&#8220;อนึ่ง บุคคลบางคนออกบวช  มีลาภสักการะชื่อเสียงเกิดขึ้น แต่ก็ไม่อิ่มใจ ไม่เต็มปรารถนาด้วย  ลาภสักการะชื่อเสียงนั้น ไม่ยกตน ไม่ข่มผู้อื่นเพราะสิ่งนั้น  ทั้งยังปลูกความพอใจ พยายามเพื่อทำให้แจ้งซึ่งคุณธรรมที่ยิ่งกว่า  ประณีตกว่าลาภสักการะชื่อเสียงนั้น ไม่มีความประพฤติย่อหย่อนหละหลวม  ผู้นั้นได้ความสมบูรณ์ด้วยศีล ก็อิ่มใจ เต็มปรารถนาด้วยสีลสัมปทา  (ความสมบูรณ์ด้วยศีล) นั้น ยกตนเอง ข่มผู้อื่นเพราะสีลสัมปทานั้นว่า เราเป็นผู้มีศีล มีกัลยาณธรรม ส่วนภิกษุอื่น ๆ เหล่านี้ เป็นผู้ทุศีล  มีธรรมอันเลว คุณธรรมอื่น ๆ ที่ยิ่งกว่า ประณีตกว่าสีลสัมปทา  ก็ไม่ปลูกความพอใจ ไม่พยายามเพื่อทำให้แจ้งซึ่งคุณธรรมนั้น ๆ  เป็นผู้มีความประพฤติย่อหย่อนหละหลวม ดูก่อนพราหมณ์ เรากล่าวบุคคลนี้ ว่าเปรียบเหมือนผู้ต้องการแก่นไม้  แต่ละเลยแก่น กะพี้ และเปลือกเสีย ถากเอาสะเก็ดไป  ด้วยสำคัญว่าเป็นแก่นฉะนั้น&#8221;</p>
<p>&#8220;อนึ่ง บุคคลบางคนออกบวช  มีลาภสักการะชื่อเสียงเกิดขึ้น ก็ไม่อิ่มใจ  ไม่เต็มปรารถนาด้วยลาภสักการะชื่อเสียงนั้น ประพฤติสมบูรณ์ด้วยศีล ก็อิ่มใจ  แต่ยังไม่เต็มปรารถนาด้วยสีลสัมปทา (ความสมบูรณ์ด้วยศีล) นั้น ไม่ยกตน ไม่ข่มผู้อื่นเป็นต้นเพราะสีลสัมปทานั้น  คุณธรรมอื่น ๆ ที่ยิ่งกว่า ประณีตกว่าสีลสัมปทานั้น ก็ปลูกความพอใจ  พยายามเพื่อทำให้แจ้งซึ่งคุณธรรมนั้น ๆ ไม่มีความประพฤติย่อหย่อนหละหลวม ผู้นั้นได้ความสมบูรณ์ด้วยสมาธิ (ความตั้งมั่นหรือความสงบแห่งจิต) ก็อิ่มใจ  เต็มปรารถนาด้วยสมาธิสัมปทา (ความสมบูรณ์ด้วยสมาธิ) นั้น ยกตนเอง  ข่มผู้อื่นเพราะสมาธิสัมปทานั้นว่า เราเป็นผู้ตั้งมั่น  มีจิตมีอารมณ์เป็นหนึ่ง ส่วนภิกษุอื่น ๆ เหล่านี้ เป็นผู้ไม่ตั้งมั่น มีจิตหมุนไปผิดแล้ว คุณธรรมอื่น ๆ ที่ยิ่งกว่า  ประณีตกว่า สมาธิสัมปทานั้น ก็ไม่ปลูกความพอใจ  ไม่พยายามเพื่อทำให้แจ้งซึ่งคุณธรรมนั้น ๆ  เป็นผู้มีความประพฤติหย่อนหละหลวม ดูก่อนพราหมณ์ เรากล่าวบุคคลนี้ ว่าเปรียบเหมือนผู้ต้องการแก่นไม้ แต่ละเลยแก่นและกะพี้เสีย ถากเอาเปลือกไป  ด้วยสำคัญว่าเป็นแก่นฉะนั้น&#8221;</p>
<p>&#8220;อนึ่ง บุคคลบางคนออกบวช  มีลาภสักการะชื่อเสียงเกิดขึ้น ก็ไม่อิ่มใจ  ไม่เต็มปรารถนาด้วยลาภสักการะชื่อเสียงนั้น ได้ความสมบูรณ์ด้วยศีล ก็อิ่มใจ  แต่ไม่เต็มปรารถนาด้วยสีลสัมปทา (ความสมบูรณ์ด้วยศีล) นั้น ได้ความสมบูรณ์ด้วยสมาธิ ก็อิ่มใจ  แต่ไม่เต็มปรารถนาด้วยสมาธินั้น ไม่ยกตน ไม่ข่มผู้อื่นเพราะสมาธิสัมปทานั้น  คุณธรรมอื่น ๆ ที่ยิ่งกว่า ประณีตกว่าสมาธิสัมปทา ก็ปลูกความพอใจ  พยายามเพื่อทำให้แจ้ง ซึ่งคุณธรรมนั้น ๆ  ไม่เป็นผู้มีความประพฤติย่อหย่อนหละหลวม ผู้นั้นได้ญาณทัสสนะ  (ความเห็นด้วยญาณหรือปัญญา) ก็อิ่มใจ เต็มปรารถนาด้วยญาณทัสสนะ  หรือปัญญานั้น ยกตนเอง ข่มผู้อื่นเพราะญาณทัสสนะนั้น  ว่าเราอยู่อย่างรู้เห็น ส่วนภิกษุอื่น ๆ เหล่านี้ อยู่อย่างไม่รู้เห็น คุณธรรมอื่น ๆ ที่ยิ่งกว่าประณีตกว่าญาณทัสสนะ ก็ไม่ปลูกความพอใจ  ไม่พยายามเพื่อทำให้แจ้งซึ่งคุณธรรมนั้น ๆ  เป็นผู้มีความประพฤติย่อหย่อนหละหลวม ดูก่อนพราหมณ์ เรากล่าวบุคคลนี้  ว่าเปรียบเหมือนผู้ต้องการแก่นไม้ แต่ละเลยแก่นเสียถากเอากะพี้ไป  ด้วยสำคัญว่าเป็นแก่นฉะนั้น&#8221;</p>
<p>&#8220;อนึ่ง  บุคคลบางคนอออกบวช  มีลาภสักการะชื่อเสียงเกิดขึ้น ก็ไม่อิ่มใจ  ไม่เต็มปรารถนาด้วยลาภสักการะชื่อเสียงนั้น ได้ความสมบูรณ์ด้วยศีล ก็อิ่มใจ  แต่ไม่เต็มปรารถนาด้วยสีลสัมปทา  (ความสมบูรณ์ด้วยศีล) นั้น ได้ความสมบูรณ์ด้วยสมาธิ  ก็อิ่มใจแต่ไม่เต็มปรารถนาด้วยสมาธิสัมปทา (ความสมบูรณ์ด้วยสมาธิ) นั้น  ได้ญาณทัสสนะ (หรือปัญญา) ก็อิ่มใจ แต่ไม่เต็มปราถรนาด้วยญาณทัสสนะนั้น  ไม่ยกตน ข่มผู้อื่นเพราะญาณทัสสนะนั้น  คุณธรรมอื่น ๆ ที่ยิ่งกว่า ประณีตกว่าญาณทัสสนะ ก็ปลูกความพอใจ  พยายามเพื่อทำให้แจ้ง ซึ่งคุณธรรมนั้น ๆ ไม่มีความประพฤติย่อหย่อนหละหลวม  ดูก่อนพราหมณ์ ธรรมอะไรบ้าง ที่ยิ่งกว่า ประณีตกว่าญาณทัสสนะ ดูก่อนพราหมณ์  ภิกษุในพระธรรมวินัยนี้เข้าปฐมฌาน<span style="color: #ffff00;"><sup><span>๔</span></sup></span> (ฌานที่ ๑) เข้าทุติยฌาน (ฌานที่ ๒) เข้าตติยฌาน (ฌานที่ ๓) เข้าจตุตถฌาน  (ฌานที่ ๔) เข้าอากาสานัญจายตนะ (อรูปฌาน  กำหนดอากาศไม่มีที่สิ้นสุดเป็นอารมณ์) เข้าวิญญาณัญจายตนะ (อรูปฌาน  กำหนดวิญญาณไม่มีที่สิ้นสุดเป็นอารมณ์)  เข้าอากิญจัญญายตนะ (อรูปฌาน กำหนดว่าไม่มีอะไรแม้แต่นิดหน่อย)  เข้าเนวสัญญานาสัญญายตนะ (อรูปฌาน ที่มีสัญญาความจำได้หมายรู้ ก็ไม่ใช่  ไม่มีสัญญา ก็ไม่ใช่) เข้าสัญญาเวทยิตนิโรธ  (สมาบัติชั้นสูงสุดในพระพุทธศาสนา  ซึ่งเมื่อเข้าแล้วทำให้ดับสัญญาความจำได้หมายรู้ และเวทนาความเสวยอารมณ์สุขทุกข์ หรือไม่ทุกข์ ไม่สุขได้)  อาสวะของภิกษุนั้นสิ้นไปแล้ว เพราะเห็นด้วยปัญญา คุณธรรมเหล่านี้แล  ที่ยิ่งกว่า ประณีตกว่าญาณทัสสนะ ดูก่อนพราหมณ์ เรากล่าวบุคคลนี้  ว่าเปรียบเหมือนผู้ต้องการแก่นไม้ ก็ตัดเอาแต่แก่นไม้ไปฉะนั้น&#8221;</p>
<p>&#8220;<span style="color: #ffcc00;">ด้วยประการฉะนี้แหละพราหมณ์ พรหมจรรย์นี้  มิใช่มีลาภสักการะชื่อเสียงเป็นอานิสงส์  มิใช่มีความสมบูรณ์ด้วยศีลเป็นอานิสงส์  มิใช่มีความสมบูรณ์ด้วยสมาธิเป็นอานิสงส์ มิใช่มีญาณทัสสนะเป็นอานิสงส์</span> <span style="color: #ff99cc;">แต่ความหลุดพ้นแห่งใจอันไม่กลับกำเริบอันใด พรหมจรรย์นี้  มีความหลุดพ้นแห่งใจอันไม่กลับกำเริบนั้นแหละเป็นที่ต้องการ  นั้นเป็นแก่นสาร นั้นเป็นที่สุดโดยรอบ</span>&#8220;</p>
<p>เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสอย่างนี้  ปิงคลโกจฉพราหมณ์กราบทูลสรรเสริญพระธรรมเทศนา  แสดงตนเป็นอุบาสกถึงพระรัตนตรัยตลอดชีวิต.</p>
<p align="right">จูฬสาโรปมสูตร ๑๒/๓๗๔</p>
<p align="center"><span style="width: 100%; color: #ccffff; font-size: medium;">สรุปความ</span></p>
<p><span style="color: #ccffff;">๑. ลาภสักการะชื่อเสียง เปรียบเหมือนกิ่งไม้ใบไม้ </span></p>
<p><span style="color: #ccffff;"> ๒. ความสมบูรณ์ด้วยศีล เปรียบเหมือนสะเก็ดไม้ </span></p>
<p><span style="color: #ccffff;"> ๓. ความสมบูรณ์ด้วยสมาธิ เปรียบเหมือนเปลือกไม้ </span></p>
<p><span style="color: #ccffff;"> ๔. ญาณทัสสนะ หรือปัญญา เปรียบเหมือนกะพี้ไม้ </span></p>
<p><span style="color: #ccffff;"> ๕. ความหลุดพ้นแห่งใจอันไม่กลับกำเริบ ซึ่งใช้คำภาษาบาลี &#8220;อกุปฺปา เจโตวิมุตฺติ&#8221; เปรียบเหมือนแก่นไม้ </span></p>
<hr />
<p>Footnotes</p>
<p><span style="color: #ffff00;">๑.  พราหมณ์ปิงคลโกจฉะถามถึงครูทั้งหกซึ่งเป็นเจ้าลัทธิมีชื่อเสียงในครั้งนั้น  แต่พระพุทธเจ้าไม่ทรงวิพากษ์วิจารณ์  จึงทรงแสดงธรรมให้ฟังตามที่ทรงเห็นว่าจะเป็นประโยชน์กว่าการวิพากษ์วิจารณ์คนอื่น </span></p>
<p><span style="color: #ffff00;">๒. คำว่า เข้าถึงตัว แปลจากคำว่า โอติณฺโณ ซึ่งโดยพยัญชนะ แปลว่า ก้าวลง </span></p>
<p><span style="color: #ffff00;">๓. คำว่า การทำที่สุดแห่งทุกข์ เป็นสำนวนบาลี หมายถึงกำจัดทุกข์ได้หมด  สำนวนบาลีนี้พอดีตรงกับสำนวนภาษาอังกฤษว่า to put an end to suffering </span></p>
<p><span style="color: #ffff00;">๔. ในการแปลตอนนี้ ได้แปลลัดแต่ใจความของเรื่องว่า เข้าฌานที่ ๑ ที่ ๒ เป็นต้น เพราะรายละเอียดของแต่ละฌานมีแล้วในที่อื่น </span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/wash/archives/2981/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>อุดมศึกษาจากหนังสือธรรมาภิธาน</title>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/2980</link>
		<comments>http://lanpanya.com/wash/archives/2980#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 19 Nov 2012 05:44:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Logos</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[การศึกษานอกระบบ การศึกษาตามอัธยาศัย]]></category>

		<category><![CDATA[ข้อคิดชีวิต ปรัชญา ศาสนา]]></category>

		<category><![CDATA[ธรรมชาติ สัตว์ ต้นไม้ สิ่งแวดล้อม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/wash/?p=2980</guid>
		<description><![CDATA[จากหนังสือ ธรรมาภิธาน พจนานุกรมคำสอนพระพุทธศาสนา พระนิพนธ์ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก
อุดมศึกษา
การศึกษาทุกอย่างเพื่อให้ขึ้นถึงขั้นสูงสุด  คือ ปัญญา   ปัญญาสิกขาได้แก่ศึกษาปัญญาจึงเป็น   อุดมศึกษา ของคน ข้อที่ควรทราบก่อนคือ  ปัญญาได้แก่อะไร? ศึกษาปัญญานั้นศึกษาอย่างไร?
 ปัญญา คือความรู้ทั่วถึงความจริงของ  สิ่งที่ควรรู้ทั้งหลาย  คำว่า ปัญญา ซึ่งเป็น ภาษามคธ กับคำว่า ปรัชญา  ซึ่งเป็นภาษา สันสกฤตเป็นคำเดียวกัน  พระพุทธเจ้า ตรัสไว้ว่า  “แสงสว่างเสมอด้วยปัญญา ไม่มี” เพราะไม่มีแสงอะไรที่จะส่องให้เห็น  ความจริงทั้งหลายได้เหมือนอย่างแสง ปัญญา เพียงแต่จะคิดเลขสักข้อหนึ่งจะใช้  แสงอะไรส่องให้เห็นได้นอกจากใช้ปัญญา คิด  ศึกษาปัญญา อันหมายถึงศึกษาเพื่อให้เกิดปัญญานั้น คือ ศึกษาด้วยการเรียน ๑ การคิด ๑ การทำ ๑
 การเรียนดังที่เรียกว่า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>จากหนังสือ ธรรมาภิธาน พจนานุกรมคำสอนพระพุทธศาสนา พระนิพนธ์ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก</p>
<blockquote><p><img style="float: right;" src="http://theosophytrust.org/Online_Books/Wisdom%20Cover%20Photo_Rev4.jpg" alt="" width="240" height="211" /><strong>อุดมศึกษา</strong></p>
<p><span style="color: #ff99cc;">การศึกษาทุกอย่างเพื่อให้ขึ้นถึงขั้นสูงสุด  คือ ปัญญา   ปัญญาสิกขาได้แก่ศึกษาปัญญาจึงเป็น   <strong><em>อุดมศึกษา </em></strong>ของคน ข้อที่ควรทราบก่อนคือ  ปัญญาได้แก่อะไร? ศึกษาปัญญานั้นศึกษาอย่างไร?</span></p>
<p><strong><em> ปัญญา </em></strong>คือความรู้ทั่วถึงความจริงของ  สิ่งที่ควรรู้ทั้งหลาย  คำว่า ปัญญา ซึ่งเป็น ภาษามคธ กับคำว่า ปรัชญา  ซึ่งเป็นภาษา สันสกฤตเป็นคำเดียวกัน  พระพุทธเจ้า ตรัสไว้ว่า  “แสงสว่างเสมอด้วยปัญญา ไม่มี” เพราะไม่มีแสงอะไรที่จะส่องให้เห็น  ความจริงทั้งหลายได้เหมือนอย่างแสง ปัญญา เพียงแต่จะคิดเลขสักข้อหนึ่งจะใช้  แสงอะไรส่องให้เห็นได้นอกจากใช้ปัญญา คิด  <span style="color: #ffff00;"><strong><em>ศึกษาปัญญา </em></strong>อันหมายถึงศึกษาเพื่อให้เกิดปัญญานั้น คือ ศึกษาด้วยการเรียน ๑ การคิด ๑ การทำ ๑</span></p>
<p><strong> </strong>การเรียนดังที่เรียกว่า   <strong><em>โสตศึกษา</em></strong> ศึกษาด้วยการฟังทางหู  ดังที่ฟังครูอธิบาย หรือฟังเทศน์นี้ <strong><em>ทัศนศึกษา </em></strong>ศึกษาด้วยการ ดูทางตา เช่นดูหรือเที่ยวดูสิ่งต่างๆ  โดย มากศึกษาด้วยทางทั้งสองนี้ แต่ก็อาจศึกษา ได้ทางอื่นอีก คือ  <strong><em>ฆายนศึกษา </em></strong>ศึกษาด้วย การสูดกลิ่นทางจมูก   <strong><em>สายนศึกษา </em></strong>ศึกษา ด้วยการลิ้มรสทางลิ้น   <strong><em>ผุสนศึกษา </em></strong>ศึกษา  ด้วยการถูกต้องทางกาย รวมความว่า ศึกษาด้วยอาศัยประสาททั้งห้า คือ ตา หู   จมูก ลิ้น กาย  แต่การเรียนอาศัยทางหู ทางตามากกว่าทางอื่น เพราะบุคคลมี  ภาษาสำหรับพูดถ่ายทอดความรู้ให้แก่กัน มีตัวหนังสือสำหรับเขียนอ่านแทนภาษา  จึงอาจฟังหรืออ่านให้เกิดความรู้ขึ้นได้  ปัญญาที่เกิดจากความรู้ดังกล่าวเรียก <strong><em>สุตมยปัญญา </em></strong>แปลว่า  <strong><em>ปัญญาที่เกิดจาก การฟัง </em></strong>คือ ยกโสตศึกษาขึ้นเป็นที่ตั้งเพราะส่วนใหญ่เรียนด้วยการฟัง ถึงจะดู  หนังสือนั้นๆ ก็ใช้แทนภาษาที่พูดกันนั้น เอง จึงอาจนับเข้าในโสตศึกษาได้<strong></strong></p>
</blockquote>
<p><span id="more-2980"></span></p>
<blockquote><p><strong> <em>การคิด </em></strong>คือคนเรามีจิตใจ    และมีมันสมองซึ่งเป็นเครื่องมือของจิตใจสำหรับคิด อ่านต่างๆ  จึงอาจใช้คิดให้เกิดปัญญาได้ ดังที่มีนักคิดพบความจริงต่างๆ และตั้ง  เป็นศาสตร์ต่างๆ มาโดยลำดับ ปัญญาที่ เกิดจากการคิดนี้เรียก <strong><em>จินตามยปัญญา </em></strong>แปลว่า <strong><em>ปัญญาเกิดจากการคิด</em></strong></p>
<p><strong> <em>การทำ </em></strong>คือทำให้มีขึ้น   ทำให้เป็นขึ้น เรียกว่า  <strong><em>ภาวนา </em></strong>แปลว่า <strong><em>การทำให้มีให้เป็น</em> </strong>เช่น เมื่อเรียนการค้าเรียนการทำนาทำสวน มาแล้วก็ทำการค้าทำนาทำสวนขึ้น  เมื่อทำ  ขึ้นเองดังนี้ก็ได้ความรู้เกิดจากการที่ลงมือ ปฏิบัตินั่นเองโดยลำดับ  เรียกว่า <strong><em>ภาวนามยปัญญา </em></strong>แปลว่า  <strong><em>ปัญญาเกิดจากภาวนา </em></strong>คือการทำให้มีให้เป็นขึ้น</p>
<p>สรุป  <strong><em>วิธีศึกษา </em></strong>ให้เกิดปัญญาเป็นสาม คือ <strong><em>สุตะ</em> </strong>การฟังหรือการเรียน ๑ <strong><em>จินตา </em></strong>การคิด  ๑ <strong><em>ภาวนา </em></strong>การลงมือทำ ๑ เรียก สั้นว่า <strong><em>สุ</em><em>จิ ภา</em></strong></p>
<p>ได้กล่าวแล้วว่าปัญญาคือความรู้ทั่วถึงความจริง  ฉะนั้นถ้ายังรู้ไม่ทั่วถึงในสิ่งใดก็ชื่อว่ายังไม่มีปัญญาสมบูรณ์ในสิ่งนั้น ดังที่มีเล่าถึงเด็กผู้เกิดในสกุลที่มั่งคั่งสามคน  ซึ่งไม่เคยเห็นการทำนา  กล่าวสนทนากันเรื่อง ที่เกิดของข้าว คนที่ ๑ กล่าวว่าข้าวเกิดในยุ้ง  เพราะเคยเห็นแต่คนโกยข้าวออกจากยุ้ง คนที่ ๒ กล่าวว่า ข้าวเกิดในหม้อข้าวเพราะเคยเห็นแต่คนคดข้าวออกจากหม้อ คนที่ ๓ กล่าวว่า ข้าวเกิดในชามข้าว  เพราะเคยเห็นแต่ข้าวในชามที่เขาคดมาตั้งเทียบไว้เสร็จ  อีกเรื่องหนึ่งเรียกว่าคนตาบอดคลำช้าง คือมีตาบอด ๖ คนพากันไปดูช้าง  แต่เมื่อไม่เห็นจึงใช้มือลูบคลำดู คนที่ ๑ เข้าไปคลำถูกที่สีข้างช้าง  ร้องบอกขึ้นว่า รูปร่างเหมือนกำแพง   คนที่ ๒ เข้าไปคลำ ถูกที่งา  ร้องบอกขึ้นว่า  รูปร่างเหมือนหอก คนที่ ๓ เข้าไปคลำถูกที่งวง  ร้องบอกขึ้นว่า รูปร่างเหมือนงู   คนที่ ๔ เข้าไปคลำถูกที่เข่า  ร้องบอกว่ารูปร่างเหมือนต้นไม้ คนที่ ๕ เข้าไปคลำถูกที่ใบหู ร้องบอกขึ้นว่า  รูปร่างเหมือนพัด   คนที่ ๖  เข้าไปคลำถูกที่ หาง ร้องบอกขึ้นว่า  รูปร่างเหมือนเชือก</p>
<p>เรื่องที่เล่ามานี้เป็นตัวอย่างของความรู้ที่ไม่ทั่วถึง  รู้เพียงแต่ตอนใดตอนหนึ่ง จึงทำให้เข้าใจผิด คำโบราณก็มีว่าฟังไม่ได้  ศัพท์จับมากระเดียด  ต่อเมื่อรู้ทั่วถึงจึงจะเข้าใจถูก   ดังเช่นเมื่อมองเห็นช้างทั้งตัวจึง จะรู้ว่าช้างมีรูปร่างเช่นไร  ข้อที่ว่ารู้ทั่วถึง ความจริงนั้นยังเป็นคำพูดรวมๆ อาจจะอธิบายออกไปได้อีกว่า คือได้รู้ทั่วถึงความจริงตามเหตุและผล  พูดสั้นว่ารู้เหตุผลนั้นเอง เช่นในเรื่องการเรียน ก็มีความรู้ว่า  อะไรเป็นเหตุให้การเรียนไม่ได้ผล อะไรเป็นเหตุให้การเรียนได้ผล  และไม่ได้ผล หรือได้ผลอย่างไร</p>
<p><span style="color: #99ccff;">โดยปกติคนเราย่อมปลูกปัญญาได้เท่าที่มีโอกาสได้เรียนหรือได้ฟังได้เห็น เท่าที่สามารถคิดค้น  และเท่าที่ได้ลงมือกระทำ เหมือนอย่างเรื่องเด็กสามคนนั้นรู้เรื่องที่เกิดของข้าวเท่าที่ได้เห็นมาเพียงเท่านั้น  และเท่าที่คิดได้ในวัยเด็กเพียงเท่านั้น ถึงทุกๆ  คนที่มีปัญญากันอยู่มากบ้างน้อยบ้างก็เช่นเดียวกัน คงมีความรู้เท่าที่ได้  ฟังได้เห็นมาเป็นต้นดังกล่าว ฉะนั้นจึงมีสิ่งที่ยังไม่รู้อีกมากมาย  เพียงแต่สิ่งที่คนไม่อาจเห็นได้ด้วยตาไม่อาจได้ยินได้ด้วยหู  โดยปกติก็มีอยู่เป็นอันมาก  ไม่ต้องกล่าวถึงสิ่งที่ละเมียดลึกซึ้งอย่างอื่น   เรื่องของความรู้จึงเป็นสิ่งที่เรียนกันไม่จบ ต้องจัด  เป็นหลักสูตรไว้สำหรับเรียนในโรงเรียนเท่าที่ควรจะเรียน  เพื่อเป็นหลักวิชาสำหรับออกไปประกอบการงาน เพื่อครองชีวิต  และเพื่อฝึกให้เกิดความฉลาดสามารถ เป็นต้น</span></p>
<p>หลักสูตรที่เรียนในโรงเรียนดังกล่าวนั้น  ข้อที่ว่าฝึกหัดให้เกิดความฉลาด สามารถนั้นพูดสั้นว่าเพื่อลับปัญญา เหมือน  อย่างลับมีดให้คม  เพื่อจะได้ใช้ในการครองชีวิตต่อไป  เพราะมีความรู้หลายอย่างที่ไม่ได้นำไปใช้ในการครองชีวิตโดยตรง เช่น  วิชาคำนวณ เป็นต้น เรียนไปมิใช่เพื่อว่าจะทำอะไรจะต้องตั้งโจทย์เลขคิดคำนวณไปเสียทุกๆ อย่าง  ทั้งนี้เว้นไว้แต่กิจการที่ต้องใช้หลักวิชาตามที่เรียนมาโดยตรง แต่การที่เรียนวิชาต่างๆ  หลายอย่างก็เพื่อฝึกปัญญาหรือฝึกสมอง  ให้เกิดความรู้กว้างขวาง ให้รู้จักใช้ความคิดอ่าน ให้รู้จักเหตุผล  ให้มีความสามารถ ให้มีความเฉลียวฉลาด อันสมองหรือปัญญาก็คล้ายๆ กับร่างกาย  ถ้าไม่มีการบริหารร่างกาย ไม่ใช้ร่างกายให้เคลื่อนไหวตามที่ควร  ร่างกายก็จะอ่อนแอ และติดขัด สมองหรือปัญญาของคนก็เหมือนกัน  ถ้าไม่บริหารด้วยการให้การศึกษาอยู่เสมอด้วยวิธีดังกล่าวก็จะโง่ทึบ ลงไป  ไม่ฉลาดเฉลียว คิดอะไรไม่ค่อยออก รู้อะไรไม่ทันท่วงที การฝึกฝนสมองหรือ  ปัญญาเพื่อให้เกิดความเฉลียวฉลาดจึงเป็นกิจที่ควรทำอยู่เสมอ</p>
<p>ปัญญาที่จะต้องนำไปใช้สำหรับชีวิตโดยตรงนั้น  คือปัญญาที่สามารถใช้ช่วยตนได้ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงแก่ชีวิต คือ  สามารถใช้ปัญญาแก้ไขเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้เป็นไปโดยเรียบร้อย ทำความสวัสดีให้เกิดขึ้นแก่ตนและผู้อื่น ในเวลา เช่นนี้ถ้าไม่สามารถช่วยตนได้  ถึงจะร่ำเรียนมามากก็เข้าลักษณะแห่งคำว่า “ความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด”  ดังมีเรื่องเล่าเปรียบเทียบว่ามีนักเรียนนอกผู้หนึ่ง  เรียนสำเร็จจากต่างประเทศกลับเข้ามา ทำงานในที่แห่งหนึ่ง  ซึ่งต้องข้ามแม่น้ำไป กลับทุกวัน และโดยปกติก็นั่งเรือจ้างของคนแจวเรือจ้างแก่คนหนึ่งเป็นประจำ  ในขณะที่นั่งเรือจ้างข้ามฟาก   ได้ถามคนแจวเรือจ้างว่า ลุงรู้ภาษาอังกฤษหรือเปล่า คนเรือจ้างตอบว่าไม่รู้ คราวต่อมาก็ถามว่า ลุงรู้ภาษาฝรั่งเศสหรือเปล่า   คนเรือจ้างตอบว่าไม่รู้ ในคราวต่อๆ มาก็ถามว่า ลุงรู้แอลยิบรา  (พีชคณิต) หรือเปล่า รู้ยีออรเมทรี (เรขาคณิต) หรือเปล่า  คนแจวเรือจ้างก็  ตอบว่าไม่รู้ๆ ครั้นต่อมาวันหนึ่งเกิดมีคลื่น จัดจนถึงเรือจ้างล่มลง  นักเรียนนอกผู้นั้นว่ายน้ำไม่ถนัด ก็ร้องขอให้คนแจวเรือจ้างช่วย  คนแจวเรือจ้างจึงตอบว่า  ตนไม่มีความรู้อะไรสักอย่าง  ให้นักเรียนนอกผู้นั้น เอาอังกฤษฝรั่งเศสมาช่วยซิ นักเรียนนอก  ผู้นั้นรู้สึกว่าตนจะจมน้ำตายแน่ก็หมดความทะนงตน พูดอ้อนวอนขอให้คนแจวเรือจ้างช่วยแล้วจะกราบไหว้ขอโทษ ฝ่ายคนแจวเรือจ้างก็เกิดความสงสาร   จึงว่ายน้ำไปช่วยพยุงให้ข้ามมาเกาะเรือจ้างไว้ เรื่องนี้เป็นตัวอย่างแสดงว่า  คนเรามีความสามารถในทางต่างๆ กัน  ไม่ควรจะหมิ่นแคลนกัน คนแจวเรือจ้างมีความรู้ความสามารถใน  ทางแจวเรือและในทางว่ายน้ำ อาจจะช่วยตนเองและผู้อื่นได้ในทางนั้น  ดังที่อาจช่วย นักเรียนนอกให้พ้นจากการจมน้ำ แม้หนูก็ยังช่วยราชสีห์ได้ในนิทานอีสป  และนักเรียนนอกผู้นั้นเมื่อถึงคราวคับขันดัง  กล่าวก็ต้องใช้วิธีขอโทษและวิธีกราบไหว้  ซึ่งเป็นความอ่อนน้อมและอ่อนโยนซึ่งผู้ปกครองได้สอนมาแต่เด็กๆ นั่นเองเป็น  เครื่องช่วยตน</p>
<p>ปัญญาเป็นเครื่องช่วยตนในการดำเนินชีวิตจริงๆ  ดังกล่าว พระพุทธเจ้าตรัสเรียก   <strong><em>นิปกปัญญา </em></strong>แปลว่า   <strong><em>ปัญญา เป็นเครื่องปกปักรักษาตน </em></strong>กล่าวโดยทั่วไป ได้แก่ความฉลาดที่มีลักษณะสามอย่าง คือ</p>
<p>(๑)   <strong><em>ความฉลาดรู้ในทางเจริญ </em></strong>คือ รู้ ว่าอะไรเป็นเหตุเป็นผลในทางเจริญ เรียก <strong><em>อายโกศล</em></strong></p>
<p>(๒)   <strong><em>ความฉลาดรู้ในทางเสื่อม </em></strong>คือ รู้ ว่าอะไรเป็นเหตุเป็นผลในทางเสื่อมเสีย เรียก <strong><em>อปายโกศล</em></strong></p>
<p>(๓)   <strong><em>ความฉลาดรู้ในอุบาย </em></strong>คือ วิธี นำตนเข้าไปสู่ทางเจริญ รอดพ้นจากทาง เสื่อมเสีย เรียก <strong><em>อุปายโกศล</em></strong></p>
<p><strong><em> โกศล </em></strong>คือความฉลาดรู้ทั้งสามนี้     เมื่อมีรักษาตัวอยู่ย่อมจะดำเนินชีวิตไม่ผิดพลาดแม้เป็นผู้ปกครอง  เช่นเป็นมารดาบิดาก็จำต้องมีให้กว้างขวางออกไปจึงสามารถจะให้คำแนะนำที่ถูกต้องแก่บุตรธิดาเป็นต้น ได้  โดยเฉพาะโกศลข้อสามจำเป็นต้องมีอย่างยิ่ง เป็นต้นว่าการศึกษาในบัดนี้  สามัญศึกษาจำต้องเรียนทั่วไปทุกคน ส่วนวิสามัญศึกษามีมาก   ซึ่งก็ล้วนเป็นทางเจริญทั้งนั้น จึงมีปัญหาว่าจะเรียนต่อไปทางไหน  และจะควรเรียนต่อไปจนถึง อุดมศึกษาหรือไม่ ถ้าเรียนต่อไปได้จะ  เรียนต่อไปในสาขาไหน และเมื่อเรียนสำเร็จแล้วจะทำงานอะไร  งานที่จะพึงทำก็มีมาก ล้วนเป็นทางเจริญต่างๆ กัน  ปัญหาเหล่านี้ต้องใช้โกศลข้อสามตัดสิน คือ ความฉลาดรู้ในอุบาย  หมายถึงวิธีนำตนเข้าไปหาทางเจริญ โดยความคือความเจริญ ใดๆ  ก็ตามถ้าตนไม่สามารถจะเข้าไปหาได้ ทางเจริญนั้นๆ ก็ไม่มีประโยชน์อะไรแก่ตน  ส่วนทางเจริญที่เป็นประโยชน์แก่ตนนั้น ก็เฉพาะที่ตนสามารถเข้าไปหาได้เท่านั้น การนำตนเข้าไปหาทางเจริญที่ตนสามารถ  จะเข้าไปหาได้นี้เรียกว่า <strong><em>อุปาย </em></strong>ในที่นี้แปล ว่า <strong><em>เข้าไปหาทางเจริญ</em></strong>ฉะนั้นความฉลาดรู้ ในข้อนี้จึงจำต้องรู้เหตุแวดล้อม เป็นต้นว่า (๑)  <strong><em>รู้เหตุ </em></strong>(๒)  <strong><em>รู้ผล </em></strong>ของเรื่องที่เกี่ยวข้อง (๓)  <strong><em>รู้จักตน </em></strong>ว่ามีกำลังสามารถเท่าไร เป็นต้น  (๔) <strong><em>รู้จักประมาณ </em></strong>(๕) <strong><em>รู้จักกาลเวลา </em></strong>(๖) <strong><em>รู้จักประชุมชน </em></strong>หรือหมู่คนที่เกี่ยวข้อง (๗) <strong><em>รู้จักบุคคล </em></strong>ที่เกี่ยวข้อง  เมื่อมีความรู้เหตุแวดล้อมต่างๆ ดังกล่าวจึงจะสามารถตัดสินลงไปได้ว่า จะควรเรียนหรือให้เรียนอะไรแค่ไหน จะควรทำงานอะไรซึ่งเมื่อเรียนและเมื่อทำไปแล้วจะเกิดความสำเร็จและความเจริญ  นี้แหละคือ อุปายโกศล ฉะนั้นปัญญาที่จะนำมาใช้ในการดำเนินชีวิตจริงๆ   นั้นจึงต้องเป็น ปัญญาประยุกต์ คือที่เป็นได้พอเหมาะแก่ตนและสิ่งแวดล้อมทั้งหลาย ไม่ใช่ว่าทุกๆ คนจะสามารถทำอะไรไปได้ตามที่อยาก  จะทำได้ก็เท่าที่ตนสามารถจะทำได้ตามที่เหตุต่างๆ ดังกล่าวแล้วอำนวย   แต่คนที่มี ความฉลาดมากย่อมสามารถปรับตนให้  เข้ากับเหตุการณ์หรือปรับเหตุการณ์ให้เข้า  กับตนได้ดีกว่าคนที่มีความฉลาดน้อย</p>
<p><strong> <em>หลักปัญญา </em></strong>ในพระพุทธศาสนามุ่งให้รู้ ตามหลักกว้างๆ ดังที่กล่าวมาแล้ว แต่เมื่อ กล่าวโดยเฉพาะก็อาจสรุปได้ว่า</p>
<p>(๑) มุ่งให้รู้จักบาปบุญคุณโทษประโยชน์มิใช่ประโยชน์ ควรมิควร</p>
<p>(๒) มุ่งให้รู้คติ คือความดำเนินไปของธรรมดา</p>
<p>(๓) มุ่งให้รู้จักความจริงตามเหตุผล หรือรู้เหตุผลตามเป็นจริง ดังที่เรียกว่ารู้สัจจะคือความจริงนั้นเอง</p>
<p>(๔) มุ่งให้มีความเห็นชอบถูกต้องตามทำนองคลองธรรม  เป็นต้นว่าให้ทานรักษา ศีลมีผลดีจริง ทำดีได้ผลดีจริง ทำชั่วได้ผลชั่วจริง  โลกนี้โลกอื่นมีจริง มารดาบิดามีคุณจริง สัตว์ที่ผุดเกิดตามกรรมมีจริง  สมณะที่ประพฤติปฏิบัติชอบจนถึงรู้แจ้ง เห็นจริงดังเช่นพระพุทธเจ้ามีจริง   ตลอดถึง คำสั่งสอนของท่านก็เป็นจริง</p>
<p><strong> </strong>หลักปัญญาเหล่านี้เป็นหลักที่ควรเชื่อและควรศึกษาให้เกิดความรู้ทั่วถึง  เมื่อยังรู้ไม่ได้เองก็เคารพเชื่อฟัง  ไม่ลบหลู่ดูหมิ่น เหมือนอย่างบุตรธิดาเคารพเชื่อฟังโอวาทของมารดาบิดา  หรือนักเรียนเคารพเชื่อฟังครูผู้ประสาทวิชา จะอวดเก่งกล้าไม่เชื่อ  ท่านก็จะกลายเป็นคนดื้อถือรั้นไม่เข้าทาง  เมื่อมีความเคารพอยู่ในหลักปัญญาตามที่ พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอน  ก็จะมีความเห็น และการปฏิบัติเข้าทางที่ถูก  ไม่เตลิดออก ไปนอกทาง ใครๆ  จะมาหลอกลวงลบล้าง ดังที่เรียกว่าล้างสมองแล้วบรรจุหลักอะไร  ที่ผิดทางลงไปแทนหาได้ไม่</p>
<p>การศึกษาเพื่อให้เจริญปัญญาดังกล่าว สรุปอย่างสั้นว่า   สำเหนียกเพื่อให้มีความรู้ เฉลียวฉลาด คือรู้จักเฉลียว  ไม่ประมาทไว้ วางใจ  ดังที่เรียกว่ามีสติเฉลียวใจ   และมี ความฉลาดสามารถปกปักรักษาตนได้  ปัญญาอย่างนี้ประกอบด้วยสติสูงกว่า ความรู้ทั่วๆ  ไป ผู้ที่มีปัญญาดังกล่าว   สามารถปกครองตนและผู้อื่นให้สวัสดีได้ดังเช่นพระมหากษัตริย์โดยลำดับรัชกาล มา ได้ทรงดำเนินพระราชกุศโลบาย (กุศล + อุบาย คือ อุปายโกศล นั่นเอง)  นำประเทศ ชาติให้ผ่านพ้นอุปสรรคอันตราย รักษา  สถาบันทุกอย่างของชาติไว้ได้โดยสวัสดี  ดังที่ปรากฏอยู่ในประวัติศาสตร์และในเหตุการณ์ปัจจุบัน กล่าวเฉพาะในบุคคล  แต่ละคน ใครจะชื่อว่ามีปัญญาหรือไม่ มิใช่พิสูจน์ได้ด้วยใบประกาศนียบัตร  แต่ พิสูจน์ได้ด้วยเหตุการณ์ที่ชีวิตของแต่ละ คนได้ประสบจริงๆ  คือเมื่อประสบเหตุการณ์อะไรทุกอย่าง</p>
<p>(๑) ต้องรู้ว่ามีเหตุผลอย่างใด ผิดหรือถูกอย่างไร ควรหรือมิควรอย่างไร</p>
<p>(๒) ต้องสามารถหลีกละการที่มิควร ทำแต่การที่ชอบที่ควร</p>
<p>(๓) ต้องรู้วิธีที่จะปฏิบัติให้บังเกิดผลที่ดีโดยสวัสดีเรียบร้อย</p>
<p>ทั้งนี้ต้องอาศัยมีจิตใจตั้งมั่นแน่วแน่  ไม่อ่อนแอคลอนแคลนไปเพราะนิวรณ์ข้อใดข้อหนึ่ง ดังที่แสดงแล้วในกัณฑ์ก่อน  ซึ่งสรุปลงในความรัก ความชอบ ความชัง ความหลงนั้นเอง  สิ่งใดที่จิตใจมีนิวรณ์ เกี่ยวเกาะอยู่ สิ่งนั้นก็ชื่อว่าเกี่ยวข้องกับตน  ทำให้เกิดความลำเอียงไปตามภาวะของจิตใจ ดังเช่นเมื่อมีความชอบในสิ่งใดก็ย่อมเห็นว่าสิ่งนั้นดี เหมือนอย่างสวมแว่น สีแดงก็เห็นรูปต่างๆ เป็นสีแดง  เมื่อมีความชังในสิ่งใดก็ย่อมเห็นว่าสิ่งนั้นชั่ว  เหมือนอย่างสวมแว่นสีเขียวก็ย่อมเห็นรูปต่างๆ เป็นสีเขียว  เมื่อมีความหลงในสิ่งใด ก็ย่อมซบเซาอยู่ในสิ่งนั้น  เหมือนอย่างสวมแว่นสีดำก็ย่อมเห็นรูปต่างๆ  เป็นสีคล้ำ จึงไม่อาจตัดสินได้ถูกต้องตามเป็นจริง ต่อเมื่อสงบใจได้จากนิวรณ์ดังกล่าว  มีจิตใจตั้งมั่นไม่คลอนแคลนแล้วพินิจดูใหม่อีกครั้ง  หนึ่งจึงจะเห็นความจริงได้โดยถ่องแท้ เหมือนอย่างถอดแว่นสีออกแล้วจึงจะเห็น  รูปต่างๆ ได้โดยถูกต้อง ท่านสอนให้ทำ สมาธิละนิวรณ์ก็เพื่อเหตุนี้   เพราะฉะนั้น พระพุทธเจ้าจึงตรัสโอวาทไว้ว่า</p>
<p><strong> <em>สมาธิ ภิกฺขเว ภาเวถ สมาหิโต ยถา ภูตํ ปชานาติ </em></strong>ภิกษุทั้งหลาย  ท่านทั้งหลาย จงทำจิตให้ตั้งมั่นเป็นสมาธิ เพราะว่าผู้มีจิตตั้งมั่นแล้ว ย่อมรู้ตามเป็นจริงแล</p>
<p>การศึกษาให้เกิดปัญญาในพระพุทธศาสนานั้น โดยมุ่งตรงให้เกิดปัญญาใน <strong><em>อริยสัจจ์ ๔ </em></strong>คำว่า  <strong><em>อริยะ </em></strong>หรือ   <strong><em>อารยะ </em></strong>เป็นคำเดียวกัน หมายถึงคนที่ประเสริฐคน ที่เจริญ มีบางคนพูดว่าอารยชน   อารยประเทศ บางคนชอบพูดว่า ทำประเทศไทยเจริญให้อย่างนานาอารยประเทศ  ถ้าจะตั้งปัญหาถามว่า นานาอารยประเทศนั้นคือ ประเทศที่มีความเจริญอย่างไร?  คำตอบปัญหานี้เข้าใจว่าน่าจะมีว่า คือเจริญด้วยความรู้ความสามารถในวิชาการในการ สร้างสรรค์ประดิษฐ์กระทำสิ่งต่างๆ ทั้งใน  ด้านบำบัดทุกข์บำรุงสุข  ทั้งในด้านทำลายล้าง  มีความก้าวหน้าจนถึงเป็นผู้จัดการ โลกอยู่ในปัจจุบันนี้  อาจทำให้โลกสงบก็ได้ อาจทำให้โลกยุ่งเหยิงจนถึงเป็นสงครามโลกขึ้นก็ได้  อันที่จริงผู้ที่สามารถบันดาล โลกให้เป็นไปดังกล่าวได้นั้นก็นับว่าเก่งอยู่  เมื่อก่อนนี้ก็มักเข้าใจว่ามีใครหรืออะไรเป็นผู้บันดาล  แต่บัดนี้เข้าใจกันทั่วไปแล้วว่ามนุษย์นั่นเองเป็นผู้บันดาล  โดยมากก็ในประเทศที่เราชอบยกย่องว่านานาอารยประเทศนั้นเอง การเรียกคนที่เจริญว่า  อารยะหรืออริยะ ก็เป็นการใช้เรียกที่ถูกต้องตามประวัติศาสตร์อยู่  ดังที่เรียกหมู่ชนที่อพยพเข้าไปอยู่ในประเทศอินเดียเมื่อ  ก่อนพุทธกาลว่าอารยัน หมายความว่าเป็นพวกที่เจริญ  และยังมีการเรียกว่าอารยะ เพราะเหตุอย่างอื่นอีก ดังที่พระอาจารย์  ได้ประมวลแสดงไว้ ๔ ประเภท คือ</p>
<p><em>(๑)  <strong>อาจารอริยะ </strong>เป็นอริยะด้วยความ ประพฤติ</em></p>
<p><em>(๒)  <strong>ทัสสนอริยะ </strong>เป็นอริยะด้วยความ เห็น หรือด้วยมีรูปร่างและอิริยาบถน่าดู น่าชม</em></p>
<p><em>(๓) <strong>ลิงคอริยะ </strong>เป็นอริยะด้วยเพศ หรือด้วยชาติกำเนิด</em></p>
<p><em>(๔) <strong>ปฏิเวธอริยะ </strong>เป็นอริยะด้วย ปัญญา รู้ทั่วถึงในอริยสัจจ์</em></p>
<p>กล่าวเฉพาะในพระพุทธศาสนา  นิยมเรียกบุคคลประเภทที่  ๔  นี้เท่านั้นว่าอริยะ หรืออารยะ อันได้แก่พระพุทธเจ้าและพระอริยสาวกทั้งหลาย  สัจจ์  แปลว่า ความจริง รวมกันเข้าว่า   <strong><em>อริยสัจจ์ </em></strong>แปล ว่า ความจริงของพระอริยะ  หรือความจริงที่พระอริยะตรัสรู้   หรือความจริงอย่างประเสริฐ อริยสัจจ์นี้ผู้ที่นับถือพระพุทธศาสนาโดย  มากมักจะจำหัวข้อได้ คือ</p>
<p>(๑)  <strong><em>ทุกข์ </em></strong>แปลว่าความไม่สบายก็ได้  แปลว่าความทนอยู่ไม่ได้ต้องแปรปรวนไปก็ได้ ในภาษาไทยเมื่อพูดว่าทุกข์ก็มัก  หมายกันว่า คือความไม่สบายกายความไม่สบายใจ แต่ในทางพระพุทธศาสนายังหมายถึงความที่ทนอยู่คงที่ไม่ได้ ต้อง แปรปรวนเปลี่ยนแปลงไปด้วย ในโลกนี้มีอะไรเล่าที่ตั้งคงที่อยู่ได้โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลง  ดวงอาทิตย์และดวงดาวทั้งหลาย ตลอดถึงโลกก็ไม่หยุดอยู่คงที่ ปีเดือนวัน  คืนก็ไม่หยุดอยู่คงที่ ชีวิตก็ไม่หยุดอยู่คงที่ ทุกๆ  คนเกิดมาแล้วก็เติบโตขึ้นเรื่อย เป็นเด็กเล็กเด็กใหญ่ เป็นหนุ่มเป็นสาวโดยลำดับ และก็ไม่หยุดอยู่เพียงเท่านี้ ยังเปลี่ยนแปลงต่อไป เป็นผู้ใหญ่  เป็นคนแก่ จนถึงที่สุดของชีวิต ฉะนั้นพระพุทธเจ้า  เพื่อจะทรงชี้ว่าทุกข์คืออะไรให้เห็นอย่างประจักษ์ชัด  จึงทรงชี้ว่าความเกิด ความแก่ ความเจ็บ  ความตาย  เป็นทุกข์ คือทรงชี้ให้เห็นความเปลี่ยนแปลงของชีวิต หรือของโลกดังกล่าวมานั่นเอง  ข้อนี้เรียกว่าเป็น ทุกข์ประจำชีวิตหรือประจำโลก เมื่อยังมีชีวิตหรือยังมีโลกก็ต้องมีทุกข์ คือความ เปลี่ยนแปลงไปดังกล่าว  ไม่ใช่เป็นสิ่งแปลกประหลาดอันใด เมื่อจะสรุปกล่าวให้สั้น  ความเกิดแก่เจ็บตายทั้งสี่นี้ย่อลงเป็นสอง คือความเกิดและความดับ  ซึ่งเป็นสิ่งสกัดหน้าสกัดหลังของโลก หรือของชีวิตทุกชีวิต  นี้แหละเรียกว่าคติธรรมดา   แปลว่า ความเป็นไปตามธรรมดา สิ่งที่เป็นไปตามธรรมดาดังกล่าวเรียกว่าสภาวะ  คือสภาพ แปลว่ามีภาวะของตนเอง หรือเป็นไปเอง  หรือจะเรียกว่าสภาวธรรมก็ได้ ชีวิตร่างกายเรียกว่าเป็นสภาวะทั้งนั้น  อีกอย่างหนึ่งความไม่สบายใจของทุกๆ อย่างพระพุทธเจ้าก็ทรงชี้ว่าเป็นทุกข์  ทุกๆ คนคงเคยประสบกับสิ่งไม่เป็นที่รัก พลัดพรากจากสิ่งที่เป็นที่รัก  ปรารถนาไม่ได้สมหวัง แล้วเกิดความทุกข์โศกต่างๆ นี้แหละ  พระพุทธเจ้าตรัสเรียกว่าเป็นทุกข์โลก  หรือชีวิตประกอบด้วยทุกข์ดังกล่าวมาแล้ว  ฉะนั้นทุกข์จึงเป็นความจริงที่โลกหรือทุกๆ ชีวิตจะต้องเผชิญ</p>
<p>(๒) <strong><em>ทุกขสมุทัย</em> </strong>เหตุให้เกิดทุกข์ พระพุทธเจ้าทรงชี้ว่าตัณหาคือความดิ้นรน ทะยานอยากเป็นเหตุให้ทุกข์เกิดขึ้น ตัณหา มี ๓ คือ  <strong><em>กามตัณหา </em></strong>ความดิ้นรนทะยานอยากเพื่อจะได้สิ่งที่รักใคร่</p>
<p><strong> </strong>ปรารถนาพอใจ  ๑ <strong><em>ภวตัณหา </em></strong>ความดิ้นรนทะยานอยากเพื่อเป็นนั่นเป็นนี่  ๑  <strong><em>วิภวตัณหา </em></strong>ความดิ้นรน ทะยานอยากเพื่อให้สิ่งหรือภาวะที่ไม่ชอบเสื่อมสิ้นไป ๑  ตัณหาดังกล่าวนี้เป็นเหตุ ให้เกิดทุกข์ใจต่างๆ ดังกล่าวแล้ว และเป็น  เหตุให้ประกอบกรรมที่เป็นทุจริต ทำให้  ประสบความทุกข์เพราะทุจริตอีกส่วนหนึ่ง</p>
<p>(๓)  <strong><em>ทุกขนิโรธ </em></strong>ความดับทุกข์   พระพุทธเจ้าทรงชี้ว่าดับตัณหาเสียได้เป็นความดับทุกข์</p>
<p>(๔)  <strong><em>มรรค </em></strong>คือทางปฏิบัติให้ถึงความ ดับทุกข์ ได้แก่ทางสายหนึ่งที่มีองค์ประกอบ ๘ ประการคือ   <strong><em>สัมมาทิฏฐิ </em></strong>เห็นชอบ (คือ เห็นอริยสัจจ์  ๔<em>) <strong>สัมมาสังกัปปะ </strong></em>ดำริชอบ (คือดำริออก ดำริไม่พยาบาท ดำริไม่เบียดเบียน)  <strong><em>สัมมาวาจา </em></strong>เจรจาชอบ (คือ เว้นจากพูดเท็จ เว้นจากพูดส่อเสียด เว้นจากพูดคำหยาบ เว้นจากพูดเพ้อเจ้อเหลวไหล) <strong><em>สัมมากัมมันตะ </em></strong>การงานชอบ   (คือ เว้นจากฆ่าสัตว์ เว้นจากลักทรัพย์ เว้นจากประพฤติผิดในกาม) <strong><em>สัมมาอาชีวะ</em> </strong>เลี้ยงชีวิตชอบ (คือเว้นจากการเลี้ยงชีวิตในทางที่ผิด การทำเลี้ยงชีวิตในทางที่ชอบ) <strong><em>สัมมาวายามะ </em></strong>พยายามชอบ  (คือเพียรพยายามป้องกันมิให้ความชั่วเกิดขึ้น  เพียรละความชั่วที่เกิดขึ้นแล้ว เพียรทำความดีให้เกิด  เพียรรักษาส่งเสริมความดี)   <strong><em>สัมมาสติ </em></strong>ระลึกชอบ  (คือระลึกไปในที่ตั้งของสติ)  <strong><em>สัมมาสมาธิ </em></strong>ความตั้งใจชอบ  (คือตั้งใจให้เป็นสมาธิจนถึงอย่างแน่วแน่) มรรคมีองค์   ๘  นี้เป็นทางเดียวไม่ใช่แปดทาง แต่แบ่งออกเป็นองค์ประกอบเป็น    ๘  และสรุปรวมลงได้ในสิกขา ๓ คือ สัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกัปปะ  รวมเป็นปัญญาสิกขา  สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ  สัมมาอาชีวะ รวมเป็นสีลสิกขา สัมมาวายามะ  สัมมาสติ สัมมาสมาธิ รวมเป็นจิตตสิกขา  มรรคมีองค์ ๘ หรือไตรสิกขานี้  เป็นทางปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์</p>
<p><strong> </strong>อริยสัจจ์ ๔  ประการนี้รวมลงเป็น  <em>เหตุ และผล </em>คือ ทุกข์เป็นผล  สมุทัยเป็นเหตุ นี้เป็นฝ่ายทุกข์  นิโรธเป็นผล มรรคเป็น เหตุ นี้เป็นฝ่ายดับทุกข์</p>
<p><strong> </strong>การศึกษาอบรมปัญญาโดยตรงมุ่งให้รู้  ทั่วถึงอริยสัจจ์  ๔ เหล่านี้  และที่เรียกว่า ปัญญาหรือรู้ทั่วถึงนั้น   ต้องรู้ในความจริง ต้องรู้ในกิจคือหน้าที่จะพึงทำ ต้องรู้ในกิจ  ที่ได้ทำไปแล้ว จึงจะเป็น <em>ปัญญาสมบูรณ์ การศึกษาก็สมบูรณ์</em><strong></strong></p>
<p><strong><em> ผลของการศึกษา </em></strong>ในไตรสิกขาดัง กล่าวโดยตรง คือความสวัสดี ได้แก่ความ ปลอดภัย ความผ่านพ้นปลอดโปร่ง<strong></strong></p>
<p><strong><em> สีลสิกขา </em></strong>ศึกษาปฏิบัติให้เป็นคนมีศีล  คือมีความประพฤติดี ไม่เบียดเบียนใครให้เดือดร้อน ทำให้เกิดความสวัสดี คือ  ผ่องพ้นจากความเป็นคนชั่วเสียหาย และ จากภัยเวรจากความทุกข์เดือดร้อนเพราะความชั่วร้ายเสียหาย</p>
<p><strong><em> จิตตสิกขา</em> </strong>ศึกษาปฏิบัติอบรมจิตให้ตั้งมั่นในความดี ทำให้เกิดความสวัสดี คือผ่องพ้นจากบรรดาเครื่องกั้นจิตไม่ให้ บรรลุความดี</p>
<p><strong><em> ปัญญาสิกขา </em></strong>ศึกษาอบรมปัญญา ทำให้เกิดความสวัสดี คือผ่องพ้นจาก ความโง่เขลาเข้าใจผิด</p>
<p><strong> </strong>ความสวัสดีผ่องพ้นดังกล่าวท่านเรียกว่าวิมุตติ    แปลว่าความหลุดพ้น ปฏิบัติพระธรรมของพระพุทธเจ้าโดยเฉพาะคือไตรสิกขาดังกล่าวเมื่อใด ก็ได้วิมุตติคือความหลุดพ้นเมื่อนั้นทันที ดังเช่นทุกๆ คนเมื่อรักษาศีล  เช่น  ไม่ลักขโมยใครเมื่อ ใดก็หลุดพ้นจากความเป็นขโมยเมื่อนั้นทันที  และพ้นจากภัยเวรที่เกิดจากความเป็นขโมย</p>
<p>ส่วน <strong><em>ผลโดยอ้อม </em></strong>คือผลดีต่างๆ    ที่เกิดจากความดีตามคราวที่ความดีนั้นๆ  จะพึงอำนวยให้  เทียบอย่างเมื่อตั้งใจเรียนดี   ครู  หรือผู้ปกครองก็ให้รางวัลเป็นบางครั้งบางคราว แต่ความเป็นจริงผลของการเรียนดี โดยตรงก็คือความรู้ที่ได้จากการเรียน นั่นเอง  ส่วนรางวัลต่างๆ  ที่ได้รับเป็นผลโดยอ้อม หรือเป็นผลพลอยได้เท่านั้น</p>
<p><span style="color: #cc99ff;">คนโดยมากมัก <em>เข้าใจผิดในผลของความดี </em>คือมักไปเข้าใจผลพลอยได้ว่าเป็นผลโดยตรง และมักไปมุ่งผลพลอยได้เป็น สำคัญ  ดังเช่นเมื่อไม่ได้ผลที่เป็นวัตถุอะไรๆ  ในเมื่อทำความดีอย่างใดอย่างหนึ่งก็มักจะบ่นว่าทำดีไม่เห็นจะได้อะไร  รักษาศีลก็ไม่เห็นร่ำรวยอะไร ทั้งนี้เพราะไม่เข้าใจว่าผลของความดีคืออะไร  เช่นความดีดังที่กล่าวแล้ว ผลของศีลก็คือความหลุดพ้นจากภัยเวรเพราะความประพฤติชั่วเป็นต้น  วิมุตติคือความหลุดพ้นหรือความสวัสดีดังกล่าวนี้แหละเป็นผลแห่งความดีดังกล่าวทั้งปวง ผู้ที่ทำความดีได้อย่างมากย่อมแสดงถึงว่าเป็นผู้ที่มีจิตใจหลุดพ้นจากความเห็นแก่ตัว มีจิตใจกว้างขวาง   เห็นแก่ผู้อื่น เป็นส่วนรวมที่กว้างขวางออกไปโดยลำดับ และ  ย่อมเห็นว่าการให้สำคัญกว่าการรับ และ ย่อม <em>บำเพ็ญความดีเพื่อความดี</em><strong> </strong>มิใช่เพื่อผลตอบแทนใดๆ เป็นสำคัญ ดังจะพึงเห็นได้ว่าบรรดาผู้ที่บำเพ็ญประโยชน์ทั้งหลาย  ซึ่งเรียกว่าเป็นผู้มีคุณทั้งสิ้นล้วนเป็นผู้ให้ เช่น  มารดาบิดาเป็นผู้ให้ทุกๆ   สิ่งแก่บุตรธิดา  ครูอาจารย์เป็นผู้ให้ศิลปวิทยาแก่ศิษย  พระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้ให้การปกครอง โดยทศพิธราชธรรม ให้ความปรากฏด้วยเกียรติและศรีสง่า  ความเป็นขวัญใจ ความอุ่นใจ และความรวมใจแห่งประชาชน  พระพุทธเจ้าทรงเป็นผู้ให้แสงสว่างแห่งชีวิต ผู้มีอุปการะอื่นๆ   ก็ล้วนเป็นผู้ให้ อย่างใดอย่างหนึ่ง  ด้วยจิตใจประกอบด้วย การเสียสละ  ท่านผู้ใหญ่เหล่านี้แหละชื่อว่าเป็นผู้มีคุณ ท่านผู้มีคุณทั้งปวงย่อม  บำเพ็ญความดีเพื่อความดี อันแสดงถึง จิตใจที่หลุดพ้นหรือผ่องพ้นจากความชั่ว  ตลอดถึงความเห็นแก่ตัว  มากหรือน้อยตามภูมิชั้น  ทั้งนี้ก็ต้องอาศัยอบรมปัญญาให้รู้จักเหตุผลทั้งสองฝ่าย คือทั้งฝ่ายก่อทุกข์และทั้งฝ่ายดับทุกข์ เทียบเคียงกันให้ประจักษ์ชัด  และให้รู้จักคุณค่าของความดี ให้รู้จักตีราคาของความดีว่าสูงกว่าความชั่วและผลต่างๆ ที่จะพึงได้เพราะความชั่ว  ให้รู้จักว่าความดีทำให้เกิดเกียรติ การรักษาเกียรติก็คือรักษาความดีเอาไว้ ทิ้งความดีเสียเมื่อใดก็เป็นเสียเมื่อนั้น  เมื่อศึกษาอบรมให้มีความประพฤติ   มีจิตใจ มีความรู้ มีความเห็นเข้าทางแห่งเหตุผลที่ถูกต้องดังกล่าว   ก็จักบรรลุถึงความเป็นคนโดยสมบูรณ์ ซึ่งเป็นผลสรุปยอดของ  การศึกษาของพระพุทธเจ้า</span> (ท.ห. ๑๘๖-๑๙๙)</p>
</blockquote>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/wash/archives/2980/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>โสเหล่กับผู้ปกครองโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา</title>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/2978</link>
		<comments>http://lanpanya.com/wash/archives/2978#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 18 Nov 2012 10:36:09 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Logos</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[การศึกษานอกระบบ การศึกษาตามอัธยาศัย]]></category>

		<category><![CDATA[ธรรมชาติ สัตว์ ต้นไม้ สิ่งแวดล้อม]]></category>

		<category><![CDATA[ประสบการณ์ชีวิต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/wash/?p=2978</guid>
		<description><![CDATA[วันนี้ อ.วิเชียร ไชยบัง ผู้อำนวยการโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา ชวนผมไปโรงเรียนตอนช่วงเช้า โดยชวนเมื่อเดือนก่อนตอนที่ครูทั้งโรงเรียนมาเยี่ยมสวนป่า ตอนบ่ายวันนี้ผู้ปกครองเด็กนักเรียนจะลงแขกเกี่ยวข้าว ซึ่งเป็นข้าวอินทรีย์ไม่ใช้เคมีเลย ข้าวคุณภาพนี้ สีแล้วนำมาให้เด็กๆ กิน
ทีแรกผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะให้ไปพูดอะไร คาดเอาเองว่าให้ไปแลกเปลี่ยนเรื่องประสบการณ์การเรียนรู้ของผม จนเมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา อ.วิเชียรโทรมาคอนเฟิร์มซึ่งผมก็ตอบว่าไปได้ครับ แต่ดันไม่ได้ถามว่าจะให้พูดเรื่องอะไร
นัดแนะกับครูแมวว่าจะออกจากสวนป่า 7น. ออกมาจริงๆ 6:45น. ไปเยี่ยมโรงเรียนด้วยกันแล้วผมจะไปส่งครูแมวขึ้นรถต่อเข้ากรุงเทพ เราไปถึงโรงเรียน 8:15น. (แวะไปซื้อซาละเปากินกันคนละลูกก่อน ก็เลยไปถึงกระชั้นไปหน่อย) ได้พบ อ.วิเชียรอีกครั้งหนึ่ง คุยกันถึงงาน อาจารย์บอกว่าอยากให้คุยกับผู้ปกครอง ขอสัก 30-40 นาทีไหวไหม ให้กวนประสาทได้เต็มที่&#8230; แล้วผมก็ยังไม่ได้ถามหรอกครับ ว่าอยากให้พูดเรื่องอะไร

เอาเข้าจริง พูดไปหลายเรื่อง อุตลุดและอลหม่าน จำไม่ค่อยได้แล้วว่าพูดอะไรไปบ้างหรอกครับ ใช้เวลาประมาณชั่วโมงหนึ่ง ตอบคำถามจากผู้ปกครองอีก 20 นาที คำถามเยอะ ดีๆ ทั้งนั้นครับ&#8230; พูดถึงการเรียนรู้ การสอนไม่ใช่การถ่ายความรู้จากสมองหนึ่งไปยังอีกสมองหนึ่ง ความรู้มือสองที่ไม่ได้ตรวจสอบหรือตรวจสอบไม่ไหว (แต่ยังพิจารณาได้ว่าดีหรือไม่ดี) จิตอาสา จิตสาธารณะ การเป็นแบบอย่างให้กับเด็ก อย่าผลักภาระในการพัฒนาเด็กทั้งหมดให้แก่โรงเรียน ผู้ปกครองต้องมีส่วนร่วมช่วยกันมองช่วยกันกำหนดทิศทางและช่วยกันทำ ไว้ใจลูก สนับสนุนเขาในทางที่เขาเป็น อยากให้ลูกดี [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>วันนี้ <a href="https://www.facebook.com/wichian.chaiyabang" target="_blank">อ.วิเชียร ไชยบัง</a> ผู้อำนวยการ<a href="http://www.lpmp.org/" target="_blank">โรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา</a> ชวนผมไปโรงเรียนตอนช่วงเช้า โดยชวนเมื่อเดือนก่อนตอนที่ครูทั้งโรงเรียนมาเยี่ยมสวนป่า ตอนบ่ายวันนี้ผู้ปกครองเด็กนักเรียนจะลงแขกเกี่ยวข้าว ซึ่งเป็นข้าวอินทรีย์ไม่ใช้เคมีเลย ข้าวคุณภาพนี้ สีแล้วนำมาให้เด็กๆ กิน</p>
<p><a href="http://lanpanya.com/wash/files/2012/11/20121118_084001.jpg"><img class="alignright size-medium wp-image-2979" title="20121118_084001" src="http://lanpanya.com/wash/files/2012/11/20121118_084001-300x180.jpg" alt="" width="300" height="180" /></a>ทีแรกผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะให้ไปพูดอะไร คาดเอาเองว่าให้ไปแลกเปลี่ยนเรื่องประสบการณ์การเรียนรู้ของผม จนเมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา อ.วิเชียรโทรมาคอนเฟิร์มซึ่งผมก็ตอบว่าไปได้ครับ แต่ดันไม่ได้ถามว่าจะให้พูดเรื่องอะไร</p>
<p>นัดแนะกับ<a href="https://www.facebook.com/klskl" target="_blank">ครูแมว</a>ว่าจะออกจากสวนป่า 7น. ออกมาจริงๆ 6:45น. ไปเยี่ยมโรงเรียนด้วยกันแล้วผมจะไปส่งครูแมวขึ้นรถต่อเข้ากรุงเทพ เราไปถึงโรงเรียน 8:15น. (แวะไปซื้อซาละเปากินกันคนละลูกก่อน ก็เลยไปถึงกระชั้นไปหน่อย) ได้พบ อ.วิเชียรอีกครั้งหนึ่ง คุยกันถึงงาน อาจารย์บอกว่าอยากให้คุยกับผู้ปกครอง ขอสัก 30-40 นาทีไหวไหม ให้กวนประสาทได้เต็มที่&#8230; แล้วผมก็ยังไม่ได้ถามหรอกครับ ว่าอยากให้พูดเรื่องอะไร</p>
<p><span id="more-2978"></span></p>
<p>เอาเข้าจริง พูดไปหลายเรื่อง อุตลุดและอลหม่าน จำไม่ค่อยได้แล้วว่าพูดอะไรไปบ้างหรอกครับ ใช้เวลาประมาณชั่วโมงหนึ่ง ตอบคำถามจากผู้ปกครองอีก 20 นาที คำถามเยอะ ดีๆ ทั้งนั้นครับ&#8230; พูดถึงการเรียนรู้ การสอนไม่ใช่การถ่ายความรู้จากสมองหนึ่งไปยังอีกสมองหนึ่ง ความรู้มือสองที่ไม่ได้ตรวจสอบหรือตรวจสอบไม่ไหว (แต่ยังพิจารณาได้ว่าดีหรือไม่ดี) จิตอาสา จิตสาธารณะ การเป็นแบบอย่างให้กับเด็ก อย่าผลักภาระในการพัฒนาเด็กทั้งหมดให้แก่โรงเรียน ผู้ปกครองต้องมีส่วนร่วมช่วยกันมองช่วยกันกำหนดทิศทางและช่วยกันทำ ไว้ใจลูก สนับสนุนเขาในทางที่เขาเป็น อยากให้ลูกดี ตัวเราดีหรือยัง อยากให้ลูกมีคุณธรรม ตัวเรามีคุณธรรมหรือไม่ อยากให้ลูกซื่อตรง ตัวเราขายเสียงหรือไม่ ฯลฯ</p>
<p>แรกที่เดียว ผมไม่ค่อยอยากเล่าว่าผมเป็นใคร ทำอะไรมาบ้าง อยากให้พิจารณาว่าผมทำอะไร เปลี่ยนแปลงอะไรได้บ้าง แทนที่จะมาสนใจว่าผมเป็นใคร แต่อาจารย์วิเชียรถามขึ้นมา ก็เลยต้องเล่าให้ฟัง</p>
<p>จริงอยู่ครับ ผมอาจจะมีชีวิตที่สบาย ได้รับโอกาสที่ดี มีข้อจำกัดน้อย ไม่มีหนี้ แต่สิ่งที่ผมทำนั้นเป็นงานใหญ่ ลำบาก เมื่อตอนเริ่มทำ ไม่เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์เลยเหมือนกัน แต่ผมก็ทำไปอย่างตั้งใจ ทำเต็มความสามารถ เจออุปสรรคก็ค่อยๆ หาทางออก ไม่ตัดสินใจโดยไม่รู้เรื่องหรือฟังความข้างเดียว (หรืออินมากจนเมาหมัด) สติ+อิทธิบาท ๔ ง่ายๆ ตรงๆ ปัญหาค่อยๆ คลี่คลายไป มีหน้าที่ก็ทำไป เป็นคนไทยมีหน้าที่พัฒนาประเทศก็ทำไป มากน้อยก็ทำ ไม่ต้องไปคิดมาก ไม่ต้องคิดกำไรขาดทุน เมื่อส่วนรวมได้ ตัวเราซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของส่วนรวมก็จะได้ด้วย ใครจะเห็นหรือไม่เห็นไม่ใช่ปัญหาของเรา เมืองไทยไม่เจริญเพราะมีแต่คนคิด มีแต่คนชี้นิ้ว แต่ไม่มีคนลงมือทำ</p>
<p>เท่าที่เช็คฟีดแบ็คก็ดูดีครับ หลังจากบรรยาย มีมาขอคุยส่วนตัวต่ออีกหลายท่าน มีคำถามหนึ่งน่าสนใจ ว่าผมไม่มีข้อจำกัดทางการเงิน (เคย)มีตำแหน่งหน้าที่การงานใหญ่โต อย่างนี้ทำอะไรก็ได้ล่ะสิ&#8230; ผมไม่ค่อยเห็นด้วยหรอกนะครับ ผมรวยก็ไม่ใช่ความผิดของผมนะ ผมไม่ได้โกงใคร ไม่เคยทุจริตประพฤติมิชอบ และไม่ได้รวยเพราะมรดก ผมหาเงินได้มาก ไม่ใช้จ่ายบ้าบอ ไม่ซื้อเพราะอยาก ส่วนตำแหน่งหน้าที่การงาน(เคย)ใหญ่โต ก็เป็นเพราะ ซื่อสัตย์ ผลงานดี มีงานออกเสมอมา ไม่ค่อยอยู่เฉยๆ ไม่ได้ไปวิ่งเต้นใคร แล้วแต่ละงานที่ผมทำ ยากเย็นทั้งนั้น อุปสรรคเยอะ เหนื่อย คนอื่นเขาไม่ทำทั้งที่รู้ว่าทำสำเร็จแล้วจะดี</p>
<p>แต่ผมทำเพราะว่าเรียนปริญญาตรีวิศวะในมหาวิทยาลัยของรัฐ จ่ายค่าหน่วยกิตไปสี่ปีรวมห้าพันกว่าบาท ที่ถูกขนาดนี้เพราะเงินภาษีสนับสนุน เมื่อชีวิตผมมั่นคงแล้ว ก็เป็นหน้าที่ที่จะตอบแทนเงินภาษี ตอบแทนสังคมทีให้โอกาสเข้ามาเรียนผ่านระบบสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย (เอนทรานซ์) บ้าง ผมเข้ามาเรียนได้ ก็มีหนึ่งคนเป็นใครก็ไม่รู้ที่พลาดหวังไป ทำจนเชื่อว่าคุ้มค่าการสนับสนุนการศึกษาของผม ส่วนที่ทำเกินไปจากนั้นเป็นความรักในงาน เป็นความตระหนักว่ากำลังทำประโยชน์ แม้ตัวเองจะไม่ได้อะไรก็ทำ&#8230; ไม่มีใครได้อะไรมาง่ายๆ หรอกครับ แต่ถ้าไม่ลงมือทำ จะมาหวังให้ใครหยิบยื่นความสำเร็จหน้าที่การงานหรือทรัพย์สินเงินทองมาให้ จะสมเหตุสมผลหรือ</p>
<p>แว๊ก&#8230;ลืมพูดเรื่อง AEC!</p>
<p>หลังจากคุยกันเสร็จ ก็ไปดูผู้ปกครองเกี่ยวข้าว ผู้ปกครองรู้ว่าข้าวนี้ไม่ใช้สารเคมี ไม่ใช้ยาฆ่าหญ้า ดังนั้นลูกหลานจึงได้กินข้าวอินทรีย์ ได้รับประโยชน์เต็มที่ (พืชผัก โรงเรียนก็ปลูกเอง)&#8230; ได้คุยกับผู้ปกครองท่านหนึ่ง มีหนี้สิน ก็เลยแนะให้ลองเปลี่ยน ขืนคิดเหมือนเดิม ทำเหมือนเดิม ผลก็เหมือนเดิม อย่างนี้ไม่มีทางที่จะออกจากวงจรหนี้สินได้ จะออกจากวงจรหนี้สิน อย่าใช้จ่ายในเรื่องที่ไม่จำเป็นหรือไม่เกิดประโยชน์ หัดทำเองแทนการซื้อ พิจารณาทำเกษตรอินทรีย์ หนี้สินจะค่อยๆ ลดลง มันไม่หายวูบข้ามวันข้ามคืนหรอกครับ เพราะว่าเวลาก่อหนี้ก็ใช้เวลานานเหมือนกัน แต่ถ้าไม่เริ่มเปลี่ยนแปลงตั้งแต่วันนี้ จะรอไปถึงเมื่อไหร่</p>
<p>จากนั้นก็ไปกินข้าว และลากลับไปส่งครูแมวที่ท่ารถลำปลายมาศเพื่อนั่งรถทัวร์ไปโคราช จากนั้นค่อยต่อรถเข้ากรุงเทพอีกต่อหนึ่ง</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/wash/archives/2978/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ห่อบ้านสมบูรณ์แล้ว</title>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/2976</link>
		<comments>http://lanpanya.com/wash/archives/2976#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 31 Oct 2012 07:28:56 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Logos</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ประสบการณ์ชีวิต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/wash/?p=2976</guid>
		<description><![CDATA[วันนี้นับเป็นวันที่ 99 นับตั้งแต่เริ่มปรับพื้นที่เพื่อสร้างบ้าน เป็นวันที่ติดตั้งประตูหน้าต่างครบทุกบาน บ้านผมเป็นบ้านอยู่อาศัยเสียที กระบวนการก่อสร้างดูได้จากอัลบั้มรูปบนเฟสบุ๊ค
แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ เล่นเอาแทบแย่ ต้องขอบคุณน้องผมมากๆ ที่สละเวลามาช่วยหลายเที่ยว เที่ยวละหลายวัน ไม่อย่างนั้นคงจบได้ยาก เขามีความรู้ความชำนาญในเรื่องการก่อสร้างและตกแต่งดีมาก แต่งานเขาก็ยุ่งมากเหมือนกันครับ
บ้านนี้สร้างเป็นบ้านอยู่ตามคอนเซ็ปต์ YYGG เป็นเพียงที่นอน ไม่ตกแต่งมาก มีแต่ของที่ใช้กลางคืน ส่วนกลางวันก็จะไปอยู่นอกบ้าน ดังนั้น บ้านหลังนี้จึงมีเนื้อที่ใช้สอยเพียงหนึ่งในเก้าของหลังก่อน บ้านนี้ไม่ใช่บ้านพักตากอากาศ เป็นเพียงที่นอน เป็นสัดส่วน และใช้เก็บเครื่องมือที่ใช้ทำงานในสวนป่า

ในเมื่อจะสร้างบ้าน เจ้าของบ้านก็ควรจะมาคุมการก่อสร้างเองครับ เพราะว่าเจ้าของบ้านแต่ละคนไม่เหมือนกันเลย ทั้งความต้องการ รสนิยม ตลอดจนกำลัง จะไปโหมะให้ฟอร์แมนคุมแทน ไม่เหมาะหรอกครับ บ้านเราไม่ใช่บ้านเขา ไม่ใช่ว่าเราสร้างบ้านกันทุกเดือน แต่สร้างแล้วบ้านอยู่กันเราไปหลายปี
การสร้างบ้านหลังนี้ ผมได้เรียนหลายอย่าง แรกทีเดียวก็ปวดกันกับภาษาช่างสำเนียงท้องถิ่น เรียนรู้ไปเรื่อยๆ ไม่รู้/ไม่แน่ใจก็ถาม ส่วนช่างก็งงกับสิ่งที่เราต้องการ อย่างก๊อกน้ำผสมก็ทำไม่เป็น เจอกับความละเอียดแบบที่เขาไม่เคยเจอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องพื้นผิวที่ไม่เรียบ มีการใช้วัสดุก่อสร้างสมัยใหม่ที่เขาไม่เคยใช้ ฯลฯ ก็เรียกว่าได้เรียนรู้ด้วยกันทั้งสองฝ่าย
แต่โดยรวมแล้ว ผมแฮบปี้กับช่างทีมนี้ และจะให้งานก่อสร้างเฟสสองต่ออีกหลังหนึ่ง
หลายท่านพยายามถามผมต่างกรรมต่างวาระว่าบ้านหลังนี้งบเท่าไหร่ ผมก็ได้แต่ตอบว่าไม่มีงบ สร้างไปตามที่เห็นสมควร แต่ให้ไปคุยกับช่างในพื้นที่ให้ประมาณราคาต่อตารางเมตรออกมา (ขึ้นกับวัสดุและค่าแรงของแต่ละพื้นที่) จากนั้นจึงค่อยคูณกับเนื้อที่ใช้สอยของบ้านเข้าไป ก็จะได้ปรมาณราคาค่าก่อสร้าง ส่วนการตกแต่ง ก็แล้วแต่จะชอบอย่างไร [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>วันนี้นับเป็นวันที่ 99 นับตั้งแต่เริ่มปรับพื้นที่เพื่อสร้างบ้าน เป็นวันที่ติดตั้งประตูหน้าต่างครบทุกบาน บ้านผมเป็นบ้านอยู่อาศัยเสียที กระบวนการก่อสร้างดูได้จาก<a href="https://www.facebook.com/media/set/?set=a.10151129451341495.497875.706691494&amp;type=1" target="_blank">อัลบั้มรูปบนเฟสบุ๊ค</a></p>
<p>แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ เล่นเอาแทบแย่ ต้องขอบคุณน้องผมมากๆ ที่สละเวลามาช่วยหลายเที่ยว เที่ยวละหลายวัน ไม่อย่างนั้นคงจบได้ยาก เขามีความรู้ความชำนาญในเรื่องการก่อสร้างและตกแต่งดีมาก แต่งานเขาก็ยุ่งมากเหมือนกันครับ</p>
<p>บ้านนี้สร้างเป็นบ้านอยู่ตามคอนเซ็ปต์ YYGG เป็นเพียงที่นอน ไม่ตกแต่งมาก มีแต่ของที่ใช้กลางคืน ส่วนกลางวันก็จะไปอยู่นอกบ้าน ดังนั้น บ้านหลังนี้จึงมีเนื้อที่ใช้สอยเพียงหนึ่งในเก้าของหลังก่อน บ้านนี้ไม่ใช่บ้านพักตากอากาศ เป็นเพียงที่นอน เป็นสัดส่วน และใช้เก็บเครื่องมือที่ใช้ทำงานในสวนป่า</p>
<p><span id="more-2976"></span></p>
<p>ในเมื่อจะสร้างบ้าน เจ้าของบ้านก็ควรจะมาคุมการก่อสร้างเองครับ เพราะว่าเจ้าของบ้านแต่ละคนไม่เหมือนกันเลย ทั้งความต้องการ รสนิยม ตลอดจนกำลัง จะไปโหมะให้ฟอร์แมนคุมแทน ไม่เหมาะหรอกครับ บ้านเราไม่ใช่บ้านเขา ไม่ใช่ว่าเราสร้างบ้านกันทุกเดือน แต่สร้างแล้วบ้านอยู่กันเราไปหลายปี</p>
<p><a href="http://lanpanya.com/wash/files/2012/10/lrg_1351663693739_9902431539_a224a59b.jpg"><img class="alignright size-medium wp-image-2977" title="lrg_1351663693739_9902431539_a224a59b" src="http://lanpanya.com/wash/files/2012/10/lrg_1351663693739_9902431539_a224a59b-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a>การสร้างบ้านหลังนี้ ผมได้เรียนหลายอย่าง แรกทีเดียวก็ปวดกันกับภาษาช่างสำเนียงท้องถิ่น เรียนรู้ไปเรื่อยๆ ไม่รู้/ไม่แน่ใจก็ถาม ส่วนช่างก็งงกับสิ่งที่เราต้องการ อย่างก๊อกน้ำผสมก็ทำไม่เป็น เจอกับความละเอียดแบบที่เขาไม่เคยเจอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องพื้นผิวที่ไม่เรียบ มีการใช้วัสดุก่อสร้างสมัยใหม่ที่เขาไม่เคยใช้ ฯลฯ ก็เรียกว่าได้เรียนรู้ด้วยกันทั้งสองฝ่าย</p>
<p>แต่โดยรวมแล้ว ผมแฮบปี้กับช่างทีมนี้ และจะให้งานก่อสร้างเฟสสองต่ออีกหลังหนึ่ง</p>
<p>หลายท่านพยายามถามผมต่างกรรมต่างวาระว่าบ้านหลังนี้งบเท่าไหร่ ผมก็ได้แต่ตอบว่าไม่มีงบ สร้างไปตามที่เห็นสมควร แต่ให้ไปคุยกับช่างในพื้นที่ให้ประมาณราคาต่อตารางเมตรออกมา (ขึ้นกับวัสดุและค่าแรงของแต่ละพื้นที่) จากนั้นจึงค่อยคูณกับเนื้อที่ใช้สอยของบ้านเข้าไป ก็จะได้ปรมาณราคาค่าก่อสร้าง ส่วนการตกแต่ง ก็แล้วแต่จะชอบอย่างไร พอใจแค่ไหน มีกำลังแค่ไหน ก็แต่งแค่นั้น</p>
<p>เมื่อสร้างเฟสสองขึ้น จะมีเพิ่มอีกหลายห้องนอน และจะทำให้บ้านนี้กลายเป็นกลุ่มบ้านที่มีความสมบูรณ์มากขึ้น แต่จะต่างกับบ้านในเมือง โดยผมจะไม่ยกบ้านในเมืองมาไว้ที่สวนป่าให้ผิดที่ผิดทาง <em>อยู่ป่าก็ปรับตัวให้เข้ากับป่า ไม่ใช่ปรับป่าให้เข้ากับตัวเรา</em></p>
<p>บ้านทั้งคอมเพล็กซ์ จะเป็นบ้านชั้นเดียว ไม่เล่นระดับ ทำให้เหมาะกับ ส.ว. โครงสร้างครึ่งล่างจะเป็นอิฐดินซีเมนต์ของสวนป่า ส่วนครึ่งบนเป็นวัสดุก่อสร้างเบา แม้สวนป่าจะมีไม้เยอะแต่ก็อยู่กลางดงปลวก ควรเข้าใจนะครับว่าไม่เหมาะจะเอาไม้มาสร้างบ้าน</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/wash/archives/2976/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>โคลงสุภาษิตนฤทุมนาการ</title>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/2975</link>
		<comments>http://lanpanya.com/wash/archives/2975#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 25 Oct 2012 06:04:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Logos</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ดนตรี ศิลปะ วรรณกรรม บันเทิง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/wash/?p=2975</guid>
		<description><![CDATA[โคลงสุภาษิตนฤทุมนาการ พระราชนิพนธ์ ในพระบาทสมเด็จ ฯ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยูหัว&#8230; ตัวสะกดคงไว้ตามต้นฉบับ ที่ตีพิมพ์ใน พ.ศ. 2468
&#8212;-
กิจ ๑๐ ประการที่ผู้ประพฤติยังไม่เคยเสียใจ
๏ บัณฑิตวินิจแล้ว แถลงสาร สอนเอย
 ทศนฤทุมนาการ ชื่อชี้
 เหตุผู้ประพฤติปาน ดังกล่าว นั้นนอ
 โทมนัสเพราะกิจนี้ ห่อนได้เคยมี

๑ เพราะทำความดีทั่วไป
๏ ทำดีไป่เลือกเว้น ผู้ใด ใดเฮย
 แต่ผูกไมตรีไป รอบข้าง
 ทำคุณอุดหนุนใน การชอบ ธรรมนา
 ไร้ศัตรูปองมล้าง กลับซ้องสรรเสริญ
๒ เพราะไม่ได้พูดร้ายต่อใครเลย
๏ เหินห่างโมหะร้อน ฤษยา
 สละส่อเสียดมารษา ใส่ร้าย
 คำหยาบจาบจ้วงอา ฆาฏขู่ เข็ญเฮย
 ไป่หมิ่นนินทาบ้าย โทษให้ผู้ใด
๓ เพราะถามฟังความก่อนตัดสิน
๏ ยินคดีมีเรื่องน้อย ใหญ่ไฉน ก็ดี
 ยังบ่ลงเห็นไป เด็ดด้วน
 ฟังตอบสอบคำไข คิดใคร่ ครวญนา
 ห่อนตัดสินห้วนห้วน เหตุด้วยเบาความ
๔ เพราะคิดเสียก่อนจึงพูด
๏ พาทีมีสติรั้ง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>โคลงสุภาษิตนฤทุมนาการ พระราชนิพนธ์ ในพระบาทสมเด็จ ฯ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยูหัว&#8230; ตัวสะกดคงไว้ตาม<a href="http://hic.arts.chula.ac.th/index.php/literature/687-0003" target="_blank">ต้นฉบับ</a> ที่ตีพิมพ์ใน พ.ศ. 2468</p>
<p>&#8212;-</p>
<p><strong>กิจ ๑๐ ประการที่ผู้ประพฤติยังไม่เคยเสียใจ</strong></p>
<p><span class="st">๏ </span>บัณฑิตวินิจแล้ว แถลงสาร สอนเอย<br />
 ทศนฤทุมนาการ ชื่อชี้<br />
 เหตุผู้ประพฤติปาน ดังกล่าว นั้นนอ<br />
 โทมนัสเพราะกิจนี้ ห่อนได้เคยมี</p>
<p><span id="more-2975"></span></p>
<p><strong>๑ เพราะทำความดีทั่วไป</strong></p>
<p><span class="st">๏ </span>ทำดีไป่เลือกเว้น ผู้ใด ใดเฮย<br />
 แต่ผูกไมตรีไป รอบข้าง<br />
 ทำคุณอุดหนุนใน การชอบ ธรรมนา<br />
 ไร้ศัตรูปองมล้าง กลับซ้องสรรเสริญ</p>
<p><strong>๒ เพราะไม่ได้พูดร้ายต่อใครเลย</strong></p>
<p><span class="st">๏ </span>เหินห่างโมหะร้อน ฤษยา<br />
 สละส่อเสียดมารษา ใส่ร้าย<br />
 คำหยาบจาบจ้วงอา ฆาฏขู่ เข็ญเฮย<br />
 ไป่หมิ่นนินทาบ้าย โทษให้ผู้ใด</p>
<p><strong>๓ เพราะถามฟังความก่อนตัดสิน</strong></p>
<p><span class="st">๏ </span>ยินคดีมีเรื่องน้อย ใหญ่ไฉน ก็ดี<br />
 ยังบ่ลงเห็นไป เด็ดด้วน<br />
 ฟังตอบสอบคำไข คิดใคร่ ครวญนา<br />
 ห่อนตัดสินห้วนห้วน เหตุด้วยเบาความ</p>
<p><strong>๔ เพราะคิดเสียก่อนจึงพูด</strong></p>
<p><span class="st">๏ </span>พาทีมีสติรั้ง รอคิด<br />
 รอบคอบชอบแลผิด ก่อนพร้อง<br />
 คำพูดพ่างลิขิต เขียนร่าง เรียงแฮ<br />
 ฟังเพราะเสนาะต้อง โสตทั้งห่างภัย</p>
<p><strong>๕ เพราะอดพูดในเวลาโกรธ</strong></p>
<p><span class="st">๏ </span>สามารถอาจห้ามงด วาจา ตนเฮย<br />
 ปางเมื่อยังโกรธา ขุ่นแค้น<br />
 หยุดคิดพิจารณา แพ้ชนะ ก่อนนา<br />
 ชอบผิดคิดเห็นแม้น ไม่ยั้งเสียความ</p>
<p><strong>๖ เพราะได้กรุณาต่อคนที่ถึงอับจน</strong></p>
<p><span class="st">๏ </span>กรุณานรชาติผู้ พ้องภัย พิบัติเฮย<br />
 ช่วยรอดปลอดความไขษย สว่างร้อน<br />
 ผลจักเพิ่มพูลใน อนาคต กาลแฮ<br />
 ชนจักชูชื่อช้อน ป่างเบื้องประจุบัน</p>
<p><strong>๗ เพราะขอโทษบรรดาที่ได้ผิด</strong></p>
<p><span class="st">๏ </span>ใดกิจผิดพลาดแล้ว ไป่ละ ลืมเลย<br />
 หย่อนทฤฐิมานะ อ่อนน้อม<br />
 ขอโทษเพื่อคารวะ วายบาด หมางแฮ<br />
 ดีกว่าปดอ้อมค้อม คิดแก้โดยโกง</p>
<p><strong>๘ เพราะความอดกลั้นต่อผู้อื่น</strong></p>
<p><span class="st">๏ </span>ขันตีมีมากหมั้น สันดาน<br />
 ใครเกะกะระราน อดกลั้น<br />
 ไป่ฉุนเฉียบเฉกพาล พาเดือด ร้อนพ่อ<br />
 ผู้ประพฤติดั่งนั้น จักได้ใจเย็น</p>
<p><strong>๙ เพราะไม่ฟังคำคนพูดเพศนิทาน</strong></p>
<p><span class="st">๏ </span>ไป่ฟังคนพูดฟุ้ง ฟั่นเฝือ<br />
 เท็จและจริงจานเจือ คละเคล้า<br />
 คือมีดเที่ยวกรีดเถือ ท่านทั่ว ไปนา<br />
 ฟังจะพาพลอยเข้า พวกเพ้อรังควาน</p>
<p><strong>๑๐ เพราะไม่หลงเชื่อข่าวร้าย</strong></p>
<p><span class="st">๏ </span>อีกหนึ่งไป่เชื่อถ้อย คำคน ฦๅแฮ<br />
 บอกเล่าข่าวเหตุผล เรื่องร้าย<br />
 สืบสอบประกอบจน แจ่มเท็จ จริงนา<br />
 ยังบ่ด่วนยักย้าย ตื่นเต้นก่อนกาล</p>
<p><span class="st">๏ ข้อความตามกล่าวแก้ สิบประการ นี้นอ<br />
 ควรแก่ความพิจารณ์ ทั่วผู้<br />
 แม้ละไป่ขาดปาน โคลงกล่าว ก็ดี<br />
 ควรระงับดับสู้ สงบบ้างยังดี<br />
 </span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/wash/archives/2975/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>โคลงสุภาษิต โสฬศไตรยางค์</title>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/2974</link>
		<comments>http://lanpanya.com/wash/archives/2974#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 23 Oct 2012 03:35:09 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Logos</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ดนตรี ศิลปะ วรรณกรรม บันเทิง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/wash/?p=2974</guid>
		<description><![CDATA[เป็นพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว นำมาแสดงในวันนี้เนื่องจากเป็นวันปิยมหาราช
เป็นโคลงเตือนใจ 16 หมวด แต่ละหมวดชี้ 3 ประเด็น ค้น Google ดูแล้ว ไม่ปรากฏเนื้อความให้อ่านได้ เจอแต่ฉบับ pdf ที่ศูนย์สารนิเทศมนุษยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหวิทยาลัย ผมจึงนำมาพิมพ์ใหม่โดยคงตัวสะกดไว้ตามแบบเมื่อการพิมพ์ในปี 2468
๏ ปราชญ์แสดงดำริห์ด้วย ไตรยางค์
 โสฬศหมดหมวดปาง ก่อนอ้าง
 เปนมาติกาทาง บัณฑิต แสวงเอย
 หวังสวัสดิ์ขจัดทุกข์สร้าง สืบสร้องกุศล

&#8212;-
สามสิ่งควรรัก
 ความกล้า ความสุภาพ ความรักใคร่
๏ ควรกล้ากล้ากล่าวถ้อย ทั้งหทัย แท้แฮ
 สุวภาพพจนภายใน จิตรพร้อม
 ความรักประจักษ์ใจ จริงแน่ นอนฤๅ
 สามสิ่งควรรักน้อม จิตรให้สนิทจริง
&#8212;-
สามสิ่งควรชม
 อำนาจปัญญา เกียรติยศ มีมารยาทดี
๏ ปัญญาสติล้ำ เลิศญาณ
 อำนาจศักดิ์ศฤงคาร มั่งขั้ง
 มีมารยาทเรียบเสี่ยมสาร เสงี่ยมเงื่อน งามนอ
 สามสิ่งควรจักตั้ง แต่ซ้องสรรเสริญ
&#8212;-
สามสิ่งควรเกลียด
 ความดุร้าย ความหยิ่งกำเริบ อกตัญญู
๏ ใจบาปจิตรหยาบร้าย [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เป็นพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว นำมาแสดงในวันนี้เนื่องจากเป็นวันปิยมหาราช</p>
<p>เป็นโคลงเตือนใจ 16 หมวด แต่ละหมวดชี้ 3 ประเด็น ค้น Google ดูแล้ว ไม่ปรากฏเนื้อความให้อ่านได้ เจอแต่<a href="http://hic.arts.chula.ac.th/index.php/literature/687-0003" target="_blank">ฉบับ pdf ที่ศูนย์สารนิเทศมนุษยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหวิทยาลัย</a> ผมจึงนำมาพิมพ์ใหม่โดยคงตัวสะกดไว้ตามแบบเมื่อการพิมพ์ในปี 2468</p>
<p><span class="st">๏ </span>ปราชญ์แสดงดำริห์ด้วย ไตรยางค์<br />
 โสฬศหมดหมวดปาง ก่อนอ้าง<br />
 เปนมาติกาทาง บัณฑิต แสวงเอย<br />
 หวังสวัสดิ์ขจัดทุกข์สร้าง สืบสร้องกุศล</p>
<p><span id="more-2974"></span></p>
<p>&#8212;-</p>
<p><strong>สามสิ่งควรรัก</strong><br />
 <em>ความกล้า ความสุภาพ ความรักใคร่</em></p>
<p>๏ ควรกล้ากล้ากล่าวถ้อย ทั้งหทัย แท้แฮ<br />
 สุวภาพพจนภายใน จิตรพร้อม<br />
 ความรักประจักษ์ใจ จริงแน่ นอนฤๅ<br />
 สามสิ่งควรรักน้อม จิตรให้สนิทจริง</p>
<p>&#8212;-</p>
<p><strong>สามสิ่งควรชม</strong><br />
 <em>อำนาจปัญญา เกียรติยศ มีมารยาทดี</em></p>
<p>๏ ปัญญาสติล้ำ เลิศญาณ<br />
 อำนาจศักดิ์ศฤงคาร มั่งขั้ง<br />
 มีมารยาทเรียบเสี่ยมสาร เสงี่ยมเงื่อน งามนอ<br />
 สามสิ่งควรจักตั้ง แต่ซ้องสรรเสริญ</p>
<p>&#8212;-</p>
<p><strong>สามสิ่งควรเกลียด</strong><br />
 <em>ความดุร้าย ความหยิ่งกำเริบ อกตัญญู</em></p>
<p>๏ ใจบาปจิตรหยาบร้าย ทารุณ<br />
 กำเริบเอิบเกินสกุล หยิ่งก้อ<br />
 อีกหนึ่งห่อนรู้คุณ ใครปลูก ฝังแฮ<br />
 สามสิ่งควรเกลียดท้อ จิตรแท้อย่าสมาน</p>
<p>&#8212;-</p>
<p><strong>สามสิ่งควรรังเกียจติเตียน</strong><br />
 <em>ชั่วเลวทราม มารยา ฤษยา</em></p>
<p>๏ ใจชั่วชาติต่ำช้า ทรชน<br />
 ทุจริตมารยาปน ปกไว้<br />
 หังส์จิตรคิดเกลียดคน ดีกว่า ตัวแฮ<br />
 สามส่วนความเกลียดใกล้ เกลียดซ้องสมาคม</p>
<p>&#8212;-</p>
<p><strong>สามสิ่งควรเคารพ</strong><br />
 <em>ศาสนา ยุติธรรม ความประพฤติเปนประโยชน์ทั่วไปไม่ฉเพาะตัวเอง</em></p>
<p>๏ ศาสนาสอนสั่งให้ ประพฤติดี<br />
 หนึ่งยุติธรรมไป่มี เลือกผู้<br />
 ประพฤติเพื่อประโยชน์ศรี สวัสดิ์ทั่ว กันแฮ<br />
 สามสิ่งควรรู้รอบ เคารพเรื้องเจริญคุณ</p>
<p>&#8212;-</p>
<p><strong>สามสิ่งควรยินดี</strong><br />
 <em>งาม ตรงตรง ไทยแก่ตน</em></p>
<p>๏ สรรพางค์โสภาคย์พร้อม ธัญลักษณ์<br />
 ภาษิตจิตรประจักษ์ ซื่อพร้อม<br />
 เปนสุขโสตตนรัก การชอบ ธรรมนา<br />
 สามสิ่งความชักน้อม จิตรให้ยินดี</p>
<p>&#8212;-</p>
<p><strong>สามสิ่งควรปรารถนา</strong><br />
 <em>ความสุขสบาย มิตรสหายที่ดีดี ใจสบายปรุโปร่ง</em></p>
<p>๏ สุขกายวายโรคร้อน รำคาญ<br />
 มากเพื่อนผู้วานการ ชีพได้<br />
 จิตรแผ้วผ่องสำราญ รมย์สุข เกษมแฮ<br />
 สามสิ่งควรจักให้ รีบร้อนปรารถนา</p>
<p>&#8212;-</p>
<p><strong>สามสิ่งควรอ้อนวอนขอ</strong><br />
 <em>ความเชื่อถือ ความสงบ ใจบริสุทธิ์</em></p>
<p>๏ ศรัทธาทำจิตรหมั้น คงตรง<br />
 สงบรงับดับประสงค์ สิ่งเศร้า<br />
 จิตรสอาดปราศสิ่งพะวง วุ่นขุ่น หมองแฮ<br />
 สามส่วนควรใฝ่เฝ้า แต่ตั้งอธิฐาน</p>
<p>&#8212;-</p>
<p><strong>สามสิ่งควรนับถือ</strong><br />
 <em>ปัญญา ฉลาด มั่นคง</em></p>
<p>๏ ปัญญาตรองตริล้ำ ฦกหลาย<br />
 ฉลาดยิ่งสิ่งแยบคาย คาดรู้<br />
 มั่นคงไม่คืนคลาย คลอนกลับ กลายแฮ<br />
 สามสิ่งควรกอบกู้ กับผู้นับถือ</p>
<p>&#8212;-</p>
<p><strong>สามสิ่งควรจะชอบ</strong><br />
 <em>ใจอารีสุจริต ใจดี สนุกเบิกบานพร้อมเพรียง</em></p>
<p>๏ สุจริตจิตรโอบอ้อม อารี<br />
 ใจโปร่งปราศราคี ขุ่นข้อง<br />
 สิ่งเกษมสุขเปรมปรี ดาพรั่ง พร้อมแฮ<br />
 สามสิ่งสมควรต้อง ชอบต้องยินดี</p>
<p>&#8212;-</p>
<p><strong>สามสิ่งควรสงสัย</strong><br />
 <em>ยอ หน้าเนื้อใจเสือ กลับกลอก</em></p>
<p>๏ คำยอยกย่องเที้ยร ทุกประการ<br />
 พักตร์จิตรผิดกันประมาณ ยากรู้<br />
 เร็วรักผลักพลันขาน คำกลับ พลันฤๅ<br />
 สามส่วนควรแล้วผู้ พะพ้องพึงแคลง</p>
<p>&#8212;-</p>
<p><strong>สามสิ่งควรละ</strong><br />
 <em>เกียจคร้าน วาจาฟั่นเฝือ หยอกหยาบแลแสลง ฤๅขัดคอ</em></p>
<p>๏ เกียจคร้านการท่านทั้ง การตน ก็ดี<br />
 พูดมากเปล่าเปลืองปน ปดเหล้น<br />
 คำแสลงเสียดแทงระคน คำหยาบ หยอกฤๅ<br />
 สามสิ่งควรทิ้งเว้น ขาดสิ้นสันดาน</p>
<p>&#8212;-</p>
<p><strong>สามสิ่งควรกระทำให้มี</strong><br />
 <em>หนังสือดีดี เพื่อนดี ใจเย็นดี</em></p>
<p>๏ หนังสือสอนสั่งข้อ วิทยา<br />
 เว้นบาปเสาะกัลยาณ์ มิตรไว้<br />
 หนึ่งขาดปราศโทษา คติห่อ ใจเฮย<br />
 สามสิ่งควรมีให้ มากหยั้งยืนเจริญ</p>
<p>&#8212;-</p>
<p><strong>สามสิ่งควรจะหวงแหนฤๅต่อสู้เพื่อรักษา</strong><br />
 <em>ชื่อเสียงยศศักดิ์ บ้านเมืองของตน มิตรสหาย</em></p>
<p>๏ ความดีมีชื่อทั้ง ยศถา ศักดิ์เฮย<br />
 ประเทศเกิดกุลพงศา อยู่ยั้ง<br />
 คนรักร่วมอัธยา ศรัยสุข ทุกข์แฮ<br />
 สามสิ่งควรสงวนตั้ง ต่อสู้ผู้เบียฬ</p>
<p>&#8212;-</p>
<p><strong>สามสิ่งควรครองไว้</strong><br />
 <em>กิริยาที่เปนในใจ มักง่าย วาจา</em></p>
<p>๏ อาการอันเกิดด้วย น้ำใจ แปรฤๅ<br />
 ใจซึ่งรีบเร็วไว ก่อนรู้<br />
 วาจาจักพูดใน กิจสบ สรรพแฮ<br />
 สามสิ่งจำทั่วผู้ พิทักษ์หมั้นครองรวัง</p>
<p>&#8212;-</p>
<p><strong>สามสิ่งควรเตรียมเพื่อ</strong><br />
 <em>อนิจัง ชรา มรณะ</em></p>
<p>๏ สิ่งใดในโลกล้วน เปลี่ยนแปลง<br />
 หนึ่งชราหย่อนแรง เร่งร้น<br />
 ความตายติดตามแสวง ทำชีพ ประลัยเฮย<br />
 สามส่วนควรคิดค้น คติรู้เตรียมคอย</p>
<p>๏ จบสารสิบหกเค้า คเนนับ หมวดแฮ<br />
 หมวดละสามคิดสรรพ เสร็จสิ้น<br />
 เปนสี่สิบแปดฉบับ บอกเยี่ยง อย่างแฮ<br />
 ตามแบบบ่ขาดหวิ้น เสร็จแล้วบริบูรณ์</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/wash/archives/2974/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>อยู่สวนป่ามาครบเดือนแล้ว</title>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/2973</link>
		<comments>http://lanpanya.com/wash/archives/2973#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 21 Oct 2012 10:53:50 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Logos</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ประสบการณ์ชีวิต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/wash/?p=2973</guid>
		<description><![CDATA[มาสวนป่าคราวนี้ ผมตั้งใจมาทำบ้านให้เสร็จครับ&#8230; ขณะนี้บ้านยังไม่เสร็จ แต่สามารถย้ายเข้ามานอนได้ตั้งแต่วันที่ 18 กันยายน 2555 เป็นวันที่ 87 นับตั้งแต่ลงมือถางหญ้าที่รกๆ ปรับพื้นที่เตรียมการสร้างบ้านครับ รูปขั้นตอนการก่อสร้างและความคืบหน้า ดูได้ในเฟสบุ๊ค
ตลอดเดือนหนึ่งมานี้ ไม่ได้เขียนอะไรในลานซักล้างเลย ไม่เคยมีเวลาว่างพอที่จะเขียนบันทึกเลย ทั้งนี้คงเป็นเพราะผมนอนอยู่ในกระต๊อบที่ชายป่า แมลงและยุงชุมมาก ต้องรีบอาบน้ำก่อนพระอาทิตย์ตก เสร็จแล้วเข้ามุ้งก่อนแมลงและยุงจะมา
เดิมทีก็ไม่คิดว่าจะใช้ชีวิตอย่างนี้ได้ ซึ่งความคิดก็หลอกเราได้เสมอๆ พอทดลองอยู่ดูแล้วกลับรู้สึกสบาย ไม่ได้คิดถึงแอร์เย็นฉ่ำและความสะดวกสบายที่เคยมีอยู่เลย

ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา มีความเปลี่ยนแปลงเยอะมากครับ

อันที่ชัดที่สุดคือน้ำหนักลดลงไปสิบกิโลแล้วครับ ยังลงได้อีก 
บ้านที่ถ่ายรูปเอาไว้เป็นตัวอย่างของกระบวนการสร้างบ้านก็มีคนเข้าดูเยอะเหมือนกัน
มีญาติเฮมาสวนป่าสองรอบ
มีการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานของสวนป่าครั้งใหญ่ ทั้งเรื่องไฟฟ้าและเรื่องถมดิน
มีโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนามาร่วมในการเสวนาการศึกษาอิงระบบครั้งที่ ๑ มีไฟล์เสียงของการเสวนาเปิดฟังได้บน Youtube
ในวันรุ่งขึ้น เรายกขบวนไปเยี่ยมโรงเรียนบ้าง แล้วเลยไปเที่ยวอุทยานประวัติศาสตร์พิมาย
ถมที่เพิ่มเตรียมไว้สำหรับสร้างบ้านเฟส 2 และ 3
วันนี้ก็โชคดีมหาศาลที่ได้ครูขวัญดินจากศรีษะอโศกมาสอน ธรรมดาครูขวัญดินซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านด้วย มีงานล้นมือและไม่ค่อยออกนอกหมู่บ้าน การอบรมวันนี้ได้ตัวจริงมาสอนครับ 
พรุ่งนี้มีอบรมคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

สำคัญที่บ้านใกล้เสร็จ ต้องเฝ้าดูใกล้ชิดห้ามกระพริบตา ไม่อย่างนี้ ที่ทุ่มเททำกันมา พังได้ในพริบตาเพราะความชุ่ยของคน หายไปไม่ได้แม้แต่ครึ่งวัน
ตอนนี้ เตาแกสยังไม่มีถังแกส บ้านยังไม่มีประตู ทีวียังไม่ได้ต่อ แมลงเข้าบ้านเยอะ กวาดบ้านบ่อยหน่อย ห้องน้ำยังไม่เสร็จสมบูรณ์ แต่ห้องนอนสะอาดแล้วและนอนได้ครับ
สรุปว่าอยู่นี่ก็มีอะไรทำตลอดเวลา มีความสุขดี ถึงไม่นอนห้องแอร์ ไม่มีคนรับใช้ ทำทุกอย่างเอง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>มาสวนป่าคราวนี้ ผมตั้งใจมาทำบ้านให้เสร็จครับ&#8230; ขณะนี้บ้านยังไม่เสร็จ แต่สามารถย้ายเข้ามานอนได้ตั้งแต่วันที่ 18 กันยายน 2555 เป็นวันที่ 87 นับตั้งแต่ลงมือถางหญ้าที่รกๆ ปรับพื้นที่เตรียมการสร้างบ้านครับ รูปขั้นตอนการก่อสร้างและความคืบหน้า <a href="https://www.facebook.com/media/set/?set=a.10151129451341495.497875.706691494&amp;type=1" target="_blank">ดูได้ในเฟสบุ๊ค</a></p>
<p>ตลอดเดือนหนึ่งมานี้ ไม่ได้เขียนอะไรในลานซักล้างเลย ไม่เคยมีเวลาว่างพอที่จะเขียนบันทึกเลย ทั้งนี้คงเป็นเพราะผมนอนอยู่ในกระต๊อบที่ชายป่า แมลงและยุงชุมมาก ต้องรีบอาบน้ำก่อนพระอาทิตย์ตก เสร็จแล้วเข้ามุ้งก่อนแมลงและยุงจะมา</p>
<p>เดิมทีก็ไม่คิดว่าจะใช้ชีวิตอย่างนี้ได้ ซึ่งความคิดก็หลอกเราได้เสมอๆ พอทดลองอยู่ดูแล้วกลับรู้สึกสบาย ไม่ได้คิดถึงแอร์เย็นฉ่ำและความสะดวกสบายที่เคยมีอยู่เลย</p>
<p><span id="more-2973"></span></p>
<p>ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา มีความเปลี่ยนแปลงเยอะมากครับ</p>
<ul>
<li>อันที่ชัดที่สุดคือน้ำหนักลดลงไปสิบกิโลแล้วครับ ยังลงได้อีก </li>
<li>บ้านที่ถ่ายรูปเอาไว้เป็นตัวอย่างของกระบวนการสร้างบ้านก็มีคนเข้าดูเยอะเหมือนกัน</li>
<li>มีญาติเฮมาสวนป่าสองรอบ</li>
<li>มีการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานของสวนป่าครั้งใหญ่ ทั้งเรื่องไฟฟ้าและเรื่องถมดิน</li>
<li>มีโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนามาร่วมในการเสวนาการศึกษาอิงระบบครั้งที่ ๑ <a href="http://www.youtube.com/watch?v=ck6hzTeqn8A" target="_blank">มีไฟล์เสียงของการเสวนาเปิดฟังได้บน Youtube</a></li>
<li>ในวันรุ่งขึ้น เรายกขบวนไปเยี่ยมโรงเรียนบ้าง แล้วเลยไปเที่ยวอุทยานประวัติศาสตร์พิมาย</li>
<li>ถมที่เพิ่มเตรียมไว้สำหรับสร้างบ้านเฟส 2 และ 3</li>
<li>วันนี้ก็โชคดีมหาศาลที่ได้ครูขวัญดินจากศรีษะอโศกมาสอน ธรรมดาครูขวัญดินซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านด้วย มีงานล้นมือและไม่ค่อยออกนอกหมู่บ้าน การอบรมวันนี้ได้ตัวจริงมาสอนครับ </li>
<li>พรุ่งนี้มีอบรมคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี</li>
</ul>
<p>สำคัญที่บ้านใกล้เสร็จ ต้องเฝ้าดูใกล้ชิดห้ามกระพริบตา ไม่อย่างนี้ ที่ทุ่มเททำกันมา พังได้ในพริบตาเพราะความชุ่ยของคน หายไปไม่ได้แม้แต่ครึ่งวัน</p>
<p>ตอนนี้ เตาแกสยังไม่มีถังแกส บ้านยังไม่มีประตู ทีวียังไม่ได้ต่อ แมลงเข้าบ้านเยอะ กวาดบ้านบ่อยหน่อย ห้องน้ำยังไม่เสร็จสมบูรณ์ แต่ห้องนอนสะอาดแล้วและนอนได้ครับ</p>
<p>สรุปว่าอยู่นี่ก็มีอะไรทำตลอดเวลา มีความสุขดี ถึงไม่นอนห้องแอร์ ไม่มีคนรับใช้ ทำทุกอย่างเอง ก็ไม่ตาย</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/wash/archives/2973/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ความล่มสลายทางเศรษฐกิจหลีกเลี่ยงได้ยาก</title>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/2972</link>
		<comments>http://lanpanya.com/wash/archives/2972#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 17 Sep 2012 07:21:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Logos</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[สังคม ชุมชน ครอบครัว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/wash/?p=2972</guid>
		<description><![CDATA[เรื่องนี้ ผมแปะคลิปเอาไว้บนเฟสบุ๊คแล้ว แต่ก็เอามาเขียนไว้บนลานซักล้างอีกครั้งหนึ่ง เผื่อคนที่สามารถฟังภาษาอังกฤษทันแต่ไม่ได้ใช้เฟสบุ๊ค (ยังมีด้วยหรือ)
คลิปแรกอธิบายวิกฤติหนี้ ทำไมระบบการเงินจึงมุ่งสู่การล่มสลายอย่างแน่นอน ถ้าดูตามคำอธิบายนี้ มันก็เจ๊งแน่ๆ ครับ เราก็เพียงแต่หวังว่ามันจะไม่ล่มสลายต่อหน้าต่อตาเราในยุคนี้




คลิปต่อมา อธิบายว่าทำไมเงินสกุลดอลล่าร์สหรัฐและเงินสกุลยูโร จึงมีแนวโน้มจะเจ๊งแน่ (แต่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่) ทั้งดอลล่าร์และยูโร เป็นสกุลเงินที่ยืนอยู่ได้ด้วยความเชื่อมั่นในตัวสกุลเงิน (Debt-based currencies) รัฐบาลออกพันธบัตรมาโปะหนี้ที่เกิดจากการขาดดุลย์ทางการค้า(สหรัฐ)และสวัสดิการ(ยุโรป) ซึ่งมากมายมหาศาลจนไม่มีทางจ่ายคืน จึงต้องออกพันธบัตรออกมาเรื่อยๆ และยิ่งไม่มีทางจ่ายคืนใหญ่ สักวันลูกโป่งจะแตกเพียงแต่ไม่รู้ว่าวันไหนเท่านั้น
ปัญหาคือเงินทั้งสองสกุล ใช้ในเศรษฐกิจเกินครึ่งหนึ่งของโลกไปตั้งเยอะ สมัยต้มยำกุ้ง เงินบาทซึ่งไม่ได้กระผีกของดอลล่าร์และยูโร ยังสร้างความปั่นป่วนไปทั่วโลกได้เลย หากดอลล่าร์และยูโรล่มสลาย ผลกระทบนั้นคงไม่หนีการล่มสลายของระบบการเงินทั่วโลก
ซึ่งถ้าหากเกิดขึ้น คงแปลกดีที่มีเงินหมื่นล้าน แต่หาซื้ออะไรไม่ได้เลย (ไปเบิกเงินจากธนาคารให้ทันเถอะ ธนาคารจะมีจ่ายหรือ) จะเดินทางไปไหน ก็เป็น One-way trip เพราะหาซื้อน้ำมันสำหรับขากลับไม่ได้ กักตุนอะไรไว้ก็ไม่พอ มันอาจช่วยให้ผ่านสัปดาห์แรกหรือเดือนแรกไปได้ แต่ถ้าเป็นปีแรกล่ะ ถ้าวิกฤติยาว 6 ปีเท่ากับสงครามโลกครั้งที่สองล่ะ แล้วถ้ามันยาวเป็นทศวรรษล่ะ จะทำอย่างไร เศรษฐกิจตกต่ำที่เคยเกิดขึ้นมา ไม่เคยเกิดขึ้นสั้นๆ เลย



คลิปที่สามเสนอว่าเมื่อแก้ปัญหาไม่ได้ ก็ต้องย้ายปัญหาไปไว้ที่อื่นโดยการก่อสงครามครับ ไม่ต้องไปสนใจเหตุผลหรือเข้าข้างใครหรอก คนก่อสงครามสามารถจะหาสารพัดข้ออ้างได้เสมอ แถไปจนสีข้างแดงเถือกก็ยังได้ การก่อสงครามเป็นวิธีการเบี่ยงเบนปัญหาจากเรื่องเศรษฐกิจไปสู่อีกเรื่องหนึ่ง ถ้าชนะก็จะได้ค่าปฏิกรรมสงครามจำนวนมหาศาล เป็นโอกาสมั่วนิ่ม [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เรื่องนี้ ผม<a href="https://www.facebook.com/conductor.logos/posts/287009154746291" target="_blank">แปะคลิปเอาไว้บนเฟสบุ๊ค</a>แล้ว แต่ก็เอามาเขียนไว้บนลานซักล้างอีกครั้งหนึ่ง เผื่อคนที่สามารถฟังภาษาอังกฤษทันแต่ไม่ได้ใช้เฟสบุ๊ค (ยังมีด้วยหรือ)</p>
<p>คลิปแรกอธิบายวิกฤติหนี้ ทำไมระบบการเงินจึงมุ่งสู่การล่มสลายอย่างแน่นอน ถ้าดูตามคำอธิบายนี้ มันก็เจ๊งแน่ๆ ครับ เราก็เพียงแต่หวังว่ามันจะไม่ล่มสลายต่อหน้าต่อตาเราในยุคนี้</p>
<p>
<object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="640" height="480" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/Kz6xG2YtyyE?version=3&amp;hl=en_US&amp;rel=0" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="640" height="480" src="http://www.youtube.com/v/Kz6xG2YtyyE?version=3&amp;hl=en_US&amp;rel=0" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object>
</p>
<p><span id="more-2972"></span></p>
<p>คลิปต่อมา อธิบายว่าทำไมเงินสกุลดอลล่าร์สหรัฐและเงินสกุลยูโร จึงมีแนวโน้มจะเจ๊งแน่ (แต่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่) ทั้งดอลล่าร์และยูโร เป็นสกุลเงินที่ยืนอยู่ได้ด้วยความเชื่อมั่นในตัวสกุลเงิน (Debt-based currencies) รัฐบาลออกพันธบัตรมาโปะหนี้ที่เกิดจากการขาดดุลย์ทางการค้า(สหรัฐ)และสวัสดิการ(ยุโรป) ซึ่งมากมายมหาศาลจนไม่มีทางจ่ายคืน จึงต้องออกพันธบัตรออกมาเรื่อยๆ และยิ่งไม่มีทางจ่ายคืนใหญ่ สักวันลูกโป่งจะแตกเพียงแต่ไม่รู้ว่าวันไหนเท่านั้น</p>
<p>ปัญหาคือเงินทั้งสองสกุล ใช้ในเศรษฐกิจเกินครึ่งหนึ่งของโลกไปตั้งเยอะ สมัยต้มยำกุ้ง เงินบาทซึ่งไม่ได้กระผีกของดอลล่าร์และยูโร ยังสร้างความปั่นป่วนไปทั่วโลกได้เลย หากดอลล่าร์และยูโรล่มสลาย ผลกระทบนั้นคงไม่หนีการล่มสลายของระบบการเงินทั่วโลก</p>
<p>ซึ่งถ้าหากเกิดขึ้น คงแปลกดีที่มีเงินหมื่นล้าน แต่หาซื้ออะไรไม่ได้เลย (ไปเบิกเงินจากธนาคารให้ทันเถอะ ธนาคารจะมีจ่ายหรือ) จะเดินทางไปไหน ก็เป็น One-way trip เพราะหาซื้อน้ำมันสำหรับขากลับไม่ได้ กักตุนอะไรไว้ก็ไม่พอ มันอาจช่วยให้ผ่านสัปดาห์แรกหรือเดือนแรกไปได้ แต่ถ้าเป็นปีแรกล่ะ ถ้าวิกฤติยาว 6 ปีเท่ากับสงครามโลกครั้งที่สองล่ะ แล้วถ้ามันยาวเป็นทศวรรษล่ะ จะทำอย่างไร เศรษฐกิจตกต่ำที่เคยเกิดขึ้นมา ไม่เคยเกิดขึ้นสั้นๆ เลย</p>
<p>
<object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="640" height="360" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/TfHEz4plxtg?version=3&amp;hl=en_US&amp;rel=0" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="640" height="360" src="http://www.youtube.com/v/TfHEz4plxtg?version=3&amp;hl=en_US&amp;rel=0" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object>
</p>
<p>คลิปที่สามเสนอว่าเมื่อแก้ปัญหาไม่ได้ ก็ต้องย้ายปัญหาไปไว้ที่อื่นโดยการก่อสงครามครับ ไม่ต้องไปสนใจเหตุผลหรือเข้าข้างใครหรอก คนก่อสงครามสามารถจะหาสารพัดข้ออ้างได้เสมอ แถไปจนสีข้างแดงเถือกก็ยังได้ การก่อสงครามเป็นวิธีการเบี่ยงเบนปัญหาจากเรื่องเศรษฐกิจไปสู่อีกเรื่องหนึ่ง ถ้าชนะก็จะได้ค่าปฏิกรรมสงครามจำนวนมหาศาล เป็นโอกาสมั่วนิ่ม ยืดหนี้หรือเบี้ยวหนี้</p>
<p>เรื่องแบบนี้เคยเกิดขึ้นแล้ว เพียงแต่เรามักนึกไม่ถึงเท่านั้นเอง เช่นลัทธิล่าอาณานิคม สงครามโลก มันไม่ใช่เพื่อการครอบครอง แต่เป็นการสูบเองทรัพยากรจากที่อื่นมาใช้ ทิ้งปัญหาเอาไว้ไกลๆ</p>
<p>
<object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="640" height="360" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/X_KAj8O8qes?version=3&amp;hl=en_US&amp;rel=0" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="640" height="360" src="http://www.youtube.com/v/X_KAj8O8qes?version=3&amp;hl=en_US&amp;rel=0" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object>
</p>
<p>คลิปต่อมา อาจจะฟังดูเหลือเชื่อ เป็นทฤษฎีสมคบคิด (Conspiracy theory) เกี่ยวกับกลุ่ม(ทุน)ที่ครองโลก Hedge Funds หรือแม้แต่ Illuminati&#8230; ซึ่งคำอธิบายก็เป็นเรื่องวิธีทำกำไรแบบพื้นๆ ของตลาดหุ้นคือ ขายหุ้นทิ้งในตอนที่ราคายังโอเค ปล่อยข่าวร้ายทุบให้หุ้นตกลงมากๆ พอราคาหุ้นลงไปต่ำมากก็ช้อนซื้อในราคาถูก เมื่อหุ้นกลับมาสู่ราคาพื้นฐาน ก็จะรวยมากขึ้นเยอะ</p>
<p>
<object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="640" height="480" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/-AZ15EsXRL8?version=3&amp;hl=en_US&amp;rel=0" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="640" height="480" src="http://www.youtube.com/v/-AZ15EsXRL8?version=3&amp;hl=en_US&amp;rel=0" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object>
</p>
<p>ส่วนคลิปสุดท้ายตลกดีครับ เป็นการเอาข้อเท็จจริงของวิกฤติหนี้ในยุโรปมาทำคล้ายเกมถามตอบ (Quiz show) แต่เรื่องที่พูด จริงทั้งนั้น</p>
<p>
<object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="640" height="360" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/NOzR3UAyXao?version=3&amp;hl=en_US&amp;rel=0" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="640" height="360" src="http://www.youtube.com/v/NOzR3UAyXao?version=3&amp;hl=en_US&amp;rel=0" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object>
</p>
<p>เรื่องพวกนี้ไม่ต้องเชื่อหรอกครับ เหมือนพวกทำนายภัยพิบัตินั่นแหละ <span style="color: #ff99cc;">มันไม่สำคัญว่าจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อไหร่ แต่ว่าเมื่อเกิดแล้ว เราจะผ่านมันไปได้อย่างไรต่างหาก</span> มีเรื่องที่ต้องเตรียมตัวก่อนเกิดเหตุ แนวทางปฏิบัติระหว่างเกิดเหตุ และสิ่งที่จะต้องทำหลังจากเกิดเหตุ ทั้งนี้เป็นเพราะเมื่อเกิดเหตุจะไม่มีเวลาคิด จะเตรียมตัวก็ไม่ทันแล้ว</p>
<p>บางคนอาจจะพยายามหาสวรรค์ที่ปลอดภัยของตัวเอง โดยลืมไปว่าถ้าจะไปสวรรค์ได้นั้น ต้องทำอะไรมาก่อนตั้งเยอะ ถ้าเกิดเหตุแล้วจะมุ่งไปสวรรค์โดยไม่ได้เตรียมอะไรไว้เลย บ้านก็ไม่ได้สร้าง ต้นไม้ไม่ได้ปลูก อาหารไม่ได้ปลูกไม่ได้เลี้ยง แหล่งน้ำไม่ได้หา เครื่องมือไม่มี ความรู้ไม่มี ทักษะก็ไม่มี ไม่มีเพื่อน ไม่รู้จักชุมชน พูดก็ไม่รู้เรื่อง เคยมองและทำแต่เรื่องของตัวเอง ถึงเวลาจะไปสวรรค์ เซนต์ปีเตอร์จะเปิดประตูให้หรือครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/wash/archives/2972/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ตามดูสร้างบ้าน 24 สค - 16 กย</title>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/2971</link>
		<comments>http://lanpanya.com/wash/archives/2971#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 16 Sep 2012 14:56:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Logos</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[เรื่องทั่วไป]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/wash/?p=2971</guid>
		<description><![CDATA[ไปสวนป่าเที่ยวนี้ ก็ไปดูความคืบหน้าของบ้านอีกนั่นล่ะครับ ไปอยู่สามอาทิตย์กว่า น้ำหนักลดลงสองกิโล รูปความคืบหน้าของการก่อสร้างบ้าน ดูได้ที่นี่
คราวที่แล้วที่กลับมาบ้าน ก็มาตรวจสุขภาพโดยใช้บริการรถตู้ สะดวกดีครับ ส่วนรถยนต์ผมจอดทิ้งไว้ที่สวนป่า พอกลับไปมันขึ้นไฟ engine check ทำให้เร่งเครื่องไม่ได้ดีนี้ (ยังขับได้ 100 กม/ชม) แต่รถยนต์ในปัจจุบันนี้ ใช้คอมพิวเตอร์ควบคุมทั้งนั้น ปัญหาที่เกิดขึ้น ก็ต้องใช้คอมพิวเตอร์อ่าน diagnostic log ว่าเกิดอะไรขึ้น ทีนี้เครื่องอ่านนี้ราคาแพงมาก ที่บุรีรัมย์ก็ไม่มีศูนย์บริการรถยี่ห้อนี้ จึงต้องกลับมาซ่อมรถที่กรุงเทพ พร้อมๆ กับมาซ่อมสุขภาพตัวเองด้วย
ไปเที่ยวนี้ ฝนตกเยอะ ฝนสาดกระต๊อบด้วยครับ ลมแรง แต่ผมก็นอนกระต๊อบตลอด มีวันหนึ่งเดินไปที่กระต๊อบบัญชาการเพื่อหาของกินกลางดึกในช่วงฝนหยุดใหม่ๆ แต่มีน้ำเฉอะแฉะ เมื่อยืนอยู่เฉยๆ เบบี้แมลงป่องไต่ขึ้นขากางเกงโดยผมไม่รู้ตัว และต่อยเข้าทีหนึ่ง โชคดีไม่แพ้พิษแมลงป่องนะครับ ตัวเล็กก็ต่อยปวด แต่เมื่อรู้ว่าปวดกลับไม่ค่อยปวดเท่าไหร่ วันรุ่งขึ้นก็หาย เดินได้ ทำงานได้ตามปกติ เห็นเบบี้งูบริเวณกระต๊อบด้วยเป็นครั้งแรก เขาก็อยู่ส่วนของเขา เราก็อยู่ส่วนของเรา เขาคงกลัวเราเหมือนกัน ซึ่งเราก็ไม่ยุ่งกับเขาอยู่แล้ว

มีทีมจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาไปเยี่ยมช่วงสั้นๆ อยู่สองวัน
นัดแนะกับครูบาและแม่หวีว่าจะไปส่งครูบางานสัมนาผู้ได้รับรางวัล &#8220;แทนคุณแผ่นดิน&#8221; จัดโดย บ.ก.เครือเนชั่น แล้วหนีเที่ยวสุรินทร์กับแม่หวี ก็ไปไม่ได้เพราะรถไม่มีอัตราเร่ง ไม่น่าจะขับทางไกลนัก [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ไปสวนป่าเที่ยวนี้ ก็ไปดูความคืบหน้าของบ้านอีกนั่นล่ะครับ ไปอยู่สามอาทิตย์กว่า น้ำหนักลดลงสองกิโล รูปความคืบหน้าของการก่อสร้างบ้าน <a href="https://www.facebook.com/media/set/?set=a.10151129451341495.497875.706691494&amp;type=3" target="_blank">ดูได้ที่นี่</a></p>
<p>คราวที่แล้วที่กลับมาบ้าน ก็มาตรวจสุขภาพโดยใช้บริการรถตู้ สะดวกดีครับ ส่วนรถยนต์ผมจอดทิ้งไว้ที่สวนป่า พอกลับไปมันขึ้นไฟ engine check ทำให้เร่งเครื่องไม่ได้ดีนี้ (ยังขับได้ 100 กม/ชม) แต่รถยนต์ในปัจจุบันนี้ ใช้คอมพิวเตอร์ควบคุมทั้งนั้น ปัญหาที่เกิดขึ้น ก็ต้องใช้คอมพิวเตอร์อ่าน diagnostic log ว่าเกิดอะไรขึ้น ทีนี้เครื่องอ่านนี้ราคาแพงมาก ที่บุรีรัมย์ก็ไม่มีศูนย์บริการรถยี่ห้อนี้ จึงต้องกลับมาซ่อมรถที่กรุงเทพ พร้อมๆ กับมาซ่อมสุขภาพตัวเองด้วย</p>
<p>ไปเที่ยวนี้ ฝนตกเยอะ ฝนสาดกระต๊อบด้วยครับ ลมแรง แต่ผมก็นอนกระต๊อบตลอด มีวันหนึ่งเดินไปที่กระต๊อบบัญชาการเพื่อหาของกินกลางดึกในช่วงฝนหยุดใหม่ๆ แต่มีน้ำเฉอะแฉะ เมื่อยืนอยู่เฉยๆ เบบี้แมลงป่องไต่ขึ้นขากางเกงโดยผมไม่รู้ตัว และ<a href="https://www.facebook.com/conductor.logos/posts/10151203505426495" target="_blank">ต่อยเข้าทีหนึ่ง</a> โชคดีไม่แพ้พิษแมลงป่องนะครับ ตัวเล็กก็ต่อยปวด แต่เมื่อรู้ว่าปวดกลับไม่ค่อยปวดเท่าไหร่ วันรุ่งขึ้นก็หาย เดินได้ ทำงานได้ตามปกติ เห็นเบบี้งูบริเวณกระต๊อบด้วยเป็นครั้งแรก เขาก็อยู่ส่วนของเขา เราก็อยู่ส่วนของเรา เขาคงกลัวเราเหมือนกัน ซึ่งเราก็ไม่ยุ่งกับเขาอยู่แล้ว</p>
<p><span id="more-2971"></span></p>
<p>มีทีมจาก<a href="https://www.facebook.com/events/414248241965410/">มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา</a>ไปเยี่ยมช่วงสั้นๆ อยู่สองวัน</p>
<p>นัดแนะกับครูบาและแม่หวีว่าจะไปส่งครูบางาน<a href="https://www.facebook.com/events/358926264183703/" target="_blank">สัมนาผู้ได้รับรางวัล &#8220;แทนคุณแผ่นดิน&#8221; จัดโดย บ.ก.เครือเนชั่น</a> แล้วหนีเที่ยวสุรินทร์กับแม่หวี ก็ไปไม่ได้เพราะรถไม่มีอัตราเร่ง ไม่น่าจะขับทางไกลนัก ประกอบกับน้องผมเดินทางไปสวนป่า ไปช่วยดูรายละเอยดของบ้านด้วย ถ้าเขามาถึงแล้วไม่มีใครอยู่เลย คงไม่ดีเท่าไหร่</p>
<p>ส่วนของบ้าน ก็ต้องเอาต้นยางลงสามต้น และเอาต้นแดงลงหนึ่งต้น เนื่องอยู่ใกล้หลังคาเกินไป เมื่อเอาต้นไม้ลงแล้ว บ้านก็ดูโปร่งมากขึ้นแต่ยังร่มเย็นอยู่ในชายป่าอยู่ดี ตอนนี้ผนังบ้านทั้งด้านนอกและในเกือบเสร็จหมดแล้ว หลังคามุงหมดแล้ว วงกบประตูก็วางหมดแล้ว รอหน้าต่างประตูอลูมิเนียม กำลังทำระแนงอยู่ยังไม่เสร็จ มีเรื่องการเดินไฟฟ้าและน้ำอีก</p>
<p>อีกอาทิตย์กว่าๆ คงเข้าอยู่ได้ครับ แม้ว่าบ้านจะยังไม่เสร็จ แต่ว่าห้องนอนและห้องน้ำคงเรียบร้อยแล้ว คาดว่าจะเป็นช่วงที่หมดฝนพอดี ดังนั้นเป็นไปได้ว่าลมหนาวจะเริ่มพัดมาแล้ว การที่ลมหนาวพัดมา ไม่เหมาะกับการนอนอยู่ในกระต๊อบเหมือนสามเดือนที่ผ่านมา เป็นฤกษ์ดีที่จะย้ายเข้าไปนอนในบ้านซะที</p>
<p>ถ้าฝนหยุด ก็จะได้เริ่มงานถมที่ ตัดถนนใหม่ ซ่อมหลุมบ่อเสียที แต่ถ้าเกิดฝนยังไม่ยอมหยุด ก็ดีไปอีกแบบ คือจะได้ทดสอบ cross-flow ของลมว่ากระจายทั่วบ้านจริงหรือไม่</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/wash/archives/2971/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>บ้านอายุ 45 วัน</title>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/2969</link>
		<comments>http://lanpanya.com/wash/archives/2969#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 08 Sep 2012 12:43:15 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Logos</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[เรื่องทั่วไป]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/wash/?p=2969</guid>
		<description><![CDATA[ผมเป็นเจ้าของบ้าน 3 หลังใน 3 จังหวัด แต่บ้านที่สร้างที่สวนป่าซึ่งเป็นหลังที่ 4 ในจังหวัดที่ 4 นี้ ต่างกับหลังอื่นในแง่ที่ว่าเป็นบ้านที่ลุยเองตั้งแต่ต้น
บ้านนี้ เริ่มต้นตั้งแต่อยากจะสร้างห้องน้ำและห้องครัว เพราะนอนอยู่กระต๊อบคุณชายที่ชายป่ามาสามเดือนแล้ว สงบและสบายดี แต่ยังขาดห้องน้ำและห้องครัว จึงขออนุญาตครูบาลงไปสร้างข้างๆ ที่ที่ครูบาเตรียมไว้ให้สร้างบ้านผม แต่ไหนๆ ก็จะสร้างแล้ว เพิ่มห้องเก็บของเอาไว้เก็บเครื่องมือสำหรับเวิร์คช็อปส่วนตัวของผม ทีนี้พอเริ่มเพิ่มห้อง ก็เลยเถิดเพิ่มไปเรื่อยๆ ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว เพิ่มห้องนอนไปด้วยดีกว่า นอนอยู่ชายป่า ทำให้แม่เป็นห่วงอันตรายจากสัตว์ต่างๆ
พอเพิ่มห้องนอนเข้าไป พื้นที่ก็เริ่มงอกเป็นเรื่องเป็นราว เพื่อให้บ้านลงตัว เลยเพิ่มห้องเอนกประสงค์เป็นห้องนั่งเล่น/ห้องรับแขก(ซึ่งคงไม่มี)/ครัวเล็กไม่มีกลิ่น/ห้องกินข้าว(อยู่คนเดียวไม่ต้องมีก็ได้)/ห้องทำงาน
เริ่มต้นตั้งแต่เป็นบ้านขนาด 8&#215;8 เมตร แต่มีต้นไม้ต้นหนึ่งอยู่ใกล้บ้านเกินไป ครูบาว่าต้องเอาลง พอเอาต้นไม้ออก ก็เลยขยายบ้านเป็น 9&#215;9 เมตร มีหลังคาเป็นเพิงหมาแหงนขนาด 12&#215;11 เมตร กักเก็บน้ำฝนไว้ใช้ในยามแล้ว (เผื่อใครไม่รู้ เอลนินโญกำลังมา เมืองไทยจะแล้งจัด)
บ้านนี้จะช่วยให้ผมอาศัยอยู่สวนป่าได้นานๆ ทำโครงการหมู่บ้านโลกได้อย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มทำฐานรากเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2555 ถึงวันนี้ก็ 45 วันแล้ว ความจริงไม่ควรใช้เวลามากขนาดนี้หากมีการวางแผนที่ดี [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ผมเป็นเจ้าของบ้าน 3 หลังใน 3 จังหวัด แต่บ้านที่สร้างที่สวนป่าซึ่งเป็นหลังที่ 4 ในจังหวัดที่ 4 นี้ ต่างกับหลังอื่นในแง่ที่ว่าเป็นบ้านที่ลุยเองตั้งแต่ต้น</p>
<p>บ้านนี้ เริ่มต้นตั้งแต่อยากจะสร้างห้องน้ำและห้องครัว เพราะนอนอยู่กระต๊อบคุณชายที่ชายป่ามาสามเดือนแล้ว สงบและสบายดี แต่ยังขาดห้องน้ำและห้องครัว จึงขออนุญาตครูบาลงไปสร้างข้างๆ ที่ที่ครูบาเตรียมไว้ให้สร้างบ้านผม แต่ไหนๆ ก็จะสร้างแล้ว เพิ่มห้องเก็บของเอาไว้เก็บเครื่องมือสำหรับเวิร์คช็อปส่วนตัวของผม ทีนี้พอเริ่มเพิ่มห้อง ก็เลยเถิดเพิ่มไปเรื่อยๆ ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว เพิ่มห้องนอนไปด้วยดีกว่า นอนอยู่ชายป่า ทำให้แม่เป็นห่วงอันตรายจากสัตว์ต่างๆ</p>
<p>พอเพิ่มห้องนอนเข้าไป พื้นที่ก็เริ่มงอกเป็นเรื่องเป็นราว เพื่อให้บ้านลงตัว เลยเพิ่มห้องเอนกประสงค์เป็นห้องนั่งเล่น/ห้องรับแขก(ซึ่งคงไม่มี)/ครัวเล็กไม่มีกลิ่น/ห้องกินข้าว(อยู่คนเดียวไม่ต้องมีก็ได้)/ห้องทำงาน</p>
<p>เริ่มต้นตั้งแต่เป็นบ้านขนาด 8&#215;8 เมตร แต่มีต้นไม้ต้นหนึ่งอยู่ใกล้บ้านเกินไป ครูบาว่าต้องเอาลง พอเอาต้นไม้ออก ก็เลยขยายบ้านเป็น 9&#215;9 เมตร มีหลังคาเป็นเพิงหมาแหงนขนาด 12&#215;11 เมตร กักเก็บน้ำฝนไว้ใช้ในยามแล้ว (เผื่อใครไม่รู้ เอลนินโญกำลังมา เมืองไทยจะแล้งจัด)</p>
<p>บ้านนี้จะช่วยให้ผมอาศัยอยู่สวนป่าได้นานๆ ทำโครงการหมู่บ้านโลกได้อย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มทำฐานรากเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2555 ถึงวันนี้ก็ 45 วันแล้ว ความจริงไม่ควรใช้เวลามากขนาดนี้หากมีการวางแผนที่ดี เมื่อสร้างไปได้สองอาทิตย์กว่า ก็มีการกดปุ่ม Pause เพื่อเสริมความแข็งแรง ทำให้เสียเวลารอบ่มคอนกรีตไปเกือบสองอาทิตย์ เปลี่ยนแปลงแบบจากอิฐดินซีเมนต์อัดทั้งหลัง เป็นใช้โครงสร้างเบา(กว่า)ในครึ่งบน เติมกระดูกบ้านเป็นโครงเหล็ก</p>
<p><span id="more-2969"></span></p>
<p>อย่างไรก็ตาม วันนี้มุงหลังคาแล้ว เห็นเป็นรูปร่างบ้านที่ชัดเจนขึ้น</p>
<p><a href="http://lanpanya.com/wash/files/2012/09/dsc_3386s.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-2970" title="dsc_3386s" src="http://lanpanya.com/wash/files/2012/09/dsc_3386s.jpg" alt="" width="500" height="332" /></a></p>
<p>ที่เห็นเป็นนั่งร้านรอบบ้านนั้น เพิ่งขึ้นมาเมื่อเย็นนี้เองครับ ทำนั่งร้านเพื่อขึ้นไปทำเชิงชาย</p>
<p>พรุ่งนี้ก็จะเริ่มห่อบ้าน ปะผนังด้านนอก ติดหน้าต่างประตูกระเบื้องผนังด้านใน อีกสองสัปดาห์ก็คงเข้าอยู่ได้ ส่วนบ้านจะเสร็จจริงๆ เมื่อไร ก็แล้วแต่ว่าจะแต่งอย่างไรครับ ผมไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องแต่งอะไรมากมายให้เกินความจำเป็น บ้านนี้มีเนื้อที่ใช้สอยเล็กกว่าบ้านที่ผมอยู่หลายๆๆๆๆๆๆๆ เท่า แต่อยู่คนเดียวอย่างสงบๆ ไม่มีแขก แค่นี้เหมาะดีแล้วครับ</p>
<p>ความคืบหน้าของการก่อสร้างตั้งแต่เริ่มต้น ดูได้จาก<a href="https://www.facebook.com/media/set/?set=a.10151129451341495.497875.706691494&amp;type=3" target="_blank">อัลบั้มภาพบนเฟสบุ๊ค</a>ซึ่งทำไว้ให้เรียนรู้ก่อนลงมือทำเอง บ้านนี้จะมาถึงจุดนี้ไม่ได้หากว่าน้องผมไม่ช่วย งานเขายุ่งมาก แต่คงทนสมเพชผมไม่ไหวครับ จึงปลีกตัวมาช่วยอย่างจริงจัง</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/wash/archives/2969/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>COMET การศึกษาเรื่องอุตุนิยมวิทยาด้วยตนเอง</title>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/2968</link>
		<comments>http://lanpanya.com/wash/archives/2968#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 30 Aug 2012 12:23:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Logos</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[การศึกษานอกระบบ การศึกษาตามอัธยาศัย]]></category>

		<category><![CDATA[วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/wash/?p=2968</guid>
		<description><![CDATA[โปรแกรม COMET เป็นโปรแกรมการศึกษาเรื่องอุตุนิยมวิทยาด้วยตนเองของสหรัฐ ผมเรียนๆ หยุดๆ มาสองสามปีแล้วครับ ตั้งแต่เมืองไทยเริ่มมีภัยธรรมชาติคุกคามมากขึ้น
โปรแกรมนี้ต้องลงทะเบียน แต่ทุกอย่างฟรีหมด เรียนทางอินเทอร์เน็ต ถ้าสงสัยอะไร ดูจาก FAQ ของเขาก่อนครับ &#60;&#8211; คลิกลิงก์ตรงนี้
ที่นำเรื่องนี้มาเผยแพร่ให้ได้ศึกษากันเอง จะได้เป็นเครื่องป้องกันข่าวลือแปลกๆ อิงวิทยาศาสตร์แบบครึ่งๆ กลางๆ
The  COMET® Program was established in 1989  by UCAR and NOAA’s NWS to promote a  better understanding of mesoscale  meteorology among weather forecasters and to  maximize the benefits of  new weather technologies [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>โปรแกรม COMET เป็นโปรแกรมการศึกษาเรื่องอุตุนิยมวิทยาด้วยตนเองของสหรัฐ ผมเรียนๆ หยุดๆ มาสองสามปีแล้วครับ ตั้งแต่เมืองไทยเริ่มมีภัยธรรมชาติคุกคามมากขึ้น</p>
<p>โปรแกรมนี้ต้องลงทะเบียน แต่ทุกอย่างฟรีหมด เรียนทางอินเทอร์เน็ต ถ้าสงสัยอะไร <a href="https://www.meted.ucar.edu/resources_faq.php" target="_blank">ดูจาก FAQ ของเขา</a>ก่อนครับ &lt;&#8211; คลิกลิงก์ตรงนี้</p>
<p>ที่นำเรื่องนี้มาเผยแพร่ให้ได้ศึกษากันเอง จะได้เป็นเครื่องป้องกันข่าวลือแปลกๆ อิงวิทยาศาสตร์แบบครึ่งๆ กลางๆ</p>
<blockquote><p>The  COMET<sup>®</sup> Program was established in 1989  by UCAR and NOAA’s NWS to promote a  better understanding of mesoscale  meteorology among weather forecasters and to  maximize the benefits of  new weather technologies during the NWS’s  modernization program. The  COMET mission has expanded, and today COMET uses  innovative methods to  disseminate and enhance scientific knowledge in the  environmental  sciences, particularly meteorology, but also including diverse  areas  such as oceanography, hydrology, space weather and emergency management.</p>
<p>COMET has an outstanding,  highly trained team of instructional  designers, meteorologists, environmental  scientists, graphic artists,  multimedia developers, and information technology  and administrative  professionals. A COMET strength is the flexibility of its staff, which  allows effective use of program funds and efficient production.</p>
</blockquote>
<p><span id="more-2968"></span></p>
<blockquote><p>The COMET Program    is part of the <a href="http://www.ucp.ucar.edu/" target="_blank"><strong>University Corporation for Atmospheric Research&#8217;s (UCAR&#8217;s) Community Programs (UCP)</strong></a> and is  sponsored by <a href="http://www.weather.gov/hdqrtr.php" target="_blank"><strong>NOAA&#8217;s National Weather Service (NWS)</strong></a>, with additional funding by:</p>
<ul>
<li><a href="http://www.bom.gov.au/" target="_blank">Bureau of Meteorology of Australia</a></li>
<li><a href="http://www.usbr.gov/" target="_blank">Bureau of Reclamation (United States Department of the Interior)</a></li>
<li><a href="http://www.eumetsat.int/" target="_blank">European Organisation for the Exploitation of Meteorological Satellites (EUMETSAT)</a></li>
<li><a href="http://www.weatheroffice.ec.gc.ca/" target="_blank">Meteorological Service of Canada (MSC)</a></li>
<li><a href="http://www.nesdis.noaa.gov/" target="_blank">NOAA National Environmental Satellite, Data and Information Service (NESDIS)</a></li>
<li><a href="http://www.navmetoccom.navy.mil/" target="_blank">Naval Meteorology and Oceanography Command (NMOC)</a></li>
</ul>
<p><a href="http://comet.ucar.edu/who_about_us.php" target="_blank">http://comet.ucar.edu/who_about_us.php</a></p>
</blockquote>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/wash/archives/2968/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ความคืบหน้าของบ้านที่สวนป่า 2-20 สค 2555</title>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/2967</link>
		<comments>http://lanpanya.com/wash/archives/2967#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 19 Aug 2012 10:00:56 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Logos</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ประสบการณ์ชีวิต]]></category>

		<category><![CDATA[สังคม ชุมชน ครอบครัว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/wash/?p=2967</guid>
		<description><![CDATA[หลังจากกลับมาจากสวนป่าเพื่อรักษาตัว ไปหาหมอที่ ร.พ.บำรุงราษฎร์ ซึ่งตรวจใหญ่แต่ไม่พบอะไร และไม่จ่ายยาให้ ผมลองไปใช้บริการประกันสังคมดูบ้าง พบว่าความดันสูง ซึ่งมีอาการสัมพันธ์กับโรคเก่าเมื่อ 11 ปีก่อน หมอจึงจ่ายยาควบคุมความดันมาให้ ทดลองรักษาดูสักพัก
เมื่อได้ยาความดันมา ประกอบกับหลังจากออกจาก ร.พ.ที่บุรีรัมย์ ก็ยังไม่มีอาการอะไรอีก ผมจึงกลับมาสวนป่าอีกครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ 4 สค. มาดูความคืบหน้าของการก่อสร้างบ้าน
เรื่องบ้านที่หมู่บ้านโลก ซึ่งอยู่ในสวนป่านี้ สร้างเอาไว้อยู่เองครับ (สร้างเผื่อครอบครัวด้วย) ถึงแม้จะมีบ้านอยู่แล้วสามหลังในสามจังหวัด แต่มันก็ไม่เหมือนบ้านที่สวนป่า ครูบากำหนดที่ที่ดีมากให้ ทั้ง ร่ม เย็น สงบ มีความเป็นส่วนตัว ไม่วุ่นวายกับใครและไม่ควรจะมีใครมาวุ่นวาย ถมที่ไว้หลายเดือนแล้ว แต่การปลูกบ้าน ผมกลับลงไปสร้างในที่ที่ยังไม่ได้ถม
ได้ตรวจระดับความสูงและทางน้ำไหลดูแล้ว สวนป่าน่าจะปลอดภัย และที่ตรงนี้ ถึงไม่ถม ก็ยังสูงกว่าบริเวณอื่นของสวนป่า จึงน่าจะปลอดภัย ครูบามาสั่งการให้สางต้นไม้ที่รบกวนบ้านออก และถางส่วนที่รกๆ ออกไป ถึงกระนั้น ก็ยังร่มและเย็น ยายสอนหมั่นมาปลูกต้นไม้รอบๆ บริเวณ

งานสร้างบ้าน เริ่มมาตั้งแต่ 25 กค โดยทำฐานรากก่อน ก็ดูดีครับ แต่เมื่อจะขึ้นพื้นบ้าน ผมเกิดป่วยเข้า ร.พ. ไปสองวัน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>หลังจากกลับมาจากสวนป่าเพื่อรักษาตัว ไปหาหมอที่ ร.พ.บำรุงราษฎร์ ซึ่งตรวจใหญ่แต่ไม่พบอะไร และไม่จ่ายยาให้ ผมลองไปใช้บริการประกันสังคมดูบ้าง พบว่าความดันสูง ซึ่งมีอาการสัมพันธ์กับโรคเก่าเมื่อ 11 ปีก่อน หมอจึงจ่ายยาควบคุมความดันมาให้ ทดลองรักษาดูสักพัก</p>
<p>เมื่อได้ยาความดันมา ประกอบกับหลังจากออกจาก ร.พ.ที่บุรีรัมย์ ก็ยังไม่มีอาการอะไรอีก ผมจึงกลับมาสวนป่าอีกครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ 4 สค. มาดูความคืบหน้าของการก่อสร้างบ้าน</p>
<p>เรื่องบ้านที่หมู่บ้านโลก ซึ่งอยู่ในสวนป่านี้ สร้างเอาไว้อยู่เองครับ (สร้างเผื่อครอบครัวด้วย) ถึงแม้จะมีบ้านอยู่แล้วสามหลังในสามจังหวัด แต่มันก็ไม่เหมือนบ้านที่สวนป่า ครูบากำหนดที่ที่ดีมากให้ ทั้ง ร่ม เย็น สงบ มีความเป็นส่วนตัว ไม่วุ่นวายกับใครและไม่ควรจะมีใครมาวุ่นวาย ถมที่ไว้หลายเดือนแล้ว แต่การปลูกบ้าน ผมกลับลงไปสร้างในที่ที่ยังไม่ได้ถม</p>
<p>ได้ตรวจระดับความสูงและทางน้ำไหลดูแล้ว สวนป่าน่าจะปลอดภัย และที่ตรงนี้ ถึงไม่ถม ก็ยังสูงกว่าบริเวณอื่นของสวนป่า จึงน่าจะปลอดภัย ครูบามาสั่งการให้สางต้นไม้ที่รบกวนบ้านออก และถางส่วนที่รกๆ ออกไป ถึงกระนั้น ก็ยังร่มและเย็น ยายสอนหมั่นมาปลูกต้นไม้รอบๆ บริเวณ</p>
<p><span id="more-2967"></span></p>
<p>งานสร้างบ้าน เริ่มมาตั้งแต่ 25 กค โดยทำฐานรากก่อน ก็ดูดีครับ แต่เมื่อจะขึ้นพื้นบ้าน ผมเกิดป่วยเข้า ร.พ. ไปสองวัน แล้วต้องกลับไปรักษาตัวที่บ้าน ก็เลยอยู่ดูไม่ได้ มีประเด็นเกี่ยวกับความแข็งแรงเมื่อคิดประกอบกับอิฐที่นำมาใช้ (หนาและหนักมาก) ชั่งน้ำหนักอิฐและคำนวณดูแล้ว ก็รู้สึกกังวลอยู่เหมือนกัน</p>
<p>ช่างก็บอก <em>มันไม่พังหรอกอาจารย์</em> แต่เรื่องการสร้างบ้าน ความปลอดภัยต้องมาก่อน ผมจึงสั่งเสริมความแข็งแรงของฐานราก ช้าก็ช้า ไม่เป็นไร โชคดีมากที่น้องชายเดินทางมาสวนป่ามาช่วยดูให้ด้วย หล่อคานเสริมเข้าไป ตอนนี้เกือบครบระยะบ่มคอนกรีตแล้ว นอกจากนั้นก็เปลี่ยนโครงสร้างจากอิฐทั้งหลังเป็นครึ่งอิฐครึ่งวัสดุเบา&#8230; นี่ถ้าไม่ต้องเสริมความแข็งแรง ป่านนี้บ้านผมอยู่ได้แล้วครับ</p>
<p>การก่อสร้างสมัยนี้ วัสดุและวิธีการก่อสร้างมีความก้าวหน้าไปมาก ดังนั้นบ้านหลังนี้ ก็จะเป็นต้นแบบของการใช้วัสดุใหม่ๆ ต้องการจะหาต้นทุนมาตรฐานออกมาว่าบ้านในลักษณะนี้ จะมีต้นทุนประมาณตารางเมตรละเท่าไร หวังว่าจะอยู่ที่ตารางเมตรละ 2,500-3,000 บาท เป็นบ้านสมัยใหม่ ผมชอบบ้านไม้เหมือนกัน ครูบาก็กรุณาบอกว่าไม้มีเยอะแยะเต็มป่าเลย แต่สร้างบ้านไม้ในดงปลวก คงดูแปลกไปหน่อย</p>
<p>ระหว่างที่รอบ่มคาน คนงานอยู่ว่างๆ จึงให้ไปช่วยครูบาสร้างห้องน้ำที่กระต๊อบเจ้าป่า หรือไม่ก็อัดอิฐซึ่งจะต้องใช้ไป</p>
<p>เมื่อปรับเรื่องความแข็งแรงแล้ว ทุกอย่างก็ดูดี จึงวางแผนสร้างเฟสสองต่อเลยครับ จะสร้างอีกสองห้องนอน สองห้องน้ำ กับหนึ่งโถงใหญ่ ห้องนอนกับห้องน้ำคู่หนึ่ง กันไว้ให้พ่อแม่ (ซึ่งคงจะไม่มาอยู่ แต่เราเป็นลูก ทำอะไรจะไม่นึกถึงพ่อแม่ได้อย่างไร) ห้องที่เหลือ เอาไว้รับรองเพื่อนฝูง หรือวิทยากรที่มาช่วยงานที่สวนป่าได้</p>
<p>แต่ถ้าเกิดอะไรโครมครามขึ้นมา &#8220;เมือง&#8221; เกิดอยู่ไม่ได้ บ้านผมที่หมู่บ้านโลกทั้งสองเฟส รับอีกสี่ครอบครัวยังพอไหวครับ อยู่สวนป่า เก็บกินแทนทำกิน มีอาหาร มีน้ำ มีปัจจัยสี่ มีพลังงาน อยู่ได้ไม่ต้องใช้เงิน มาอาศัยสวนป่า ก็พัฒนาสวนป่าไปเรื่อยๆ</p>
<p>ความคืบหน้าของงานก่อสร้าง <a href="https://www.facebook.com/media/set/?set=a.10151129451341495.497875.706691494&amp;type=3" target="_blank">ดูรูปในเฟสบุ๊ค</a></p>
<p>พรุ่งนี้ จะลองเดินทางกลับบ้านโดยรถตู้ ไปหาหมอ ไปเที่ยวงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ไปซื้อ Wifi repeater มาเพิ่ม ไปตัดสินงาน Thailand ICT Awards พอวันศุกร์ที่ 24 สค คงกลับมาสวนป่าอีกครั้งหนึ่งพร้อมกับน้องชายซึ่งจะมาช่วยดูโครงสร้างบ้านที่แก้ไขใหม่ รถผมจอดไว้ที่สวนป่าสักสามสี่วันครับ เดินทางด้วยรถตู้ น่าจะสะดวกดี</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/wash/archives/2967/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>เตาเผาถ่านไบโอชาร์รุ่นพัดลม</title>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/2965</link>
		<comments>http://lanpanya.com/wash/archives/2965#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 31 Jul 2012 10:33:20 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Logos</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[การจัดการความรู้]]></category>

		<category><![CDATA[การศึกษานอกระบบ การศึกษาตามอัธยาศัย]]></category>

		<category><![CDATA[พลังงาน]]></category>

		<category><![CDATA[เทคโนโลยีชาวบ้าน]]></category>

		<category><![CDATA[biochar]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/wash/?p=2965</guid>
		<description><![CDATA[แรกทีเดียว สองจิตสองใจอยู่ว่าจะลองที่บ้านซึ่งหาอุปกรณ์ได้ง่ายหรือว่าจะยกไปทำที่สวนป่าซึ่งขนเครื่องมือไปแล้วบางส่วน
ในที่สุดก็คิดว่าไปทำที่สวนป่าดีกว่าครับ จะได้มีคนช่วยกันดูหลายๆ คน
เตาเผาถ่านไบโอชาร์แบบพัดลมนี้ เป็นถังทรงกระบอกขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางแตกต่างกัน (แต่ความสูงเท่ากัน) ซ้อนกันอยู่สามถัง เมื่อมองจากด้านบน (Top View) ก็จะเห็นเป็นวงกลมสามวงซ้อนกันอยู่โดยมีจุดศูนย์กลางร่วมกัน

ถังนอก เราติดพัดลม (กระแสตรงสำหรับคอมพิวเตอร์) เป่าลมเข้าถังนอกในแนวเฉียง เพื่อให้ลมที่วิ่งในถังนอก (พื้นที่สีน้ำเงิน วงนอกสุด) หมุนทวนเข็มนาฬิกา ลมที่เป่านี้ เป่าในจุดเดียวก็ได้ อากาศในถังนอกซึ่งไม่มีที่ไป ก็จะพาทุกอณูหมุนตามกันไปทวนเข็มนาฬิกาตามแรงลมเป่า
ถังกลาง ผมจะเจาะร่องสูงสัก 1 นิ้วจากของล่าง ดัดให้ลมหมุนจากถังนอก รั่วเข้าไปถังกลางได้ และเหนี่ยมนำให้อากาศในถังกลาง (พื้นที่สีแดง วงกลาง) หมุนทวนเข็มนาฬิกาเช่นกัน
ส่วนถังใน เจาะช่องเปิดเล็กๆ แล้วดัดจนลมจากถังใน (พื้นที่สีเทา วงในสุด) ไหลมมองมาถังกลาง (พื้นที่สีแดง) ได้โดยไหลทวนเข็มนาฬิกาเช่นกัน

ปลายด้านบนของถังทั้งสามปิดฝาไว้ ไม่จำเป็นต้องผนึกจนสนิท แต่ปิดไว้เฉยๆ ก็พอ
เราใส่เศษกิ่งไม้สับเข้าไปในถังในสุด จุดไฟจากด้านบน เมื่อไฟติดดีแล้วแล้ว เปิดพัดลม
ลมจากถังนอก ไหลเข้าไปถังกลาง ทำให้อากาศในถังกลางไหลทวนเข็มนาฬิกา เมื่ออากาศในถังกลางไหลทวนเข็มนาฬิกา อากาศที่ไหลอยู่จะมีความกดอากาศต่ำกว่าอากาศนิ่งๆ ตามหลักของเบอร์นูลี ก็จะทำให้อากาศจากถังในพยายามจะไหลออกมาผสมด้วย
แต่ในเมื่อเราจุดไฟไว้ทางด้านบนของถังใน แม้ไฟจะทำให้อากาศร้อน แต่อากาศไหลผ่านเปลวไฟไม่ได้ ประกอบกับด้านล่างมีความกดอากาศต่ำกว่า อากาศร้อนจึงไหลผ่านกิ่งไม้เชื้อเพลิงจากบนลงล่าง ไปออกทางช่องเปิดด้านล่าง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>แรกทีเดียว สองจิตสองใจอยู่ว่าจะลองที่บ้านซึ่งหาอุปกรณ์ได้ง่ายหรือว่าจะยกไปทำที่สวนป่าซึ่งขนเครื่องมือไปแล้วบางส่วน</p>
<p>ในที่สุดก็คิดว่าไปทำที่สวนป่าดีกว่าครับ จะได้มีคนช่วยกันดูหลายๆ คน</p>
<p>เตาเผาถ่านไบโอชาร์แบบพัดลมนี้ เป็นถังทรงกระบอกขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางแตกต่างกัน (แต่ความสูงเท่ากัน) ซ้อนกันอยู่สามถัง เมื่อมองจากด้านบน (Top View) ก็จะเห็นเป็นวงกลมสามวงซ้อนกันอยู่โดยมีจุดศูนย์กลางร่วมกัน</p>
<p><img class="alignnone" title="20120731_172154.jpg" src="http://lanpanya.com/wash/files/2012/07/wpid-20120731-172154.jpg" alt="image" /></p>
<p>ถังนอก เราติดพัดลม (กระแสตรงสำหรับคอมพิวเตอร์) เป่าลมเข้าถังนอกในแนวเฉียง เพื่อให้ลมที่วิ่งในถังนอก (พื้นที่สีน้ำเงิน วงนอกสุด) หมุนทวนเข็มนาฬิกา ลมที่เป่านี้ เป่าในจุดเดียวก็ได้ อากาศในถังนอกซึ่งไม่มีที่ไป ก็จะพาทุกอณูหมุนตามกันไปทวนเข็มนาฬิกาตามแรงลมเป่า</p>
<p>ถังกลาง ผมจะเจาะร่องสูงสัก 1 นิ้วจากของล่าง ดัดให้ลมหมุนจากถังนอก รั่วเข้าไปถังกลางได้ และเหนี่ยมนำให้อากาศในถังกลาง (พื้นที่สีแดง วงกลาง) หมุนทวนเข็มนาฬิกาเช่นกัน</p>
<p>ส่วนถังใน เจาะช่องเปิดเล็กๆ แล้วดัดจนลมจากถังใน (พื้นที่สีเทา วงในสุด) ไหลมมองมาถังกลาง (พื้นที่สีแดง) ได้โดยไหลทวนเข็มนาฬิกาเช่นกัน</p>
<p><span id="more-2965"></span></p>
<p>ปลายด้านบนของถังทั้งสามปิดฝาไว้ ไม่จำเป็นต้องผนึกจนสนิท แต่ปิดไว้เฉยๆ ก็พอ</p>
<p>เราใส่เศษกิ่งไม้สับเข้าไปในถังในสุด จุดไฟจากด้านบน เมื่อไฟติดดีแล้วแล้ว เปิดพัดลม</p>
<p>ลมจากถังนอก ไหลเข้าไปถังกลาง ทำให้อากาศในถังกลางไหลทวนเข็มนาฬิกา เมื่ออากาศในถังกลางไหลทวนเข็มนาฬิกา อากาศที่ไหลอยู่จะมีความกดอากาศต่ำกว่าอากาศนิ่งๆ ตาม<a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Bernoulli%27s_principle" target="_blank">หลักของเบอร์นูลี</a> ก็จะทำให้อากาศจากถังในพยายามจะไหลออกมาผสมด้วย</p>
<p>แต่ในเมื่อเราจุดไฟไว้ทางด้านบนของถังใน แม้ไฟจะทำให้อากาศร้อน แต่อากาศไหลผ่านเปลวไฟไม่ได้ ประกอบกับด้านล่างมีความกดอากาศต่ำกว่า อากาศร้อนจึงไหลผ่านกิ่งไม้เชื้อเพลิงจากบนลงล่าง ไปออกทางช่องเปิดด้านล่าง อากาศนี้เป็นอากาศร้อน เมื่อไม้ได้รับความร้อน ก็จะเกิด gasification ปล่อย H<sub>2</sub> CH<sub>4</sub> และ CO ออกมา</p>
<p>ก๊าซทั้งสามนี้ติดไฟได้ดี เมื่อไหลลงมาผ่านช่องด้านล่างของถังที่สาม ไปผสมกับอากาศสดที่หมุนอยู่ในถังที่สอง ก็จะเป็นก๊าซ syngas ผสมออกซิเจนซึ่งติดไฟได้ดีมาก เราเอา syngas ที่ผสมกับอากาศนี้ ปล่อยกลับไปยังยอดของถังที่สามผ่านช่องเปิด <span style="text-decoration: underline;"><em>เหนือ</em></span> ระดับที่ใส่กิ่งไม้เชื้อเพลิง</p>
<p>เนื่องจาก syngas ติดไฟ ผสมกับอากาศสดที่พัดลมเป่าเข้ามาจากถังชั้นนอก เมื่อไหลย้อนกลับไปยังด้านบนของถังที่สาม ก็เจอไฟที่ลุกอยู่ด้านบน จึงติดไฟ เราเอาความร้อนนี้ไปหุงต้มได้ ในขณะเดียวกัน ความร้อนนี้ ก็ทำให้ห้องเผาไหม้ร้อนจัด ทำให้เศษกิ่งไม้เชื้อเพลิงร้อนหนักเข้าไป ยิ่งร้อนก็ยิ่งคายก๊าซ ยิ่งคายก๊าซก็ยิ่งมีก๊าซซึ่งติดไฟมาเผา วนไปเวียนมาอยู่อย่างนี้</p>
<p>แต่กระบวนการนี้ เป็น gasification น่าจะมีประสิทธิภาพดีกว่ากระบวนการ carbonization ซึ่งผมเคยเขียนถึง</p>
<p>นอกจากความร้อนนี้เอาไว้หุงต้มได้แล้ว (คลิปข้างล่าง แสดงว่าเศษไม้โอ๊คหนัก 1 กก. เผาไหม้ได้นาน 70 นาที) ถ้าใช้เตาอย่างนี้ต้มหม้อก๋วยเตี๋ยวซึ่งปัจจุบันใช้ก๊าซหุงต้ม จะประหยัดเงินพ่อค้าแม่ค้าได้วันละหลายสิบบาท แล้วยิ่งต้องการใช้เศษไม้ ก็ยิ่งควรจะเร่งปลูกไม้ยืนต้นโตเร็ว เศษไม้พวกนี้ เราไม่ต้องการพวกเป็นดุ้นเลย แต่กิ่งไม้เล็กซึ่งไม่มีค่าทางเศรษฐกิจ ก็สามารถใช้ได้ ยิ่งเป็นไม้เนื้อแน่นก็ยิ่งดี เพราะพลังงานที่ได้แปรผันโดยตรงกับน้ำหนักไม้</p>
<p><span style="color: #99ccff;">มีข้อสังเกตคือถังนอกไม่ร้อน แต่ถังในสุดร้อนจัด ดังนั้นหากจะใช้เป็นเตาหุงต้ม ก็จะปลอดภัย &#8212; แต่ในระหว่างที่เตายังติดอยู่ ห้ามเตาล้ม เพราะว่ามันร้อน และ ห้ามหายใจเอา syngas เข้าไปเด็ดขาด; ดับไฟโดยการเทน้ำเข้าไปที่ถังในสุดจนเปียกโชก เพื่อไม่ให้ถ่านไบโอชาร์ซึ่งมีค่ามาก สันดาปต่อไปเมื่อไม่มีเปลวไฟคอยป้องกันออกซิเจนจากบรรยากาศแล้ว</span></p>
<p><span style="color: #ff99cc;">แต่ประโยชน์ที่วนเวียนเขียนเรื่องนี้มานาน ก็เป็นเรื่องวิธีแก้หนาวครับ คิดเรื่องนี้มานาน ตอนนี้คิดว่าวิธีแก้หนาวสำหรับ สว. หรือผู้ป่วยที่ลงมาผิงไฟไม่ได้ (ควรจะเลิกการผิงไฟได้แล้ว ควันไฟมีอันตรายต่อสุขภาพ) ก็คือต้มน้ำร้อน เอาน้ำร้อนใส่ภาชนะปิด ไม่ว่าจะเป็นหม้อ ขวดแก้ว หรือขวดพลาสติกก็ตาม แล้วเอาภาชนะปิดนี้ ไปวางไว้ในห้องใกล้ๆ ตัวคน กว่าจะเย็นก็ค่อนคืนแล้ว จะบรรเทาอาการทรมาณจากความหนาวเย็นได้</span></p>
<p><span style="color: #ffcc00;">ประโยชน์เรื่องที่สองคือเตานี้เป็นเตาที่ใช้กระบวนการ gasification เราแน่ใจได้ว่าถ่านที่เหลือ จะเป็นถ่านไบโอชาร์ซึ่งมีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูง ใช้ป่นแล้วโรยในดิน เก็บความชื้นได้ดี ดินที่มีความชื้นทำให้จุลินทรีย์ในดินเติบโตได้ เป็นการเร่งกระบวนการธรรมชาติ ลด-เลิกการใช้ปุ๋ยเคมี เศษกิ่งไม้ 1 กก. จะเผาเหลือถ่านไบโอชาร์ประมาณ 1/3 กก. อย่าเอาถ่านไบโอชาร์ไปขายเป็นถ่านหุงต้มนะครับ ขายได้แพงกว่านั้นเยอะ</span></p>
<p>เขียนไปเขียนมา ไม่รู้ผมจะเข้าใจคนเดียวหรือเปล่า ดูคลิปต้นความคิดก็แล้วกันครับ</p>
<p>
<object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="480" height="360" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/9EP1BK7gJPQ?version=3&amp;hl=en_US" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="480" height="360" src="http://www.youtube.com/v/9EP1BK7gJPQ?version=3&amp;hl=en_US" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object>
</p>
<p>คลิปข้างบนเป็นรุ่นทดลอง ทำจากกระป๋องกาแฟ</p>
<p>
<object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="480" height="360" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/f2-s3FnbabQ?version=3&amp;hl=en_US" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="480" height="360" src="http://www.youtube.com/v/f2-s3FnbabQ?version=3&amp;hl=en_US" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object>
</p>
<p>คลิปที่สองเป็นรุ่นที่ขยายเป็นขนาดที่ใหญ่ขึ้น</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/wash/archives/2965/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ใช้ชีวิตที่สวนป่า 13 - 27 กค 2555</title>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/2963</link>
		<comments>http://lanpanya.com/wash/archives/2963#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 27 Jul 2012 15:07:12 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Logos</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ประสบการณ์ชีวิต]]></category>

		<category><![CDATA[สังคม ชุมชน ครอบครัว]]></category>

		<category><![CDATA[สวนป่า]]></category>

		<category><![CDATA[หมู่บ้านโลก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/wash/?p=2963</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อวันที่ 13 กค. ผมเดินทางไปสวนป่าอีก กะจะไปอยู่สามอาทิตย์ครับ ครั้งนี้ตั้งใจจะเริ่มสร้างบ้านซะทีหลังจากล่าช้ามาเกือบครึ่งปีแล้ว นอกจากนั้นก็ยังกะจะทำอะไรเล่นอีกสักอย่างสองอย่าง
เตรียมตัวไปถ่ายรูปท้องฟ้า หวังว่าจะได้รูปทางช้างเผือกมา แต่ว่าเลนส์กล้องมาตรฐาน ก็ทำได้แค่นี้ล่ะครับ

อัลบั้มบนเฟสบุ๊ค

หลังจากถ่ายรูปทางช้างเผือกได้ ก็เกิดอาการโลกหมุน คืออาการบ้านหมุนนั่นแหละครับ มันโคลงเคลง ยืนไม่อยู่ เย็นนั้นจะไปส่งครูบาเดินทางมาบรรยายที่กรุงเทพ ก็เลยหมุนโชว์ครูบาซะเลย ผ่านไปสักพักนึกว่าดีขึ้นแล้ว แต่กลับเป็นหนักเลย แม่หวีซึ่งขับรถไปออกไปแล้วต้องวกรถกลับมาดู และนิมนต์ผมไปโรงพยาบาล
ไปถึงห้องฉุกเฉินด้วยความเร็ว 140 กม/ชม ความดัน 170/122 พอหมอรู้ว่าเคยเป็นโรคหลอดเลือดสมอง ก็พยายามจะให้เป็นอีกให้ได้ (อันนี้ผมเขียนเอง) แต่การทดสอบการทำงานของร่างกายซีกซ้ายซีกขวา ก็ทำงานได้ปกติ ไม่มีอาการอ่อนแรง พอนอนพักอยู่ในห้อง ER ได้สักพัก ความดันก็ลดลงสู่ระดับปกติ แต่ก็คงต้องค้างอยู่ในโรงพยาบาลนั่นล่ะครับ
เช้าขึ้น ครูบามาเยี่ยมอีก เมื่อพบว่าผมอาการดีแล้ว ก็รีบนั่งรถตู้เข้ากรุงเทพเพราะต้องบรรยายในตอนบ่ายวันนั้น รถตู้นี้วิ่งระหว่างอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิกับอำเภอสตึก ออกจากทั้งสองปลายทางพร้อมกันวันละ 5 เที่ยว ถึงเวลารถก็ออกเลยและค่อนข้างว่าง(มาก) เป็นวิธีที่สะดวกสบายกว่ามากในการเดินทางไปสวนป่า
ผมนึกว่าจะออกจากโรงพยาบาลได้ แต่ก็ไม่ได้ หมอว่าเอ็กซ์เรย์ปอดพบว่าอาจจะเป็นปอดบวม (ยังงงๆ ว่าโลกหมุนแล้วเอ็กซ์เรย์ปอดทำไม) ก็เลยให้ยาฆ่าเชื้อทางสายน้ำเกลืออยู่สองคืน เอาเถอะ อยู่โรงพยาบาลสังเกตอาการก็ดีเหมือนกันครับ ทำอะไรก็ทำไป ไม่ว่ากัน
ค้างโรงพยาบาลอยู่สองคืน แต่ไม่มีอาการโลกหมุนมาตั้งแต่อยู่ ER [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 13 กค. ผมเดินทางไปสวนป่าอีก กะจะไปอยู่สามอาทิตย์ครับ ครั้งนี้ตั้งใจจะเริ่มสร้างบ้านซะทีหลังจากล่าช้ามาเกือบครึ่งปีแล้ว นอกจากนั้นก็ยังกะจะทำอะไรเล่นอีกสักอย่างสองอย่าง</p>
<p>เตรียมตัวไปถ่ายรูปท้องฟ้า หวังว่าจะได้รูปทางช้างเผือกมา แต่ว่าเลนส์กล้องมาตรฐาน ก็ทำได้แค่นี้ล่ะครับ</p>
<p><img title="ทางช้างเผือก ที่หมู่บ้านโลก บุรีรัมย์" src="https://fbcdn-sphotos-a.akamaihd.net/hphotos-ak-ash4/s720x720/380731_484077798287500_306943258_n.jpg" alt="ทางช้างเผือก ที่หมู่บ้านโลก บุรีรัมย์" width="640" height="424" /></p>
<p><a href="https://www.facebook.com/media/set/?set=a.482480161780597.122767.478075762221037&amp;type=1" target="_blank">อัลบั้มบนเฟสบุ๊ค</a></p>
<p><span id="more-2963"></span></p>
<p>หลังจากถ่ายรูปทางช้างเผือกได้ ก็เกิดอาการโลกหมุน คืออาการบ้านหมุนนั่นแหละครับ มันโคลงเคลง ยืนไม่อยู่ เย็นนั้นจะไปส่งครูบาเดินทางมาบรรยายที่กรุงเทพ ก็เลยหมุนโชว์ครูบาซะเลย ผ่านไปสักพักนึกว่าดีขึ้นแล้ว แต่กลับเป็นหนักเลย แม่หวีซึ่งขับรถไปออกไปแล้วต้องวกรถกลับมาดู และนิมนต์ผมไปโรงพยาบาล</p>
<p>ไปถึงห้องฉุกเฉินด้วยความเร็ว 140 กม/ชม ความดัน 170/122 พอหมอรู้ว่าเคยเป็นโรคหลอดเลือดสมอง ก็พยายามจะให้เป็นอีกให้ได้ (อันนี้ผมเขียนเอง) แต่การทดสอบการทำงานของร่างกายซีกซ้ายซีกขวา ก็ทำงานได้ปกติ ไม่มีอาการอ่อนแรง พอนอนพักอยู่ในห้อง ER ได้สักพัก ความดันก็ลดลงสู่ระดับปกติ แต่ก็คงต้องค้างอยู่ในโรงพยาบาลนั่นล่ะครับ</p>
<p>เช้าขึ้น ครูบามาเยี่ยมอีก เมื่อพบว่าผมอาการดีแล้ว ก็รีบนั่งรถตู้เข้ากรุงเทพเพราะต้องบรรยายในตอนบ่ายวันนั้น รถตู้นี้<a href="https://www.facebook.com/notes/global-village-buriram-%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81-%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%A2%E0%B9%8C/%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B8%95%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%AF-%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A-%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%B6%E0%B8%81/485658101462803" target="_blank">วิ่งระหว่างอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิกับอำเภอสตึก</a> ออกจากทั้งสองปลายทางพร้อมกันวันละ 5 เที่ยว ถึงเวลารถก็ออกเลยและค่อนข้างว่าง(มาก) เป็นวิธีที่สะดวกสบายกว่ามากในการเดินทางไปสวนป่า</p>
<p>ผมนึกว่าจะออกจากโรงพยาบาลได้ แต่ก็ไม่ได้ หมอว่าเอ็กซ์เรย์ปอดพบว่าอาจจะเป็นปอดบวม (ยังงงๆ ว่าโลกหมุนแล้วเอ็กซ์เรย์ปอดทำไม) ก็เลยให้ยาฆ่าเชื้อทางสายน้ำเกลืออยู่สองคืน เอาเถอะ อยู่โรงพยาบาลสังเกตอาการก็ดีเหมือนกันครับ ทำอะไรก็ทำไป ไม่ว่ากัน</p>
<p>ค้างโรงพยาบาลอยู่สองคืน แต่ไม่มีอาการโลกหมุนมาตั้งแต่อยู่ ER แล้ว ได้ยามาห้าถุง ไม่มียาควบคุมความดัน แต่ต้องกลับมากินแอสไพรินให้เลือดไม่แข็งตัวใหม่อีกหลังจากหยุดไปหลายปี ที่รู้สึกแปลกประหลาดคือยาแก้เมารถ (ซึ่งกินหมดไปแล้ว และจะไม่กินอีก) มียาคลายกล้ามเนื้อด้วย!!!</p>
<p>เมื่อกลับมาสวนป่า แม่หวีจัดการย้ายสัมภาระจากกระต๊อบคุณชายไปให้นอนที่อาคารใหญ่ ผมไม่ว่าอะไรหรอกครับ ทำให้คนอื่นเดือดร้อนมามากแล้ว พยายามสังเกตอาการ ก็ไม่มีสัญญาณอะไร</p>
<p>พักได้วันหนึ่ง ก็เริ่มปลูกทานตะวันตามทางเดิน อีก 75-90 วันคงบานสะพรั่ง แล้ว 100 วันก็จะเก็บเมล็ดมาขยายพันธุ์ต่อ</p>
<p>ส่วนการปรับปรุงโดมที่พัก ก็ติดตั้งประตู และเดินไฟเรียบร้อย แต่ยังไม่ได้ติดพัดลมดูดอากาศ มันต้องปีนครับ ยังไม่อยากโลดโผนนัก แอร์ที่ใช้หลักการ evaporative cooling ผลิตน้ำเย็นก็ยังไม่ได้ทำ คือยังไม่อยากออกแรงหรือยกของหนักที่อาจทำให้ความดันเปลี่ยนแปลง แต่ในเมื่อโดมมีประตูปิดล็อกแล้ว ผมก็ย้ายสมบัติปริมาตรประมาณ 1 ลบ.ม. เข้าไปไว้ในโดม ดีเลย จะได้ไม่ต้องขนไปขนมาทุกเที่ยว จากนี้เวลาไปสวนป่า ก็จะขนของไปเพิ่ม</p>
<p>ในส่วนของบ้านในหมู่บ้านโลก ก็เริ่มสร้างแล้วครับ ทำฐานราก 16 จุด พื้นที่พื้น 81 ตร.ม. เป็นขนาด 9&#215;9 เมตร ผมเรียกบ้านเล็กในป่าใหญ่ ครูบาเรียกบ้านใหญ่ในป่าเล็ก แต่ยังไงก็เป็นบ้านล่ะครับ มีหนึ่งห้องนอน หนึ่งห้องน้ำ หนึ่งห้องเก็บของ มีครัวที่แยกเตาไฟออกไปอยู่นอกบ้านและมีส่วนที่อยู่ในบ้านด้วย มีลานซักล้างออกนอกบ้านด้วย (แหงล่ะ)</p>
<p><a href="https://www.facebook.com/photo.php?v=446242165399162" target="_blank">วิดีโอคลิปการสร้างพื้นของบ้านจากเฟสบุ๊ค<br />
 </a></p>
<p>บ้านนี้เป็นบ้านชั้นเดียว เป็นต้นแบบของการก่อสร้างโดยใช้วัสดุท้องถิ่น ด้วยช่างท้องถิ่น ตรงส่วนนี้ ไม่สามารถสร้างบ้านไม้ได้เนื่องจากเป็นบริเวณป่า มีปลวกรบกวนมากครับ ฐานรากจึงเป็นคอนกรีตทั้งหมด ที่ดินที่ถมไว้ ก็ยังไม่สร้าง แต่กลับมาถางป่า เพราะว่าดินที่ยังไม่ได้ถม แน่นมาก น่าจะดีสำหรับการก่อสร้างบ้านซึ่งสร้างเหนือดินโดยไม่ตอกเสาเข็ม ครูบาบัญชาการถางป่าให้โปร่ง ลมพัดเย็นสบายแต่แดดไม่ร้อน โห&#8230;มีความสุข</p>
<p>งานก่อสร้างเดินหน้าได้พรวดๆ เป็นโชคหลายชั้น ที่หาช่างที่รู้จักกับครูบาดี (เคยสร้างเตาเผาถ่านเมื่อยี่สิบปีก่อน) ตั้งแต่เคยเป็นลูกมือจนเดี๋ยวนี้เป็นหัวหน้าช่างแล้ว ผมไปได้พูดคุยและยืนเฝ้าอยู่สองสามวันดูแล้ว รู้งานดีครับ ไม่เฉพาะตัวหัวหน้าช่าง แต่ลูกทีมก็เป็นงานกันทั้งนั้น</p>
<p>ตอนนี้ ก็ต้องรีบรักษาตัวแล้วกลับไปดูงานก่อสร้างครับ หัวหน้าช่างคุยกับครูบา บอกว่าสักยี่สิบวันคงได้อยู่ ตอนนี้ผ่านไป 3 วันแล้ว</p>
<p>งานฐานรากและพื้นน่าจะจบในวันสองวันนี้ จากนั้นก็อัดอิฐมาก่อเป็นผนังของบ้าน บ้านอิฐจะเย็น เป็นฉนวนความร้อนและความเย็นได้ดี ทนทานต่อปลวก</p>
<p>ครูบาพูดหลายครั้งว่าป่าที่ถางออกไปจนโปร่งเป็นดินที่ดีมาก มีซากใบไม้ทับถมอยู่ 20 ปีโดยไม่ได้ปลูกอะไรเลย ดังนั้นก็จะเอาผลไม้พันธุ์ดีมาปลูกแถวนี้</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/wash/archives/2963/feed</wfw:commentRss>
		</item>
	</channel>
</rss>
