กว่าจะเป็นโมเดลบุรีรัมย์

อ่าน: 1602

พี่น้องครับ ผมต้องใช้เวลาปั้นดินทรายที่แห้งแล้งให้เป็นป่าผืนเล็กๆขึ้นมา ด้วยการใช้เวลาไปมากกว่าค่อนชีวิต ที่แทบไม่ได้ทำอย่างอื่นอย่างใดกับใครเขาเลย ก้มหน้าก้มตาสะเปะสะปะในพื้นที่ปลูกต้นไม้ ไ ม่ มี อ า ชี พ อื่ น แ ล ะ ก า ร ง า น อื่ น ด้ ว ย น ะ .. ผมเหนียมอายที่จะตอบว่ามีอาชีพอะไร? ครั้นจะตอบว่า..มีอาชีพปลูกสร้างสวนป่า ตามที่ระบุไว้ในโล่รางวัลเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติสาขาปลูกสร้างสวนป่า ที่ได้รับพระราชทานจากพระหัตถ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และรับเหรียญรางวัลของFA0. ก็ยังไม่กล้าที่จะพูดเต็มปากเต็มคำ..เพราะพูดไปก็ยากที่ใครจะทำความเข้าใจได้ แม้แต่สถาบันการเงินก็ยังไม่มีมาตรการเงินกู้เกี่ยวกับเรื่องนี้โดยตรง

ก า ร นำ พ า ค ร อ บ ค รั ว อ อ ก น อ ก ลู่ น อ ก ท า ง ก ร ะ แ ส สั ง ค ม

มั น เ จ็ บ ตั ว จ น ห นั ง กำ พ ร้ า ถ ล อ ก ป อ ก เ ปิ ก อ ย่ า ง นี้ แ ห ล ะ

ทำไงได้..ในเมื่อเรากำหนดเอง ก็ควรรับเละรับทุกอย่างเอง

มาวันนี้..วันที่สรุปบทเรียนฉากใกล้สุดท้าย ซึ่งไม่ง่ายเลยถ้าไม่มีคุณชายและลูกสาวขันอาสา มาระดมพลังทำงานแบบหัวชนฝา ที่มีเรื่องลุ้นระทึกทุกๆ3เวลาก่อนอาหาร เ มื่ อ คื น ค น ทำ ห นั ง สื อ ยั ง อ ด ห ลั บ ขั บ ต า น อ น เ ขี ย น สิ่ ง ที่ เ รี ย ก ว่ า ถ อ ด บ ท เ รี ย น แหม..นึกว่าจะเข็ดหลาบรึอ่อนเพลียจนแผ่สองสลึงหลับนอน ยังมารำพึงรำพันต่อเสียยืดยาว แล้วให้ผมคอมเมนท์ ..เอาละสิ..ค น ที่ จุ ก จิ ก ก ว น ใ จ คุ ณ เ ธ อ ทั้ ง ห ล า ย ใ น เ รื่ อ ง ค อ ม เ ม น ท์ . . คราวนี้ โ ด น ย้ อ น ศ ร ใ ห้ ค อ ม เ ม น ท์ เ สี ย เ อ ง . .

ผมอยากจะบอกว่า ..นี่ไงมหากาพย์แห่งการทำหนังสือ ฉบับที่ได้ประมวลผลคนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายที่เรียกว่ากองบรรณาธิการ ที่ต้องทำงานแบบสุดลิ่มทิ่มประตู ยอมทุ่มเททุกอย่าง ทุกอย่างที่เหมารวมถึง-กำลังกาย-กำลังใจ-กำลังสติปัญญา มีเท่าไหร่โป๊ะลงหมดหน้าตัก..ท่ามกลางความบีบคั้นที่มาจากรอบทิศทาง

คณะทำงานโดนบีบ บีบ ๆๆ จนเหลือแต่หัวกะทิ ..

ผมอยากให้ท่านผู้อ่านหนังสือเล่มนี้ ได้รับทราบอะไรที่อยู่เบื้องหลังบ้าง เพื่อจะได้สัมผัสวิถีความดีของคนดีที่เรารู้จัก ว่าที่เขาทำอย่างนี้ได้เพื่ออะไรเพราะอะไร ..กว่าจะจับตัวอักษรออมาจากป่ามาร้อยเรียงได้นั้น ต้องชำระคราบไคลไปกี่ครั้ง แม้แต่ตอนท้ายๆที่จับอาบน้ำทาแป้งก่อนจะส่งขึ้นแท่นพิมพ์ ก็ยังดึงมาส่องกระจกจนเวียนหัว..

ผมอยากให้ “แม่หยิบ” และท่านที่อุปการคุณหนังสือเล่มนี้ได้รับรู้เรื่องหลังโรง ว่าที่ท่านช่วยกันอ่านสะดวกสบายนั้น คนที่ทำถูกกดดันจนอ้วกแตก! แต่เขาหายเหนื่อยจนปลิดทิ้งถ้าเห็นหนังสือโมเดลบุรีรัมย์ไปอยู่ในมือของท่าน ..เมื่อทุกอย่างเดินหน้าได้ทันครรลองของลิขิตฟ้า.. สามารถนำเสนอในงานที่โผล่ขึ้นมาแบบฟ้าผ่า!

เราจะไปเปิดตัวหนังสือเล่มนี้ที่ตึกสันติไมตรีครับผม..

และที่สำคัญโดยบังเอิญหรืออย่างไรก็สุดอธิบายได้

การประชุม r2r ครั้งที่ 5 “วิถี R2R: เรียบง่าย คุณภาพ ครบวงจร

การประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากงานประจำสู่งานวิจัย(R2R)ครั้งที่5
วิถีR2R:เรียบง่าย..คุณภาพ..ครบวงจร
10-12กรกฎาคม2555
ศูนย์การประชุมอิมแพ็คฟอรั่มเมืองทองธานี
จัดโดยสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขและภาคีเครือข่าย R2R

คือ…การร่วมวงสุนทรียสนทนากับปราชญ์แห่งชีวิตสองท่านคือ…

วันพุธที่ 11 กค. 2555 เวลา 10.30 - 12.00 น.

ห้องGrandDiamondBallroom:
ใครๆ ก็ทำ R2R กัน”

วิทยากร: ปราชญ์พ่อสุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์ อำเภอสตึก จ.บุรีรัมย์ (Sutthinun Pratchayapruet )
อาจารย์วิเชียร ไชยบัง ผู้อำนวยการโรงเรยนลำปลายมาศพัฒนา จ.บุรีรัมย์ (
โรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา)

ซึ่ง..ประเด็นแห่งสุนทรียสนทนานี้…นำไปสู่การเรียนรู้ในประเด็นที่ว่า…

1.อยากให้เล่าบริบทในงานของตัวเองก่อนว่าทำงานด้านไหน เมื่อเกิดปัญหาแล้วแก้ยังไง โดยใช้แนวคิดเชิงวิจัย (R2R) อย่างไร เช่น วิธีตั้งคำถาม การเก็บและวิเคราะห์ข้อมูล

2.จากการทำงานนี้ เกิดการเรียนรู้ในชุมชน/องค์กรอย่างไร มีการนำความรู้นี้ไปใช้ในทางปฏิบัติอย่างไร มีการกระจายไปภาคอื่นๆ หรือไม่อย่างไร

**อยากให้เน้นที่กระบวนการเรียนรู้ของบุคลากร/องค์กร และการสนับสนุนที่ให้นี้ ทำอย่างไรในเชิงโครงสร้าง จึงเกิดขึ้นมาได้

และสิ่งที่ข้าพเจ้าคาดหวังก็คือว่า…อยากให้ผู้เข้าร่วมฟังได้เกิดการเรียนรู้ในวิธีคิด และการเรียนรู้จากวิทยากรทั้งสองท่านค่ะว่า ตลอดชีวิตแห่งการงานนั้น มีสิ่งใดบ้างที่เกิดเป็นประเด็นแห่งการเรียนรู้เกิดขึ้น …

ใน เวทีนี้ … คิดว่านี่เป็นโอกาสอันดีที่หลายๆ ท่านจะได้รับโอกาสที่ดีที่ร่วมฟัง เรื่องราว เรื่องเล่า…ผ่องถ่ายจากประสบการณ์ถือเป็นความงดงามแห่งชีวิตการงาน

ท่านคงเห็นโจทย์บนเวทีวันที่ 11 .. แล้วใช่ไหมครับ ผมไม่ทราบว่าประเด็นหลักๆมันมาจ๊ะกันได้ยังไง ถึงตอนผมโม้..ผมก็จะบอกว่าเรื่องมันยาว..ฟังที่เล่าบนเวทีมันเป็นแค่น้ำจิ้ม..ถ้าอยากได้มหานทีคุณพี่ต้องอ่าน ..”โมเดลบุรีรัมย์” จึงจะได้คำตอบครบถ้วนตามที่ผู้ดำเนินการสนทนาจุดประเด็น อนึ่งผมทราบว่าเครือญาติคนสวยชาวFB.หลายท่านจะไปพบปะกัน ขอลายเซ็นคุณชายและคณะบรรณาธิการ นับเป็นมหาโอกาสดีเหลือเกิน ที่เราจะได้ให้กำลังใจ

ค น ที่ เ สี ย ส ล ะ สุ ข ส่ ว น ตั ว มา เ พิ่ ม ค ว า ม สุ ข ใ ห้ ส่ ว น ร ว ม ..

ความเหนื่อยยากเดินทางมาถึงป้ายจอด เราสามารถเก็บความรู้สึกที่เรี่ยราดตามรายทางระหว่างทำงานให้ทันเวลา เพื่อจะมาบอกเล่าหมายเหตุแห่งชีวิตต่อหน้าผู้คนที่ลงทะเบียน 2,000 คน เรื่องนี้มันไม่ง่ายเลยแม้แต่จุดเดียว การสรุปบทชีวิตของชาวป่าที่ผ่านมา30ปี ทีมีแต่น้ำลายกับกำปั้นเป็นปัจจัย ดิ้นรนทำงานบนฐานความไม่พร้อม พอถึงตอนถอดบทเรียน บ ท ที่ ว่ า นี้ มั น ติ ด เ ชื้ อ ค ว า ม ย า ก ลำ บ า ก ป ะ ป น ม า กั บ จ น ถึ ง อั ก ษ ร ตั ว สุ ด ท้ า ย

จ ง ภู มิ ใ จ เ ถ อ ะ คุ ณ ช า ย

ถอนลมหายใจ ร ะ บ า ย ค ว า ม ห นั ก ใ จ อ อ ก ไ ป ใ ห้ ห ม ด

เ ปิ ด รั บ ค ว า ม ห นั ก แ น่ น ใ ห้ ก ลั บ ม า อ ยู่ ใ น ตำ แ ห น่ ง เ ดิ ม

ค ว ร ห ลั บ พั ก ย า ว ๆ อ ย่ า ง อิ่ ม สุ ข

ขอบคุณมากมาย..จ น ไ ม่ รู้ จ ะ เ ขี ย น ว่ า ยั ง ไ ง

รวบรวมแรงไว้ไปเซ็นชื่อให้คนที่รักหนังสือเล่มนี้ก็แล้วกัน

อิ อิ ..


ไทยเอ๋ยไทยแลนด์

อ่าน: 1305

ถ้าติดตามข่าวชาวบ้านรวมตัวกันคัดค้านการเปิดปิดประตูระบายน้ำแล้ว เราจะเห็นความห่างเหินระหว่างข้าราชการกับราษฎร มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมชาวบ้านถึงออกมาประกาศกร้าวพร้อมจะปิดถนน ถ้ารัฐฯยังไม่ยอมเปิดประตูระบายน้ำเต็มที่ เกมส์ท้าชนอย่างนี้ ไม่เป็นผลดีกับฝ่ายไหนทั้งสิ้น ชาวบ้านไม่ได้ทำทีเล่นที่จริง แต่ลงมือขุดปีกประตูระบายทั้ง2ข้างให้น้ำทะลักออกไปมากขึ้น

เกิดเรื่องอย่างนี้ เจ้าหน้าที่ก็ตาเหลือกนะสิ รัฐบาลรีบส่งข้าราชการระดับสูงไปไกล่เกลี่ยเป็นการด่วน มีการต่อรองว่าจะทำอย่างนั้นอย่างนี้แล้วกลับ หลังจากนั้นก็ไม่ใส่ใจดำเนินการตามสัญญา แหม มาผิดคำพูดช่วงเข้าด้ายเข้าเข็มอย่างนี้ มันหวาดเสียวสุดๆเลยละครับ ถ้าเราเอาหัวอกชาวบ้านที่แช่น้ำเป็นเดือนๆมาใคร่ครวญ ก็จะเข้าใจถึงเบื้องหลังของการปะทุอารมณ์

กลุ่มคนที่อดทนทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส

ได้โป้งๆออกมาว่า..ไม่ มี ใ ค ร ม า เ ห ลี ย ว แ ล อ ะ ไ ร พ ว ก เ ร า เ ล ย

ร้องขออะไรก็ไม่เคยได้

พลังชาวบ้านจึงเด็ดขาดกว่าข้าราชการที่ออกไปเจรจาตามใบสั่ง

เรื่องอย่างนี้ ถ้าเข้าไปหากันโดยสุจริตใจ

มันไม่น่าจะต้องตกเป็นข่าวขายขี้หน้าชาวพารา

ชาวบ้านก็บอกโต้งๆอยู่แล้วว่า..

เ ข า น้ อ ย ใ จ ไ ม่ ไ ด้ รั บ ก า ร ดู แ ล จ า ก ใ ค ร เ ล ย

เรื่องนี้ ถ้าผู้ไปเจรจากับชาวบ้าน มีเรือสัก 15 ลำ บรรทุกข้าวปลาอาหารสิ่งจำเป็นใส่ลงไปให้เต็มลำเรือ แล้วส่งไปยังชุมชนดังกล่าว พร้อมๆกับเปิดอกเจรจา..ขออภัย ..น้ำท่วมใหญ่เกินที่จะวิ่งรอกดูแลไหว วันนี้ เมื่อทราบความทุกข์ร้อนของพี่น้องแล้ว จึงจัดสิ่งละอันพันละน้อยมาช่วยเหลือเบื้องต้น ถ้าขาดเหลืออะไรก็จะจัดเสริมมาให้อีก หลังน้ำท่วมก็จะยังดูแลประคับประคองกันต่อไปอีก

ควรไปอย่างญาติ ไม่ใช่ไปอย่างราชการเต็มขั้น

ชวนมูลนิธิปอเต็กตึ้งไปด้วย

ชวนนักข่าวช่อง3 ชวนโก๊ะตี๋ไปด้วย

ชวนหลวงพี่ติ๊กไปด้วย

ชวนพี่ๆน้องๆนักศึกษาสสสส.ทุกรุ่นไปด้วย

ควรให้ลุงเอกเป็นหัวหน้าทีม

สถาบันพระปกเกล้าสอนมาแล้วนี่ครับ

การเสริมสร้างสังคมสันติสุข (สสสส.)

ออกไปแสดงฝีมือในสนามจริงบ้างเป็นไร

ไปแบบวัดใจกันเป็นตัวอย่าง

แต่ก็นั่นแหละ..คนไม่มีหน้าที่ > >ห้ามยุ่ง !

คนไทยไม่ได้ใจไม้ไส้ระกำอะไรหรอก

ชาวชุุมชนต่างรู้ดีว่าบ้านใกล้เรือนเคียงตกอยู่ในอาการประมาณไหน?

มันขึ้นอยู่กับวิธีและท่าทีที่แข็งทื่อของราชการ

เ ค ย ใ ช้ แ ต่ พ ร ะ เ ด ช ม า ก ก ว่ า พ ร ะ คุ ณ

ก า ร เ จ ร จ า จึ ง ต ก ม้ า ต า ย

ถ้านั่งลงเจรจาระดับคนที่เท่ากันถึงคนที่เท่ากัน

อธิบายว่า ทำไมถึงต้องเปิดประตูระบายน้ำเป็นขยักๆ

ถ้าเปิดเต็มที่จะเป็นอย่างไร

ถ้าเปิดตามที่มีการคำนวณไว้จะเป็นอย่างไร

ชาวชุมชนก็จะเข้าใจว่า การปกป้องพื้นที่กรุงเทพฯด้านในสำคัญอย่างไร ส่งผลต่อใครบ้าง ใครได้ประโยชน์ใครเสียประโยชน์ คนบางกอกที่อยู่จุดไข่แดงปกติสุขฝ่ายเดียวอย่างนั้นหรือ ชี้ให้เห็นว่าคนไทยไม่ว่าจะอยู่จุดไหน ต่างก็ช่วยเหลือกันอุตลุดอยู่แล้ว พวกจิตอาสาเหล่านี้ ไม่มีเขามีเรา ช่วยอะไรได้ก็ทุ่มเทช่วยกันคนละไม้ละมือ ภาพข่าวที่ออกทีวีก็เห็นใช่ไหมละ ไทยด้วยกันรักกันมั่นคงก็ยังมี อย่าให้อคติมาแบ่งแยกแบ่งรัก เรายังจะอยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขบนผืนแผ่นดินนี้ไปอีกนาน

อย่าให้ตกเป็นข่าวกลบสิ่งดีๆที่ภาคภูมิใจของไทยทั้งผอง

เราต้องช่วยกันรักษาหน้าตาของประเทศไทย

อย่าให้สำนักข่าวต่างประเทศเอาไปโพทะนา

เห็นชาวญี่ปุ่นไหมละครับ

ถึงจะประสบเคราะห์กรรมมหาโหดอย่างไร

ประเทศญี่ปุ่นกลับได้รับการชื่นชมจากทั่วโลก

พี่ยุ่นสะท้อนความรักใคร่กลมเกลียวกันอย่างแน่นแฟ้น

ชนชาติญี่ปุ่นได้ถ่ายทอดวัฒนธรรมการร่วมทุกข์ร่วมสุขประชาชาติได้อย่างบรรเจิด

สิ่งเหล่านี้ใช่ว่าจะปลุกกระแสขึ้นมาได้ในเร็ววัน

มันผ่านการกลั่นกรองออกมาจากสำนึกดีของคนในชาติ

เขาฝึกอบรมกันมาอย่างไร

เขาสืบทอดกันมาอย่างไร

เขาพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมให้บรรลุได้อย่างไร

การเมืองญี่ปุ่นเองก็ล้มลุกคลุกคลานไม่แพ้ของเรา แต่ทำไมการเมืองญี่ปุ่นดึงเอาสังคมมาเป็นเครื่องมือ พรรคการเมืองเขาแยกกันชัดเจน การเมืองก็เรื่องของการเมือง การบ้านก็เรื่องของการบ้าน น่าคิดไหมละครับ การแข่งขันในประชาคมโลก นอกจากจะสู้กันในด้านต่างๆแล้ว ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันจะเป็นต้นทุนสำคัญของชาตินั้นๆ ในยุคแห่งการแข่งขันของประชาคมโลก ที่นับวันจะชิงดีชิงเด่นกัน ถ้าผู้คนในชาติเอาแต่แบ่งฝักแบ่งฝ่าย ทำแต่เรื่องลิงหลอกเจ้า อนาคตของชาติบ้านเมืองจะเลวร้ายกว่าน้ำท่วมหลายร้อยเท่านัก

เครดิตของประเทศมีเท่าไหร่

ถ้าความเป็นไทยเหลือน้อยเข้าไปทุกที

ในที่สุดประเทศไทยจะเหลืออะไรครับ

อย่าบอกนะว่า..เหลือแต่น้ำลายกับน้ำเน่า..


อุ้ยพาลุย

อ่าน: 2658

อุ้ยสนใจอะไรเอ่ย..

(มนุษย์ยุ่งกับเท้า-ออกแบบรองเท้า-ต่อๆๆไปอีกนาน)

(ชีวิตชาวกรุงเร่งรีบ อุ้มหมาจ้ำพรวด หมาตาละห้อยอยากวิ่ง แต่..)

(ไฝหย่าร้าง-ไฝหนี้เยอะ-ไฝกิ๊กทิ้ง-ไฝเจ้าชู้ ฯลฯ แก้ได้ ค่ากำจัดจุดอ่อน 30-99 บาท)

(เห็นแต่เทคนิคการขายเสื้อวัยรุ่น มองไม่เห็นเทคนิคขายเสื้อให้คนแก่ อิ)

(รังนกกระจอกยักษ์เหล่านี้บรรจุกี่ร้อยกี่พันครัวเรือนก็ไม่รู้)

เย็นวานนี้ อุ้ยชวนญาติผู้ใหญ่ ขับรถยี่ห้ออะไรไม่รู้ ที่นั่งกว้างเบ่อเร่อมารับที่จัมโบ้เทล อุ้ยส่งหินถามทางมาก่อนแล้วว่าจะชวนไปลุยที่ไหน ผมนั้นเชื่อมืออุ้ยมาแต่ไหนแต่ไร ไม่ว่าที่เชียงใหม่ ต่างจังหวัด หรือแม้แต่เมืองกรุง ทุกจุดที่อุ้ยพาไปย่ำล้วนไม่ธรรมดา ทุกแห่งจะมีความพิเศษซ่อนอยู่  เคยถามครั้งหนึ่งว่าอุ้ยหารายละเอียดแปลกๆเหล่านี้มาจากที่ไหน แม้แต่เรื่องอาหาร ร้านอาหารนี่ก็เถอะ … เ ช ล ช ว น ชิ ม เ รี ย ก เ จ๊ ไ ด้ อ ย่ า ง ไ ม่ เ ค อ ะ เ ขิ น  นี่..ถ้าอุ้ยเปิดบริษัททัวร์คงรุ่งโรจน์โชติช่วงชัลวาลย์ไปถึงไหนๆ

ทริปนี้เราจะลองทำตัวเป็นมนุษย์ชาวแฟลตสัก 2 ชั่วโมง สถานที่ก็อยู่แถวๆบ้านท่านรอกอดส์นั่นแหละ อาคารที่เป็นแท่งสูงๆมีมนุษย์นกอาศัยอยู่กันมากมาย บางทีแท่งหนึ่งอาจจะมีผู้อยู่อาศัยมากเท่ากับ 1 หมูบ้านก็ได้ ถ้าเอาคนหลายแท่งมารวมกัน จำนวนผู้คนอาจจะเท่ากับ 1 ตำบล ถ้าบวกรวมทุกแท่งในเมืองทองธานี จำนวนคนอาจจะเท่ากับคน 1 อำเภอก็ได้ เอ๊ะ รึ มากกว่าก็ไม่รู้นะ เพราะที่โต๋เตนอกแฟลตก็มีอยู่มิใช่น้อย

ที่ไหนมีคน ที่นั้นมีชีวิตชีวาสาระพัดสาระพัน

แต่ละพื้นที่ย่อมสร้างอัตลักษณ์ของตนเอง

มนุษย์รังนกกระจอก..ก็คงมีความคุ้นชินตามแบบฉบับของเขา

เรื่องข้าวปลาอาหารคงจะฝากท้องไว้กับเมนู-แด-ด่วนให้เลือก

อยากซื้ออยากได้อะไรก็มีผู้มาบริการไว้พร้อมมูล

ชาวแฟลตหาเงินหัวปักหัวปำมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวันให้พอก็แล้วกัน

มีสตังส์ในกระเป๋าอะไรก็ได้ดั่งใจปรารถนา

แม้แต่จะเจี๊ยะ..ก็เลือกระดับได้ จะเอาแบบหรู หรือ แบบ ยองๆ เหลา

เห็นความเป็นไป ความเปลี่ยนแปลงย่านเมืองทองธานี้แล้ว นักการเมืองน่าจะไปเดินเคาะประตูห้อง คงไม่มีใครเขาว่าหรอกถ้าเคาะ..ช่วงนี้ จะได้อ้างได้ว่ามาแนะนำตัวแบบถึงลูกถึงคน เว้นแต่ไปเคาะห้องที่เขากำลังจู๋จี๋กัน..ต้องรีบเผ่น..ตัวใครตัวมันนะโยม อิ อิ นึกต่อว่า การขยับขยายคงไม่อยู่เพียงนี้ ช่วงเวลาที่สมมุติเป็นชาวแฟลตแบบแว๊บๆมีเรื่องเล่ามากมาย แต่หลายท่านคงจะทราบกันดีอยู่แล้ว จึงขอยกประโยชน์ให้จำเลย มาคุยกันเรื่องวันนี้ดีกว่า..

อุ้ย มาถึงแล้ว วันนี้ประชุม เย็นนี้พร้อมดวล

น้าอึ่ง มาถึงแต่เย็นวานโทรมาถามว่าใครอยากจะมีเรื่องไหม ?

เมื่อไม่มีใครบังอาจ..ก็ละเว้นไป นัดเจอกันใหม่ เย็นวันนี้

หมอเจ๊ อาจจะมาดึกไปหน่อย เอาไว้จ๊ะจ๋าอีกที

คุณหมอจอมป่วน ไปปฐมนิเทศก์นักศึกษา สสสส.โข่ง ที่พัทธยา  เย็นนี้เจอกัน

แป๊ด..จะเหินหาวมาเช้านี้ จะแวะไปหาหมอ แล้วค่อยมาเจอกันเย็นนี้

รอกอดส์ มาหาก่อนใคร ติดงานสำคัญวันนี้ เป็นช่วงกลางคืนจึงขออนุญาต บ๋าย

เจ้าปูแห้ว เล่าว่าจะบุกสภาวิจัยไปทำการบ้านให้ผมวันนี้ เย็นๆว่ากันอีกที

ท่านบางทราย ทราบข่าวว่าจะมาบางกอก ขออนุญาตนัดแนะตรงนี้เลยนะครับ

เช้านี้ ผมจะไปประชุม แถวๆถนนศรีอยุธยา

เวลา 12.00 น. มีเลี้ยงขอบคุณกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ

ที่โรงแรมสยามซิตี้ คาดว่า บ่าย3โมง ผ ม น่ า จ ะ เ ผ่ น อ อ ก ม า ไ ด้

ถ้าทุกท่านพร้อมเราจะไปเจี๊ยะอาหารร้านที่ผมเลือกไว้แล้ว

ตามกฏกติกาของชาวเฮ ค น ไ ห น เ ลื อ ก ร้ า น ค น นั้ น เ ป็ น เ จ้ า มื อ

มีขาใหญ่จะมาแย่งจ่าย ..ผ ม รึ จ ะ ย อ ม ..

ผมรับเลี้ยงจากท่านทั้งหลายมามากแล้ว

ผมอยากจะเป็นเจ้ามือบ้าง

เจ้าเมืองก็ไม่มีทางได้เป็น

เจ้าพ่อก็แหยงลูกปืน

เจ้าที่เจ้าทางก็ยังไม่ถึงเวลา

เจ้าบ่าวยิ่งไม่กล้าคิด

เจ้าป่าเจ้าเขาก็เหลือแต่ตอ..

ขออนุญาตเลี้ยงแสดงความยินดีคุณหมอจอมป่วนในฐานะรุ่นพี่ อิ อิ..

เป็นรุ่นพี่หมอจอมป่วนได้นี่ธรรมดาที่ไหนเล่า..เก็บเอาไปคุยได้10ปีไม่มีจืด

ขอเลี้ยงปลอบใจแป๊ด   ถ้า  ม า จ ะ เ ลี้ ย ง ใ ห้ พุ ง แ ต ก

ประมาณบ่าย 4 โมง ผมจะมารอเสนอหน้าที่จัมโบ้เทล

หรือ..มีเหตุอันควรประการใด ส่งข้อความแจ้งด้วยนะคร๊าาาบ

มางานนี้ไม่ต้องห่วง ไม่ได้เลี้ยงหาเสียง

ไม่ผิดกฎหมายมาตราใดๆ

ไม่ต้องเกรงใจว่า..ถ้าไม่อร่อย ไม่ -กา-กะ-บาท-

ท่ า น จ อ ห ง ว น บึ่ ง ม า เ จี๊ ย ะ ไ ห ม ล ะ ค รั บ

จากสุรนารี - จัมโบ้เทล ระยะทางเท่ากับ บางกอก-โคราช

ทราบข่าวนี้แล้ว โปรดสลัดความเกะกะใดๆในชีวิตไว้ชั่วคราว

มาให้สาวๆชาวเฮ กอด ดีกว่า ..

แหม เกือบลืม อิ อิ..


คนบ้าทีวี

อ่าน: 1086

(ผมไปชวนเมฆฝนกลับมาตกอีสานบ้านเฮา)

เด็กบ้านนอกอย่างผม ตื่นเต้นทุกเรื่องทุกทีที่มีสิ่งบันเทิงเข้ามาในหมู่บ้าน ลองนึกดูสมัยที่ไม่มีรถยนต์ ไม่มีถนน ใช้ตะเกียงน้ำมันก๊าช ไปไหนไม่เดินก็นั่งเกวียนออดแอ๊ดๆไปตามชายป่า ตอนที่มีวิทยุเข้ามาผมเดินวนเวียนรอบๆทั้งวัน สงสัยว่าคนร้องมันเข้าไปขดตัวอยู่ในตู้สี่เหลี่ยมเล็กได้ยังไง อัศจรรย์ใจพิลึก ..เก็บความสงสัยอยู่หลายปี จนกระทั้งเข้าโรงเรียนถึงรู้ว่าวิทยุคืออะไร ตอนที่ทีวีขาวดำบุกเบิกรายการบันเทิงยุคใหม่ ทำเอาหนังตะลุงหมอลำและหนังขายยาหนาวๆร้อนๆไปตามๆกัน

เด็กยุคใหม่คงไม่รู้จักทีวีขาว-ดำ

จะเห็นว่าแต่ละยุคมีเรื่องเฉพาะอยู่ไม่น้อย

เกิดไม่ทันก็ผ่านเลยไปปปปป..

อ่านต่อ »


จดหมายรักลุงเอก

อ่าน: 1930

เขียนที่กรมราษฎรส่งเสริม

34 บ้านปากช่อง ตำบลสนามชัย อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ 31150

14 เมษายน 2554

กราบเรียน พลเอกเอกชัย ศรีวิลาศ

เรื่อง เสนอสมาชิกแซ่เฮสมัครหลักสูตรเสริมสร้างสังคมสันติสุข รุ่น สสสส.3

สิ่งที่ส่งมาด้วย รายชื่อและเหตุผลแวดล้อมของผู้ที่ต้องการเข้ารับการศึกษา

นานๆจะได้เรียกลุงเอกเต็มยศอย่างนี้ สมัยที่รู้จักกันใหม่ๆ พวกเราเรียกชื่อลุงผิดๆถูกๆ โดยเฉพาะคนเหนือ จะเผลอเรียกลุงศรีวิชัย เรียกออกไมค์ด้วยนะ..ได้ฮากันจนซี่โครงร้าว คุณลุงครับ จดหมายฉบับนี้ถ้าเป็นสมัยก่อนคงเทียบได้กับเพลงยาวที่ผู้บ่าวสาวแอบส่งถึงกัน หรือในสมัยสบู่ตรานกแก้ว-แป้งหอมมองเล่ยะกำลังนิยมกระฉูด ก็จะขึ้นต้นว่า..

“ ยิ้ ม ก่ อ น อ่ า น ต า ห ว า น ก่ อ น เ ปิ ด ”

อ่านต่อ »



Main: 0.058148145675659 sec
Sidebar: 0.06388783454895 sec