สคส.รอรัก

อ่าน: 2194
  • ขอเปิดมุ้งอวยพรตอนย่ำรุ่ง

ถึงคนกรุงคนไกลใจวาบหวาม

ร่วมทุกข์สุขกันมาอย่าถือความ

อาจซุ่มซ่ามเลินล่อขออภัย

  • ส่วนผสมความรักและความรู้

มันกล้ำเกินกันอยู่อย่าสงสัย

เผลออัพเดตความคิดจนติดใจ

อยู่กันไปช่วยกันไปดีไหมเธอ

  • คนอื่นเขาได้ออกรถป้ายแดง

คนป่าแบ่งความรักสม่ำเสมอ

คนน่ารักมากมายที่เจอะเจอ

คนพลั่งเผลอหลงมาอย่าตกใจ

  • ปีใหม่นี้อย่าขาดการคอมเมนท์

ปีใหม่เน้นดีท็อกความรู้ไว้

ปีใหม่ให้ยิ้มชื่นทุกคืนไป

มีอะไรมิอะไรเข้าที่ทาง

  • อยากเปลี่ยนแฟนขอให้แฟนแจ้นมาหา

อยากก้าวหน้าก้าวไกลใสสว่าง

อยากสวยพริ้งผ่องพรายได้เลยนาง

อยากให้ร่างเฟิมส์ฟิตดั่งคิดเอย

เกิดเป็นคนไทยนั้นดีนัก อยากจะส่งความรักระลึกถึงใครก็สะดวก 3จี4จีกำลังจะมา มีจารีตประเพณีให้แสดงออกเป็นระยะๆ อากาศก็ไม่หนาวกระโชกโฮกฮาก ไม่มีหิมะตกท่วมหูท่วมทางเหมือนประเทศตะวันตก ถนนหนทางไม่ลื่นไถล ถึงจะแห่กันไปค้างเติ่งบนถนนก็ยังพอทน คนที่ออกรถป้ายแดงจะให้นั่งแช่นานเท่าไหร่ก็ยังปลึ้ม รถใหม่ๆนี่ขับไม่เหนื่อยหรอกนะเธอ มันเป็นความพูมใจจากน้ำพักน้ำแรงของเราเอง  ขับรถไปคุยกันไปไม่บ่นสักคำ เผลอๆยังเอาทะเบียนรถไปซื้อหวยอีกแน่ะ

ไม่เหมือนรถป้ายดำไปกับใจดำ

บางคนอาจจะเบื่อบ้างก็ถือว่าเป็นธรรมดาของโลก

อย่าเพิ่งเอือมระอากับชีวิต

ดีเท่าไหร่แล้วที่คืนนี้ยังมีดวงจันทร์สวยกระจ่างฟ้าให้ชม

ดีเท่าไหร่แล้วที่ยังลมหายใจ

ดีเท่าไหร่แล้วที่ยังมีแรงทำความดี

ดีเท่าไหร่แล้วที่ยังมีคนให้รัก

  • ปี 2556 ขออนุญาตเชิญชวนคนสวยดังนี้ > >
  • ปีใหม่นี้ จะเป็นพกสกนิกรที่ดีของพระเจ้าอยู่หัว
  • ปีใหม่นี้ จะเป็นศาสนิกชนที่ดีของศาสนา
  • ปีใหม่นี้ จะเป็นพลเมืองที่ดีของประเทศชาติ
  • ปีใหม่นี้ จะเป็นพลโลกที่ดีของมนุษยชาติ
  • ปีใหม่นี้ จะเป็นคนดีของเพื่อนๆ
  • ปีใหม่นี้ จะเป็นคนดีของครอบครัว
  • ปีใหม่นี้ จะเป็นคนใจเย็นยิ้มง่ายทำกับข้าวอร่อย
  • ปีใหม่นี้ จะเป็นคนมีน้ำใจ ให้อภัย เมตตา กรุณา
  • ปีใหม่นี้ จะเป็นคนที่คอมเมนท์มากขึ้น

ด้วยรักและระลึกถึงเธอสม่ำเสมอ

ฝากกอดมากับแสงจันทร์ผ่องด้วยแล้ว

ขออนุญาตมุดมุ้งไปนอนฝันถึงเธอ

รักนะ จุ๊บๆๆ  อิ อิ


คิดได้ อยากทำ

อ่าน: 1855

เรื่องนี้ เป็นเรื่องเราคิดเราทำ บังเอิญตะกี้นี้ ได้ชมรายการทีวีที่โดนใจอย่างมาก เป็นเรื่องราวชีวิตของชายคนหนึ่งที่สนใจเรื่องงานประดิษฐ์ไม้เล็กๆเชิงศิลปะ จำได้แวบๆว่าท่านผู้นี้มีนิวาสถานอยู่เกาะเกล็ด นนทบุรี เป็นผู้ที่มีความสามารถเอาเศษไม้เล็กน้อยๆมาทำเป็นหุ่นไม้ ชักให้เคลื่อนไหว ทุกอย่างเกิดจากการผลักจินตนาการให้ออกมากระโดดโลดเต้น ทำไป ฝึกฝนไป ไปดูงานแสดงของคนอื่นบ้าง เพื่อเอามาต่อเติมความคิด ค่อยอดจินตนาการตนเองให้บรรเจิด


คุณชุมพล กลัดทอง ออกรายการไทยคิดไทยทำ ช่องMEDIA NEWS ออกอากาศทุกวันอังคาร เ ว ล า จำ ไ ม่ ไ ด้ (ออกรายการซ้ำช่วงกลางดึกอีกด้วย) ควรค้นในเน็ทอีกที ที่ชอบใจเพราะเห็นว่า..คุณชุมพล กลัดทอง ได้ค้นพบตัวเอง ทำตัวเองให้มีความสุข คิดได้และได้คิดในมุมที่สงบสุขและยังได้เจือจานความดีงามให้แก่สาธารณชนอีกด้วย มีเด็กๆไปเรียนกับคุณชุมพลพอสมควร งานของคุณชุมพลวางที่สยามพารากอน มีชาวต่างชาติสนใจเอาไปโพสในสื่อต่างๆ ทำให้งานเล็กๆน้อยไม่น้อยเสียแล้ว เมื่อคนเริ่มเห็นคุณค่าและความหมายที่ซ่อนอยู่


เข้าทำนองผ้าขี้ริ้วห่อความสุขห่อความงดงาม


ที่สำคัญมันเป็นงานที่เหมาะกับเจ้าตัว เป็นการเอาเศษไม้มาทำงานศิลปะ ที่ไม่ต้องใช้เครื่องไม้เครื่องมืออะไรมากมาย ไม่ต้องใช้วัสดุราคาแพง สามารถที่จะเอาเศษไม้เล็กๆน้อยๆมาสร้างงาน เรื่องอย่างนี้ละครับ ที่คนปลูกป่าแสวงหา ผมชอบชมงานศิลปะทำนองนี้ อยากจะเรียนจะทำอย่างนี้บ้าง ตั้งใจว่า..ว่างเมื่อไหร่จะไปดูงานที่บ้านคุณชุมพล ไปที่บ้านถวายเชียงใหม่ ไปที่ด่านเกวียน ไปที่สวนจตุจักร ฯลฯ ญาติโกท่านใดมีข้อมูลช่วยแนะนำสถานที่ด้วยนะครับ


คนขาดคลานความรู้อย่างผม

จะทำอะไรก็ต้องไปจูนใจ สร้างแรงบันดาลใจก่อนนะสิ


ผมคิดว่า บัดนี้ควรปลดล็อคเวลาล่วงเลยได้แล้ว ถึงจะมีต้นไม้มาก ผมก็ไม่อยากตัดไม้ เอาเฉพาะกิ่งกับต้นที่ตายมาใช้ก็ปะเลอะแล้ว การเลือกงานที่เหมาะกับตัว เราจะได้อยู่บ้านประดิษฐ์ประดอยงานไม้ที่สนใจมานานให้เป็นรูปธรรม ที่สวนป่ามีเศษไม้ทุกขนาดแถมยังมีปะเลอะ ยังมีเมล็ดไม้ มีน้ำเต้า เปลือกไม้ ใบไม้ ฝักเมล็ดไม้ สวยๆแปลกๆ พร้อมที่จะทำเฟอนิเจอร์ชิ้นเล็กชิ้นน้อยประดับบ้าน ใช้จินตนาการเชิงสร้างสรรค์ได้ไม่อั้น ปัจจุบันเครื่องไม้เครื่องมือก็หาได้ไม่ยาก คุณชายก็เพิ่งให้โต๊ะสำหรับงานช่างมา ปัมท์ลมก็มีแล้ว ซื้อเลื่อยวงเดือนตั้งโต๊ะเล็กๆมาตัวหนึ่ง สว่านแท่นเล็กตัวหนึ่ง เครื่องขัดกระดาษทรายตัวหนึ่ง แค่นี้ก็ลื่นไหลแล้วละครับ


พรุ่งนี้ฤๅษีจะมาเยี่ยมยาม ที่ผ่านมาฤๅษีได้ประดิษฐ์งานพวกนี้มาอวดเสมอ คุณชายเองก็มีแผนงานเรื่องพวกนี้อยู่ ยังเคยเอาไม้เนื้อแข็งแกะพระพุทธอย่างห้าวหาญ ต่อไปก็จะง่ายและสนุกขึ้น เรามีไม้หลากหลายคุณสมบัติ ไม่ชวนกันทำธุรกิจบ้าบออะไรหรอกนะครับ หันมาทำงานบ่มเพาะความรู้ความสุขกันดีกว่า ทดลองโน่นนี้ให้สนุกจนสำลัก..ยิ่งคิดก็ยิ่งกระดี๊กระด๊า อยากจะทำใจรอนๆ ช่วงนี้มีงานเฉพาะหน้าต้องประดิษฐ์น้ำเต้าเอาไปแสดงในงานบุรีรัมย์น่าอยู่ หลังปีใหม่ก็จะตระเวนดูงาน หาเครื่องมือมาเพิ่ม แล้วคนป่าก็นั่งทำงานจากเศษไม้ของป่าอย่างสุขโข


การใช้ชีวิตแบบเล็กๆน้อยๆอย่างมีคุณภาพนี่แหละ..สวรรค์บนดิน

ปลูกผักปลูกหญ้าปลูกต้นไม้เสริมตามกำลัง

มีอาหารดี มีอากาศดี มีอนามัยดี มีความปกติสุขดี

พี่เมี้ยวบอกว่า.สวนป่ารวยโอโซน

แ ค่ นี้ ก็ ป ลึ้ ม เ ป็ น บ้ า เ ป็ น แ ล้ ว ล ะ ค รั บ

แ ค่ นี้ ก็ พ อ เ พี ย ง แ ล้ ว ล ะ น้ อ ง เ อ๊ ย อิ อิ


ผู้นำที่ยากจนที่สุดในโลก

อ่าน: 1908

ฝนดาวไม่ตก เมื่อคืนนี้..มีคนชวนให้ตื่นมาดูฝนดาวตก
แต่ช่วงนี้ฝนตกตัดหน้าเสียก่อน ตกหนักตกเบาหยิมๆทั้งวันทั้งคืน บางช่วงก็เหมือนขี้เกียจตก
หรือจำใจตก เออหนอ ธรรมชาติก็เพี้ยนเหมือนกันนะเธอ ลองตื่นย่องมาดูอีกทีตอนตี
3 ฟ้าก็ยังครึ้ม มาดูตี4ครึ่ง ฝนยังไม่เลิกรา
เป็นอันว่า ฝนตกแทนดาวตกแน่นอน เลิกตอแย กลับหลังหันมามุดมุ้ง
เปิดดูในเว็ปเจอเรื่องประธานาธิบดีที่จนที่สุดในโลก อ่านแล้วแสนประทับใจจนต้องลุกมาบันทึกไว้เตือนใจตนเอง

 

อ่านเรื่องดีๆบ้านเขา
นึกย้อนมาดูประวัติและผลงานผู้นำของไทยแล้ว อิจฉาชาวอรุวัยเป็นบ้า ผู้นำของเรามันมีแต่ไอ้เขี้ยวลากดินกินตะกะมูมมาม
จัดอยู่ในประเภท
..พวกสมองหมาปัญญาควาย..

 

ประธานาธิบดี
แห่งอุรุวัย นายโอเซ่ มูฮิก้า
ได้ปิดบ้านหรูที่รัฐบาลมอบให้ในกรุงมอนเดวิเดโอ
และเลือกที่จะอยู่กับภรรยาที่บ้านหลังเล็กๆสุดถนนลูกรัง ในฟาร์มย่านเมืองหลวง
ทั้งสองท่านทำเกษตรกรรมเท่าที่พอจะอำนวยด้วยตนเอง 
ด้วยการปลูกพืชไม้ดอก

ชีวิตที่แสนเรียบง่ายและความจริงที่ว่า
นายมูฮิกาบริจาคเงินเดือนซึ่งตกเดือนละ
12,000 ดอลลาร์สหรัฐกว่าร้อยละ90 เพื่อมอบให้การกุศล
ซึ่งนี่เองที่ทำให้เขาได้ชื่อว่าประธานาธิบดีที่ยากจนสุดในโลก นายมูฮิกาเปิดเผยว่า
เขาใช้ชีวิตเช่นนี้มานานแล้ว นั่งพักผ่อนบนเก้าอี้ไม้เก่าๆในสวน

“ผมพอใจในสิ่งที่ผมมี”

 

ในปี2010 การตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของคณะรัฐบาลอุรุวัย
พบว่านายมูฮิกามีทรัพย์สินมูลค่า
1,800ดอลลาร์ (ราว215,800
บาท) ซึ่งก็คือราคารถเต่าโฟล์กสวาเกนของเขา ที่ซื้อมาตั้งแต่ปี 1987
 ส่วนในปีนี้
เขาบวกทรัพย์สินของภรรยาไปด้วย ซึ่งประกอบด้วยที่ดิน รถแทรกเตอร์ และบ้านรวมแล้ว
เขามีทรัพย์สินอยู่ที่
215,000ดอลลาร์ (ราว 6,665,000
บาท)

เ ข า ก ล่ า
ว ว่ า  การได้รับฉายาประธานาธิบดีที่ยากจนที่สุดในโลก
ไม่ทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองจน
คนจนคือคนที่ทำงานเพื่อตอบสนองรสนิยมอันหรูราของตน
และมีความต้องการไม่สิ้นสุด
 
สำหรับเขา “สภาพความเป็นอยู่เช่นนี้ คือการได้อิสรเสรี เพราะหากคุณไม่ได้ครอบครองสิ่งใดมากมาย
คุณก็ไม่ต้องทุ่มแรงกายแรงใจเยี่ยงกรรมกรเพื่อหามันมาครอบครอง
และยิ่งไปกว่านั้น
คุณยังมีเวลาเป็นของตนเองด้วย “

 

ผู้นำอุรุวัย
กล่าวถึงประเด็นเดียวกันนี้ ในการกล่าว ณ ที่ประชุมสุดยอดด้านสิ่งแวดล้อม ริโอ
+20 เมื่อเดือนมิถุนายนว่า
..หลายประเทศต่างพูดถึงการพัฒนาที่ยั่งยืน
เพื่อให้ประชาชนหลุดพ้นจากความยากจน
 “ แต่เรากำลังคิดอะไรอยู่? เราต้องการรูปแบบการพัฒนาการบริโภคของประเทศที่ร่ำรวยอย่างนั้นหรือ?  ผมขอถามคุณว่า อะไรจะเกิดขึ้นกับโลกใบนี้ หากชาวอินเดียมีสัดส่วนการครอบครองรถต่อครัวเรือนเท่าเยอรมันนี?
แล้วเราจะเหลืออกซิเจน
ไว้หายใจอีกเท่าไหร่?

 

 

“โลกใบนี้มีทรัพยากรเพียงพอ
เพื่อจะตอบสนองคน
7หรือ8พันล้านคน  มีระดับการบริโภคและการสร้างขยะที่เท่าเทียมกับประเทศที่ร่ำรวยหรือไม่
และนี่เป็นระดับการบริโภคที่เกินจำเป็นที่กำลังทำร้ายโลกของเรา”

 

นายมูฮิกา กล่าวตำหนิผู้นำของโลกส่วนใหญ่ ที่มีความเชื่อผิดๆว่า
การสร้างการเติบโต คือการกระตุ้นการบริโภค ซึ่งในทางตรงกันข้าม จะนำไปสู่จุดจบของโลก

ผมละทึ่งกับอีตาคนนี้นัก แต่ก็นั่นแหละเธอ ขึ้นอยู่กับวาสนาของประเทศใครประเทศมัน
จะทำยังไงได้ ในเมื่อบางประเทศทำแต่สิ่งตรงกันข้ามความพอเพียงทั้งนั้น

 

พอเดินมาถึงจุดนี้
เธอจะเห็นแล้วว่าความพอเพียงใช้ได้กับบุคคลทุกสถานะ ไม่เลือกผู้ดีมีจน ไม่เลือกคนที่ยศถาบรรดาศักดิ์
ความพอเพียงเป็นวินัยของมนุษยชาติ ประเทศไหนมีต้นทุนในเรื่องนี้มาก
สังคมก็จะสันติสุข ประเทศไหนที่กิเลสหนาตราช้าง ก็รับกรรมกันไปทั่วหน้า
.ที่ชอบเรื่องนี้เพราะสะท้อนความจริงเชิงประจักษ์ว่า
ความพอดีนั้นเอามาใช้ในตำแหน่งผู้นำของประเทศได้อย่างดีเชียวแหละ

·      
ไม่ต้องกอบโกยทรัพย์สินมากมายจนต้องแอบซุกไว้ที่โน่นที่นี่

·      
ไม่ต้องบิดตะกูดกับกฎระเบียบกฎหมายของบ้านเมือง

·      
ไม่ต้องวางยาสังคมและประเทศชาติ

·      
ไม่ต้องก่อสร้างมวลชนนอกระบบมาชนหน้าชนหลัง

·      
ไม่ต้องพลิกแพลงเอางบประมาณแผ่นดินมาซื้อห่วงจูงจมูกควาย

·      
ไม่ต้องแสดงความประพฤติลิงหลอกเจ้า

 

เขาก็เป็นประธานาธิบดีสง่างามได้
ในแบบฉบับความดีงามแห่งตน
แสดงว่าคนดีจริงไม่ต้องกระเสือกกระสนอะไรมาก
อยู่อย่างเกษตรกรธรรมดาๆก็มีคนยกย่องเลือกให้ไปเป็นผู้นำประเทศได้  แหม
.ระหว่างที่เข้าได้เข้าเข็มกับเรื่องนี้ ก็มีโทรศัพท์เข้ามาจวนรุ่งสาง
ให้ออกไปรับที่สถานีขนส่งบุรีรัมย์ ผมก็กระโจนลงจากเตียงสิเธอ
..รีบอาบน้ำ
ใส่เสื้อผ้าแล้วแจ้นขับรถเข้าเมือง ระยะทางประมาณ
40 กม. ระหว่างทางสังเกตเห็นร่อยรอยฝนตกบางๆ

 

พอฟ้าเรื่อเรือง..

ได้เห็นรุ่งกินน้ำพาดเฉลียงขอบฟ้าอยู่ตรงหน้า

เอ๊ะ! รึจะเป็นลางดี ..ว่าต่อไปนี้บ้านเมืองเราจะฟ้าสีทองผ่องอำไพ

เกิดมาก็เพิ่งเคยเห็นรุ่งกินน้ำในยามเช้าตรู่เช่นนี้

จึงจอดๆๆ..รถ กดชัตเตอร์ ฉับๆๆ..

เพื่อจะเอารูปมาฝากคนสวย

ที่ช่วยคอมเมนท์เรื่องความพอเพียงภาคการบริหารประเทศยังไงละเธอ 

อิ  อิ,,


โอย อยากจีบพยาบาล ****

อ่าน: 1972

::เอกสารประกอบการบรรยาย

:การมาดูงานของคณะพยาบาลบัณฑิตแห่งเอเซีย

:วันที่ 16 พฤศจิกายน 2555

: เอกสารอ่านประกอบ “หนังสือเจ้าเป็นไผ กับ โมเดลบุรีรัมย์

ถ้าจับคนน่ารักมาเข้าแถว แล้วเรียงลำดับความน่ารักให้เลือกจีบได้ ผมก็จะเลือกคุณๆพยาบาลนี่แหละเป็นอันดับแรก ทำไมรึ ? โธ่! ไม่น่าถามเล๊ยยย..เธอก็ลองวิเคราะห์ใคร่ครวญดูสิว่า..วิชาการพยาบาลนั้น แต่ละสถาบันเขาเคี่ยวกร่ำให้นางฟ้าสีขาวเป็นผู้ที่มีวินัย มีความรู้ มีความสามารถอย่างแท้จริง มีความรับผิดชอบสูงมาก มีความทนทานต่อการกดดันเป็นเยี่ยม มีความสุภาพเรียบร้อย มีความเมตตากรุณา และมีความอดทนเป็นแรด..ด้วยคุณสมบัติบรรเจิดเช่นนี้ เรายังจะเลือกไปรักคนอื่นได้จะได? เรื่องนี้มีเหตุผลส่วนตัวที่อธิบายได้ เพราะคุณอาจารย์พยาบาล คุณพยาบาลวิชาชีพ หรือนักศึกษาที่กำลังเรียนเข้มเพื่อเติมเต็มวิชา”หัวใจพยาบาล” ทุกท่านที่ผมรู้จัก ล้วนประทับใจในไมตรีจิต และผมได้รับความเมตตา กรุณา อุเบกขา มาอย่างท่วมท้น เรียกว่าเป็นความงดงามที่แสนจะชื่นมื่นเลยละเธอเอ๊ยยย!

สมัยนี้จะมาโมเมชั่นไม่ได้หรอกว่า ต้องมีหลักฐานประกอบการอ้างอิงว่า ผมได้รับความปรารถนาดีจากชาวพยาบาลอย่างไร? เรื่องนี้โยงไปถึงกระบวนการของชาวเฮฮาศาสตร์ ยามใดที่ผมประสบปัญหาต้องการความช่วยเหลือ ผมก็จะตีฆ้องร้องป่าวลงในเฟสบุกค์ ไปถึงญาติสายแซ่เฮ แจ้งว่า..ช่วยอุปการะหน่อยเถิด สวนป่าจะมีนักศึกษาพยาบาล. บัณฑิตแห่งเอเซียมาดูงาน มีข้อคิดเห็น/แนะนำไหมครับ. ควรจะกล่อมไปในลู่ใด. ถึงจะเหมาะสมตามครรลองของชาวเฮ

ชั่วไม่นานเกินเคี้ยวหมากแหลก..แบบโจโฉนึกถึงกวนอู กวนอูก็โผล่มานั่นแหละ “อุ้ยสร้อย” ผศ.ดร.จันทรัตน์ เจริญสันติ แห่งคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กับ อาจารย์ดวงพร เลาหะกุล พยาบาลรุ่นเก๋าส์ที่เปลี่ยนผ่านไปเป็นผู้บริหารโรงเรียนมงคลวิทยาที่จังหวัดลำพูน ทั้ง2ท่านได้กรุณาเผยแผ่มุมมองเกี่ยวกับการศึกษาดูงานที่สวนป่ามหาชีวาลัยดังนี้

· Jantararat Chareonsanti เล่าเรื่องตัวเองค่ะพ่อครูบา ว่าตอนแรกๆ ที่ไปสวนป่า จะว่าไปศึกษา ไปเที่ยวหรือไปดูงานหรือจะเรียกอะไรก็แล้วแต่…ตอนนั้นไม่รู้ว่าพ่อครูบาใช้ลู่ทางอะไร…แต่ก็ยอมรับว่าไปสวนป่าทุกครั้งการเรียนรู้ก็แตกต่างไป เรื่องที่ไประยะแรกไม่เข้าใจก็เข้าใจมากขึ้นและก็เจอโจทย์ใหม่ๆ ที่ท้าทายให้อยากลองทดลองทำมากขึ้นด้วย

·
ตอนแรกที่ไปอยากรู้ว่าเรื่องของธรรมชาตินั้นคนเราจะอยู่ร่วมได้อย่างไร และจะสร้างได้อย่างไร

·
เมื่อไปพบผู้คนที่เวียนมาหาพ่อครูบา ไปเห็นวิถีการใช้ชีวิตของทุกคนที่สวนป่า สังเกตกับสภาพกึ่งเมือง เมนูอาหารที่เอาใจคนในเมือง ฯลฯ ระยะแรกสั่นคลอนความคิดที่เคยฝังหัวกับคำว่าเกษตรกร ความยากจน การขาดความรู้ ตามรูปแบบที่เคยเรียนเรื่องชนบท….

·
ครั้งแรกที่ไปและจำได้ว่าได้ลุกขึ้นพูดในเวทีกลางลานไผ่ว่า….ที่เคยคิดว่ารู้อะไรมามากพอ คิดว่าตัวเองพึ่งพาตัวเองได้ไม่เดือนร้อนใคร หาเงินทำงานดูแลตัวเองนั้น พอมาที่สวนป่าถึงรู้ตัวว่าที่จริงแล้วกลับไม่รู้อะไรเลย

·
กลับพบว่า ไม่มีความรู้แม้แต่การจะเอาตัวรอดให้มีชีวิต เดินในสวนป่า ใบไม้ที่จะเก็บกินมีอะไรบ้าที่จะกินได้ ก็ไม่รู้จัก จะกินไก่ก็ยังจับไก่ไม่เป็นด้วยซ้ำ อย่าว่าแต่จะเชือดไก่กินเลย จะเก็บไข่จากไหนก็ยังไม่รู้ว่าไก่ไปไข่ที่ไหน…..ความรู้ที่เรียนมาเกือบตลอดชีวิตยังไม่สามารถพาตัวเองพึ่งพาตัวเองได้….อย่างนี้แล้ว….คงน่าอายถ้าจะไปแนะนำให้ใครเขาทำอะไรในสิ่งที่ตัวเองยังไม่รู้จัก

·
เมื่อได้ไปสวนป่าหลายครั้งขึ้น…..ความเข้าใจเรื่องการพึ่งพาอาศัยกันก็มากขึ้น การกลับมาใช้ชีวิตในสภาพที่อยู่ประจำวันก็มีการเปลี่ยนแปลง เคารพกับธรรมชาติมากขึ้น รวมทั้งเกิดความอยากศึกษาธรรมชาติของคนมากขึ้นกว่าที่เคยเป็น และได้เขียนในบล็อกครั้งหนึ่งว่า ชีวิตในสังคมที่เหมือนเดิมแต่ไม่เหมือนเดิม.

พ่อครูบา แม่หวี ยายสอน และหลายๆชีวิตที่เกี่ยวข้องกับสวนป่าและสวนป่ามีธรรมชาติของการใช้ชีวิตที่พึ่งพาอาศัย การเอื้อเฟื้อเกื้อกูลกันและกัน และการมีความปกติของการใช้ชีวิตคือมีการปรับตัวเปลี่ยนแปลง ยอมรับการเปลี่ยนแปลง

พยาบาลเป็นวิชาชีพที่ต้องทำความเข้าใจในสิ่งเหล่านี้ ค่ะ
ทุกครั้งที่ปฐมนิเทศนักศึกษาในกระบวนวิชา จะบอกจุดประสงค์เขาว่า วิชานี้ครูต้องการให้ใช้เวลาอันมีค่าที่เราอยู่ด้วยกันในการพัฒนาตัวเราขึ้นไปเพื่อการเป็นมนุษย์ที่ดี และเมื่อเป็นมนุษย์ที่ดีแล้ว เราจะพัฒนาการเป็นพยาบาลที่ดีได้ไม่ยาก

คนที่ได้ไปรู้จักพ่อครูบา ชาวเฮ และสวนป่า…มีวาสนาเสมอค่ะ

·

· Duangporn Laohakul มายกมือเห็นด้วยกับอุ๊ย โดยเฉพาะในประเด็นการเรียนรู้ที่จะเป็นมนุษย์ที่ดี และใช้ศาสตร์ของการพยาบาลเป็นเครื่องมือในการใช้ชีวิตอย่างเมตตาตนเอง เมตตาผู้อื่น. เมตตาตนเองด้วยการดูแลกายใจให้เป็นสุข เมตตาผู้อื่นให้พ้นทุกข์. ที่สวนป่านำพาให้รู้จักมองเห็นความสุขอันเรียบง่าย รวมทั้งเรื่องเล่าของครูบา ทำให้เห็นวิธีคิด วิธีเรียน วิธีเผชิญกับทุกสิ่ง ที่นำสู่ความรู้ ความเข้าใจ ที่เป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิตอย่างสอดคล้องกับธรรมชาติ อยากให้พยาบาลได้เห็นคุณค่าในตนเอง เห็นความสุขจากงานที่ทำ โดยไม่ต้องเปรียบเทียบตนเองกับวิชาชีพอื่น ไม่ว่าจะเปรียบเทียบว่าสูงกว่า หรือ ด้อยกว่า ก็ตามค่ะ. แค่การต้อนรับผู้คนของครูบา แม่หวี ป้าสอน ที่ง่ายๆเป็นธรรมชาติ ทำให้ผู้ไปเยือนรู้สึกสบายใจ เป็นเสมือนญาติ วิชานี้วิชาเดียว ถ้าพยาบาลเอาไปใช้ได้ คนไข้หายป่วยตั้งแต่ยังไม่เข้าห้องตรวจละมังคะ..:)

·

เห็นไหมละครับ? คนที่มีหัวใจเป็นพยาบาลนั้นน่ารักอย่างไร?

อ้าว! แล้วคุณหมอ ซึ่งมีคุณสมบัติเช่นเดียวกัน ไม่น่ารักรึ!

โธ่! ..อ ย่ า ชั ก ใ บ ใ ห้ เ รื อ เ สี ย สิ

พรุ่งนี้..นักศึกษาพยาบาลจากบัณฑิตเอเชียมาดูงาน

เราก็ควรพิจารณาในเรื่องที่ใกล้ตัวใกล้ใจก่อนสิเธอ อิ อิ..

การมาศึกษาดูงานครั้งนี้ โจทย์ที่ต้องคลี่คลายให้กระจ่างก็คือ

“ เศรษฐกิจพอเพียงบันดาลสุขได้จริงหรือ “

เรื่องนี้ไม่ยากหรอก เพราะเราทำให้ดูอยู่ให้เห็นอย่างที่หมอเจ๊ว่าไว้อยู่แล้ว ไม่ได้ฝืนอยู่ฝืนทำ หรือทำแบบนิทรรศการอะไร ต้องการดำเนินชีวิตไปในทางใด ทำแค่ไหนพอดี ก็กระทำแค่นั้น ไม่ได้วิริศมาหราอะไร เพราะคิดว่า เราอยู่กับดิน ถ้าเราติดดินได้มากเท่าใด รากแห่งชีวิตจิตใจของเราก็จะหยั่งลงไปในบริบทของธรรมชาติได้มากเท่านั้น อาจจะเล่าถึงกิจวัตรประจำวัน ตั้งแต่เช้า-จรดเย็น จากเย็น-เข้านอนไปจนถึงตื่นนอนอีกวัน

ถ้าดำเนินชีวิตแบบง่ายๆได้ เรื่องยุ่งยากก็จะไม่ค่อยมีนะ

ถ้ามีปัญหาก็ขุดหลุมฝังกลบแบบใส่ปุ๋ยให้ต้นไม้ซะ

อยู่กับธรรมชาติ ธรรมชาติก็จะกล่อมเกลาจิตใจ

ต้นไม้ มด แมลง นก ผึ้ง ฯลฯ นอกจากเป็นเพื่อนร่วมโลกแล้ว

ยังเป็นครูสอนวิชาใช้ชีวิตให้แก่เราสม่ำเสมอ

· ไม่เคยเห็นมดแดงตัวไหนลงพุง

· ไม่เคยเห็นหนอนตัวไหนอกหัก

· ไม่เคยเห็นนกตัวไหนร้องไห้

· ไม่เคยเห็นปลวกตัวไหนติดยาบ้า

· ไม่เคยเห็นผึ้งตัวไหนขี้เกียจ

· ไม่เคยเห็นอีกาตัวไหนตื่นสาย

· ไม่เคยเห็นต้นไม้ต้นไหนเบื่อหน้าที่

ถามว่าจะฝากอะไรไปถึงคุณพยาบาล

อ๋อ มีแน่ๆ ดังนี้ครับ

1. คนไข้ต้องการเห็นคุณพยาบาลทุกคนเป็นคนสวย ถ้าพยาบาลสดสวย อะไรๆก็สดชื่นใช่ไหมละครับ อันที่จริงในโลกนี้ไม่มีใครขี้เหร่หรอกนะเธอ ถ้าเขาเหล่านี้มีจิตใจที่งดงาม มีรอยยิ้มหวาน มีคำพูดที่ไพเราะ กริยามารยาทแช่มช้อย กระตือรือร้นในการดูแลผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ มีความเมตตาทะลุออกมาจากใจ ธรรมชาติของพยาบาลนั้น แต่งชุดสีขาวสะอาดสะอ้านอยู่แล้ว ถ้าสะอาดทั้งเครื่องแบบ สะอาดทั้งกายใจ คุณพยาบาลก็น่าจะสวยได้ทุกคนแล้วละครับ

2. คนไข้ต้องการเห็นพยาบาลมีความสุข คนที่มีหน้าที่บริบาลความทุกข์ของคนอื่น ตนเองไม่ควรจะแบกภาระทุกข์เข้าไปทำงานด้วย หน้าที่การงานแต่ละวันที่แสนหนักและฉุกละหุก ถ้าพยาบาลมีพลังแห่งสติ มีความมั่นคงแห่งจิตใจ มีความสุขที่จะแบ่งปันผู้อื่น สภาพการทำงานที่แสนจะยุ่งเหยิง ก็น่าจะผ่อนหนักเป็นเบาได้ นอกจากจะทำหน้าที่คลี่คลายโรคที่ทนทุกข์ทรมานแล้ว คุณพยาบาลควรเรียนรู้วิชา ตอนบ่ายคลายเครียดด้วย

3. คนไข้ต้องการเห็นคุณพยาบาลมีจิตใจมั่นคง ทำหน้าที่แม่พระได้อย่างสง่างาม ไม่น้อยเนื้อต่ำใจ ชัดเจนในวิถีแห่งพยาบาล ว่าเราจิตใจสูงพอที่จะอุทิศตนเองเพื่อความสันติสุขให้แก่ชาวโลก ดั่งปณิธารที่เป็นเพลงร้องประจำหมู่ของชาวพยาบาล สุดคะนึงถึงผู้ก่อตั้ง หรือ ดำเนินตามแนวทางของแม่ชีเทรซ่า เพราะถ้าหลุดออกจากห้วงแต่ความเมตตาธรรม จิตใจเราก็จะไขว้เขว ระส่ำระสายในบทบาทหน้าที่หลัก ถึงแม้จะเป๋ไปบ้าง ที่ชักชวนกันไปประท้วงสิทธิการบรรจุเป็นข้าราชการประจำ แต่ก็เป็นที่ยอมรับได้ เพียงแต่ต้องถอยมาใคร่ครวญ ..เรากำลังรีดเลือดจากปู แม่ปูที่ยังยักแย่ยักยัน ชักหน้าไม่ถึงหลัง รัฐมนตรีก็ชักเข้าชักออก ถ้าสถานการณ์นิ่งกว่านี้ อาจจะได้รับการตอบสนองได้เร็วและมากขึ้น ถ้าเป็นคุณพยาบาลทหาร เขาก็จะร้องเพลง ท.ทหาร อดทน

“ถ้าพยาบาลป่วยใจ คนไข้ไม่สบายใจด้วยทั้งแผ่นดิน”

4. คนไข้ต้องการเห็นคุณพยาบาลรักษาโรคทางสังคมด้วย ปัจจุบันสังคมไทยเป็นสังคมที่ผิดปกติ เกิดความปั่นป่วนวุ่นวายไปทุกย่อมหญ้า นำพาให้โรคต่างๆขยายวงกว้าง โดยเฉพาะโรคเครียด โรคหมั่นไส้ โรคทำดีไม่ค่อยได้ดี โรคมิดีมิร้าย โรคลักกระปิดลักกระเปิดเชิงนโยบาย โรคปีนเกลียวกันในที่ทำงาน โรคว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง โรคไม่ดูตาม้าตาเรือ และโรคตาบอดคลำช้าง ด้วยกรณีโรคทางสังคมดังกล่าวนี้ ถ้าคุณพยาบาลเป็นยาสมานแผลทางสังคม ก็อาจจะช่วยให้โรคดังกล่าวทุเลาเบาบางได้

5. คนไข้ต้องการเห็นคุณพยาบาลยิ้มหวานๆ คนเราจะยิ้มหวานได้จนเป็นปกติ สภาวะชีวิตจิตใจต้องเป็นปกติเสียก่อน ควรหันหน้าเข้าหากัน รวมพลังช่วยกันแก้ไขและปรับปรุงระบบหน้าที่การงานไม่ให้สะดุด ควรลงเรือลำเดียวกัน เฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุข รวมเป็นหัวอกเดียวกันให้ได้ รู้เท่าทันสภาวะของโลกของสังคมที่เปลี่ยนแปลง ฉุกคิด..ว่าจะทำให้สิ่งที่เผชิญอยู่นี้ดีขึ้นได้อย่างไร? พลังของชาวพยาบาลนั้นธรรมดาที่ไหนเล่า ถ้าใครดูภาพยนต์เกี่ยวกับสงครามโลก จะเห็นคุณพยาบาลทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่กับทหารได้อย่างทรหด เมื่อเทียบกับภาระที่เผชิญอยู่ตอนนี้ นับว่าจิบจ๊อยกว่ากันมากนัก

คนไข้พร้อมรักพยาบาลอยู่แล้ว

ใครทำอะไรกระทบพยาบาล

พวกเราขัดเคืองใจไปด้วยนะ

ผมนะกัดฟันกรอดๆ

พยาบาลข้า! ใครอย่าเตะ .

เว้นแต่จะบรรจุตำแหน่ง ดูแลพยาบาลให้ดีขึ้น

อย่างนี้ ไม่ว่ากัน หล่อยินดีบาย อิ อิ


เราจะต่อยอดความดีกันอย่างไร?

อ่าน: 1654

สวัสดีครับพี่น้อง อากาศหัวค่ำน่านอน ..จึงต้องย่องตื่นมารายงานรอบดึก ..วานนี้ ได้ขับรถตระเวนรอบๆบริเวณมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ โอ้โห..สภาพแวดล้อมยอดเยี่ยมมาก ด้านหลังมีป่าไม้ร่มรื่นรักษาไว้อย่างดี อาคารต่างๆออกแบบก่อสร้างได้สวยงาม แฝงเอกลักษณ์ของชาวสุรินทร์ แม้แต่ช้างหลายเชือกที่ปั้นแสดงภายในอาคารที่เรียกกันว่าตึกช้างก็มีลีลาน่ารัก บางตัวจมอยู่ในน้ำครึ่งท่อน ทำท่าโผขึ้นมาหาเพื่อนช้างด้วยกัน สมกับเป็นเมืองช้างยิ่งนัก

ผมมีความหลังฝังใจอยู่ที่เมืองช้างไม่น้อยนะเธอ

ตอนเด็กๆเคยมาเรียนอยู่ที่สะแร๊น 2-3ปี ก่อนที่จะเข้าบางกอก

ผมจึงพูดภาษาพื้นถิ่นได้พอสมควร

ภาษาขะแมร์..ก็พอขอโฮบบายได้อยู่นะเธอ

ญาติและเพื่อนๆก็มีอยู่เต็มเมืองสะแร๊น

มาสุรินทร์..>> ..ไม่แปลกหน้าแปลกถิ่นที่อย่างใด และสถาบันแห่งนี้ก็เคยมาเยือนหลายครั้ง แต่มาทีไรหลงทุกที ..คนแก่ก็อย่างนี้แหละเธอ จำได้แต่คนสวยสวยๆงามๆ ส่วนสถานที่เลอะๆเลือนๆ เป็นอิหยังก็บ่ฮู้ตื้อ..วันนี้จึงถือโอกาสขับรถหลงไปหลงมาชมสถานที่ทุกซอกทุกมุม หลงทางก็เป็นกำไรได้เหมือนกันนะเธอ

รวบรัดตัดตอน: การบันทึกรายการในครั้งนี้ ผู้จัดจะนำไปออกรายการทีวีชองเนชั่น วันไหนก็ยังบ่ฮู้เตื้อ ติดตามกันเองนะพี่น้อง เข้าเรื่องดีกว่า..หลังจากแนะนำตัวกันนอกรอบ ผู้ดำเนินรายการบอกว่า Key Word.. วันนี้คือ เราจะต่อยอดความดีได้อย่างไร? เราจะมองอนาคตข้างหน้า10ปีกันอย่างไร?

นี่คือคำถาม..บนเวทีสัมมนาแทนคุณแผ่นดินวันนี้

ค ว า ม ดี ก็ เ ห มื อ น ต้ น ไ ม้ นั่ น แ ห ล ะ เ ธ อ

ส่วนมากพออายุ 10 ปี ก็จะเติบโตแตกกิ่งก้านใบ ให้ดอก ให้ผล ให้อ็อกซิเจน ให้ความร่มรื่น ให้อาหาร ให้ยา ให้ๆๆ ยิ่งฝนพรำๆอย่างนี้..เกิดเป็นเครือข่ายยายฉิม ขึ้นมาอัตโนมัติ ผู้คนเข้ามาเก็บเห็ดในสวนป่าผมสนุกสนาน อึกทึกไปทั้งป่า

สะท้อนให้ว่า ถ้าดีจริง ความงดงามก็งอกงามมากขึ้นหลากหลายขึ้น

ถ้าไม่ปลูกต้นไม้..ก็ยากที่จะเห็น ยากที่จะเข้าใจ

ในเมื่อหัวใจเธอเป็นพลาสติกไปเสียแล้ว

ผมไม่สามารถพยากรณ์ได้ว่า 10 ปีจะเป็นอย่างไร

ทุกอย่างขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและพฤติการณ์ของไทยทั้งผองในขณะนี้

วันหน้า ขึ้นอยู่กับวันนี้

อนาคตของชาติวันหน้า..ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขเหล่านี้

  • ถ้าคนไทยมีความสมัครสมานสามัคคีกันดี
  • ถ้าคนไทยทะนุบำรุงสถาบันหลักของชาติ
  • ถ้าคนไทยขยันขันแข็งใฝ่เรียนใฝ่รู้อย่างกระตือรือร้น
  • ถ้าคนไทยอยู่ในศีลในธรรมไม่วิ่งตามกระแสตื่นตูมจนน็อตหลุด
  • ถ้าคนไทยน้อมนำพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯมาเป็นหลักชัยชีวิต
  • ถ้าคนไทยทำหน้าที่คนไทย ไม่ลอยเพสังคม
  • ถ้าคนไทยรักษาหน้าประเทศไทย ช่วยส่งเสริมความเป็นไทย
  • ถ้าคนไทยสำนึกบุญคุณของความเป็นไทย
  • ถ้าคนไทยอยู่อย่างไทย กินอย่างไทย พึ่งตนเองให้มาก
  • ถ้าคนไทยรักกันเป็น รักประเทศไทย รักความเป็นไทย
  • ถ้าคนไทยช่วยกันปลูกต้นไม้คนละ 100 ต้นทุกปี
  • ถ้าคนไทย ฯลฯ

รอบแรก คณะวิทยากร “คนทำดีเพื่อแผ่นดิน” พูดตรงกันเรื่องการหวงแหนทรัพยากร ได้ลงมือดูแลรักษาและเสริมสร้างสภาพแวดล้อมเชิงกระบวนการ ต่างคนต่างทำหน้าที่ดูแล/ปลูก/และเสริมสร้างสภาพแวดล้อม ทั้งหมดทั้งมวลนี้ยังเป็นจุดเล็กๆ ที่พยายามขยายผลท่ามกลางกระแสบ้าคลั่งของการปลูกพืชเชิงเดี่ยว หลายพื้นที่โหมปลูกยางพารากันเป็นบ้าเป็นหลัง พริกต้นเดียวก็ไม่ปลูกคิดสั้นๆง่ายๆ ..อยากจะรวยมากๆ รวยง่ายๆ รวยเร็วๆ..แต่ก็เห็นเจ๊งทุกที

รอบที่2 ให้พูดเรื่องอุปสรรคและปัญหาของแต่ละท่าน ขออนุญาตให้เขียน เพราะปัญหาพูดไปมันก็ไอ้แค่นั้นแหละ เสียเวลา เดินหน้ากันดีกว่า

รอบที่3 ผู้ดำเนินรายการถามว่า..อีก10ปีเมืองไทยจะเป็นอย่างไร ก็ตอบว่า..เรื่องนี้คิดแล้วหนาว..ถ้าสภาพสังคมไทยเป็นอย่างนี้ อีก2ปีเศษเปิดประเทศรับอาเซียน เราจะเอาอะไรไปสู้เขา ในเมื่อเรายังไม่มีศักยภาพหรือกลยุทธอะไรที่ดีกว่า เข้มแข็งกว่า มั่นคงกว่า คนอื่นเขา ดูแต่ในครัวเรือนในบางกอกขณะนี้ ถ้าคนใช้ที่เป็น-พม่า-มอญ-ลาว-เขมรกลับประเทศเขา แม่บ้านคนไทยมิอกแตกรึ ในเมื่อคนไทยสมัยนี้ไม่ทำงาน หนักไม่เอาเบาไม่สู้ อยู่กันแบบอีแลแปแป๊ดไปวันๆ

ถามว่า..วันนี้เราอยู่กับความรู้อะไร?

มีความรู้เพียงพอแล้วหรือยัง

ถ้าจะแก้ปัญหา..ขอถามว่า..เรารู้ปัญหาของเราถ่องแท้แล้วใช่ไหม?

สมัยนี้ทั่วโลกวัดกันที่ความรู้ ไม่ได้วัดกันที่สนิมสร้อย..

พูดมากไปก็จะหาว่าขู่

เธอลองคิดดูสิ จีนปลูกยางพารามณฑลเดียวก็มากกว่าประเทศไทยไม่รู้กี่สิบเท่า แล้วยังประเทศอื่นอีกละ  อินโดนีเซีย ลาว พม่า เขมร เวียดนาม บ้าปลูกกันกี่หมื่นกี่แสนเฮกตาร์ อย่าชะล่าใจ ..เจ้ายางพาราพวกนี้ใบมันไปกองอยู่ข้างบน รากแก้วก็ไม่มี ต่อไปเกิดภัยพิบัติมากๆ เจอพายุฝนรุนแรงก็โค่นล้มระนาว คราวนี้แหละน้ำตาจะผสมน้ำฝน ราคาสินค้าทางการเกษตรที่ผลิตๆๆระดับต้นทาง ไม่แปรรูป ไม่พัฒนา มีแต่ตายกับตาย เปลี่ยนน้ำยางให้เป็นยางรถยนต์มากขึ้น ขายแข่งกับทั่วโลกได้ไหม? ในเมื่อวัตถุดิบอยู่ที่เรา มองสั้นๆแบบหางอึ่ง ก็เห็นว่าได้นิดๆหน่อยๆ ยังเป็นเจ้าใหญ่ของโลกไม่ได้ ทำไมถึงทำไม่ได้ มันติดกึกตรงไหน?

อีกไม่นานรถไฟหัวกระสุนจากจีน ก็จะวิ่งผ่านเราทะลุออกไปถึงสิงคโปร์โน่น สินค้าจากจีนก็จะมาแบบทะลักทะลาย สินค้าพวกนี้ราคาถูกกว่าเรา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องผักผลไม้ สินค้ากระจุกกระจิก สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าเครื่องจักรเครื่องกล สังเกตดูก็ได้นี่หน่า..ตอนนี้สินค้าจีนเกลื่อนเมืองไทย ญี่ปุ่นที่ว่าแน่ๆยังจ๋อย มันจะเกิดอะไรขึ้นเธอรู้ไม๊ม๊ม๊..

ตอนนี้ ภาคการเกษตรล่มสลาย เกษตรกรหนีไปเป็นกรรมกร พ่อสมัย ราชเจริญที่นั่งติดกัน..ยืนยันว่าตนเองเป็นเกษตรกรรุ่นสุดท้ายแล้ว ลูกหลานหรือใครๆก็ไม่อยากจะเป็นเกษตรกร ทิ้งอาชีพบรรพบุรุษแบบล้างบาง ที่ฝืนทำก็ตกอยู่ในกำมือของขาใหญ่สาขาต่างๆดิ้นกระแด่ว  ใช้เครดิตล่วงหน้าทั้งนั้น ไหนจะค่าน้ำมัน ค่าปุ๋ย ค่ายา ค่าแรงงาน ค่าดอกเบี้ย ทำมาหาได้ก็โดนหักกลบลบหนี้จนหืดขึ้นคอ แล้วมันจะเหลือสักเท่าไหร่ สุดท้ายก็เหนื่อยเปล่า ถ้าจะทำต่อก็กู้ต่อ ชะตากรรมมันเป็นอย่างนี้ ต่อให้มีบัตรเครดิตบ้าๆบอๆ100บัตรตามกระแสประชานิยม มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรได้หรอก ล้วนแต่ชวนกันเข้าไปอยู่ในโลกเสมือนจริงกันทั้งนั้น

ตอนต่อมา เราจะเห็นพ่อค้าแม่ขาย ร้านค้าของชำ ของปลีกที่เป็นห้องแถวทำมาค้าขายสินค้าโน่นนี้มานาน ต่อไปก็จะเห็นความล่มสลายของร้านค้าพวกนี้ เมื่อมีห้างใหญ่ๆมาตั้ง ศูนย์กระจายสินค้าก่อสร้าง ศูนย์กระจายสรรพสินค้าเครื่องอุปโภคบริโภค ที่มีพร้อมสรรพ สะดวกสบาย ราคามาตรฐาน การบริการเป็นเยี่ยม เข้ามาแล้วซื้อหาได้ทุกอย่าง แถมยังอำนวยเรื่องจิปาถะ จองตั๋วรถทัวร์ตั๋วเครื่องบิน จ่ายค่าโน้นนี่ได้สารพัดนึก เธอก็คิดดูเถิด ร้านค้าย่อยจะอยู่ได้อย่างไร จะเอาเจ้าของร้านขายปลีกที่เกลื่อน2ข้างถนนไปไว้ที่ไหน สุดท้ายห้างร้านย่อยพวกนี้ก็จะค่อยๆ ฝ่อไป ฝ่อไป.. ใช่ไหมละเธอ?

ตอนต่อไป เราก็จะเห็นโรงงานอุตสาหกรรมบางส่วนยุบตัวลง โรงงานที่เคยผลิตสินค้าบางอย่างมายาวนาน ผลิตแล้วราคาขายสู้ของถูกจากประเทศยักษ์ใหญ่ไม่ได้ จะทู่ซี่ขาดทุนได้สักกี่น้ำ  สุดท้ายก็จะปิดโรงงานเป็นแถว คราวนี้แหละเธอเอ๋ย จะเอาฉันทนาไปไว้ที่ไหน หนุ่มสาวโรงงานก็จะตกงานเป็นกะบิ

ที่บ่นๆ..มีแนวทางแก้ไขไหมละ!

ก็อย่างที่เรา4คน มาบอกเล่นกันนี้แหละ ต้องหันมาดูตัวเอง ศักยภาพของเราเอง ภูมิปัญญาของเราเอง ถ้ารายเล็กรายน้อยช่วยกันทำการเกษตรแบบพึ่งตนเอง เอาพระราชดำริของในหลวงมาเป็นหลักการ ลงมือบริหารความรู้ความคิดของตนเอง ทำบริเวณพื้นที่อยู่อาศัยและทำมาหากินให้ร่มรื่น ปลูกพืชผักต้นไม้ให้เต็มพื้นที่ ทำอยู่ทำกิน ให้มีอยู่มีกิน จะเห็นทางออกทางรอด

สุดท้ายโลกก็จะตีกลับหันมาทำเกษตรอินทรีย์นี่แหละ

การเกษตรแบบอื่นมันเป็นเกษตรแบบล้างผลาญ

เป็นเกษตรแบบมักง่าย

อาหารการกินจะแพงๆๆและไม่ปลอดภัยอีกต่างหาก

เธอจะทำจะกินอะไรละ ถึงจะอยู่ได้อย่างปกติสุขและปลอดมลภาวะ

ผมเคยเล่าแล้วว่าที่สวนป่า ตื่นเช้าขึ้นมาบรรยากาศเย็นสบาย ชงเครื่องดื่มมานั่งจิบฟังเสียงนกเขาขัน นั่งอาบแดดท่ามกลางอากาศอุ่น หิวขึ้นมาก็ถือตะกร้าเดินไปตัดผักข้างบ้าน ฉับ ฉับ โยนลงกระทะลงหม้อไม่กี่นาทีก็ได้อาหารเพื่อสุขภาพ สรุปว่า..ให้พยายามพึ่งตนเองให้มาก อยู่เจียมห่มเจียม  ไม่ควรเป็นมนุษย์บ้าเครดิต ไม่อย่างงั้นก็จะสาละวนหาเงินจนหัวโตเพื่อไปจ่ายหนี้ๆๆๆ จนหนีไม่ออกแล้วคุณภาพชีวิตก็เน่าๆๆๆ เหม็นๆๆๆๆ

ความอิสระนั้นมนุษย์คนไหนก็โหยหา

ถ้าคิดไม่ทะลุก็เสมือนเราตกอยู่ในเรือนจำ จำใจทำ จำใจอยู่ จำใจทรมานใจ

อย่าคิดว่ามนุษย์เงินเดือนจะมั่นคงสถาพรเหมือนเก่า

ลองพิจารณาเป็นมนุษย์เงินดินดูบ้างนะน้อง

เราเกิดมาและอยู่ไดไม่กี่ปี จะล้างผลาญโลกทำไมกันนักกันหนา อีกไม่นานหรอนะเธอ เราจะเห็นว่ากระแสมนุษย์โลกที่บริหารด้วยกิเลศนั้นมันจะพังทลายทั้งระบบ มันไม่มีอะไรมั่นคงมั่นยืนแม้แต่น้อย ค่าเงินทั่วโลกกำลังง่อนแง่น พลังงานต่างๆนับวันจะแพงขึ้นๆ สภาพแวดล้อมติดลบมากขึ้นๆ ปัญหาสังคมสะสมและซับซ้อนมากขึ้น ภัยพิบัติต่างๆกำลังมาเยือนหนักหน่วงและกระชั้นถี่ขึ้น  คิดแล้วหนาวไหมละเธอ..มาปลูกผัก ต้นไม้ กับพี่ไหมละน้อง

  • ช่วยกันทำปลูกอยู่ปลูกกิน
  • ช่วยกันทำเรื่องธรรมดาให้เป็นเรื่องพิเศษ
  • ช่วยกันดูแลกันเอง พึ่งพากันเอง
  • ช่วยกันแลกเปลี่ยนเรียนรู้
  • ช่วยกันยกเครื่องความรัก ความคิด ความรู้ ให้บรรเจิด
  • โลกทั้งใบอยู่ในกำมือเรานี่แหละ

มีอะไรก็เอามาลงขัน แม้แต่รอยยิ้มก็รับไม่อั้น คนไทยไม่ดูแลหัวใจน้อยๆของผองไทยด้วยกัน เธอจะไปฝากอนาคตไว้กับใคร ..ลูกหลานก็ขอให้ตั้งหน้าตั้งตาเล่าเรียนอย่างเต็มสติกำลัง ครูบาอาจารย์ก็ตั้งสติตั้งใจสอนอย่างสุดฝีไม้ลายมือครูไทย ถ้าทำให้คนไทยมีนิสัยชอบเรียนรู้ รักการค้นคว้า ใส่ใจกับการพัฒนาความรู้ความสามารถของตนเอง เราก็จะสามารถสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ แล้วพัฒนาไปสู่สังคมอุดมปัญญาได้

เมื่อมีความรู้พอตัว เอาตัวรอดได้ มันถึงจะพอคลายความกังวลได้ ว่าในอนาคต10ปีข้างหน้าเธอจะอยู่กันในสภาพใด ซึ่งตอนนั้นผมก็คงจะกลับบ้านเก่าไปแล้ว จะได้นอนตาหลับรึเปล่าก็ไม่รู้

จึงพิลาปรำพันรำพึงมาเสียยาวเหยียด

หวังใจว่า..คงไม่ใช่สีซอให้ควายฟังนะเธอ

เพราะควายหายไปเข้าโรงงานลูกชิ้นหมดแล้ว

เรื่องชาติบ้านเมือง เรื่องชีวิต จะเป็นฉันใดเล่า

ถ้าตีบทไม่แตก อนาคตเรานั่นแหละจะแตกเป็นเสี่ยงๆ

เฮ้อ! เขียนเรื่องหนักๆแล้วเหนื่อยเป็นบ้า

ถ้า ไ ม่ เ ห็ น ค อ ม เ ม น ท์ ค น ส ว ย   เ ป็ น ล ม แ น่  อิ อิ..

มาเมืองช้าง ไปไหนๆก็เจอแต่ช้าง

เตรียมขึ้นเวที

บนเวที

ผู้ฟัง

อนาคตจะไปเลือกทางไหน?

เห็ดที่มาของเครือข่ายยายฉิม

มะรูดหล่นมาเป็นเข่งๆ

หนทางข้างหน้า

เสียงจากฝ่ายอุตสาหกรรม



Main: 0.11264586448669 sec
Sidebar: 0.07188892364502 sec