ช้ำในกินใบบัวบก ช้ำใจกินใบอะไร?

โดย sutthinun เมื่อ 28 ตุลาคม 2009 เวลา 6:27 ในหมวดหมู่ สวนป่าฮาเฮ #
อ่าน: 2779

ถ้าอยู่เฉยๆแล้วอะไรๆจะดีขึ้นได้ ก็นับว่าแปลกแล้วละ

ถ้าตะบี้ตะบันตะบันทำ ก็ใช่ว่าจะเป็นคำตอบสุดท้าย

ถ้าปรับแก้ย่ำแย่ซ้ำรอยเดิม ตาบอดสี ก็ยากที่จะแยกแยะอะไรออก

สถานการณ์ไทยก็อยู่ประมาณนี้

รู้ทั้งรู้แต่ก็แก้ได้แค่ถูลู่ถูกัง

เป็นอาการเดียวกับเกลือไม่พอใส่ปลา

จะเก็บไว้ก็ไร้ประโยชน์ จะโยนทิ้งก็ทำไม่ได้

ในเมื่อตกอยู่ในจุดเซ็งสุดชีวิต

ไม่ใคร่ได้ใคร่ดีอะไร

ราชการใจดีเลี้ยงไว้ดูเล่น ให้อยู่ได้อย่างมั่นคง

ก็ยังมีพฤติกรรมบกพร่องทำให้เกิดความเสียหายให้ตนเอง

กินเหล้าเล่นไพ่เที่ยวเตร่เฮฮา

แล้วมาถามว่าทำอย่างไรเด็กถึงจะมีคุณธรรมจริยธรรม

อีโธ่อีถังเอ๋ย..

มีความจริงที่พูดไม่ได้ไอไม่ดัง

สมมุติว่าบุคลากรในสถาบันแห่งหนึ่ง

แบ่งคุณภาพออกเป็น 3 เกรด A B C

เกรด A มีความสำนึกดี รู้หน้าที่ มีความรับผิดชอบ 20%

เกรด B เอาไหนเอาด้วยช่วยบ้าง ยังอยากได้อยากดีถ้ามีสิ่งจูงใจ 30%

เกรด C ฉันจะทำยังงี้แหละ เบี้ยวตะบันราด เหลวไหลบ้าๆบอๆ 50%

ลองนึกดูเถิด ผลลัพธ์ ผลงานจะเป็นอย่างไร

ผลกระทบ ผลพวงอะไรจะตามมา

ถ้าเป็นการงานหน้าที่ส่วนตนจะรอดไหม

ถ้าเป็นกิจการบริษัทห้างร้านเอกชนจะรอดไหม

ถ้าเป็นหน่วยงานหรือองค์กรของรัฐจะเป็นยังไง

ข้อแรกข้อสองผ่าตัดได้

แต่ข้อสุดท้าย..จะทำอย่างไร Thailand เอ๋ย..

บ่นมากๆคุณหมอจอมป่วนก็ว่า ..เอาอีกแล้วๆ

ถ้าพิจารณาจดหมายท่านอาจารย์หมอประเวศก็มีเค้านะ

ถึงตอนนั้น..วิชาหลบเป็นปีกรู้หลีกเป็นหางก็ใช้ไม่ได้หรอก

ร้องเพลง..ไอ้หวังตายแน่ได้อย่างเดียว

ถ้าจะหาที่ทางขุดรูอยู่

ท่านไร้กรอบก็บอกว่าโลกจะเย็น น้ำจะท่วม

ทางรอดเท่ารูเข็มอยู่ที่ไหน

ตอน..โยกเยกน้ำท่วมเมฆกระต่ายลอยคอ..

ใบบัวบกปลูกไว้กินแก้ช้ำใน

แต่โรคช้ำใจไม่รู้จะกินใบอะไร อิ อิ..

« « Prev : ถ่ายท้องเรื่องเล็ก ถ่ายภาพเรื่องใหญ่

Next : หน้าม้ามาแล้วครับ .. » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

5 ความคิดเห็น

  • #1 ป้าหวาน ให้ความคิดเห็นเมื่อ 28 ตุลาคม 2009 เวลา 9:51

    จำมาจากไหน ขออภัยที่ลืมที่มา
    แต่ว่ามีวิธีคิดน่าสนใจค่ะ ท่านว่า มีวิธีคิดบวก
    ว่าร้ายกว่านั้นคืออะไร  ร้ายที่สุดคิออะไร
    ป้าหวานมามองว่า ตัวประกอบ มี 3-4 อย่าง
    คน จะเป็นหนึ่ง สอง หรือกี่คนก็แล้วแต่
    สถานที่ จะเล็กแค่ในบ้านหรือออกไปถึงโลกก็ตามแต่
    เวลา อดีต ปัจจุบัน อนาคต มีเวลาเป็นตัวแปรเสมอ
    เอามาทำให้เกิดปัจจัยได้หมด ทำให้คิดต่างได้อีก
    เอาทีละเรื่องก็ได้แยะแล้ว  ในสถาบันที่พ่อครูว่า
    ถ้าเกรดซีมีมากกว่านั้นเล่า…เอาเลวสุดๆเท่าไร…
    ถ้าสถาบันนั้นคือ ประเทศเล่า….เลวกว่านั้นมีอีก.ทั่วประเทศไหม..
    เป็นแบบนั้นเมื่อไร  ยาวนานแค่ไหนเล่า…มีมาแล้ว หรือ จะมีอีกไหม.
    ดังนั้นเราก็จะพอมองเห็นว่าตอนนี้ยังไม่เลวร้ายที่สุด
    พอหายใจได้ต่อไปไม่ต้องกลั้นใจตาย….
    พอคิดได้ก็เริ่มใช้ปัญญาเข้าไปจับ หาทางออกไปที่ละข้อ ทีละมุม
    ตัน เต็ม  ก็วาง.. ไปพักก่อน  มีแรงแล้วมาใหม่  มันเป็นเช่นนั้นเอง
    สาธุ….กินอะไรก็ไม่ทีเดียวหายหรอกเจ้าค่ะ…สาธุ

  • #2 sutthinun ให้ความคิดเห็นเมื่อ 28 ตุลาคม 2009 เวลา 11:34

    บางคนบอกให้กิน ไบก้อน 555

  • #3 จอมป่วน ให้ความคิดเห็นเมื่อ 28 ตุลาคม 2009 เวลา 13:50

    ……. ดูแลผู้อื่นด้วยการดูแลตัวเอง  (วิศิษฐ์ วังวิญญู)
    ……. ไม่แน่จริง  อย่าออกมาอาละวาด ( วรภัทร์ ภู่เจริญ)
    …….  รู้ ก ข ค  ก็ช่วยแนะนำ ก ข ค  แล้วก็สนใจค้นคว้าเล่าเรียนต่อด้วย (หลวงพี่ติ๊ก)

    จากคำสอนของอาจารย์แต่ละท่าน  ก็เลยเร่งพัฒนาตัวเองเป็นหลัก  แต่ก็ออกอาละวาดบ้างตามสมควร  ( รู้ ก สระอู  ก็เลยแนะนำแค่ ก สระอู….อุ๊ยจั๋นตา)  อิอิ

  • #4 sutthinun ให้ความคิดเห็นเมื่อ 28 ตุลาคม 2009 เวลา 16:33

    ไม่แหย่ ก็ไม่ออก
    ก็แค่นี้แหละ อิ อิ

  • #5 ป้าหวาน ให้ความคิดเห็นเมื่อ 28 ตุลาคม 2009 เวลา 17:03

    การเรียนรู้ไม่จำกัดขอบเขต และกาลเวลา
    จริต คนเรานั้นหลากหลาย
    นานาจิตตังค่ะ
    แม้คำของเด็กอนุบาล ยังเตือนใจด๊อกเตอร์ได้
    ถ้าจิตใจตรงกัน


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.027940988540649 sec
Sidebar: 0.064257860183716 sec