โอ้ย..ปวดสุดๆดิ้นปัดๆ

โดย sutthinun เมื่อ 27 กันยายน 2009 เวลา 20:07 ในหมวดหมู่ สวนป่าฮาเฮ #
อ่าน: 2841

วันนี้พิสูจน์ให้เห็นว่าสังคมลานปัญญานั้น นำมาซึ่งความเอื้ออาทรช่วยผ่อนหนักเป็นเบา ใครรู้เห็นอะไรดีๆก็จะมาแนะนำกัน ทำให้พบทางออกอย่างไม่น่าเชื่อ ..ในบรรดาพวกเราที่นั่งโต๊ะทำงานไม่ค่อยได้ออกกำลัง ไม่พากันไปเต้นยืดแขนขาเหมือนอาว์เปลี่ยน ส่วนมากจะเป็นโรคเส้นเอ็นตึง ทำให้ปวดโน่นนี่เป็นครั้งคราว แต่ไม่รู้จะทำยังไง บ้างก็รักษาไปตามมีตามเกิด ถูกบ้างผิดบ้างดีขึ้นบ้างเหลวเป๋วบ้าง ก็ประคองสังขารกันอยู่ยังงี้แหละ

ผมเองนั้นปวดเอว ชาที่ปลายเท้า ท้องผูก ปวดตามไหล่ เป็นประจำ พยายามรักษาหาหมอนวดมาทั่วราชอาณาจักร แต่ก็งั้นๆแหละ เพราะส่วนใหญ่ไม่ได้นวดเพื่อการรักษา เป็นการนวดคลายปวดเมื่อยนิดๆหน่อย มันจึงช่วยอะไรไม่ได้เท่าไหร่นัก จนกระทั่งพี่น้องในลานปัญญาแนะนำ ให้รู้จักกับหมอนวดแผนไทยประยุกค์ชั้นครู วันนี้พวกเราจึงยกโขยงไป

นอกจากนวดแล้วยังมีรายการเลือกตกยางออก ป้าหวานเรานะสิครับ ใจดีมีเมตตาเตรียมเครื่องมือเจาะเลือดมาจากคลินิกที่ขอนแก่น สั่งให้เราอดอาหารตั้งแต่เมื่อคืน ผมไปถึงทีหลัง เห็นอาเหลียงกำลังยื่นแขนให้ป้าหวานเจาะเลือดทำหน้าตาปะหลับปะเหลือก จะร้องก็มิใช่จะยิ้มให้ก็ไม่เชิง หนวดกระดิกเป็นริ้วๆ อยู่ในประเภทตัวใหญ่แต่ใจน้อย กลัวเข็มฉีดยายิ่งกว่ากลัวอาม่าดุ อิ อิ น้องบลูลูกสาวต้องคอยปลอบใจอยู่ใกล้ๆ..

คนอื่นเขาเจาะเลือดกันสบายๆ เจ็บไม่เท่ามดกัด หลังจากนั้นก็ทยอยกันไปให้คุณหมอภาคภูมินวด ป้าหวานเอาคุณป้ามาตรวจด้วย เรีียบร้อยแล้วต่อด้วยป้าหวาน ป้าจุ๋ม จนเวลาก็ล่วงเลยไปบ่าย2 จึงขอพักยกไปกินข้าว ไปเจอร้านที่โดนใจอย่างยิ่ง อาหารอร่อยแถมเสิร์ฟแบบไวไฟ รายการเจี๊ยะพรึบจึงเกิดขึ้นโดยมิได้นัดหมาย ป้าจุ๋มช่วงนี้ทำบุญหนักควักกระเป๋าจ่ายมื้อนี้ ขอให้เจ้าภาพจงเจริญ ขอให้ได้ลูกเขยดั่งใจหมาย อิ อิ..

อิ่มแล้ว ป้าหวาน อาเหลียง ป้าจุ๋มแยกย้ายกลับ ผมกับพระอาจารย์Handy กลับไปนวดต่อ ผมขึ้นเตียงเป็นคนแรก คุยบอกหมอว่าเป็นยังโง้นปวดยังงี้ หมอก็กดจุดตรงไหล่หนักและแรงมาก แทบจะแหกปากร้อง หลังจากนั้นนอนลงกดจุดตามหลัง กดไล่ไปที่เท้า เจ็บยิ่งกว่าที่เราเคยปวดมากนัก..หมอถามว่าปวดไหม คนไข้ก็บอกว่าปวดนะสิ ..หมอมีลูกเล่น..ผมไม่ปวดนะ โธ่ๆๆๆ..

ผมสังเกตได้ว่า..ตอนสุดท้ายหมอจะใช้พลังภายใน เป็นกระแสคลื่นความร้อนออกจากฝ่ามือมากระทบกับแผ่นหลังของเรา การรักษาแบบนี้ใช้เวลาใช้กำลังมาก ใครไปรักษาขอดูนิ้วโป้หมอได้ ใหญ่พิเศษกว่าคนธรรมดา..ถ้าหมอไม่แข็งแรงจริงๆคงแย่เหมือนกัน เพราะต้องจัดการคนไข้แต่ละรายประมาณ1ชั่วโมง ดังนั้นถ้าจะไปหาหมอต้องนัดหมายล่วงหน้า หมอมีคนไข้เยอะ ใครหายก็บอกต่อๆกัน ผมก็จะเอาแม่หวีมารักษาเหมือนกัน รายนี้ปวดไหล่มานานโข เจอเข้าสักครั้งคงหายบ่นไปเยอะ

แต่เมื่อผ่านการบำบัดแบบปวดเจียนขาดใจ

ทุกส่วนในร่างกายเราก็เบาสบาย

มันคล้ายกับเป็นการปลดล็อค

ทำให้เส้นเอ็นเส้นประสาททำงานได้ดีขึ้น

ผมเบาตัวโหวง

หมอบอกว่าถ้านวดถูกโรคจะกลับมาเป็นหนุ่มอีกหลายปี

แหม..กดเราจนตาเหลือก ยังมาให้กำลังใจอีกนะ

อิ อิ

« « Prev : กฐินคุณป้าแห่งชาติ

Next : วันนี้ วันหน้า » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

7 ความคิดเห็น

  • #1 rani ให้ความคิดเห็นเมื่อ 27 กันยายน 2009 เวลา 22:26

    สวัสดีค่ะพ่อครู
    โอ๊ยยยยยยยย อยากนวดเป็นที่สุด ตอนนี้ ไม่ไหวแว้ววววววว อิอิ

  • #2 sutthinun ให้ความคิดเห็นเมื่อ 28 กันยายน 2009 เวลา 1:56

    ทดสอบ ทดสอบ เมื่อคืนนอนสบายคลายเส้นเอ็น
    หลังหายปวดเกรงแต่ยังตึงๆอยู่บ้าง
    ถ้ากลับไปซ้ำอีกสักครั้งน่าจะบรรลุผล
    ถ้ามา กทม.ลองไปดูสักครั้งน่าจะช่วยปรับเส้นเอ็นเราได้
    หมอรู้จริงในการนวดรักษา หายาก

  • #3 ทิพย์ ให้ความคิดเห็นเมื่อ 29 กันยายน 2009 เวลา 22:30

    ทิพย์ หลานลุงเหลียงเองค่ะ จำได้มั้ยเอ่ย วันนี้แอบมาโพสเป็นครั้งแรกเลยค่ะ
    บังเอิญคุณหมอบอยรักษาโรคปวดเมื่อยให้เหมือนกัน เพิ่งไปมาสดๆร้อนๆเป็นครั้งที่สองเลยอยากมาร่วมแชร์ประสบการณ่มั่ง
    ครั้งแรก  ทิพย์ปวดแปลบตรงแถวเอวมานแสนานแล้ว สันนิฐานว่าเหตุเริ่มต้นมาจากกระแทกตอนเล่นสไลด์เดอร์เมื่อคร้งยังเด็กประถมน้อยๆ เวลานอนหงายก็จะเจ็บเหมือนมีอะไรมาแทงเข้าไปตรงสะโพกด้านหลังลึกๆข้างใน ถึงแม้ว่าตอนยืนหรือเดินเหินจะเป็นปกติ แต่เวลาล้มตัวนอนลงเมื่อไหร่ ขยับปุ๊บ เสียวปล๊าบขึ้นมาทันใด
    จนกระทั่งคุณแม่ที่แสนดีพามาเจอคุณหมอ ตั้งแต่อยู่ที่ us แม่ก็เมาท์มาโดยตลอดว่าคุณหมอเก่งมาก ในที่สุดวันนี้ก็มาถึงจนได้ เราก็คิดว่าจะนอนแล้วให้คุณหมอนวดหลังแสนสบายไม่น่าจะเจ็บอะไรมากมาย และแล้วนิ้วโป้งคุณหมอกดเปรี้ยงเดียว เข้าไปตรงจุดปัญหา ช่างปวดร้าวลึกมาก เปรียบเสมือนมาขยับมีดที่ปักค้างลึกอยู่ข้างในสะโพก
    จากน้นก็กดอีกจุด ก็ปวดแปลบอีก ไม่อยากจะเชื่อเลยว่ากล้ามเนื้อชั้นลึกของฉันมันจะแอบหดรัดกันมากขนาดนั้น ไม่เกรงใจเจ้าของร่างเลย ฮือฮือ
    พอกดเสร็จ ให้ตายเถอะ รู้สึกเบามาก เหมือนอากาศสดชื่นหลังฝนตกหนัก เวลานอนก็ไม่เจ็บสะโพกอีกต่อไป ก็ยังมีรู้สึกหน่วงๆอยู่นิดหน่อยแต่ไม่มาก คราวนี้จะนอนกลิ้งท่าไหนก็สบายบรื้อ แต่ณหมอก็บอกว่ามันยังคลายไม่หมด ต้องมาอีก

  • #4 tip ให้ความคิดเห็นเมื่อ 29 กันยายน 2009 เวลา 23:07

    ครั้งที่สอง    วันนี้เอง ก็เตรียมใจไว้แล้วว่าต้องเจ็บอีกแหง แต่ก็อยากหายขาดอะ (ดึงมีดที่ตำออกให้ทีนะคะคุณหมอ)

    เนื่องจากการรักษาขาดช่วง (นวดครั้งที่สองห่างจากครั้งแรกเกือบเดือน) คุณหมอพูดประมาณนั้น สงสัยเราว่ากล้ามเนื้อบางส่วนจะหดเข้าไปอีกแหล่ว มิน่าเลยฉัน

    นิ้วพิฆาตคุณหมอกดลงไปอีกแล้ว เจ๊บจริงๆ ร้าวลึกเช่นเคย…
    คราวนี้คุณหมอกดตรงท้องแล้วเจ็บมาก ร้าวไปทั่วเลย รู้สึกว่าลมในพุงเราเยอะเมือนกัน เพราะเวลาคุณหมอลงนิ้วกดตับไตไส้พุงเหมือนถูกแรงดันไปด้วย
    มีจุดนึงที่คุณหมอกดพุงแล้วร้อนลงไปที่ขา คุณหมอบอกว่าเลือดลมมันไหลเวียนไปลงไปแล้ว ไชโย้

     

  • #5 tip ให้ความคิดเห็นเมื่อ 29 กันยายน 2009 เวลา 23:37

    ปรากฎว่าที่เวลากดท้องแล้วปวดมากนั้น คือเราเป็นโรคกระเพาะนี่เอง มิน่า กินก็ปวด ไม่กินก็ปวด สงสัยเป็นเพราะเรากินอาหารไม่เป็นเวลาและรสจัดเกินไป ก็ทำไงได้ตั้งแต่กลับมาเราก็กินลูกเดียว แถมส่วนใหญ่ก็เผ็ดซะด้วย คุณหมอเลยให้ยาแก้โรคกระเพาะ กิน5เม็ดรวด 3 เวลาก่อนอาหาร

    วันนี้ตกดึกก็ปวดท้องมาก แค่ดื่มน้ำก็ยังปวดเลย ยาคุณหมอก็ดันลืมไว้ในรถป่าป้า แถมท้องเหมือนจะเสียอีก ม่าม้าเลยซื้อยาเคลือบกระเพาะให้ กินแล้วค่อยยังชั่ว ทุกคนต้องระวังนะคะ ไม่ควรกินอาหารรสจัดตอนท้องว่างเด็ดขาด

    มีข้อสังเกตุเหมือนครูบาเลยค่ะ ว่ามือคุณหมอร้อนมากตอนกดช่วงหลังๆ คือจะถามคุณหมออยู่เหมือนกัน แต่ก็ปล่าว เพราะคิดว่ามือต้องร้อนขึ้นเวลากดไปนานๆ อืม จริงๆแล้วนั่นคือพลังภายในใช่มั้ยค่ะ ล้ำลึกจริงๆ

    สุดท้ายนี้ ก็ขอขอบคุณคุณหมอมากนะคะ ที่ทุ่มเทรักษาให้เป็นอย่างดี จนกล้ามเนื้อผ่อนคลายนอนหลับสบายหายห่วง

    สวัสดีและบ๊ายบายทุกคนด้วยค่า
    จะไปนอนแล้วค่ะ

  • #6 Lin Hui ให้ความคิดเห็นเมื่อ 30 กันยายน 2009 เวลา 21:11

    หลานทิพย์ผู้น่ารัก ผู้ใฝ่รู้ หนูจงใช้เวลาที่อยู่เมืองไทยอีกสองเดือน สิบสองวันก่อนเดินทางกลับ อเมริกา ใช้เป็นประโยชน์แก่ตัวหนูให้มากที่สุด จงรีบดูดซับความรู้จากหมอภาคภูมิให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อประโยชน์ต่อตัวหนู ในการศึกษาและใช้วิชาความรู้ช่วยเหลือดูแลผู้เจ็บป่วย ที่ไม่เลือกเชื้อชาติวรรณณะ หนูจะสร้างกุศลผลบุญที่ยิ่งใหญ่ใน อนาคต เรื่องนี้ใครทำผู้นั้นก็จะได้กับตัวเองค่ะ

  • #7 sutthinun ให้ความคิดเห็นเมื่อ 9 ตุลาคม 2009 เวลา 4:44

    tip

    หนูทิพย์เขียนดี น่าจะเขียนเป็นเรื่องราวมาลงบ่อยๆ


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.038597106933594 sec
Sidebar: 0.047069787979126 sec