อิ่มบุญไปกับคุณครูอนุบาลโรงเรียนเทศบาลหนองแวง

โดย maeyai เมื่อ 10 สิงหาคม 2011 เวลา 3:44 (เย็น) ในหมวดหมู่ ชีวิตกับโรงเรียน, เด็กไร้เดียงสา #
อ่าน: 1385

 เช้าวันที่  9 สิงหาคม ฝนตกพรำๆมาตั้งแต่ตอนกลางคืน  ตอนเช้าก็ยังตกอย่างต่อเนื่อง    ท้องฟ้าขมุกขมัว ไม่ได้เห็นแสงแดดเลย บรรยากาศน่านอนมากกว่าไปประกอบกิจกรรมใดใด        แต่วันนี้แม่ใหญ่มีนัดเข้าเยี่ยมชมแผนกอนุบาลของโรงเรียนเทศบาลหนองแวง  ดังนั้น ฝนจะตก ฟ้าจะร้องอย่างไร  ก็ต้องไปให้ได้

แม่ใหญ่คุ้นเคยกับครูและผู้อำนวยการโรงเรียนนี้มาก่อน  เพราะเข้าทำกิจกรรมจิตตปัญญาด้วยกันมาหลายครั้ง    ทั้ง ผ.อ. ประยุทธ  รองผ.อ.บุญธรรม   ครูอ้อม สอนภาษาอังกฤษ  และครูตู่ จบการศึกษาพิเศษ  ซึ่งเป็นหัวหน้าแผนกอนุบาล  

ได้เคยล้อมวงสุนทรียสนทนามาด้วยกันแล้วทุกคน    จึงเข้าใจถึงจิตใจและความมุ่งมั่นของครูทั้งสี่ท่านนี้เป็นอย่างมาก  นอกจากนี้ก็เคยได้ยินคุณครูสะท้อนให้ฟังในวงสนทนาว่า เด็กโรงเรียนนี้ ส่วนใหญ่  ช่างขาดแคลนไปเสียเกือบทุกสิ่ง เป็นเด็กชุมชนทางรถไฟ ที่มีพ่อแม่หาเช้ากินค่ำ  เด็กเอง บางคนมีเสื้อผ้าแค่สองชุดเปลี่ยน วันไหนฝนตก  เสื้อผ้าไม่แห้ง ก็มาโรงเรียนไม่ได้    บางคนมาโรงเรียนแต่เช้าไม่ได้อาบน้ำ ไม่ได้กินข้าว  ครูต้องมาช่วยอาบน้ำ สระผม สางเหาให้  และหาข้าวปลาให้ทานพอแก้หิว

จำนวนนักเรียนมีทั้งโรงเรียน 273 คน มีครู 18 คน ที่แผนกอนุบาลมีสามห้องเรียน  มีเด็ก 86 คน  ครู 4 คน   คุณครูได้รับการสนับสนุนส่งเสริมจากทางสำนักการศึกษาเทศบาล ให้ไปดูงานและอบรมแบบเข้มจากหลายสำนักมาสี่ปีแล้ว  ไปมาหมด  ไม่ว่าจะที่สำนักอาจารย์อมราที่อยุธยา สำนัก อาจารย์ วิศิษฐ์  ที่เชียงราย  สำนักอาจารย์ประชา ที่กรุงเทพ  และปรมาจารย์ทั้งหลายท่านก็ยังตามมาทำการอบรมให้ที่ขอนแก่นอีกหลายรอบ  ไปดูงานที่ รร.มอนเตสซอรี่ ที่เชียงราย รร.รุ่งอรุณ  และที่ รร.ลำปลายมาศ  แถม ผ.อ.วิเชียร ไชยบัง   ผู้อำนวยการคนเก่งแห่งลำปลายมาศ ยังตามมาแนะแนวนอกสถานที่ให้ถึงโรงเรียน

ดังนั้นความคาดหวังของแม่ใหญ่ ที่มาดูโรงเรียนนี้ จึงมีมากกว่าที่อื่น  และเมื่อมาดูก็ไม่ผิดไปจากที่คาด  ครูตู่ ครูอี๊ด ครูไข่ และครูกุ้ง มีหน้าตาอิ่มเอิบ  ไม่เครียด  และ นำการเรียนการสอนให้กับเด็กได้อย่างเป็นธรรมชาติ   ใช้เสียงเบาๆในการพูด    เด็กมีสมาธิ รู้จักฟัง และกล้าถาม      และร่วมทำกิจกรรมได้อย่างราบรื่น

ในช่วงท้ายของการเยี่ยมเยียน    ที่คณะกรรมการต้นกล้าแห่งปัญญา คุยกับคุณครูผู้สอน เพื่อสะท้อนความคิดเห็น  จึงมีบรรยากาศที่แปลกไป  คือ คณะกรรมการ  ไม่ได้พูดมาก  แต่เป็นคุณครูที่ พูดมากกว่า   คุณครูได้เล่าให้ฟังถึงกระบวนการต่างๆที่ตนเองได้นำมาปฏิบัติแล้ว   เล่าอย่าง ภาคภูมิใจ   ในสิ่งที่เกิดขึ้น   

  • ครูไข่เล่าว่า  เมื่อก่อนเด็กไม่อยากมาโรงเรียนเลย  แต่เมื่อคุณครูได้นำวิธีการต่างๆที่ได้ไปเรียนรู้มาใช้  โดยตั้งเป้าหมายไว้ว่า  “อยากให้เด็กมาโรงเรียน  และเรียนรู้อย่างมีความสุข” คุณครูรู้สึกว่า บัดนี้ครูได้มาถึงเป้าหมายนี้แล้ว     ขนาดฝนตกๆเด็กก็ยังอยากมา  และพ่อแม่ก็เข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้นด้วย
  • ครูตู่บอกว่า รู้สึกว่าเดี๋ยวนี้ การสอนมันลื่นไหล  รู้สึกสบายๆ ไม่หนักใจ   กับเพื่อนครูด้วยกันก็คุยกันทุกวันพุธ เป็นการประเมินงานกันไปในตัว   ใครมีปัญหาอะไรก็นำมาถกกันได้แบบกัลยาณมิตร
  • ครูอี๊ด  เอกปฐมวัยคนเดียวของที่นี่  แรกๆยังเครียดกับการมาเยี่ยมชมของคณะกรรการ ตอนนี้ก็รู้สึกผ่อนคลายและยิ้มออก เมือสังเกตเห็นว่าเราไม่ได้มาจับผิด  แต่มาส่งเสริมชื่นชมต่างหาก ครูตู่บอกว่าชอบกิจกรรมช่วงเช้าที่ไปก๊อปปี้มาจาก ลำปลายมาศ คือ กิจกรรม จิตตศึกษา  บอกว่าเด็กนิ่งได้ถึง 40 นาที และไม่ป่วนในห้องขณะที่สอน

คณะกรรมการฯวันนี้มาน้อยคน  คงเพราะติดฝน  ต่างก็สะท้อนความคิดไปในทางเดียวกัน  คือชื่นชมผู้บริหาร ชื่นชม ครู   ที่จัดการเรียนการสอนได้ดี  แม่ใหญ่เติมให้เล็กๆน้อยๆว่า  ครูที่นี่โชคดีกว่าโรงเรียนอื่นๆที่ได้มาสอนเด็กที่มีโอกาสน้อยกว่าคนอื่น     ดังนั้นการสอนของครูจึงเหมือนการได้ทำบุญกับเด็กทุกๆวัน   บัดนี้คุณครูได้เดินทางมาถึงจุดหมายหนึ่งแล้ว    ก็ขอให้ต่อยอดในเรื่องอื่นๆได้อีกมากมาย   อย่าได้หยุดอยู่กับที่   เมื่อ  ได้รับสิ่งที่ดีๆของลำปลายมาศ  จากรุ่งอรุณ จากมอนเตสซอรี่  มาก็เป็นสิ่งที่ดีมากแล้ว  แต่ ขอให้เป็นตัวของตัวเอง  เลือกสิ่งดีดีนั้นมาปรับใช้ให้เป็นเอกลักษณ์ตามบริบทของหนองแวงด้วย  

คุณครูและคณะกรรมการทานข้าวกลางวันร่วมกัน    และจากกันอย่างมีความสุข  แม่ใหญ่ทานข้าวไม่หมด   คงจะเป็นเพราะอิ่มบุญร่วมกับคุณครู  และคุณสุทธิ  ผู้ริเริ่มโครงการต้นกล้าแห่งปัญญาตั้งแต่เมื่อสี่ปีที่แล้ว

« « Prev : ขอบใจลูกที่ให้โอกาส

Next : ดำนารวมใจ ในวันแม่ » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

1 ความคิดเห็น

  • #1 withwit ให้ความคิดเห็นเมื่อ 10 สิงหาคม 2011 เวลา 8:49 (เย็น)

    ผมว่าสามสมดุลดีที่สุดครับ คือ คิด จิต มือ (head heart hand)

    กระแส รร. จำนวนมากติดกับดักว่าต้องเอาใจเด็ก ห้ามตี ห้ามบังคับ ..ซึ่งผมว่าเด็กที่ฉลาดเขาคิดออก และคงไม่มาเรียนรร.แบบนี้หรอกครับ

    เรื่องวินัย สายกลางน่าจะดีที่สุด
    เรื่อง heart นั้นมีทั้งโดยตรงและโดยอ้อม เช่น ไตรปิฎก วาดเขียน ร้องเพลง แต่งบทความ บำเพ็ญประโยชน์ .
    ต้องบูรณาการ เช่น การวาดเขียนแทนที่จะให้วาด มะม่วง หรือ ชายหาด อาจให้วาด มะม่วงที่ปลูกแบบชีวภาพ หรือ ชายหาดที่มีขอทานนั่งอยู่..ฝึกให้เขา “คิด” แบบเชื่อมโยง

    เรื่อง hand นั้นทำให้ดีให้เชื่อมโยงกับ head และ heart ได้เสมอ

    My two cents อิอิ


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่
You must be logged in to post a comment.

Main: 0.040840148925781 sec
Sidebar: 0.043810844421387 sec