ภูมิปัญญาท้องถิ่น: ต้นทุนทางสังคมไทยในการจัดการความขัดแย้ง(2)

โดย จอมป่วน เมื่อ 8 สิงหาคม 2011 เวลา 22:18 ในหมวดหมู่ จอมป่วน #
อ่าน: 1769

กรณีศึกษา: ป่าชุมชน

พ.ศ. 2532 เหตุเกิดที่ บ้านห้วยแก้ว อุทยานแห่งชาติป่าแม่ออน อ.สันกำแพง จ. เชียงใหม่

ชาวบ้านที่บ้านห้วยแก้วกิ่ง อ.แม่ออน รวมพลังคัดค้านนายทุนที่เข้ามาเช่าพื้นที่ป่าสาธารณะเพื่อปลูกสวนป่าเศรษฐกิจจุดกระแสการเรียกร้องกฎหมายป่าชุมชนเป็นครั้งแรก และนำเสนอนโยบายสาธารณะ ในการจัดการทรัพยากรท้องถิ่นแบบมีส่วนร่วม ทำให้เกิด พรบ.ป่าชุมชนขึ้น เป็นการใช้ภูมิปัญญารักษาป่า

ภูมิปัญญาของชาวบ้าน  รวมทั้งปกาเกอะญอก็มีความคิด ความเชื่อที่จะดูแลรักษาป่า

……เราอยู่กับป่ามาหลายสิบปี มีภูมิปัญญา  ความเชื่อ ที่จะรักษาป่า  แล้วนำมาตั้งเป็นกฏ ระเบียบป่าที่เป็นรูปธรรม  เป็นป่าชุมชน

กรณีศึกษา: ภาคใต้  ป่าพรุคันธุลี อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี

ตัวอย่างท่านพุทธทาสรักษาป่า  ธรรมะคือธรรมชาติ  พระเจ้าคือธรรมชาติ  ป่าคือธรรมชาติ  ความศักดิ์สิทธิ์  คนทำให้ศักดิ์สิทธิ์  บริบทที่ทำให้ศักดิ์สิทธิ์คือคน

ป่าพรุคันธุลีเดิมเป็นแหล่งทรัพยากรน้ำ  พืชพรรณ สัตว์น้ำและสัตว์ป่า  ต่อมามีปัญหาทั้งจากการใช้ประโยชน์ของชาวบ้านและทางราชการ   นับตั้งแต่การให้สัมปทานไม้เพื่อทำไม้หมอนรถไฟของการรถไฟแห่งประเทศไทย   ชาวบ้านก็อพยพเข้าจับจองพื้นที่ป่าพรุ  ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2470-2505  มีการทำลายป่าพรุอย่างต่อเนื่องทำให้เกิดปัญหาการขาดแคลนน้ำในการเพาะปลูก  เกิดไฟป่าอย่างรุนแรงในปี พ.ศ. 2525  ซึ่งทำลายป่าพรุไปมากกว่าครึ่ง

พ.ศ. 2533 มีนายทุนเข้ามากว้านซื้อที่ดินจากชาวบ้านเพื่อปลูกยางพาราและปาล์มน้ำมัน  ส่งผลต่อความเป็นอยู่ของชาวบ้าน  มีการตัดไม้เพื่อสร้างศูนย์วิจัยยาง  ส่งผลต่อการลดลงของน้ำและทำให้เกิดความไม่มีเสถียรภาพของป่าพรุ

ชาวบ้านจึงเริ่มมีแนวคิดที่จะรักษาพื้นที่ชุ่มน้ำพรุคันธุลี  ซึ่งมีพื้นที่ 875 ไร่  อาศัยแนวธรรมะคือธรรมชาติของท่านพุทธทาส  โดยคุณจันทโชติ ภู่ศิลป์  เป็นแกนนำก่อตั้งกลุ่มอนุรักษ์พรุขึ้นมา  เริ่มทำกิจกรรมฟื้นฟู  เริ่มจาก

  • ชุมนุมขับไล่นายทุนที่เข้ามากว้านซื้อที่ดินบริเวณพรุออกไปจากพื้นที่ในปี พ.ศ. 2534
  • ร่วมกันขุดคูน้ำจากคลองส่งน้ำของโครงการเร่งรัดพัฒนาชุมชนเข้ามาเก็บไว้ในพรุ
  • วางแผนอนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำพรุคันธุลี
  • เป็นแกนกลางในการติดต่อระหว่างชาวบ้านกับหน่วยงามที่รับผิดชอบดูแลพื้นที่ป่าพรุ
  • ปลูกจิตสำนึกแก่ชาวบ้านและเยาวชนที่อาศัยอยู่รอบๆพื้นที่ชุ่มน้ำพรุคันธุลี

ในปี พ.ศ. 2540 มูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าและพันธุ์พืชแห่งประเทศไทย  พบพรรณพืข 36 ชนิด  พรรณปลา 29 ชนิด  สัตว์ป่า 98 ชนิด  นกประเภทต่างๆมากถึง 50 ชนิด  พบหอยทาก 2 ชนิดที่ไม่มีรายงานพบในประเทศไทยมาก่อน

ปัจจุบันป่าพรุคันธุลีเป็นเป็นแหล่งศึกษาด้านธรรมชาติวิทยา ในฐานะที่เป็นหนึ่งในพื้นที่ชุ่มน้ำของภาคใต้ตอนบน  มีหลักสูตรสิ่งแวดล้อมศึกษา เรื่องป่าพรุคันธุลีในโรงเรียนท่าชนะและเยาวชนในท้องถิ่นของตัวเอง

อีกกรณีหนึ่งของภาคใต้คือพื้นที่อ่าวปัตตานี

อ่าวปัตตานีซึ่งมี 30 หมู่บ้าน  ประชากรประมาณ 50,000 คน  เดิมก็มีความอุดมสมบูรณ์มาก  ต่อมาก็เริ่มมีเรืออวนรุนอวนลากเข้ามา  เกิดผลกระทบต่อจำนวนสัตว์น้ำมาก  รวมทั้งปัญหาโรงงานอุตสาหกรรม  การทำลายระบบนิเวศน์ชายฝั่งเพื่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ

เกิดความขัดแย้งระหว่างกลุ่มที่ทำอวนลากซึ่งมีฝ่ายราชการบางหน่วยงานและนายทุนหนุนหลัง  กับกลุ่มที่ทำประมงพื้นบ้านตามวิถีเดิมที่มีกรมประมงคอยช่วยเหลือ

จนในที่สุดชุมชนก็แตกสลายเพราะจับปลาไม่ได้  มีการอพยพไปประกอบอาชีพในพื้นที่อื่นรวมทั้งประเทศเพื่อนบ้าน(มาเลเซีย)

ปัจจุบันชาวบ้านก็เริ่มหันกลับมาแก้ปัญหาใหม่  ด้วยการปลูกจิตสำนึก  ศึกษาเรื่องราววัฒนธรรมชุมชน  ใช้ลิเกฮูลู  เป็นสื่อชาวบ้านเพื่อปลูกจิตสำนึก  นำไปสู่การมีเครือข่ายฟื้นฟูอ่าวปัตตานี  ใช้ภูมิปัญญาเป็นสื่อในการปลูกจิตสำนึก

เริ่มจากเครือข่าย 13 ชุมชน  แล้วจะขยายอีก 22 ชุมชน

……….นักวิชาการมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี กลุ่มหนึ่ง นำโดย อ.นุกูล รัตนดากูล ได้ร่วมกันทำวิจัยลุ่มน้ำสายบุรี ซึ่งเป็นอู่ข้าวอู่น้ำสำหรับคนในพื้นที่ยะลา นราธิวาส และปัตตานี
“ชาว บ้านที่นี่ยังมีความผูกพันอยู่กับความเชื่อทางศาสนาอยู่มาก และวิถีชีวิตของพวกเขาเชื่อมโยงอยู่กับธรรมชาติ แต่เพราะความบริสุทธิ์ของพวกเขาทำให้กลายเป็นจุดอ่อนที่ถูกเอารัดเอาเปรียบ อยู่เสมอ” การคลุกคลีอยู่กับชาวบ้านในชุมชนมาหลายสิบปี ทำให้ อ.นุกูลเข้าใจและเข้าถึงชาวบ้านเป็นอย่างดี “เหมือนนิทานเรื่องม้าอารี พอชาวบ้านยอมให้คนนอกเข้ามา แต่ในที่สุดตัวเองก็อยู่ไม่ได้ ที่เห็นเป็นตัวอย่างคือ เรื่องการเลี้ยงกุ้ง เลี้ยงหอย ที่เอาที่ส่วนรวมของชุมชนไปใช้ สุดท้ายก็ตกไปเป็นของนายทุน”
แม้การ ทำลายทรัพยากรธรรมชาติของทุกที่ทั่วประเทศไทยจะตกอยู่ในอาการเดียวกัน แต่ อ.นุกูลมองว่าในส่วนของแม่น้ำสายบุรียังถูกทำลายน้อยกว่าแม่น้ำสายอื่น เนื่องจากมีเงื่อนไขบางประการที่ช่วยปกป้องเอาไว้
“การจัดการฐาน ทรัพยากรให้เกิดความเป็นธรรมเป็นเรื่องที่สำคัญ การที่ภาครัฐจะเข้ามาดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดควรให้ชุมชนเข้าไปมีส่วน ร่วม และกลไกของรัฐต้องปรับวัฒนธรรมการทำงาน ที่สำคัญคือต้องแสดงให้เห็นถึงความจริงใจ ไม่ใช่ทำงานกันแบบฉาบฉวย”….

จาก จากต้นน้ำสู่ปากอ่าว “สายบุรี” ลัดเลาะชุมชนมุสลิมมลายู(จบ)
โดย ภาสกร จำลองราช padsakorn@hotmail.com

อีกกรณีหนึ่งจากอีสานคือเรื่องเกลือโปแตซ

เกลือมีความสำคัญต่อมนุษย์มาก บางคนเรียกเกลือเป็นทองคำขาว

  • สมัยโรมัน  ใช้เกลือเป็นค่าจ้างทหาร (บางคนว่า Salary มาจากคำว่า Salt)
  • สมัยก่อนมีพ่อค้าที่เดินทางในทะเลทรายจำนวนมาก  ราคาเกลือแพงพอๆกับทองคำ
  • ประเทศฝรั่งเศส(สมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 16) มีเหตุการณ์วุ่นวายเนื่องจากเก็บภาษีเกลือสูงเกินไป
  • อินเดีย สมัยที่อังกฤษปกครองอยู่  ห้ามคนอินเดียทำเกลือ  คานธีเลยประท้วงอย่างสงบจนเป็นเอกราชพ้นจากการปกครองของอังกฤษ
  • ในสงครามกลางเมืองของอเมริกา  ฝ่ายเหนือคุมโรงงานผลิตเกลือได้  เป็นเหตุให้ชนะสงคราม
  • สมัยอยุธยา สนธิสัญญาเบาว์ริง  รัฐบาลสยามสงวนสิทธิในการส่งออก ข้าว เกลือและปลา  ถ้าเห็นว่าจะขาดแคลน

อาณาจักรเกลือในดินแดนอีสาน คือหลักฐานที่ห้วงทะเลได้ฝากทิ้งไว้ ราว ๑๐๐ ล้านปีมาแล้ว น้ำทะเลที่ไหลท่วมดินแดนแห่งนี้ได้ถูกปิดกั้นด้วยเทือกเขา การยกตัวของเทือกเขาภูพานตอนกลางของภาค ได้ทำให้เกิดการแบ่งดินแดนอีสานเป็น ๒ ส่วน มีลักษณะเป็นแอ่งคล้าย ๆ ก้นกะทะ ประกอบด้วย ส่วนที่อยู่ทางเหนือเรียกว่า “แอ่งสกลนคร” และส่วนทางตอนใต้ที่เรียกว่า “แอ่งโคราช”

ขอบแอ่งที่ยกตัวขึ้นนั้นก็ได้กั้นให้เกิดเป็นทะเลปิด น้ำทะเลที่ถูกขังอยู่ใน “แอ่ง” นานวันเข้าน้ำเค็มเหล่านี้ก็ถูกแสงแดดแผดเผาจนเหลือเป็นเพียงตะกอนเกลือหิน และ แร่โพแตชที่เป็นแร่ที่พบไม่กี่แห่งในโลกอยู่บนแผ่นดิน และจากการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยาตลอดเวลาน้ำบาดาลก็ได้กัดเซาะโดมเกลือ (dome) ใต้ดินจนทรุดตัวลงกลายเป็นทะเลสาบต่างๆ ดังนั้นหากพบหนองน้ำหรือทะเลสาบที่ไหนในภาคอีสาน เช่น บึงกาฬ (หนองคาย) หนองหาร ( สกลนคร) และหนองหาน ( อุดรธานี) จึงให้สันนิษฐานได้ว่าข้างล่างเป็นโดมเกลือนั้นเอง

“ผลึกเกลือ” อันเกิดขึ้นจากการเกาะเกี่ยวกันอยู่ระหว่างโมเลกุลของโซเดียมกับคลอไรด์ (NaCI) นี้ มนุษย์รู้จักมันมานานนับพันๆปี ตั้งแต่ก่อนยุคประวัติศาสตร์ เกลือเป็นสิ่งมีค่ายิ่งนอกจากเป็นแร่ธาตุจำเป็นต่อร่างกายที่ช่วยรักษาสมดุล ในร่างกายแล้ว เกลือยังมีบทบาทในชีวิตประจำวันอย่างมาก เป็นวัตถุดิบที่สำคัญในข้าวของเครื่องอุปโภคบริโภคจำนวนไม่น้อย เช่น น้ำปลา สบู่ ผงชูรส น้ำหอม ฟอกสีกระดาษและสิ่งทอ การฟอกหนัง ทำวัตถุระเบิด ใช้ในอุตสาหกรรมเหล็กกล้าและรถยนต์ อุตสาหกรรมด้านอาหาร ทำฝนเทียม เป็นต้น

จาก แอ่งเกลือ ขุมทรัพย์อีสาน โดยบัวอีน

นอกจากนี้ ประโยชน์ที่สำคัญที่สุดของแร่โปแตชคือ การนำไปสกัดให้ได้เป็นโพแทสเซียมในการผลิตปุ๋ย   ซึ่งมีค่ามหาศาล

clip_image002

ภาพ Pimai Salt Mining;โรงงานเกลือที่ใหญ่ที่สุดในประเทศอยู่ที่โคราชที่อำเภอพิมาย
ที่มา
www.nesac.go.th

clip_image001

กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอุดรธานี เรียกร้องให้ยุติบทบาทกรรมการแก้ไขปัญหาการดำเนินโครงการเหมืองแร่โปแตซ

ภาคอีสานเป็นแหล่งที่มีเกลือและโปแตซมาก  แต่การนำมาใช้ประโยชน์ก็จะก่อปัญหากับสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตของชุมชนอย่างมากมายเช่นกัน  ก็เป็นปัญหาที่ท้าทายในอนาคต

เราจะใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นแก้ปัญหานี้ได้ไหม?

เราจะให้ประชาชนมีส่วนร่วม  พูดคุยกันว่าจะนำทรัพยากรธรรมชาติจำนวนมหาศาลนี้มาใช้ประโยชน์ร่วมกันอย่างไร?

กระบวนทัศน์ทุนนิยม  โลกาภิวัฒน์  หรือวิถีตะวันตกจะมองโลกแบบแยกส่วน  มองเป็นการแข่งขัน  ผู้ที่แข็งแรงเท่านั้นที่จะอยู่รอด  เชื่อว่าวิทยาศาสตร์สามารถเอาชนะธรรมชาติได้  ยอมรับว่าทฤษฎีความรู้เหนือกว่าสิ่งใด  เชื่อเรื่องการรวมศูนย์อำนาจ  และมีวิวัฒนาการเป็นเส้นตรง  มุ่งไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง

ส่วนกระบวนทัศน์ชุมชนาภิวัฒน์ หรือวิถีตะวันออก  จะมองตรงข้าม คือมองโลกเป็นองค์รวม  เชื่อในความร่วมมือ  ประสานเป็นหนึ่งกับธรรมชาติ  เชื่อในวิถีปฏิบัติ  เชื่อในการกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่นและชุมชน  และเน้นความสำคัญทางจิตวิญญาณ

แต่อาจารย์ก็สรุปว่า  คงต้องดำเนินไปโดยยึดทางสายกลาง  ประยุกต์ใช้ทั้งสองทาง

Post to Facebook Facebook

« « Prev : ภูมิปัญญาท้องถิ่น: ต้นทุนทางสังคมไทยในการจัดการความขัดแย้ง

Next : เปิดเวทีพูดคุยกับอาจารย์บัณฑร อ่อนดำ » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

ความคิดเห็นสำหรับ "ภูมิปัญญาท้องถิ่น: ต้นทุนทางสังคมไทยในการจัดการความขัดแย้ง(2)"

ไม่มีความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.1000349521637 sec
Sidebar: 0.067564010620117 sec