Scenario - กระบวนการฉายภาพฉากทัศน์อนาคต

โดย จอมป่วน เมื่อ 14 กรกฏาคม 2011 เวลา 21:53 ในหมวดหมู่ จอมป่วน #
อ่าน: 4747

ในเรื่อง อนาคตศึกษา (future Study) หนึ่งในวิธีคาดเดาอนาคตคือ Scenario หรือกระบวนการฉายภาพอนาคต

โครงการมองต์เฟลอร์ (Mont Fleur Scenario) จาก ประสบการณ์สร้างความสมานฉันท์ของประเทศแอฟริกาใต้ในโครงการ Mont Fleur Scenario -siamintelligence.com

โครงการมองต์เฟลอร์ (Mont Fleur Scenario) ของแอฟริกาใต้  ซึ่งดำเนินการโดยนักจำลองสถานการณ์ชื่อ อดัม คาเฮน (Adam Cahen) ซึ่งเป็นอดีตนักจำลองสถานการณ์ ที่เคยทำงานให้บริษัทน้ำมันเชลล์

SIU มองว่า โครงการนี้ อาจเป็นทางออกหนึ่งในการสร้างความสมานฉันท์และลดความขัดแย้งในสังคมไทยได้ จึงจุดประกายเรื่องนี้ขึ้นมาในงานเสวนา ก้าวข้ามความขัดแย้งของสังคมไทย ในวันที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2553

ผู้คนหลากหลายอาชีพ 22 คนได้ร่วมกันในวงสนทนาและสรุปการฉายภาพอนาคตออกมาเป็น 4 รูปแบบ ดังนี้

1. นกกระจอกเทศมุดหัวลงในพื้นทราย (Ostrich) เป็นรูปแบบที่ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมเจรจา ทุกฝ่ายเผชิญกันด้วยความรุนแรง

2. เป็ดง่อย (Lame Duck) เป็นรูปแบบที่ทุกฝ่ายหันหน้ามาคุยกันเกิดรัฐบาลผสมหลายพรรค ปัญหาการเมือง เศรษฐกิจ ฯ ยังคงอยู่

3. อิคารัส (Icarus) รัฐบาลผิวดำชนะด้วยนโยบายประชานิยม ทำให้ขาดดุลงบปรัมาณจำนวนมาก  จนเกิดวิกฤตทางเศรษฐกิจและปัญหาสังคมตามมา

4. นกฟลามิงโกโบยบิน (Flight of the Flamingos) เป็นอนาคตที่ทุกฝ่ายหันหน้าเข้าหากัน สามารถจัดตั้งรัฐบาลที่มีเสถียรภาพสูงได้ มีธรรมาภิบาล ไม่มีการคอร์รัปชั่น มีการพัฒนาการทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน

Omar Ashour อาจารย์ด้านการเมืองตะวันออกกลางจากมหาวิทยาลัย Exeter ในอังกฤษ เขียนบทความแสดงความเป็นไปได้ (scenario) แบบต่างๆ ของลิเบีย 4 แบบ ลงในเว็บไซต์ BBC

……

1. กัดดาฟีถล่มด้วยอาวุธเคมี

2. รัฐประหารโค่นกัดดาฟี

3. สงครามชนเผ่า

4. การแทรกแซงจากต่างชาติ

และที่น่าสนใจคงจะเป็น วิสัยทัศน์ประเทศไทย 2020 ในสายตานักอนาคตศาสตร์ และ ภาพอนาคตประเทศไทย 2562

สถาบันคลังสมองของชาติ ภายใต้มูลนิธิส่งเสริมทบวงมหาวิทยาลัย ด้วยความร่วมมือของศูนย์คาดการณ์เทคโนโลยีเอเปค สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ  ได้ใช้กระบวนการของการมองอนาคต (foresight)  ระดมความคิดเห็นจากผู้รู้จำนวน 91 คนที่มีความหลากหลายทั้งวัย อาชีพ จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ 3 ครั้งในปี 2552 นำมาสู่ภาพอนาคตประเทศไทย ปี 2562  จำนวน 3 ภาพ  คือ

1. เกาเหลาไม่งอก มีเรื่องสังคมกลียุค คนไร้สัญชาติก่อความไม่สงบ มาตรฐานการศึกษาตกต่ำ

2. น้ำพริกปลาทู ออกแนวเศรษฐกิจพอเพียง  พึ่งพาตัวเองเป็นหลัก

3. ต้มยำกุ้งน้ำโขง ออกแนวต้องแข่งขันกับนานาชาติ

แต่ทุกกรณีก็ได้มีการวิเคราะห์แนวทางแก้ไข  ปรับตัวให้พร้อมที่จะรับมือกับเหตุการณ์ต่างๆที่คาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต

เกาเหลาไม่งอก ภาพเกาเหลาไม่งอก จาก ภาพอนาคตประเทศไทย 2562 ฉบับสมบูรณ์

สนใจอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเองนะครับ

Post to Facebook Facebook

« « Prev : สถานการณ์ความขัดแย้งจากสังคมโลกสู่รากหญ้าไทย (3)

Next : เกาเหลาไม่งอก » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

5 ความคิดเห็น

  • #1 withwit ให้ความคิดเห็นเมื่อ 15 กรกฏาคม 2011 เวลา 4:30

    ขอบคุณครับที่ช่วยกระตุกให้คิด

    ภูมิปัญญาไทยเราเดิมๆ มีอยู่มาก ท่านพุทธทาส (จบมอหกไทย) พูดไว้นานแล้วว่า ธรรมะไม่กลับมาโลกาจะวินาศ (แปลเป็นอังกฤษให้มีเสน่ห์แบบคำไทยๆ เราก็ไม่ได้)

    วันนี้เรามีแต่อธรรม ปากปราศรัยใจเชือดคอ ปากว่าตาขยิบ ซ่อนมีดไว้ข้างหลัง ต่างคนต่างมีวาระซ่อนเร้น ขมิบไว้ (ทันโทษ เหมือนขมิบตด)

    เชื่อคนต่างชาติ ยกยอคนมีอำนาจ ไม่กล้าเชิดชูคนดี นี่คือนิสัยไทยแท้

  • #2 sutthinun ให้ความคิดเห็นเมื่อ 15 กรกฏาคม 2011 เวลา 6:11

    ไม่แน่ใจว่าทฤษฎีต่างๆ แนวคิดต่างๆ ที่กำลังศึกษากันอยู่ จะรู้เท่าทันสิ่งที่เกิดขึ้นนอกกติกา นอกระบบ ไร้รูปแบบ ของสังคมไทยยุคนี้หรือไม่ ถ้ามุ่งเอาทฤษฎีไปจับยึด กับสิ่งที่นอกลู่นอกทาง มันจะทันกินไหมหนอ เข้าใจว่าปัญหาเกิดขึ้นนอกระบบ การแก้ไขก็ควรใช้วิธีหนามบ่งหนอง ไม่รู้ผิดหรือถูกนะครับ เฝ้าดูมานานแล้ว ..วิธีไหนมันก็ไอ่แค่นั้นแหละ ในเมื่อสังคมมันพลิกแพลงไปเร็วมาก จะเอาสวิงมาไล่จับช้างป่า มันจะเป็นจั๋งได๋ดดดดดด !

    เข้าใจว่า นักคิดนักทฤษฎีในโลกนี้ ยังหาวิธีกำกับแล้วควบคุมกิเลศยังไม่ได้ สังคมโลก สังคมไทย มันจึงเน่าๆๆๆๆยังไงละครับ สสสส.3 น่าจะได้เรียนเรื่องที่นอกเหนือทฤษฎี แต่ก็นึกไม่ออกว่าจะเรียนจั่งไดดดดดดด อิ

  • #3 จอมป่วน ให้ความคิดเห็นเมื่อ 15 กรกฏาคม 2011 เวลา 16:26
    ลุงเอกก็พร่ำเตือน กาลามสูตร……
    ทฤษฎีต่างๆ อาจารย์แต่ละท่านก็แค่แนวทาง เชื่อไม่เชื่อเรื่องของเรา
    เน้น Learn How to Learn คนที่เรียนเป็นก็จะมีสติ รู้จักวิเคราะห์ด้วยปัญญา เป็นเรื่องปัจจัตตัง
    อยู่กันมาจนปูนนี้แล้ว เรียนรู้อะไร? เอะใจอะไรกันบ้าง ? จะช่วยเหลือประเทศชาติอย่างไร? ก็แค่นี้แหละ……อิอิ
  • #4 bangsai ให้ความคิดเห็นเมื่อ 16 กรกฏาคม 2011 เวลา 1:30

    ผมทำงานกับคนมาบ้าง ก็มองว่า คนเหมือนกันแต่ต่างกัน แหมพูดอะไรให้ชัดๆหน่อย ผมไม่ปฏิเสธเรื่องการเรียนรู้ประสบการณ์และแนวคิดจากที่อื่นๆ และทุกคนก็คงไม่ปฏิเสธ แต่การเข้าใจสังคมไทยคนไทยที่หลากหลาย ซับซ้อน สำคัญมากกว่า หากให้ยาไม่ถูกก็แก้ปัญหาไม่ได้ ซ้ำร้ายจะมีผลข้างเคียงเอาซะด้วย

    หากเอาระบบชนชั้นเข้ามาวิเคราะห์อธิบายก็ได้ภาพหนึ่ง หากเอา Megatrends มาวิเคราะห์ก็จะได้อีกภาพหนึ่ง ฯลฯ มีทั้งส่วนถูกและอาจจะไม่ถูก การอ่านสังคมไทยนั้นน่าจะมีลักษณะเฉพาะในหลายเรื่องหลายด้านที่สังคมตะวันตกไม่มี การที่สังคมไทยเดินตามตะวันตกก็ไม่ได้หมายความว่าทุกกระเบียดนิ้ว เหมือนแต่งลิเกไปกินสะเต็กดื่มน้ำนม ปิซซ่า พอมื้อเย็นให้เมียตำน้ำพริก

    ไทยก็ไม่ใช่ไทยเดิมแท้ ฝรั่งก็ไม่ฝรั่งจ๋า อะไรมาก อะไรน้อย ก็แตกต่างกัน การเห็นความเป็นจริงของสังคมไทยทำนองนี้ แล้วเอาระบบชนชั้นมาวิเคราะห์ ว่าชนชั้นนำคือคนแบบไหน เบื้องหน้าคืออะไร แต่ข้างหลังเป็นเช่นไร สิ่งที่เขาคิด เอามาครอบใส่มวลประชาชนอย่างไร…. ชนชั้นนำบางกลุ่มที่ซ่อนตัวในมุมธรรมยังไม่ได้แสดงพลังเท่าที่ควร

    หากมองจากมุมนี้ขึ้นไปโดยไม่ลงรายละเอียด ผมคิดว่า สังคมไทยกำลังก้าวเดินไปสู่การปรับตัวแบบไทยๆ ปรับตัวไปสู่จุดไหน ขึ้นกับพลังของสาระของผู้แสดงบทบาทว่าจะมีอิทธิพลโน้มนำมาได้มากน้อยแค่ไหน และเวลาจะเป็นปัจจัยควบคู่ไปกับการแสดงพลังของกลุ่มนำเปิด และกลุ่มนำปิดทั้งหลาย แต่ทั้งหมดก็จะมาจำนนต่อเงื่อนไขของข้อจำกัดทางโลกในเรื่องต่างๆ

    ข้าน้อยมองเห็นเช่นนั้นครับ อิอิพูดให้งง

  • #5 ft lauderdale appliance ให้ความคิดเห็นเมื่อ 18 กุมภาพันธ 2017 เวลา 11:26

    Saved as a favorite, I really like your site!


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.038465023040771 sec
Sidebar: 0.042496919631958 sec