ฟังเรื่องสุนทรียสนทนาที่โรงพยาบาลพุทธชินราช

โดย จอมป่วน เมื่อ 4 พฤศจิกายน 2008 เวลา 23:44 ในหมวดหมู่ จอมป่วน, เฮฮาศาสตร์, แลกเปลี่ยนเรียนรู้ #
อ่าน: 1471

วันนี้ได้รับหนังสือเชิญจากคุณหมอสาโรจน์ สันตยากร  ซึ่งรับผิดชอบการจัดการความรู้ของโรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก  ให้ไปรับฟังประสบการณ์การทำสุนทรียสนทนาของโรงพยาบาล  ตอนบ่ายๆ  ไม่ไปได้ไงล่ะครับ  เพราะสัญญากันไว้ว่าจะร่วมกันสร้างเครือข่ายขึ้นในจังหวัดพิษณุโลก

เคยนัดพรรคพวกไปเยี่ยมที่โรงพยาบาลมาหลายครั้งแล้วครับ  ได้รับความรู้เพิ่มเติมมากขึ้นในแต่ละครั้งที่ไปเยี่ยม  คราวนี้ก็ตื่นเต้นที่จะได้ไปร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันอีกครั้งนึง  คุณหมอสาโรจน์ก็แนะนำว่ามีเพื่อนๆจากกำแพงเพชรมาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วย

คุณหมอสาโรจน์ซึ่งรับบทคุณเอื้อก็เริ่มแนะนำเรื่องการจัดการความรู้และการทำสุนทรียสนทนา  ใช้เวลาสั้นมากเพราะต้องการให้ทีมงานเล่าประสบการณ์ให้ฟังมากกว่า

…..  คุณพะเยาว์  จากแผนกจักษุ  เล่าประสบการณ์ให้ฟัง

…… เริ่มด้วยความสัมพันธ์ที่ไม่ค่อยจะราบรื่นนักในแผนก   เรื่องร้องเรียนสูงมาก  เขียนบ่นกันเต็มๆหน้ากระดาษ  ใช้ภาษาที่ไม่ค่อยจะสุภาพ

ขำที่คุณพะเยาว์เล่าให้ฟังว่าเดิมญาติผู้ป่วยตำหนิว่า  เป็นพยาบาลนะไม่ใช่ตำรวจ  การซักประวัติผู้ป่วยทำยังกับตำรวจซักผู้ต้องหา

หลังจากที่ได้รับฟังคุณหมอสาโรจน์และทีมงานกล่อม  ก็เริ่มสนใจและนำสุนทรียสนทนามาใช้

หลังจากนั้นก็พบว่าพฤติกรรมบริการดีขึ้น  บรรยากาศการทำงานดีขึ้น  การทำงานเป็นทีมดีขึ้น  มีการทำงานแบบมีส่วนร่วมจากทุกๆฝ่าย มีการทำงานโดยยึดผู้รับบริการเป็นศูนย์กลาง

…..  ที่สำคัญ  มีนวัตกรรมเกิดขึ้น  รวมทั้งมีสิ่งใหม่ๆเกิดขึ้นจากการเสนอแนะของคนงาน   เดิมถ้ามีการเสนออะไรใหม่ก็จะมีเสียง อึ๊..  ทำไม่ได้หรอก  ไม่เคยมีใครทำ  ทำได้ไง ?  เปลี่ยนมาเป็น  น่าจะลองดูนะ

มีการเริ่มนำสุนทรียสนทนาไปใช้กับผู้ป่วยและญาติ  ทำให้เข้าใจผู้ป่วยและญาติมากขึ้น  คุณพะเยาว์เล่าว่าเดิมพอหมดเวลาเยี่ยมก็จะไล่ญาติที่เฝ้ากลับบ้านหมด  แต่ระยะหลังพบญาติที่เป็นเด็กสาววัยรุ่นไม่อยากกลับ  ก็มีการพูดคุยสอบถาม  ปรากฏว่าถ้ากลับบ้านจะผ่านเส้นทางที่เปลี่ยวมาก  เลยต้องอนุโลมให้  ถ้าเป็นเมื่อก่อนก็ไล่กลับ  ไม่พูดไม่คุยแล้ว

ที่สำคัญคือทีมงาน  ผู้ป่วยและญาติเข้าอกเข้าใจกันมากขึ้น  มีความสุขในการทำงานมากขึ้น

ตอนนี้ศึกภายในสงบแล้ว  อยากสงบศึกนอกแผนกด้วย  …….

มาฟังเรื่องเล่าจากอายุรกรรมชาย 3  บ้างนะครับ

จี๋  หัวหน้าตึก (ไม่เจอนานมากแต่ก็ยังสาวและสดชื่น) เล่าว่าเป็นตึกที่ดูแลผู้ป่วยเรื้อรัง  มีเป้าหมายจะเป็น Hospitel  ตอนจะเริ่มใช้สุนทรียสนทนา  ก็นึกไม่ออกว่าจะเป็นไปได้อย่างไร ?  พยาบาลอายุรกรรมมีแต่คนเก่งๆ  อัตตาสูง  เดิมแค่ส่งเวรก็ทะเลาะกันเป็นประจำแล้ว

อยากทำแต่ก็มีปัญหาว่าจะมีใครในหน่วยงานที่สนใจและจะมาช่วยทำ  แต่ก็โชคดีได้ 3 ขุนพลมาช่วย

เจี๊ยบ  (หนึ่งในขุนพลของอายุรกรรมชาย 3)  ก็มาเล่าต่อ

…… อยากรู้ว่าสุนทรียสนทนาคืออะไร ?

…… ถ้าทำสุนทรียสนทนาแล้วจะสามารถพัฒนาบุคลากรในหน่วยงานได้อย่างไร ?

ก็เลยเปิดเน็ต (ค้นจิตวิวัฒน์  วงน้ำชา สุนทรียสนทนา)  อ่านหนังสือ  แล้วไปอบรม  หัวหน้าเห็นสนใจก็ยกให้จัดทีมงานทำกันเลย
เจี๊ยบเล่าได้สนุกมาก  น่าติดตามเพราะเล่าจากประสบการณ์จริงๆ  ทำไปศึกษาไปร่วมกับคนที่มาร่วมสุนทรียสนทนา

……  ใหม่ๆ  ไม่มีคนพูด

……   ไม่ตั้งประเด็นจากปัญหา  แต่เริ่มจากสิ่งดีๆ

……   เริ่มค้นหาคำคม  เอามาติดบอร์ด  ติดแม้กระทั่งห้องน้า

……   ใช้ India Stick  (ไม้วิเศษ)  ใครถือไม้ก็มีสิทธิพูด

…….  เกิดนวัตกรรมในการทำงานจากความเห็นของทุกระดับ  ทำให้ทีมงานมีความภูมิใจและมีความสุขที่ได้รับการยอมรับ

……   มีการนำเสนอความสำเร็จ  ทำให้เกิดความภูมิใจ

……   ลองเอาญาติและตัวผู้ป่วยมานั่งคุยด้วย  บันทึก  VDO มาให้ดูด้วยเลย  ประทับใจมาก

…….   จากการพูดคุยกัน  ทำให้เข้าใจความต้องการของผู้ป่วยและญาติผู้ป่วย

…….   สามารถทำให้ญาติรู้สึกมั่นใจว่าสามารถดูแลผู้ป่วยได้  เมื่อผู้ป่วยกลับบ้าน

…….  ที่ชอบใจเพราะเล่าว่าหลังจากเริ่มพูดคุยกับผู้ป่วยและญาติ  เพิ่งรู้จักและเข้าใจผู้รับบริการ  ซึ่งเดิมไม่เคยสนใจเลย (ดีนะที่เอะใจ)

…….  ที่ประทับใจก็เป็นตอนที่ให้ญาติเริ่มฝึกที่จะดูแลผู้ป่วยเด็กสาวที่มีอาการอ่อนแรงของแขนขาชั่วขณะ  พ่อถามว่าช่วยทำได้เหรอ  แล้วก็ได้ดูแลลูก  ได้กอดลูก  พอลูกหายก็มาเล่าว่า  รู้ว่าพ่อรักเพราะพ่อกอดตอนป่วย……ความสัมพันธ์พ่อลูกดีขึ้นมาก

ตอนนี้เริ่มเอามาใช้กับเรื่องของวิชาการ  หลังจากเปิดใจพูดจากันได้สักพัก  กิจกรรมทางวิชาการมีบรรยากาศที่ดีขึ้นมากๆ  มีคนอาสาที่จะพูดเรื่องทางวิชาการ  คนฟังก็สนใจที่จะฟัง  ต่างจากเดิมคนพูดก็กลัว  คนฟังก็ไม่อยากมาฟัง

ที่เขียนบันทึกนี้เพราะความประทับใจในกิจกรรมสุนทรียสนทนา  และที่ประทับใจมากที่สุดก็คือ  เจี๊ยบ  คนที่สนใจสุนทรียสนทนาก็ค้นคว้าด้วยตัวเอง  เป็นตัวอย่างของการทำด้วยหัวจิตหัวใจ  ความรัก  ความหวังดี  ด้านเทคนิคและวิธีทำก็ทำไปศึกษาไป  ผลงานจะแตกต่างจากผลงานที่แข็งกระด้าง  ไม่มีชีวิตจิตใจจากคนที่รอบรู้เทคนิคต่างๆมากมาย  แต่ขาดความรัก  ความเห็นอกเห็นใจ  การรู้จักและเข้าใจ

ก่อนกลับก็ไม่ลืมที่จะไปพบปะพูดคุยกับเจี๊ยบและทีมงาน  แถมได้พูดคุยกับทีมงานจากกำแพงเพชร  จีบๆไว้เป็นเครือข่ายไว้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันครับ

ทำงานเริ่มต้นด้วยความรัก  ความหวังดี  ความเห็นอกเห็นใจ  การรู้จักและเข้าใจคนที่เราทำงานด้วย  เทคนิคและวิธีการเป็นเรื่องรองครับ

Post to Facebook Facebook

« « Prev : ผาซ่อนแก้ว - อีกครั้งครับ

Next : ตาร้อนซะเอง » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

2 ความคิดเห็น

  • #1 หมอเจ๊ ให้ความคิดเห็นเมื่อ 5 พฤศจิกายน 2008 เวลา 0:33

    มาบอกว่ายกมือเห็นด้วย และมาเสริมว่า

    ทำงานเริ่มต้นด้วยความรัก  ความหวังดี  ความเห็นอกเห็นใจ  ที่มีการรู้จักและเข้าใจตัวเองเป็นพื้นฐานก็จะมีความรัก ความหวังดี ความเห็นอกเห็นใจให้กับคนที่เราทำงานด้วย  เทคนิคและวิธีการที่บอกว่าทำไม่เป็นนะ เป็นเรื่องรองค่า

  • #2 จอมป่วน ให้ความคิดเห็นเมื่อ 5 พฤศจิกายน 2008 เวลา 22:30
    #1 หมอเจ๊

    ขอบคุณน้องตุ๊กตามากครับ  ที่ช่วยมาต่อยอดความรู้  อิอิ


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.044717788696289 sec
Sidebar: 0.037674188613892 sec