ความเข้มแข็งทางจิตใจ

โดย น้ำฟ้าและปรายดาว เมื่อ 7 มกราคม 2010 เวลา 19:13 ในหมวดหมู่ เปลือยความคิด #
อ่าน: 3457

ความเข้มแข็งในจิตใจ นี้เป็นสิ่งที่สำคัญที่จะต้องฝึกฝนตั้งแต่เล็ก

เพราะว่าต่อไป ถ้ามีชีวิตที่ลำบาก ไปประสบอุปสรรคใด ๆ

ถ้าไม่มีความเข้มแข็ง ไม่มีความรู้

ไม่มีทางที่จะผ่านอุปสรรคอะไร ก็ไม่มีอะไรที่จะมาช่วยเราได้

แต่ถ้ามีความรู้ มีอัธยาศัยที่ดี และมีความเข้มแข็งในกาย ในใจ

ก็สามารถที่จะผ่านพ้นอุปสรรคต่าง ๆ นั้นได้

 

พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

พระราชทานแก่คณะครูและนักเรียนโรงเรียนราชวินิต

ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน

วันศุกร์ที่ 31 ตุลาคม 2518

อ.หมอประเวช ตันติพิวัฒนสกุล ได้นำคำว่า RQ (Resilience Quotient) หรือความเข้มแข็งทางใจมาเพื่อเป็นตัววัดหนึ่งของคนไทยว่าเรามีความยืดหยุ่นทางจิตใจมาก-น้อยแค่ไหน ถ้าอยากทราบมี แบบทดสอบ On-Line อยู่ที่นี่ค่ะ

คำ ๆ นี้สำคัญอย่างไร ก็อย่างที่อัญเชิญพระราชดำรัสของล้นเกล้า ฯ มานั่นแหละค่ะว่าถ้าเราไม่มีความเข้มแข็งด้านนี้ การก้าวผ่านปัญหา อุปสรรคใด ๆ ก็จะเป็นไปอย่างยากลำบาก หรืออาจแพ้พ่าย พับเพียบไปตั้งแต่เจอครั้งแรกแล้ว ซึ่งน่าเสียดายมากว่าแม่อุตส่าห์อดทนอุ้มท้องมา กว่าจะเลี้ยงจนโตได้ก็ยากเย็น แต่สุดท้ายกลับจบชีวิตตัวเองหรือไม่ประสบผลสำเร็จอะไรเลยในชีวิตเพราะไม่มีความสามารถในการจัดการปัญหาใหญ่ - น้อย เพื่อให้ตนเองฟื้นตัวกลับสู่สภาพปกติได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้ง เกิดการเรียนรู้และเติบโต จากการเผชิญหน้ากับปัญหาและวิกฤตินั้น ๆ…เป็นเรื่องน่าเสียดายนะคะ

มาดูการเปรียบเทียบความแตกต่างของวิธีคิดระหว่างคนที่มีความเข้มแข็งทางใจ VS คนที่ขาดความเข้มแข็งทางใจกันค่ะ

ประเภทของคน เวลา ผลกระทบของปัญหา ตัวตน

คนที่มี

ความเข้มแข็ง

ทางใจ

มองว่าปัญหา

ที่เกิดขึ้น

จะเปลี่ยนแปลงไป

ไม่อยู่คงทนถาวร

ปัญหาต่าง ๆ จะดีขึ้น

มีการจำกัดผลกระทบของปัญหา

ไม่ให้ลุกลามไปกระทบด้านอื่น ๆ ของชีวิต

เพราะชีวิตมีหลายด้าน

และเรายังมีด้านอื่น ๆ ที่ดีเป็นกำลังใจ

มองว่าปัญหาบางเรื่องอยู่นอกเหนือ

การควบคุมของตน

ปัญหาจึงไม่ใช่ความผิดพลาด

ที่แก้ไขไม่ได้

ขณะเดียวกัน ถ้าตนมีส่วนผิดพลาด

ก็สามารถทำใหม่ให้ดีขึ้นได้

คนที่ขาด

ความเข้มแข็ง

ทางใจ

มองว่าปัญหา

ที่เกิดขึ้น

จะคงอยู่ตลอดไป

ไม่มีทางดีขึ้น

ปัญหาที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบทุกอย่าง

ลุกลามไปทุกด้านของชีวิต

มองว่าปัญหาที่เกิดขึ้น

มีสาเหตุมาจากความผิดพลาด

บกพร่อง ล้มเหลวที่แก้ไขไม่ได้

ของตัวเอง

คนที่เข้มแข็งทางใจ ไม่ใช่คนที่ชนะหรือสมหวังในทุกเรื่องของชีวิตนะคะ แต่เป็นคนที่ แพ้ได้ ล้มได้ แต่ไม่ท้อถอย และสามารถเรียนรู้จากความล้มเหลวนั้น ๆ เพื่อพัฒนาเป็นบทเรียนไปสู่สิ่งที่ดีกว่า ต่างหาก

ความเข้มแข็งอันนี้มาจากไหน :

1. การเลี้ยงดูที่อบอุ่นของครอบครัว จึงโตขึ้นมาเป็นคนที่มีความเชื่อมั่นในตนเอง มีความพร้อมที่จะเผชิญกับปัญหาด้วยความเข้มแข็ง ครอบครัวจึงเป็นบ่อเกิดของทุกอย่างนะคะ ถ้าไม่พร้อมอย่ามี !

2. จากความรัก ความอบอุ่นของ”ผู้ใหญ่”คนหนึ่งในชีวิตที่ผ่านมา ที่ห่วงใย เอาใจใส่อย่างจริงจัง แม้จะขาดความรู้สึกนี้จากพ่อแม่ก็ตาม คำว่าผู้ใหญ่คนหนึ่งนั้นจะเป็นใครก็ได้ค่ะ ตั้งแต่ครูอาจารย์ พระ ญาติพี่น้อง …ที่ผ่านมาคนโบราณถึงสอนหนักหนาให้ผู้ใหญ่ (รวมถึงผู้เป็นใหญ่ และกำนันด้วยเอ้า ^ ^) ทุกคนเป็นที่พึ่งของสังคมให้ได้ไงคะ เพราะเราไม่รู้หรอกว่า เราได้ช่วยเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายไปให้กับใครบ้าง แต่เราก็ช่วยไม่ให้ชีวิตเขาอ้างว้างจนเกินไป

3. จากการพัฒนาขึ้นมาในภายหลังด้วยตัวเอง ไม่ว่าเราจะมีต้นทุนชีวิตมามาก-น้อยเพียงใด อย่างไร แต่เราทุกคนก็สามารถสร้างความเข้มแข็งอันนี้ขึ้นได้ค่ะ ถ้ารู้จักตัวเอง

อ.หมอประเวช ได้สอนว่าเราจะเติมเต็มตัวเองได้จาก 4 องค์ประกอบหลักดังนี้ค่ะ

1. รู้สึกดีกับตัวเอง ไม่ว่าอดีตที่ผ่านมาจะเป็นอย่างไร เจอพ่อแม่แบบไหน พบเหตุการณ์เลวร้ายอย่างไร สิ่งเหล่านี้เราไม่สามารถกำหนดเองได้ก็จริง แต่เราเลือกที่จะมองแง่ดีและค้นหาความถนัดของตัวเองได้ค่ะ เพื่อบ่มเพาะเป็นความสำเร็จที่เราเลือกทำได้ เพื่อสร้างความรู้สึกดี ๆ ให้กับตัวเราเอง

การสร้างความเข้มแข็งทางใจด้วยการสร้างความรู้สึกที่ดีกับตัวเอง จึงเป็นกระบวนการฝึกฝนตน ให้รู้จักมองโลกในแง่ดี ค้นหา ทำความรู้จักกับตัวเอง และพัฒนาความถนัดที่มีอยู่ จนกลายเป็นความสำเร็จที่น่าภาคภูมิใจไงคะ …ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนหรืออัตตาหิ อัตโนนาโถจึงไม่ใช่คำที่ก่อให้เกิดความแห้งแล้งในจิตใจเพราะพึ่งพาใครไม่ได้ อย่างที่เรามักจะพูดกึ่งประชดตัวเองแต่อย่างใดค่ะ

2. จัดการชีวิตได้ ในชีวิตเราต้องพบกับเรื่องที่ชอบและไม่ชอบอยู่เสมอ ความรู้สึกว่าเราจัดการชีวิตได้จะเกิดก็ต่อเมื่อเรามีความเชื่อมั่นในทักษะการแก้ไขปัญหาและการจัดการอารมณ์ของตัวเองค่ะ ตลอดจนมีความสุข ความพอใจในชีวิต และเชื่อมั่นว่าแม้ในสถานการณ์ที่ย่ำแย่ก็ยังสามารถเลือกทางเดินที่คิดว่าดีที่สุดได้ โดยการเรียนรู้ที่จะยอมรับบางสิ่งบางอย่างที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไข และมีความอดทนมุ่งมั่นในการลงมือทำในสิ่งที่ทำได้ จนบรรลุผลที่ต้องการ

3. มีสายสัมพันธ์เกื้อหนุน ความรัก ความเข้าใจเป็นพลังในการดำเนินชีวิตนะคะ ดังนั้นการมีใครสักคนมอบความรัก ความเข้าใจ คอยเป็นกำลังใจให้ จึงเป็นองค์ประกอบที่สำคัญ เพราะเป็นการเรียนรู้ที่จะพัฒนาความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง ให้มีทักษะการสื่อสารที่ดี เข้าอกเข้าใจกัน สามารถที่จะวางใจและให้อภัยกันได้แม้มีเรื่องกรุ่น ๆ หรือหงุดหงิดกันอยู่ก็ตามเหอะน่า

4. มีจุดหมายในชีวิต ความสามารถในการดำเนินชีวิตอย่างมีจุดมุ่งหมายโดยเฉพาะจุดหมายนั้นเป็นไปเพื่อส่วนรวมไม่ใช่ตัวเอง และความรู้สึกว่าเรากำลังก้าวไปสู่เป้าหมายที่มีคุณค่า จะช่วยให้เราเห็นว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ เมื่อเทียบกับปัญหาอื่น ๆ และในที่สุดมันจะผ่านไปเมื่อเรามุ่งหน้าไปสู่จุดหมายที่ต้องการค่ะ

การมีจุดหมายในชีวิตเป็นเรื่องดี แต่พึงระวังจุดหมายที่ไม่เป็นไปเพื่อความสุข เช่นจุดหมายที่เป็นไปเพื่ออำนาจ ชื่อเสียง เงินทอง หรือความหล่อ ความสวยไว้ให้มาก ๆ ค่ะ เพราะสิ่งเหล่านี้มักทำให้ความสุขเราลดลง มีความเครียดเพิ่มมากขึ้น และน่าประหลาดใจว่าคนที่ไม่ค่อยมีความภาคภูมิใจในตัวเอง จะมีการพัฒนาศักยภาพภายในตัวน้อย และไม่ค่อยพึงพอใจในชีวิต แถมยังไปให้ความสำคัญกับเป้าหมายภายนอก เช่น ชื่อเสียง เงินทอง มากกว่าเป้าหมายภายในที่เป็นไปเพื่อพัฒนาตนเองและสร้างประโยชน์ต่อผู้อื่นด้วยสิคะ

ตั้งแต่เล็ก ๆ สัตว์อีกชนิดหนึ่งที่ชอบมองคือผีเสื้อ เพราะความหวาน พลิ้วไหวยามโผบินจึงเพลินตามิรู้เบื่อ

แต่ไม่กล้าจับต้องด้วยบอบบางเหลือเกิน

บางสิ่งจึงมีไว้เพื่อชื่นชม มิใช่จะครอบครอง

…………………………………………..

มีเรื่องเล่าเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับผีเสื้อที่จำขึ้นใจ

เป็นเรื่องของชายคนหนึ่งเห็นหนอนผีเสื้อกำลังกัดใยที่หุ้มตัวเองออกเพื่อโผบิน

เขามองอยู่นานจนเกิดความสงสารเนื่องจากผีเสื้อดักแด้ตัวนั้นกัดได้ช้ามาก

จึงช่วยฉีกรังออกเพื่อให้ผีเสื้อได้โผผินเร็วขึ้น

แต่กลับกลายเป็นว่าผีเสื้อตัวนั้นบินไม่ได้ …ตัวบวมและตายในที่สุด

เป็นเพราะเขาไปช่วยเร่งเวลาแต่ผีเสื้อตัวนั้นไม่พร้อม

เมื่อไม่พร้อมจึงบาดเจ็บและจำจากซึ่งทิ้งรอยแผลไว้ในใจผู้ช่วยเหลือ

ในห้วงเวลาที่เราไม่พร้อมในการเดินต่อ

สิ่งที่ดีที่สุดควรเป็นหยุดรอ เพื่อพักฟื้น เพื่อให้กาลเวลาเยียวยา

อย่าฝืนเดินหรือรีบเร่งเพื่อความต้องการแห่งตนหรือใคร ๆ

…………………………………………

 

การบ่มเพาะของเวลา และอุปสรรคที่ต้องฝ่าฟัน

จะช่วยทำให้เราพร้อมที่จะบิน และบินได้ไกล

…ใครบางคนเคยพูดไว้ ซึ่งมันจริงเหลือเกิน…

 

ที่เล่าเยิ่นเย้อต่อมา ก็เพราะไม่รู้ว่าจะจบยังไงน่ะค่ะ 555555

 

 

« « Prev : สมาธิสั้น…ชีวิตที่ไร้เบรค

Next : เหนื่อยกายไม่เท่าไร…เหนื่อยใจนี่สิ–! » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

17 ความคิดเห็น

  • #1 krupu ให้ความคิดเห็นเมื่อ 7 มกราคม 2010 เวลา 22:29

    โห เกือบเกินปกติแฮะเรา (แปลว่ายังปกติอยู่ใช่ไหมคะ อิอิ) แบบทดสอบน่าสนใจมากเลยค่ะ ลองคิดตามก็สะท้อนตัวเองได้ส่วนนึงเหมือนกันนะคะ ขออนุญาตนำไปให้คุณครูใช้กันนะคะ ^_^

  • #2 น้ำฟ้าและปรายดาว ให้ความคิดเห็นเมื่อ 8 มกราคม 2010 เวลา 8:29
    เอาไปเล้ย เอาไป เอาไปได้เลย…อ่านเม้นต์น้องปูแล้ว พี่ก็ครวญหงุงหงิงเป็นเพลงด้วยความรื่นรมย์ยิ่ง อิอิอิ

    มีหลักสูตรสำหรับเด็ก ๆ ฝึกความเข้มแข็งทางจิตใจด้วยนะจ๊ะ ถ้าสนใจลองติดต่อไปที่ แผนงานสร้างเสริมสุขภาพจิตเพื่อสุขภาวะสังคมไทย 70/7 อาคารเอ.ไอ.นนท์ (ห้อง 303 ) ถ.ติวานนท์ ตำบลตลาดขวัญ  อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 โทร.0-2580-0918 โทรสาร 0-2580-0919 ต่อ 16 website : http://www.jitdee.com จ้ะ

    ไว้ว่าง ๆ พี่จะเล่าเรื่องเกี่ยวกับเด็กติดเกมส์ เพราะอ.หมอทำแบบสกรีนเพื่อให้เด็ก ๆ ได้รู้ว่าตัวเองติดเกมส์หรือยัง รวมทั้งมีปัจจัยอะไรที่จะช่วยให้เอาตัวรอดจากหลุมเหล่านี้ได้น่ะจ้ะ

    ชีวิตเราย่อมมีขึ้น-ลงเป็นทำมะดาเนาะ มีการศึกษาเกี่ยวกับคนที่มีความสุข พบว่าชีวิตของคนที่มีความสุขกับคนที่มีความทุกข์นั้นไม่ต่างกันเลยจ้ะ เพราะต่างก็พบเหตุการณ์ที่ขึ้น-ลงของชีวิตทั้งคู่ แต่ที่ต่างคือวิธีคิด วิธีมอง และวิธีจัดการปัญหาต่างหากที่ต่างกัน

    แหมวันนี้ตอนเช้าพ่อพี่เพิ่งขับรถจิ้มท้ายมอ’ไซค์ไป ได้ใช้โช้คอัพใจทันตาเลยล่ะจ้า 5555555

  • #3 pukaorchid ให้ความคิดเห็นเมื่อ 8 มกราคม 2010 เวลา 10:03

    สวัสดีปีใหม่ มีความสุขนะ

  • #4 น้ำฟ้าและปรายดาว ให้ความคิดเห็นเมื่อ 8 มกราคม 2010 เวลา 12:57
    จ๊ะเอ๋พี่ภูคา ^ ^
    แหม กำลังคิดถึงเชียวค่ะ ว่าแต่ได้ผ้าห่มไฟฟ้าหรือยังคะ
    ขอให้พี่ภูคาสุข สดชื่น สดใส เข้มแข็งทั้งกาย-ใจในปีนี้และปีหน้าตลอดไปนะคะ  สวัสดีปีใหม่เช่นเดียวกันค่ะ
  • #5 อุ๊ยสร้อย ให้ความคิดเห็นเมื่อ 8 มกราคม 2010 เวลา 14:05

    อ่านแล้วก็ได้ทั้งความรู้ และความสุข ตอนจบเลยไม่รู้สึกเยิ่นเย้ออะไรเลยค่ะ ยังอ่านแล้วบอกตัวเองว่า ว้า จบซะแล้ว กำลังอิน

    บันทึกของเบิร์ดอ่านแล้วได้กลับไปคิดทบทวน ได้เรียนรู้อย่างมีความสุขทุกครั้ง และเมื่อเช้านี้อ่านบันทึกนี้ก่อนไทำงาน…แล้วไปเจอโจทย์ที่ได้ใช้ตระหนักรู้ว่า นี่คือความเข้มแข็งของจิตใจตนเองหรือเปล่า…อย่างกับว่าบันทึกเบิร์ดมาในจังหวะชีวิตที่ลงตัวจริงๆ (และก็เป็นมาหลายครั้งทั้งจากบันทึกของเบิรืดและของอีกหลายๆท่านเลยค่ะ..ขอบคุณไว้ ณ ที่นี้เลยนะคะ)

    ขอบคุณนะคะที่ส่งย่านดาโอ๊ะมาให้…พี่ตั้งใจว่าจะไปหากรอบรูปมาใส่ตอนนี้อยู่ในซองอยู่ค่ะ

  • #6 อัยการชาวเกาะ ให้ความคิดเห็นเมื่อ 8 มกราคม 2010 เวลา 17:12

    สวัสดีปีใหม่ครับน้องเบิร์ด
    ได้รับการ์ดน่ารักแล้ว ขอบคุณมากๆ
    ทำคะแนนได้ ๗๔ คะแนน อิอิ

  • #7 น้ำฟ้าและปรายดาว ให้ความคิดเห็นเมื่อ 8 มกราคม 2010 เวลา 18:58
    พี่สร้อยขา
    กราบขอบคุณสำหรับคำชมค่ะ แต่นั่งยัน(เพราะนั่งอยู่) ว่าบันทึกพี่สร้อยน่ะสนุกจริง ๆ และแควน ๆ ก็นั่งรออ่านเพียบเลยล่ะค่ะ อิอิอิ

    ย่านดาโอ๊ะมีความหมายว่า เมื่อมีใบไม้สีทองแล้วจะทำให้ชีวิตพบแต่สิ่งดี ๆ และการงานเจริญรุ่งเรืองขึ้น แต่เบิร์ดลืมที่จะใส่กรอบให้ก่อน …เลยลำบากพี่สร้อยซะนี่ แหะแหะ

    เวลาที่เราเจอเรื่องอึดอัดคับข้องใจจนเริ่มเครียดหรือหงุดหงิด แท้จริงแล้วมีการจัดการ 2 แบบอยู่ในนั้นนะคะพี่สร้อย คือการจัดการปัญหาและการจัดการอารมณ์ การจัดการปัญหาคือการแก้ตัวปัญหานั้นว่าอยู่ตรงไหน จะทำอย่างไรได้ก่อน ส่วนการจัดการอารมณ์คือ หาทางคลายความกรุ่นลงมา แล้วค่อยว่ากันใหม่ เหตุที่มันยุ่งขิงเพราะส่วนใหญ่เราแก้โดยไม่รู้ว่ากำลังแก้อะไร เช่นแก้อารมณ์แต่คิดว่าแก้ปัญหา หรือควรแก้ปัญหาแต่ไปติดกับอารมณ์

    ตัวอย่างเช่น การเจรจาต่อรอง เป็นการแก้ปัญหา ไม่ใช่แก้อารมณ์ ดังนั้นแม้จะมีอารมณ์ก็พึงตระหนักว่ากำลังทำการแก้ปัญหาอยู่ ฉะนั้นควรวางใจให้ถูกที่นะจ๊ะ ๆ หรือการปล่อยวางเป็นการแก้อารมณ์ ไม่ใช่แก้ปัญหา จึงมิแปลกที่คนบอกว่าปล่อยวางมักจะไม่ทำอะไรเลย เนื่องจากเข้าใจไม่ชัดว่าแท้ที่จริงยังขาดการแก้ปัญหาอยู่นะตะเอง  หรือพูดให้ชัด ให้คนเข้าใจถือเป็นการแก้ปัญหาบ่ใจ้อารมณ์ อะไรอย่างเงี้ยะน่ะค่ะ

    การกล้าเผชิญกับปัญหา อุปสรรค ขณะเดียวกันก็มีความเข้าใจเพื่อนมนุษย์ มีความโอบอ้อมอารี ถือเป็นสิ่งที่มีทั้งความเข้มแข็งและอ่อนโยนอยู่ในคราวเดียวกันนะคะพี่สร้อย และการมีทั้งความเข้มแข็งและความอ่อนโยนอยู่ในคน ๆ เดียวกันนี้คือหัวใจสำคัญของการมีชีวิตที่มีความสุขและประสบความสำเร็จด้วยสิคะ ^ ^

    กอด ๆ ๆ 

  • #8 น้ำฟ้าและปรายดาว ให้ความคิดเห็นเมื่อ 8 มกราคม 2010 เวลา 19:27
    พี่ฑูรที่รักยิ่ง

    ดีใจด้วยนะคะกับคะแนนสูงลิ่ว ^ ^ …แบบประเมินRQ มีองค์ประกอบหลักที่สำคัญ 3 ด้านค่ะ
    1. I am คือ คนที่ปรับตัวได้ดีจะต้องเป็นคนที่รู้จักตัวเองว่ามีคุณค่าอย่างไรและมีความสำคัญอย่างไร
    2. I have คือ คนที่รู้ว่าตนเองมีคนที่รัก ยังมีคนที่สำคัญอยู่ในชีวิตและมีคนคอยช่วยเหลือสนับสนุนเป็นเพื่อนเมื่อคราวทุกข์ใจ
    3. I can คือรู้ว่าตนเองมีความสามารถอะไร มีทักษะทางด้านใด

    น่าสังเกตว่าผู้ที่ประสบผลสำเร็จในชีวิตมักจะมีลักษณะเด่น ๆ ได้แก่ จัดระเบียบชีวิต คิดก่อนทำ ทำอะไรก็ให้จบในครั้งเดียว ไม่ทำครึ่ง ๆ กลาง ๆ มีเป้าหมายในชีวิต และมีความเข้มแข็งทางจิตใจเหมือนพี่ฑูรนี่แหละค่ะ

    พี่ฑูรเป็นตัวอย่างที่ชัดของการบอกว่าความสุขคือความสุขจากการลงมือทำ ไม่ใช่ความสุขจากการรอรับ เรียกร้อง ซึ่งความมั่นคงทางใจของพี่ฑูรก็มีส่วนที่มาจากความสามารถในการแก้ปัญหาได้อย่างดีด้วยล่ะค่ะ ดูได้จากทุกบันทึกที่พี่ฑูรเล่าแม้แต่การวางแผนแต่งงานของน้องเนติ์ อิอิอิ

    กอด ๆ ๆ

  • #9 จอมป่วน ให้ความคิดเห็นเมื่อ 8 มกราคม 2010 เวลา 22:20

    ถ้าออกกำลังใจมาตั้งแต่เด็กก็จะดีมากๆ  แต่ถ้าจะมาเริ่มออกกำลังใจตอนแก่ก็ไม่มีคำว่าสาย  อิอิ

  • #10 น้ำฟ้าและปรายดาว ให้ความคิดเห็นเมื่อ 9 มกราคม 2010 เวลา 5:39
    พี่ตึ๋งที่รักยิ่ง
    เก็บไปเชื่อมกับการออกกำลังใจที่พี่ตึ๋งพูดเสมอ ๆ ได้ดีมั่ก ๆ ค่า ^ ^

    การออกกำลังใจ หมายถึง การออกกำลังเพื่อเพิ่มหรือคงไว้ซึ่งความทนทานหรือความเข้มแข็งของใจ …ดังนั้นจะออกเมื่อไรไม่มีคำว่าสายอย่างที่พี่ตึ๋งกล่าวมานั่นแหละค่ะ และถ้าจะให้เกิดผลดีควรออกกำลังใจอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่ทำ ๆ หยุด ๆ ใจจะได้ไม่อ้วน พอกพูนไปด้วยไขมันตัวร้าย ฮี่ฮี่ฮี่

    มนุษย์ทุกคนมักจะมีสิ่งที่ตนเองอยากเปลี่ยนแปลง อยากทำให้ดีขึ้นทั้งนั้นนะคะ การรู้วิธีสร้างแรงจูงใจให้กับตัวเองจะช่วยสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นได้ค่ะพี่ตึ๋ง

    แรงจูงใจมี 2 ประเภทค่ะท่านพี่
    1. เกิดจากความกลัว เป็นการอยากจะหนีจากปัญหาที่เจออยู่ สร้างขึ้นได้ด้วยการตั้งคำถามว่าถ้าเราไม่เปลี่ยนแปลง ปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไปเรื่อย ๆ จะเกิดอะไรขึ้น
    2. เกิดจากความอยากได้สิ่งดี ๆ เข้ามาในชีวิต ทำได้ด้วยการฝึกตั้งเป้าหมายเชิงบวกให้ชัดเจน To Do Tag ฝึกอันนี้เป็นหลักค่ะ ^ ^

    แรงจูงใจจากความกลัว เป็นแรงผลักให้เราก้าวออกจากสิ่งที่เป็นอยู่ เพื่อหนีจากสิ่งที่เราไม่ต้องการ ส่วนแรงจูงใจจากความอยาก เป็นแรงดูดให้เข้าหาสิ่งที่เราอยากไปให้ถึง  เป็นสิ่งดี ๆ ที่เราต้องการให้เกิดขึ้นในชีวิต ทั้ง 2 ประเภทจะช่วยเติมเต็มการเปลี่ยนแปลงได้ถ้าเราใช้เป็นค่ะ

    และการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ย่อมมีขึ้นมีลง คือทำได้บ้าง ไม่ได้บ้าง เป็นทำมะดา สิ่งสำคัญคือการให้กำลังใจแก่ตัวเองอย่างต่อเนื่อง และหาคนช่วยเติมกำลังใจ เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ต้องการเป็นจริงได้ในที่สุดค่า …ที่เล่าให้ฟังนี่ก็เพื่อโครงการลดน้ำหนักของพี่ตึ๋งนะเนี่ย 555555555

  • #11 ลานอุ๊ยสร้อย » ทุเรศ ให้ความคิดเห็นเมื่อ 12 มกราคม 2010 เวลา 0:21

    [...] อันดับที่สอง นึกถึงบันทึกของเบิร์ดเรื่องความเข้มแข็งทางจิตใจ ที่เบิร์ดให้ความคิดเห็นเรื่องการจัดการปัญหาหรือจัดการอารมณ์ [...]

  • #12 ตาหยู ให้ความคิดเห็นเมื่อ 13 มกราคม 2010 เวลา 18:05

    หลุดเข้าลานได้แล้ว ไชโย กว่าจะเข้าได้ จำ user pwd ไม่ได้ เวรกรรม
    ..
    ได้รับ postcard อันสวยงามยิ่งนัก
    กราบขอบพระคุณยังซอกกลางใจ ครับ
    ..
    ปีใหม่นี้ กำลังฝึกจิตครับ
    จิตอันมั่นคง ต่อสู้กับอากาศที่แปรปวนเปลี่ยนแปลง (เอาจิตสู้อย่างเดียวเลย กายไม่ค่อยสู้)
    ..
    ขอให้พี่เบิร์ด สุขภาพ กาย และจิต สุขสมบูรณ์ครับ

  • #13 น้ำฟ้าและปรายดาว ให้ความคิดเห็นเมื่อ 13 มกราคม 2010 เวลา 19:27
    55555555 น้องตาหยูที่รัก ลองเปลี่ยนรหัสเป็นรหัสเดียวกับเช็คเมล์ดูสิจ๊ะ ร่วมกับเข้ามาบ่อย ๆ อาจดีขึ้นนะ เพราะพี่ ๆ ก็ชะเง้อหาว่าน้องตาหยูเราหายไปไหนน้อ ที่ไหนได้เข้าลานบ่ถูกนี่เอง ^ ^

    ขอบคุณสำหรับคำอวยพรจ้ะ และพรที่ดีใด ๆ ขอให้ประสบกับน้องชายคนนี้เป็นหลายร้อยเท่าพันทวีเลย …ว่าแต่”กายไม่สู้”นี่ เรื่องใหญ่เลยนา  แฮ่ม ;) 

    คิดถึงจ้า น้องสาวพี่คนข้างกายตาหยูสบายดี ? ฝากกอดแน่น ๆ ด้วยจ้า ^ ^

  • #14 ต้อมแม่น้องต้า ให้ความคิดเห็นเมื่อ 15 มกราคม 2010 เวลา 3:47

    สวัสดีปีใหม่ค่ะพี่เบิร์ด  

    ขอบคุณมากค่ะสำหรับการ์ดปีใหม่ของพี่เบิร์ด พอได้รับแล้ว ทำให้รู้สึกว่าอยากคุยและอยากเจอพี่เบิร์ดจัง  ถ้าต้อมได้ไปเชียงราย จะหาเวลาแวะไปหานะคะ

    ต้อมขอโทษด้วยที่ไม่ได้ส่งการ์ดให้พี่เบิร์ด  ปีนี้ไม่ได้ส่งการ์ดกระดาษให้ใครเลย มีแต่รับการ์ดและส่งคำอวยพรทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์แทน  เพราะช่วงปีใหม่เหนื่อยหลายวันจากการไปเที่ยวกับน้องต้าที่พอเดินได้ ก็จะเดินไปในที่ตัวเองต้องการ  เอ้า เริ่มบ่นแล้ว จริงๆ ตั้งใจจะมาขอบคุณและอวยพรปีใหม่ให้พี่เบิร์ด

    ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยโปรดดลบันดาลให้พี่เบิร์ดมีความสุข มีสุขภาพแข็งแรง คิดหวังสิ่งใดก็ขอให้สมหวัง ขอให้พี่เบิร์ดมีความเข้มแข็งทางจิตใจตลอดไปค่ะ :)

  • #15 reviewzone ให้ความคิดเห็นเมื่อ 15 มกราคม 2010 เวลา 10:57

    เห็นด้วยอย่างยิ่งเลยนะค่ะ ^^
    ความเข้มแข็ง ต้องได้รับการบ่มเพาะ และฝึกจิตด้วยตนเองด้วย
    เพราะถ้าไม่เคยฝึกมา ย่อมยากยิ่งสำหรับการปรับตัวให้อยู่ในโลกที่โหดร้าย ใบนี้

    ^^ แวะมาอัพบล๊อค ก็เลยแวะมาหาค่ะ ^^
    หวังว่าคงสบายดีนะค่ะ ส่วนพลอยเรียนหนักค่ะ แล้วจะมาหาอีกแน่นอนค่ะ

  • #16 น้ำฟ้าและปรายดาว ให้ความคิดเห็นเมื่อ 16 มกราคม 2010 เวลา 5:55
    น้องต้อมที่รัก

    ขอบคุณในคำพรที่น่ารักจับใจนะจ๊ะและพี่ขอตั้งจิตอธิษฐาน พรดีใด ๆ จงส่งผลให้ผู้อำนวยพรประสบสิ่งดี ๆ หลายร้อยเท่าพันทวียิ่ง ๆ ขึ้นไปด้วยเทอญ

    ยินดีที่จะได้เจอน้องต้อมในอนาคตจ้ะ เพราะอยากเห็นน้องต้าร์เหลือเกิน  พี่เล็งบันทึกน้องต้อมไว้แล้วในเรื่องโยนของ และไม่ยอมไหว้คน ไว้จะเข้าไปคุยด้วยจ้า (และพี่อ่านทุกบันทึกของน้องต้อมเสมอ)

    คิดถึงมากมายและอยากกอด ^ ^

  • #17 น้ำฟ้าและปรายดาว ให้ความคิดเห็นเมื่อ 16 มกราคม 2010 เวลา 6:00
    น้องพลอยที่คิดถึง
    ขอบใจจ้าสำหรับความเห็นที่น่ากอด เท่าที่น้าคุยกับน้องพลอย น้าคิดว่าน้องพลอยมีความเข้มแข็งทางใจเป็นต้นทุนชีวิตไม่น้อยเชียวล่ะจ้ะ น้าอ่านบันทึกน้องพลอยทุกบันทึก และเอาใจช่วยให้สาวน้อยคนนี้จัดการกับทุกเรื่องได้อย่างดีเยี่ยม รวมทั้งมีความพร้อมในการก้าวสู่ประตูบานใหม่ของชีวิตตลอดไปนะจ๊ะ

    จะรอการเข้ามาในลานฯของน้องพลอยเสมอจ้า ^ ^


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่
You must be logged in to post a comment.

Main: 0.08000111579895 sec
Sidebar: 0.057265996932983 sec