สถานการณ์ความขัดแย้งหลักในชาติ (5)

โดย จอมป่วน เมื่อ 12 กรกฏาคม 2011 เวลา 22:00 ในหมวดหมู่ จอมป่วน #
อ่าน: 1043

อ. ศิระชัย โชติรัตน์

การจะรักษาประชาธิปไตยต้องเคารพผู้คนที่มีความแตกต่างกัน  และต้องเคารพกติกา  ต้องเปิดใจรับฟัง  และพูดคุยกันโดยใช้ถ้อยคำที่สุภาพ

ความขัดแย้งทางการเมือง เป็นอาการที่แสดงออก  ซึ่งมีเหตุปัจจัยที่ต้องศึกษาค้นคว้า

สังคมไทยต้องการเวลาอีกนานที่จะเรียนรู้ที่จะเคารพซึ่งกันและกัน  และเคารพกติกา

ต้องเริ่มจากการทำความจริงให้ปรากฏ  และคนเราต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ได้กระทำลงไป  ผู้ผิดต้องได้รับโทษ  และลงท้ายด้วย “การให้อภัย”

เราพูดกันมากเรื่องการปรองดอง  ปรองดองยังไง?  ปรองดองแล้วจบไหม ?

ถ้ายังเหลือรากเหง้าของปัญหา เช่นโครงสร้างทางการเมือง  โครงสร้างทางสังคม ฯลฯ   ก็ยังไม่จบ

จะต้องมีการปฏิรูปเพื่อให้เกิดความยั่งยืน

หลังจากนั้นก็มีการชี้แจงการจัดทำเอกสารวิชาการและการจัดทำโครงการรุ่นเชิงปฏิบัติ

หลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูงการเสริมสร้างสังคมสันติสุข รุ่นที่ 3 จะแตกต่างจากรุ่นที่ 1 และรุ่นที่ 2

รุ่นที่ 1 นอกจากต้องส่งบันทึกการเรียนทุกวิชาเป็นรายบุคคลแล้ว  ก็จะทำประมวลบทเรียนการเสริมสร้างสังคมสันติสุข ซึ่งเป็นงานเขียนที่ประมวลความรู้ที่ตกผลึกจากกระบวนการเรียนรู้ทั้งหมดที่ได้ตลอดหลักสูตร  พร้อมกับระบุว่าจะนำความรู้ที่ได้รับไปต่อยอดในการทำงานได้อย่างไร

เนื่องจากหลักสูตรนี้ได้รับการสนับสนุนงบประมาณแผ่นดิน  เมื่อจบการศึกษา นักศึกษาจะต้องร่วมกันขับเคลื่อนในรูปของ “เครือข่ายเสริมสร้างสังคมสันติสุข” เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติจริงในการสร้างสันติสุขในชาติในระยะต่อไป

รุ่นที่ 1 ได้ทำ Peace Talk, Peace Conversation, Peace Dialogue และ Peace Net (Networking) หลายสิบครั้ง  และได้นำเสนอเอกสารวิชาการรุ่นในเวทีสาธารณะและนำเสนอต่อสถาบันพระปกเกล้าและรัฐบาลไปเรียบร้อยแล้ว

รุ่นที่ 2 ได้พัฒนามาทำโครงการสันติธานี เน้นการลงมือปฏิบัติ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน  มีกิจกรรมร่วมกับสถานีตำรวจ โรงเรียน โรงพยาบาล ภาคชุมชน  ได้รับการสนับสนุนจากศุนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)    แบบว่า…4ส3 คิด  ศอ.บต. ทำ

แต่ รุ่นที่ 2 มาเริ่มทำโครงการภายหลังปัจฉิมนิเทศน์  จึงล่าช้ายังไม่ได้นำเสนอต่อสถาบันพระปกเกล้าและรัฐบาล

รุ่นที่ 3 นี้จึงต้องทำโครงการรุ่นเชิงปฏิบัติ ซึ่งนักศึกษาจะต้องช่วยกันคิดว่าจะทำอะไร ?  ทำอย่างไร ?……และต้องขับเคลื่อนให้เกิดผลภายใน 9 เดือนที่ศึกษาหลักสูตรนี้  แล้วนำเสนอต่อสถาบันพระปกเกล้าและรัฐบาลเหมือนรุ่นก่อนหน้านี้

มีการแนะนำว่า ในการลงพื้นที่  ไม่ใช่ลงไปแค่หาข้อมูล  ความจริง  แต่ลงไปเก็บความรู้สึก นึกคิด ดังนั้นจึงต้องมีคนที่จะเชื่อมโยง  ทำให้เกิดพื้นที่ปลอดภัย(ด้านอารมณ์และจิตใจ)  มีการสร้างเครือข่ายเป็นใยแมงมุม  มีความแตกต่าง, Flexible ไม่มี  pattern ที่ตายตัว

ผศ. ดร. จงรัก พลาศัย อธิการบดี มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์

ได้พูดถึงปัญหาภาคใต้  ด้านการศึกษา

มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ใช้เวลาสี่สิบกว่าปีสอนด้านวิทยาศาสตร์

มหาวิทยาลัยปัตตานี ใช้เวลาสี่สิบกว่าปีสอนด้านสังคมศาสตร์

มหาวิทยาลัยนราธวาสราชนครินทร์ใช้เวลาสี่ปีสอนแต่ศึกษาศาสตร์

การจัดการศึกษาต้องครบทุกด้าน ทำอย่างไรให้ประชาชนมีความหวังที่ลูกหลานจะได้เรียนคณะยอดนิยมเหมือนคนภาคอื่นๆ

ปัจจุบันเด็กในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ 80 กว่าคน ได้เรียน แพทย์ วิศวะ พยาบาล ฯ

ประชาชนมีความพึงพอใจมาก  เป็นการสร้างฐานความรู้สึกที่ดี

สามจังหวัดชายแดนภาคใต้มีวัตถุดิบทางการเกษตรมาก  แต่ไม่มีโรงงานอุตสาหกรรมที่จะแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรเลย  ทำอย่างไรจะมีโอกาสทางเศรษฐกิจมากขึ้น

ท่านสิงห์ชัย ทุ่งทอง สมาชิกวุฒิสภา

เรามีข้อมูล  มีความรู้ทางทฤษฎี  มีผลงานวิจัยมากมายอยู่แล้ว  ทำอย่างไรที่จะนำความรู้  ทฤษฎีต่างๆมาปฏิบัติ

จะทำอะไรดี?  ทำอย่างไร?

นอกจากปัญหาภาคใต้แล้ว  ปัจจุบันก็มีปัญหาภาคอีสาน ภาคเหนือ  แม้แต่ใน กทม. เอง

จุดแข็งของสังคมไทยคือ Human Touch  แต่วิธีแก้ปัญหาคือตั้งกรรมการเลยไม่เสร็จสักเรื่อง

Post to Facebook Facebook

« « Prev : สถานการณ์ความขัดแย้งหลักในชาติ (4)

Next : Post Election Stress Syndrome » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

ความคิดเห็นสำหรับ "สถานการณ์ความขัดแย้งหลักในชาติ (5)"

ไม่มีความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.037672996520996 sec
Sidebar: 0.052967071533203 sec