ไปเรียนวันที่สี่: โครงการนิสิตแพทย์ฯ

อ่าน: 3170

วันที่ 6 พฤษภาคม 2555 เป็นวันที่สี่ของการไปสวนป่าครั้งที่สองของปีนี้

ตามกำหนดเดิมคือจะเดินทางกลับเชียงใหม่ เพราะมีกิจต้องทำในวันที่ 7 รู้สึกเสียดายที่ไม่สามารถอยู่ร่วมในโครงการฯ จนถึงวันที่น้องๆ นิสิตเดินทางกลับ

น้าอึ่งอ๊อบให้ความเห็นว่า ถ้ากิจกรรมสุดท้ายของโครงการฯ จะมีกิจกรรมขอบคุณ ที่เคยร่วมกันทำในโครงการอื่นๆ ก็คงจะดี
ไม่ได้ตอบน้าอ๊อบว่าอะไร เพราะเห็นด้วย ขณะเดียวกันก็รู้ว่าน้าอึ่งอ๊อบก็คงรู้สึกเหมือนกันคือท่านที่ยังไม่ได้เดินทางกลับก็คงพิจารณาไปตามพลังกลุ่มของน้องๆ นิสิตที่ร่วมกิจกรรมและตามบริบทเงื่อนไขของสวนป่าในปัจจุบันขณะนั้น

ความรู้สึกและการรับรู้ ถึงการจัดโครงการอบรมที่ลื่นไหลไปตามปัจจุบันขณะในสไตล์ชาวเฮ คิดว่าเป็นเรื่องที่แตกต่างจากการอบรมทั่วๆไป

อ่านต่อ »


ไปเรียนวันที่สาม: โครงการนิสิตแพทย์ฯ

อ่าน: 8837

วันที่ 5 พฤษภาคม 2555 เป็นวันที่สามของการไปเรียนรู้ในโครงการนิสิตแพทย์ฯ

เช้านี้อากาศสดชื่นมาก ได้ยินเสียงคุยกันแต่เช้า น้องๆนิสิตแพทย์และอาจารย์คงตื่นไปสูดอากาศดีๆ กันบ้างแล้ว

ลงไปที่หน้าอาคารใหญ่ ได้พบกับอาจารย์หมออุ๊ ครูบา และหมอจอมป่วนนั่งสนทนาว่าจุดประสงค์มีอะไร จะทำกิจกรรมอะไรบ้าง และใครจะรับช่วงตอนไหน

อ่านต่อ »


ไปเรียนวันที่สอง: โครงการนิสิตแพทย์ฯ

อ่าน: 2350

วันที่ 4 พฤษภาคม 2555 เป็นวันที่สองของการไปร่วมเรียนรู้ในโครงการนิสิตแพทย์ฯ

ตื่นนอนตอนเช้าเพราะฟ้าสว่างและมีเสียงโต๊งพั๊งค์มาขันเรียกคนขี้เซาให้ตื่นได้
เมื่อคืนอากาศเย็นพอสบายแตกต่างจากเชียงใหม่ อย่างกับไม่ใช่อยู่ในประเทศเดียวกันแนะค่ะ

เช้านี้เดินไปที่อาศรมฤาษี ครูอึ่งชี้ชวนให้ดูต้นเห็ดเล็กๆ ที่งอกในกระถางแทรกระหว่างต้นผักที่ครูบาหว่านเอาไว้

อ่านต่อ »


ไปเรียนวันแรก: โครงการนิสิตแพทย์ฯ

อ่าน: 2453

วันที่ 3 -6 พ.ค 2555 เป็นอีกวาระที่ได้ไปสวนป่า ของพ่อครูบาสุทธินันท์
ปีนี้น่าจะเรียกได้ว่าเป็นปีพิเศษ เพราะเริ่มครึ่งปีแรกก็ได้ไปสวนป่า 2 ครั้ง

ดีใจได้ไปเรียนรู้อีกแล้วค่ะ

2 ครั้งสำหรับบางคนอาจจะเป็นเรื่องพื้นฐาน ชิว ชิว
แต่ 2 ครั้งสำหรับการใช้เวลาเดินทาง 10 ชั่วโมง ไป และ 10 ชั่วโมงกลับ เป็นเรื่องที่ต้องคำนวณเวลาให้พอดี นัดหมายให้ลงตัว และ “วาง” เรื่องอื่นๆ ไว้ …แน่นอนค่ะ เรื่อง “ใจ” ไปได้ทุกเมื่อ แต่เรื่อง “กาย” ยังต้องหาความลงตัวอย่างที่บอก

คราวนี้ไปด้วยการที่ครูบา “เอิ้นข่าว” ว่าจะมีการนำนักศึกษาแพทย์ไปทำกิจกรรมที่สวนป่า ถ้าพอมีเวลาก็อยากให้ไป

รับปากครูบาแบบตัดสินใจเด็ดขาดว่า “ไปค่ะ” โดยไม่คำนึงถึงว่าจะมีบทบาทอะไรในการมีส่วนร่วม….เหตุผลง่ายดายคือ “วางใจ” กับการตัดสินใจของครูบา และเพื่อนร่วมอุดมการณ์ “การเกื้อกูลเพื่อความเป็นมนุษย์” ของกัลยาณมิตรทั้งหลาย

อ่านต่อ »


พลังเยียวยาจากสวนป่า

อ่าน: 1753

บันทึกนี้ ต่อประเด็นที่ไปเขียนความเห็นไว้ในบันทึกของพี่บางทรายที่ http://lanpanya.com/bangsai/archives/1041 ที่ตั้งคำถามว่าทำไมสวนป่า ให้ความเห็นไปว่า

กฎของแรงดึงดูดนะคะพี่บางทราย

พี่หมอเจ๊เคยให้ยืมอ่านหนังสือเล่มหนึ่งชื่อ “ความสุขไม่ได้หาย แค่หาให้เจอ” โดยจางเต๋อเผิน แปลโดยอนุรักษ์ ต่อไพบูลย์ศรี

หนังสือพูดถึงแรงดึงดูดไว้น่าสนใจ คล้ายๆ กับแนวคิดที่หนังสือ เดอะซิเคร็ด เขียนไว้ คือเรื่องของพลังในใจ เป็น การใช้จินตนาการ ถ้าเราเพิ่มพลังด้วยการมีสมาธิมากขึ้น สิ่งที่เราตั้งใจไว้จะนำเราไปสู่สิ่งที่เราปรารถนา และบางครั้งเราเองอาจจะไม่รู้ถึงแรงปรารถนานั้นด้วยซ้ำ เป็นจิตใต้สำนึกที่เป็นแรงขับนำเราไป

สวนป่ามีพลังดึงดูดคนที่มีความปรารถนาลึกๆ ถึงเรื่องธรรมชาติ การแสวงหาความสุขสงบและสันติ โดยมีพ่อครูบาเป็นผู้เปิดเส้นทางแห่งเมตตานั้นให้แต่ละคนได้สัมผัส

เมื่อแรงของจิตใต้สำนึกมีมากขึ้น เราเองมีสมาธิแน่วแน่ตั้งใจมากขึ้น
ไม่ว่าเราจะเริ่มต้นจากตรงไหน สุดท้ายสิ่งที่แต่ละคนได้รับคือการได้ไปในที่ๆ ตั้งความปรารถนาเอาไว้
และการได้สัมผัสพลังของธรรมชาติที่บริสุทธิ์ ในบรรยากาศที่พ่อครูบาเป็นผู้จุดไฟส่องทางให้ ก็ทำให้ผู้ได้รับประสบการณ์รับรู้ถึงการเยียวยา การปลอบประโลมใจที่ไหวหวั่นและตื่นเตลิดในท่ามกลางความวุ่นวายของสังคมเมือง
กลับกลายเป็นความรู้สึกอ่อนน้อมต่อธรรมชาติมากขึ้น รับรู้ถึงใจที่อิสระมากขึ้น มีพลังใจมากขึ้น

ประสบการณ์อย่างนี้ น่าจะเรียกได้ว่าเป็นกระบวนการของการเยียวยากายและใจ ที่แต่ละคนมีแตกต่างกัน…

.เป็นปัจจัตตังที่มีแก่นกลางคือความงดงามของการมีชีวิตที่เกื้อกูลกันและกันนะคะ

ที่จริงการไปสวนป่าทุกครั้ง ตัวเองมักมีเหตุผลของการไป ที่เกี่ยวกับเรื่องราวการเรียนรู้ทั้งหมด ไม่ว่าไปเรียนรู้วิธีการจัดค่ายแบบครูบา การอบรมบ่มเพาะเรื่องของการจัดการศึกษา การไปเพื่อได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้ที่ไปและสนใจเรื่องเดียวกัน ฯลฯ

อ่านต่อ »



Main: 0.069095849990845 sec
Sidebar: 0.02646017074585 sec