รู้สึกว่าวันเวลาผ่านเร็วจังนะคะ

อ่าน: 7829

แต่ละวันทำอะไรไม่ได้อย่างที่ตั้งใจเอาซะเลยค่ะ

รู้สึกว่าวันเวลาผ่านเร็วจังนะคะ เวลาถูกแบ่งไปกับหลายอย่างในแต่ละวัน

หยุดสงกรานต์ 5 วัน เตรียมทำงานเอกสารต่างๆที่คั่งค้างเพราะอยากให้เกิดมงคล 1 ใน 38 ข้อที่ว่าการทำงานไม่คั่งค้าง

แต่ไม่ได้ทำเท่าที่อยากทำ

วันเวลาผ่านไปกับงานแม่บ้านต่างๆ หลักๆ คือทำอาหารให้กับญาติที่มาเยี่ยมช่วงสงกรานต์

วางปากกามาจับตะหลิว ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ถ้าใจไม่จดจ่อเพราะมัวห่วงกังวลเรื่องงาน ถึงงานจะเป็นผลแต่คนไม่เป็นสุขเท่าที่ควรจะเป็น เฝ้าระวังใจตัวเองไปสักพักก็มาเห็นว่าเรื่องทำอาหารนี้ ถ้าพิจารณาดูให้ดีจะเห็นว่าเป็นกิจกรรมที่สอนเรื่องของการสร้างทานบารมี การตั้งสติ การเพิ่มพูนเรื่องความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ การได้พิจารณาเรื่องความพอเพียง ความพอดี และความพอใจ และก็มีโอกาสของการได้เฝ้าดูอารมณ์ของตัวเองว่า ปิติ หรือไม่ เมื่อทำเสร็จและมีคนกินให้หมด

การทำอาหารไม่กี่วัน ทำให้นึกถึงหัวอกของคนที่ทำหน้าที่ทำอาหารให้คนอื่นทุกวันทุกมื้อ…อย่างเช่นแม่ค้าอาหารต่างๆ ถ้าหากว่าทำทุกๆๆวันด้วยใจรัก ก็ถือว่าเป็นคนที่มีบุญได้เหมือนกันนะคะ…

แต่ถ้าทำโดยใจไม่เต็มใจ ไม่เป็นสุข มีความโลภต้องการได้เงินมากกว่าให้สิ่งที่ถูกต้องเหมาะสมกับคนกิน…ไม่ว่าผลจะออกมาดีก็ไม่เปิดปิติยินดี…บุญที่สร้างก็คงจะได้รับแค่ไหนไม่รู้

เมื่อพิจารณาไปอย่างนั้นแล้ว ก็เลยยินดีวางปากกาจริงๆ ไม่ได้หยิบชิ้นงานตามหน้าที่รับผิดชอบของการงานที่สร้างรายได้ เปลี่ยนมาให้สนุกกับการคิดทำอาหารต่างๆ แทน..ก็เหมือนหน้าที่ของการเป็นคนยังไม่ลงมือทำ… งานของรายได้ก็ควรเก็บไว้ก่อน…จริงไหมคะ

ช่วงสงกรานต์ไปวัด…อืม..เจอพุทธพาณิชย์ซะเต็มที่ กล่องเก็บเงินเด่นสง่ากว่าพระพุทธรูปที่ยกมาให้สรงน้ำ ฯลฯ…ไปวัดกลับมาแล้ว ..ก็ได้คิดว่า วัดเป็นแหล่งเรียนรู้ demand กับ supply อีกแหล่งหนึ่ง คนโลภบุญเจอคนโลภเงิน ถือว่าสมดุลกันดีเหมือนกัน

วัดใกล้บ้านเปลี่ยนแปลงไปจนรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนแปลกหน้า …ก็มองว่า เออ นี่ก็สอนธรรมได้ว่า ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงได้ ไม่ว่าจะเปลี่ยนไปทางเสื่อมหรือเจริญ ..เมื่อเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และก็จะดับไป เราอยากให้วัดเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ไม่ไปลงมือออกความเห็นช่วยเหลือกรรมการวัด เขาก็ย่อมทำตามที่ท่านเจ้าอาวาสบ้าง คนอื่นๆที่ให้ความเห็นนั้น..นี่ถือว่าเราเองก็ละเลยหน้าที่ของฆารวาสเอง…นี่นา..(อิอิ)

หลังสงกรานต์แล้ว ก็เป็นกิจกรรม ดำหัวตามหน่วยงานต่างๆ โดยเฉพาะแหล่งฝึกของนักศึกษาที่ทำต่อเนื่องเป็นธรรมเนียม

เวลาที่ใช้ไปกับเรื่องราวต่างๆ ตลอด 2 สัปดาห์มานี้ทำให้เข้าใจอย่างจริงจังว่า ที่เคยฟังๆ มาว่าให้หัดปล่อยวาง ปลดวางเป็นเรื่องๆ และใช้ใจจดจ่อกับสิ่งตรงหน้านั้นเป็นเรื่องยาก ถึงแม้ว่าตัวเองเคยฝึกฝนการมีสมาธิมาก่อน แต่ใจที่แวบไปแวบมา ก็ยังทำให้ต้องคอยยั้งรั้งตัวเองไว้ว่า กำลังทำอะไรอยู่ ผ่อนใจให้ยาวขึ้น เพื่อจะได้ไม่เคร่งเครียดเกินไป

ตอนนี้เมื่อทำหน้าที่ต่างๆ ผ่านพ้นไปตามเทศกาลวัฒนธรรมประเพณี ก็คงต้องเริ่มสะสางงานอาชีพ …เพื่อเตรียมสำหรับการเปิดเทอมที่กำลังจะมาถึงเร็วๆนี้ค่ะ

วันนี้ได้รับเมล์ส่งต่อ ที่อ่านแล้วก็เห็นด้วย ส่วนที่ไม่เห็นด้วยก็มี

ในเมล์มีขยายความมากมายแต่สะกัดได้ว่า ชีวิตที่เต็มคือชีวิตที่เข้าใจการดำเนินชีวิตให้ครบถ้วน มีญาติ มีเพื่อน และมีเวลาให้กับตัวเอง

ก็เห็นด้วยว่าชีวิตของทุกคนไม่ได้โดดเดี่ยว มีชีวิตของคนอื่นๆ สัตว์ พืช และสิ่งต่างๆ ที่เกื้อกูลให้สามารถดำรงอยู่ได้ แต่ชีวิตของแต่ละคนคงไม่เหมือนกัน ไม่จำเป็นต้องเปรียบเทียบกับใคร ความจำเป็นของแต่ละคนไม่เท่ากัน ไม่ต้องไปเสียเวลาเพ่งโทษใคร ..เวลาเรามีจำกัดก็เลือกว่า จะทำอะไรให้ดีให้งอกงาม

การที่แต่ละชีวิตจะเต็มตื้นมีสุข ไม่เบียดเบียนกันนั้น ก็ขึ้นกับอะไรหลายๆอย่าง

กิจกรรมที่เราเห็นว่าดี มีเมตตาอยากให้คนอื่นได้รับรู้ร่วมกับเรา ได้เข้าใจเส้นทางที่เราเดิน มันก็ยังต้องอาศัยจังหวะเวลาและวิธีการที่แตกต่างในการเข้าถึงและเข้าใจ ….ก็เพราะแต่ละคนมีเส้นทางชีวิตที่แตกต่างกัน…ที่จะคิดเหมือนกันหมดก็คงยาก ….แต่ถ้าหากยอมรับกันได้ทั้งที่คิดเหมือนและคิดต่าง…การได้เห็นหนทางแห่งความสุขที่ไม่เบียดเบียนกันไม่ว่าด้วยกาย วาจา ใจ และการเลือกทำหรือไม่ทำนั้นแต่ละคนก็ต้องตัดสินใจเองอีกนั่นแหล่ะ

ยอมรับจากจุดนี้แล้วเรื่องที่จะไปกังวลว่าจะทำอะไรไม่ทำอะไรก็เบาบางลง ใครก็ไม่ใช่เรา เราก็ไม่ใช่ใคร

ความรู้สึกว่าวันเวลามันหมุนเร็วนั้นยังคงอยู่…แต่ความเร่งรีบร้อนใจว่าทำการงานคั่งค้างลดลงไปมาก

เรื่องจะทำอะไรไม่ทันใจตัวเองสักเรื่อง สองเรื่องเพราะเราเลือกจะปลดวางมันลงบ้าง ก็ไม่เห็นจะเป็นไร วันไหนเวลาอำนวยให้ก็ทำ ก็แล้วกัน

คติที่เคยได้รับจาก ดร. แสวง ที่เคยบอกว่า “กินทีละคำ ทำทีละอย่าง” ..ยังใช้ได้ดีจริงค่ะ

ไม่เบียดเบียนตัวเอง ไม่เบียดเบียนคนอื่น…อะไรที่ทำแล้วจะเสียใจทีหลังก็ไม่ทำ…ค่อยทำ..ใจเย็นลง…ทำให้ใจเต้นช้าลงอีกนิดก็ยืดชีวิตอีกหน่อยอิอิ

ธรรมสวัสดีสัปดาห์หลังสงกรานต์ค่ะ

พัฒนาองค์กร...

« « Prev : ใครแก่กว่าใคร? ระหว่างนางสงกรานต์กับปืน

Next : นักคิด นักทฤษฎี นักปฏิบัติ » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

1238 ความคิดเห็น