ลานรื่นรมย์

มีนาคม 8, 2010

ยิ่งกว่าน้ำใจ

” คืนนั้นฝนตก อากาศหนาวเย็นเหลือเกิน

ขณะที่ผมกำลังยืนรอรถประจำทางอยู่คนเดียว

รถประจำทางคันหนึ่งวิ่งมาจอดตรงป้ายที่ผมได้ยืนอยู่

หญิงชราคนหนึ่งค่อยๆลงจากรถอย่างทุลักทุเล แล้วเดินตรงมาหาผมอย่างช้าๆ…

  

“แม่หนู…รถประจำทางคันต่อไปจะมาถึงเมื่อไหร่รู้ไหมจ๊ะ?”

  

“แล้วคุณยายจะไปรถสายไหนอ่ะคับ”

พอคุณยายบอก ผมก็อุทานเสียงดังลั่น

 

“อ้าว…ก็คุณยายเพิ่งลงมาจากรถสายนั้นเมื่อกี้เองนี้ครับ”

  

“เอ้อ…” หญิงชราตอบตะกุกตะกัก

  

“คือว่า…บนรถคันเมื่อกี้นี้ มีชายหนุ่มพิการ คนหนึ่งขึ้นมา

แต่ไม่มีใครลุกให้เขานั่งเลย ยายรู้ว่า

ถ้าคนแก่ๆอย่างยายลุกให้เขานั่ง เขาคงจะอายและไม่สบายใจแน่ๆ

  

ยายเลยทำเป็นว่าจะลงที่นี่ พอยายกดกริ่งให้รถจอด

เขาก็เดินมานั่งตรงที่ยายได้โดยไม่ต้องอึดอัดใจ

  

ส่วนยายก็…เอ้อ…

  

รถประจำทางมันมีเสมอไม่ใช่หรือจ๊ะ พ่อคุณ…”

มีนาคม 5, 2010

ว่าด้วยความบ้า

คนโง่ เมาคำพูด
ประครองสติไม่อยู่ จึงพลั้งพูดพล่อยบ่อยๆ
สร้างกรรม และศัตรูมากมาย

คนฉลาด บ้าความคิด เขม่าเต็มสมอง
จึงเต็มไปด้วยจิตหลอน
สร้างมายาหลอกตน และคนอื่นมากมาย

คนเจ้าปัญญา บ้าความสงบ
จึงพบสติเต็มตื่นรู้อยู่
เป็นหลักให้ตน และคนอื่นได้

ทั้ง 2 หัวข้อ คือ ว่าด้วยความบ้า และ การบริหารอารมณ์ คัดมาจาก หนังสือ
คนโง่ คนฉลาด คนเจ้าปัญญา เขียนโดย ไชย ณ พล ภาคภาษาไทย และ อังกฤษ

 เรื่อจากเวบ  http://royyim.exteen.com/20090630/entry-8

  

กุมภาพันธ 8, 2010

อนุโมทนา : สาธุ

วันนี้ได้รับเมลเป็นเรื่องเล่าที่ดี ก็อยากนำมาเล่าสู่กันฟังเป็นวิทยาทานและบันทึกเตือนจำ เตือนใจ

สิ่งที่ได้เรียนรู้ และรับรู้ เมื่อได้เล่าสู่ และเป็นสุข ย่อมได้บุญกุศลส่งถึงให้พบแต่ความดีงาม

“สาธุ”

คำว่าอนุโมทนาและสาธุแปลว่าอะไรและใช้เมื่อไรอย่างไร?

”อนุโมทนา” ก็คือ ยินดีในสิ่งดีๆนั้นๆ(การกระทำ)ด้วยนะ
เช่น รู้ว่าเขาทำบุญมาหรือทำอะไรดีๆ หรือเขาไปงานบุญมาเเล้วเล่าให้ฟัง หรือบอกเราว่า”เอาบุญมาฝาก”(จากงานบุญ)
…เราก็ตอบว่า ”อนุโมทนา”..

”สาธุ” ก็เเปลว่า ชอบเเล้ว ดีเเล้ว
เช่น เวลาพระสวดให้พร เราก็ตอบรับว่า ”สาธุ” คือธรรมที่ท่านพูดนั้นน่ะถูกต้องดีเเล้ว ชอบเเล้ว, ชอบเเล้วนี่หมายความว่าถูกเเล้วน่ะ
[ส่วนเวลาผู้ใหญ่อวยพรเรานั้นเราตอบว่า ''สมพรปาก'']

 

หรือ

 

อนุโมทนา แปลว่ายินดีตาม พลอยยินดีตาม เป็นอาการจิตแสดงมุทิตากับคนอื่น
เมื่อเห็นเขาได้ทำบุญ รู้ว่าเขาจะได้รับสิ่งดีๆกลับมาก็ยินดีไปกับเขาด้วย
ใจก็เลยพลิกจากเฉยๆเป็นกุศลตามคะ ได้บุญจากการร่วมอนุโมทนานี้ด้วย
แต่ถ้าดีใจที่เห็นคนอื่นทำบาป ก็ได้บาปด้วยนะคะ
เช่นเห็นคนตกปลา แล้วชอบใจมาก ก็จะโดนกรรมดำให้ผลด้วยอีกคนคะ
และสามารถพูดเมื่ออยากอนุโมทนา ว่า “(ขอ)อนุโมทนาด้วย” เป็นต้นคะ

สาธุ แปลว่า ดีแล้ว ชอบแล้ว เช่น ฟังพระท่านเทศน์แล้วถึงอกถึงใจเหลือเกิน ก็อาจร้องว่า “สาธุ”
แปลว่าธรรมที่ท่านพูดนี่ชอบแล้ว น่าชื่นใจ จึงพูดออกมาคะ
หรือใช้ในกรณีอยากแสดงความยินดีกับบุญที่เขาทำไว้ชอบแล้ว
ก็พูดว่า “สาธุ” ในที่นี่เป็นการแสดงออกว่าใจเรายินดีในบุญนี้ ก็คือ พูดสาธุเพื่ออนุโมทนาคะ

สังเกตว่าถ้ายินดีอยู่ในใจแล้วไม่พูด ใจก็เบิกบานตามประมาณหนึ่ง
แต่ถ้าพูดอนุโมทนา หรือสาธุออกมาด้วย ใจก็เบิกบานมากอีกหน่อยคะ
พูดจึงดีกว่าไม่พูดคะ แถมเจ้าของบุญยังดีใจด้วย ที่มีคนร่วมยินดีกับเขา

 

ที่มา : จากวีกิพีเดีย wikipedia

  

อนุโมทนา แปลว่า ความยินดีตาม, ความพลอยยินดี หมายถึงการแสดงความชื่นชมยินดีในบุญหรือความดีที่ผู้อื่นทำ
อนุโมทนา อาจทำได้ด้วยการพูด เขียนหนังสือ หรือแสดงกิริยาก็ได้ เช่นเมื่อได้ยินเสียงย่ำฆ้องกลองที่วัดในตอนเย็น แสดงว่าพระท่านทำวัตรเย็นจบ ก็ยกมือขึ้นประนมไหว้เปล่งวาจาว่าสาธุ เป็นการอนุโมทนาต่อพระสงฆ์ที่วัด
 

 

หรือมีใครทำบุญแล้วมาบอกให้ทราบ ทราบแล้วยกมือขึ้นสาธุ เป็นการอนุโมทนาบุญของเขาด้วย
เรียกการพูดแสดงความยินดีในความดีของผู้อื่นว่า อนุโมทนากถา (ดูสัมโมทนียกถา)
เรียกหนังสือรับรองการบริจาคที่วัดออกให้แก่ผู้บริจาคทรัพย์ทำบุญว่า อนุโมทนาบัตร หรือ ใบอนุโมทนา

เรียกบุญที่เกิดจากการอนุโมทนาตามตัวอย่างข้างต้นว่า อนุโมทนามัยบุญ

 

 

 

เล่าสู่กันอ่านค่ะ

กันยายน 1, 2009

กิ้งกือ จาก ฝนตกยังต้อง ฟ้าร้องยังถึง

ฝนตกยังต้อง ฟ้าร้องยังถึง

คุณหญิงจำนงศรี รัตนิน หาญเจนลักษณ์

 

…กิ้งกือ…
นอกประตูเหล็กทางชายป่า ทัพมดตัวใหญ่ที่รุมกินกิ้งกือทั้งเป็น
เจ้ากิ้งกือขดบีบแล้วดีดตัวจนมดกระเด็นครั้งแล้วครั้งเล่า
แต่มันก็ยังกรูเข้ามาซอนหาจุดอ่อน ตามข้อต่อเสื้อเกราะกิ้งกือ
ฝังหัวเข้าไปกดเขี้ยวกัดติด กรูเกรียวจากรอบทิศ
กองทัพหิวกับเหยื่อสด

หาไม้ยาวมาเขี่ยกิ้งกือให้กระเด็นไปไกลหลายครั้งหลายหน
แต่กองทัพมดแผ่กระจายผันหน้ากรูเข้าหาเจ้ากิ้งกือ
ไม่ว่าจะตกที่ตรงไหน
เจ้ากิ้งกือโง่ เมื่อกระเด็นไปตกนอกวงมดก็เดินดิ่วไปทางมดอีก
อย่างนี้อยู่หลายครั้ง

จะว่ามันโง่ก็ไม่ได้ กิ้งกือกับมดอยู่กับพื้นดินระดับเดียวกัน
มันจะเห็นได้อย่างไรว่ามดร้ายรอมันอยู่ทิศไหน
เรามองจากสูงลงมาจึงได้เห็น

สุดท้ายเราเขี่ยกิ้งกือกระเด็นไปไกลหลายทอด
มดที่กัดติดค่อย ๆ หลุดไป
จนเหลือตัวสุดท้ายที่แสนทรหด
หลุดพับรี่เข้ากัดใหม่ ซ้ำแล้วซ้ำอีก
ฝ่ายเจ้ากิ้งกือค่อยเรียกสติคืนมาทีละน้อย มันสลัด ดีด
จนในที่สุดก็หนีรอด เลื้อยหายเข้าไปใต้กองใบไม้แห้ง

 

คนหนีทุกข์ กับกิ้งกือหนีมด เมาหมัดพอ ๆ กัน
บอดทิศ บอดทาง
ต้องขึ้นไปให้สูงแล้วมองลงมาจึงจะรอด
คนหนีทุกข์ กับกิ้งกือหนีมด เมาหมัดพอ ๆ กัน
บอดทิศ บอดทาง
ต้องขึ้นไปให้สูงแล้วมองลงมาจึงจะรอด

 

 

วันนี้ได้เรียนรู้ และเห็นจิตตัวเอง ที่กระเพื่อมไหวกับสิ่งรอบข้าง

เมื่อไม่หยุด เมื่อไม่มอง ย่อมไม่เห็น

คลำหาทางออก วนหาทางแก้ แต่เว้นที่จะมองใจตัวเอง รอแต่ให้คนอื่นเขามอง

“บอด” ที่ใจ หาทางแก้ข้างนอกเมื่อใดจะหาเจอ

โยนิโสมนสิการ น้อมเข้ามาหาตัวเอง.เราจะมองเห็นสัมพันธ์แห่งเหตุและปัจจัย

…..

ธรรมะรักษาคนทำค่ะ

สิงหาคม 6, 2009

ข้อคิด จากคำคน

 

ถ้าไม่ศรัทธาการพัฒนาก็ล้มเหลว

ความสำเร็จอยู่ที่ความร่วมมือ

การทำงานหนักเป็นดอกไม้ของชีวิต

ยกคนดี ตีคนชั่ว

 

อ่านเจอ จดไจ เตือนใจ

กรกฏาคม 15, 2009

ความจริงบนโลกใบนี้

เลาสู่กันอ่าน

กรกฏาคม 14, 2009

ฝน : ฝัน

 

บันทึกตามฤดู

ช่วงเวลาแห่งฟ้าเบิกบาน

ความพอดีของฟ้าของฝน อยู่ที่ใจคนต้องการ

พึงใจ…..ก็ดีใจ

ทุกข์ใจ…..ก็เครียดไป

วางใจ…..ก็เบาไป

เลือกได้ เลือกเอา อย่างสิ่งที่อยากเป็น

บันทึกเตือนตัวเอง (ก็เท่านั้น)

ห้วงแห่งการงานอันเบิกบาน

กรกฏาคม 11, 2009

คนดี

 

เรื่องดีดีจากเมลในวันหยุด

เผื่อจะมีประโยชน์สำหรับทุกท่าน

 

กรกฏาคม 9, 2009

เสียดาย เสียใจ แต่ไม่เสียศูนย์

โอกาสในการเรียนรู้ในชีวิตมีมากมาย

แต่โอกาสที่จะได้จะได้ใช้วิชาจากเลียนรู้ ผ่านกระบวนการเรียนรู้ ไปสู่การสร้างองค์ความรู้ในตัวเองนั้น “ไม่ใช่เรื่องง่าย”

วันที่ 13 - 14 กค. 52 ได้มีโอกาสรับเชิญไปเป็นวิทยากรในกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านกระบวนการสุนทรียสนทนา ของ ศูนย์เครื่องมือวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ โดยหัวหน้าทีมคือ หมอจอมป่วน น้องอิ่ม

แต่ด้วยภารกิจงานประจำ ท่าน จึงมีคำสั่งการว่า “ทราบ และเขียนต่อว่า “ติดเรื่องการประเมินบุคลากร” โดยไม่มีคำถามให้เราได้ตอบ  จึงเป็นสิ่งที่ค้างคาใจอีกประการหนึ่ง ที่อยากรู้ แต่ไม่อยาถาม (เพราะคิดว่า “ไม่รู้สักเรื่อง” จะได้ไหม

ความรู้สึก

เสียดาย  หมายถึง เสียดายโอกาสที่จะได้เรียนรู้อีกครั้ง ที่ไม่ใช่จะเป็นโอกาสที่เกิดขึ้นได้ง่าย ๆ

เสียใจ หมายถึง ไม่มีคำถามให้เราได้ขยายความให้ฟังสักคำ

ไม่เสียศูนย์ หมายถึง ไม่มีศูนย์ให้เสีย เพราะถ่วงมาดี (อิอิอิ)

 

บันทึกไว้เป็นประสบการณ์อีกครั้ง ที่ไม่ใช่ครั้งแรก  เป็นความรู้สึกให้เปรียบเทียบความรู้สึก ให้ได้เรียนรู้ไปเรื่อย ๆ (พูดสั้น ๆ ว่า “เรียนรู้ไปเรื่อย)

 

บางครั้งชีวิตคนเราก็ต้องมีเวลาให้หยุดเพื่อคิดทบทวนถึงสิ่งที่ผ่านเข้ามาให้เราได้เรียนรู้

แล้วเราก็จะเห็นว่า “ทุกการเรียนรู้” สอนให้เราเติบโต

ไม่ว่าจะทั้งด้านการใช้ชีวิต

ความคิดที่เป็นความเข้าใจมากกว่าการใช้อารมณ์

ความทุกข์ที่เกิดขึ้นในใจ เพียงทุกข์ที่ผ่านมาแล้วผ่านไป

ความปิติที่เกิดขึ้นในใจ เมื่อได้เรียนรู้การปล่อยวางใจ

อะไรต่ออะไรที่เกิดขึ้น แต่มีคำตอบให้ทุกคำถามในใจ

ถึงแม้คำตอบที่เกิดขึ้น อาจไม่ตอบในสิ่งที่เป็นคำถาม

เพราะ “ไม่รู้สักเรื่องจะได้ไหม” เป็นคำตอบที่ทำให้ปลดปล่อยใจ

 

ส บ า ย ใ จ ดี อ ยู่ จึ ง เ อ า รู ป ม า ฝ า ก

 

                                                                                               ถ่ายเมื่อไปเชียงราย

กรกฏาคม 3, 2009

ติดโทษ

ไม่ใช่ปัจจุบันอย่างเพ่งโทษ

คิดโกรธ คิดเกลียด ใจดิ่งเหว

พอคิดปั๊ป รับผลปั๊ป อย่างรวดเร็ว

ใครคิดเลวไม่ต้องโกรธ โทษประจาน

  

คำตอบของชีวิต ปฏิจจสมุปบาท

 

บันทึกใหม่กว่า »

Powered by WordPress