คนส่วนใหญ่จะเข้าใจผิดเรื่องการปวดเข่ากับการวิ่ง มักจะคิดว่าถ้าวิ่งแล้วโอกาสปวดเข่าจะสูงขึ้น หลีกเลี่ยงไม่ได้ จริงๆแล้วอาการปวดเข่าในคนที่วิ่งสามารถหลีกเลี่ยงได้ และถ้ามีอาการปวดเข่าแล้วก็สามารถแก้ไขได้ไม่ยาก ถ้ารักษาและแก้ไขถูกวิธี ทั้งยังไม่จำเป็นต้องเลิกวิ่ง แล้วหันไปออกกำลังกายด้วยวิธีอื่น
ข้อเข่าจะมีหน้าที่พิเศษ จะเคลื่ินไหวในแนวเดียวคืองอเข่าและเหยียดเข่าเท่านั้น แนวอื่นก็คงขยับได้เล็กน้อย ไม่เหมือนข้ออื่นๆที่ต้องมีการหมุนตัว ( เช่นหัวใหล่และสะโพก ) การทำงานก็จะมีกล้ามเนื้อและเอ็นพังผืดอีกมากมาเกี่ยวข้องด้วย กระดูกอ่อนที่รับน้ำหนักหรือรับการเคลื่อนไหวก็มีการซ่อมแซมตัวเองอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นถ้าเราฝึกกล้ามเนื้อและเอ็นพังผืดที่เกี่ยวข้องให้แข็งแรง และระมัดระวังไม่ให้ข้อเข่าต้องรับน้ำหนักมากๆ หรือมีการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติไปจากเดิมมากๆ ก็จะสามารถลดการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นกับข้อเข่าได้
(more…)
บางท่านที่เริ่มวิ่งแล้วมีปัญหาบาดเจ็บ ก็คิดว่าวิ่งไม่ได้แล้ว บางครั้งได้รับคำแนะนำผิดๆ ว่าถ้าน้ำหนักตัวมาก การวิ่งไม่เหมาะสม จริงๆแล้วถ้าเริ่มฝึกซ้อมอย่างถูกวิธีและค่อยๆลดน้ำหนักตัวลงก็สามารถวิ่งได้ การบาดเจ็บส่วนใหญ่สามารถรักษาได้ภายใน 2-3 อาทิตย์ แต่การรักษาที่ดีที่สุดก็คือรักษาที่สาเหตุ แต่ก็คงต้องรักษาอาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นก่อน เช่นให้อาการปวดหายก่อน แล้วจึงเริ่มรักษาที่สาเหตุหรือต้นตอที่ทำให้บาดเจ็บ ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดจากการวิ่งไม่ถูกเทคนิค ฝึกซ้อมหนักเกินไปหรือกล้ามเนื้อไม่แข็งแรงพอ การวิ่งให้ถูกวิธีและการฝึกกล้ามเนื้อก็สามารถป้องกันไม่ให้เกิดการบาดเจ็บได้โดยไม่ถึงกับต้องเลิกวิ่ง
(more…)
ถ้าต้องหยุดวิ่งไม่ว่าจะด้วยเหตุใด ( ป่วย ไปต่างประเทศ บาดเจ็บต้องหยุดพัก ) เมื่อกลับมาวิ่งใหม่โดยปกติต้องใช้เวลาประมาณ 2 เท่าของเวลาที่หยุดไป เช่นหยุดวิ่งไป 1 อาทิตย์ ต้องใช้เวลา 2 อาทิตย์ที่จะฟื้นสภาพร่างกายให้มาแข็งแกร่งเท่าเดิม
ตอนจะเริ่มใหม่ก็ต้องค่อยๆเริ่ม ถ้าหยุดไป 1-2 อาทิตย์ เวลากลับมาฝึกซ้อมใหม่ อาจต้องกลับมาเริ่มวิ่งที่ระยะทางครึ่งหนึ่งของที่เคยวิ่งแล้วค่อยๆเพิ่มระยะทางและความหนัก จนกลับมาแข็งแรงเท่าเดิม
ถ้าหยุดไปนานๆ เป็นปีๆคงจะเหนื่อยหน่อย เพราะเวลากลับมาวิ่งใหม่อาจต้องเริ่มใหม่ตั้งแต่เริ่มเดิน อาจจำเป็นต้องค่อยๆลดน้ำหนักตัวลงด้วย ซึ่งทั้ง 2 อย่างก็ใช้เวลาพอสมควรเหมือนกัน
(more…)
ปกติการซ้อมวิ่งจะแบ่งง่ายๆเป็น 6 อย่างนะครับ มี วิ่งปกติ วิ่งยาว วิ่งขึ้นเขา Fartlek Intervals Tempo Runs 3 อย่างหลังเป็นการฝึกเพื่อพัฒนาความเร็ว ไม่จำเป็นต้องฝึกให้ครบทั้งหมดหรอกนะครับ แนะนำแค่วิ่งปกติ วิ่งยาว ( ทุก 1-2 สัปดาห์ ) และ Fartlek สัปดาห์ละครั้งก็พอ อย่าลืมหยุดพัก 1 วันต่อสัปดาห์นะครับ
ปกติการซ้อมวิ่งจะแบ่งง่ายๆเป็น 6 อย่างนะครับ มี
วิ่งปกติ
วิ่งยาว(ฝึกความอดทน)
วิ่งขึ้นเขา ( Hills – ฝึกความแข็งแรง strength )
Fartlek
Intervals
Tempo Runs
(more…)
ก่อนที่จะอ่านตอนนี้แล้วนำไปปฏิบัติ อย่างน้อยก็ต้องวิ่งเหยาะๆให้ได้วันละ 20-30 นาทีติดต่อกัน ถ้ายังทำไม่ได้ให้กลับไปทำตามตารางที่ 1 หรือตารางที่ 2 จนกว่าจะวิ่งวันละ 20-30 นาทีติดต่อกันได้ก่อน ทั้งนี้ก็เพื่อสุขภาพของท่านเองนะครับ
ต้องทำความเข้าใจกันก่อนนะครับว่าเก่งขึ้นนั้นไม่ใช่ให้เป็นแชมป์วิ่ง หรือนักวิ่งมาราธอนนะครับ เพียงแต่ต้องการให้ท่านที่วิ่งอยู่แล้วทุกวัน ใช้เวลาเท่าเดิม แต่สามารถทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นกว่าเดิมได้ จะดีขึ้นเล็กน้อย หรือจะดีขึ้นขนาดเป็นแชมป์วิ่งหรือเป็นนักวิ่งมาราธอนที่เก่งกาจก็ไม่ว่ากันนะครับ อยากจะให้ร่างกายแข็งแรงแค่ไหนก็อยู่ที่ตัวเราเองจะตั้งใจกำหนดเป้าหมายและฝึกซ้อมให้ได้ตามนั้น อาจารย์หมออุดมศิลป์เคยกล่าวไว้ว่า คนเราถ้าเดินได้สบายๆก็สามารถฝีกจนวิ่งมาราธอนได้ อยู่ที่ต้องการจะทำหรือไม่
(more…)
นาย John Fisher ขณะที่อายุได้ 38 ปี ได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจใหม่ พี่แกลงวิ่ง London Marathon มาแล้ว 5 ครั้ง ลงวิ่งมาราธอน ที่ Athens Snowdonia Sydney และ Venice มาแล้ว หลังสุดใช้เวลาเพียง 4 ชั่วโมง 13 นาที 23 วินาที มานึกถึงตัวเรา ร่างกายก็ดีๆอยู่ หัวใจก็ของเราเอง แต่ไม่รู้จักดูแลรักษา จะออกกำลังกายก็มัวกลัวโน่นกลัวนี่ อ้างโน่นอ้างนี่ เทียบกับนาย John Fisher แล้วรู้สึกอาย
(more…)
จากบทความของคุณกฤตย์ ทองคง นักวิ่งอาวุโสคนหนึ่งเล่าไว้ว่า ในคน 100 คนที่เริ่มวิ่ง จะเลิกวิ่งภายใน 1 อาทิตย์ประมาณ 90% อาจจะเป็นแบบที่เคยเล่าให้ฟัง คือไม่เคยออกกำลังกายเลย หรือเคยออกแต่เรื้อเวทีไปนาน วันไหนว่างหรือนึกฟิตขึ้นมาก็แต่งตัวไปออกกำลังกาย ไม่วอร์ม ไม่ยืดไม่เหยียดมันละ ไปถึงสนามหรือสถานที่ที่เลือกไว้ก็เริ่มบรรเลงเลย ใส่ไม่ยั้ง ก็ได้เรื่องซิครับ บาดเจ็บเดี้ยงกลับบ้าน ตอนเช้าตื่นขึ้นมาก็กระย่องกระแย่งลงจากเตียง เข็ดการออกกำลังกาย สาปส่งไปเลย ใครชวนอีกก็ไม่เอาแล้ว
อีก 9% จะหายไปหลัง 1 เดือน เหลือบ้าๆมาวิ่งจนติดเป็นนิสัยเพียง 1 % ที่เขียน blog ก็อยากให้มีนักวิ่งหรือจะเป็นนักออกกำลังกายด้วยวิธีอื่นเพิ่มมากขึ้น และอยากให้ทำอย่างถูกวิธี ไม่หักโหม ไม่บาดเจ็บ ไม่เกิดอันตรายถึงชีวิต
(more…)
ตอนนี้ก็สามารถทำได้ตามเป้าหมาย ภายใน 1 เดือนก็สามารถเดินติดต่อกันได้นาน 20 นาที/วัน และสามารถเดินได้ 4 วัน/สัปดาห์แล้ว
เรามาเริ่มขยับกันต่อเลยนะครับ เที่ยวนี้จะลองเริ่มวิ่งดูนะครับ
คราวนี้เป้าหมายใน 1 เดือนนี้ จะสามารถออกกำลังกายได้ 5 วัน/สัปดาห์ และสามารถวิ่งได้ 20 นาทีติดต่อกัน
เหมือนเคยอย่าลืมอบอุ่นร่างกาย ยืดกล้ามเนื้อ ผ่อนกาย และตบท้ายด้วยการยืดกล้ามเนื้อนะครับ
(more…)
บางคนคงคิดว่าตลกนะครับ แค่เรื่องการหายใจใครๆก็หายใจมาตั้งแต่เกิดแล้ว ทำไมต้องเอามาพูดอีก แต่การวิ่งออกกำลังกายจริงๆแล้วต้องฝึกการหายใจด้วยนะครับ แนะนำให้ฝึกตั้งแต่ตอนแรกที่เริ่มหัดวิ่ง เพราะถ้าไม่ฝึกตั้งแต่แรก พอวิ่งแล้วหายใจไม่ถูกต้องจนติดเป็นนิสัยแล้ว จะมาแก้ไขตอนหลังจะค่อนข้างยากนะครับ
(more…)
สำหรับมือใหม่ที่เริ่มเดินแล้วกำลังจะเริ่มวิ่งก็ควรจะอ่านตอนนี้นะครับ ตอนนี้ชุดวิ่ง รองเท้าวิ่ง และสถานที่วิ่งคงจะเรียบร้อยแล้วนะครับ มาเริ่มกันที่ท่าวิ่งนะครับ ท่าวิ่งคงต้องให้ลำตัวตั้งตรง ไม่ต้องโน้มตัวไปข้างหน้า ข้อศอกทั้งสองข้างไม่ควรงอมาก เพราะเลือดจะไปเลี้ยงปลายมือได้ไม่ดี มือกำหลวมๆ การวิ่งออกกำลังกายเป็นการวิ่งระยะยาว ท่าวิ่งจะไม่เหมือนการวิ่งระยะสั้น หรือวิ่งเร็วระยะ 100 หรือ 200 เมตร
(more…)