วันเข้าพรรษา-วันอาสาฬหบูชา

โดย Sasinand เมื่อ กรกฏาคม 17, 2008 เวลา 10:09 (เช้า) ในหมวดหมู่ ข้อคิดชีวิต ปรัชญา ศาสนา #
อ่าน: 3422

วันอาสาฬหบูชา คือ วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๘   ปีนี้ คือ วันที่ 17 กรกฏาคม 2551 

นับเป็นวันที่สำคัญในประวัติศาสตร์แห่งพระพุทธศาสนา คือวันที่พระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมเทศนาหรือหลักธรรมที่ทรงตรัสรู้    เป็นครั้งแรกแก่เบญจวัคคีย์ทั้ง ๕ ณ มฤคทายวัน ตำบลอิสิปตนะ เมืองพาราณสี ในชมพูทวีปสมัยโบราณ ซึ่งปัจจุบันตั้งอยู่ในประเทศอินเดีย     ด้วยพระพุทธองค์ทรงเปรียบดังผู้ทรงเป็นธรรมราชา ก็ทรงบันลือธรรมเภรียังล้อแห่งธรรมให้หมุนรุดหน้า เริ่มต้นแผ่ขยายอาณาจักรแห่งธรรม นำความร่มเย็นและความสงบสุขมาให้แก่หมู่ประชา
ดังนั้น ธรรมเทศนาที่ทรงแสดงครั้งแรกจึงได้ชื่อว่า  ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร แปลว่า พระสูตรแห่งการหมุนวงล้อธรรม หรือพระสูตรแห่งการแผ่ขยายธรรมจักร กล่าวคือดินแดนแห่งธรรม  มีรายละเอียด ที่เว็บ ธรรมะไทย ขอบคุณเว็บธรรมะไทยด้วยค่ะ
และ จากบล็อก ของ ท่าน BM.chaiwut ที่ http://gotoknow.org/มีอธิบายความหมายของรากศัพท์ และพิธีกรรมต่างๆไว้อย่างละเอียด ขอขอบพระคุณท่านมากและขอลิงค์ไปที่บันทึกของท่านนะคะ

 ส่วน วันเข้าพรรษา ปีนี้ คือ วันที่ 18 กรกฏาคม 2551 ถือกันว่าเป็นวันพิเศษในพุทธศาสนา

พุทธศาสนิกชนขมักเขม้นในการบุญกุศลยิ่งกว่าธรรมดา บางคนรักษาศีลอุโบสถถึง ๓ เดือน (ไตรมาส) บางคนไปวัดฟังเทศน์ทั้ง ๓ เดือนตั้งใจงดเว้นบาปทั้งปวงส่วนพระภิกษุสงฆ์เมื่อใกล้ถึงวันเข้าพรรษา ก็ปัดกวาดเสนาสนะ ตั้งใจบำเพ็ญสมณธรรมยิ่ง ๆ ขึ้น ในวันเข้าพรรษาจะประชุมกันในพระอุโบสถ ไหว้พระ สวดมนต์ ทำพิธีเข้าพรรษา (อธิษฐานพรรษา)แล้วขอขมา ต่อกันและกัน ครั้นในวันต่อไปก็เอาดอกไม้ ธูป เทียน ไปขอขมาพระเถรานุระต่างวัดซึ่งเป็นที่เคารพนับถือ

มีเรื่องเล่าจากวัด ของท่าน

BM.chaiwut อีกค่ะ น่าสนใจมากเกี่ยวกับเรื่อง เข้าพรรษา ออกพรรษาค่ะ  และเรื่องนั่งบาตรหัวษา  ที่เป็นพิธีกรรม ที่มีอยู่ทั่วไป ในท้องถิ่นภาคใต้ค่ะ ซึ่งในช่วงเข้าพรรษา  จะมีประเพณีการบวช ในช่วงเข้าพรรษา 3 เดือน ซึ่งเป็นที่นิยมต่อเนื่องมาจนบัดนี้   และท่าน  BM.chaiwut  เคยให้ความเห็นว่า...บวชหนึ่งพรรษา แม้จะไม่ได้ศึกษาอะไรมากนัก แต่สิ่งที่ซึมซับมาจากในวัด ทำให้เรารักและเข้าใจพระศาสนายิ่งขึ้น

BM.chaiwut อีกค่ะ น่าสนใจมากเกี่ยวกับเรื่อง เข้าพรรษา ออกพรรษาค่ะ  และเรื่องนั่งบาตรหัวษา  ที่เป็นพิธีกรรม ที่มีอยู่ทั่วไป ในท้องถิ่นภาคใต้ค่ะ ซึ่งในช่วงเข้าพรรษา  จะมีประเพณีการบวช ในช่วงเข้าพรรษา 3 เดือน ซึ่งเป็นที่นิยมต่อเนื่องมาจนบัดนี้   และท่าน  BM.chaiwut  เคยให้ความเห็นว่า...บวชหนึ่งพรรษา แม้จะไม่ได้ศึกษาอะไรมากนัก แต่สิ่งที่ซึมซับมาจากในวัด ทำให้เรารักและเข้าใจพระศาสนายิ่งขึ้น

 

 ส่วนผู้เขียนเอง     ก็จะได้ไปทำบุญตามประเพณี และรับเป็นเจ้าภาพบวชพระด้วย ซึ่งก็ขอเชิญให้ท่านที่เข้ามาอ่านอนุโมทนาบุญด้วยค่ะ เพื่อจะได้บุญ ไปพร้อมๆกันในครั้งนี้

« « Prev : ลานความสุข

Next : ธรรมะสำหรับเช้าวันอาทิตย์นี้-20-07-2551 » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

5 ความคิดเห็น

  • #1 jindee ให้ความคิดเห็นเมื่อ 17 กรกฏาคม 2008 เวลา 1:11 (เย็น)

    พรุ่งนี้ เป็นวันเข้าพรรษา แม่บ้าน คนรถหยุดหมด ไปทำบุญกัน

    เลยมาดูว่า มีเหตุใดเป็นเบื้องต้นที่ทำให้มีประเพณีเข้าพรรษา
    ไปอ่านมาจากหนังสือกัลยาณมิตรของวัดๆหนึ่ง ที่พิมพ์แจก
    ทำให้ทราบว่า….
    ครั้งหนึ่งพระพุทธองค์ประทับ ณ กรุงราชคฤห์
    ในฤดูฝน ภิกษุพวกฉัพพัคคีย์ (๖ รูป) เทียวสัญจรไปมา ย่ำเหยียบข้าวกล้าในนาของชาวเมืองให้เสียหาย เพราะ
    ไม่รู้จักกาลเทศะ ประชาชนพากันติเตียน พระพุทธองค์จึงทรงบัญญัติเป็นธรรมเนียมให้ภิกษุอยู่จำพรรษา ๓
    เดือน นับแต่แรม ๓ ค่ำ เดือน ๘ ถึงกลางเดือน ๑๑ ห้ามมิให้ไปพักค้างคืน ณ ที่อื่น

  • #2 jindee ให้ความคิดเห็นเมื่อ 17 กรกฏาคม 2008 เวลา 1:59 (เย็น)

    “เด็ดดอกไม้ สะเทือนถึงดวงดาว” วาทะของไอสไตน์ประโยคนี้แฝงความหมายที่ลึกซึ้งและเป็นอมตะเสมอ
    เนื่องเพราะความเป็นไปของทุกสรรพสิ่งในโลกล้วนมีความสัมพันธ์กัน

    เมื่อเด็ดดอกไม้ สะเทือนถึงดวงดาว ประโยชน์ อันใดเล่า ที่เราจะเด็ดให้ดาวสะเทือน
    เลิกเด็ดดอกไม้เลิกทำร้ายกันและกันแล้วมานั่งหยุดใจ ดอกไม้จะยังงามอยู่กับต้น ดวงดาวไม่สั่นไหว ผู้คนไม่ร้องไห้และความสงบสุขอันสว่างไสวจักเกิดขึ้นบนโลกทุกตารางนิ้ว
    จากหนังสือธรรมะ กัลยาณมิตร

  • #3 kamolwan ให้ความคิดเห็นเมื่อ 18 กรกฏาคม 2008 เวลา 4:43 (เช้า)

    สวัสดีค่ะคุณพี่
    เรื่องความซาบซึ้งในพระพุทธศาสนาและพระธรรมนั้น ตัวเองพบว่ายิ่งปฏิบัติมากเท่าใด ยิ่งรู้สึกว่าพระธรรมเป็นบ้าน เป็นที่อยู่ของตัวเองมากเท่านั้น ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะรู้สึกเช่นนี้เลยค่ะ ^ ^

  • #4 jindee ให้ความคิดเห็นเมื่อ 18 กรกฏาคม 2008 เวลา 5:58 (เช้า)

    ประสบการณ์ส่วนตัว ในเรื่องของการเข้าวัด คือ…
    คุณแม่เป็นชาวพุทธที่เคร่งมาก พาลูกไปวัดบ่อยที่สุด ที่วัด ปทุมวนาราม ติดกับสยามพารากอน
    ตัวเองก็ไม่ได้เคร่งแบบคุณแม่ แต่ก็ชอบไป ยังจำบรรยากาศของวัดสระปทุมนี้ได้ติดตาอยู่ รู้สึกว่า เงียบสงบและเย็น ดี
    ต่อมา อีกหลายปี ก็เริ่มเข้าวัดจริงจัง เพราะรู้จักกับพระรูปหนึ่ง ตั้งแต่ท่านยังไม่บวช วัดนี้เน้น การนั่งสมาธิ เป็นสายปฎิบัติ

    สามารถนั่งสมาธิได้ ค่อนข้างดี…เรื่องนี้ เป็นเรื่องเฉพาะตัว..อธิบายยาก…ต้องทำเอง..
    มีคนชวนไปศึกษาทางปริยัติ ก็ไม่ไป เพราะรู้ธรรมชาติตัวเองดี ว่า เป็นคนเชื่ออะไร ยากๆๆ ชอบมีคำถาม…เป็นคนเรื่องมาก..

    จึงต้องใช้วิธี ทำใจหยุด ใจใส ใจนิ่ง ก่อน แล้วค่อยเรียนภาคทฤษฏี จะเข้าใจแจ่มแจ้งเอง
    สรุปว่า การพยายามกล่อมเกลาจิตใจตัวเอง สอนตัวเอง โดยเดินเข้าหาธรรมะ มีสติกำกับตัวเองตลอดเวลา เป็น หนทางที่ถุกต้องแล้ว สำหรับตัวเอง ต่อมาจึง ค่อยศึกษาทางภาคทฤษฏีมาเสริมกัน

    การจะให้พ้นทุกข์ เป็นเรื่องของใจ ไม่ใช่กาย
    เราต้องจัดการกับใจเราให้ได้ ทำให้กิเลส น้อยลง ทำใจให้สงบระงับให้ได้มากขึ้น ความทุกข์ ก็น้อยลงไปเอง แต่ถ้าจะให้ความทุกข์หมดไป ก็ต้องไปแก้ที่สาเหตุแห่งทุกข์

    ส่วนตัวจริงๆ ปกติเวลา มีความทุกข์ ไม่ค่อยปรึกษาใคร จะเน้นการปรึกษาตัวเองเป็นหลัก การไม่ปรึกษาใคร ไม่เครียด ไม่จนมุม แต่กลับทำให้เกิดปัญญา ที่ผุด ขึ้นมาจากศูนย์กลางกาย ได้ง่ายขึ้น อย่างที่เรียกว่า ปัญญาญาณ
    โดยวิธี อยู่ในที่ๆสงบ เงียบ อยู่คนเดียว นั่งทำสมาธิ ทำใจหยุด ใจนิ่ง ความเป็นกลางๆ จะเกิดขึ้น ปัญญาจะเกิด จะสามารถพิจารณาทุกสิ่งไปตามความเป็นจริง และค่อยๆแก้ไข ทีละเปลาะค่ะ
    ทั้งชีวิต ผ่านพ้นมาด้วยดี ทุกครั้งเลย สำคัญ ที่ต้องมี สติๆๆๆกำกับ ไว้ก่อนตลอดเวลา

    ส่วนประสบการณ์ส่วนตัว ในเรื่องโรคกะเพาะ ก็หายมา 20 กว่าปี ก็เพราะ การทำสมาธิ
    เนื่องจากโรคกะเพาะที่เป็น เกิดจาก ความไม่สมดุลย์ ของร่างกาย อาจจะเป็นความเครียดแฝง แต่การ ทำใจหยุด ใจนิ่ง ทำสภาพใจและกาย ให้เป็นกลาง ความสมดุลย์ ก็บังเกิดขึ้นมา ปรับสภาวะร่างกายให้พอดี ไม่ให้เป็นกรดหรือด่างมากเกินไป

    แม้แต่คุณหมอที่บ้าน รอดจากการผ่าตัดใหญ่ มาได้ 2 ครั้ง ก็เพราะพลังจิตซึ่งเกิดจากการทำสมาธิ
    วันที่นัดผ่าตัด หมอมากันเป็นทีมใหญ่ เต็มไปหมด เพราะคุณหมอ เป็นอาจารย์แพทย์อยู่ที่ร.พ.นั้น มาก่อน เขาx-ray ก่อนผ่าอีกที งงๆๆๆ เพราะ ไอ้ก้อนที่จะผ่า มันหายไปไหน…มีฟิลม์จาก CT-Scan เป็นพยาน
    คุณหมอทั้งหลาย เลยต้องกลับไปหมดด้วยความงง (คุณหมอเขาบอกกับทุกคนที่บ้านว่า วันนี้ เขาไม่ค้างร.พ. เพราะจะไม่มีการผ่าตัด ก้อนหายไปหมดแล้ว)

    แต่ทุกศาสนา ก็ดี ทุกศาสนาค่ะ แล้วแต่ ประเพณี ความเชื่อและศรัทธา

  • #5 jindee ให้ความคิดเห็นเมื่อ 18 กรกฏาคม 2008 เวลา 9:47 (เช้า)

    สวัสดีค่ะอาจารย์กมลวัลย์
    ดีใจที่อาจารย์มาเยี่ยม จริงๆคอยอยู่ เพราะเราก็ คอเดียวกัน เรื่องธรรมะนะคะ มีโคลง บุญเป็นที่พึ่ง ดีจังค่ะ เอามาฝาก

    ปางน้อยลำเหนียกรู้ เรียนคุณ
    ครั้นใหญ่ย่อมหาทุน ทรัพย์ไว้
    เมื่อกลางแก่แสวงบุญ ธรรมชอบ
    ยามหง่อมทำใดได้ แต่ล้วนอนิจจัง


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.0813148021698 sec
Sidebar: 0.02039909362793 sec