ปัญญาญาณ
อ่าน: 8022
ปัญญาญาณ คือรากแก้วของชีวิต Intuition Wisdom
คนเรา บางทีมีทั้งเงินและความเพียร อาจประสบความหายนะได้ หากขาดวิจารณญาณที่ถูกต้อง ที่เรียกว่า ปัญญาญาณ แบบเดียวกับคนที่หลงทาง เลือกทำธุรกิจ หรือเลือกคู่ชีวิต ที่ไม่เหมาะกับตัวเอง และหลงทุ่มเทให้กับสิ่งนั้นมาตลอด 20-30 ปี แต่ต้องประสบกับความล้มเหลว และมาพบภายหลังว่า สิ่งนั้น มันไม่ใช่ สิ่งที่ ชีวิตเราต้องการ…
ปัญญาญาณนี้ เป็นปัญญาที่ผุดขึ้นมาจากใจ เป็นอิสระเหนือความคิด และเหนือเหตุผลใดๆ เป็นส่วนหนึ่งของ จิตเหนือสำนึก จริงๆแล้ว คนเราทุกคน มีสิ่งนี้แล้ว โดยธรรมชาติ แต่มีสภาวะเหมือนหลอดไฟ ที่ไม่มีแสงสว่าง
แต่ถ้า ปัญญานี้เกิดกับตัวเราเมื่อไร ก็เหมือนกับ การบังเกิดขึ้น การเกิดความรู้ขึ้น จากความรู้สึกภายในลึกๆของเราเอง ว่าอะไรควรทำ ไม่ควรทำ เหมือนมี เสียงภายใน (inner voice) คอยกระซิบบอก เป็นการหยั่งรู้ได้เอง โดยไม่ต้องใช้ความพยายาม และไม่ต้องใช้การไตร่ตรองใดๆ
ผู้ที่มีความสามารถ ที่จะมีปัญญาญาณในลักษณะนี้ จะต้องผ่านการฝึกฝน เพื่อการพัฒนาจิตวิญญาณของตนเองอย่างน้อย 4 ประการคือ..
1. ต้องรู้จักตัวเอง- Self awareness-นั่นคือการมีสตินั่นเอง ใส่ใจในความคิด และการเคลื่อนไหวของตนเอง จากเร็วๆ มาเป็นช้าลงๆ จนตกตะกอน ในที่สุดก็จะเกิดสมาธิ และ ปัญญาก็จะเกิดตามขึ้นมา ส่วนใหญ่ ปัญญาญาณ จะเกิด ตอนใจเราสงบนิ่ง หรือผ่อนคลาย สบายใจ ไม่สับสนวุ่นวาย จนสามารถมองเห็นเข้าไปยังภายในตนเองตามสภาพความเป็นจริงได้ เหมือนเห็นน้ำในแก้ว เมื่อตะกอนตกนอนก้นแล้ว จะเกิดความสงบขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้น ท่ามกลางความสงบนั้น คือ ความจริง
2.รู้จักผิดชอบชั่วดี- Concience-นั่นคือการมีคุณธรรม ไม่เบียดเบียนใคร สามารถระงับ กาย วาจา ใจ จนเกิดความสุข สงบภายใน
3. การมีจิตที่เป็นอิสระ-Independent Will -มีจิตที่มั่นคง ไม่ถูกชักจูงโดยง่าย โดยอิทธิพลของภายนอก พยายามอย่าให้มีอารมณ์ทางลบเข้ามาครอบครอง ตั้งใจจะทำสิ่งใดที่ดีๆ แล้วต้องทำ ไม่เลิกล้มกลางคัน รวมทั้ง รักษาคำมั่นสัญญาเป็นต้น
4. การมีจินตนาการที่สร้างสรรค์-Creative Imagination
ข้อเขียนนี้ เขียนจากประสบการณ์ชีวิตของตนเอง และอ้างอิงบางส่วนจากข้อเขียนของ ศ.นพ.ดร.วิจิตร บุณยะโหตระ
« « Prev : ธรรมะสำหรับเช้าวันอาทิตย์นี้-20-07-2551
17 ความคิดเห็น
เรื่องปัญญาญาณนี้ ส่วนใหญ่มักเป็นปัญญาที่เกิดขึ้นมา ในเรื่องที่เกี่ยวกับเรื่องความจริงแท้ในชีวิต ที่เกี่ยวกับทางศาสนา เช่น “สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีการเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งเหล่านั้นทั้งหมด ล้วนมีความดับไปเป็นธรรมดา”
แต่ก็มี ที่เป็นความจริงแท้ที่เป็น logic เป็นกฏของทางวิทยาศาสตร์ หรือ ทางคณิตศาสตร์ด้วย (truisms)-The reality of material things.
เมื่อคืน ก่อนนอน นั่งสมาธิสบายๆ แรกๆก็คิดโน่นนี่ไปเรื่อยๆ ต่อมา ความคิดค่อยช้าลงๆ จนจิตสงบ จนตกตะกอน
ในที่สุดก็จะเกิดสมาธินิ่งอยู่นาน ผ่อนคลาย สบายใจ ไม่สับสนวุ่นวาย
จนสามารถมองเห็นเข้าไปยังภายในตนเองตามสภาพความเป็นจริงได้ เหมือนเห็นน้ำในแก้ว เมื่อตะกอนตกนอนก้นแล้ว จะเกิดความสงบขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้น ท่ามกลางความสงบนั้น คือ ความจริง
มีปัญหาในอนาคตอยู่ 1 ข้อ ที่ มีคนในครอบครัวกังวล แต่ ตอนนี้ เรารู้แล้วว่า จะแก้ไขอย่างไร …..แค่เส้นผมบังภูเขาเอง ง่ายๆมากๆ
เพราะเหตุนี้ จึงเป็นชอบอยู่คนเดียว ในบางครั้ง เพราะจะเป็นช่วงที่จิตสงบ และปัญญาก็จะเกิดตามมาแน่นอน
ปัญญาณ ที่เกี่ยวกับกฏของmathematics—-philosophy of mathematics
school of mathematical thought introduced by the 20th-century Dutch mathematician L.E.J. Brouwer that contends the primary objects of mathematical discourse are mental constructions governed by self-evident laws.
Intuitionists have challenged many of the oldest principles of mathematics as being nonconstructive and hence mathematically meaningless.
ในด้าน mathematics มีความเกี่ยวข้องกันของ 3 ลักษณะนี้ค่อนข้างมาก —logicism, intuitionism, and formalism
During the late 19th and early 20th centuries, mathematicians and philosophers of mathematics became preoccupied with the idea of securing a firm foundation of mathematics. That is, they wanted to show that mathematics, as ordinarily practiced, was reliable or trustworthy or certain. It was in connection with this project that logicism, intuitionism, and formalism were developed.
จากเอนไซโคลพีเดีย Britannica
ในทางพระพุทธศาสนา จิตใต้สำนึกระดับลึก คือ จิตที่รวบรวมทั้งความคิด ความรู้สึกที่ดี และไม่ดีของจิตไว้ ถ้าเก็บสิ่งดีๆ ไว้ก็จะเป็น “บารมี” ถ้าเก็บความรู้สึกที่ไม่ดีไว้ก็จะเป็น “อนุสัยกิเลส” ที่นอนเนื่องอยู่ในขันธสันดาน
จิตไร้สำนึก จะอยู่ลึกกว่าจิตใต้สำนึก จะไม่แสดงออกเป็นสำนึก
จิตไร้สำนึกจะควบคุมจิตสำนึก
บ่อยครั้งเรามีประสบการณ์ว่าเราต้องกระทำบางสิ่ง แต่เราไม่สามารถทำได้ ซึ่งเกิดจากจิตใต้สำนึกที่ดึงเรากลับจากการเดินไปข้างหน้า ดังเช่น บางคนไม่เคยตื่นตอนตี 4 แต่มีวันหนึ่งจำเป็นต้องตื่นเพื่อให้ทันรถไฟ หรือเที่ยวบิน เขาปลุกนาฬิกาตี 3 แต่เขากลับตื่นสาย อะไรเกิดขึ้น ทั้งๆ ที่นาฬิกาก็ปลุก แต่เขาปิดมันและนอนต่อ นี่เป็นเพราะอิทธิพลของจิตใต้สำนึกนั้นเอง
จิตเหนือสำนึก ในทางพระพุทธศาสนาก็คือ จิต ณ ภายใน ไม่ว่าจะเป็นจิตที่มีคุณธรรมเป็น หิริ-โอตัปปะ จิตที่มีพรหมวิหารธรรม จิตที่มีมรรค-ผล ภายในตัว ในจิตของเราเป็นต้น เป็นต้น
สัญชาติญาณ (Instinct) คือสิ่งที่มีอยู่แล้ว ในทุกคน
ขั้นที่สองคือ ปรีชาญาณ (Intellect) คือการใช้สมอง
ขั้นที่สาม จึงเป็น เรื่องปัญญาญาณ (Intuition)
แหงนมองไปบนท้องฟ้า เห็นหมู่นกกาบินถลาเป็นฝูงใหญ่ หมู่นกส่วนใหญ่มักบินเป็นรูปตัววี
เป็นการอยู่กับธรรมชาติ และเรียนรู้ที่จะเข้าใจธรรมชาติของหมู่สัตว์ หรือที่เราเรียกว่า สัญชาติญาณ ตั้งแต่เกิด
ในขณะที่ฝูงนกบินเป็นรูปตัววี เมื่อนกตัวหนึ่งกระพือปีก นกที่บินตามมาได้รับแรงยกตัวเพิ่มขึ้น ทำให้ประสิทธิภาพการบินของนกทั้งฝูงนั้นเพิ่มขึ้นเกินครึ่ง มากกว่าการบินเดี่ยวเพียงลำพัง
…คือพลังของหมู่คณะ พลังของความสามัคคี ที่ดีกว่าเป็นศิลปินเดี่ยวเพียงคนเดียว
สวัสดีคะ
ตามมาเรียนรู้คะพี่ ขอบคุณมากคะที่มีอะไรดีๆ มาให้อ่านเสมอ
เย้..ดีใจริงเลยค่ะ ได้เพื่อนอีกคนแล้วว…ว่างๆ ค่อยๆเขียนก้ได้ค่ะ ตอนใจสบายๆนะคะ
ขอบคุณมาก ที่มาเยี่ยม ดีใจที่ได้มาใกล้ชิดกันอีกค่ะ
สัญชาติญาณ (Instinct) คือสิ่งที่มีอยู่แล้ว ในทุกคน
ความหิว เป็นสัญชาติญาณของมนุษย์ทุกคน อย่างหนึ่ง
เป็นอาการที่ร่างกาย บอกว่า กำลังต้องการพลังงาน “Hunger is a physical cue that you need energy.
ถ้ากินพอดีๆ จะเป็นเรื่องที่ถุกต้อง แต่ถ้าเกิดกิเลส กินมากไป ความหิว จะเป็นศัตรูตัวร้ายของเราเช่นกัน
บางที เรากินมากไป แต่บางที เราก็ตั้งใจอดมื้อนั้น มื้อนี้ เสียจนกลายเป็น หิวจนตาลาย ในมื้อต่อๆไป และจนเป็นการกิน เกินความพอดี ในที่สุด
จำได้ค่ะ และขอบคุณที่มาเยี่ยมค่ะ จะไปอ่านบันทึกคุณบ่อยๆเช่นกันค่ะ
สวัสดีค่ะพี่ศศินันท์
รูปไม่ขึ้นเลยค่ะ เป็นข้อคิดข้อเตือนใจ…ขอบคุณมากๆค่ะ
สวัสดีค่ะอาจารย์
แก้ไขแล้วค่ะ วันนี้ เพิ่งมีรูปไม่ขึ้น เพราะเอามาจากโกทูโน สงสัยต้องนำรูปมาใส่ที่นี่โดยตรงแล้วค่ะ
ขอบคุณค่ะ สำหรับเรื่องดีดี