เก็บตกจากวัดป่า

โดย aphsara เมื่อ 20 พฤษภาคม 2011 เวลา 11:20 (เช้า) ในหมวดหมู่ อยากเล่า #
อ่าน: 1792

ทุกช่วงของการปิดเทอม ไม่ว่าจะปิดเทอมระยะยาวช่วงเมษายน หรือว่าระยะสั้น  ดิฉันมักจะหาโอกาสแว้บไปบวชชีที่วัดทุก ๆ ปี    และปีนี้ก็เช่นกัน  ดิฉันเก็บกระเป๋าแต่งชุดขาวไปบวชชีพราหม์ที่วัดเชิงพนมดิน  จังหวัดสุรินทร์ เป็นระยะเวลา 7 วัน

DSC06047 DSC06046

เนื่องจากเดินทางมาวัดตัวคนเดียว  เตรียมอุปกรณ์เครื่องใช้ชุดขาวมาครบ ที่สำคัญ ดอกบัว ธูปเทียนสำหรับขอบวชมาเรียบร้อย   จึงเป็นเรื่องแปลกสำหรับแม่ชี   เพราะนานๆครั้งจะมีผู้หญิงอายุยังไม่เข้าขั้นวัยทอง  เตรียมตัวมาบวชพร้อมขนาดนี้  และครั้งนี้ก็ไม่พ้นกับคำถาม อกหักหรือเปล่าที่มาบวช

เนื่องจากเป็นวัดป่าบริบทโดยรอบ จึงน่าอยู่น่าอาศัยเป็นอย่างมาก  ต้นไม้  ดอกไม้ แข่งกันงามสะพรั่ง  เหล่านกกาส่งเสียงร้องโดยรอบ  อาคารใช้สอยกระทัดรัด   เหมาะสำหรับผู้การบำเพ็ญภาวนา  โดยเฉพาะอัธยาศัยไมตรีของแม่ชีทุก ๆ ท่าน  ดิฉันปลาบปลื้มใจทุกครั้งที่หวลระลึกถึง

DSC06049 DSC06052

หลังจากที่ขอบวชกับหลวงพี่เรียบร้อย   ดิฉันก็เริ่มปฏิบัติหน้าที่  แม่ชี โดยทันที  กิจวัตรประจำวันเริ่มจาก

04.00  - 05.30   ทำวัตรเช้า  และนั่งสมาธิ

05.30  - 07.00   เช็ดถูปัดกวาดศาลา  กวาดโรงครัว  จัดเตรียมสำรับ( เหนื่อยมาก ๆ)

07.00  - 07.30   ฉันอาหาร

07.30 – 08.30   เก็บจานล้าง  ทำความสะอาดโรงอาหาร  บางวันจาน ชาม กองเป็นภูเขา

08.30 – 09.30   ทำภารกิจส่วนตัว  ซักเสื้อผ้า กวาดห้องพัก กวาดบริเวณโดยรอบ

09.30 -  11.00   เตรียมสำรับสำหรับเพล  วันไหนมีญาติโยมมาทำบุญเยอะ  ก็คอยต้อนรับ

11.00  – 11.30   ฉันเพล

11.30  -  12.30   ล้างจานและเก็บกวาดโรงครัว

12.30  -  14.00   ช่วยแม่ชีทำงานโดยทั่วไป  เช่น ปลูกต้นไม้  กวาดถู ศาลา

14.00 –   16.00   เป็นเวลาสำหรับภาวนาในห้องคนเดียว (ชอบมาก วันแรก ๆ หลับประจำ)

16.00 -   17.00   ทำวัตรเย็น นั่งสมาธิ

17.00  -  18.00  มานั่งภาวนาที่ห้องต่อ  บางวันก็กวาดใบไม้รอบ ๆ ที่พัก

18.00   -  19.00  เดินจงกรม และนั่งสมาธิ  รอบดึก พร้อม ๆ กัน

19.00 -   21.00  กลับมานั่งสมาธิ  หรือไม่ก็เดินจงกรม  บางวันเอาหนังสือธรรมะมานั่งอ่าน

21.00     เอนกายนอน พักผ่อนกายา

นี่คือกิจวัตรในแต่ละวัน   เนื่องจากดิฉันเคยเป็นลูกเทวดา  ตื่น 7 โมง มีอาหารตั้งอยู่บนโต๊ะ  รับประทานเสร็จแล้วไปทำงานได้เลย  เสื้อผ้าก็โยนลงเครื่องซัก งานหนัก ๆ ไม่เคยแตะต้อง   เมื่อต้องมาอยู่วัด  เหนื่อยแทบขาดใจ  มือจับไม้กวาด มันพองเป็นปุ่มด้าน ๆ ปวดข้อมือ   ปวดขา มันปวดจนขาสั่นไปหมด   ปวดที่เอวมันเหมือนจะขาดออกจากตัว  แต่ดิฉันไม่กล้าบ่น เพราะอาย  แม่ชีแทบทุกท่านอายุมากกันทั้งนั้น  ไม่เห็นท่านจะบ่นว่าเหนื่อย เห็นท่านทำไปยิ้มไป  เพราะหลายคนอายุมากดิฉันเห็นท่านทำงานหนักนึกสงสาร  เลยอาสาช่วยมันซะทุกเรื่อง  มันก็ยิ่งเหนื่อย  แต่ว่าได้คะแนนเอ็นดูทั้งแม่ชีทั้งพระ มาเกือบเต็ม 10

เมื่องานประจำหนัก  เวลาในการเรียนรู้วิปัสนาที่เป็นเป้าหมายในการเข้าวัดมันก็น้อยลง   แต่กลับรู้สึกว่าทุกครั้งที่นั่งสมาธิ  รู้สึกสบาย  ครั้นพอนั่งไปนาน ๆ เป็นชั่วโมง เริ่มรู้สึกปวดหรือที่เรียกว่ามีเวทนา  ดิฉันเคยอ่านหนังสือพบว่า ให้นำใจไปจดจ่อที่บริเวณที่ปวด ตรงไหนปวดมาก เพ่งมันไปที่นั่น สักพักมันจะหายไป  ดิฉันทดลองดูหลายครั้งมันก็หายปวดจริง ๆ แต่ทว่าพอตรงนี้หาย ตรงโน้นก็ปวด แถมปวดมากเสียด้วย  พอเอาใจไปจดจ่อที่นู่น ที่นู่นก็หาย  ที่โน้นก็ปวดขึ้นมาอีก  อ้าว ! ดูเหมือนว่ากำลังวิ่งไล่จับลม    มาปีนี้เริ่มเข้าใจ  ไม่รู้่ว่าเข้าใจถูกหรือเปล่า   ดิฉันเข้าใจว่า การปวดหรือเวทนามันเป็นธรรมชาติของร่างกาย  มันปวดได้มันก็หายได้  เหมือนคำว่า มีเกิดแล้วก็มีดับ   หากเราไปสนใจเวทนาก็เสียเวลาเปล่า  หลังจากวันนั้นดิฉันนั่งสมาธิได้นานขึ้นโดยที่อาการปวดก็ยังคงอยู่  แต่ไม่ได้ไปใส่ใจมัน   สบายมากขึ้น จนนึกสงสัยว่าตนเองหลับในสมาธิหรือเปล่า  กลับบ้านมาปฏิบัติต่อก็ยังรู้สึกสบาย บางวันเหนื่อยมาก ๆ  ทุกครั้งจะหลับทันที  กลับจากวัดเปลี่ยนนิสัยใหม่  เมื่อรู้สึกเหนื่อยนั่งขาขวาทับขาซ้าย  หลับตาลง พุธโธ สักชั่วโมง  ก็สามารถทำงานต่อไปปกติ โดยที่ไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย  แอบหลับในสมาธิหรือเปล่าน๊า  ข้อสงสัยนี้ดิฉันจะต้องหาคำตอบต่อไป

แง่คิดที่ดิฉันเอาเก็บมาคิดและจำได้ตลอดจากวัดคือแม่ชีท่านหนึ่ง  ท่านจะเดินไปตลาดเพื่อซื้อของใช้เป็นประจำ    ระยะทางไปกลับ 8 กิโลเมตร  ยายชีแก่ ๆ เดินไปตามถนนที่แดดร้อน ๆ รถวิ่งกันขวักไขว่ไม่นั่งรถโดยสาร   ไม่โบกรถง้อผู้ใด  เดินไปเรื่อย ๆ ขากลับถือข้าวของพะรุงพะรังกลับมาจากตลาด  ดิฉันเห็นแล้วตกใจ  ถามท่าน ว่าทำไมไม่นั่งรถโดยสาร ท่านบอกขี้เกียจรอ  อีกอย่างท่านเดินจนชินแล้ว  ดิฉันเหลือบไปเห็นข้าวของในมือที่ถือมา  ถุงหูหิ้วน้ำหนักมากพอดู  ทำให้มีรอยแดง ๆ ในฝ่ามือ  ดิฉันแอบน้ำตาซึม   เหตุการณ์ครั้งนี้สะเทือนใจดิฉันอย่างแรง  กลับมานั่งคิด คิดแล้วคิดอีก  เดินไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวมันก็ถึง ทำไมจะต้องรอพึ่งคนอื่น   ใครจะจอดรถรับหรือไม่ ไม่สนใจ  ไม่อายที่จะเดิน ใช่แล้วดิฉันกำลังได้รับบทเรียน  เพราะตลอดชีวิตของการทำงาน  ต้องหวังพึ่งหรือสนใจเสียงรอบตัวเรื่อยมา  เหนื่อยหน่อยไม่มีทางยอมทำ  ทิ้งตั้งแต่คิดจะทำ   น่าอายแท้ ๆ ดิฉันอายแม่ชีแก่ ๆ ท่านนี้   หากคิดเหมือนแม่ชีสักนิด  ทำไปเรื่อยๆ เดี๋ยวมันก็เสร็จ ใครจะช่วยหรือไม่ช่วย จะสนทำไม   ทำเรื่องดี ๆ ไม่เห็นต้องอาย     เข้าวัดครั้งนี้ดิฉันคุ้มเหนื่อยก็เพราะบทเรียน  บทนี้ค่ะ

Picture 210

Post to Twitter Tweet This Post

« « Prev : จะไหวไหมเนี่ย ?

Next : ขอโอกาสให้คนดีคืนสู่สังคม » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

7 ความคิดเห็น

  • #1 น้ำฟ้าและปรายดาว ให้ความคิดเห็นเมื่อ 20 พฤษภาคม 2011 เวลา 12:20 (เย็น)

    เป็นความตั้งใจที่น่ารักจังค่ะ( เจ้าของลานก็สวยน่ารักด้วย ^ ^) อนุโมทนาด้วยคนนะคะ

    เห็นด้วยว่าถ้าเราไม่สนใจ เวทนาจะหายไปเองค่ะ เพราะเคยทั้งดูเวทนา กับไม่ดูเวทนาตามจิตไปเรื่อยๆพบว่าไม่ดูเวทนาสอดคล้องกับจริตมากกว่า

  • #2 ป้าหวาน ให้ความคิดเห็นเมื่อ 20 พฤษภาคม 2011 เวลา 12:55 (เย็น)

    อนุโมทนาค่ะ ขอบคุณที่ได้ถ่ายทอดเรื่องราวดีๆให้ได้ติดตามไปด้วยอีกคนค่ะ  : )

  • #3 maeyai ให้ความคิดเห็นเมื่อ 20 พฤษภาคม 2011 เวลา 4:25 (เย็น)

    เก่งมากๆค่ะ ที่นั่งได้เป็นชั่วโมง  เพราะเท่าที่ตัวเองเคยฝึก ครึ่งชั่วโมงก็รู้สึกนานมากๆแล้วค่ะ

  • #4 aphsara ให้ความคิดเห็นเมื่อ 20 พฤษภาคม 2011 เวลา 5:43 (เย็น)
    คุณน้ำฟ้าและปรายดาวคะ  ดิฉันเองพึ่งจะมาเข้าใจก็ปีนี้ค่ะ  เข้าวัดมาตั้งนานพึ่งจะรู้   หากคุณน้ำฟ้าและปรายสนใจวิปัสนาด้วย วันหลังคงต้องเรียนรู้ด้วยแล้วหล่ะค่ะ    ขอบคุณสำหรับคำชมนะคะ   รู้สึกถึงใจมันพองโตขึ้นด้วยหล่ะAnimated Emoticons
  • #5 aphsara ให้ความคิดเห็นเมื่อ 20 พฤษภาคม 2011 เวลา 5:45 (เย็น)
    ป้าหวานคะ  ดีใจที่ป้าหวานชอบเรื่องนี้นะคะ  แล้วก็ขอบคุณมากๆ ด้วยค่ะ Animated Emoticons
  • #6 aphsara ให้ความคิดเห็นเมื่อ 20 พฤษภาคม 2011 เวลา 5:50 (เย็น)
    Maeyai คะ ดิฉันพึ่งอายุ 34 ค่ะ ก็พอ จะทนได้  อีกอย่างก็เคยฝึกมานานแล้วหล่ะ  ชอบใจคำสอนของหลวงพ่อจรัล  จังหวัดสิงห์บุรีท่านกล่าวว่า  นั่งสมาธินาน ๆ ให้เจอเวทนา  ลองดูซิว่าเวทนานั้นมันเจ็บปวด ทรมานเท่าใด เกือบตายเลยใช่ไหม  หากเราทนได้  ก็เหมือนกันว่าเหตุการณ์ใด ๆ ที่ผ่านมาในชีวิต ไม่ว่าจะลำบากยากเย็นสักเท่าไร  มันจะกลายเป็นเรื่องจิ๊บๆ ทันที  เพราะเวทนาที่หนักหนาจากการนั่งสมาธิ  เราได้ผ่านมันมาแล้ว Animated Emoticons
  • #7 ทวิช จิตรสมบูรณ์ ให้ความคิดเห็นเมื่อ 23 พฤษภาคม 2011 เวลา 2:44 (เช้า)

    มหาโมทนา
    แต่
    แต่ คนบ้าๆและกล้าดีอย่างคุณ
    ถ้าเกิดเป็นผู้ชาย  บวช ห่มผ้าเหลือง

    และมีโอกาสนำเสนอในเวทีที่ “ดีๆ”
    ป่านนี้อาจดังกว่าพระกำมะลอ ที่ดังๆ หลายคนไปแล้ว
    หรืออาจดีกว่าแม่ชีกำมะลีที่รวยๆ ด้วยซ้ำ

    นี่พูดแบบแรงๆ ให้มันสะเทือน เปื้อนโลกย์เล่นนะ


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.053474903106689 sec
Sidebar: 0.0091750621795654 sec