อาหารมื้อแรกที่อุดมไซ

อ่าน: 533

อ้ายโนพาคณะขึ้นรถขับออกไปผ่าน 4 แยกไปประมาณ 400 เมตร ตามเส้นทางหลักถึง 3 แยกแล้วเลี้ยวซ้าย ซึ่งแถวนี้เป็นย่านร้านอาหารสำหรับคนกลางคืน ผมสังเกตเห็นโรงแรม เกสต์เฮ้า หรือเฮือนพักสำหรับนักท่องเที่ยวผุดขึ้นเต็มไปหมด ด้วยเหตุที่เมืองอุดมไชยเป็นจุดเชื่อม (hub) ที่จะผ่านไปยังเมืองท่องเที่ยวอื่นๆ ทั้งภายในประเทศลาวเอง และต่างประเทศ เช่น ไทย จีน เวียดนาม

ก็คงคล้ายๆ เมืองพิษณุโลกของบ้านเราที่มี 4 แยกอินโดจีนไว้รองรับการพัฒนาด้านการท่องเที่ยว การค้า ในแถบภูมิภาคนี้ แต่ก็มีสภาพเป็น 4 แยก ที่จะพาเอารถหลงทางไปง่ายๆ ผมเห็นการเตรียมรับการท่องเที่ยวของลาวแล้ว ดูครบวงจรดี ทั้งวิถีชีวิต วัฒนธรรม อัธยาศัยไมตรี ที่พัก ร้านอาหาร ธนาคาร จะด้อยก็เพียงถนนหนทางเท่านั้นที่ไม่สะดวกเท่าที่ควร
ร้านชิ้นดาด คือร้านที่อ้ายโนเลือกสำหรับอาหารมื้อเย็น ผมยังไม่ลงจากรถ สายตาจ้องอยู่ที่ร้านอาหารที่อยู่ถัดไปไม่ไกล เป็นร้านสไตล์คันทรี มีเสียงเพลงจังหวะ 3 ช่า ลอยมาพอให้คึกคัก ผมหันไปถามคนที่นั่งข้างๆ ว่า ทำไมไม่จอดที่ร้านโน้น อ้ายโนได้ยินก็เลยบอกว่า เป็นร้านของวัยรุ่นเขาเรามากินข้าว กินเสร็จแล้วก็กลับไปนอน พรุ่งนี้จะได้ตื่นแต่เช้าเดินทางต่อ ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่ๆ กระโดดลงจากรถพร้อมกับบ่นเบาๆ ว่า แล้วนี่ไม่ใช่วันรุ่นหรือว่ะ เจ้าเบิ้มแอบมากระซิบข้างหูผมว่า ตามใจเขาไปก่อน เดี๋ยวกลับโรงแรมแล้ว เราค่อยออกไปเที่ยวต่อ ผมพยักหน้าหงึกๆ แล้วเดินตามอ้ายโนเข้าร้านไป
ภายในร้านมีโต๊ะไม้ที่เจาะรูสำหรับวางเตาอั้งโล่ตั้งอยู่ ประมาณ 10 ตัว ผมเห็นโต๊ะแล้วนึกถึงร้านหมูกระทะแถวๆ บ้าน ก็เกิดอาการผะอืดผะอม เพราะผมไม่ชอบหมูกระทะที่ต้องสาละวนกับการย่างเนื้อจนเหงื่อหยด สุกบ้าง ดิบบ้าง ไหม้บ้าง ผมชอบที่จะนั่งกินสบายๆ เสื้อผ้าและผมบนหัวก็ไม่เหม็นด้วย ตอนที่หมูกระทะบูมใหม่ๆ ในบ้านเรา เป็นช่วงที่ผมแทบจะไม่ทานข้าวนอกบ้านเลย ขนาดไปอบรมที่ ม. แม่โจ้เชียงใหม่ หาร้านอาหารแบบกินไปจิบไป ฟังเพลงไปไม่เจอเลย มีแต่ร้านหมูกระทะ ผมถามน้องนายของผมว่า ถ้าจะกินหมูกระทะ ผมขอจ้างเด็กเสริฟมาย่างให้กินจะได้ไหม แม่ขมองอิ่มหันขวับมาทำตาเขียวใส่แล้วบอกว่า ขับรถหาร้านไปเรื่อยๆ จะไกลแค่ไหนก็ไปกัน มีอย่างที่ไหนกัน จะให้สาวเสริฟมาย่างให้กิน นี่ขนาดมาด้วยกันยังออกลายขนาดนี้เลยนะ อีตาบ้า
อ้ายโนได้รับมอบหมายให้เป็นคนสั่งอาหาร เพราะคณะจากเมืองไทยไม่ถนัดเรื่องภาษาในเมนูอาหาร และอีกอย่างหนึ่งคือแต่ละคนหิวกันจนตาลายชนิดกินช้างได้ทั้งตัว อ้ายโนกวักมือเรียกเด็กเสริฟพร้อมกับสั่งอาหารทันที เอาเบียร์ 2 แก้ว (ขวด) จอก 6 อัน น้ำก้อน 1 คุถัง เจ้าเบิ้มท้วงว่าทำไมไม่สั่งอาหารก่อนหิวกันแล้ว อ้ายโนตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า สั่งอาหารก่อนไม่เคยได้กินก่อนสักครั้ง สั่งเบียร์ทีหลังได้กินก่อนทุกครั้งไป คราวนี้เลยสั่งเบียร์ก่อนจะได้จิบขณะรออาหารไง ผมอึ้งกับคำตอบซื่อๆ ของอ้ายโน แต่ก็ทำให้ทุกคนยิ้มออกมาได้และพลอยหายหิวไปได้เยอะเลย


ชิ้นดาด ก็คือเนื้อล้วนๆ มีทั้งเนื้อปลา หมู วัว เก้ง กวาง จะย่างแบบหมูกระทะ หรือจะตั้งหม้อน้ำซุปทำเป็นปลา หมูจุ่มก็ได้ อ้ายโนอธิบาย คณะของเราเลือกเป็นปลาจุ่ม 2 ชุด ส้มตำและข้าวเหนียว สักพักเด็กเสริฟก็ยกเอาเตาถ่านมาตั้งในหลุมบนโต๊ะ พร้อมกับวางหม้อดินใบเขื่องเติมน้ำซุปแล้วปิดฝาหม้อไว้ ก่อนที่จะกลับไปยกเอาถาดใส่ผักนา นาชนิด มาจนพูน จากนั้นก็ทยอยเอาน้ำจิ้มมาถ้วยใหญ่ และมีถ้วยน้ำจิ้มเล็กๆ สำหรับแบ่งมาปรุงเพิ่มเติมตามความชอบของแต่ละคน เขาจะมีถ้วยใส่พริกขี้หนูซอย กระเทียมสดซอย กระเทียมดอง น้ำปลา น้ำตาล และมะนาวผ่าซีกมาให้ปรุง เนื้อปลาถูกแล่เป็นแว่นบางๆ ขนาดเหรียญ 10 บาทบ้านเรา ยาวประมาณ 3 นิ้ว วางเรียนเป็นวงกลม 2 ชั้น บนจานขนาด 12 นิ้ว เขานำปลาแม่น้ำที่มีอย่างอุดมสมบูรณ์มาเป็นเมนูเด็ดของร้านชิ้นดาดครับ
ผมซดเบียร์รอให้น้ำเดือดพร้อมกับสำรวจถาดผักว่ามีผักอะไรบ้าง ก็มีผักกาดขาว ผักบุ้ง เห็ดฟาง ใบโหระพา ยอดต้นถั่วลันเตา ที่อ้ายโนเรียกว่าบักถั่วน้อย แล้วก็มีวุ้นเส้นอีกนิดหน่อย พอนำเดือดผักต่างๆ ก็ถูกลำเลียงลงสู่หม้อ ตามด้วยเนื้อปลา ก่อนที่จะถูกลำเลียงลงกระเพาะอาหารเป็นลำดับสุดท้าย รสชาติของอาหารเอร็ดอร่อยจนทำให้เสียงของการสนทนาเงียบไป แต่ละคนดูตั้งหน้าตั้งตากิน จนต้องสั่งเพิ่มอีก 2 ชุด อิ่มหนำสำราญกันทั่วหน้า 6 คนในราคาไม่ถึง 1,000 บาท
อ้ายโนขับรถพาคณะกลับโรงแรมมีเพียงคุณนายคนเดียวเท่านั้นที่ขอตัวไปพักผ่อน นอกนั้นตามผมกับเจ้าเบิ้มไปตลุยราตรีเมืองอุดมไชยกันต่อ

โดนบล๊อก บ้าๆ เบียดเลยมาอัพซะหน่อย

คำสำคัญ: , , , ,

บันทึกนี้โพสต์เมื่อ วันที่ วันอังคาร, 16 ธันวาคม 2008 เวลา 8:06 (เช้า) และจัดไว้ในหมวดหมู่ ไม่ได้จัดหมวดหมู่. ติดตามอ่านการแสดงความเห็นได้ที่ฟีดนี้ RSS 2.0. คุณสามารถจะ ฝากความคิดเห็นไว้, หรือ แทร็กย้อนหลัง จากเว็บไซต์ของคุณได้.


6 ความคิดเห็น ในบันทึก “อาหารมื้อแรกที่อุดมไซ”

#1:: น้ำฟ้าและปรายดาว 16 ธันวาคม 2008 เวลา 8:39 (เช้า)

ไม่รู้เป็นอะไร เห็นภาษาลาวทีไรชอบที่จะเดาทู้กที

ป้ายที่เห็นเดาว่า..กระทรวงป้องกันความสงบ(มีหรือเปล่าบ่ฮู้ อิอิอิ) บริษัทบริการรักษาความปลอดภัยจำกัด อันนี้เดาง่ายค่ะเพราะมีภาษาปะกิดติดอยู่

จากหน้าตาของอาหารที่เล่ามานึกถึงจิ้มจุ่มของอีสานจัง การถ่ายทอดวัฒนธรรมผ่านภาษาและอาหารก็เป็นการถ่ายโอนที่น่าสนใจนะคะ  ว่าแต่ได้ไป”รำวง”กับผู้สาวลาวบ่คะ?

#2:: themiti 16 ธันวาคม 2008 เวลา 9:02 (เช้า)

หมอเบิร์ดครับ..เก่งมากครับอ่านได้ถูกต้อง เอาไว้ตอนหน้าจะเอาแบบเฮียนอ่าน เฮียนเขียนภาษาลาวมาฝาก เอาไว้ฝึกอ่านเขียนกันเล่นๆ ครับ สำหรับผมคงจำเป็นต้องใช้ครับ เพราะมีเพื่อนอยู่หลวงพระบางต้องอ่าน เขียน พูด ภาษาเมืองหลวงบ่อยๆ และตอนนี้กำลังวางแผนทำทัวร์ราคาประหยัดกันอยู่ครับ
พูดถึงรำวงผมยังเสียดายอยู่เลยครับ เพราะต้องดูแลลูกทัวร์หนุ่มสาว ที่ดันไปงอนกันในเธค ฝ่ายสาวเจ้าก็แถไปเค้นกับหนุ่มสาวให้เจ้าหนุ่มหึงเล่นๆ เจ้าหนุ่มไทยออกไปเรียกให้มานั่ง หนุ่มลาวก็ไม่พอใจ ทำให้ผู้พันลาวตัวปลอม(ข้าน้อยเอง..อิอิ)ออกไปลากตัวออกมา (ลากจริงๆ ครับ) เลยรำวงไม่ได้เพราะดันเป็นผู้พันซะก่อน ได้แต่นั่งกอดอกดูเขารำวงกัน..รู้งี้เป็นยามดีกว่า..555

#3:: จอมป่วน 16 ธันวาคม 2008 เวลา 8:40 (เย็น)

น่าจะให้คุณนายนอนก่อน  แล้วค่อยออกมาให้สาวนั่งตักปิ้งจิ๊นหื้อกิ๋นแกล้มเบียร์  ตายเป็นตาย  ฮ่าๆๆๆๆๆๆ

#4:: สิทธิรักษ์ 17 ธันวาคม 2008 เวลา 9:45 (เช้า)

วัยสรุ่น  อิอิ    ลุยไปเล๊ย อีกไม่กี่ปีก็จะเฝ้าบ้านแล้ว  ระวังหน่อยอย่าให้กระเป๋าเบาเหมือนกระบาลนะ     ฮ่าๆๆๆๆๆๆ

#5:: themiti 17 ธันวาคม 2008 เวลา 12:18 (เย็น)

ผมน่าจะปรึกษาคุณหมอก่อนนะเนี่ย…ผมนอกจากกบาลเบาแล้วยังอ่อนต่อโลกอีกมาก..ไม่รู้ว่าต้องวิ่งอีกเท่าไหร่ถึงจะตามคุณหมอทัน..5555555555

#6:: themiti 17 ธันวาคม 2008 เวลา 12:24 (เย็น)

ป๋าครับ…ฟันยังดีพอที่จะเคี้ยวจี้นลาวปิ้งมั๊ยครับ..หรือว่าเดี๋ยวนี้เคี้ยวแต่ของอ่อนๆ  ป๋าครับขอคู่มือเฝ้าบ้านให้ผมสักเล่มสิครับ เอาของเก่าก็ได้ คิกๆ

ร่วมแสดงความคิดเห็น

*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word

Main: 0.207771062851 sec
Sidebar: 0.093327999115 sec