<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:itunes="http://www.itunes.com/dtds/podcast-1.0.dtd"
	xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/"
>

<channel>
	<title>ลานกบาลเบา</title>
	<atom:link href="http://lanpanya.com/themiti/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://lanpanya.com/themiti</link>
	<description>สัพเพเหระ</description>
	<pubDate>Fri, 11 Dec 2009 08:48:47 +0000</pubDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.5.1</generator>
	<language>en</language>
		<!-- podcast_generator="podPress/8.8" -->
		<copyright>&#xA9; </copyright>
		<managingEditor>themiti@gmail.com ()</managingEditor>
		<webMaster>themiti@gmail.com()</webMaster>
		<category></category>
		<itunes:keywords></itunes:keywords>
		<itunes:subtitle></itunes:subtitle>
		<itunes:summary>Just another ลานปัญญา weblog</itunes:summary>
		<itunes:author></itunes:author>
		<itunes:category text="Society &amp; Culture"/>
		<itunes:owner>
			<itunes:name></itunes:name>
			<itunes:email>themiti@gmail.com</itunes:email>
		</itunes:owner>
		<itunes:block>No</itunes:block>
		<itunes:explicit>no</itunes:explicit>
		<itunes:image href="http://lanpanya.com/themiti/wp-content/plugins/podpress/images/powered_by_podpress_large.jpg" />
		<image>
			<url>http://lanpanya.com/themiti/wp-content/plugins/podpress/images/powered_by_podpress.jpg</url>
			<title>ลานกบาลเบา</title>
			<link>http://lanpanya.com/themiti</link>
			<width>144</width>
			<height>144</height>
		</image>
		<item>
		<title>รำลึกเมื่อวันวาน</title>
		<link>http://lanpanya.com/themiti/archives/257</link>
		<comments>http://lanpanya.com/themiti/archives/257#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 11 Dec 2009 08:47:44 +0000</pubDate>
		<dc:creator>themiti</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ไม่ได้จัดหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/themiti/?p=257</guid>
		<description><![CDATA[
“รำลึกเมื่อวันวาน” เป็นบันทึกการเดินทางไปแสวงบุญตามรอยบาทพระศาสดา ของคณะลูกศิษย์หลวงปู่ ที่ผู้เขียนเริ่มต้นจากสนามบินสุวรรณภูมิไปแสวงบุญยังดินแดนพุทธภูมิ และกลับมาสุวรรณภูมิเช่นเดิม

                ผู้เขียนมีความตั้งใจที่จะบอกเล่าประสบการณ์ในมุมมองของตนเองด้วยภาษาที่ง่าย ชวนติดตาม สอดแทรกอารมณ์ขันเพื่อลดทอนความระทึกของเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นได้ทุกเวลาขณะเดินทางไปในพุทธสถานทุกที่
สิ่งสำคัญเหนืออื่นใด คือ ผู้เขียนต้องการสร้างหนังสือเล่มนี้ถวายแด่ “หลวงปู่” เพื่อทดแทนพระคุณของครูบาอาจารย์ และเป็นที่ระลึกให้กับผู้สมทบกองทุนสร้างพระธาตุองค์ใหม่ที่หลวงปู่มีดำริจะสร้างไว้ให้เป็นสมบัติของพระศาสนาสืบต่อไป นับว่าเป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทีที่สมประโยชน์กันหลายฝ่ายอันควรสรรเสริญ
จากคำนำของหนังสือ รำลึกเมื่อวันวาน ของ มิคาพร
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img src="http://lanpanya.com/themiti/files/2009/12/e0b89be0b881e0b8ade0b8b4e0b899e0b980e0b894e0b8b5e0b8a202.jpg" alt="" width="283" height="383" /></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><strong><span style="font-size: 16pt;"><span style="font-family: Times New Roman;">“</span></span><span style="font-family: " lang="TH">รำลึกเมื่อวันวาน</span><span style="font-size: 16pt;"><span style="font-family: Times New Roman;">”</span></span><span style="font-family: " lang="TH"> เป็นบันทึกการเดินทางไปแสวงบุญตามรอยบาทพระศาสดา ของคณะลูกศิษย์หลวงปู่ ที่ผู้เขียนเริ่มต้นจากสนามบินสุวรรณภูมิไปแสวงบุญยังดินแดนพุทธภูมิ และกลับมาสุวรรณภูมิเช่นเดิม</span></strong></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><strong><span style="font-size: 16pt;"><span id="more-257"></span></span></strong></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-family: " lang="TH"><strong><span style="mso-tab-count: 1;">                </span>ผู้เขียนมีความตั้งใจที่จะบอกเล่าประสบการณ์ในมุมมองของตนเองด้วยภาษาที่ง่าย ชวนติดตาม สอดแทรกอารมณ์ขันเพื่อลดทอนความระทึกของเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นได้ทุกเวลาขณะเดินทางไปในพุทธสถานทุกที่</strong></span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 0pt;"><strong><span style="font-family: " lang="TH">สิ่งสำคัญเหนืออื่นใด คือ ผู้เขียนต้องการสร้างหนังสือเล่มนี้ถวายแด่ </span><span style="font-size: 16pt;"><span style="font-family: Times New Roman;">“</span></span><span style="font-family: " lang="TH">หลวงปู่</span><span style="font-size: 16pt;"><span style="font-family: Times New Roman;">”</span></span><span style="font-family: " lang="TH"> เพื่อทดแทนพระคุณของครูบาอาจารย์ และเป็นที่ระลึกให้กับผู้สมทบกองทุนสร้างพระธาตุองค์ใหม่ที่หลวงปู่มีดำริจะสร้างไว้ให้เป็นสมบัติของพระศาสนาสืบต่อไป นับว่าเป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทีที่สมประโยชน์กันหลายฝ่ายอันควรสรรเสริญ</span></strong></p>
<p style="text-align: left;">จากคำนำของหนังสือ รำลึกเมื่อวันวาน ของ มิคาพร</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/themiti/archives/257/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ยามเช้าที่อุดมไชย</title>
		<link>http://lanpanya.com/themiti/archives/248</link>
		<comments>http://lanpanya.com/themiti/archives/248#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 09 Jul 2009 02:58:21 +0000</pubDate>
		<dc:creator>themiti</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ไม่ได้จัดหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/themiti/?p=248</guid>
		<description><![CDATA[ เสียงนาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์มือถือดังขึ้นตอนตี  ๕ ครึ่ง ผมรีบตื่นขึ้นมาเตรียมตัวออกไปทักทายดวงอาทิตย์ ดวงที่ผมรู้จักคุ้นเคยเป็นอย่างดีเป็นเวลาถึง  ๔๕ ปี ในเมืองไทย  เมื่อคราวจะได้พบกันยามอยู่ต่างถิ่น ต่างแดนเช่นนี้ ทำให้ผมตื่นเต้นดีใจและเกิดความมั่นใจยิ่งขึ้นว่าอย่างน้อยที่สุดก็มีผู้ที่เรารู้จักคุ้นเคยแวะเวียนมาทักทายแต่เช้าตรู่แล้วอยู่กับผมทั้งวัน ก่อนที่จะผลัดเปลี่ยนให้เจ้าหญิงแห่งรัตติกาลพาหมู่เดือนดารามากระพริบแสงเป็นเพื่อนยามค่ำคืน

 
ผมเดินมาที่หน้าต่างกลางห้องชะโงกดูบรรยากาศของเมืองอุดมไชยยามเช้า มองไปทางวัดบนยอดเขาที่ผมเห็นแสงไฟในตอนกลางคืน แต่ก็ไม่เห็นอะไรเพราะยังเช้ามืดอยู่เลย จึงเดินไปล้างหน้าล้างตาแต่งตัวเสร็จแล้วก็เตรียมกล้องวีดีโอ กล้องดิจิตอลใส่กระเป๋าคาดเอวใบใหญ่ จากนั้นก็ควงคุณนายเดินลงมาสูดอากาศบริสุทธิ์ที่ลานจอดรถของโรงแรม ผมขยับแขนขายืดเส้นยืดสายกระตุ้นกล้ามเนื้อให้ตื่นตัว เพราะดูรายการเช้านี้แล้วต้องเดินกันเยอะทีเดียว
                ก่อนแสงแรกจะโผล่จากเหลี่ยมเขา ผมจูงมือคุณนายเดินดุ่มๆ ข้ามถนนบริเวณสี่แยกหน้าโรงแรมมุ่งตรงไปยังเป้าหมายคือวัดบนยอดเขาทันที เพราะอยากเก็บภาพแสงสีทองที่ขอบฟ้าสาดส่องกระทบกับเจดีย์อย่างนุ่มนวล อ่อนน้อม  ผมเดินไปถึงตีนเขามองหาบันไดทางขึ้นก็ไม่เจอ เดินวนเวียนอยู่หลายรอบจนมาสะดุดเอากับป้ายบอกทางที่ชี้ขึ้นไปบนยอดเขาว่า &#8220;ลาวโทรคม&#8221; ผมชี้ให้คุณนายดูป้ายที่อยู่ตรงหน้า เธอพยายามสะกดอยู่พักหนึ่งก่อนจะหัวเราะจนน้ำตาเล็ดแล้วหันมาฉีกยิ้มกว้างกับผม พร้อมกับพูดปนยิ้มว่า เมื่อคืนเจ้านายไหว้เสาโทรศัพท์ลาวตั้งหลายเที่ยวคงหลับฝันดีน่าดูเลยสิ ฮ่าๆ ผมแหงนหน้าขึ้นไปยอดเขาเห็นเสาโทรศัพท์ตั้งตระหง่านแสงแดดส่องกระทบจานส่งสัญญาณสะท้อนเข้าตาผมแว๊บๆ ทำให้สมองของผมวิ่งย้อนไปถึงเหตุการณ์ครั้งเมื่อผมยังเป็นเด็กได้ไปอยู่กับคุณพ่อที่ชุดคุ้มครองหมู่บ้านแห่งหนึ่งและเกิดตำนานความเชื่อเจ้าพ่อภูสูงขึ้น

                เรื่องเริ่มต้นจากการที่คุณพ่อพาลูกน้องขึ้นดอยไปเยี่ยมพี่น้องชาวเขา ชักชวนให้เลิกรุกป่าและย้ายลงมาอยู่ตีนดอยเพื่อรักษาป่าต้นน้ำและง่ายต่อการให้ความช่วยเหลือด้านความเป็นอยู่ และสาธารณสุข ในการเดินทางได้เตรียมข้าวของ หยูกยา อาหารกระป๋องไปฝากพี่น้องบนดอยด้วย ช่วงหนึ่งของการเดินทางได้แวะพักแรมกางเต็นท์อยู่ริมห้วย ประกอบอาหารกินกันง่ายๆ  ส่วนผมนั้นปลากระป๋องตราปูตลับวงรี แบนๆ ขนาดเท่าฝ่ามือนั้นเอร็ดอร่อยจนลืมเหนื่อยเลยหละครับ  หลังกินข้าวเสร็จผมก็ถือโอกาสเดินไปเล่นริมห้วยใช้มืองมล้วงตามซอกหิน จับปู จับปลา ซ้อมมือเล่น จากนั้นก็นำตลับปลากระป๋องมาล้างเอากระดาษห่อด้านข้างออกแล้วใช้ตักน้ำ ตักทรายเล่นอย่างเพลิดเพลิน
                หลังจากเล่นเสร็จแล้วครั้นจะโยนทิ้งก็เสียดาย เลยคิดจะเก็บไว้เล่นตอนขากลับด้วย จึงปีนต้นไม้เอากระป๋องไปซุกไว้บนคบไม้  แต่บังเอิญตอนขากลับคุณพ่อได้เปลี่ยนเส้นทาง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p> เสียงนาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์มือถือดังขึ้นตอนตี  ๕ ครึ่ง ผมรีบตื่นขึ้นมาเตรียมตัวออกไปทักทายดวงอาทิตย์ ดวงที่ผมรู้จักคุ้นเคยเป็นอย่างดีเป็นเวลาถึง  ๔๕ ปี ในเมืองไทย  เมื่อคราวจะได้พบกันยามอยู่ต่างถิ่น ต่างแดนเช่นนี้ ทำให้ผมตื่นเต้นดีใจและเกิดความมั่นใจยิ่งขึ้นว่าอย่างน้อยที่สุดก็มีผู้ที่เรารู้จักคุ้นเคยแวะเวียนมาทักทายแต่เช้าตรู่แล้วอยู่กับผมทั้งวัน ก่อนที่จะผลัดเปลี่ยนให้เจ้าหญิงแห่งรัตติกาลพาหมู่เดือนดารามากระพริบแสงเป็นเพื่อนยามค่ำคืน</p>
<p><span id="more-248"></span></p>
<p> </p>
<p>ผมเดินมาที่หน้าต่างกลางห้องชะโงกดูบรรยากาศของเมืองอุดมไชยยามเช้า มองไปทางวัดบนยอดเขาที่ผมเห็นแสงไฟในตอนกลางคืน แต่ก็ไม่เห็นอะไรเพราะยังเช้ามืดอยู่เลย จึงเดินไปล้างหน้าล้างตาแต่งตัวเสร็จแล้วก็เตรียมกล้องวีดีโอ กล้องดิจิตอลใส่กระเป๋าคาดเอวใบใหญ่ จากนั้นก็ควงคุณนายเดินลงมาสูดอากาศบริสุทธิ์ที่ลานจอดรถของโรงแรม ผมขยับแขนขายืดเส้นยืดสายกระตุ้นกล้ามเนื้อให้ตื่นตัว เพราะดูรายการเช้านี้แล้วต้องเดินกันเยอะทีเดียว</p>
<p>                ก่อนแสงแรกจะโผล่จากเหลี่ยมเขา ผมจูงมือคุณนายเดินดุ่มๆ ข้ามถนนบริเวณสี่แยกหน้าโรงแรมมุ่งตรงไปยังเป้าหมายคือวัดบนยอดเขาทันที เพราะอยากเก็บภาพแสงสีทองที่ขอบฟ้าสาดส่องกระทบกับเจดีย์อย่างนุ่มนวล อ่อนน้อม  ผมเดินไปถึงตีนเขามองหาบันไดทางขึ้นก็ไม่เจอ เดินวนเวียนอยู่หลายรอบจนมาสะดุดเอากับป้ายบอกทางที่ชี้ขึ้นไปบนยอดเขาว่า &#8220;ลาวโทรคม&#8221; ผมชี้ให้คุณนายดูป้ายที่อยู่ตรงหน้า เธอพยายามสะกดอยู่พักหนึ่งก่อนจะหัวเราะจนน้ำตาเล็ดแล้วหันมาฉีกยิ้มกว้างกับผม พร้อมกับพูดปนยิ้มว่า เมื่อคืนเจ้านายไหว้เสาโทรศัพท์ลาวตั้งหลายเที่ยวคงหลับฝันดีน่าดูเลยสิ ฮ่าๆ ผมแหงนหน้าขึ้นไปยอดเขาเห็นเสาโทรศัพท์ตั้งตระหง่านแสงแดดส่องกระทบจานส่งสัญญาณสะท้อนเข้าตาผมแว๊บๆ ทำให้สมองของผมวิ่งย้อนไปถึงเหตุการณ์ครั้งเมื่อผมยังเป็นเด็กได้ไปอยู่กับคุณพ่อที่ชุดคุ้มครองหมู่บ้านแห่งหนึ่งและเกิดตำนานความเชื่อเจ้าพ่อภูสูงขึ้น</p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://lanpanya.com/themiti/files/2009/07/s45.jpg" alt="" /></p>
<p>                เรื่องเริ่มต้นจากการที่คุณพ่อพาลูกน้องขึ้นดอยไปเยี่ยมพี่น้องชาวเขา ชักชวนให้เลิกรุกป่าและย้ายลงมาอยู่ตีนดอยเพื่อรักษาป่าต้นน้ำและง่ายต่อการให้ความช่วยเหลือด้านความเป็นอยู่ และสาธารณสุข ในการเดินทางได้เตรียมข้าวของ หยูกยา อาหารกระป๋องไปฝากพี่น้องบนดอยด้วย ช่วงหนึ่งของการเดินทางได้แวะพักแรมกางเต็นท์อยู่ริมห้วย ประกอบอาหารกินกันง่ายๆ  ส่วนผมนั้นปลากระป๋องตราปูตลับวงรี แบนๆ ขนาดเท่าฝ่ามือนั้นเอร็ดอร่อยจนลืมเหนื่อยเลยหละครับ  หลังกินข้าวเสร็จผมก็ถือโอกาสเดินไปเล่นริมห้วยใช้มืองมล้วงตามซอกหิน จับปู จับปลา ซ้อมมือเล่น จากนั้นก็นำตลับปลากระป๋องมาล้างเอากระดาษห่อด้านข้างออกแล้วใช้ตักน้ำ ตักทรายเล่นอย่างเพลิดเพลิน</p>
<p>                หลังจากเล่นเสร็จแล้วครั้นจะโยนทิ้งก็เสียดาย เลยคิดจะเก็บไว้เล่นตอนขากลับด้วย จึงปีนต้นไม้เอากระป๋องไปซุกไว้บนคบไม้  แต่บังเอิญตอนขากลับคุณพ่อได้เปลี่ยนเส้นทาง ผมเลยอดเล่นได้แต่นึกเสียดายอยู่ในใจ</p>
<p>                จากนั้นมาอีก  ๒ - ๓ สัปดาห์ ผมก็เห็นปรากฏการณ์แปลกๆ เกิดขึ้นในหมู่บ้านอย่างหนึ่ง คือ ในตอนเช้าก่อนที่ชาวบ้านจะออกไปทำมาหากิน เขาจะหันหน้าขึ้นไปบนภูสูงแล้วยกมือขึ้นพนมไหว้ท่วมหัว ก่อนจะลูบเสยผม เหมือนขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองให้แคล้วคลาดปลอดภัย มีโชค มีชัยในการทำมาหากิน ผมเก็บความสงสัยเอาไว้ไม่ไหวจึงไปถามคุณพ่อ ท่านเล่าให้ฟังว่า ตั้งแต่ลงจากดอยมาคราวนั้นชาวบ้านเขาเห็นแสงประหลาดสว่างวาบมาจากยอดดอย ทุกเช้าตอนพระอาทิตย์ขึ้น เขาเชื่อว่ามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อยู่บนยอดดอยคอยคุ้มครองเขาอยู่ ซึ่งจะเท็จจริงอย่างไรพ่อไม่รู้แต่พ่อก็ใช้เป็นอุบายให้ชาวบ้านเกรงกลัวสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่กล้าขึ้นไปตัดไม้ทำลายป่า ผมถามต่อว่า แสงมาจากตรงไหนหรือครับ คุณพ่อก็ชี้ให้ดูแล้วบอกว่า อยู่ตรงใกล้ๆ กับจุดที่เราตั้งค่ายพักแรมตอนขึ้นดอยไปหมู่บ้านม้งในคราวก่อน แสงจะส่องมาจากคบไม้ใหญ่ริมลำห้วย ชาวบ้านเขาลือว่า เป็นผีฟ้าบ้าง ผีขุนน้ำบ้าง ต่างๆ นาๆ แต่สรุปได้ว่าเป็นเจ้าพ่อภูสูง</p>
<p>                ผมได้ฟังคุณพ่อเล่าแล้วก็งุนงงกับเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้น ใจหนึ่งก็กลัวเจ้าพ่อจะโกรธเอาที่คราวก่อนผมปีนขึ้นไปเล่นบนต้นไม้ที่สิงสถิตของเจ้าพ่อ คุณพ่อคงเห็นหน้าตาของผมไม่สบายเลยถามว่า มีอะไรหรือ ผมดึงแขนคุณพ่อเข้าไปในบังเกอร์ และสารภาพความผิดกับท่านทันทีว่า คราวก่อนผมขึ้นไปเล่นบนคบไม้แล้วเอาตลับปลากระป๋องไปซุกไว้บนนั้นเจ้าพ่อจะโกรธผมหรือเปล่าครับ คุณพ่อสอบถามผมยกใหญ่ หลังจากได้คำตอบที่พอใจแล้ว ท่านก็ยิ้มออกมาแล้วกำชับไม่ให้ผมเล่าให้ใครฟังมิเช่นนั้นเจ้าพ่อจะโกรธเอา ขอให้เก็บเป็นความลับรู้กันเพียง  ๒ คน</p>
<p>                เวลาผ่านไปหลายปี ผมเรียนอยู่ชั้นมัธยมต้นบังเอิญนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมาอีกจึงสอบถามคุณพ่อดูว่า เจ้าพ่อภูสูงยังส่องแสงมาที่หมู่บ้านอีกหรือเปล่า คุณพ่อหัวเราะแล้วบอกผมว่า เจ้าพ่อส่องแสงอยู่ไม่นานพอย่างเข้าฤดูหนาวก็หยุด ผมจึงซักไซ้ไล่เลียงถึงสาเหตุอยู่นานจนคุณพ่อหลุดปากออกมาว่า เจ้าพ่อเป็นสนิมจึงหยุดส่องแสง ท่านเล่าต่อว่า หลังจากผมสารภาพเรื่องปลากระป๋องแล้วท่านได้ขึ้นดอยไปดูจึงรู้ว่า แสงเจ้าพ่อเกิดจากแสงอาทิตย์ส่องกระทบตลับปลากระป๋องแล้วสะท้อนลงมาในหมู่บ้าน พอฤดูฝนผ่านไปกระป๋องก็ขึ้นสนิมจึงสะท้อนแสงไม่ได้</p>
<p style="text-align: center;"> <img src="http://lanpanya.com/themiti/files/2009/07/g06.jpg" alt="" /></p>
<p>                ผมเหลือบมองไปบนยอดเขาดูแสงสะท้อนจากจานส่งสัญญาณของลาวโทรคมอีกครั้งก่อนจะยกมือไหว้แล้วหัวเราะอย่างสะใจที่หอบหิ้วไก่จากเมืองไทยมาปล่อยถึงเมืองอุดมไชยฝูงใหญ่ จากนั้นก็จูงมือคุณนายข้ามถนนเดินไปตลาดทันที</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/themiti/archives/248/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ฝากรดน้ำผักด้วยครับ</title>
		<link>http://lanpanya.com/themiti/archives/241</link>
		<comments>http://lanpanya.com/themiti/archives/241#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 03 Feb 2009 07:06:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator>themiti</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ไม่ได้จัดหมวดหมู่]]></category>

		<category><![CDATA[ปลูกผัก]]></category>

		<category><![CDATA[ผักสวนครัว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/themiti/?p=241</guid>
		<description><![CDATA[
มีเหตุให้ต้องออกบ้านไปค้างแรมที่อื่นอีกแล้วครับ คราวนี้ไม่ต่ำกว่าห้าวัน ผมยื่นใบลาไว้เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา คาดว่าถ้าไม่ติดขัดอะไรวันอาทิตย์นี้คงกลับถึงบ้าน เหตุผลของการลาที่คุณนายเธอบอกกับเพื่อนๆ ให้หมั่นใส้เล่นคือ Honey Moon  ผมคงต้องขอฝากพี่น้องในลานช่วยดูแลรดน้ำให้ด้วยครับ อะไรที่พอเก็บกินได้ก็ตามสบายครับ มีต้นอะไรบ้างไปดูกันครับ


คะน้าก็เพิ่งแตกยอด ให้มองออกว่าเป็นต้นอะไร เจ้านี่โตช้าแต่ชอบน้ำที่สุดเลย

เจ้าผักกาดเพื่อนของมันก็โตวันโตคืน อาทิตย์หน้าผมจะหามันไปนวด  Hot Spa (ผัดน้ำมันหอย)
 
พริกขี้หนูต้นนี้อยู่ใต้ต้นส้มโอข้างโรงจอดรถนะครับ ตรงนั้นร่มรื่นดีรถน้ำวันเว้นวันก็ได้ครับ อนุญาตให้เด็ดชิมได้ตามสบายครับ
 
เจ้านี่มะแว้งครับแก้ไอ เจ็บคอ แสบคอ ใช้กินหลังจากชิมพริกขี้หนูนะครับ อยู่ห่างจากต้นพริกขี้หนูประมาณสามเมตรสังเกตได้ง่ายครับเพราะตอนนี้สุกเต็มต้นสีสวยเชียว
 
ต้นมะไฟลูกสีม่วงกำลังแทงช่อดอก อยู่ทางด้านซ้ายมือของตัวบ้านใกล้กับแปลงผักกาดครับ
 
ส่วนมะไฟลูกสีเหลืองเกือบสิบต้นอยู่แนวรั้วด้านหลัง ตอนนี้แข่งกันแทงช่อทุกต้นเลย ระวังผึ้งด้วยนะครับ
 
ใกล้ๆ ต้นมะไฟมีตันหม่อนอยู่ครับที่เห็นใบขนาดฝ่ามือกางรูปร่างคล้ายหัวใจนั่นแหละครับใช่เลย ตอนนี้กำลังมีลูกสีสวยน่ากินอยู่พอดี เก็บกินได้เลยครับที่สีแดงก่ำนั่นอร่อยครับ ฝรั่งเรียกว่า ผลมัลเบอร์รี่ ส่วนใบนำไปทำชาสมุนไพรแก้ความดันทุรังได้ดีนักแล

ถ้ากระหายน้ำก็หันไปทางด้านซ้ายของต้นหม่อนครับ มีดอกกระเจี๊ยบสีแดงสดนำไปต้มน้ำตาลกินกับน้ำแข็งอร่อยครับ 

ต้นนี้ดีปลีครับเป็นสมุนไพร ช่วงนี้ไม่ต้องรดน้ำครับเพราะเขากำลังบ่มผลให้เป็นสีส้มแดง ก่อนจะเก็บไปตากให้แห้งเอาไว้ใส่พริกแกง พริกลาบ รสชาดเผ็ด เฝื่อน ฝาด บอกไม่ถูกครับ อย่าแอบชิมล่ะ ผมเตือนแล้วนะ
 
ลูกสีส้มสวยนี่ผมไม่รู้จักครับ เพิ่งเจอนี่เองมาได้ไงไม่รู้ เป็นเถาเลื้อยพันอยู่ที่ต้นมะหลอด อยู่มุมขวาของสวน เก็บไว้ก่อนนะครับ เอาไว้ผมกลับมาจะสืบเสาะหาญาติพี่น้องของมัน ว่าเป็นลูกใครเหล่าเต้า
   ผมชักเกรงใจคนในลานแล้วนะเนี่ย เอาเป็นว่าฝากดูแลแค่นี้ก็พอครับ ผักต้องรดน้ำเช้าเย็น ไม้ยืนต้นกำลังแทงช่อไม่ต้องรดน้ำเดี๋ยวตาดอกจะกลายเป็นตาใบ แทงยอดใบเต็มต้น จบกันพอดี ไม่มีคนสวยมาเป็นคนสวนก็อย่างนี้แหละครับ ..เหนื่อยเน้อ..
 
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a title="p96" href="http://lanpanya.com/themiti/files/2009/02/p96.jpg"><img class="attachment-80x60" src="http://lanpanya.com/themiti/files/2009/02/p96.jpg" alt="" /></a></p>
<p>มีเหตุให้ต้องออกบ้านไปค้างแรมที่อื่นอีกแล้วครับ คราวนี้ไม่ต่ำกว่าห้าวัน ผมยื่นใบลาไว้เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา คาดว่าถ้าไม่ติดขัดอะไรวันอาทิตย์นี้คงกลับถึงบ้าน เหตุผลของการลาที่คุณนายเธอบอกกับเพื่อนๆ ให้หมั่นใส้เล่นคือ Honey Moon  ผมคงต้องขอฝากพี่น้องในลานช่วยดูแลรดน้ำให้ด้วยครับ อะไรที่พอเก็บกินได้ก็ตามสบายครับ มีต้นอะไรบ้างไปดูกันครับ</p>
<p><span id="more-241"></span></p>
<p><img src="http://lanpanya.com/themiti/files/2009/02/p105.jpg" alt="" /></p>
<p>คะน้าก็เพิ่งแตกยอด ให้มองออกว่าเป็นต้นอะไร เจ้านี่โตช้าแต่ชอบน้ำที่สุดเลย</p>
<p><a title="p95" href="http://lanpanya.com/themiti/files/2009/02/p95.jpg"><img class="attachment-80x60" src="http://lanpanya.com/themiti/files/2009/02/p95.jpg" alt="" /></a></p>
<p>เจ้าผักกาดเพื่อนของมันก็โตวันโตคืน อาทิตย์หน้าผมจะหามันไปนวด  Hot Spa (ผัดน้ำมันหอย)</p>
<p> <a title="p97" href="http://lanpanya.com/themiti/files/2009/02/p97.jpg"><img class="attachment-80x60" src="http://lanpanya.com/themiti/files/2009/02/p97.jpg" alt="" /></a></p>
<p>พริกขี้หนูต้นนี้อยู่ใต้ต้นส้มโอข้างโรงจอดรถนะครับ ตรงนั้นร่มรื่นดีรถน้ำวันเว้นวันก็ได้ครับ อนุญาตให้เด็ดชิมได้ตามสบายครับ</p>
<p> <a title="p98" href="http://lanpanya.com/themiti/files/2009/02/p98.jpg"><img class="attachment-80x60" src="http://lanpanya.com/themiti/files/2009/02/p98.jpg" alt="" /></a></p>
<p>เจ้านี่มะแว้งครับแก้ไอ เจ็บคอ แสบคอ ใช้กินหลังจากชิมพริกขี้หนูนะครับ อยู่ห่างจากต้นพริกขี้หนูประมาณสามเมตรสังเกตได้ง่ายครับเพราะตอนนี้สุกเต็มต้นสีสวยเชียว</p>
<p> <a title="p104" href="http://lanpanya.com/themiti/files/2009/02/p104.jpg"><img class="attachment-80x60" src="http://lanpanya.com/themiti/files/2009/02/p104.jpg" alt="" /></a></p>
<p>ต้นมะไฟลูกสีม่วงกำลังแทงช่อดอก อยู่ทางด้านซ้ายมือของตัวบ้านใกล้กับแปลงผักกาดครับ</p>
<p> <a title="p91" href="http://lanpanya.com/themiti/files/2009/02/p91.jpg"><img class="attachment-80x60" src="http://lanpanya.com/themiti/files/2009/02/p91.jpg" alt="" /></a></p>
<p>ส่วนมะไฟลูกสีเหลืองเกือบสิบต้นอยู่แนวรั้วด้านหลัง ตอนนี้แข่งกันแทงช่อทุกต้นเลย ระวังผึ้งด้วยนะครับ</p>
<p> <a title="p89" href="http://lanpanya.com/themiti/files/2009/02/p89.jpg"><img class="attachment-80x60" src="http://lanpanya.com/themiti/files/2009/02/p89.jpg" alt="" /></a></p>
<p>ใกล้ๆ ต้นมะไฟมีตันหม่อนอยู่ครับที่เห็นใบขนาดฝ่ามือกางรูปร่างคล้ายหัวใจนั่นแหละครับใช่เลย ตอนนี้กำลังมีลูกสีสวยน่ากินอยู่พอดี เก็บกินได้เลยครับที่สีแดงก่ำนั่นอร่อยครับ ฝรั่งเรียกว่า ผลมัลเบอร์รี่ ส่วนใบนำไปทำชาสมุนไพรแก้ความดันทุรังได้ดีนักแล</p>
<p><a title="p90" href="http://lanpanya.com/themiti/files/2009/02/p90.jpg"><img class="attachment-80x60" src="http://lanpanya.com/themiti/files/2009/02/p90.jpg" alt="" /></a></p>
<p>ถ้ากระหายน้ำก็หันไปทางด้านซ้ายของต้นหม่อนครับ มีดอกกระเจี๊ยบสีแดงสดนำไปต้มน้ำตาลกินกับน้ำแข็งอร่อยครับ </p>
<p><a title="p94" href="http://lanpanya.com/themiti/files/2009/02/p94.jpg"><img class="attachment-80x60" src="http://lanpanya.com/themiti/files/2009/02/p94.jpg" alt="" /></a></p>
<p>ต้นนี้ดีปลีครับเป็นสมุนไพร ช่วงนี้ไม่ต้องรดน้ำครับเพราะเขากำลังบ่มผลให้เป็นสีส้มแดง ก่อนจะเก็บไปตากให้แห้งเอาไว้ใส่พริกแกง พริกลาบ รสชาดเผ็ด เฝื่อน ฝาด บอกไม่ถูกครับ อย่าแอบชิมล่ะ ผมเตือนแล้วนะ</p>
<p> <a title="p93" href="http://lanpanya.com/themiti/files/2009/02/p93.jpg"><img class="attachment-80x60" src="http://lanpanya.com/themiti/files/2009/02/p93.jpg" alt="" /></a></p>
<p>ลูกสีส้มสวยนี่ผมไม่รู้จักครับ เพิ่งเจอนี่เองมาได้ไงไม่รู้ เป็นเถาเลื้อยพันอยู่ที่ต้นมะหลอด อยู่มุมขวาของสวน เก็บไว้ก่อนนะครับ เอาไว้ผมกลับมาจะสืบเสาะหาญาติพี่น้องของมัน ว่าเป็นลูกใครเหล่าเต้า</p>
<p>   ผมชักเกรงใจคนในลานแล้วนะเนี่ย เอาเป็นว่าฝากดูแลแค่นี้ก็พอครับ ผักต้องรดน้ำเช้าเย็น ไม้ยืนต้นกำลังแทงช่อไม่ต้องรดน้ำเดี๋ยวตาดอกจะกลายเป็นตาใบ แทงยอดใบเต็มต้น จบกันพอดี ไม่มีคนสวยมาเป็นคนสวนก็อย่างนี้แหละครับ ..เหนื่อยเน้อ..</p>
<p> </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/themiti/archives/241/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ชมสวน(ป่า)</title>
		<link>http://lanpanya.com/themiti/archives/226</link>
		<comments>http://lanpanya.com/themiti/archives/226#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 28 Jan 2009 03:54:41 +0000</pubDate>
		<dc:creator>themiti</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ไม่ได้จัดหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/themiti/?p=226</guid>
		<description><![CDATA[
  แว๊บไปแอ่วงานวันขึ้นปีใหม่ของพี่น้องชาวลาหู่ (มูเซอขาว) บ้านสองพี่น้อง อ.เชียงของ ซะสองวันครับ ปล่อยให้พืชผักของผมต้องหากินกันเองอีกแล้ว หลังจากกลับมาถึงบ้านก็รีบเข้าไปทักทายผักที่แปลงก่อน แล้วก็เดินรอบบ้านแวะเวียนไปดูจนครบ ผมจึงได้รู้ความจริงว่า &#8220;แมวไม่อยู่ หนูร่าเริง&#8221; ยังเป็นสุภาษิตที่ยังใช้ได้ดีแม้กระทั้งพืชผักของผมด้วย..ไปดูพวกเขากันเถอะครับ

 
เจ้าผักกาดน้อยได้แสดงตัวตนให้รู้กันว่าเป็นผักกาดโดยการแตกใบจริงออกมาโชว์
 
ส่วนเจ้าคะน้ายังคงสนุกสนานอยู่กับวัยทารก ยังแยกไม่ออกว่าเป็นต้นอะไร จึงโชว์ใบรูปหัวใจต่อไปอีก เขาคงต้องการให้ผมใส่ใจเขาให้มากด้วยมังครับ
  
      ก่อนหน้านั้นเธอยังเป็นเด็กหญิงอยู่เลย                         จากกันไม่กี่วันเธอก็โตเป็นสาวเต็มตัว

เจ้าการเวกนี่ยิ่งร้ายใหญ่ ผมยังไม่ทันเห็นวี่แววมาก่อนก็แอบสวยตอนที่ผมไม่อยู่บ้านนี่แหละครับ

ผมคงต้องประกาศหาคู่ให้กับกระท้อนเร็วๆ นี้ล่ะครับ คงต้องใช้บริการหมู่ผึ้งน้อยใหญ่เป็นพ่อสื่อให้ซะแล้วล่ะ

พระเจ้าช่วย !?! น้องมะเหมี่ยวมีลูกซะแล้ว ช่อนลูกน้อยไว้ในมุมมืดแต่ก็ไม่รอดพ้นจากสายตาของผมไปได้ 555

ยังเด็กยังเล็ก อยู่ในที่มืด และลับตาคนอย่างนี้น่าเป็นห่วงครับ
 
 ส่งยิ้มหวานมาทักทายผมนี่ก็เป็นผักพื้นบ้านชนิดหนึ่ง แถวนี้เขาเรียกเธอว่า ผักขี้หูด ชื่อไม่เพราะแต่น่ารักครับ
 
ผักชีนี่เล่นแรงครับ แซวผมด้วยการชูดอกขาวโพลนทั้งแปลง ล้อเลียนสีผมบนหัวของผมอย่างแรง ผมคงต้องจัดการกับเจ้านี่ก่อนใครเพื่อน ต้องจับให้ไปเป็นเพื่อนกับเห็ดฟางในหม้อต้มยำซะให้เข็ด
  ผมว่าจะขออนุญาตคุณนายเธอ หาเด็กสาวหน้าตาดีมาช่วยรดน้ำพรวนดินใส่ปุ๋ยให้ทั้งผักและผมได้สดชื่นมีชีวิตชีวาสักคน ไม่รู้ว่าเธอจะโอเคหรือเปล่า ช่วยแนะนำผมด้วยสิครับ..นึกว่าเห็นแก่พืชผักทั้งหลาย
 
 
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a title="p61" href="http://lanpanya.com/themiti/files/2009/01/p61.jpg"><img class="attachment-80x60" src="http://lanpanya.com/themiti/files/2009/01/p61.jpg" alt="" /></a></p>
<p>  แว๊บไปแอ่วงานวันขึ้นปีใหม่ของพี่น้องชาวลาหู่ (มูเซอขาว) บ้านสองพี่น้อง อ.เชียงของ ซะสองวันครับ ปล่อยให้พืชผักของผมต้องหากินกันเองอีกแล้ว หลังจากกลับมาถึงบ้านก็รีบเข้าไปทักทายผักที่แปลงก่อน แล้วก็เดินรอบบ้านแวะเวียนไปดูจนครบ ผมจึงได้รู้ความจริงว่า &#8220;แมวไม่อยู่ หนูร่าเริง&#8221; ยังเป็นสุภาษิตที่ยังใช้ได้ดีแม้กระทั้งพืชผักของผมด้วย..ไปดูพวกเขากันเถอะครับ</p>
<p><span id="more-226"></span></p>
<p> <a title="p81" href="http://lanpanya.com/themiti/files/2009/01/p81.jpg"><img class="attachment-80x60" src="http://lanpanya.com/themiti/files/2009/01/p81.jpg" alt="" /></a></p>
<p>เจ้าผักกาดน้อยได้แสดงตัวตนให้รู้กันว่าเป็นผักกาดโดยการแตกใบจริงออกมาโชว์</p>
<p> <a title="p82" href="http://lanpanya.com/themiti/files/2009/01/p82.jpg"><img class="attachment-80x60" src="http://lanpanya.com/themiti/files/2009/01/p82.jpg" alt="" /></a></p>
<p>ส่วนเจ้าคะน้ายังคงสนุกสนานอยู่กับวัยทารก ยังแยกไม่ออกว่าเป็นต้นอะไร จึงโชว์ใบรูปหัวใจต่อไปอีก เขาคงต้องการให้ผมใส่ใจเขาให้มากด้วยมังครับ</p>
<p> <a title="sdc5" href="http://lanpanya.com/themiti/files/2009/01/sdc5.jpg"><img class="attachment-80x60" src="http://lanpanya.com/themiti/files/2009/01/sdc5.jpg" alt="" width="266" height="221" /></a> <a title="p80" href="http://lanpanya.com/themiti/files/2009/01/p80.jpg"><img class="attachment-80x60" src="http://lanpanya.com/themiti/files/2009/01/p80.jpg" alt="" width="300" height="220" /></a></p>
<p>      ก่อนหน้านั้นเธอยังเป็นเด็กหญิงอยู่เลย                         จากกันไม่กี่วันเธอก็โตเป็นสาวเต็มตัว</p>
<p><a title="p84" href="http://lanpanya.com/themiti/files/2009/01/p84.jpg"><img class="attachment-80x60" src="http://lanpanya.com/themiti/files/2009/01/p84.jpg" alt="" /></a></p>
<p>เจ้าการเวกนี่ยิ่งร้ายใหญ่ ผมยังไม่ทันเห็นวี่แววมาก่อนก็แอบสวยตอนที่ผมไม่อยู่บ้านนี่แหละครับ</p>
<p><a title="p86" href="http://lanpanya.com/themiti/files/2009/01/p86.jpg"><img class="attachment-80x60" src="http://lanpanya.com/themiti/files/2009/01/p86.jpg" alt="" /></a></p>
<p>ผมคงต้องประกาศหาคู่ให้กับกระท้อนเร็วๆ นี้ล่ะครับ คงต้องใช้บริการหมู่ผึ้งน้อยใหญ่เป็นพ่อสื่อให้ซะแล้วล่ะ</p>
<p><a title="p85" href="http://lanpanya.com/themiti/files/2009/01/p85.jpg"><img class="attachment-80x60" src="http://lanpanya.com/themiti/files/2009/01/p85.jpg" alt="" /></a></p>
<p>พระเจ้าช่วย !?! น้องมะเหมี่ยวมีลูกซะแล้ว ช่อนลูกน้อยไว้ในมุมมืดแต่ก็ไม่รอดพ้นจากสายตาของผมไปได้ 555</p>
<p><a title="p88" href="http://lanpanya.com/themiti/files/2009/01/p88.jpg"><img class="attachment-80x60" src="http://lanpanya.com/themiti/files/2009/01/p88.jpg" alt="" /></a></p>
<p>ยังเด็กยังเล็ก อยู่ในที่มืด และลับตาคนอย่างนี้น่าเป็นห่วงครับ</p>
<p> <a title="p83" href="http://lanpanya.com/themiti/files/2009/01/p83.jpg"><img class="attachment-80x60" src="http://lanpanya.com/themiti/files/2009/01/p83.jpg" alt="" /></a></p>
<p> ส่งยิ้มหวานมาทักทายผมนี่ก็เป็นผักพื้นบ้านชนิดหนึ่ง แถวนี้เขาเรียกเธอว่า ผักขี้หูด ชื่อไม่เพราะแต่น่ารักครับ</p>
<p> <a title="p87" href="http://lanpanya.com/themiti/files/2009/01/p87.jpg"><img class="attachment-80x60" src="http://lanpanya.com/themiti/files/2009/01/p87.jpg" alt="" /></a></p>
<p>ผักชีนี่เล่นแรงครับ แซวผมด้วยการชูดอกขาวโพลนทั้งแปลง ล้อเลียนสีผมบนหัวของผมอย่างแรง ผมคงต้องจัดการกับเจ้านี่ก่อนใครเพื่อน ต้องจับให้ไปเป็นเพื่อนกับเห็ดฟางในหม้อต้มยำซะให้เข็ด</p>
<p>  ผมว่าจะขออนุญาตคุณนายเธอ หาเด็กสาวหน้าตาดีมาช่วยรดน้ำพรวนดินใส่ปุ๋ยให้ทั้งผักและผมได้สดชื่นมีชีวิตชีวาสักคน ไม่รู้ว่าเธอจะโอเคหรือเปล่า ช่วยแนะนำผมด้วยสิครับ..นึกว่าเห็นแก่พืชผักทั้งหลาย</p>
<p> </p>
<p> </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/themiti/archives/226/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>มาปลูกผักกันเต๊อะ</title>
		<link>http://lanpanya.com/themiti/archives/216</link>
		<comments>http://lanpanya.com/themiti/archives/216#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 25 Jan 2009 11:59:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator>themiti</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[สังคม ครอบครัว ชุมชน]]></category>

		<category><![CDATA[ปลูกผัก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/themiti/?p=216</guid>
		<description><![CDATA[ 
จากบันทึกแอ่วสวนผัก ที่ไม่เห็นมีผักสักต้น ก็เลยได้ฤกษได้ยามลงไม้ลงมือขุดดินปลูกผักซะที ก่อนที่หญ้าจะขึ้นปกคลุมพื้นที่อีกรอบ ครั้นจะหว่านให้ขึ้นและหากินเองตามธรรมชาติก็ไม่ได้ เพราะคุณนายเธอบอกว่าดินบ้านเราเป็นดินใหม่ที่ผู้รับเหมาเขาไปขุดดินดอยดินแดงมาถม และเธอหวังว่าจะเอาไว้เป็นสื่อสอนเจ้าลูกชายที่จะกลับบ้านมาตอนสิ้นเดือน ผมเลยต้องงัดความรู้เดิมที่เคยเรียนวิชาเกษตรตอนอยู่ประถม ป.5 - ป.7 เอาออกมาใช้  คุณครูของผมต้องภูมิใจในลูกศิษย์คนนี้แน่นอนเลยครับ

  
เริ่มต้นด้วยการถางหญ้าแล้วขุดดินทำแปลง 3 แปลง ต้องขอบอกก่อนนะครับว่าผู้ที่ลงมือขุดดินตั้งแต่แรกคือคุณนายนั่นเอง ส่วนผมนั้นเธอให้ไปจัดการกับต้นไม้ใหญ่ๆ ทั้งตัดทั้งตอนทั้งแต่งและขนไปทิ้งด้วย น้องนายขุดเสร็จก็ให้ผมมาจัดการในเรื่องทุบดินให้ละเอียด และขึ้นแปลงเป็นรูปสามเหลี่ยมตากดินไว้ก่อน

ดินแดงแข็งเป็นก้อนใหญ่ๆ ขนาดนี้เชียวละครับที่คุณนายเธอขุด แล้วยืมตัวผมมาเป็นนายแบบให้
 
จากนั้นผมก็มานั่งทุบดินให้ละเอียด ซึ่งก็ยังแข็งอยู่มาก
 หลังจากนั้นก็ไปซื้อปุ๋ยคอกมาใส่คลุกผสมกับดินให้ทั่ว ผมเลือกใช้ขี้หมูเป็นปุ๋ยแทนขี้ว้วแบบชาวบ้านเพราะเคยดู ทีวี เขาว่าขี้วัวทำให้ต้นไม้เป็นเชื้อรา ผมใส่ขี้หมูครึ่งกระสอบต่อแปลง คลุกแล้วก็แผ่แปลงเป็นรูปสี่เหลี่ยม จากนั้นก็นำน้ำหมักชีวภาพที่ทำเองจากเศษพืชผักผลไม้มาผสมน้ำราดรดให้ทั่วรอการหว่านเมล็ด

ผมขุดดินเป็นร่องตลงกลาง ใช้ขี้หมูเทลงคลุกเพื่อปรับสภาพดินเพิ่มสารอาหารในดิน
 คุณนายเธอเดินไปหลังบ้าน ไปหอบฟางมามัดเบ้อเร่อ ผมเห็นเข้าก็ยิ้มแต่เธอรู้ทันว่าผมจะพูดอะไร เธอเลยชิงพูดขึ้นก่อนว่า &#8220;คนสวยหอบฟางย่ะ&#8221; ผมเลยพยักหน้าหงึกๆ  เธอถามผมว่าต้องปูฟางใหมหลังหว่านเมล็ดพันธุ์จะได้ควบคุมความชื้นให้งอกเร็วขึ้น ผมตอบไปว่าอันนี้ผมจำไม่ได้ว่าครูสอนไว้หรือเปล่าและผมก็ไม่เคยใช้ด้วยจึงแล้วแต่เธอก็แล้วกัน เธอเลยเอาฟางปูทับบางๆ หลังจากหว่านเมล็ดผักกาด คะน้า มะเขือ ลงไปแล้วรดน้ำให้ชุ่ม

ทั้งขี้หมู ทั้งน้ำหมักชีวภาพ ทำให้ดินเปลี่ยนเป็นสีดำ และไม่กี่วันเมล็ดก็งอก
  งานนี้คนที่เห่อที่สุดคือ ผมเองครับแวะเวียนไปดูเช้า.เย็น แหวกฟางคอยลุ้นดูตลอด จนเริ่มเห็นสัญญารชีวิตน้อยๆ โผล่มาให้เห็นดังภาพแหละครับ

]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p> <img src="http://lanpanya.com/themiti/files/2009/01/sdc4.jpg" alt="" /></p>
<p>จากบันทึกแอ่วสวนผัก ที่ไม่เห็นมีผักสักต้น ก็เลยได้ฤกษได้ยามลงไม้ลงมือขุดดินปลูกผักซะที ก่อนที่หญ้าจะขึ้นปกคลุมพื้นที่อีกรอบ ครั้นจะหว่านให้ขึ้นและหากินเองตามธรรมชาติก็ไม่ได้ เพราะคุณนายเธอบอกว่าดินบ้านเราเป็นดินใหม่ที่ผู้รับเหมาเขาไปขุดดินดอยดินแดงมาถม และเธอหวังว่าจะเอาไว้เป็นสื่อสอนเจ้าลูกชายที่จะกลับบ้านมาตอนสิ้นเดือน ผมเลยต้องงัดความรู้เดิมที่เคยเรียนวิชาเกษตรตอนอยู่ประถม ป.5 - ป.7 เอาออกมาใช้  คุณครูของผมต้องภูมิใจในลูกศิษย์คนนี้แน่นอนเลยครับ</p>
<p><span id="more-216"></span></p>
<p>  <a title="09" href="http://lanpanya.com/themiti/files/2009/01/09.jpg"><img class="attachment-80x60" src="http://lanpanya.com/themiti/files/2009/01/09.jpg" alt="" /></a></p>
<p>เริ่มต้นด้วยการถางหญ้าแล้วขุดดินทำแปลง 3 แปลง ต้องขอบอกก่อนนะครับว่าผู้ที่ลงมือขุดดินตั้งแต่แรกคือคุณนายนั่นเอง ส่วนผมนั้นเธอให้ไปจัดการกับต้นไม้ใหญ่ๆ ทั้งตัดทั้งตอนทั้งแต่งและขนไปทิ้งด้วย น้องนายขุดเสร็จก็ให้ผมมาจัดการในเรื่องทุบดินให้ละเอียด และขึ้นแปลงเป็นรูปสามเหลี่ยมตากดินไว้ก่อน</p>
<p><a title="10" href="http://lanpanya.com/themiti/files/2009/01/10.jpg"><img class="attachment-80x60" src="http://lanpanya.com/themiti/files/2009/01/10.jpg" alt="" /></a></p>
<p>ดินแดงแข็งเป็นก้อนใหญ่ๆ ขนาดนี้เชียวละครับที่คุณนายเธอขุด แล้วยืมตัวผมมาเป็นนายแบบให้</p>
<p> <a title="11" href="http://lanpanya.com/themiti/files/2009/01/11.jpg"><img class="attachment-80x60" src="http://lanpanya.com/themiti/files/2009/01/11.jpg" alt="" /></a></p>
<p>จากนั้นผมก็มานั่งทุบดินให้ละเอียด ซึ่งก็ยังแข็งอยู่มาก</p>
<p> หลังจากนั้นก็ไปซื้อปุ๋ยคอกมาใส่คลุกผสมกับดินให้ทั่ว ผมเลือกใช้ขี้หมูเป็นปุ๋ยแทนขี้ว้วแบบชาวบ้านเพราะเคยดู ทีวี เขาว่าขี้วัวทำให้ต้นไม้เป็นเชื้อรา ผมใส่ขี้หมูครึ่งกระสอบต่อแปลง คลุกแล้วก็แผ่แปลงเป็นรูปสี่เหลี่ยม จากนั้นก็นำน้ำหมักชีวภาพที่ทำเองจากเศษพืชผักผลไม้มาผสมน้ำราดรดให้ทั่วรอการหว่านเมล็ด</p>
<p><a title="12" href="http://lanpanya.com/themiti/files/2009/01/12.jpg"><img class="attachment-80x60" src="http://lanpanya.com/themiti/files/2009/01/12.jpg" alt="" /></a></p>
<p>ผมขุดดินเป็นร่องตลงกลาง ใช้ขี้หมูเทลงคลุกเพื่อปรับสภาพดินเพิ่มสารอาหารในดิน</p>
<p> คุณนายเธอเดินไปหลังบ้าน ไปหอบฟางมามัดเบ้อเร่อ ผมเห็นเข้าก็ยิ้มแต่เธอรู้ทันว่าผมจะพูดอะไร เธอเลยชิงพูดขึ้นก่อนว่า &#8220;คนสวยหอบฟางย่ะ&#8221; ผมเลยพยักหน้าหงึกๆ  เธอถามผมว่าต้องปูฟางใหมหลังหว่านเมล็ดพันธุ์จะได้ควบคุมความชื้นให้งอกเร็วขึ้น ผมตอบไปว่าอันนี้ผมจำไม่ได้ว่าครูสอนไว้หรือเปล่าและผมก็ไม่เคยใช้ด้วยจึงแล้วแต่เธอก็แล้วกัน เธอเลยเอาฟางปูทับบางๆ หลังจากหว่านเมล็ดผักกาด คะน้า มะเขือ ลงไปแล้วรดน้ำให้ชุ่ม</p>
<p><a title="65" href="http://lanpanya.com/themiti/files/2009/01/65.jpg"><img class="attachment-80x60" src="http://lanpanya.com/themiti/files/2009/01/65.jpg" alt="" /></a></p>
<p>ทั้งขี้หมู ทั้งน้ำหมักชีวภาพ ทำให้ดินเปลี่ยนเป็นสีดำ และไม่กี่วันเมล็ดก็งอก</p>
<p>  งานนี้คนที่เห่อที่สุดคือ ผมเองครับแวะเวียนไปดูเช้า.เย็น แหวกฟางคอยลุ้นดูตลอด จนเริ่มเห็นสัญญารชีวิตน้อยๆ โผล่มาให้เห็นดังภาพแหละครับ</p>
<p><a title="66" href="http://lanpanya.com/themiti/files/2009/01/66.jpg"><img class="attachment-80x60" src="http://lanpanya.com/themiti/files/2009/01/66.jpg" alt="" /></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/themiti/archives/216/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>แอ่วสวนผัก</title>
		<link>http://lanpanya.com/themiti/archives/203</link>
		<comments>http://lanpanya.com/themiti/archives/203#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 22 Jan 2009 06:39:19 +0000</pubDate>
		<dc:creator>themiti</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ไม่ได้จัดหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/themiti/?p=203</guid>
		<description><![CDATA[  ผมได้รับคำแนะนำจากน้องซาละเปาคนเก่งว่า เขียนบันทึก&#8221;แอ่วสวนผัก&#8221; แทน&#8221;แอ่วลาว&#8221; ก็ได้  จึงถือโอกาสยืมชื่อมาเขียนซะเลย


   ผมมีที่ดินอยู่สองไร่ ปลูกบ้านหลังเล็กๆ หนึ่งหลัง และทำแกลลอลี่ส่วนตัวอีกหนึ่งหลังเอาไว้นั่งเขียนรูปและเก็บงานศิลปะที่ผมกับคุณนายสองคนสร้างสรรค์ขึ้นมา คุณนายชอบเขียนภาพไทยประยุกต์ ภาพธรรมชาติ แม่น้ำลำธาร และนกสวยงาม ตามประสาผู้หญิง ส่วนผมชอบเขียนภาพลายเส้นด้วยปากกา ตบด้วยสีไม้หรือสีน้ำเป็นบางจุด เป็นภาพองค์ประกอบศิลป์ ซึ่งบางคนบอกว่าเหมือนวาดไม่เสร็จ แต่ผมคิดว่าให้คนดูได้ใช้จินตนาการต่อเติมเอาเอง ซึ่งก็ได้ผลครับเพราะมีคนดูภาพแล้วบอกว่า น่าจะเติมตรงนี้อีกนิด เพิ่มตรงนี้อีกหน่อย
   ว่างจากเขียนรูปก็มักจะนั่งเขียนเรื่องตามแนวของใครของมัน เอาไว้ลงในหนังสือพิมพ์รักษ์เชียงแสน และเวปไซต์ของกลุ่มฯ พอเกิดอาการเมื่อยขบขึ้นมาก็เดินรอบๆ บ้าน เห็นต้นไม้ที่ขึ้นเองตามธรรมชาติบ้าง ปลูกเองบ้าง ก็ขุดย้ายไปย้ายมาซะงั้นล่ะครับ ระยะหลังเห็นชาวเขาเอาเมล็ดพันธุ์ผักมาขายก็ซื้อมาหว่านไปคามเรื่องตามราว ไปเที่ยวที่ไหนก็หาต้นไม้มาปลูกเป็นที่ระลึก แม้แต่ของขวัญในวันได้เลื่อนตำแหน่งเขายังมอบต้นไม้ให้เป็นกระถางๆ เลยครับ บ้านของผมเลยมีต้นไม้เยอะมาก หลากหลายชนิด พอไม่มีเวลาดูแลพวกเขา บางต้นก็ได้โอกาสขยายกิ่งก้านสาขา บางต้นก็เหี่ยวเฉา บางต้นก็แก่เกินแกง แต่ผมประทับใจอยู่อย่างหนึ่งคือ เมื่อถึงเวลาเขาก็ผลิดอกออกผลโดยไม่เกี่ยงงอน  ..  มีต้นอะไรบ้าง.. ไปแอ่วสวนกันเต๊อะครับ
 
ต้นเล็บครุฑไม่รู้ว่ามาอยู่ในดงไผ่ฟิลิปปินได้อย่างไร ทำตัวสวยร่าเริงกว่าเจ้าถิ่นซะอีกแน่ะ
 
ดอกพุดขยับกลีบมารับแสงแดดอุ่นๆ ในยามเช้า อย่างอ้อยอิ่ง
 
ชบาด่างไม่มีดอก เลยแตกยอดอ่อนมาร่วมวงกับเขาด้วย
 
ไทรสามเหลี่ยมหลังจากย้ายมาอยู่ใกล้ๆกระท่อมแกลลอลี่ ก็ส่งผลงานมาร่วมแสดงทันที
 
สาวน้อยชุดเหลืองหันมายิ้มทักทายอย่างอ่อนโยน แต่ผมกลับจำชื่อเจ้าหล่อนไม่ได้ครับ
 
เจ้าดอกหญ้ายังแอบมาทำสวยประชันกับดาราประจำสวน ซึ่งก็ทำได้ดีซะด้วย
 
ที่ข้างแปลงผักกาดกลับมีสาวสวยผู้ลี้ภัยจากนอกรั้ว แอบลักลอบเข้ามาลงรากปักต้น สวยซะ..จนผมถอนไม่ลงที่เดียว [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>  ผมได้รับคำแนะนำจากน้องซาละเปาคนเก่งว่า เขียนบันทึก&#8221;แอ่วสวนผัก&#8221; แทน&#8221;แอ่วลาว&#8221; ก็ได้  จึงถือโอกาสยืมชื่อมาเขียนซะเลย</p>
<p><img src="http://lanpanya.com/themiti/files/2009/01/21.jpg" alt="" /></p>
<p><span id="more-203"></span></p>
<p>   ผมมีที่ดินอยู่สองไร่ ปลูกบ้านหลังเล็กๆ หนึ่งหลัง และทำแกลลอลี่ส่วนตัวอีกหนึ่งหลังเอาไว้นั่งเขียนรูปและเก็บงานศิลปะที่ผมกับคุณนายสองคนสร้างสรรค์ขึ้นมา คุณนายชอบเขียนภาพไทยประยุกต์ ภาพธรรมชาติ แม่น้ำลำธาร และนกสวยงาม ตามประสาผู้หญิง ส่วนผมชอบเขียนภาพลายเส้นด้วยปากกา ตบด้วยสีไม้หรือสีน้ำเป็นบางจุด เป็นภาพองค์ประกอบศิลป์ ซึ่งบางคนบอกว่าเหมือนวาดไม่เสร็จ แต่ผมคิดว่าให้คนดูได้ใช้จินตนาการต่อเติมเอาเอง ซึ่งก็ได้ผลครับเพราะมีคนดูภาพแล้วบอกว่า น่าจะเติมตรงนี้อีกนิด เพิ่มตรงนี้อีกหน่อย</p>
<p>   ว่างจากเขียนรูปก็มักจะนั่งเขียนเรื่องตามแนวของใครของมัน เอาไว้ลงในหนังสือพิมพ์รักษ์เชียงแสน และเวปไซต์ของกลุ่มฯ พอเกิดอาการเมื่อยขบขึ้นมาก็เดินรอบๆ บ้าน เห็นต้นไม้ที่ขึ้นเองตามธรรมชาติบ้าง ปลูกเองบ้าง ก็ขุดย้ายไปย้ายมาซะงั้นล่ะครับ ระยะหลังเห็นชาวเขาเอาเมล็ดพันธุ์ผักมาขายก็ซื้อมาหว่านไปคามเรื่องตามราว ไปเที่ยวที่ไหนก็หาต้นไม้มาปลูกเป็นที่ระลึก แม้แต่ของขวัญในวันได้เลื่อนตำแหน่งเขายังมอบต้นไม้ให้เป็นกระถางๆ เลยครับ บ้านของผมเลยมีต้นไม้เยอะมาก หลากหลายชนิด พอไม่มีเวลาดูแลพวกเขา บางต้นก็ได้โอกาสขยายกิ่งก้านสาขา บางต้นก็เหี่ยวเฉา บางต้นก็แก่เกินแกง แต่ผมประทับใจอยู่อย่างหนึ่งคือ เมื่อถึงเวลาเขาก็ผลิดอกออกผลโดยไม่เกี่ยงงอน  ..  มีต้นอะไรบ้าง.. ไปแอ่วสวนกันเต๊อะครับ</p>
<p> <a title="56" href="http://lanpanya.com/themiti/files/2009/01/56.jpg"><img class="attachment-80x60" src="http://lanpanya.com/themiti/files/2009/01/56.jpg" alt="" /></a></p>
<p>ต้นเล็บครุฑไม่รู้ว่ามาอยู่ในดงไผ่ฟิลิปปินได้อย่างไร ทำตัวสวยร่าเริงกว่าเจ้าถิ่นซะอีกแน่ะ</p>
<p> <a title="58" href="http://lanpanya.com/themiti/files/2009/01/58.jpg"><img class="attachment-80x60" src="http://lanpanya.com/themiti/files/2009/01/58.jpg" alt="" /></a></p>
<p>ดอกพุดขยับกลีบมารับแสงแดดอุ่นๆ ในยามเช้า อย่างอ้อยอิ่ง</p>
<p> <a title="60" href="http://lanpanya.com/themiti/files/2009/01/60.jpg"><img class="attachment-80x60" src="http://lanpanya.com/themiti/files/2009/01/60.jpg" alt="" /></a></p>
<p>ชบาด่างไม่มีดอก เลยแตกยอดอ่อนมาร่วมวงกับเขาด้วย</p>
<p> <a title="61" href="http://lanpanya.com/themiti/files/2009/01/61.jpg"><img class="attachment-80x60" src="http://lanpanya.com/themiti/files/2009/01/61.jpg" alt="" /></a></p>
<p>ไทรสามเหลี่ยมหลังจากย้ายมาอยู่ใกล้ๆกระท่อมแกลลอลี่ ก็ส่งผลงานมาร่วมแสดงทันที</p>
<p> <a title="59" href="http://lanpanya.com/themiti/files/2009/01/59.jpg"><img class="attachment-80x60" src="http://lanpanya.com/themiti/files/2009/01/59.jpg" alt="" /></a></p>
<p>สาวน้อยชุดเหลืองหันมายิ้มทักทายอย่างอ่อนโยน แต่ผมกลับจำชื่อเจ้าหล่อนไม่ได้ครับ</p>
<p> <a title="53" href="http://lanpanya.com/themiti/files/2009/01/53.jpg"><img class="attachment-80x60" src="http://lanpanya.com/themiti/files/2009/01/53.jpg" alt="" /></a></p>
<p>เจ้าดอกหญ้ายังแอบมาทำสวยประชันกับดาราประจำสวน ซึ่งก็ทำได้ดีซะด้วย</p>
<p> <a title="57" href="http://lanpanya.com/themiti/files/2009/01/57.jpg"><img class="attachment-80x60" src="http://lanpanya.com/themiti/files/2009/01/57.jpg" alt="" /></a></p>
<p>ที่ข้างแปลงผักกาดกลับมีสาวสวยผู้ลี้ภัยจากนอกรั้ว แอบลักลอบเข้ามาลงรากปักต้น สวยซะ..จนผมถอนไม่ลงที่เดียว คงต้องให้อยู่อย่างถาวรแล้วล่ะ เจ้าดาวล้อมเพชร</p>
<p><a title="64" href="http://lanpanya.com/themiti/files/2009/01/64.jpg"><img class="attachment-80x60" src="http://lanpanya.com/themiti/files/2009/01/64.jpg" alt="" /></a></p>
<p>กล้วยไม้ช่อนี้เกือบถูกเด็ดในว้นครูที่ผ่านมา แต่ผมทำไม่ลงเพราะสงสารที่ไม่ได้ดูแลเขาแล้วยังจะมาทำร้ายเขาอีก</p>
<p> <a title="50" href="http://lanpanya.com/themiti/files/2009/01/50.jpg"><img class="attachment-80x60" src="http://lanpanya.com/themiti/files/2009/01/50.jpg" alt="" /></a></p>
<p>ต้นหนุมานนั่งแท่น ผลิดอกสีสวยสด เตรียมนำไปกำนัลแก่นางเบญจกาย ยอดรัก</p>
<p> <a title="49" href="http://lanpanya.com/themiti/files/2009/01/49.jpg"><img class="attachment-80x60" src="http://lanpanya.com/themiti/files/2009/01/49.jpg" alt="" /></a></p>
<p>ต้นไม้รูปร่างประหลาดอยู่ข้างต้นโปร่งฟ้า ยังมีดอกสวยขนาดนี้ นับประสาอะไรกับรูปลักษณ์ภายนอกของคน จะบ่งบอกถึงจิคใจของคนได้เชียวหรือ</p>
<p>  ผมเดินไม่ถึงครึ่งบ้านก็ต้องได้ระเห็จออกบ้านอีกแล้วครับ ไปเป็นพิธีกรงานเลี้ยงขันโตก คณะ อบจ.สมุทรสาคร  ไปละครับ</p>
<p> </p>
<p> </p>
<p> </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/themiti/archives/203/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>บันทึกแอ่วลาว..หายไป?!?</title>
		<link>http://lanpanya.com/themiti/archives/201</link>
		<comments>http://lanpanya.com/themiti/archives/201#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 20 Jan 2009 08:31:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>themiti</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ไม่ได้จัดหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/themiti/?p=201</guid>
		<description><![CDATA[   
 ตั้งแต่ก่อนปีใหม่ จวบจนบัดนี้ บันทึกแอ่วลาวของผมได้หายไปจากลาน จนดูเหมือนว่าจะหายไปทั้งคนทั้งบันทึก ตัวผมเองได้รับข้อคิดจากคนหลายๆ คน เกี่ยวกับการใช้ชีวิตนอกบ้านจนเคยชิน  ผมถูกถามว่าทุกวันนี้อยู่บ้านบ้างหรือเปล่า กลับบ้านไปสังเกตุเห็นความเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง  แค่นี้ผมก็อึ้งแล้วครับ และกับอีกหลายๆ คำถามที่ผมตอบไม่ได้ เพราะผมกลับเข้าบ้านมืดค่ำและออกบ้านแต่เช้าทุกวัน

    ผมเลยตั้งหน้าตั้งตากลับบ้านก่อนค่ำ เสาร์-อาทิตย์ อยู่บ้านตลอด เดินดูรอบๆ บ้าน ดูต้นไม้ที่พามันมาตกระกำลำบากปล่อยให้หากินกันเอาเองมานาน ถึงเวลาที่ผมต้องดูแลมันบ้าง ผมรู้สึกผิด แต่พวกมันสิไม่ได้โกรธเกลียดผมเลยสักน้อย ยิ้มรับอย่างกันเอง มีบางต้นที่งอนบ้าง เพราะผมไม่ได้ชื่นชมตอนที่เขาออกดอก..มีต้นอะไรบ้าง..ตามผมมาเลยครับ
 
ผักกาดต้นน้อย แอบชูดอกสวยงาม ก่อนที่ผมจะเก็บกิน
 
ผักกาดหลายต้นหลบมาอาศัยอาหารและน้ำที่แปลงผักชี
 
ส่วนผักชี ก็แอบมาจู๋จี๋กับสะระแหน่
 
เจ้ามะเขือได้แต่ชะเง้อมองด้วยความอิจฉา
 
ปล่อยให้มะเขือพวง เป็นพ่อหม้ายเรือพ่วงอยู่เดียวดาย

 ดอกแคอิงแอบแนบชิดกัน โดยไม่แคร์สายตาใครๆ

เจ้ามะนาวก็มีลูกโตขนาดนี้แล้ว
 
แต่สาวเจ้าส้มโอ เพิ่งเข้าสู่วัยแรกแย้ม

เจ้าส้มจี๊ดเลยเปลี่ยนใจหันไปคบกับต้นหมาก เลยทำให้ต้นสูงขนาดนี้แหละครับ
 ผมเห็นพืชพันธุ์นานา ต่างดิ้นรนเพื่อให้มีชีวิตรอด ในช่วงที่ผมละทิ้งเขาไป  ต่อนี้ไปผมคงไม่ปล่อยให้เขาต้องเดียวดายตามลำพัง คงต้องลงมือปลูกพืชผักรุ่นใหม่ มาคอยเสริมให้เกิดความมีชีวิตชีวา ต่อไป
 ขอติดเรื่องแอ่วลาวไว้สักพักนะครับ สงสารผักพวกนี้เถอะ
 
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>   <img src="http://lanpanya.com/themiti/files/2009/01/sdc116711.jpg" alt="" width="230" height="320" /></p>
<p> ตั้งแต่ก่อนปีใหม่ จวบจนบัดนี้ บันทึกแอ่วลาวของผมได้หายไปจากลาน จนดูเหมือนว่าจะหายไปทั้งคนทั้งบันทึก ตัวผมเองได้รับข้อคิดจากคนหลายๆ คน เกี่ยวกับการใช้ชีวิตนอกบ้านจนเคยชิน  ผมถูกถามว่าทุกวันนี้อยู่บ้านบ้างหรือเปล่า กลับบ้านไปสังเกตุเห็นความเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง  แค่นี้ผมก็อึ้งแล้วครับ และกับอีกหลายๆ คำถามที่ผมตอบไม่ได้ เพราะผมกลับเข้าบ้านมืดค่ำและออกบ้านแต่เช้าทุกวัน</p>
<p><span id="more-201"></span></p>
<p>    ผมเลยตั้งหน้าตั้งตากลับบ้านก่อนค่ำ เสาร์-อาทิตย์ อยู่บ้านตลอด เดินดูรอบๆ บ้าน ดูต้นไม้ที่พามันมาตกระกำลำบากปล่อยให้หากินกันเอาเองมานาน ถึงเวลาที่ผมต้องดูแลมันบ้าง ผมรู้สึกผิด แต่พวกมันสิไม่ได้โกรธเกลียดผมเลยสักน้อย ยิ้มรับอย่างกันเอง มีบางต้นที่งอนบ้าง เพราะผมไม่ได้ชื่นชมตอนที่เขาออกดอก..มีต้นอะไรบ้าง..ตามผมมาเลยครับ</p>
<p> <img src="http://lanpanya.com/themiti/files/2009/01/20.jpg" alt="" /></p>
<p>ผักกาดต้นน้อย แอบชูดอกสวยงาม ก่อนที่ผมจะเก็บกิน</p>
<p> <img src="http://lanpanya.com/themiti/files/2009/01/22.jpg" alt="" /></p>
<p>ผักกาดหลายต้นหลบมาอาศัยอาหารและน้ำที่แปลงผักชี</p>
<p> <img src="http://lanpanya.com/themiti/files/2009/01/30.jpg" alt="" /></p>
<p>ส่วนผักชี ก็แอบมาจู๋จี๋กับสะระแหน่</p>
<p> <img src="http://lanpanya.com/themiti/files/2009/01/25.jpg" alt="" /></p>
<p>เจ้ามะเขือได้แต่ชะเง้อมองด้วยความอิจฉา</p>
<p> <img src="http://lanpanya.com/themiti/files/2009/01/27.jpg" alt="" /></p>
<p>ปล่อยให้มะเขือพวง เป็นพ่อหม้ายเรือพ่วงอยู่เดียวดาย</p>
<p><img src="http://lanpanya.com/themiti/files/2009/01/28.jpg" alt="" /></p>
<p> ดอกแคอิงแอบแนบชิดกัน โดยไม่แคร์สายตาใครๆ</p>
<p><img src="http://lanpanya.com/themiti/files/2009/01/26.jpg" alt="" /></p>
<p>เจ้ามะนาวก็มีลูกโตขนาดนี้แล้ว</p>
<p> <img src="http://lanpanya.com/themiti/files/2009/01/35.jpg" alt="" /></p>
<p>แต่สาวเจ้าส้มโอ เพิ่งเข้าสู่วัยแรกแย้ม</p>
<p><a title="62" href="http://lanpanya.com/themiti/files/2009/01/62.jpg"><img class="attachment-80x60" src="http://lanpanya.com/themiti/files/2009/01/62.jpg" alt="" /></a></p>
<p>เจ้าส้มจี๊ดเลยเปลี่ยนใจหันไปคบกับต้นหมาก เลยทำให้ต้นสูงขนาดนี้แหละครับ</p>
<p> ผมเห็นพืชพันธุ์นานา ต่างดิ้นรนเพื่อให้มีชีวิตรอด ในช่วงที่ผมละทิ้งเขาไป  ต่อนี้ไปผมคงไม่ปล่อยให้เขาต้องเดียวดายตามลำพัง คงต้องลงมือปลูกพืชผักรุ่นใหม่ มาคอยเสริมให้เกิดความมีชีวิตชีวา ต่อไป</p>
<p> ขอติดเรื่องแอ่วลาวไว้สักพักนะครับ สงสารผักพวกนี้เถอะ</p>
<p> </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/themiti/archives/201/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ราตรีอุดมไซ</title>
		<link>http://lanpanya.com/themiti/archives/151</link>
		<comments>http://lanpanya.com/themiti/archives/151#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 22 Dec 2008 09:16:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>themiti</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ไม่ได้จัดหมวดหมู่]]></category>

		<category><![CDATA[ท่องเที่ยว]]></category>

		<category><![CDATA[มิติ ยาประสิทธิ์]]></category>

		<category><![CDATA[ลาว]]></category>

		<category><![CDATA[หลวงพระบาง]]></category>

		<category><![CDATA[อุดมไชย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/themiti/?p=151</guid>
		<description><![CDATA[ 
พอนมะลิบันเทิง ดิสโก้เธคลาวซ่อนตัวอยู่ในซอยเล็กๆ ก้นซอยเขาไม่ให้อยู่ใกล้ชุมชน ด้วยเหตุผลทางวัฒนธรรม เราไปถึงตอน 5 ทุ่ม 

แค่เปิดประตูก็ถึงกับผงะ เสียงดังจนแสบแก้วหู เสียงแหลมจี้ดจี้เส้นประสาท เสียงเบสทึบตึบๆ กระแทกช่องท้องจนปั่นป่วน คนข้างหลังดันตัวผมผลุบเข้าไป โอ้โหย ! มืดมองเวทีแทบไม่เห็น มีไฟหมุนแว๊บๆ แขวนอยู่ 1 ดวง กับคนหนุ่มสาวเต้นเชิ้บๆ กันอยู่หน้าเวที ส่วนนักร้องนักดนตรีไม่ต้องมองหากันเลย อยู่ในความมืด นักกีต้าร์มือหนึ่งของอุดมไชยขยี้สายกีตาร์เสียงแสบแก้วหู นักร้องก็ตะโกนสุดเสียงจนคอเป็นเอ็น เพราะระบบเสียงที่นี่เขาไม่เน้นนักร้อง ฟังดูเหมือนเล่นกันคนละที่ ใครดีใครดังไม่ฟังเสียงใคร
 
 
 
ผมเดินเก้ๆ กังๆ อยู่พักหนึ่ง เพราะหาที่นั่งโต๊ะเล็กๆ ไม่เจอ มีแต่โต๊ะขนาดใหญ่ 10 – 20 ที่นั่งกันทีเดียว เลยหย่อนก้นลงบนโซฟาที่เรียงกันเป็นครึ่งวงกลมประมาณ 10 ที่นั่ง อ้ายโนสั่งเบียร์ลาวมา 2 ขวด ตามเคย ผมยกแก้วกรอกเบียร์ลงกระเพาะไปอึกใหญ่ๆ ตาเริ่มสว่าง แต่หูยังคงแยกแยะความสุนทรีจากความอึกทึกครึกโครมไม่ได้ แต่พอฟังออกว่าเพลงที่ร้องเป็นเพลงไทยเรานี่แหละ ในเมื่อหูไม่ทำงานเลยใช้สายตาทำงานเพียงอย่างเดียว คอยสอดส่องดูว่ามีผู้ร่วมชะตากรรมในนี้กี่มากน้อย ความจริงก็คืออยากเห็นสาวลาวว่าจะสวยน่ารักขนาดไหน เจ้าหล่อนจะแต่งองค์ทรงเครื่องอย่างไร แฉล้มแช่มช้อย ชม้อยชม้ายชายตาน่าดูชมสมกับเป็นสาวลาวได้กี่มากน้อย [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt;"> <img src="http://lanpanya.com/themiti/files/2008/12/sdc105600.jpg" alt="" /></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH">พอนมะลิบันเทิง ดิสโก้เธคลาวซ่อนตัวอยู่ในซอยเล็กๆ ก้นซอยเขาไม่ให้อยู่ใกล้ชุมชน ด้วยเหตุผลทางวัฒนธรรม เราไปถึงตอน 5 ทุ่ม </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH"><span id="more-151"></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH">แค่เปิดประตูก็ถึงกับผงะ เสียงดังจนแสบแก้วหู เสียงแหลมจี้ดจี้เส้นประสาท เสียงเบสทึบตึบๆ กระแทกช่องท้องจนปั่นป่วน คนข้างหลังดันตัวผมผลุบเข้าไป โอ้โหย </span><span style="font-size: 16pt;"><span style="font-family: Times New Roman;">! </span></span><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH">มืดมองเวทีแทบไม่เห็น มีไฟหมุนแว๊บๆ แขวนอยู่ 1 ดวง กับคนหนุ่มสาวเต้นเชิ้บๆ กันอยู่หน้าเวที ส่วนนักร้องนักดนตรีไม่ต้องมองหากันเลย อยู่ในความมืด นักกีต้าร์มือหนึ่งของอุดมไชยขยี้สายกีตาร์เสียงแสบแก้วหู นักร้องก็ตะโกนสุดเสียงจนคอเป็นเอ็น เพราะระบบเสียงที่นี่เขาไม่เน้นนักร้อง ฟังดูเหมือนเล่นกันคนละที่ ใครดีใครดังไม่ฟังเสียงใคร</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt;"> </p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt;"> <img src="http://lanpanya.com/themiti/files/2008/12/sdc105590.jpg" alt="" /></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt;"> </p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH">ผมเดินเก้ๆ กังๆ อยู่พักหนึ่ง เพราะหาที่นั่งโต๊ะเล็กๆ ไม่เจอ มีแต่โต๊ะขนาดใหญ่ 10 </span><span style="font-size: 16pt;"><span style="font-family: Times New Roman;">–</span></span><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH"> 20 ที่นั่งกันทีเดียว เลยหย่อนก้นลงบนโซฟาที่เรียงกันเป็นครึ่งวงกลมประมาณ 10 ที่นั่ง อ้ายโนสั่งเบียร์ลาวมา 2 ขวด ตามเคย ผมยกแก้วกรอกเบียร์ลงกระเพาะไปอึกใหญ่ๆ ตาเริ่มสว่าง แต่หูยังคงแยกแยะความสุนทรีจากความอึกทึกครึกโครมไม่ได้ แต่พอฟังออกว่าเพลงที่ร้องเป็นเพลงไทยเรานี่แหละ ในเมื่อหูไม่ทำงานเลยใช้สายตาทำงานเพียงอย่างเดียว คอยสอดส่องดูว่ามีผู้ร่วมชะตากรรมในนี้กี่มากน้อย ความจริงก็คืออยากเห็นสาวลาวว่าจะสวยน่ารักขนาดไหน เจ้าหล่อนจะแต่งองค์ทรงเครื่องอย่างไร แฉล้มแช่มช้อย ชม้อยชม้ายชายตาน่าดูชมสมกับเป็นสาวลาวได้กี่มากน้อย น่าผิดหวังครับไม่ได้หมายความว่าสาวลาวไม่สวยน่ารักนะครับ แต่ผิดหวังตรงที่มันมืดไปหมด เห็นหัวผลุบๆ โผล่ๆ ดำทะมึน ขยับโยกไปมาน่าเวียนหัว เลยกรอกเบียร์เข้าไปอีกอึกหนึ่ง แต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้ เลยนั่งหลับตากำหนดลมหายใจเข้าออกอยู่พักหนึ่ง จนกระทั่งได้ยินเสียงคนขับรถเอ่ยปากชวนกลับไปนอน เพราะต้องรีบตื่นเดินทางแต่เช้า<span style="mso-spacerun: yes;">  </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH">ออกจากดิสโก้เธคมาสัมผัสความเงียบสงบของราตรีเมืองอุดมไชย ผมจึงเริ่มเห็นรอยยิ้มของนักท่องเที่ยวจากเมืองไทยก่อนจะขึ้นรถกลับที่พักโดยไม่ลืมนัดแนะ นัดหมายให้ตื่นแต่เช้าเพื่อดูดวงอาทิตย์โผล่ขึ้นมาจากเหลี่ยมเขา แล้วเดินไปเที่ยวตลาดเช้าที่อยู่ห่างจากที่พักประมาณ 100 เมตร สมาชิกจากเมืองไทยต่างพยักหน้ารับรู้กิจกรรมของรุ่งเช้า แล้วแยกย้ายกันเข้าที่พัก ผมเปิดประตูห้องเข้าไปคุณนายเธอเงยหน้าจากการเขียนบันทึกขึ้นมายิ้มให้ผม ผมจ้องหน้าเธอพักหนึ่งก่อนจะลงความเห็นโดยไม่ลังเลว่า คืนนี้ภรรยาเราสวยที่สุดในเมืองลาว</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt;"> </p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt;"> <img src="http://lanpanya.com/themiti/files/2008/12/sdc10156.jpg" alt="" width="254" height="189" /></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt;"> </p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH">คืนนี้ผมยังนอนไม่หลับ ยอมรับตรงๆ แบบไม่อายเลยว่าเป็นเพราะตื่นสถานที่ครับ ไม่ใช่เพราะว่าผิดที่ผิดทางหรอกครับ แต่ตื่นเต้นที่ผู้จัดการโรงแรมบอกผมก่อนเข้าห้องว่า ห้องที่ผมพักเป็นห้องที่ชาวเมืองอุดมไชยจัดถวายเป็นที่ประทับของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารีในคราวเสด็จเยือนอุดมไชย ผมตื่นเต้นดีใจ ผุดลุกผุดนั่งอยู่หลายเที่ยว ก่อนจะไหว้พระสวดมนต์และขอพรจากเทวดาหลวงเมืองลาว ปู่เยอ ย่าเยอ และสมเด็จพระไชยเชษฐาธิราช กษัตริย์ของลาวที่ครั้งหนึ่งเคยมาครองเชียงแสน และบูรณะพระธาตุจอมกิตติ พระธาตุศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองเชียงแสน</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH">คืนนี้ที่เมืองอุดมไชยผมนอนหลับสบายและมีความสุขมากครับ </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH">                    &#8230;สะบายดีอุดมไซ&#8230;</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/themiti/archives/151/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>อาหารมื้อแรกที่อุดมไซ</title>
		<link>http://lanpanya.com/themiti/archives/150</link>
		<comments>http://lanpanya.com/themiti/archives/150#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 16 Dec 2008 01:06:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator>themiti</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ไม่ได้จัดหมวดหมู่]]></category>

		<category><![CDATA[ท่องเที่ยว]]></category>

		<category><![CDATA[มิติ ยาประสิทธิ์]]></category>

		<category><![CDATA[ลาว]]></category>

		<category><![CDATA[หลวงพระบาง]]></category>

		<category><![CDATA[อุดมไชย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/themiti/?p=150</guid>
		<description><![CDATA[
อ้ายโนพาคณะขึ้นรถขับออกไปผ่าน 4 แยกไปประมาณ 400 เมตร ตามเส้นทางหลักถึง 3 แยกแล้วเลี้ยวซ้าย ซึ่งแถวนี้เป็นย่านร้านอาหารสำหรับคนกลางคืน ผมสังเกตเห็นโรงแรม เกสต์เฮ้า หรือเฮือนพักสำหรับนักท่องเที่ยวผุดขึ้นเต็มไปหมด ด้วยเหตุที่เมืองอุดมไชยเป็นจุดเชื่อม (hub) ที่จะผ่านไปยังเมืองท่องเที่ยวอื่นๆ ทั้งภายในประเทศลาวเอง และต่างประเทศ เช่น ไทย จีน เวียดนาม 

ก็คงคล้ายๆ เมืองพิษณุโลกของบ้านเราที่มี 4 แยกอินโดจีนไว้รองรับการพัฒนาด้านการท่องเที่ยว การค้า ในแถบภูมิภาคนี้ แต่ก็มีสภาพเป็น 4 แยก ที่จะพาเอารถหลงทางไปง่ายๆ ผมเห็นการเตรียมรับการท่องเที่ยวของลาวแล้ว ดูครบวงจรดี ทั้งวิถีชีวิต วัฒนธรรม อัธยาศัยไมตรี ที่พัก ร้านอาหาร ธนาคาร จะด้อยก็เพียงถนนหนทางเท่านั้นที่ไม่สะดวกเท่าที่ควร
ร้านชิ้นดาด คือร้านที่อ้ายโนเลือกสำหรับอาหารมื้อเย็น ผมยังไม่ลงจากรถ สายตาจ้องอยู่ที่ร้านอาหารที่อยู่ถัดไปไม่ไกล เป็นร้านสไตล์คันทรี มีเสียงเพลงจังหวะ 3 ช่า ลอยมาพอให้คึกคัก ผมหันไปถามคนที่นั่งข้างๆ ว่า ทำไมไม่จอดที่ร้านโน้น อ้ายโนได้ยินก็เลยบอกว่า เป็นร้านของวัยรุ่นเขาเรามากินข้าว กินเสร็จแล้วก็กลับไปนอน พรุ่งนี้จะได้ตื่นแต่เช้าเดินทางต่อ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong><img src="http://lanpanya.com/themiti/files/2008/12/sdc100820.jpg" alt="" /></strong></p>
<p><strong>อ้ายโนพาคณะขึ้นรถขับออกไปผ่าน 4 แยกไปประมาณ 400 เมตร ตามเส้นทางหลักถึง 3 แยกแล้วเลี้ยวซ้าย ซึ่งแถวนี้เป็นย่านร้านอาหารสำหรับคนกลางคืน ผมสังเกตเห็นโรงแรม เกสต์เฮ้า หรือเฮือนพักสำหรับนักท่องเที่ยวผุดขึ้นเต็มไปหมด ด้วยเหตุที่เมืองอุดมไชยเป็นจุดเชื่อม (hub) ที่จะผ่านไปยังเมืองท่องเที่ยวอื่นๆ ทั้งภายในประเทศลาวเอง และต่างประเทศ เช่น ไทย จีน เวียดนาม </strong></p>
<p><strong><span id="more-150"></span></strong></p>
<p><strong>ก็คงคล้ายๆ เมืองพิษณุโลกของบ้านเราที่มี 4 แยกอินโดจีนไว้รองรับการพัฒนาด้านการท่องเที่ยว การค้า ในแถบภูมิภาคนี้ แต่ก็มีสภาพเป็น 4 แยก ที่จะพาเอารถหลงทางไปง่ายๆ ผมเห็นการเตรียมรับการท่องเที่ยวของลาวแล้ว ดูครบวงจรดี ทั้งวิถีชีวิต วัฒนธรรม อัธยาศัยไมตรี ที่พัก ร้านอาหาร ธนาคาร จะด้อยก็เพียงถนนหนทางเท่านั้นที่ไม่สะดวกเท่าที่ควร<br />
ร้านชิ้นดาด คือร้านที่อ้ายโนเลือกสำหรับอาหารมื้อเย็น ผมยังไม่ลงจากรถ สายตาจ้องอยู่ที่ร้านอาหารที่อยู่ถัดไปไม่ไกล เป็นร้านสไตล์คันทรี มีเสียงเพลงจังหวะ 3 ช่า ลอยมาพอให้คึกคัก ผมหันไปถามคนที่นั่งข้างๆ ว่า ทำไมไม่จอดที่ร้านโน้น อ้ายโนได้ยินก็เลยบอกว่า เป็นร้านของวัยรุ่นเขาเรามากินข้าว กินเสร็จแล้วก็กลับไปนอน พรุ่งนี้จะได้ตื่นแต่เช้าเดินทางต่อ ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่ๆ กระโดดลงจากรถพร้อมกับบ่นเบาๆ ว่า แล้วนี่ไม่ใช่วันรุ่นหรือว่ะ เจ้าเบิ้มแอบมากระซิบข้างหูผมว่า ตามใจเขาไปก่อน เดี๋ยวกลับโรงแรมแล้ว เราค่อยออกไปเที่ยวต่อ ผมพยักหน้าหงึกๆ แล้วเดินตามอ้ายโนเข้าร้านไป<br />
ภายในร้านมีโต๊ะไม้ที่เจาะรูสำหรับวางเตาอั้งโล่ตั้งอยู่ ประมาณ 10 ตัว ผมเห็นโต๊ะแล้วนึกถึงร้านหมูกระทะแถวๆ บ้าน ก็เกิดอาการผะอืดผะอม เพราะผมไม่ชอบหมูกระทะที่ต้องสาละวนกับการย่างเนื้อจนเหงื่อหยด สุกบ้าง ดิบบ้าง ไหม้บ้าง ผมชอบที่จะนั่งกินสบายๆ เสื้อผ้าและผมบนหัวก็ไม่เหม็นด้วย ตอนที่หมูกระทะบูมใหม่ๆ ในบ้านเรา เป็นช่วงที่ผมแทบจะไม่ทานข้าวนอกบ้านเลย ขนาดไปอบรมที่ ม. แม่โจ้เชียงใหม่ หาร้านอาหารแบบกินไปจิบไป ฟังเพลงไปไม่เจอเลย มีแต่ร้านหมูกระทะ ผมถามน้องนายของผมว่า ถ้าจะกินหมูกระทะ ผมขอจ้างเด็กเสริฟมาย่างให้กินจะได้ไหม แม่ขมองอิ่มหันขวับมาทำตาเขียวใส่แล้วบอกว่า ขับรถหาร้านไปเรื่อยๆ จะไกลแค่ไหนก็ไปกัน มีอย่างที่ไหนกัน จะให้สาวเสริฟมาย่างให้กิน นี่ขนาดมาด้วยกันยังออกลายขนาดนี้เลยนะ อีตาบ้า<br />
อ้ายโนได้รับมอบหมายให้เป็นคนสั่งอาหาร เพราะคณะจากเมืองไทยไม่ถนัดเรื่องภาษาในเมนูอาหาร และอีกอย่างหนึ่งคือแต่ละคนหิวกันจนตาลายชนิดกินช้างได้ทั้งตัว อ้ายโนกวักมือเรียกเด็กเสริฟพร้อมกับสั่งอาหารทันที เอาเบียร์ 2 แก้ว (ขวด) จอก 6 อัน น้ำก้อน 1 คุถัง เจ้าเบิ้มท้วงว่าทำไมไม่สั่งอาหารก่อนหิวกันแล้ว อ้ายโนตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า สั่งอาหารก่อนไม่เคยได้กินก่อนสักครั้ง สั่งเบียร์ทีหลังได้กินก่อนทุกครั้งไป คราวนี้เลยสั่งเบียร์ก่อนจะได้จิบขณะรออาหารไง ผมอึ้งกับคำตอบซื่อๆ ของอ้ายโน แต่ก็ทำให้ทุกคนยิ้มออกมาได้และพลอยหายหิวไปได้เยอะเลย</strong></p>
<p><strong><img src="http://lanpanya.com/themiti/files/2008/12/sdc101590.jpg" alt="" /><br />
ชิ้นดาด ก็คือเนื้อล้วนๆ มีทั้งเนื้อปลา หมู วัว เก้ง กวาง จะย่างแบบหมูกระทะ หรือจะตั้งหม้อน้ำซุปทำเป็นปลา หมูจุ่มก็ได้ อ้ายโนอธิบาย คณะของเราเลือกเป็นปลาจุ่ม 2 ชุด ส้มตำและข้าวเหนียว สักพักเด็กเสริฟก็ยกเอาเตาถ่านมาตั้งในหลุมบนโต๊ะ พร้อมกับวางหม้อดินใบเขื่องเติมน้ำซุปแล้วปิดฝาหม้อไว้ ก่อนที่จะกลับไปยกเอาถาดใส่ผักนา นาชนิด มาจนพูน จากนั้นก็ทยอยเอาน้ำจิ้มมาถ้วยใหญ่ และมีถ้วยน้ำจิ้มเล็กๆ สำหรับแบ่งมาปรุงเพิ่มเติมตามความชอบของแต่ละคน เขาจะมีถ้วยใส่พริกขี้หนูซอย กระเทียมสดซอย กระเทียมดอง น้ำปลา น้ำตาล และมะนาวผ่าซีกมาให้ปรุง เนื้อปลาถูกแล่เป็นแว่นบางๆ ขนาดเหรียญ 10 บาทบ้านเรา ยาวประมาณ 3 นิ้ว วางเรียนเป็นวงกลม 2 ชั้น บนจานขนาด 12 นิ้ว เขานำปลาแม่น้ำที่มีอย่างอุดมสมบูรณ์มาเป็นเมนูเด็ดของร้านชิ้นดาดครับ<br />
ผมซดเบียร์รอให้น้ำเดือดพร้อมกับสำรวจถาดผักว่ามีผักอะไรบ้าง ก็มีผักกาดขาว ผักบุ้ง เห็ดฟาง ใบโหระพา ยอดต้นถั่วลันเตา ที่อ้ายโนเรียกว่าบักถั่วน้อย แล้วก็มีวุ้นเส้นอีกนิดหน่อย พอนำเดือดผักต่างๆ ก็ถูกลำเลียงลงสู่หม้อ ตามด้วยเนื้อปลา ก่อนที่จะถูกลำเลียงลงกระเพาะอาหารเป็นลำดับสุดท้าย รสชาติของอาหารเอร็ดอร่อยจนทำให้เสียงของการสนทนาเงียบไป แต่ละคนดูตั้งหน้าตั้งตากิน จนต้องสั่งเพิ่มอีก 2 ชุด อิ่มหนำสำราญกันทั่วหน้า 6 คนในราคาไม่ถึง 1,000 บาท<br />
อ้ายโนขับรถพาคณะกลับโรงแรมมีเพียงคุณนายคนเดียวเท่านั้นที่ขอตัวไปพักผ่อน นอกนั้นตามผมกับเจ้าเบิ้มไปตลุยราตรีเมืองอุดมไชยกันต่อ</strong></p>
<p><img src="http://lanpanya.com/themiti/files/2008/10/sdc1.jpg" alt="" width="333" height="286" /></p>
<p><strong>โดนบล๊อก บ้าๆ เบียดเลยมาอัพซะหน่อย </strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/themiti/archives/150/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>เยือนอุดมไชย</title>
		<link>http://lanpanya.com/themiti/archives/132</link>
		<comments>http://lanpanya.com/themiti/archives/132#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 08 Dec 2008 07:25:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>themiti</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ไม่ได้จัดหมวดหมู่]]></category>

		<category><![CDATA[ท่องเที่ยว]]></category>

		<category><![CDATA[มิติ ยาประสิทธิ์]]></category>

		<category><![CDATA[ลาว]]></category>

		<category><![CDATA[หลวงพระบาง]]></category>

		<category><![CDATA[อุดมไชย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/themiti/?p=132</guid>
		<description><![CDATA[
ความมืดเข้าบดบังทัศนียภาพสองข้างทาง ไฟหน้ารถถูกเปิดขึ้นแสงไฟพุ่งเป็นลำออกไปทำให้มองเห็นถนนที่คดเคี้ยว และหลุมบ่อขนาดใหญ่ได้อย่างชัดเจน การเดินทางช่วงนี้จึงต้องเพิ่มความระมัดระวังขึ้นมาก บางโค้งก็ทำเอาใจหายใจคว่ำ เพราะจ๊ะเอ๋เข้ากับรถบรรทุกคันยาวขนาด 18 – 20 ล้อ อ้ายโนบอกว่าถนนช่วงนี้ สร้างเมื่อ 30 ปีก่อน เป็นเส้นทางสายยุทธศาสตร์จึงเป็นถนนที่มีความแข็งแรงคงทนเอาการ ส่วนหลุมบ่อนั้นเกิดจากน้ำป่าซัดเอาตอนหน้าฝนทำให้ถนนพังเป็นช่วงๆ 
 
 

เข้าเขตอุดมไชยมา เราก็เริ่มเห็นหมู่บ้านหนาตาขึ้น ชาวบ้านยามค่ำคืน เขาจะถือไฟฉายเดินตามถนน ฉายไฟส่องดูนั่นดูนี่ไปเรื่อยๆ ทำให้นึกถึงตอนที่ผมเป็นเด็ก ได้ไปอยู่กับพ่อที่ชุดคุ้มครองหมู่บ้านแห่งหนึ่ง หมู่บ้านแห่งนี้มีชนเผ่าขมุอาศัยอยู่ พอพลบค่ำเด็กๆ และหนุ่มๆ เขาจะถือไฟฉายออกมาจับกลุ่ม ชุมนุมกันที่ 3 แยกกลางหมู่บ้าน กิจกรรมปกติที่นิยมกันคือ ฉายไฟแข่งกัน ว่าไฟฉายของใครจะส่องไกลกว่ากัน โดยมียอดไม้บนภูเขาเป็นเป้าหมาย และมีคนดูเป็นผู้ออกเสียงตัดสิน ผู้ชนะจะมีสิทธิในการเลือกเส้นทางไปแอ่วสาวก่อน ผู้แพ้ก็ต้องหลบเลี้ยวไปอีกทางหนึ่ง แต่ถ้ามีสาวเจ้าที่หมายปองอาศัยอยู่บนถนนเส้นเดียวกัน ไอ้หนุ่มผู้แพ้ก็ต้องไปปรับแต่ง โมดิฟายไฟฉายของตนเองใหม่ เพื่อนำมาประลองในคืนต่อไป ระยะหลังพวกหนุ่มๆ ก็เสียท่าให้กับลูกน้องของพ่อที่นำไฟฉายสนามของทหารไปส่องแข่งกับหนุ่มเจ้าถิ่น และก็ชนะทุกครั้ง สาวสวยของหมู่บ้านจึงมีตำรวจหนุ่มไปเฝ้าจีบอยู่ทุกค่ำคืน 
ผมเผลอหลับไปแป๊บหนึ่ง มาสะดุ้งตื่นเอาเมื่อได้ยินเสียงแตรรถดังขึ้นหลายครั้ง ลืมตาขึ้นดูจึงรู้ว่าเข้าสู่ตัวเมืองอุดมไชยแล้ว รถวิ่งมาถึง 4 แยกกลางเมือง จึงเลี้ยวเข้าที่พักที่อยู่ตรงหัวมุมของ 4 แยกพอดี ชื่อโรงแรมสิงห์ทอง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong></strong></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH">ความมืดเข้าบดบังทัศนียภาพสองข้างทาง ไฟหน้ารถถูกเปิดขึ้นแสงไฟพุ่งเป็นลำออกไปทำให้มองเห็นถนนที่คดเคี้ยว และหลุมบ่อขนาดใหญ่ได้อย่างชัดเจน การเดินทางช่วงนี้จึงต้องเพิ่มความระมัดระวังขึ้นมาก บางโค้งก็ทำเอาใจหายใจคว่ำ เพราะจ๊ะเอ๋เข้ากับรถบรรทุกคันยาวขนาด 18 </span><span style="font-size: 16pt;"><span style="font-family: Times New Roman;">–</span></span><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH"> 20 ล้อ อ้ายโนบอกว่าถนนช่วงนี้ สร้างเมื่อ 30 ปีก่อน เป็นเส้นทางสายยุทธศาสตร์จึงเป็นถนนที่มีความแข็งแรงคงทนเอาการ ส่วนหลุมบ่อนั้นเกิดจากน้ำป่าซัดเอาตอนหน้าฝนทำให้ถนนพังเป็นช่วงๆ </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt;"> </p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt;"> <img src="http://lanpanya.com/themiti/files/2008/11/sdc100870.jpg" alt="" /></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt;"><span style="font-size: 16pt;"><span id="more-132"></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH">เข้าเขตอุดมไชยมา เราก็เริ่มเห็นหมู่บ้านหนาตาขึ้น ชาวบ้านยามค่ำคืน เขาจะถือไฟฉายเดินตามถนน ฉายไฟส่องดูนั่นดูนี่ไปเรื่อยๆ ทำให้นึกถึงตอนที่ผมเป็นเด็ก ได้ไปอยู่กับพ่อที่ชุดคุ้มครองหมู่บ้านแห่งหนึ่ง หมู่บ้านแห่งนี้มีชนเผ่าขมุอาศัยอยู่ พอพลบค่ำเด็กๆ และหนุ่มๆ เขาจะถือไฟฉายออกมาจับกลุ่ม ชุมนุมกันที่ 3 แยกกลางหมู่บ้าน กิจกรรมปกติที่นิยมกันคือ ฉายไฟแข่งกัน ว่าไฟฉายของใครจะส่องไกลกว่ากัน โดยมียอดไม้บนภูเขาเป็นเป้าหมาย และมีคนดูเป็นผู้ออกเสียงตัดสิน ผู้ชนะจะมีสิทธิในการเลือกเส้นทางไปแอ่วสาวก่อน ผู้แพ้ก็ต้องหลบเลี้ยวไปอีกทางหนึ่ง แต่ถ้ามีสาวเจ้าที่หมายปองอาศัยอยู่บนถนนเส้นเดียวกัน ไอ้หนุ่มผู้แพ้ก็ต้องไปปรับแต่ง โมดิฟายไฟฉายของตนเองใหม่ เพื่อนำมาประลองในคืนต่อไป ระยะหลังพวกหนุ่มๆ ก็เสียท่าให้กับลูกน้องของพ่อที่นำไฟฉายสนามของทหารไปส่องแข่งกับหนุ่มเจ้าถิ่น และก็ชนะทุกครั้ง สาวสวยของหมู่บ้านจึงมีตำรวจหนุ่มไปเฝ้าจีบอยู่ทุกค่ำคืน </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH">ผมเผลอหลับไปแป๊บหนึ่ง มาสะดุ้งตื่นเอาเมื่อได้ยินเสียงแตรรถดังขึ้นหลายครั้ง ลืมตาขึ้นดูจึงรู้ว่าเข้าสู่ตัวเมืองอุดมไชยแล้ว รถวิ่งมาถึง 4 แยกกลางเมือง จึงเลี้ยวเข้าที่พักที่อยู่ตรงหัวมุมของ 4 แยกพอดี ชื่อโรงแรมสิงห์ทอง รถจอดสนิทแล้ว ผมกับเจ้าเบิ้มก็กระโดดลงมายืดเส้นยืดสาย บิดตัวไปมาจนเกิดเสียงดังกรุ๊บกรั๊บ พอหายเมื่อยก็หิ้วสัมภาระเดินเข้าไปที่เคาเตอร์ เจอเจ้าเบิ้มยืนคุยอยู่กับผู้จัดการโรงแรมที่คอยยื่นกุญแจให้กับแขกที่มาจากเมืองไทย </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt;"> </p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt;"> <img src="http://lanpanya.com/themiti/files/2008/11/sdc101060.jpg" alt="" /></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt;"> </p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH">ผมรับกุญแจห้องเบอร์ 2003 มาถือไว้ ก่อนที่จะส่งต่อให้คุณนาย เพราะผู้จัดการหนุ่มรูปร่างสันทัด หน้าตาออกลาวนิดๆ ยื่นมือมาจับมือของผม แล้วบอกว่าผมนี่โชคดีจริงๆ ที่ได้พักห้องนี้ ผมก็ยิ้มรับแล้วกล่าวขอบคุณเขาไปด้วยสีหน้าปกติ แต่ในใจของผมนี่สิครับ มันหวั่นๆ หวิวๆ พิกล เอาการอยู่เหมือนกัน ผมหันไปมองหน้าเจ้าเบิ้มที่ยิ้มเผล่จนตาหยียิ่งทำให้ผมระแวง และชักจะไม่ไว้ใจเจ้าเบิ้ม กลัวมันเอาคืนหลังจากโดนอำเรื่องชาติพันธุ์ในระหว่างทาง<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>เจ้าเบิ้มกำชับให้ผมสะดุ้งเล่นๆ ว่า ห้องนี้สุดยอด ปกติไม่ค่อยมีใครพักกัน อ้ายโชคดีจริงๆ ทำให้ผมอดคิดถึงประสบการณ์ขนหัวลุกที่เจอในโรงแรมต่างถิ่นถึง 2 ครั้งด้วยกันไม่ได้</span><span style="font-family: Times New Roman;"><span style="font-size: 16pt;" lang="TH"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH">ผมเดินขึ้นบันไดตามคุณนายขึ้นไปบนชั้น 2<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>ด้วยสีหน้างุนงงสงสัย หวาดระแวงราวกับชายหนุ่มโดนหลอกพาเข้าโรงแรมครั้งแรก คุณนายหยุดอยู่หน้าห้อง 2003 ผมสอดส่ายสายตาสำรวจบริเวณโดยรอบ ห้องพักอยู่บนชั้น 2 ขึ้นบันไดมาแล้วเลี้ยวขวา เป็นห้องสุดท้าย ตรงสุดทางเดินมีหน้าต่างเป็นบานเกล็ดมองออกไปเห็นถนนบริเวณ 4 แยกอย่างชัดเจน ไกลออกไปมองเห็นแสงไฟเรืองๆ อยู่บนยอดเขา คงเป็นวัดแน่นอน ผมคิดแล้วยกมือขึ้นไหว้ไปทางยอดเขาก่อนที่จะเดินตามคุณนายเข้าห้องไป </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH">โอ้โฮ </span><span style="font-size: 16pt;"><span style="font-family: Times New Roman;">!</span></span><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH"> ผมอุทานออกมาเบาๆ ภาพที่อยู่ข้างหน้าคือห้องพักขนาด 6 </span><span style="font-size: 16pt;"><span style="font-family: Times New Roman;">x </span></span><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH">6 เมตร</span><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH"> มีเตียงนอนหลังใหญ่ 1 หลัง มีโซฟาหุ้มหนังชุดใหญ่ 8 ที่นั่งจัดเรียงเข้ากับมุมโค้งของห้อง มีเฟอร์นิเจอร์ไม้ผสมหวายแบบโบราณตั้งอยู่ ภายในห้องน้ำมีอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ มีเครื่องทำน้ำอุ่นผลิตจากประเทศไทย ห้องนอนโล่งกว้างดูสะอาดเพียงแต่มีกลิ่นอับนิดๆ เพราะไม่ค่อยมีคนได้ใช้ห้อง ผมเปิดหน้าต่างเปิดแอร์ เปิดพัดลมไล่กลิ่นสักพักพอหายกลิ่นอับก็ปิดหน้าต่าง เตรียมออกไปหาอะไรกินเป็นอาหารมื้อแรกในแดนลาว</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt;"><span style="font-size: 16pt; font-family: " lang="TH"><img src="http://lanpanya.com/themiti/files/2008/11/sdc101640.jpg" alt="" /></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/themiti/archives/132/feed</wfw:commentRss>
		</item>
	</channel>
</rss>
