หนูหน้าโง่

7 ความคิดเห็น โดย aphsara เมื่อ 26 กรกฏาคม 2011 เวลา 10:04 (เย็น) ในหมวดหมู่ โรงเรียน #
อ่าน: 1279

ในชั่วโมงการประชุมที่ยาวนานของโรงเรียน  เป็นการประชุมที่โคตร….จะน่าเบื่อ (ทุกครั้ง) เมื่อไหร่ที่มีประชุม  นักเรียนก็จะไม่ได้เรียน  ถึงแม้เด็กหลายคนจะไม่ชอบเรียน แต่เมื่อครูประชุมบ่อย ๆ เด็กก็ทำหน้ามุ่ย  กำลังร้องเพลงกันอย่างสนุกสนาน ก็มีหนังสือมาเชิญครูประชุม  กำลังเฉลยแบบทดสอบกันแบบลุ้นระทึก  เดี๋ยวครูก็ต้องประชุม   วันไหนนัดกันจะทำกิจกรรม  วันนั้นครูจะต้องไปอบรม  อ้าว!   เมื่อไหร่ที่มีหนังสือเชิญประชุม  เด็ก ๆ จะพร้อมใจพูดเสียงดังลั่นห้อง “ ประชุมดีประชุมเด่น เน้นประชุม “ 

DSC00176

คุณครูท่านหนึ่ง ได้ลุกขึ้นกล่าวรายงานถึงการอบรมโครงการกิจกรรมรักการอ่าน ที่ได้เข้าร่วมการอบรมในสัปดาห์ที่ผ่านมา  สิ่งที่ท่านได้นำเสนอ  ทำให้ดิฉันรู้สึกสนใจ เนื่องจากจุดประสงค์ที่จะให้คณะครูมองเห็นความสำคัญในกิจกรรม  และช่วยเหลือโครงการนี้  ท่านจึงเริ่มต้นด้วยนิทานเรื่องหนึ่ง   ซึ่งประธานได้เล่าในช่วงของการเปิดการอบรม  นิทานเรื่องนี้มีความว่า

หนูตัวหนึ่งอาศัยอยู่ในบ้านของชาวนาครอบครัวหนึ่ง    แรก ๆ เมื่อมันตัวเล็ก ๆ อาหารที่ต้องการก็ไม่มากมายนัก  เพราะฉะนั้นเศษอาหารในบ้านก็พอกินไปวัน ๆ แต่เมื่อหนูมีครอบครัว  มันก็ต้องการอาหารที่มากขึ้น   ดังนั้นเมื่อมันหาอาหารเพิ่มขึ้น  ชาวนาก็เริ่มเดือดร้อน   ชาวนาแก้ปัญหาด้วยการนำกับดักหนูไปวางในบริเวณที่หนูมันมากินอาหารประจำ    เมื่อหนูเห็นดังนั้น  มันจึงวิ่งไปขอความช่วยเหลือจากไก่   ซึ่งเป็นเพื่อนกัน  แต่ไก่กลับบอกว่า มันไม่ใช่ธุระของข้า  แล้วก็ส่ายหน้า ไม่คิดหาทางช่วยเหลือ  เมื่อไก่ไม่ช่วย  หนูก็วิ่งไปหาหมู   หมูก็ตอบมาทำนองเดียวกับไก่  ดังนั้น หนูจึงวิ่งไปหาวัว  แต่วัวก็ตอบมาเหมือนกับไก่ และหมู   สัตว์ซึ่งเป็นเพื่อนที่อาศัยอยู่ใกล้เคียงกันไม่มีใครช่วยหนู แม้แต่ตัวเดียว   อยู่มาไม่นาน  ปรากฏว่ามีงูไปติดกับดักหนูเข้า  ภรรยาของชาวนาเดินไปดูกับดักหนูที่ตนวางไว้  แต่เนื่องจากไม่ทันระวัง  จึงโดนงูฉกเข้าทันที   เมื่อชาวนามาเห็นเข้าจึงนำภรรยามารักษา   เพื่อนบ้านได้ยินข่าว  จึงทยอยกันมาเยี่ยม    ชาวนาจำต้องฆ่าไก่ให้เป็นอาหารเลี้ยงต้อนรับเพื่อนบ้าน  รักษานานวันภรรยาก็ยังไม่หาย   คราวนี้ชาวนาจึงจำเป็นต้องฆ่าหมูที่เลี้ยงไว้เพื่อเป็นอาหารเลี้ยงต้อนรับเพื่อนบ้าน       อยู่มาไม่นาน  ภรรยาชาวนาก็เสียชีวิตจากพิษงู   ในงานศพของภรรยา  ชาวนาก็ฆ่าวัวที่เลี้ยงไว้เพื่อประกอบอาหารในพิธี  ส่วนหนูกลับมีชีวิตรอดอาศัยอยู่ในบ้านชาวนานั่นเอง

นิทานเรื่องนี้  คุณครูท่านสรุปแง่คิดให้ว่า หากคนในองค์กรไม่ช่วยกัน  โดยคิดว่างานที่ได้รับมอบหมายไม่ใช่ธุระ  สุดท้ายก็จะประสบหายนะทั้งองค์กร 

ดิฉันได้ฟังรู้สึกประทับใจ  คิดว่าเมื่อประชุมเสร็จจะต้องบันทึกเรื่องนี้ไว้เล่าให้เด็ก ๆฟัง  แต่เมื่อครั้นท่านผู้บริหารท่านกล่าวถึงเรื่องต่อมา นั่นคือ  ท่านจะมีกรรมการมาประเมินวิทยฐานะในสัปดาห์ถัดไป  เพราะฉะนั้นจึงขอความร่วมมือจากคณะครู   ช่วยจัดเตรียมเอกสารต่าง ๆ เพื่อรองรับการประเมิน  ท่านกล่าวว่า  ถึงแม้มันจะเป็นงานของท่านเอง  แต่เปรียบได้กับตัวท่านเป็นหนูในนิทานที่เพื่อนครูท่านหนึ่งเล่ามา  เพราะฉะนั้นอยากให้ไก่ หมู และวัว  ซึ่งเปรียบเหมือนคณะครูช่วยเหลือท่านด้วย   มิเช่นนั้นตัวท่านอาจจะกลายเป็นหนูที่รอดเพียงตัวเดียว

ดิฉันได้ยินประโยคดังกล่าวรู้สึกเหมือนโดนอะไรกระแทกเข้าที่อกอย่างจัง  สมองคิดตามทันที  นั่นสินะ  หากอยากจะรอด ไม่เห็นว่าหนูจะต้องทำอะไร   แค่อยู่เฉย ๆ    หากหนูวิ่งวุ่นที่จะแก้ปัญหาด้วยตนเองมันก็จะยิ่งยุ่ง  ไม่แน่ว่า หนูอาจจะติดกับดักนั้นแทนงูก็เป็นได้

นิทานเรื่องนี้กลับให้แง่คิดอีกมุมหนึ่งกับดิฉัน  ทุกครั้งที่ได้รับมอบหมายงาน  เมื่อติดปัญหาดิฉันจะเข้าไปขอความช่วยเหลือจากผู้บริหาร  แต่ท่านก็มักจะตอบคำถาม เหมือน ไก่ หมู  วัว (แทบทุกครั้ง) ส่วนเพื่อนครู “ไม่รู้หรอกน้อง  พี่ไม่รู้จะช่วยยังไงจริง ๆ  ถ้าทำไม่ได้ก็ไม่ต้องทำ  ทิ้งไว้นั้นหล่ะ “  นั่นเป็นคำแนะนำที่ดูเหมือนนิทานเรื่องนี้จะสอนไว้  เพื่อนครูแนะนำถูกจริง ๆ  เพราะสุดท้ายคนซวยไม่ใช่เรา  แต่ดิฉันกลับเป็นหนูหน้าโง่   วิ่งซก ๆ เที่ยวแก้ปัญหา  บางครั้ง กับดักหนูตกใส่ขาบ้าง  ก็แอบมาคลุมโปงร้องไห้ในห้องนอนตนเอง   ทำไมถึงไม่ได้ยินนิทานเรื่องนี้มาก่อนหน้านี้ก็ไม่รู้ซินะ  เฮ้อ !  

แต่ถึงแม้จะรู้ว่าตนเป็นหนูหน้าโง่  แต่ก็ยังทำตัวให้ฉลาดขึ้นไม่ได้อยู่ดี  เพราะยังนึกกังวลใจ  ว่าลูกน้อยจะโดนกับดักหนูไปด้วยหรือเปล่า  ก็ยังคงต้องวิ่งซกๆ ต่อไป

DSC00144

Post to Twitter Tweet This Post



Main: 0.018954038619995 sec
Sidebar: 0.0063049793243408 sec