ผมเป็นคนดี หรือเปล่า ## 4

1 ความคิดเห็น โดย phrateep เมื่อ 31 พฤษภาคม 2012 เวลา 1:04 (เช้า) ในหมวดหมู่ ไม่ได้จัดหมวดหมู่ #
อ่าน: 1565

เล่าต่อนะครับ หลังจากที่ไม่ประสบความสำเร็จก็เลยทบทวนตัวเองอีกครั้งว่าเราพลาดตรงไหนหว่าที่ทำไปทำไมไม่ได้ผลตามที่เราคิด เเละเเล้วก็เห็นจุดด้อยของตัวเองมากขึ้นทุกวัน เเละก็เป็นจุดด้อยที่เราเองก็ไม่เคยคาดคิดว่าจะเป็นปัญหาอะไร จุดด้อยที่ว่าก็คือ เราไม่เคยจะทำจริงสักที ปัญหาใหญ่เลยเเหละเเละมิหนำซํ้ายังหลอกตัวเองว่าทำดีที่สุดเเเล้วทั้งที่บางอย่างไม่ได้ตระเตรียมอะไรไว้เลย นั่งทบทวนไปอีกก็เจอว่า ที่เราไม่เคยทำจริงเราจึงไม่ได้วางเเผนให้ไหลเลย เเละเมื่อไม่ได้วางเเผนมันก็ไม่มีจุดหมายเเละไม่จุดหมายมันจะหยุดกลางคันเเละไม่ทำต่อ เเละก็คิดว่าเราทำดีที่สุดเเล้ว

ที่จริงเราก็รู้นะว่าปัญหามาจากที่ไหนเเต่การจะเปลี่ยนจิตใจของเรานี่สิมากยากเย็นเสียเหลือเกิน อยากจะไปนั่งสมาธิให้เเล้วไปเเต่อีกใจก็ยังคาใจที่อยากจะทำอะไรให้ประสบความสำเร็จ มันดึงกันอยู่อย่างนี้เเละเเต่ละวันก็เหนื่อยไปกับการคิดเเละบางครั้งท้อเพราะความคิด เเละบางครั้งอีกก็มีกำลังใจกับความคิด ก็ต้องเขาใจครับตอนนั้นผมล้มเหลวมากเพราะหวังมาก จิตใจเลยไม่ปกติเท่าไหร่ ผมเลยหยุดที่ทำธุรกิจเเละสานต่อไว้ อ้างเหตุผลกับตัวเองว่ามันไม่ใช่ของเราพูดให้ใครฟังก็ดูดีครับเหตุผลนี้

ต่อตอนนี้ผมก็ไม่ได้ลำบากเรื่องเเงินอะไรครับเพราะว่า 1 Web ที่สร้างไว้นานเเล้วยังสร้างเงินให้ผมอยู่วันละ $30 - 40 $ เงินไทย ก็ราวววันละ 1,000 กว่าบาท โดยที่เเเต่ละวันผมก็ไม่ได้ทำอะไร มันเพิ่มมาเองสิ้นเดือนก็รอรับเช็ค คงมีบุญอยู่มั้งที่เคยทำเว็บไว้นานเเสนนานเเล้ว (ทุกคนอาจเคยได้ยิน google adsense  หรือพวก Clickbank นะครับ)  รายได้ผมมาจากตรงนั้นเเหละ

ด้วยความที่ไม่อยากเป็นลูกน้องของใครจึงเก็บเงินตัวเองนั่นเเหละไว้เเละเอาทั้งหมดมาเปิดร้านขายไอติมทอด เเละเรื่องน่าขำก็ตามเยอะครับสำหรับเรื่องขายไอติมทอดของผม  ผมลงทุนก็ราวๆ 30,000 บาท เเละบอกก่อนว่าเจ้งเหมือนเดิมครับเเต่เจ้งครั้งนี้ไม่เสียใจเลยเเม้จะได้หนี้กลับมาเพราะไม่เครียดเหมือนเดิม สรุปคือผมเครียดมาเเล้วครั้งหนึ่งขี้เกียจกลับไปเครียดอีกเพราะว่าเหนื่อยเเละเครียดไปเครียดมาท้ออีก เลยทำเป็นไม้รู้เรื่องเสียเเล้วเสียไป เดี๋ยวมาฟังเรื่องการขายไอติมทอดของผมนะครับ

ผมเริ่มขายไอติมทอดครับเเละครั้งนี้ก็คิดเหมือนเดิมครับ อนาคตจะเปิดร้านขายไอติมทอดที่มีสาขาทั่วประเทศ ความหวังก็สูงไม่เเพ้ครั้งก่อนเอาเสียเลย เเต่ครั้งนี้มั่นใจมากกว่าเดิมมากเพราะว่าประสบการณ์ครั้งก่อนมากพอที่จะประสบความสำเร็จเเล้ว เเละเเล้วก็เริ่มอุดช่องว่างของตัวเองที่ไม่ได้ทำครั้งก่อนเเละระมัดระวังมากขึ้น ผมเริ่มตั้งเเต่ศึกษาเรื่องของไอติมทอดถามคนนั้น ถามคนนี้เป็นอย่างไรบ้างอยากกินบ้างไหม เเม้เขาก็ตอบมาทุกคนเเหละว่าอยากกินกันทุกคน เอาเราก็ดีใจนี่เเหละสินค้ามีความต้องการสูงเเต่ผมลืมไปว่าไอติมมันละลายได้ บางทีก้อนไอติมซื้อมาเป็นเงินอาจละลายเป็นนํ้าก็ได้ ลืมไปจริงเพราะมั่นใจเกินไปตอนนั้น

จากนั้นพอสำรวจตลาดอย่างเสร็จสับก็เริ่มหาวิธีการขายเเล้วครับ จากการวิเคราะห์เเละคิดค้นมานานร่วมเดือน ดูสิผมใช้เวลาตั้งเกือบเดือนเลยนะเนี่ภูมิใจครับเพราะคิดมาตั้งเดือนมั่นต้องไม่มีบกพร่องเเน่นอน เเต่ลืมไปไอ้ที่บกพร่องนั่นก็คือไอติมละลายนั่นเเหละ ด้วยความมั้นใจเต็มร้อยว่าไม่เจ้งเเน่ จึงได้โทรศัพท์ไปสั่งไอติมทอดมาจากกรุงเทพทันที เเต่โชคช่างไม่มีเลย ทางนั้นเขาบอกว่านํ้าเข้าประชิดรอบกรุงเทพไม่สามารถที่ขนเเป้งมาทำได้ เซ็งครับ เเต่ในใจคิดมาร่วมเดือนเเล้วเเละมั่นใจว่าจะขยายสาขาได้ทั่วประเทศ เเถมฟังวิทยุเมื่อเช้าเขาบอดว่าธุรกิจรอไม่ได้เดี๋ยวคนอื่นทำก่อน เดี๋ยวทำเองก็ได้เเค่ไปติมดทอด หลังจากนั้นก็ได้ทำเองครับเพราะเดี๋ยวไม่ได้ขยายสาขา

ศึกษาตำราไอติมทอดทุกสำนักเอามารวมกันเเละได้เป็นสูตรพิเศษ มันรวมกันหมดจนไม่รู้รสชาติเลย เเละหลังจากนั้นไปศึกษาวางเเผนทำการขาย ผมทำเหมือนคนมีความรู้ทำทุกอย่าง ทุกอย่างต้องรอบคอบเป็นไปตามเส้นตรง

พอมาถึงขั้นนี้เลยนึกได้ว่า เออ ยังไม่มีที่ขายนี่หว่า เเม้คิดว่ารอบคอบมาเกือบเดือนมาลืมนึกว่าขายที่ไหนดี มามองดูของเราก็คุณหนูเหลือเกิน มาดูที่ขายจริงมันขายได้ไม่เกิน 2 ที่นิ ที่เเรกในห้าง ที่สองหน้ามหาวิทยาลัย

จากนั้นก็เลยไปหาที่ก็ไปที่ห้าง Big C อุบล เขามองหน้าเเล้วบอกว่าวันละหมื่น กำไรลูกละสาทบาทววันหนึ่งจะขายได้สามลูกไหมหว่า ความท้อเริ่มมาเยือนอีกเเล้ว ครั้นจะถอยไอติมก็เต็มตู้กินยังไงคนเดียวจะหมด

ก็เลยไปหาที่ใหม่ไปได้ที่ ตลาดโต้รุ่งหน้าราชภัฎอุบล ขายใกล้กับเจ้ร้านส้มตำเลย ลองคิดดูสิว่ากลิ่นปลาร้ากับไอติมทอดเเสนสวยจะเข้ากันได้ขนาดไหน คิดกันไปใหญ่เขามากินส้มตำเผ็ดเขาก็ต้องกินไอติมทอด ตอนนั้นคิดอย่างนั้นจริงๆ ใครจะบ้ากินส้มตำเผ็ดเเล้วมากินของทอดอีก

ขายได้ 3 วันได้เงิน 500 บาท ขาดทุนไปวันละ 50 บาท ก็ยังดีใจคิดเข้าข้างตัวเองไปใหญ่ว่าเขายังไม่รู้จัก เเละเเล้ววชนวนขอความขัดเเย้งจนไม่ได้ขายไอติมทอดที่นี่ก็เกิดขึ้น เมื่อรู้ความจริงว่า อีเจ้คนนี้หลอกเก็บค่าเช่าเเพงเกินไปตั้งวันละ 50 บาท ด้วยความโกรธก็นิ่งไว้ไม่กล้าว่าอะไรเขา  เเต่เเฟนเป็นคนไม่ยอมคนเขาก็ด่าเเม่ค้าทั้งชุดนักศึกษานี่เเหละ  ด่าไปด่ามาเจ้ชักใจอ่อนเดี๋ยวโกงวันละ 25 บาท ก็พอ ค่ารู้ทัน  เเฟนผมเขายอมอะไรไม่ได้ 25 บาท ก็ไม่ยอมขนของตั้งเเต่คืนนั้นไม่ขาย ความฝันจะเปิดสาขาเลยสลายหละผม

หาที่ขายใหม่สิครับทีนี้ยิ่ของอย่างนี้หาที่ขายยากด้วย สุดท้ายก็ได้มาขายอยู่ตลาดนัดเจริญศรี  เอาก็เอาเดี๋ยวเปิดสาขาในตลาดนัดก็ได้ สาขาเเรกอยู่ทางเข้าตลาด ส่วนสาขาสองอยู่ท้ายตลาด  ธุรกิจกำลังดำเนินไปด้วยดีกำไรวันละ 1000 บาทบ้าง 2,000 บาทบ้าง เเละเเล้วเจ้ตลาดนัดอิจฉาทำไมมันขายดีจัง 3 วันต่อมา มีร้านขายไอติมทอดมาจากไหนไม่รู้หลายร้านมากเลย เซ้งครับอยุดขายเลย  ครั้งนี้ขาดทุนไปร่วม 60,000 บาท

เดี๋ยวว่างๆ จะมาเล่าต่อนะครับ


ผมเป็นคนดี หรือเปล่า ## 3

3 ความคิดเห็น โดย phrateep เมื่อ 29 พฤษภาคม 2012 เวลา 12:08 (เย็น) ในหมวดหมู่ ไม่ได้จัดหมวดหมู่ #
อ่าน: 1438

เล่าต่อจากที่ตอนที่ 2 นะครับ  หลังจากนั้นผมก็เรียนพยาบาล พยายามหลอกตัวเองว่าชอบเเละนี่คือสิ่งที่ดี ก็ดีครับเเต่ก็ดีช่วงเเรก หลอกตัวเองได้เเบบเนียน เนียนยังไงนะเหรอลืมไปเลยว่าก่อนหน้านี่คิดอะไรอยู่ เเละสุดท้ายเเล้วเนียนยังไงก็ยังต้องคิดบ้างเพราะทุกอย่างไม่ได้เป็นอย่างที่คิดเสมอไป เเละเเล้วก็หลอกตัวเองไม่ได้เเล้วทีนี้  ความรู้สึกอย่างเดิมเข้ามาเยือนในเววลาที่เข้ามาเยือนนั้นเป็นเวลาเดียวกันที่เราจะได้ยินปัญหาเดิมๆ ของทางบ้านของเรา  บ้านของผมไม่มีเงินเเล้วยังมีปัญหาครับ เพราะว่าพ่อของผมเป็นนักดื่มสุราตัวยงเลยเเหละ เเต่นั่นเเหละเเค่ดื่มสุราจะมีปัญหาอะไรนักหนา มีเเน่เเหละครับปัญหา พอเหล้าเข้าปากทีไรเป็นได้คนอื่นเดือดร้อนทั้งด่า ทั้งไล่ตีเเม่ของของผม เป็นอย่างนี้บ่อยให้คนที่หลอกตัวเองอยู่ทางนี้จิตใจชักจะหวั่นไหว ทันใดนั้นจิตใจความคิดเดิมก็กลับมาหมดทันที เเม้กำลังหลอกตัวเองไปได้ดีเเล้วนะเนี่ย สำหรับพ่อของผมเองนั้นเป็นอย่างนี้ตั้งเเต่ผมเล็กเเล้ว จำได้ครั้งหนึ่งไม้ได้นอนเลยเเละตื่นเช้าก็ต้องสอบ วันนั้นยอมรับว่าทรมานอย่างมากๆ เเละก็เกิดเเบบทุกวันนานจนผมจบ ม.6 เขาก็เป็นอย่านี้ครับใครจะห้ามเขาได้ เเต่คนที่ลำบากที่สุดคือเเม่ของผมนี่สิ ไหนจะต้องหาเงินห้ผมเรียน ไหนจะต้องหาเงินให้น้อง ไหนจำทำกับข้าวให้พ่อกิน เวลาเขาหิว เพราะเขากินเหล้าเขาจะด่า เเม่ผมทำทุกอย่างพูดไปเเล้วก็เปนื่อยครับ ขนาดผมเองอยู่ที่นี่ได้ฟังยังเหนื่อยเลย เเล้วเเม่ผมหละ เเละบางครั้งยอมรับนะครับว่าผมเองก็เผลอด่าพ่อของของผมด้วยคำที่หยาบคายเหมือนกัน ด้วยความรักเเม่จึงได้ทำไปอย่างนั้น เเละยอมรับเลยว่าพ่อของผมทำให้ผมมองโลกในเเง่ร้าย เเละจิตใจร้อน รนมาก จะไม่เป็นอย่างนั้นได้อย่างไรก็ทำอะไรก็รู้กันทั้งหมู่บ้าน ผมต้องหน้าด้านเข้าไว้เวลาเดินไหน ทรมานใจเสียจริงๆ  เหมือนเขาจะมีความสุขมากที่เขาได้ทำให้ครอบครัวเป็นอย่างนี้    นี่คือความหลังทำให้ความคิดเดิมกลับมา เเละเเล้วการเรียนพยาบาลผมคิดว่าสบายเกินไปที่ผมจะเรียน ผมอยากที่จะทำอะไรที่ได้เร็วไปกว่านี้ เเละไม่ต้องเสียเวลาทั้งชีวิตเพื่อจะทำงานเเลกเงินเดือน ความคิดเรานี้ยอมรับนะเนี่ยคิดเพื่อเเม่จริง หลังจากนั้นก็ไม่ไปเรียนเเบบเดิมครับ ทุกอย่างกลับมาเหมือนเดิมเเละต้องเริ่มใหม่อีกเเล้ว เเต่ครั้งนี้ผมไม่เป็นเหมือนเดิมครับ  ผมยังเรียนรามต่อไปไม่ได้ทิ้งเเต่ก็เอาเวลาทั้งหันมาทำธุรกิจ เพราะคิดว่าเป็นเเนวทางเดียวที่จะไม่ได้ใช้วุฒิการศึกษาในการสมัครงาน เเละปฎิญานกับตนเองว่าผมจะไม่ไปสมัครงานที่ไหน ที่คิดอย่างนี้เพราะว่าถ้าไปสมัครงานที่อื่นเเล้วจะต่างอะไรกับเรากลับไปเรียน เรียน ชีวิตผมไม่กี่ปีนี้พลิกผันกันเสียจริงๆ เเต่สิ่งที่ผมได้กลับทำให้ผมดำเนินชีวิตอย่างไม่ประมาทเเละรู้สึกว่าตนเองอายุ 50 ปีเเล้ว เหมือนจะปลง

_______________________________________________

เเละเเล้วดราม่าซับซ้อนขึ้นไปอีกเมื่อได้ลองทำธรุกิจ  ชีวิตของผมเป็นวัยรุ่นเเต่ไม่ได้ใช้ชีวิตวัยรุ่นเลย จะว่าไปก็ก็ไม่ได้ใช้ชีวิตวัยเด็กด้วย เพราะพ่อผมเองเป็นอย่างนั้นจริงๆ เเละเเล้วผมก็ต้องโดดเดี่ยวอีกครั้งสังคมเดิมๆ ไม่มีอีกเเล้วเเละเหลือเเต่สังคมทะเลสีเเดง เพราะว่าคนที่ผมจะเจอในต่อไปนี้อายุเขาอาจมากกว่าผม อาจน้อยกว่าผม หรืออาจจะเท่าผม เเละทุกคนที่เจอจะไม่ได้มีเวลามาคุยกันนานจนเกินไป เเต่จะคุยด้วยผลประโยชน์  ช่วงระยะเวลานี้เงินที่ผมใช้มาจากการทำเว็บไซต์ของผมเองวันละ $20 หรือมากกว่า  ตีเป็นเงินไทยก็ราว 500 - 600 บาท ต่อวัน ครับตอนนี้ผมก็มีทุนเเล้วในที่จะกินข้าว จ่ายค่าหอ เเเละก็เดินทางไปที่ต่างเพื่อที่จะศึกษาธุรกิจ ผมไปทุกที่ของจังหวัดอุบล เเละก็สังเกตเเละจดไว้ ห้องการเรียนของผมเป็นห้องที่กว้างขึ้นเเละต้องรับผมชอบตัวเอง

เเต่ละวันผมจะพยายามวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ ทางสายตาเห็นมาเเละเเละคิดจะเริ่มธุรกิจ ตอนนั้นผมฝันอยากจะเปิดบริษัทเป็นของตัวเองครับ เเละทำกำไรเเต่ผมไม่รู้จริงจะเริ่มอะไร เเละเวลาขอผมก็มีไม่มาก เเต่ผจะรอบคอยที่สุด

เเละเเล้วโลกความจริงก็เกิดขึ้นมา  ผมอยากจะบอกว่าทุกอย่างที่อยู่ในตำราการเรียนที่เเพงที่สุดมันใช้ได้จริงเเค่ 2 % มั้งหรือไม่ถึง คุณจะเชื่อว่ามันจริงเมื่อคุณได้สัมผัสเท่านั้น ที่ผมอย่างนี้ผมจะเล่าต่อไปว่า การเรียนเก่งใช้ได้เเค่ในห้องสี่เหลี่ยม  ผมจะเล่าให้ชัดตอนที่ผมทำธุรกิจที่ 2 นะครับ

เเละหลังจากที่นั้นผมเองก็ได้ทำธุรกิจด้าน Website ครับ ใช้ความรู้ที่มีอยู่ ผมเขียนได้ครับ ไม่ว่าจะเป็น Java Php asp เเต่ก็ไม่ได้เก่งอะไรมากมายเขียนเเข่งเพือ่นที่เขาเรียนคงไม่ไหวเพราะเขาเรียนทุกวัน  ผมพยายามทำอยู่เกือบปีสุดท้าย Fail ครับ เพราะว่าผมรู้เเค่เรื่องการเขียน Website เเต่การตลาดไม่ได้เรื่องเอาซะเลย ก็คงต้องถอย ความรู้สึกตอนนั้นเหรอเหมือนหวัอะไรมากๆๆ เเละมากที่สุด เเต่สุดท้ายมัน Fail เหมือนโดน ตบหน้าเลยชาไปทั้งตัว เเละคิดว่ากูดิ้นรนมาทำไมให้เสียเวลา นอนก็ไม่หลับ จากคิด + = - โหดร้ายเสียจริง สอบตกยังไม่เสียใจมากนะเนี่ย


เว็บของคนรักบบ้าน เเต่งบ้าน

ไม่มีความคิดเห็น โดย phrateep เมื่อ 29 พฤษภาคม 2012 เวลา 10:03 (เช้า) ในหมวดหมู่ เล่าทั่วไป #
อ่าน: 941

วันนี้ผมเองได้ทำเว็บเกี่ยกับบ้าน การเเต่งบ้าน ห้องนอน ห้องครัวเเละห้องต่างๆ ที่จริงตั้งใจว่าจะเขียนเองด้วย ภาษา php เเต่ก็อยากที่จะลดระยะเวลาการทำเว็บลงไปเลยใช้ wordpress ซะเลย 3 นาทีเสร็จ

เพื่อนๆ ลานปัญญาเข้าไปช่วยดูกันหน่อยนะครับ เว็บเเต่บ้าน จัดบ้าน


ผมเป็นคนดี หรือเปล่า ตอนที่ 2

1 ความคิดเห็น โดย phrateep เมื่อ 15 พฤษภาคม 2012 เวลา 1:31 (เย็น) ในหมวดหมู่ บันทึกเรื่องราว #
อ่าน: 916

ตอนนี้ผมเองก็อายุปาเข้า 20 ปีเเล้ว  เงินก็ไม่มี เวลาก็เหลือเยอะมาก เเละอีกอย่างผมเป็นคนที่ถ้าไม่เดือดร้อนมากจริงๆๆ จะไม่ขอเงินเเม่เด็ดขาด เพราะว่าเเม่ของผมก็ไม่มี ผมเอาเวลาที่ไม่ได้เรียน ม.อุบล นั่งคิดว่าจะทำอะไร ตอนนี้นยังอยู่หอในเพราะว่าไม่มีเงินไปไหน เลยนั่งมองเพื่อนที่ไปเรียนเเต่วัน ก็อดคิดไม่ได้ว่าเราคิดผิดไหมวะ เพราะว่าเห็นมันสบายตื่นสายๆๆ เเล้วไปเรียน บ้างครั้งก็อดคิดไม่ได้ว่าจะกลับไปเรียนเเต่ก็มันผ่านมาเเล้ว จะกลับไปได้อย่างไรเเละอีกอย่างเคยพูดกับตัวเองว่าจะไม่เดินถอยหลังเด็ดขาด ไอ้เพื่อนนี่ก็ชอบทำให้สับสน มาพูดถึงพ่อถึงเเม่ให้เราคิดตลอด เเต่ก็ช่างเถอะบางครั้งสิง่ที่ดีสำหรับคนอื่นอาจเป็นยาพิษสำหรับเราก็ได้ ผมทำเป็นไม่ได้ยินใครพูด ทำตัวเเบบว่าอยากทำอะไรก็ทำ เเต่สิง่ที่ไม่ลืมเเต่ละวันคือ ปฎิบัติหาหนทางที่จะหาเงินให้ได้เยอะๆๆ เเละสิง่ที่คิดได้ตอนนั้นอย่างเดียวคือเรียนนิติศาสตร์ ราม ให้จบ เเล้วออกมาหาเงิน

เเต่ผมก็คิดไม่รอบคอบเท่าไหร่ว่าการที่คิดอย่างนั้นมันก็เหมือนเรากลับไปเรียนคอมมพิวเตอร์นิ เเล้วจะรอเวลาอีกสองปีไปทำไม ความคิดตอนนั้นมันเป็นอย่างนี้จริงครับเพราะก็เลยรอ เเต่ผมไม่หาอะไรมาทำก่อนตอนนั้น  เพราะผมคิดว่าจะรอ เห็นไหมครับ ความคิดตอนนั้น คิดได้ครับว่าจะทำอะไร เเต่ไม่ทำเพราะไม่รู้ว่าเคล็ดลับของความสำเร็จคือ คิดเเล้วทำเลย ก็เป็นอย่างนั้นมาประมาณ 6 เดือน เริ่มเบื่อไม่เห็นมีอะไรดีขึ้นมา เลยไปสอบ Gat pat เล่นๆ ไม่รู้จะทำอะไรจริงๆ เรื่องหาเงินก็ไม่ค่อยจะได้ผลเท่าไหร่

ดราม่ามาเริ่มตอน ม.อุบล  เปิดบุคลเข้าเรียนพยาบาลนี่เเหละครับ เพราะความบ้านนอก เเละความคิดสมัยเก่าของทางครอบครัวเราอยากให้ได้งานที่เป็นข้าราชการ ก็ความคิดของพ่อเเม่เราเขาคิดว่าข้าราชการมั่นคงที่สุด ส่วนตัวเรานะเหรอตรงข้ามกันมาตลอดไม่เคยคิดเลยว่ามันมั่นคงสักนิดเดียว เเละคิดว่าตัวเองไม่มีเวลาด้วยซำ้ไป เเต่พอหลายคนมาพูดกับเราเข้าเราก็ใจอ่อนสิทีนี้ ก็ต้องทำตามเขาหละ ทั้งที่รู้่าตัวเองก็ไม่อยากอยู่เเบบนี้เลย ได้เเต่หาเหตุผลให้ตัวเองว่ามันก็ดีเหมือนกัน ก็เลยทำไปสุดท้ายก็ได้เรียนพยาบาลสมใจ ชีวิตช่างผันเเปรเสียจริง ๆๆ เพราะความเป็นเด็กอยู่(ความคิด) เลยปล่อยทุกข์เป็นไปตามลม อาจจะเป็นเพราะอ่านหนังสือดูดวงมากเกินไปเลยเชื่อง่ายไปหน่อย เเละลืมคิดไปว่าชีวิตของเรานี่หว่า เเต่ในใจก็เอาวะ มันจะยากอะไร ขนาดตอนนี้ที่เป็นอยู่ก็ว่าลำบากเเล้ว

อ่านตอนที่ 3 ต่อที่นี่นะครับ


ผมเป็นคนดี หรือเปล่า ตอนที่ 1

2 ความคิดเห็น โดย phrateep เมื่อ 15 พฤษภาคม 2012 เวลา 1:10 (เย็น) ในหมวดหมู่ ไม่ได้จัดหมวดหมู่ #
อ่าน: 1304

ผมเป็นคนหนึ่งครับที่ทำธุรกิจเเเละได้เรียนรู้ว่าอะไรทุกอย่างนั้นมันไม่ง่ายเเละอีกอย่างต้องใช้เวลาเป็นอย่างมากที่ต้องเสียไป เเต่สิ่ีงที่ว่ายากส่วนใหญ่เเล้วผลที่ได้จะดีมาก เเละมากกว่าอะไรที่ง่ายเเละสบายกว่า นานมาเเล้วเมื่อผมยังเป็นนักศึกษาอยู่มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ผมคิดเพียงว่าเรียนอย่างเดียวเเล้วไปทำงานก็เพียงพอเเล้วสำหรับชีวิตของคนๆๆ หนึ่ง จึงได้ตั้งใจเรียนอย่างเต็มที่ เเต่การตั้งใจที่มากเกินไปนี่เเหละกลับกลายเป็นผลลบไปอย่างนั้น เพราะว่าการที่เราตั้งใจอะไรมากเกินไป พลังงานด้านลบจะเข้ามาปกคลุม เเละทำให้เราเครียด ผมเรียนวิทยาการคอมพิวเตอร์ครับ เกรดก็ว่าจะใช่เลวก็ดีมากเลย เเต่เรียนไปได้ 1 ปี เริ่มรู้ว่าตัวเองไม่ได้จะต้องการสิ่งนี้เลย เพราะว่าเราไม่ได้ที่จะเรียนอะไรอย่างนี้ เเละเสียเวลาไปทำไมตั้งอีก 3 ปี

ผมจึงได้คิดหาวิธีการที่จะทำอย่างไรก็ได้ที่จะเรียนให้น้อยที่สุด หมายความว่าย่นระยะเวลาการเรียนของผมให้น้อยลงที่สุด ศึกษามาสักพักหนึ่งจึงได้รู้จัก หมาวิทยาลัยรามคำเเหง เเม้ช่างตอบสนองความต้องการเราพอดี ไม่ต้องเข้าเรียนเเละสามารถจะเรียนจบภายในสองปีเเน่ เมื่อคิดได้อย่างนั้นผมไม่ไปเรียนทันที ที่มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ถ้าเป็นเพื่อนคนอื่นเขาคงบ่นว่าหมดเงินไปเยอะเเล้วเรียนต่อให้จบดีกว่า เเต่ผมมันไม่ใช่ ผมก็ตัดสินใจเลย ตอนนั้นไม่ได้บอกพ่อเเม่เลย ทำเองหมดทุกอย่าง ยอมรับว่าเป็นก้าวเเรกที่ผมได้เดินผ่านชีวิตเด็กมาเเล้ว ต้องดำเนินชีวิตด้วยตัวเอง เเละต้อยอมรับเรื่องการของไม่มีเพื่อน เพราะว่าต้องการทำในสิง่ที่ต้องการทำ  เอาสิครับไอ้ตอนเราคิดมันก็ดูดีสนุกไปทุกอย่างเเต่ว่าตอนนี้สิ มันช่างโหดร้ายเหลือเกิน ไม่สบายเหมือนก่อนเลย เเต่เอาหละผมไม่ยอมถอยกลับเเน่นอน มาเเล้วต้องเดินต่อไป

ในตอนนั้นผมพยายามหาวิธีว่าจะทำอย่างไรไม่ให้พ่อเเม่รู้ว่าเราไม่ได้เรียนมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีเเล้ว ก็จึงได้ปฎิญาณกับตัวเองว่าเอาหละจะตั้งจเรียนรามให้จบ ตอนพร้อมที่จะจบ ม. อุบล เเล้วกัน ดับเครื่องสู้อย่างเดียวครับ เเละผมก็ได้เรียนรามเเละชีวิตก็ไม่ราบลื่นเท่าไหร่ เพราะว่าไม่มีเงิน ก็เงินที่มีอยู่ก็หมดไปทุกวันก็เลยเกิดเเนคิดว่ายากที่จะหาเงิน นี่เเหละครับเป็นจุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจของผม เเต่จะเรียกว่าธุรกิจไหมก็ยังครับ เพราะเเค่คิด

อ่านต่อบทความต่อไปนะครับ


บันทึก

1 ความคิดเห็น โดย phrateep เมื่อ 15 พฤษภาคม 2012 เวลา 3:47 (เช้า) ในหมวดหมู่ บันทึกเรื่องราว #
อ่าน: 939

สวัสดีครับที่จริงผมเคยเข้ามาที่นี่เเล้วครั้งหนึ่งเเละครั้งก่อนนั้น Email โดนระงับ เลยได้สมัครมาใหม่ครับ ก็ขอมาบันทึกเรื่องราวต่างๆๆ เก็บไว้ กันตัวเองลืมสักครั้งว่าได้ทำอะไรลงไปบ้าง  อิอิ หลังจากที่ทำงานลงไปเป็นเหมือนเครื่องบันทึกเตือนสติขอผมเอง



Main: 0.16753005981445 sec
Sidebar: 0.012656927108765 sec