ข้าวไร่เพื่อการเรียนรู้และพึ่งตนเอง…1

อ่าน: 465

         เมื่อต้นปีนี้ผมซื้อที่ปลูกบ้านไว้แปลงหนึ่ง  พื้นที่ 3 ไร่กว่าๆ  ถมที่แล้วก็ยังเหลือพื้นที่ว่างๆ อยู่ 2 ไร่กว่า  คิดจะปลูกพืชหลายอย่าง  แต่มาคิดดูแล้ว ปลูกต้นไม้มาเกือบครบทุกประเภทแล้ว  คงเหลือแต่พืชอาหารคือข้าวที่ยังไม่เคยปลูก  ฝนนี้เลยตัดสินใจคิดที่จะทำนา ปลูกข้าวเอง  แต่เนื่องจากเป็นที่บุกเบิกใหม่  ครั้นจะทำเป็นนาลุ่มเหมือนชาวบ้านเขาก็เกรงว่าจะทำไม่ทัน(ปรับพื้นที่ไม่ทัน)   เลยตัดสินใจว่าแรกๆ  เราน่าจะปลูกข้าวแบบข้าวไร่ไปก่อน  แล้วค่อยปรับพื้นที่ไปเรื่อยๆ หลายๆ ปีก็คงจะทำเป็นนาได้

          เมื่อเตรียมดินก็เลยตรวจวิเคราะห์ธาตุอาหารอย่างง่าย  พร้อมทั้งวัดค่าพิกัดเพื่อหาชื่อชุดดิน   พบว่าเป็นกลุ่มดินที่  33/38 (ดินที่เหมาแก่การปลูกพืชไร่และไม้ผล)  เป็นดินชุดกำแพงเพชร   มีค่า pH ประมาณ 6.5     ไนโตรเจนต่ำ ฟอสฟอรัสสูง  และโปแตสเซี่ยมต่ำ

          หลังจากตัดสินใจแล้วก็จ้างรถไถปรับที่ให้เสมอกัน  เพราะพื้นที่ไม่ค่อยเรียบ  จากนั้นก็ไถไปรอบหนึ่งรอจนฝนตกจึงหยอดข้าวไร่  ซึ่งพันธุ์ข้าวไร่นั้นไปขอมาจากจังหวัดลำปาง  ได้มา 2 พันธุ์ ไม่รู้ว่าชื่อทางการเรียกว่าอะไร  แต่ชาวบ้านเรียกว่าข้าวแพร่  และอีกพันธุ์หนึ่งเรียกว่าข้าวก่ำ (ข้าวสีนิล)

          วันปลูกก็สนุกน่าดู   เพราะยังไม่เคยปลูกข้าวไร่เหมือนกัน   ทดลองใช้หลายๆ วิธี ทั้งใช้ไม้ปลายแหลมกระทุ้งแล้วหยดเมล็ดข้าว  ใช้เสียมด้ามยาวแซะดินแล้วหยอด  และวิธีสุดท้ายที่น่าจะเหมาะสมกับดินของที่นี่มากที่สุดก็คือใช้จอบขุดหลุมตื้นๆ แล้วหยอด

          หยอดหลายครั้งกว่าจะเต็มพื้นที่ประมาณ 2 ไร่เศษ  เริ่มหยอดครั้งแรกเมื่อวันที่  26  เมษายน  จนรุ่นสุดท้ายเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2552

          เกือบหนึ่งเดือนที่คอยดูการเจริญเติบโต    ลองไปเดินดูพบว่า  มีความแตกต่างของการงอกและการเจริญเติบโตไม่ว่าจะเป็นในส่วนของ

  • พันธุ์  พบว่าพันธุ์ข้าวก่ำ มีความงอกดีกว่าพันธุ์ข้าวแพร่
  • ดินที่ดอน ที่น้ำไม่ท่วมขัง ข้าวงอกดีกว่าที่น้ำท่วมขัง
  • การปลูกข้าวไร่หากไม่ไถหรือไถไม่ลึกมากนัก วิธีการปลูกแบบฝังกลบน่าจะได้ผลดีกว่าดินที่ไถลึกกว่า (ไถลึกเวลาฝนตกโอกาสที่ข้าวจะฝังตัวในดินได้ลึกกว่าส่งผลให้เมล็ดไม่งอก)
  • ฯลฯ   แล้วจะนำสิ่งที่ได้ลงมือทำมาแลกเปลี่ยนกันในโอกาสต่อไปครับ

       ภาพแปลงข้าวข้างบนนี้ เป็นฝีมือน้องไผ่  น้องฝ้าย และน้องป๊อบเพื่อนน้องฝ้ายมาช่วยปลูก (มือใหม่) หยอดข้าวเผื่อเมล็ดลีบ  แต่ข้าวก่ำออกเกือบทุกเมล็ด เลยมีมากต้นอย่างที่เห็นไกลๆ   ถ้าหยอดซัก 5 เมล็ดน่าจะกำลังดี  แต่ก็เป็นผลดีเพราะจะได้ถอนไปซ่อมในส่วนที่ข้าวไม่งอก…อิอิ

          เป็นการหาทางที่จะพึ่งตนเองอย่างหนึ่งนะครับ   ไม่ปลูกข้าว  แล้วซื้อข้าวกินนั้นทำได้และทำอยู่แล้ว   แต่คิดว่าทำในสิ่งที่เราต้องการน่าจะดีกว่า เพราะข้าวอย่างไรเราก็ต้องกินอยู่ทุกวัน   ก็เลยลองปลูกดู   

          เมื่อประมาณ 1 เดือนผ่านไป (31 พ.ค. 2552) ถึงเวลาที่ต้องซ่อมต้นข้าว  ก็ได้อาศัยข้าวกอที่ออกมา  ถอนแบ่งมาบ้างเพื่อปลูกซ่อม   การปลูกซ่อมก็เป็นการปลูกง่ายๆ เหมือนการปลูกพริก-มะเขือนั่นแหละครับ  เริ่มด้วยการขุดหลุมด้วยจอบ  จากนั้นก็หยอดน้ำให้ดินชุ่ม ต่อมาก็นำต้นข้าวมาปลูกถ้าดินเละๆ หน่อยก็ดำไปเลย หรือถ้าดินพอชุ่มๆ ก็ปลูกแล้วกลบเหมือนปลูกต้นไม้ทั่วๆ ไป เรียกว่าดำนาบกกันเลยละครับ 

  • ดำนาบกครับ  อิอิ

 

  • น้องไผ่..ผู้ช่วยปลูกครับ  ปลูกบ้างพักบ้างเรื่อยเปื่อยไปตามประสา  แต่ก็น่าจะได้เรียนรู้และจดจำภาพเหล่านี้ติดตัวไปบ้าง

  • หลังจากปลูกซ่อมเสร็จก็จะเห็นภาพที่มีต้นข้าวเต็มแปลง  ดูแล้วมีความสุขและได้บรรยากาศอีกแบบที่หาไม่ได้ในสถานการณ์และสังคมยุคพัฒนา - ยุคดิจิตอล (เขาเรียกกัน)ในปัจจุบัน

          ท่านใดมีความรู้และประสบการณ์จะนำมาแบ่งปันกันบ้างก็ยินดีนะครับ

บันทึกมาเพื่อการ ลปรร.

สิงห์ป่าสัก  23  มิ.ย. 2552

บันทึกนี้โพสต์เมื่อ วันที่ วันอังคาร, 23 มิถุนายน 2009 เวลา 10:53 (เช้า) และจัดไว้ในหมวดหมู่ ธรรมชาติ, พัฒนาตนเอง, สังคม วัฒนธรรม, ส่งเสริมการเกษตร, แลกเปลี่ยนเรียนรู้. ติดตามอ่านการแสดงความเห็นได้ที่ฟีดนี้ RSS 2.0. คุณสามารถจะ ฝากความคิดเห็นไว้, หรือ แทร็กย้อนหลัง จากเว็บไซต์ของคุณได้.


6 ความคิดเห็น ในบันทึก “ข้าวไร่เพื่อการเรียนรู้และพึ่งตนเอง…1”

#1:: sutthinun 23 มิถุนายน 2009 เวลา 2:36 (เย็น)

=ช่วยลุ้น อย่าทำนาดำเลย คนทำเยอะแล้ว
มาทำข้าวไร่ เรียนรู้ไปเรื่อยๆนะดีแล้ว
จะได้รู้วิธีทำนาที่ใช้น้ำน้อย
คาดว่าในอนาคต ข้าวไร่จะเป็นพระเอก
แหม เจ้าไผ่นี่มันน่ากอดชะมัดเลย

#2:: bangsai 23 มิถุนายน 2009 เวลา 3:28 (เย็น)

สุดยอดเลย จะตามติดนะครับ

#3:: bangsai 23 มิถุนายน 2009 เวลา 3:29 (เย็น)

พี่เองก็สนับสนุนชาวบ้านที่ดงหลวงทดลองข้าวด้วยวิธีการต่างๆเพื่อเพิ่มผลผลิต และเป็นอินทรีย์ครับ คงได้แลกเปลี่ยนกันครับ

#4:: สิงห์ป่าสัก 24 มิถุนายน 2009 เวลา 6:04 (เย็น)


สวัสดีครับพ่อครูบา
ปลูกข้าวไร่นั้นง่ายๆ นะครับ
เขาไม่จุกจิกขอเพียงดินมีความชื้นก็โตแล้ว
ตั้งแต่ปลูกยังไม่เคยรดน้ำ
ปล่อยเทวดาเลี้ยง..เราสบายๆ

#5:: สิงห์ป่าสัก 24 มิถุนายน 2009 เวลา 6:06 (เย็น)


สวัสดีครับ อ.บางทราย
ตอนนี้ใช้พันธุ์ข้าวไร่ 
ปีต่อไปจะใช้ข้าวนาสวน หรือข้าวที่ปลูกตามบ้านเราทั่วๆ ไป
กะว่าจะลองใช้พันธุ์ต่างๆ หมุนวนกันไป
เห็นต้นข้าวโตเอาๆ ก็มีความสุขแล้วครับ

#6:: silt 25 มิถุนายน 2009 เวลา 6:59 (เย็น)

วัชพืช สำคัญที่สุดเน้อพ่อไผ่
ที่หงสาต้องดายหญ้าถึงสองครั้ง
ที่กำแพงเพชรเป็นอย่างไรลองทดสอบดู

ร่วมแสดงความคิดเห็น

*
เพื่อป้องกันสแปมกรุณาป้อนรหัสคำในภาพด้วยครับ คลิกบนภาพเพื่อฟังเีสียงของรหัสคำ
คลิกเพื่อฟังเสียงของรหัสป้องกันสแปม

Main: 0.17962884903 sec
Sidebar: 0.0687870979309 sec