<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	>

<channel>
	<title>ลานป่าสัก</title>
	<atom:link href="http://lanpanya.com/yutkpp/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://lanpanya.com/yutkpp</link>
	<description>แลกเปลี่ยนเรียนรู้  สู่สังคมอุดมปัญญา</description>
	<pubDate>Fri, 04 Sep 2009 06:37:42 +0000</pubDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.5.1</generator>
	<language>en</language>
			<item>
		<title>ธรรมชาติคือผู้ให้ที่ยิ่งใหญ่</title>
		<link>http://lanpanya.com/yutkpp/2009/09/04/%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%b4/</link>
		<comments>http://lanpanya.com/yutkpp/2009/09/04/%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%b4/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 04 Sep 2009 06:36:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>สิงห์ป่าสัก</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ธรรมชาติ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/yutkpp/?p=44</guid>
		<description><![CDATA[          หลายปีมาแล้วที่ผมไม่เคยได้ซื้อพริกขี้หนูจากตลาดเลย  ไม่ว่าจะเป็นช่วงหน้าแล้งที่พริกขี้หนูหายากและมีราคาแพง  หรือช่วงหน้าฝนอย่างขณะนี้ก็ตาม  ก็คงจะเหมือนกับคนในชนบททั่วๆ ไปที่ส่วนมากพอจะมีพื้นที่ว่างๆ  บางครอบครัวก็จะปลูกพืชผักสวนครัวเหล่านี้ไว้รอบบ้าน  เมื่อใดจะใช้ประโยชน์ก็เพียงแต่ถือตะกร้าเดินไปเก็บรอบๆ บ้านก็จะมีพืชผักเหล่านี้ไว้ทำอาหารได้ทุกเมื่อ
          สำหรับพริกขี้หนูผมไม่เคยได้ปลูก แต่พอจะมีกินอยู่อย่างพอเพียงไม่เคยขาด  หลายท่านอาจคิดต่อว่าเอ๊ะ&#8230;ไม่ปลูกแล้วจะเอามาจากที่ไหนกัน (หรือว่าไปแอบเก็บของเพื่อนบ้าน&#8230;อิอิ)  ไม่ใช่นะครับ   ต้นพริกขี้หนูของผมทุกต้นนกช่วยปลูกให้ครับ   ไม่ทราบเหมือนกันว่าต้นแรกอยู่ที่ไหน  แต่ทุกปีช่วงหน้าฝนจะมีต้นพริกขึ้นเองตามธรรมชาติ  มากบ้างน้อยบ้างไม่แน่นอน  ขึ้นอยู่กับความขยันของนกมั้ง&#8230;
     [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>          หลายปีมาแล้วที่ผมไม่เคยได้ซื้อพริกขี้หนูจากตลาดเลย  ไม่ว่าจะเป็นช่วงหน้าแล้งที่พริกขี้หนูหายากและมีราคาแพง  หรือช่วงหน้าฝนอย่างขณะนี้ก็ตาม  ก็คงจะเหมือนกับคนในชนบททั่วๆ ไปที่ส่วนมากพอจะมีพื้นที่ว่างๆ  บางครอบครัวก็จะปลูกพืชผักสวนครัวเหล่านี้ไว้รอบบ้าน  เมื่อใดจะใช้ประโยชน์ก็เพียงแต่ถือตะกร้าเดินไปเก็บรอบๆ บ้านก็จะมีพืชผักเหล่านี้ไว้ทำอาหารได้ทุกเมื่อ</p>
<p>          สำหรับพริกขี้หนูผมไม่เคยได้ปลูก แต่พอจะมีกินอยู่อย่างพอเพียงไม่เคยขาด  หลายท่านอาจคิดต่อว่าเอ๊ะ&#8230;ไม่ปลูกแล้วจะเอามาจากที่ไหนกัน (หรือว่าไปแอบเก็บของเพื่อนบ้าน&#8230;อิอิ)  ไม่ใช่นะครับ   ต้นพริกขี้หนูของผมทุกต้นนกช่วยปลูกให้ครับ   ไม่ทราบเหมือนกันว่าต้นแรกอยู่ที่ไหน  แต่ทุกปีช่วงหน้าฝนจะมีต้นพริกขึ้นเองตามธรรมชาติ  มากบ้างน้อยบ้างไม่แน่นอน  ขึ้นอยู่กับความขยันของนกมั้ง&#8230;</p>
<p>          จากการสังเกตต้นพริกขี้หนู  เมื่อเวลามีผลพริกที่แก่และสุกจะมีนกมาคอยกินเสมอ  เมื่อกินแล้วถ่ายออกมาก็เลยกลายเป็นการกระจายพันธุ์ และปลูกให้ผมได้มีพริกขี้หนูกินอยู่ตลอดปี  เพียงแต่เวลาตัดหญ้าต้องหมั่นสังเกตและคอยเว้นต้นพริกเล็กๆ ที่ขึ้นเองให้รอดพ้นจากการตัดหญ้าไว้  จากนั้นก็ให้เวลาเขาได้โต&#8230;ไม่กี่เดือนก็ออกดอกออกผลให้เราได้ใช้ประโยชน์อีก  บางต้นอยู่ได้ตั้งหลายปี สูงท่วมหัวก็เคยมีครับ<br />
<img src="http://lanpanya.com/yutkpp/files/2009/09/52083101.jpg" alt="null" /><br />
ดอกพริกขี้หนูสวยไหมครับ</p>
<p><img src="http://lanpanya.com/yutkpp/files/2009/09/520831021.jpg" alt="null" /><br />
หน้าฝนจะเห็นภาพผลพริกอย่างนี้อยู่เต็มต้น</p>
<p><img src="http://lanpanya.com/yutkpp/files/2009/09/52083103.jpg" alt="null" /><br />
ลูกสุกอย่างนี้อยู่อีกไม่กี่วันน้องนกก็จะมาช่วยเก็บกินแล้วนำไปปลูกให้ใหม่ครับ</p>
<p>          นอกจากพริกขี้หนูแล้ว  ที่หลังบ้างติดกับที่ล้างจาน  จะมีต้นมะนาวที่ขึ้นเองอยู่หนึ่งต้น  คงเกิดจากการทิ้งเม็ดเวลาเราทำกับข้าว  มะนาวต้นนี้มีต้นคล้ายๆ กับส้มเขียวหวานแต่แข็งแรงและต้นสูงกว่าเพราะเกิดจากเมล็ด  แต่ปีนี้เริ่มออกลูกให้ได้ทาน  และเป็นมะนาวที่มีผลคล้ายๆ กับมะนาวแป้น  เลยกลายเป็นว่าธรรมชาติได้ให้มะนาวกับผมไว้อีกหนึ่งต้น  เพียงต้นเดียวก็เหลือกินแล้วครับ (คงกลัวว่ามีพริกขี้หนูแล้วจะขาดมะนาวเวลาทำอาหาร ธรรมชาติเลยจัดสรรให้อย่างลงตัว&#8230;555)<br />
<img src="http://lanpanya.com/yutkpp/files/2009/09/52083104.jpg" alt="null" /></p>
<p>          ธรรมชาตินั้นเป็นผู้ให้สำหรับมนุษย์เราเสมอนะครับ   เพียงแต่เรายอมรับการอยู่ร่วมกัน และไม่ไปทำลายหรือตัดวงจรของธรรมชาติบางอย่าง  เช่นในกรณีนี้ก็อาจจะเป็นตัวอย่างของนกครับ  ที่เราไม่ไปทำลายเขาหรือจับมาขัง  หรือทำลายธรรมชาติรอบตัว  เขาก็จะทำหน้าที่ของเขาได้อย่างสมบูรณ์   &#8230;</p>
<p>บันทึกมาเพื่อการ ลปรร.</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/yutkpp/2009/09/04/%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%b4/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ข้าวไร่&#8230;ตอน2</title>
		<link>http://lanpanya.com/yutkpp/2009/07/24/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%992/</link>
		<comments>http://lanpanya.com/yutkpp/2009/07/24/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%992/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 24 Jul 2009 06:28:58 +0000</pubDate>
		<dc:creator>สิงห์ป่าสัก</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<category><![CDATA[ธรรมชาติ]]></category>

		<category><![CDATA[พัฒนาตนเอง]]></category>

		<category><![CDATA[ส่งเสริมการเกษตร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/yutkpp/?p=38</guid>
		<description><![CDATA[ต่อจากบันทึกที่แล้ว หลังจากทำการซ่อมข้าวไร่ ด้วยการดำนาบก หรือปลูกข้าวแบบการปลูกต้นไม้โดยทั่วๆ ไป เสร็จแล้ว
ซึ่งหลังจากปลูกเสร็จแล้วจะได้ดังภาพด้านล่างนี้ครับ

อายุข้าว ประมาณ 1 เดือน
ในมุมมองเดียวกัน เมื่อผ่านไปอีกประมาณ 1 เดือน ข้าวมีอายุประมาณ 2 เดือน ข้าวเริ่มแตกกอดีมาก จะเห็นว่าต้นข้าวมีการเจริญเติบโตแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด

อายุข้าว ประมาณ 2 เดือน อาศัยแต่น้ำฝนเพียงอย่างเดียว
ข้าวที่ชาวบ้านเรียกว่า &#8220;ข้าวแพร่&#8221; จะมีการแตกกอดีมาก ต้นเดียวแตกกอได้ร่วม 40 ต้นเลยทีเดียว ดีที่ชาวบ้านที่เขาเคยปลูกมาก่อน เมื่อนานมาแล้วแนะนำว่าอย่าปลูกมากต้น และอย่าปลูกถี่เกินไป เพราะจะมีปัญหา เพราะว่าเขามีคุณสมบัติการแตกกอที่ดีมาก ซึ่งก็จริงอย่างที่ชาวบ้านที่เขาเคยปลูกได้แนะนำไว้ ดูกันให้ชัดๆ นะครับ ว่าแตกกอได้ดีขนาดไหน

การแตกกอของ &#8220;ข้าวแพร่&#8221;
ส่วนพันธุ์ &#8220;ข้าวก่ำ&#8221; เจริญเติบโตปกติ แต่การแตกกอกจะน้อยกว่า

ข้าวก่ำ
ช่วงอายุข้าว 2 เดือนนี้ จะมีหญ้าครับ มีขึ้นมากมายเหลือเกิน ถางหญ้ากันทุกอาทิตย์ยังแทบจะไม่ทันเลยนะครับ ทั้งถาก ทั้งถอน ทั้งฟัน หญ้าจะโตเร็วมาก ถึงตอนนี้ค่อยยังชั่วหน่อย แม้ว่าจะกำจัดหญ้าได้ไม่หมด แต่ต้นข้าวก็โตพอที่จะคลุมหญ้าได้บ้างแล้ว ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมชาวนาจึงหนีไปทำนาดำกันหมด เพราะนาดำ ควบคุมน้ำได้และคลุมหญ้าได้ง่ายกว่านี่เอง

ผู้ช่วยครับ นานๆ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ต่อจากบันทึกที่แล้ว หลังจากทำการซ่อมข้าวไร่ ด้วยการดำนาบก หรือปลูกข้าวแบบการปลูกต้นไม้โดยทั่วๆ ไป เสร็จแล้ว<br />
ซึ่งหลังจากปลูกเสร็จแล้วจะได้ดังภาพด้านล่างนี้ครับ</p>
<p><img src="http://gotoknow.org/file/yutkpp/52062205.jpg" alt="null" /><br />
<strong>อายุข้าว ประมาณ 1 เดือน</strong></p>
<p>ในมุมมองเดียวกัน เมื่อผ่านไปอีกประมาณ 1 เดือน ข้าวมีอายุประมาณ 2 เดือน ข้าวเริ่มแตกกอดีมาก จะเห็นว่าต้นข้าวมีการเจริญเติบโตแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด</p>
<p><img src="http://gotoknow.org/file/yutkpp/52070117.jpg" alt="null" /></p>
<p><strong>อายุข้าว ประมาณ 2 เดือน อาศัยแต่น้ำฝนเพียงอย่างเดียว</strong></p>
<p>ข้าวที่ชาวบ้านเรียกว่า &#8220;ข้าวแพร่&#8221; จะมีการแตกกอดีมาก ต้นเดียวแตกกอได้ร่วม 40 ต้นเลยทีเดียว ดีที่ชาวบ้านที่เขาเคยปลูกมาก่อน เมื่อนานมาแล้วแนะนำว่าอย่าปลูกมากต้น และอย่าปลูกถี่เกินไป เพราะจะมีปัญหา เพราะว่าเขามีคุณสมบัติการแตกกอที่ดีมาก ซึ่งก็จริงอย่างที่ชาวบ้านที่เขาเคยปลูกได้แนะนำไว้ ดูกันให้ชัดๆ นะครับ ว่าแตกกอได้ดีขนาดไหน</p>
<p><img src="http://gotoknow.org/file/yutkpp/52070102.jpg" alt="null" /><br />
<strong>การแตกกอของ &#8220;ข้าวแพร่&#8221;</strong></p>
<p>ส่วนพันธุ์ &#8220;ข้าวก่ำ&#8221; เจริญเติบโตปกติ แต่การแตกกอกจะน้อยกว่า</p>
<p><img src="http://gotoknow.org/file/yutkpp/52070101.jpg" alt="null" /><br />
<strong>ข้าวก่ำ</strong></p>
<p>ช่วงอายุข้าว 2 เดือนนี้ จะมีหญ้าครับ มีขึ้นมากมายเหลือเกิน ถางหญ้ากันทุกอาทิตย์ยังแทบจะไม่ทันเลยนะครับ ทั้งถาก ทั้งถอน ทั้งฟัน หญ้าจะโตเร็วมาก ถึงตอนนี้ค่อยยังชั่วหน่อย แม้ว่าจะกำจัดหญ้าได้ไม่หมด แต่ต้นข้าวก็โตพอที่จะคลุมหญ้าได้บ้างแล้ว ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมชาวนาจึงหนีไปทำนาดำกันหมด เพราะนาดำ ควบคุมน้ำได้และคลุมหญ้าได้ง่ายกว่านี่เอง</p>
<p><img src="http://gotoknow.org/file/yutkpp/52070106.jpg" alt="null" /></p>
<p><strong>ผู้ช่วยครับ นานๆ จะไปช่วยสักครั้ง</strong></p>
<p>มุมมองบริเวณโคนต้นข้าวหลังจากถอนหญ้าแล้ว&#8230;เหนื่อยน่าดูครับ แต่ก็มีความสุข<br />
<img src="http://gotoknow.org/file/yutkpp/52070103.jpg" alt="null" /></p>
<p>ทีมติดตามโครงการลดต้นทุนข้าวของกรมส่งเสริมการเกษตร แวะไปให้กำลังใจครับ<br />
<img src="http://gotoknow.org/file/yutkpp/52070107.jpg" alt="null" /></p>
<p><strong>ช่วง 1 เดือน</strong>จะเป็นช่วงที่ต้องซ่อมต้นข้าว<br />
<strong>ช่วง 2 เดือน </strong>เป็นช่วงกำจัดวัชพืช ไม่รู้ว่าเดือนที่ 3 จะมีอะไรสนุกๆ ให้ตื่นเต้นอีกก็ยังไม่รู้ คอยติดตามอ่านนะครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/yutkpp/2009/07/24/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%992/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ภูมิปัญญาชาวบ้าน : ใช้มันสำปะหลังเลี้ยงหมู</title>
		<link>http://lanpanya.com/yutkpp/2009/06/25/%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%b1/</link>
		<comments>http://lanpanya.com/yutkpp/2009/06/25/%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%b1/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 25 Jun 2009 08:37:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>สิงห์ป่าสัก</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[พัฒนาตนเอง]]></category>

		<category><![CDATA[ส่งเสริมการเกษตร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/yutkpp/?p=31</guid>
		<description><![CDATA[มื่อวันที่  17  มิถุนายน  2552  ผมได้ไปร่วมประชุมกลุ่มยุวเกษตรกรที่โรงเรียนบ้านท่าไม้  ตำบลท่าไม้   อำเภอพรานกระต่าย  จังหวัดกำแพงเพชร   ซึ่งตำบลท่าไม้มีพี่ประสิทธิ์  อุทธา  นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ เป็นผู้รับผิดชอบพื้นที่
        ขากลับได้แวะไปเยี่ยมเยียนคุณมุกดา  โมราราย เกษตรกรที่เลขที่  16  หมู่ที่  14  ตำบลท่าไม้  ซึ่งเป็นเกษตรกรที่มีอาชีพปลูกมันสำปะหลัง   ปลูกบอนพันงู และเลี้ยงสุกร อยู่ 20 กว่าตัว  แต่เนื่องจากปีที่ผ่านมามันสำปะหลังราคาตกต่ำ  จึงได้พลิกแพลงและปรับสูตรอาหารสุกรโดยหันมาใช้มันสำปะหลังทดแทน  สามารถลดต้นทุนอาหารเลี้ยงหมูโดยใช้มันสำปะหลังมาทดแทนปลายข้าวทั้งหมดและรำบางส่วน  คือเมื่อลดต้นทุนก็ถือว่าได้กำไรเพิ่มขึ้น
        ในการนำมันสำปะหลังมาเลี้ยงหมู โดยมีรายละเอียดเพิ่มเติมคือ

 ต้องเป็นพันธุ์มันสำปะหลังตระกูลระยอง เพราะมีรสหวาน ไม่ขม
 เป็นมันที่มีอายุไม่เกิน 1 ปี 
 นำมาสับแล้วต้มให้สุก
 หมู 1 ตัว จะใช้หัวมันตลอดการเลี้ยงประมาณ 1 ต้น
 หักค่าหัวมันแล้ว จะได้กำไรเพิ่มขึ้นอีก 500 - 600 บาท ต่อหมู 1 ตัว


 คุณมุกดา โมราราย กับพี่ประสิทธ์  อุทธา นักส่งเสริมการเกษตร
 
      นี่ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของภูมิปัญญาของเกษตรกรบ้านเรา  ที่มีความคิดที่จะลดการพึ่งพา  ลดต้นทุนการผลิต  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>มื่อวันที่  17  มิถุนายน  2552  ผมได้ไปร่วมประชุมกลุ่มยุวเกษตรกรที่โรงเรียนบ้านท่าไม้  ตำบลท่าไม้   อำเภอพรานกระต่าย  จังหวัดกำแพงเพชร   ซึ่งตำบลท่าไม้มีพี่ประสิทธิ์  อุทธา  นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ เป็นผู้รับผิดชอบพื้นที่</p>
<p>        ขากลับได้แวะไปเยี่ยมเยียนคุณมุกดา  โมราราย เกษตรกรที่เลขที่  16  หมู่ที่  14  ตำบลท่าไม้  ซึ่งเป็นเกษตรกรที่มีอาชีพปลูกมันสำปะหลัง   ปลูกบอนพันงู และเลี้ยงสุกร อยู่ 20 กว่าตัว  แต่เนื่องจากปีที่ผ่านมามันสำปะหลังราคาตกต่ำ  จึงได้พลิกแพลงและปรับสูตรอาหารสุกรโดยหันมาใช้มันสำปะหลังทดแทน  สามารถลดต้นทุนอาหารเลี้ยงหมูโดยใช้มันสำปะหลังมาทดแทนปลายข้าวทั้งหมดและรำบางส่วน  คือเมื่อลดต้นทุนก็ถือว่าได้กำไรเพิ่มขึ้น</p>
<p>        ในการนำมันสำปะหลังมาเลี้ยงหมู โดยมีรายละเอียดเพิ่มเติมคือ</p>
<ul>
<li> ต้องเป็นพันธุ์มันสำปะหลังตระกูลระยอง เพราะมีรสหวาน ไม่ขม</li>
<li> เป็นมันที่มีอายุไม่เกิน 1 ปี </li>
<li> นำมาสับแล้วต้มให้สุก</li>
<li> หมู 1 ตัว จะใช้หัวมันตลอดการเลี้ยงประมาณ 1 ต้น</li>
<li> หักค่าหัวมันแล้ว จะได้กำไรเพิ่มขึ้นอีก 500 - 600 บาท ต่อหมู 1 ตัว</li>
</ul>
<p><img style="vertical-align: middle; border: black 1px solid;" src="http://gotoknow.org/file/yutkpp/52061617.jpg" alt="" width="401" height="401" /></p>
<p> คุณมุกดา โมราราย กับพี่ประสิทธ์  อุทธา นักส่งเสริมการเกษตร</p>
<p> </p>
<p>      นี่ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของภูมิปัญญาของเกษตรกรบ้านเรา  ที่มีความคิดที่จะลดการพึ่งพา  ลดต้นทุนการผลิต  โดยปรับ-พลิกแพลงมาใช้วัตถุดิบและปัจจัยการผลิตที่สามารถผลิตได้  มาใช้ทดแทนเพื่อลดต้นทุน เพื่อความอยู่รอดของตนเอง  เป็นตัวอย่างที่น่ายกย่องและนำไปเผยแพร่แก่เกษตรกรทั่วไปที่ปลูกมันสำปะหลัง หรือที่เลี้ยงหมูอยู่แล้ว เพราะหัวมันสำปะหลังตอนนี้ราคาถูกมาก และหาได้ไม่ยาก</p>
<p>บันทึกมาเพื่อการ ลปรร. ครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/yutkpp/2009/06/25/%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%b1/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ข้าวไร่เพื่อการเรียนรู้และพึ่งตนเอง&#8230;1</title>
		<link>http://lanpanya.com/yutkpp/2009/06/23/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b9/</link>
		<comments>http://lanpanya.com/yutkpp/2009/06/23/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b9/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 23 Jun 2009 01:23:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator>สิงห์ป่าสัก</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ธรรมชาติ]]></category>

		<category><![CDATA[พัฒนาตนเอง]]></category>

		<category><![CDATA[สังคม วัฒนธรรม]]></category>

		<category><![CDATA[ส่งเสริมการเกษตร]]></category>

		<category><![CDATA[แลกเปลี่ยนเรียนรู้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/yutkpp/?p=30</guid>
		<description><![CDATA[         เมื่อต้นปีนี้ผมซื้อที่ปลูกบ้านไว้แปลงหนึ่ง  พื้นที่ 3 ไร่กว่าๆ  ถมที่แล้วก็ยังเหลือพื้นที่ว่างๆ อยู่ 2 ไร่กว่า  คิดจะปลูกพืชหลายอย่าง  แต่มาคิดดูแล้ว ปลูกต้นไม้มาเกือบครบทุกประเภทแล้ว  คงเหลือแต่พืชอาหารคือข้าวที่ยังไม่เคยปลูก  ฝนนี้เลยตัดสินใจคิดที่จะทำนา ปลูกข้าวเอง  แต่เนื่องจากเป็นที่บุกเบิกใหม่  ครั้นจะทำเป็นนาลุ่มเหมือนชาวบ้านเขาก็เกรงว่าจะทำไม่ทัน(ปรับพื้นที่ไม่ทัน)   เลยตัดสินใจว่าแรกๆ  เราน่าจะปลูกข้าวแบบข้าวไร่ไปก่อน  แล้วค่อยปรับพื้นที่ไปเรื่อยๆ หลายๆ ปีก็คงจะทำเป็นนาได้
          เมื่อเตรียมดินก็เลยตรวจวิเคราะห์ธาตุอาหารอย่างง่าย  พร้อมทั้งวัดค่าพิกัดเพื่อหาชื่อชุดดิน   พบว่าเป็นกลุ่มดินที่  33/38 (ดินที่เหมาแก่การปลูกพืชไร่และไม้ผล)  เป็นดินชุดกำแพงเพชร   มีค่า pH ประมาณ 6.5     ไนโตรเจนต่ำ ฟอสฟอรัสสูง  และโปแตสเซี่ยมต่ำ
          หลังจากตัดสินใจแล้วก็จ้างรถไถปรับที่ให้เสมอกัน  เพราะพื้นที่ไม่ค่อยเรียบ  จากนั้นก็ไถไปรอบหนึ่งรอจนฝนตกจึงหยอดข้าวไร่  ซึ่งพันธุ์ข้าวไร่นั้นไปขอมาจากจังหวัดลำปาง  ได้มา 2 พันธุ์ ไม่รู้ว่าชื่อทางการเรียกว่าอะไร  แต่ชาวบ้านเรียกว่าข้าวแพร่  และอีกพันธุ์หนึ่งเรียกว่าข้าวก่ำ (ข้าวสีนิล)
          วันปลูกก็สนุกน่าดู   เพราะยังไม่เคยปลูกข้าวไร่เหมือนกัน   ทดลองใช้หลายๆ วิธี ทั้งใช้ไม้ปลายแหลมกระทุ้งแล้วหยดเมล็ดข้าว  ใช้เสียมด้ามยาวแซะดินแล้วหยอด  และวิธีสุดท้ายที่น่าจะเหมาะสมกับดินของที่นี่มากที่สุดก็คือใช้จอบขุดหลุมตื้นๆ แล้วหยอด
          หยอดหลายครั้งกว่าจะเต็มพื้นที่ประมาณ 2 ไร่เศษ  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>        <strong> เมื่อต้นปีนี้ผมซื้อที่ปลูกบ้านไว้แปลงหนึ่ง  พื้นที่ 3 ไร่กว่าๆ  ถมที่แล้วก็ยังเหลือพื้นที่ว่างๆ อยู่ 2 ไร่กว่า  คิดจะปลูกพืชหลายอย่าง  แต่มาคิดดูแล้ว ปลูกต้นไม้มาเกือบครบทุกประเภทแล้ว  คงเหลือแต่พืชอาหารคือข้าวที่ยังไม่เคยปลูก  ฝนนี้เลยตัดสินใจคิดที่จะทำนา ปลูกข้าวเอง  แต่เนื่องจากเป็นที่บุกเบิกใหม่  ครั้นจะทำเป็นนาลุ่มเหมือนชาวบ้านเขาก็เกรงว่าจะทำไม่ทัน(ปรับพื้นที่ไม่ทัน)   เลยตัดสินใจว่าแรกๆ  เราน่าจะปลูกข้าวแบบข้าวไร่ไปก่อน  แล้วค่อยปรับพื้นที่ไปเรื่อยๆ หลายๆ ปีก็คงจะทำเป็นนาได้</strong></p>
<p><strong>          เมื่อเตรียมดินก็เลยตรวจวิเคราะห์ธาตุอาหารอย่างง่าย  พร้อมทั้งวัดค่าพิกัดเพื่อหาชื่อชุดดิน   พบว่าเป็นกลุ่มดินที่  33/38 (ดินที่เหมาแก่การปลูกพืชไร่และไม้ผล)  เป็นดินชุดกำแพงเพชร   มีค่า pH ประมาณ 6.5     ไนโตรเจนต่ำ ฟอสฟอรัสสูง  และโปแตสเซี่ยมต่ำ</strong></p>
<p><strong>          หลังจากตัดสินใจแล้วก็จ้างรถไถปรับที่ให้เสมอกัน  เพราะพื้นที่ไม่ค่อยเรียบ  จากนั้นก็ไถไปรอบหนึ่งรอจนฝนตกจึงหยอดข้าวไร่  ซึ่งพันธุ์ข้าวไร่นั้นไปขอมาจากจังหวัดลำปาง  ได้มา 2 พันธุ์ ไม่รู้ว่าชื่อทางการเรียกว่าอะไร  แต่ชาวบ้านเรียกว่าข้าวแพร่  และอีกพันธุ์หนึ่งเรียกว่าข้าวก่ำ (ข้าวสีนิล)</strong></p>
<p><strong>          วันปลูกก็สนุกน่าดู   เพราะยังไม่เคยปลูกข้าวไร่เหมือนกัน   ทดลองใช้หลายๆ วิธี ทั้งใช้ไม้ปลายแหลมกระทุ้งแล้วหยดเมล็ดข้าว  ใช้เสียมด้ามยาวแซะดินแล้วหยอด  และวิธีสุดท้ายที่น่าจะเหมาะสมกับดินของที่นี่มากที่สุดก็คือใช้จอบขุดหลุมตื้นๆ แล้วหยอด</strong></p>
<p><strong>          หยอดหลายครั้งกว่าจะเต็มพื้นที่ประมาณ 2 ไร่เศษ  เริ่มหยอดครั้งแรกเมื่อวันที่  26  เมษายน  จนรุ่นสุดท้ายเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2552</strong></p>
<p><strong>          เกือบหนึ่งเดือนที่คอยดูการเจริญเติบโต    ลองไปเดินดูพบว่า  มีความแตกต่างของการงอกและการเจริญเติบโตไม่ว่าจะเป็นในส่วนของ</strong></p>
<ul>
<li><strong>พันธุ์  พบว่าพันธุ์ข้าวก่ำ มีความงอกดีกว่าพันธุ์ข้าวแพร่ </strong></li>
<li><strong>ดินที่ดอน ที่น้ำไม่ท่วมขัง ข้าวงอกดีกว่าที่น้ำท่วมขัง </strong></li>
<li><strong>การปลูกข้าวไร่หากไม่ไถหรือไถไม่ลึกมากนัก วิธีการปลูกแบบฝังกลบน่าจะได้ผลดีกว่าดินที่ไถลึกกว่า (ไถลึกเวลาฝนตกโอกาสที่ข้าวจะฝังตัวในดินได้ลึกกว่าส่งผลให้เมล็ดไม่งอก) </strong></li>
<li><strong>ฯลฯ   แล้วจะนำสิ่งที่ได้ลงมือทำมาแลกเปลี่ยนกันในโอกาสต่อไปครับ </strong></li>
</ul>
<p><strong><img src="http://gotoknow.org/file/yutkpp/52052202.jpg" alt="" width="500" height="375" /></strong></p>
<p><strong>       ภาพแปลงข้าวข้างบนนี้ เป็นฝีมือน้องไผ่  น้องฝ้าย และน้องป๊อบเพื่อนน้องฝ้ายมาช่วยปลูก (มือใหม่) หยอดข้าวเผื่อเมล็ดลีบ  แต่ข้าวก่ำออกเกือบทุกเมล็ด เลยมีมากต้นอย่างที่เห็นไกลๆ   ถ้าหยอดซัก 5 เมล็ดน่าจะกำลังดี  แต่ก็เป็นผลดีเพราะจะได้ถอนไปซ่อมในส่วนที่ข้าวไม่งอก&#8230;อิอิ</strong></p>
<p><strong>          เป็นการหาทางที่จะพึ่งตนเองอย่างหนึ่งนะครับ   ไม่ปลูกข้าว  แล้วซื้อข้าวกินนั้นทำได้และทำอยู่แล้ว   แต่คิดว่าทำในสิ่งที่เราต้องการน่าจะดีกว่า เพราะข้าวอย่างไรเราก็ต้องกินอยู่ทุกวัน   ก็เลยลองปลูกดู   </strong></p>
<p><strong>          เมื่อประมาณ 1 เดือนผ่านไป (31 พ.ค. 2552) ถึงเวลาที่ต้องซ่อมต้นข้าว  ก็ได้อาศัยข้าวกอที่ออกมา  ถอนแบ่งมาบ้างเพื่อปลูกซ่อม   การปลูกซ่อมก็เป็นการปลูกง่ายๆ เหมือนการปลูกพริก-มะเขือนั่นแหละครับ  เริ่มด้วยการขุดหลุมด้วยจอบ  จากนั้นก็หยอดน้ำให้ดินชุ่ม ต่อมาก็นำต้นข้าวมาปลูกถ้าดินเละๆ หน่อยก็ดำไปเลย หรือถ้าดินพอชุ่มๆ ก็ปลูกแล้วกลบเหมือนปลูกต้นไม้ทั่วๆ ไป เรียกว่าดำนาบกกันเลยละครับ </strong></p>
<p><strong></strong></p>
<ul>
<li><strong>ดำนาบกครับ  อิอิ</strong></li>
</ul>
<p><strong><img src="http://gotoknow.org/file/yutkpp/52062201.jpg" alt="" width="500" height="375" /></strong></p>
<p><strong> </strong></p>
<ul>
<li><strong>น้องไผ่..ผู้ช่วยปลูกครับ  ปลูกบ้างพักบ้างเรื่อยเปื่อยไปตามประสา  แต่ก็น่าจะได้เรียนรู้และจดจำภาพเหล่านี้ติดตัวไปบ้าง</strong></li>
</ul>
<p><strong><img src="http://gotoknow.org/file/yutkpp/52062204.jpg" alt="" width="500" height="375" /></strong></p>
<p><strong></strong></p>
<ul>
<li><strong>หลังจากปลูกซ่อมเสร็จก็จะเห็นภาพที่มีต้นข้าวเต็มแปลง  ดูแล้วมีความสุขและได้บรรยากาศอีกแบบที่หาไม่ได้ในสถานการณ์และสังคมยุคพัฒนา - ยุคดิจิตอล (เขาเรียกกัน)ในปัจจุบัน</strong></li>
</ul>
<p><strong><img src="http://gotoknow.org/file/yutkpp/52062205.jpg" alt="" width="650" height="488" /></strong></p>
<p><strong>          ท่านใดมีความรู้และประสบการณ์จะนำมาแบ่งปันกันบ้างก็ยินดีนะครับ</strong></p>
<p><strong>บันทึกมาเพื่อการ ลปรร.</strong></p>
<p><strong>สิงห์ป่าสัก  23  มิ.ย. 2552</strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/yutkpp/2009/06/23/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b9/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ท่านอธิบดีฯ แวะเยี่ยมที่กำแพงเพชร</title>
		<link>http://lanpanya.com/yutkpp/2009/06/22/%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%af-%e0%b9%81%e0%b8%a7%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a2%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%b5/</link>
		<comments>http://lanpanya.com/yutkpp/2009/06/22/%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%af-%e0%b9%81%e0%b8%a7%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a2%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%b5/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 22 Jun 2009 08:10:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>สิงห์ป่าสัก</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[สังคม วัฒนธรรม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/yutkpp/?p=29</guid>
		<description><![CDATA[       ระหว่างการเดินทางไปปลูกป่าที่ลำพูน   ท่านอธิบดีกรมราษฎรส่งเสริม  ครูบาสุทธินันท์พาทีมงานชุดใหญ่..อิอิ คนตัวใหญ่ๆ  เยี่ยมเยียนลูกหลานที่กำแพงเพชร  มีผมและครูมิมมาร่วมต้อนรับ    
         แต่งานนี้ผู้มาเยือนบอกก่อนทานข้าวมันไก่ว่าหากแวะมาเยี่ยมใครอายุมากที่สุดคนนั้นต้องจ่าย  อิอิ&#8230;งานนี้ผมกับครูมิมหมดสิทธิ์

        เสียดายที่ไม่ได้ไปร่วมงานปลูกป่าที่ลำพูน  เพราะน้องไผ่ไปแข่งรำมวยเกาหลี(เทควันโด)ที่กรุงเทพฯ
         ฝากไว้ก่อนนะโอฬาร  ครั้งหน้าคงได้ไปร่วมทำบุญปลูกป่ากับคณะคนแซ่เฮบ้าง
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>       ระหว่างการเดินทางไปปลูกป่าที่ลำพูน   ท่านอธิบดีกรมราษฎรส่งเสริม  ครูบาสุทธินันท์พาทีมงานชุดใหญ่..อิอิ คนตัวใหญ่ๆ  เยี่ยมเยียนลูกหลานที่กำแพงเพชร  มีผมและครูมิมมาร่วมต้อนรับ    </p>
<p>         แต่งานนี้ผู้มาเยือนบอกก่อนทานข้าวมันไก่ว่าหากแวะมาเยี่ยมใครอายุมากที่สุดคนนั้นต้องจ่าย  อิอิ&#8230;งานนี้ผมกับครูมิมหมดสิทธิ์</p>
<p><img src="http://gotoknow.org/file/yutkpp/52061601.jpg" alt="" width="500" height="375" /></p>
<p>        เสียดายที่ไม่ได้ไปร่วมงานปลูกป่าที่ลำพูน  เพราะน้องไผ่ไปแข่งรำมวยเกาหลี(เทควันโด)ที่กรุงเทพฯ</p>
<p>         ฝากไว้ก่อนนะโอฬาร  ครั้งหน้าคงได้ไปร่วมทำบุญปลูกป่ากับคณะคนแซ่เฮบ้าง</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/yutkpp/2009/06/22/%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%af-%e0%b9%81%e0%b8%a7%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a2%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%b5/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>พระบรมธาตุนครศรีรรมราช&#8230;ยามค่ำคืน</title>
		<link>http://lanpanya.com/yutkpp/2009/04/20/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%98%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a/</link>
		<comments>http://lanpanya.com/yutkpp/2009/04/20/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%98%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 20 Apr 2009 09:08:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>สิงห์ป่าสัก</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[สังคม วัฒนธรรม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/yutkpp/?p=27</guid>
		<description><![CDATA[ระหว่างการเดินทางกลับจากกระบี่  ขับรถผ่านตรัง  พัทลุง  ย้อนขึ้นมาที่นครศรีธรรมราช  ด้วยความตั้งใจที่จะไปไหว้พระบรมธาตุนครศรีรรมราช  แม้ยามค่ำคืนก็ต้องไปไหว้พระบรมธาตุฯ  เลยได้ภาพที่ประทับใจมาฝากครับ

พระบรมธาตุนครศรีธรรมราชยามค่ำคื
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ระหว่างการเดินทางกลับจากกระบี่  ขับรถผ่านตรัง  พัทลุง  ย้อนขึ้นมาที่นครศรีธรรมราช  ด้วยความตั้งใจที่จะไปไหว้พระบรมธาตุนครศรีรรมราช  แม้ยามค่ำคืนก็ต้องไปไหว้พระบรมธาตุฯ  เลยได้ภาพที่ประทับใจมาฝากครับ</p>
<p><a href="http://gotoknow.org/file/yutkpp/52042001.jpg"><img src="http://gotoknow.org/file/yutkpp/52042001.jpg" alt="" /><br />
พระบรมธาตุนครศรีธรรมราชยามค่ำคื</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/yutkpp/2009/04/20/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%98%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ภาพประทับใจในงานเฮฮาศาสตร์ 8 ที่กระบี่</title>
		<link>http://lanpanya.com/yutkpp/2009/04/09/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%ae%e0%b8%ae%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://lanpanya.com/yutkpp/2009/04/09/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%ae%e0%b8%ae%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 09 Apr 2009 07:37:21 +0000</pubDate>
		<dc:creator>สิงห์ป่าสัก</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[สังคม วัฒนธรรม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/yutkpp/?p=26</guid>
		<description><![CDATA[          งานเฮฮาศาสตร์ 8 ที่กระบี่  มีภาพที่แต่ละคนในครอบครัวได้คัดเลือก และนำส่งประกวด   แต่นำขึ้นลานยังไม่คล่อง  ขอนำขึ้นที่โกไปพลางก่อนที่บันทึกนี้ครับ..http://gotoknow.org/blog/yutkpp/254579
         บันทึกนี้เลยขอนำตัวอย่างบางภาพที่ส่งประกวดมายั่วยวนก่อน  ได้รับอนุญาตจากเจ้าของแล้วพร้อมช่วยตั้งชื่ให้ด้วยว่า (หนู) ไผ่ไม่กลัวน้ำร้อน  &#8230;.. อิอิ
 

       ขาด ๆ เกิน ๆ  หรือว่าไม่ตรงเงื่อนไขประการใดก็ต้องขออภัยด้วย  ขอเพียงได้มาร่วมแจม&#8230;.อิอิ 
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>          งานเฮฮาศาสตร์ 8 ที่กระบี่  มีภาพที่แต่ละคนในครอบครัวได้คัดเลือก และนำส่งประกวด   แต่นำขึ้นลานยังไม่คล่อง  ขอนำขึ้นที่โกไปพลางก่อน<a href="http://gotoknow.org/blog/yutkpp/254579">ที่บันทึกนี้</a>ครับ..http://gotoknow.org/blog/yutkpp/254579</p>
<p>         บันทึกนี้เลยขอนำตัวอย่างบางภาพที่ส่งประกวดมายั่วยวนก่อน  ได้รับอนุญาตจากเจ้าของแล้วพร้อมช่วยตั้งชื่ให้ด้วยว่า (หนู) ไผ่ไม่กลัวน้ำร้อน  &#8230;.. อิอิ</p>
<p> </p>
<p><img src="http://lanpanya.com/yutkpp/files/2009/04/520409012.jpg" alt="" width="640" height="480" /></p>
<p>       ขาด ๆ เกิน ๆ  หรือว่าไม่ตรงเงื่อนไขประการใดก็ต้องขออภัยด้วย  ขอเพียงได้มาร่วมแจม&#8230;.อิอิ </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/yutkpp/2009/04/09/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%ae%e0%b8%ae%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>แลกเปลี่ยนประสบการณืผ่านบล็อก : 2. จงเป็นแก้วมหัศจรรย์ที่เติมน้ำเท่าไรก็ไม่มีวันเต็ม</title>
		<link>http://lanpanya.com/yutkpp/2009/03/16/%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b8%b7%e0%b8%9c%e0%b9%88/</link>
		<comments>http://lanpanya.com/yutkpp/2009/03/16/%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b8%b7%e0%b8%9c%e0%b9%88/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 16 Mar 2009 08:57:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>สิงห์ป่าสัก</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/yutkpp/?p=16</guid>
		<description><![CDATA[          ได้เขียนประเด็นแรกไปแล้วที่บันทึก  : 1. จงรักษาความมุ่งมั่น  วันนี้ขอแลกเปลี่ยนอีกเรื่องหนึ่ง  ที่อยากจะบอกกับน้องๆ นักส่งเสริมการเกษตร หรือน้องๆ ที่ทำงานในหน่วยงานอื่นที่เป็นการเริ่มต้นทำงานใหม่เหมือนกันก็คือ
          เราต้อง  &#8221; เป็นแก้วมหัศจรรย์ที่เติมน้ำเท่าไรก็ไม่มีวันเต็ม &#8220;  ประเด็นนี้สำคัญมาก ไม่เฉพาะแต่คนที่ทำงานใหม่ๆ เหมือนน้องๆ  หรือแม้แต่คนที่ทำงานมานมนาน  บางคนนานจนใกล้จะเกษียณ หรือบางคนแม้ปลดระวางไปแล้ว  ก็มักจะพานพบเสมอๆ  &#60;/strong&#62;
          เพราะเมื่อไรก็ตาม   เมื่อเราเป็นแก้วที่มีน้ำเต็ม ก็เหมือนกันคนที่
ยึดติดอยู่กับความรู้เดิม-ประสบการณ์เดิมของตนเองมากจนเกินไป 
เชื่อมั่นในความสมารถของเองสูงมากจนเกินไป  (ย้ำว่ามากจนเกินไปนะครับ)
คิดว่าตัวเรานั้นเก่งแล้วไม่มีใครเทียมทาน  
ไม่ยอมรับหรือไม่ฟังความคิดเห็นของคนอื่น  ที่ต่างจากความคิดเห็นของเรา
ไม่รับรู้โลกรอบตัวที่ปรับและเปลี่ยนไปตลอดเวลาไม่เคยหยุดนิ่ง
        เราก็จะขาดโอกาสที่จะได้รับสิ่งดีที่จะผ่านเข้ามาในวงจรชีวิตของเรา  ไม่ว่าจะเป็นโอกาสในการเรียนรู้เรื่องราวดีๆ  โอกาสที่จะได้ต่อยอดความรู้ของเรา   และอะไรอีกมากมายที่เราจะหมดโอกาส  แม้แต่การพัฒนาตนเอง   เพราะเราเป็นน้ำที่เต็มแก้วเสียแล้ว  รับหรือเติมอะไรอีกไม่ได้  สิ่งต่างๆ ก็มีแต่จะล้นออกมานอกแก้วไปเสียหมด
        น้องๆ นักส่งเสริมการเกษตร จงระลึกอยู่เสมอนะครับว่า  การสร้างเสริมประสบการณ์ให้กับชีวิตหรือการเรียนรู้ของคนเรานั้น   สามารถทำได้ตลอดเวลา   ทุกขณะ  และตลอดไป  เพียงแต่ขอให้เราเปิดใจยอมรับ และเปิดรับเพื่อที่จะรับรู้  แล้วนำสิ่งดีๆ ที่พานพบเหล่านั้น  มาปรับปรุงและพัฒนาตัวของเราเอง  เพื่อพัฒนางานส่งเสริมการเกษตรอันเป็นอาชีพที่รักของเรา   ส่งผลให้เรามีขีดความสามารถที่จะทำงานได้ในทุกสภาวะ  และทุกสถานการณ์  แม้ว่าโลกรอบตัวเราจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร  ก็ไม่ให้ทำเป็นข้อจำกัดในการทำงานของพวกเรา
       &#8221; [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>          ได้เขียนประเด็นแรกไปแล้วที่บันทึก  : 1. จงรักษาความมุ่งมั่น  วันนี้ขอแลกเปลี่ยนอีกเรื่องหนึ่ง  ที่อยากจะบอกกับน้องๆ นักส่งเสริมการเกษตร หรือน้องๆ ที่ทำงานในหน่วยงานอื่นที่เป็นการเริ่มต้นทำงานใหม่เหมือนกันก็คือ<br />
          เราต้อง  &#8221; เป็นแก้วมหัศจรรย์ที่เติมน้ำเท่าไรก็ไม่มีวันเต็ม &#8220;  ประเด็นนี้สำคัญมาก ไม่เฉพาะแต่คนที่ทำงานใหม่ๆ เหมือนน้องๆ  หรือแม้แต่คนที่ทำงานมานมนาน  บางคนนานจนใกล้จะเกษียณ หรือบางคนแม้ปลดระวางไปแล้ว  ก็มักจะพานพบเสมอๆ  &lt;/strong&gt;<br />
          เพราะเมื่อไรก็ตาม   เมื่อเราเป็นแก้วที่มีน้ำเต็ม ก็เหมือนกันคนที่</p>
<p>ยึดติดอยู่กับความรู้เดิม-ประสบการณ์เดิมของตนเองมากจนเกินไป <br />
เชื่อมั่นในความสมารถของเองสูงมากจนเกินไป  (ย้ำว่ามากจนเกินไปนะครับ)<br />
คิดว่าตัวเรานั้นเก่งแล้วไม่มีใครเทียมทาน  <br />
ไม่ยอมรับหรือไม่ฟังความคิดเห็นของคนอื่น  ที่ต่างจากความคิดเห็นของเรา<br />
ไม่รับรู้โลกรอบตัวที่ปรับและเปลี่ยนไปตลอดเวลาไม่เคยหยุดนิ่ง<br />
        เราก็จะขาดโอกาสที่จะได้รับสิ่งดีที่จะผ่านเข้ามาในวงจรชีวิตของเรา  ไม่ว่าจะเป็นโอกาสในการเรียนรู้เรื่องราวดีๆ  โอกาสที่จะได้ต่อยอดความรู้ของเรา   และอะไรอีกมากมายที่เราจะหมดโอกาส  แม้แต่การพัฒนาตนเอง   เพราะเราเป็นน้ำที่เต็มแก้วเสียแล้ว  รับหรือเติมอะไรอีกไม่ได้  สิ่งต่างๆ ก็มีแต่จะล้นออกมานอกแก้วไปเสียหมด</p>
<p>        น้องๆ นักส่งเสริมการเกษตร จงระลึกอยู่เสมอนะครับว่า  การสร้างเสริมประสบการณ์ให้กับชีวิตหรือการเรียนรู้ของคนเรานั้น   สามารถทำได้ตลอดเวลา   ทุกขณะ  และตลอดไป  เพียงแต่ขอให้เราเปิดใจยอมรับ และเปิดรับเพื่อที่จะรับรู้  แล้วนำสิ่งดีๆ ที่พานพบเหล่านั้น  มาปรับปรุงและพัฒนาตัวของเราเอง  เพื่อพัฒนางานส่งเสริมการเกษตรอันเป็นอาชีพที่รักของเรา   ส่งผลให้เรามีขีดความสามารถที่จะทำงานได้ในทุกสภาวะ  และทุกสถานการณ์  แม้ว่าโลกรอบตัวเราจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร  ก็ไม่ให้ทำเป็นข้อจำกัดในการทำงานของพวกเรา</p>
<p>       &#8221; จงเป็นแก้วมหัศจรรย์  ที่เติมน้ำเท่าไรก็ไม่มีวันเต็มให้ได้นะครับ&#8221;</p>
<p> </p>
<p>บันทึกมาเพื่อการ ลปรร. ครับ&lt;/strong&gt;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/yutkpp/2009/03/16/%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b8%b7%e0%b8%9c%e0%b9%88/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>แลกเปลี่ยนประสบการณ์ผ่านบล็อก : 1. จงรักษาความมุ่งมั่น</title>
		<link>http://lanpanya.com/yutkpp/2009/03/11/%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%9c%e0%b9%88/</link>
		<comments>http://lanpanya.com/yutkpp/2009/03/11/%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%9c%e0%b9%88/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 11 Mar 2009 08:35:56 +0000</pubDate>
		<dc:creator>สิงห์ป่าสัก</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ส่งเสริมการเกษตร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/yutkpp/?p=9</guid>
		<description><![CDATA[          เมื่อวันที่ 16  ก.พ.  ที่ผ่านมา  มีนักส่งเสริมการเกษตรมีบรรจุใหม่มาปฏิบัติงานที่สำนักงานเกษตรจังหวัดกำแพงเพชร จำนวน 4 คน  ในตำแหน่งนักวิชาการส่งเสริมการเกษตร ระดับ ปฏิบัติการ  (ซี 3 เดิม)  นักส่งเสริมการเกษตรรุ่นใหม่นี้  นับว่าโชคดีหน่อย  เพราะว่าท่านเกษตรจังหวัดแจ้งว่าทางกรมส่งเสริมการเกษตรมีนโยบายให้มีการฝึกงาน-สอนงานก่อนที่สำนักงานเกษตรจังหวัด  35 วันทำการ  และลงไปฝึกงานในพื้นที่(สำนักงานเกษตรอำเภอที่บรรจุ) อีก 10 วันทำการ  ก่อนที่จะกลับไปเติมเต็มในภาพรวมที่กรมส่งเสริมการเกษตรอีกระยะหนึ่ง


          การสอนงานนั้น  ผมและทีมงานก็มีประสบการณ์บ้างนิดหน่อย  เพราะเราได้ลองใช้เครื่องมือนี้มาตั้งแต่ปี 2548  พอจะมีประสบการณ์บ้างเล็กน้อย  แต่การสอนงานนั้นมีตัวแปรมากมาย ซึ่งคงจะไม่ขอนำมาบันทึก  หากท่านใดสนใจ ก็สามารถเข้ามา ลปรร.ผ่านบล็อกนี้ได้ หรือเป็นการส่วนตัว  เพราะบางประเด็นนั้นเกินกว่าที่เราจะควบคุมได้
          เมื่อวานผมได้มีโอกาสคุยกับน้องๆ 2 คน ที่มาช่วยผมออกแบบและสรุปข้อมูลจากแบบสอบถามในการวิจัยเพื่อหาแนวทางพัฒนาการปลูกกล้วยไข่ของจังหวัด   ที่เรากำลังศึกษาและเก็บข้อมูลกันอยู่   ผมได้ถามและบอกน้องๆ เขาไปในประเด็นหนึ่งที่ผมคิดว่าสำคัญต่ออาชีพนักส่งเสริมการเกษตรเป็นเรื่องแรกก็คือ&#8230;&#8230;
          &#8220;การรักษาความมุ่งมั่น ความตั้งใจ และความรู้สึกที่ดีๆ ต่ออาชีพนักส่งเสริมการเกษตรให้คงอยู่ในตัวเราตลอดไป&#8230;&#8221;
          คงจะไม่มีใครปฏิเสธว่าวันที่เราสอบบรรจุ หรือสอบทำงานได้นั้น   ช่างเป็นความรู้สึกที่แสนจะวิเศษที่สุด   เป็นความรู้สึกที่ดี   และภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง   ดังนั้นความรู้สึกที่ดีๆ ต่ออาชีพใหม่ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="title">     <strong>     เมื่อวันที่ 16  ก.พ.  ที่ผ่านมา  มีนักส่งเสริมการเกษตรมีบรรจุใหม่มาปฏิบัติงานที่สำนักงานเกษตรจังหวัดกำแพงเพชร จำนวน 4 คน  ในตำแหน่งนักวิชาการส่งเสริมการเกษตร ระดับ ปฏิบัติการ  (ซี 3 เดิม)  นักส่งเสริมการเกษตรรุ่นใหม่นี้  นับว่าโชคดีหน่อย  เพราะว่าท่านเกษตรจังหวัดแจ้งว่าทางกรมส่งเสริมการเกษตรมีนโยบายให้มีการฝึกงาน-สอนงานก่อนที่สำนักงานเกษตรจังหวัด  35 วันทำการ  และลงไปฝึกงานในพื้นที่(สำนักงานเกษตรอำเภอที่บรรจุ) อีก 10 วันทำการ  ก่อนที่จะกลับไปเติมเต็มในภาพรวมที่กรมส่งเสริมการเกษตรอีกระยะหนึ่ง</strong></div>
<div class="item">
<div class="content">
<p><strong>          <span style="color: #0000ff;">การสอนงานนั้น  ผมและทีมงานก็มีประสบการณ์บ้างนิดหน่อย  เพราะเราได้ลองใช้เครื่องมือนี้มาตั้งแต่ปี 2548  พอจะมีประสบการณ์บ้างเล็กน้อย  แต่การสอนงานนั้นมีตัวแปรมากมาย ซึ่งคงจะไม่ขอนำมาบันทึก  หากท่านใดสนใจ ก็สามารถเข้ามา ลปรร.ผ่านบล็อกนี้ได้ หรือเป็นการส่วนตัว  เพราะบางประเด็นนั้นเกินกว่าที่เราจะควบคุมได้</span></strong></p>
<p><strong>          เมื่อวานผมได้มีโอกาสคุยกับน้องๆ 2 คน ที่มาช่วยผมออกแบบและสรุปข้อมูลจากแบบสอบถามในการวิจัยเพื่อหาแนวทางพัฒนาการปลูกกล้วยไข่ของจังหวัด   ที่เรากำลังศึกษาและเก็บข้อมูลกันอยู่   ผมได้ถามและบอกน้องๆ เขาไปในประเด็นหนึ่งที่ผมคิดว่าสำคัญต่ออาชีพนักส่งเสริมการเกษตรเป็นเรื่องแรกก็คือ&#8230;&#8230;</strong></p>
<p><strong>          <span style="color: #0000ff;"><span style="background-color: #ffff00;">&#8220;การรักษาความมุ่งมั่น ความตั้งใจ และความรู้สึกที่ดีๆ ต่ออาชีพนักส่งเสริมการเกษตรให้คงอยู่ในตัวเราตลอดไป&#8230;&#8221;</span></span></strong></p>
<p><strong>          คงจะไม่มีใครปฏิเสธว่าวันที่เราสอบบรรจุ หรือสอบทำงานได้นั้น   ช่างเป็นความรู้สึกที่แสนจะวิเศษที่สุด   เป็นความรู้สึกที่ดี   และภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง   ดังนั้นความรู้สึกที่ดีๆ ต่ออาชีพใหม่ โดยเฉพาะน้องๆ ที่มาทำงานเป็นนักส่งเสริมการเกษตรนั้น  <span style="color: #0000ff;">ขอ<span>ให้รักษาความมุ่งมั่น  ความรู้สึกที่ดีๆ และความตั้งใจที่จะทำงานในอาชีพนี้ ให้อยู่กับตัวเราให้นานที่สุด  คือให้อยู่กับเราตลอดไป  อย่าให้หดหาย  เพราะหากเราขาดความมุ่งมั่นและความรู้สึกที่ดีๆ   จะส่งผลต่อพลังใจ  พลังกาย  ที่จะทำงานในอาชีพนี้</span></span></strong></p>
<p><strong>         <span style="color: #800000;">แม้วัน  เวลา  จะเปลี่ยนแปลงไป  ประสบการณ์หรือสิ่งที่เราได้พานพบ  จะมีมากขึ้น  ได้รู้ได้เห็นสิ่งต่างๆ มากมาย  แต่ตราบใดที่เรายังทำงานในอาชีพนักส่งเสริมการเกษตร  เราต้องรักษาความมุ่งมั่น ความตั้งใจที่จะทำงาน  และความรู้สึกที่ดีต่ออาชีพนักส่งเสริมการเกษตรให้อยู่กับตัวเราตลอดไป</span></strong>  </p>
</div>
</div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/yutkpp/2009/03/11/%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%9c%e0%b9%88/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>เราอยู่ได้ด้วยคนอื่น&#8230;จงรักผู้อื่น</title>
		<link>http://lanpanya.com/yutkpp/2009/01/14/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%88/</link>
		<comments>http://lanpanya.com/yutkpp/2009/01/14/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%88/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 14 Jan 2009 08:13:52 +0000</pubDate>
		<dc:creator>สิงห์ป่าสัก</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[สังคม วัฒนธรรม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/yutkpp/?p=7</guid>
		<description><![CDATA[        วันนี้ได้รับหนังสือ &#8220;ยศ ทรัพย์ อำนาจ เป้าหมายหรือมรรควิธี&#8221; โดย ท่าน ว.วชิรเมธี  จากน้าอึ่งอ๊อบ  คนสวย แซ่เฮ   น้าอึ่งอ๊อบ  ต้องขอขอบพระคุณเป็นอย่างมาก           &#8230;.การให้ธรรม  ชนะการให้ทั้งปวง  ดังนั้นก็เลยขอบันทึกต่อ  เพื่อเป็นขอบคุณน้าอึ่งอ๊อบ และเป็นการแลกเปลี่ยนกับชาว G2K ทุกๆ ท่าน  เป็นการตอบแทนครับ&#8230;&#8230;เป็นคำกล่าวสั้นๆ ครับว่า
      [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>        <strong>วันนี้ได้รับหนังสือ &#8220;ยศ ทรัพย์ อำนาจ เป้าหมายหรือมรรควิธี&#8221; โดย ท่าน ว.วชิรเมธี  จากน้าอึ่งอ๊อบ  คนสวย แซ่เฮ   น้าอึ่งอ๊อบ  ต้องขอขอบพระคุณเป็นอย่างมาก   </strong>        &#8230;.การให้ธรรม  ชนะการให้ทั้งปวง  ดังนั้นก็เลยขอบันทึกต่อ  เพื่อเป็นขอบคุณน้าอึ่งอ๊อบ และเป็นการแลกเปลี่ยนกับชาว G2K ทุกๆ ท่าน  เป็นการตอบแทนครับ&#8230;&#8230;เป็นคำกล่าวสั้นๆ ครับว่า</p>
<p>         &#8220;เราอยู่ได้ด้วยคนอื่น&#8221; นะครับ  แตขยายความเพิ่มเติมว่า&#8230;&#8230;&#8230;..</p>
<p>        เพราะในทุกขณะที่เราอยู่ร่วมกับผู้คนในสังคม  เราคงได้พบเห็นความแตกต่างหลากหลายของผู้คน  ไม่ว่าจะมองในมิติใดก็ตาม   ผู้คน  ที่เรียกกันว่ามนุษย์นั้นล้วนมีความแตกต่าง  และต้องมีความหลากหลาย   ไม่มีใครที่เหมือนกันไปเสียทุกอย่างทั้งกายและจิต&#8230;.  แม้แต่คู่แฝดที่เกิดมาจากท้องแม่เดียวกัน   แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนควรยอมรับก็คือ คนเรานั้นอยู่ในโลกใบนี้เพียงคนเดียวไม่ได้   เพราะ    &#8221; เราอยู่ได้ด้วยคนอื่น &#8220;<br />
      การผลิตอาหาร เราก็ต้องพึ่งพาคนอื่น แม้บางท่านจะบอกว่าทำนาเอง  แต่ปัจจัยอื่นๆ ก็ต้องให้คนอื่น หรืออาศัยคนอื่นอยู่ดี   บางคนร่ำรวยเงินทอง  แต่ก็ยังกินข้าวที่คนอื่นปลูกให้อยู่ดีในการหุงหาข้าวปลา-อาหาร เราก็ต้องพึ่งพาคนอื่นไม่มากก็น้อย  คนกินก็พึ่งคนทำ  คนทำก็พึ่งพาคนกิน    ลูกก็ต้องพึ่งพาพ่อแม่  ฯลฯ<br />
          ไม่ว่าใกล้-ไกล  จะมากหรือน้อยเราก็ได้อาศัยและพึ่งพาคนอื่น<br />
         สุดท้ายของบันทึกนี้ อยากให้ทุกๆ คน เห็นความสำคัญของคนอื่นให้มากๆ  เพราะคนเรา</p>
<p>     * จะอยู่ได้ก็ด้วยการพึ่งพาอาศัยกันและกัน<br />
     * เราอยู่คนเดียวไม่ได้ ดังภาษิตที่ว่า &#8220;รวมกันเราอยู่  แยกกัน&#8230;.&#8221;<br />
    * ให้ความสำคัญกับคนอื่นบ้าง โดยเฉพาะคนใกล้ตัว/รอบๆ ตัว<br />
     * ลดความสำคัญของตัวเองลงบ้าง   ลดความเป็นตัวตนของเรา<br />
     * อย่าให้ความต่างของชาติ ภาษา  ความรวย-จน    ยศ-ตำแหน่งหัวโขนต่างๆ และฐานะในสังคม   กลุ่มคน    การศึกษา ฯลฯ   มาแยกคนเราออกจากกัน<br />
     * เมื่อเห็นความสำคัญของคนอื่น เราก็จะมองเห็นคนอื่นอยู่ในสายตา<br />
     * เมื่อเห็นคนอื่น ก็จะฟังคนอื่น<br />
     * สุดท้ายหากเราเข้าใจและเห็นความเชื่อมโยง  เราก็จะ&#8230;..รักคนอื่นมากขึ้น<br />
เมื่อเรารักคนอื่น&#8230;.คนอื่นก็จะรักเรา  สังคมก็จะเกิดสันติสุข&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;. </p>
<p>        คนเดียวก็เปรียบเหมือนเทียนเล่มเดียวที่ให้แสงสว่างได้ไม่มากนัก  แต่หากนำเทียนมาจุดรวมกัน ย่อมให้แสงสว่างได้มากกว่าเทียนเล่มเดียว&#8230;&#8230;&#8230;</p>
<p>สิงห์ป่าสัก  </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/yutkpp/2009/01/14/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%88/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
	</channel>
</rss>
