มิ.ย. 13

เป็นเวลา 1 ปีแล้วที่ต้อมเป็นแม่น้องต้ามา  สิ่งหนึ่งที่ต้อมภูมิใจในฐานะที่เป็นแม่คือการให้แต่นมแม่กับน้องต้า  ตั้งแต่น้องต้าเกิดมา น้องต้ายังไม่เคยกินนมผสม น้องต้ากินแต่นมแม่มาตลอด  แต่การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ไม่ได้เป็นเรื่องง่ายสำหรับแม่ทุกคน  สำหรับต้อมแล้ว การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ที่ต้อมฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆน้องต้าและต้อมผ่านอะไรมาเยอะ ช่วงแรกนม  ต้อมมาน้อยมาก น้อยจนน้องต้าตอนอยู่ รพ 10 วันเพราะน้ำหนักน้องต้าลดตลอดจนลดมากกว่า 10% ตัวก็เหลือง ส่องไฟแล้วส่องไฟอีก ได้ออกจาก รพ ตอนที่หมอเห็นว่านมเริ่มมามากพอและน้ำหนักน้องต้าเพิ่มขึ้น น้องต้าก็ร้องไห้เพราะหิวมาช่วงหนึ่ง ต้อมก็ไม่ได้นอนทั้งวันและคืนจนไม่สบาย เป็นไข้ การให้น้องต้าดูดนมเป็น 5-6 ชั่วโมงต่อครั้ง การทนฟังเสียงน้องต้าร้องไห้เวลาที่น้องต้าหิวแล้วนมไม่พอหรือมาน้อย  แล้วถ้าเป็นแบบนี้ ทำไมที่ผ่านมาต้อมพยายามที่จะให้แต่นมแม่ ไม่ให้นมผสม แล้วทำไมจึงไม่ให้นมผสมไปด้วยเลย เพราะว่าถ้าเริ่มให้นมผสมเมื่อไหร่ ลูกก็จะกินนมแม่น้อยลง และในที่สุดแม่ก็จะไม่มีนมแม่ให้ลูกกิน เริ่มตั้งแต่น้องต้าอายุประมาณ 9 เดือนก็ประสบปัญหาว่าน้องต้าจะเผลอกัดนมตอนเค้าหลับ และบางครั้งก็กัดเพราะมันเขี้ยว แต่ตอนนี้น้องต้าก็กัดน้อยลงแล้ว

ทำไมจึงอยากให้ลูกกินแต่นมแม่  เพราะข้อดีของนมแม่มีเยอะมาก นมแม่ เป็นอาหารที่วิเศษที่สุดของมนุษย์ เรามาดูข้อดีของนมแม่กัน

ประโยชน์สำหรับลูก

- เป็นน้ำนมที่สะอาดปราศจากเชื้อโรคร้าย

- อุดมสมบูรณ์ด้วยสารอาหารนานาชนิดที่เพียบพร้อมสำหรับการเจริญเติบโตของมนุษย์ โดยเฉพาะการเจริญเติบโตของสมอง

- มีภูมิต้านทานโรคจากแม่ จึงมีผลให้เกิดสุขภาพที่ดีแก่ลูกน้อย ช่วยให้ลูกน้อยแข็งแรง

- มีโอกาสติดเชื้อโรคต่ำกว่าการใช้นมผง

- ไม่มีการแพ้นมเหมือนการเลี้ยงลูกด้วยนมวัวอีกด้วย

- ทารกที่ดูดนมจากเต้านมของแม่นี้จะมีผลกระตุ้นพัฒนาการของฟันและขากรรไกรของเด็กที่ดีกว่าการดูดนมขวด

-ทารกมีความรู้สึกอบอุ่นทางใจจากแม่กอดสัมผัสลูกในเวลาที่ให้นม

ประโยชน์สำหรับแม่

- ช่วยให้ประหยัด สะดวก และรวดเร็วทันใจ ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง เพราะไม่จำเป็นต้องเสียเงินในการซื้อหามา

- ไม่ต้องเตรียมขวดนมหลายๆ ใบ หลายๆ ขนาด

- ไม่ต้องเสียเวลาเตรียมน้ำสำหรับการชงนม เมื่อใดที่ทารกต้องการหรือหิวนม แม่ก็สามารถตอบสนองด้วยการป้อนนมให้กับลูกได้ทันทีและเพียงพอต่อความต้องการของลูกน้อยทุกเมื่อที่ลูกน้อยต้องการ

- ช่วยลดโอกาสการเป็นโรคมะเร็งในเต้านม มะเร็งในมดลูก

- ช่วยลดน้ำหนักของแม่

- แม่มีความรู้สึกดีที่ลูกจ้องหน้า เอามือมาเล่นหน้าตาของแม่ขณะดูดนม

จริงๆ แล้วที่น้องต้าได้กินนมแม่จนถึง 1 ขวบนั้น มีหลายคนที่มีส่วนทำให้น้องต้าได้กินนมแม่ ตั้งแต่ รพ ศรีนครินทร์ ขอนแก่น ซึ่งรณรงค์การให้นมแม่กับลูก  พอน้องต้าและต้อมออกจากห้องคลอด  พยาบาลก็เอาน้องต้ามาวางไว้บนหน้าอกต้อม เพื่อให้น้องต้าดูดนมและกระตุ้นให้นมมา  หมอหลายคน โดยเฉพาะหมอกุสุมาก็พยายามเข้ามาช่วยการแก้ปัญหาต่างๆ ทั้งการจัดท่าให้นมที่ถูกต้อง และการปั๊มนมที่ถูกต้อง  พยาบาลหลายคนก็มาช่วยปลอบตอนน้องต้างอแง  คนที่สำคัญที่สุดก็คืออาม่าน้องต้าซึ่งอยู่กับต้อมตลอดที่ รพ และปลอบน้องต้าตอนน้องต้าร้องไห้  ช่วยทำให้ต้อมได้พักบ้าง  ถ้าไม่มีอาม่า น้องต้าคงไม่ได้กินนมแม่นาน และไม่เจริญเติบโตดีอย่างทุกวันนี้  กลับมาที่บ้าน อาม่าน้องต้าก็ทำอาหารสารพัดที่จะช่วยเพิ่มน้ำนม ทำงานบ้านสารพัดที่จะช่วยทำให้ต้อมได้พักผ่อน  พ่อน้องต้าก็ช่วยซักผ้าอ้อม ทำความสะอาดก้นน้องต้าเวลาน้องต้าอึ  อาบน้ำให้น้องต้า การที่แม่จะประสบความสำเร็จในการให้นมแม่ได้นั้น ต้องอาศัยการสนับสนุนจากคนรอบข้างทั้งทางกายและทางใจ   ตอนนี้น้องต้าก็เริ่มโตขึ้น ต้อมพยายามอ่านหนังสือให้น้องต้าทุกวัน เพราะอยากให้เค้าเป็นคนรักการอ่าน และจะพยายามสวดมนต์ให้เค้าฟัง  ให้เค้าสวัสดีและขอบคุณอาม่า  อยากให้น้องต้าเป็นคนดี   อยากให้เค้ารู้ซึ้งถึงความดีของคนอื่นที่ทำให้เค้า


พ.ค. 25

ช่วงวันที่ 13-16 พ.ค. ที่ผ่านมา ต้าไปเที่ยวภูเก็ตกับอาม่า คุณพ่อ และคุณแม่  คุณแม่ต้าได้ไปนำเสนอบทความ Developing Offline Web Applications ที่งานประชุมวิชาการ JCSSE 2009 ซึ่งจัดที่โรงแรม Laguna Beach Resort  ภูเก็ต ซึ่งคาราวานเพื่อนน้องต้าก็ได้ไปพักที่นั้น :)  ทุกคนชอบอาหารเช้าที่นั้นมากเพราะหลากหลายดี  ปกติแล้วค่าห้องพักจะประมาณ 4,600 บาทต่อคืน แต่ไปงานคราวนี้ จองในนามงาน พัก 3 คน เค้าคิด 2,700 บาทต่อคืน ซึ่งคุ้มทีเดียว    ไปกันหลายวันแต่หักวันเดินทาง ขอนแก่น-กรุงเทพ-ภูเก็ต ออกไป 2 วันก็เหลือวันที่ 14 ซึ่งคุณแม่ต้านำเสนอบทความและไปฟังบทความของคนอื่น จึงมีแต่วันที่ 15 ที่ได้ไปเที่ยวกัน  เริ่มแรกก็ไปเที่ยววัดฉลอง วัดหลวงปู่สุภา ดูตึกเก่าแถวถนนดีบุก จากนั้นก็ไปทานอาหารกลางวันที่แหลมหิน เพราะมีคนแนะนำมาว่าอาหารอร่อย และราคาไม่แพง  เมนูที่ทุกคนชอบคือผักเมี่ยงกุ้งเสียบ น้องต้าก็กินข้าวผัดหมูเกือบทุกมื้อ  ผลัดกันป้อนระหว่างอาม่าและคุณแม่น้องต้า หลังจากทานข้าวเที่ยงเสร็จ ก็ไปที่จุดชมวิว ซึ่งจะเห็นทั้งหาดป่าตอง หาดกะตะ และหาดกะรน  จากนั้นก็ขับรถเข้าโรงแรมเกือบทุ่มหนึ่ง

การท่องเที่ยวครั้งนี้ต้าก็ไม่งอแงเท่าไหร่  จะงอแงก็เฉพาะตอนอยากกินนม  ซึ่งต้าก็ชอบกินนมแม่เป็นที่สุด :) การให้นมแม่ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้การเดินทางโดยมีลูกเล็กนั้นสะดวกมาก ไม่ต้องมีอุปกรณ์ในการชงนมหรือเก็บนมใดๆ =)ต้ากับแม่ต้อมบนเครื่องบิน

tacaravan09-05-14tamomgrandma09-05-15tagrandma09-05-14

เม.ย. 12

เนื่องจากแม่ของต้ามีอาชีพเป็นอาจารย์และต้าก็ยังกินนมแม่อยู่ ตอนกลางคืน ต้าจะกินนมแม่ก่อนแล้วค่อยหลับไปอย่างมีความสุข อาม่าน้องต้าบอกว่าแม่ต้าค้างคืนที่ไหนน้องต้าก็ต้องนอนด้วย แม่ต้าก็ยังคิดไม่ออกว่าต้าจะร้องไห้นานเท่าใดถ้าไม่ได้กินนมก่อนนอนหรือช่วงตื่นตอนกลางคืน ด้วยเหตุฉะนี้ ต้าจึงไ้ด้ไปไหนมาไหนกับแม่ต้าเวลาแม่ต้าออกไปทำงานนอกสถานที่  ที่แรกที่พักค้างคืนนอกขอนแก่น คือโรงแรมกฤษณ์ไทยแมนชั่น เป็นที่พักที่ราคาไม่แพงและอยู่ใกล้สยามพารากอนมาก  แม่ต้าจะต้องนำเสนอบทความเรื่องระบบบูรณาการสนเทศเวลาจริงใน IRPUSCon-01ในปลายเดือนมีนาคม 2552 เวลาต้าและแม่ต้าไปไหน ทั้งครอบครัวก็ยกขบวนไปกันทั้งหมด แต่ไปกรุงเทพคราวนี้มีน้าของต้าและลูกของน้าไปด้วย น้าต้าชื่ออี๊ภรณ์ และพี่ของต้าชื่อ เจ้ออม  อี๊ภรณ์และเจ้ออมมาเยี่ยมอาม้าน้องต้า และช่วยอุ้มและดูแลน้องต้าได้อย่างมาก  เจ้ออมไม่เคยไปกรุงเทพ แม่ต้าจึงชวนทั้งอี๊ภรณ์และเจ้ออมไปด้วย จากนั้นอี๊ภรณ์และเจ้ออมจึงกลับเชียงราย ซึ่งเจ้ออมก็จะไปเรียนพิเศษในวันถัดมา  ตอนที่ไปกรุงเทพต้าก็ได้เจออี๊ใจและครอบครัวและป้าแนนด้วย อี๊ใจให้เสื้อผ้าต้าหลายชุดในขณะที่ป้าแนนก็ให้ของเล่นชิ้นใหญ่ ขอบคุณครับ :) น้องต้ากับอี๊ภรณ์และเจ้ออม

การเดินทางครั้งที่ 2 ของน้องต้าเป็นการเดินทางไปต่างประเทศ ซึ่งก็คือประเทศลาว  แม่ต้าได้รับมอบหมายให้ไปช่วยสอนเรื่องการออกแบบระบบฐานข้อมูลให้กับเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าลาวผ่านความร่วมมือระหว่างการไฟฟ้าผลิตแห่งประเทศไทยและคณะวิศวกรรมศาสตร์ มข.  พ่อต้าและอาม่าก็ไปด้วย ได้ไปเวียงจันทร์   ต้าชอบกินข้าวต้มของโรงแรมที่เวียงจันทร์มาก กินได้เยอะ แม่ต้าก็เหนื่อยพอสมควรกับการสอน 2 วันเต็มและตอนกลางคืนก็อุ้มน้องต้าเป็นระยะๆ   ก่อนไปต้าก็ไปทำหนังสือเดินทางด้วย เพราะทุกคนจะต้องมีหนังสือเดินทางเวลาเดินทางระหว่างประเทศ ไม่เว้นแม้กระทั่งทารกอย่างต้า

เวลาเดินทาง ต้าก็ชอบกินนมแม่ และก็ได้แพ็คเอาอาหารและถุงนมแม่ใส่ไว้ในกระเป๋าเก็บความเย็นที่มี ice pack เพื่อให้เก็บความเย็นไว้นาน จากนั้นจึงค่อยนำไปเก็บไว้ที่ตู้เย็นในโรงแรม  ขนหม้อและอุปกรณ์ทำความสะอาดจาน ช้อน ส้อมไปด้วยเพื่อให้แน่ใจว่าต้าไม่ท้องเสียระหว่างเดินทาง

น้องต้าบนตักแม่ในลาวกลุ่มเพื่อนน้องต้า

เม.ย. 06

เมื่อต้าอายุ 9 เดือน ฟันต้าก็เริ่มมีประมาณ 6 ซี่ ข้างบน 4 ซี่ ข้างล่าง 2 ซี่ แล้วต้าก็เริ่มกัดนมแม่ครับ :(  แม่ของต้าก็ทนเจ็บครับ ต้าเห็นแม่เมื่อไหร่ ก็มักจะอยากกินนม  แม่ให้กินจากขวด ต้าก็ไม่ยอมกิน  ตอนนี้แม่ต้าก็ทั้งสงสารตัวเองและสงสารตัวต้าเอง  แผลของแม่ก็ไม่หายสักที เพราะต้าก็ยังกินนมแม่อยู่เรื่อยๆ ถึงแม้อาม่าต้าจะพยายามป้อนข้าว ป้อนนมจากขวด ต้าก็ยังกินนมแม่แท้ๆ จากเต้าอยู่ดี  แม่ของต้าก็ยังอยากให้นมต้า  นมแม่มีประโยชน์ต่อลูกมาก ดังนั้น แม่ต้าก็พยายามที่จะให้นมแม่นานที่สุดเท่าที่จะทำได้กับต้า  แม่ต้าก็บอกต้าแล้วว่าแม่เจ็บ อย่ากัด  อีกทั้งต้าก็มักจะชอบอ้าปากแคบๆ เวลาเอานมออกจากปาก ทำให้แผลไม่หายสักที  แต่แม่ต้าจะพยายามหาวิธีแก้ไขครับ หลากหลายวิธีที่แม่ๆ หลายท่านแนะนำเมื่อลูกกัดนมสามารถดูได้จาก ลูกกัดหัวนม แก้ไม่หายสักที ตอนนี้แม่ต้าก็ยังแก้ไม่หายครับ แต่จะพยายามต่อไปครับ

รูปผมตอนเดือนกุมภาพันธ์ 2552 ครับ

ก.พ. 08

สวัสดีครับ ผมชื่อเด็กชายต้า ชนพัฒน์ สายแก้วครับ พ่อผมชื่อหงา แม่ผมชื่อต้อม ผมจึงชื่อต้า (ต้อม + หงา) ไงครับ 3 วันที่ผ่านมา พ่อแม่และอาม่าพาผมไปฉีดวัคซีนที่ รพ ศรีนครินทร์ครับ ผมหนัก 6.6 กิโลกรัม และสูง 59 เซนติเมตรครับ ผมเจ็บนิดหน่อยและเป็นไข้นิดๆ อยู่ 1 วันครับ

ตอน นี้ผมมีความสุขกับการปั่นจักรยานเวลาผมนอน แต่ผมไม่ชอบนั่งหรือนอนครับ ผมชอบให้คนอุ้มพาผมเดินครับ ผมโชคดีที่มีหลายคนช่วยเลี้ยงผมครับ นอกจากพ่อและแม่แล้ว ผมก็มีอาม่าจิตต์ที่ช่วยเลี้ยงผมครับ อาม่าชอบพูด “อังกู” ให้ผมฟังตั้งแต่ผมเกิด ผมจึงพูดคำนี้ได้ตั้งแต่ผมอายุ 2 เดือนกว่า ก่อนหน้านี้หน้าผมเป็นรอยเพราะผมชอบข่วนตัวเองและเล็บผมก็ยาวครับ ตอนแรกอาม่าใส่ถุงมือให้ผม ต่อมาคนบอกว่าใส่ถุงมือแล้วไม่ดีกับพัฒนาการ พ่อแม่ และอาม่าจึงไม่ใส่ถุงมือให้ผม ผมก็เลยเอาเล็บคมๆ มาข่วนหน้าตนเอง พ่อและแม่ผมจึงพยายามตัดเล็บให้ผมบ่อยขึ้นครับ แล้วค่อยคุยกันใหม่นะครับ ผมเอารูปมาฝากครับ เป็นรูปที่ผมหลับอย่างมีความสุขครับ ta 4 months

ข้อคิดที่ได้จากบันทึกนี้สำหรับพ่อแม่มือใหม่คือ ไม่ควรใส่ถุงมือให้ลูก แต่ควรตัดเล็บและใช้ตะไบลดความคมของเล็บลูกเพื่อให้ลูกฝึกการใช้มือและไม่ข่วนตัวเองแล้วเป็นแผล

ก.พ. 08

บันทึกนี้ตั้งใจจะเขียนนานแล้ว แต่มีงานเตรียมสอนและงานเลี้ยงลูกเข้ามาก่อนเสมอ ตอนนี้เป็นโอกาสอันดีเพราะลูกกำลังหลับอยู่ ส่วนเตรียมสอนก็ยังมีเวลาอีก 1 วันเพราะพรุ่งนี้เป็นวันมาฆบูชา

สืบจากการที่เข้าไปอ่านบันทึกของคุณตฤณซึ่งได้เขียนอะไรหลายๆ อย่างที่ไม่ได้สอนในมหาวิทยาลัย จึงคิดว่าคงจะเป็นประโยชน์กับนักศึกษาไม่น้อยหากเชิญคุณตฤณไปพูดให้นักศึกษาฟัง   ซึ่งคุณตฤณก็ได้ทำสรุปเกี่ยวกับบันทึกของตนไว้ที่ เก็บตกส่งท้ายที่ขอนแก่น แล้วคุณตฤณก็ได้รับเชิญจาก อ แป๋ว ให้ไปแลกเปลี่ยนกับนักศึกษาคณะเกษตรศาสตร์ มข และบันทึกไว้ที่ AAR การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่สวนป่า

บันทึกนี้พยายามจะไม่เขียนซ้ำกับที่คุณตฤณพูดไว้แล้วที่บันทึกของคุณตฤณ จะขอสรุปแง่คิดเป็นข้อๆ ดังนี้

1) ชีวิตที่เจริญได้ดีงามและรวดเร็วเกิดจากการมีกัลยาณมิตร จากการฟังที่คุณตฤณพูด ก็พบว่าคุณตฤณเป็นคนโชคดีมีครอบครัวและสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมให้คุณตฤณมีการเรียนรู้ในสิ่งที่คุณตฤณอยากรู้  โดยเฉพาะคุณพ่อจะสนับสนุนคุณตฤณเต็มที่ในการศึกษาเกี่ยวกับอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ ซื้อหนังสือภาษาอังกฤษให้อ่าน  ซื้อเครื่องคิดเลขที่สามารถเขียนโปรแกรมได้

ณตฤณรู้ตัวเองดีว่าตัวเองไม่ชอบวิชาชีววิทยา แต่ก็เลือกเรียนกับพวกที่อยากเรียนแพทย์ เพื่อจะได้มีเพื่อนที่เรียนเก่งและตั้งใจเรียน อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี  แต่ดร็อปวิชาพวกชีววิทยาไว้

2) กล้าในสิ่งที่จะทำในสิ่งที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์กับสังคม ในขณะที่คุณตฤณทำงานให้กับบริษัทคอมพิวเตอร์ชั้นนำของต่างชาติ คุณตฤณก็กล้าที่จะพูดว่าการรับรองสนับสนุนภาษาไทยยังไม่มี  ซึ่งทำให้เกิดการสนับสนุนทำให้ใช้ภาษาไทยได้  และคุณตฤณมีส่วนช่วยทำให้เนคเทคช่วยพัฒนาระบบเครือข่ายในประเทศไทยให้มีการแผ่ขยายอย่างรวดเร็ว

3) ยิ่งเราทำดีมากเท่าไหร่ ผลดีนั้นก็ยิ่งกลับมาหาเรามาก ในขณะที่คนส่วนใหญ่นอนหลับในตอนกลางคืน คุณตฤณก็ใช้เวลาในตอนกลางคืนทำงาน เพราะต้องทำงานกับต่างชาติ และช่วงที่ช่วยสร้างเครือข่ายอินเทอร์เน็ตให้กับประเทศไทยนั้น เวลาทำงานในตอนกลางคืนก็เหมาะสมที่สุด เพราะคนยังไม่ค่อยใช้แบนด์วิดธ์กัน และทำให้ปรับปรุงระบบโดยไม่กระทบกับคนหมู่มาก  ความพยายามและเวลาที่คุณตฤณทุ่มเทไปในฐานะอาสาสมัครที่ช่วยเนคเทคซึ่งคุณตฤณทำด้วยความบริสุทธิ์ใจนั้นกลายเป็นโอกาสทำให้คุณตฤณเป็นผู้บริหารของบริษัทแรกของคนไทยที่ให้บริการเครือข่ายอินเทอร์เน็ต

4)  การมีคนที่มีจิตอาสา เห็นแก่ประโยชน์ของสังคมจะทำให้สังคมเราน่าอยู่มากขึ้น นอกจากคุณตฤณมีจิตอาสาที่จะช่วยพัฒนาระบบเครือข่ายของประเทศไทยแล้ว คุณตฤณก็ช่วยทำให้คนที่ประสบภัยสึนามิและญาติของผู้ประสบภัยสึนามิโดยการรวบรวมข้อมูลของผู้ประสบภัยทำให้ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและรวดเร็ว และเป็นที่มาของโครงการ OpenCare

นอกจากนี้คุณตฤณมาพูดที่วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ มข โดยไม่รับเงินสักบาท คุณตฤณบอกว่า การศึกษาเป็นการลงทุนของประเทศชาติ  คุณตฤณอยากมีส่วนช่วยตรงนี้  ค่าเดินทางก็ไม่รับ ค่าที่พักก็ไม่รับ และค่าวิทยากรก็ไม่รับ  และไม่รับเลี้ยงอาหารด้วย เพราะคุณตฤณมีคิวจองที่เพื่อนชาวเฮหลายคนอยากเลี้ยงข้าวและทานข้าวกับคุณตฤณด้วย  ถ้าประเทศไทยมีนักธุรกิจที่เห็นแก่ประโยชน์ของสังคม เห็นความสำคัญของการศึกษามากๆ  ประเทศไทยอาจจะเจริญกว่าสิงคโปร์

ต้อมเองรู้สึกโชคดีที่ได้รู้จักคุณตฤณและที่ได้รับความกรุณาจากคุณตฤณในการเสียสละเวลาและเงินในการมาพูดให้นักศึกษาฟัง  ต้อมก็หวังว่าจะมีโอกาสได้เจอและแลกเปลี่ยน ฟังประสบการณ์จากคุณตฤณอีก

ก.พ. 01

โลกนี้จะเป็นอย่างไรถ้าหากว่าข้าราชการหรือพนักงานของรัฐทำงานโดยไม่ต้องทำรายงานว่าตัวเองทำอะไรไปแล้วบ้าง  และทำงานเพื่อประโยชน์ของคนรับบริการอย่างเดียว  โดยไม่ต้องคำนึงว่าจะตรงกับ KPI หรือจะได้รับรางวัลหรือไม่

ที่ผ่านมา พอถึงเวลาที่คณะบอกว่าต้องส่งรายงานเพื่อรับค่าตอบแทนพิเศษ หรือเพื่อรับการประเมินว่าจะได้รับการพิจารณาให้ทำงานต่อไปหรือไม่  เสียเวลาทำรายงานนานมากมากจนคิดว่า น่าจะเอาเวลานั้นไปทำงานมากกว่า แล้วก็คิดว่า ยิ่งทำมาก ก็ยิ่งมาทำรายงานนานมากอีก

ข้อมูลที่เคยกรอก ก็ต้องกรอกแล้วกรอกอีก ทำให้ได้โครงการศึกษาด้วยตนเองให้นักศึกษาปริญญาโทได้หัวข้อหนึ่งว่า  ข้อมูลที่เคยกรอกลงไปในระบบ ให้ดึงออกมาใช้ได้เลย ไม่ต้องมาทำการคัดลอก (copy), วาง (paste), และตัดต่อรูปแบบของข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบที่แต่ละฝ่ายต้องการแตกต่างกัน

งานก็มีอยู่เยอะแยะ  งานบางงานทำแล้วจะทำให้ตัวเองได้คะแนน หรือมีผลทำให้ได้รางวัล แต่งานบางงาน เช่นตรวจรายงานของโครงการนักศึกษาอย่างละเอียด เพื่อให้นักศึกษาไ้ด้ปรับปรุงการเขียนให้ถูกต้องตามภาษาไทย  ใช้เวลานานมาก  แต่ถ้าหากพิจารณาดูแล้ว งานในส่วนนี้ไม่ได้มีผลต่อการประเมินตนเองเท่าไหร่  ถ้าอาจารย์ทุกคนคิดแต่จะทำงานเพื่อเป็นผลดีต่อการประเมินตนเองเท่านั้น ก็คงผิดหลักของการเป็นอาจารย์  อาจารย์น่าจะทำงานเพื่อช่วยพัฒนาความรู้ ความสามารถและคุณธรรมของลูกศิษย์มากกว่า

โลกนี้จะเป็นอย่างไรถ้านักศึกษาไม่ต้องสอบ  เรียนเพราะอยากรู้ ทำเพราะอยากทำเป็น ไม่ต้องมีคะแนนมาบังคับ  ไม่ต้องมีการแจกใบปริญญาเมื่อเรียนจบ  แต่เมื่อเรียนจบแล้ว ก็สามารถทำงานได้เลย  และมีความสามารถในการเรียนรู้ด้วยตนเอง

ใจจริงแล้ว ก็อยากเป็นอาจารย์ที่ไม่ต้องเช็คชื่อนักศึกษาตอนเข้าเรียน  แต่ถ้าไม่เช็คชื่อ นักศึกษาก็มักไม่เข้าเรียน นักศึกษาบางคนเข้าเรียนก็มาแต่กาย ใจอยู่ที่อื่น  ก็ต้องพยายามถามนักศึกษา  พยายามกระตุ้นให้นักศึกษาสนใจในสิ่งที่เรากำลังพูดอยู่   อยากให้นักศึกษาทำงานได้จริงตอนจบ ก็พยายามหาการบ้านหรืองานให้เขาฝึกหัดทำ  เราเองก็ต้องทำให้ได้ก่อน  ก็ต้องเสียเวลาศึกษา ทดลอง และแก้ไขปัญหางานที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ ที่ไม่มีเฉลยในตำราหรือหนังสือใด  มีแต่การค้นหาความรู้่จากอินเทอร์เน็ต และพยายามแก้ไขปัญหาหรือข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น จากการตั้งสมมุติฐานและพิจารณาแนวทางแก้ปัญหาเอง  ถ้าบอกให้นักศึกษาทำ แต่ไม่ได้บอกว่า ทำไปแล้ว จะมีคะแนน ก็ไม่แน่ใจว่าจะมีนักศึกษากี่คนที่ทำ  ก็ต้องบอกว่ามีคะแนนนะ

โลกนี้ในยุคปัจจุบัน ความรู้และเทคโนโลยีพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว  อยากให้นักศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเองได้  ไม่ใช่คอยถามเพื่อนหรือคนอื่นอย่างเดียว  อยากให้เขาพึงพาตนเองได้  เขาจะรู้บ้างไหมว่า เขาควรจะฝึกฝนตนเองบ่อยๆ และเยอะๆ  โลกข้างหน้าไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดถ้าเขาไม่มีทักษะในการเรียนรู้ด้วยตนเอง

เขียนตามจินตนาการแค่นี้ก่อนนะ  ต้องกลับเขียนรายงานหลักฐานเชิงประจักษ์เพื่อสนับสนุนการประิเมินผลการปฏิบัติงานของตนเองก่อนแล้ว  ไม่ได้เกี่ยวกับการเลี้ยงลูกที่บล็อกนี้ตั้งใจจะเขียนถึงเท่าไหร่  แต่ก็เกี่ยวบ้างว่าทำให้มีเวลาในการดูลูกน้อยลง โชคดีที่มีแม่ของต้อมช่วยดูลูกให้อยู่

พ.ย. 02

ยินดีต้อนรับสู่ลานเรียนรู้

ลานเรียนรู้นี้จะเน้นการเรียนรู้เป็นพ่อแม่ค่ะ เพราะกำลังเป็นแม่มือใหม่ค่ะ อยากจะจดบันทึกประสบการณ์ของตนในฐานะแม่และสิ่งที่คนที่เป็นพ่อแม่ควรรู้ค่ะ

ขอบคุณค่ะที่เข้ามาเยี่ยม