<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	>

<channel>
	<title>ลานเรียนรู้</title>
	<atom:link href="http://lanpanya.com/kanda/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://lanpanya.com/kanda</link>
	<description>Just another ลานปัญญา weblog</description>
	<pubDate>Tue, 19 Jan 2010 01:23:28 +0000</pubDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.5.1</generator>
	<language>en</language>
			<item>
		<title>เลี้ยงลูกอย่างไรให้ฉลาด</title>
		<link>http://lanpanya.com/kanda/2010/01/19/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%89%e0%b8%a5%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://lanpanya.com/kanda/2010/01/19/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%89%e0%b8%a5%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 19 Jan 2010 01:00:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ต้อมแม่น้องต้า</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[การเรียนรู้]]></category>

		<category><![CDATA[เลี้ยงลูก]]></category>

		<category><![CDATA[ฉลาด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/kanda/?p=33</guid>
		<description><![CDATA[สืบเนื่องจากทางโครงการพัฒนาเครือข่ายกลุ่มสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่” แผนกการพยาบาลสูติ-นรีเวชกรรม งานบริการพยาบาล  โรงพยาบาลศรีนครินทร์  คณะแพทยศาสตร์  มหาวิทยาลัยขอนแก่น  ได้จัดประชุมวิชาการเรื่อง “เลี้ยงลูกอย่างไรให้ฉลาด” โดยวิทยากร นายแพทย์อุดม   เพชรสังหาร               ในวันที่  17   มกราคม  2553   จึงได้มีโอกาสเข้าฟังการบรรยายนี้  น่าสนใจทีเดียว  ขอบคุณผู้ที่จัดการบรรยายนี้  และขอสรุปสิ่งที่ได้ฟังเพื่อเป็นประโยชน์กับพ่อแม่ที่ต้องการเลี้ยงลูกให้ฉลาด
ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่า ฉลาดในที่นี้ไม่ได้หมายถึงได้เกียรตินิยม แต่หมายถึงเก่ง เอาตัวรอดได้  อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข คุณหมออุดมแสดงกราฟอัตราการเกิดรอยเชื่อมต่อในสมอง ซึ่งพบว่าจะเริ่มตั้งแต่ 7 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สืบเนื่องจากทางโครงการพัฒนาเครือข่ายกลุ่มสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่” แผนกการพยาบาลสูติ-นรีเวชกรรม งานบริการพยาบาล  โรงพยาบาลศรีนครินทร์  คณะแพทยศาสตร์  มหาวิทยาลัยขอนแก่น  ได้จัดประชุมวิชาการเรื่อง “เลี้ยงลูกอย่างไรให้ฉลาด” โดยวิทยากร นายแพทย์อุดม   เพชรสังหาร               ในวันที่  17   มกราคม  2553   จึงได้มีโอกาสเข้าฟังการบรรยายนี้  น่าสนใจทีเดียว  ขอบคุณผู้ที่จัดการบรรยายนี้  และขอสรุปสิ่งที่ได้ฟังเพื่อเป็นประโยชน์กับพ่อแม่ที่ต้องการเลี้ยงลูกให้ฉลาด</p>
<p>ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่า ฉลาดในที่นี้ไม่ได้หมายถึงได้เกียรตินิยม แต่หมายถึงเก่ง เอาตัวรอดได้  อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข คุณหมออุดมแสดงกราฟอัตราการเกิดรอยเชื่อมต่อในสมอง ซึ่งพบว่าจะเริ่มตั้งแต่ 7 เดือนในท้องแม่ และสูงในช่วง 2 ขวบแรก จากนั้นก็เริ่มลดลงและพอพ้นอายุ 5 ขวบก็จะลดลงอย่างรวดเร็ว  เพราะฉะนั้นถ้าพ่อแม่อยากส่งเสริมความฉลาดก็ควรจะทำตั้งแต่ลูกอายุยังน้อย</p>
<p>คุณหมอได้สรุป 10 บัญญัติสมองดี กิจกรรมสร้างคนเก่ง ไว้ดังนี้</p>
<p>1. พ่อแม่คือแบบอย่างสร้างสมองของลูก  อยากให้ลูกเป็นอย่างไรให้ทำอย่างนั้น  เป็นไปตามทฤษฎีกระจกเงา  เด็กเรียนรู้จากการดูและการเลียนแบบ</p>
<p>2. เครือข่ายครอบครัว เครือข่ายสมองลูก พ่อแม่มีกลุ่มเพื่อน และทำให้ลูกๆ ได้เจอกัน จะทำให้ลูกเห็นว่าเรามีเพื่อน มีการแบ่งปันกัน   ทำให้เกิดญาติมิตร (Social network)</p>
<p>3. ยิ่งกอด สมองยิ่งเก่ง การกอดลูกหรือการสัมผัสที่ทำให้ลูกรู้ว่าพ่อแม่รักเขา จะทำให้เขารู้สึกอบอุ่น มั่นใจ เห็นคุณค่าตนเอง ทำให้เกิด NGF (Nerve Growth Factor)  (จริงๆ แล้วพอพ่อแม่กอดลูก ก็ทำให้ลูกเลียนแบบ กอดพ่อแม่เหมือนกัน แล้วอย่างนี้พ่อแม่ก็ฉลาดขึ้นไหม <img src='http://lanpanya.com/kanda/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> อาจจะฉลาดขึ้น แต่ไม่มากเท่ากับเด็ก   น้องต้าชอบกอดทุกคนในบ้าน เดี๋ยวก็กอดอาม่า เดี๋ยวก็กอดแม่ เดี๋ยวก็กอดพ่อ  เมื่อวานไปห้าง ก็ไปกอดพ่อต่อหน้าคนขายของ คนขายของก็บอกว่าขี้อ้อนมากเลยเด็กคนนี้)</p>
<p>4.  กินดี สมองดี กินอาหารครบ 5 หมู่  กินอาหารเช้า กินแป้งที่มีโมเลกุลซับซ้อน ลดอาหารหวาน</p>
<p>5.  8 ทักษะธรรมชาติพัฒนาสมอง  8 ทักษะนี้ได้แก่ สงสัย สำรวจ สัมผัส สืบค้น สรุปผล สร้างสรรค์ สื่อสาร สั่งสม   ทำให้ลูกเห็นว่า เมื่อสงสัย ต้องแสวงหาความรู้ แรงจูงใจที่สำคัญที่สุดคือความอยากรู้</p>
<p>6. เมื่อลูกเล่น สมองลูกกำลังแล่น การเล่นมีหลายวิธี ไม่ใช่แค่เล่นกับของเล่นเท่านั้น ลูกควรจะได้เล่นเพื่อปรับตัวเข้าหากัน (เล่นกับพ่อแม่ เล่นกับครู เล่นกับเพื่อน) ถ้าเด็กทะเลากัน อย่าเพิ่งเข้าไปแก้ปัญหาให้เด็ก ให้โอกาสเด็กได้ฝึกทักษะในการแก้ปัญหาเมื่อทะเลาะกับพื่อน  การเล่นอย่างอื่นที่มีประโยชน์ เช่น เล่นบทบาทสมมุติ เล่นเล่าเรื่อง  เล่นเคลื่อนไหวร่างกาย (เมื่อวานพ่อน้องต้าบอกน้องต้าเดินบนทราย เล่นโยนก้อนหินเป็นชั่วโมง)</p>
<p>7. อ่านสร้างสมอง การอ่านทำให้มีความรู้ มีแบบอย่างการใช้ชีวิต ทำให้เกิดควาอยากรู้ เกิดนิสัยรักการเรียนรู้ ถ้าลูกรักการอ่าน จะมีสิ่งดีๆ ตามมาในชีวิตลูก  (แม่น้องต้าจึงพยายามเอาหนังสือให้ลูกดูและอ่านบ่อยๆ  ถ้าน้องต้าโตขึ้น น้องต้าก็อ่านหนังสือไป แม่ก็ทำงานไป)</p>
<p>8. ศิลปะ สร้างสุนทรียะ สร้างสมอง  ศิลปะทำให้เด็กมีความไวในการรับรู้ การแสดงความคิดเห็น  เห็นความแตกต่างในความคิดของคน ทำให้เอาใจเขา มาใส่ใจเรา มีคุณธรรม มีความเป็นมนุษย์  ควรจะฝึกให้เด็กดู ทำและแสดง ดู วิจารณ์ และฟังการวิจารณ์ของเพื่อน</p>
<p>9.  ตัวโน๊ตสร้างทำนอง ดนตรีสร้างสมอง  ควรจะฝึกให้เด็กได้เคลื่อนไหวตามทำนองจังหวะดนตรี  ให้เด็กทั้งฟังและเล่น ซึ่งจะทำให้เกิดคลื่นแกมมา ซึ่งทำให้เด็กมีความจำ มีสมาธิ สามารถแยกแยะรูปทรงต่างๆ และให้เหตุผลได้ดี</p>
<p>10.  พลังกีฬา ยาดีต่อสมอง  ทำให้ร่างกายแข็งแรง มีความมั่นใจ ลดความเครียด  ทำให้เกิด NGT (Nerve Growth Factor) ทำให้เด็กเคารพในกฎ กติกา</p>
<p><a href="http://lanpanya.com/kanda/files/2010/01/scaledtadadgrandma.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-34" title="scaledtadadgrandma" src="http://lanpanya.com/kanda/files/2010/01/scaledtadadgrandma-287x300.jpg" alt="ต้าและครอบครัวที่ร้านรูปที่ดูไป" width="287" height="300" /></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/kanda/2010/01/19/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%89%e0%b8%a5%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>น้องต้าชอบไหว้พระ</title>
		<link>http://lanpanya.com/kanda/2010/01/15/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0/</link>
		<comments>http://lanpanya.com/kanda/2010/01/15/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 14 Jan 2010 20:37:52 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ต้อมแม่น้องต้า</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[เลี้ยงลูก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/kanda/?p=31</guid>
		<description><![CDATA[วันจันทร์ที่ผ่านมาไปทานข้าวที่ร้านอาหารประไพร มองไปมองมา เห็นน้องต้ายกมือไหว้  เลยงงว่าน้องต้าไหว้ใคร หันไปดูทิศทางที่น้องต้าไหว้ จึงเห็นว่าน้องต้าไหว้รูปหลวงปู่ไข่ที่ร้านอาหารนั้น  น้องต้าชอบไหว้พระ  เห็นเจ้าแม่กวนอิมที่บ้านก็ไหว้  เห็นรูปคุณตาทวดก็ไหว้  เห็นรูปพระก็ไหว้ เห็นรูปในหลวงก็ไหว้  เรื่องการไหว้นี้ ต้องขอบคุณอาม่าที่สอนน้องต้า  เรื่องไหว้นี้เป็นเรื่องที่น้องต้าเชื่อและทำตามได้ง่ายที่สุด  ตอนติดตามคุณพ่อน้องต้าไปนำเสนอผลงานที่ดูไบ  พอน้องต้าได้ยินเสียงสวดมนต์ของชาวมุสลิม น้องต้าก็ยกมือไหว้  แต่น้องต้าไม่ค่อยไหว้คน  ส่วนใหญ่มีแต่ไหว้พระทั้งพระในรูป และพระที่เดินให้เห็น
เรื่องที่ยากและกำลังคิดอยู่ว่าจะทำอย่างไรที่จะฝึกน้องต้าคือเรื่องพูด  น้องต้าพูดได้แค่ 2-3 คำ เช่น นม และจ้ะ  แต่ยังพูด พ่อ หม่า และ ม่าไม่ได้  หลายคนก็บอกว่าเด็กผู้ชายพูดช้า  ให้รอจนถึง 2 ขวบก่อนแล้วค่อยดู หลายคนก็แนะนำว่าให้พูดช้าๆ และให้เค้ามองที่ปากเรา แต่น้องต้าไม่ยอมมองที่ปาก ตอนนี้คิดว่าจะเอาน้องต้าไปสถานที่เลี้ยงและส่งเสริมพัฒนาการเด็ก เช่น [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>วันจันทร์ที่ผ่านมาไปทานข้าวที่ร้านอาหารประไพร มองไปมองมา เห็นน้องต้ายกมือไหว้  เลยงงว่าน้องต้าไหว้ใคร หันไปดูทิศทางที่น้องต้าไหว้ จึงเห็นว่าน้องต้าไหว้รูปหลวงปู่ไข่ที่ร้านอาหารนั้น  น้องต้าชอบไหว้พระ  เห็นเจ้าแม่กวนอิมที่บ้านก็ไหว้  เห็นรูปคุณตาทวดก็ไหว้  เห็นรูปพระก็ไหว้ เห็นรูปในหลวงก็ไหว้  เรื่องการไหว้นี้ ต้องขอบคุณอาม่าที่สอนน้องต้า  เรื่องไหว้นี้เป็นเรื่องที่น้องต้าเชื่อและทำตามได้ง่ายที่สุด  ตอนติดตามคุณพ่อน้องต้าไปนำเสนอผลงานที่ดูไบ  พอน้องต้าได้ยินเสียงสวดมนต์ของชาวมุสลิม น้องต้าก็ยกมือไหว้  แต่น้องต้าไม่ค่อยไหว้คน  ส่วนใหญ่มีแต่ไหว้พระทั้งพระในรูป และพระที่เดินให้เห็น</p>
<p>เรื่องที่ยากและกำลังคิดอยู่ว่าจะทำอย่างไรที่จะฝึกน้องต้าคือเรื่องพูด  น้องต้าพูดได้แค่ 2-3 คำ เช่น นม และจ้ะ  แต่ยังพูด พ่อ หม่า และ ม่าไม่ได้  หลายคนก็บอกว่าเด็กผู้ชายพูดช้า  ให้รอจนถึง 2 ขวบก่อนแล้วค่อยดู หลายคนก็แนะนำว่าให้พูดช้าๆ และให้เค้ามองที่ปากเรา แต่น้องต้าไม่ยอมมองที่ปาก ตอนนี้คิดว่าจะเอาน้องต้าไปสถานที่เลี้ยงและส่งเสริมพัฒนาการเด็ก เช่น baby genius หรือ โรงเรียนสอนศิลปะในวันเสาร์หรืออาทิตย์</p>
<p>อีก 2 นิสัยที่อยากให้น้องต้าเลิกทำคือ การตี และ การโยน  ตอนเค้าเล็กมาก คุณพ่อชอบตีเค้าเบาๆ ด้วยความหมั่นเขี้ยว และนั้นอาจทำให้เค้าชอบตี  บอกให้เลิกตี เพราะทำให้คนถูกตีเจ็บ  เค้าก็ยิ้มและหัวเราะ  ตอนนี้พอเค้าตี เราก็เดินหนีจากเค้า ไม่อยากให้เค้าตีใครเลย  </p>
<p>อีกอย่างหนึ่งก็คือเค้าชอบโยนของ ตอนนี้ถ้าเค้าโยนของ เราก็จะเก็บของนั้น ไม่ให้เค้าเล่น แต่ต่อไปก็จะพยายามอธิบายว่า การโยนของ จะทำให้ของเสีย</p>
<p>รูปที่ครอบครัวถ่ายหน้าตึก Burj Khalifa ซึ่งเป็นตึกที่สูงที่สุดในเดือนธันวาคม 2552<br />
<img src="http://photos-e.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-snc3/hs180.snc3/20758_1305539114103_1099281827_30946947_8039044_n.jpg" alt="dubaiTrip"/></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/kanda/2010/01/15/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>เมื่อน้องต้าเริ่มเดิน</title>
		<link>http://lanpanya.com/kanda/2009/10/31/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://lanpanya.com/kanda/2009/10/31/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 31 Oct 2009 10:25:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ต้อมแม่น้องต้า</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[เลี้ยงลูก]]></category>

		<category><![CDATA[น้องต้า การเดิน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/kanda/?p=27</guid>
		<description><![CDATA[น้องต้าเริ่มเดินได้เองตอนปลายเดือนตุลาคม น้องต้าเริ่มเดินได้ 2-3 ก้าวในวันแรกๆ หลังจากกลับจากแม่น้องต้าสอนวิชา Java Web Services ที่กรุงเทพในวันที่ 12-16 ตุลาคม  ในวันที่ 30 ตุลาคม น้องต้าก็เดินได้หลายก้าว เดินระหว่างแม่กับพ่อ ระหว่างแม่กับยาย   สาเหตุหนึ่งที่น้องต้าเดินได้ช้าคือเค้าชอบนั่งแล้วเอาเล่นอะไรด้วยมือมากกว่า เห็นอะไรก็จะสังเกตและทดลองจับ ทดลองเปิด ทดลองเขย่า อย่างเช่น เห็นรถคันใหญ่ เด็กคนอื่นก็ดูเฉยๆ  น้องต้าก็จะเดินให้จูงแขนดูรอบๆ แล้วเอามือไปแตะล้อ ให้อุ้มแตะตัวรถ เค้าทดลองเปิดปิดพัดลมเองจนเปิดปิดพัดลมเองได้  ชอบเล่นน้ำจนเสื้อผ้าเปียก  ตอนดื่มน้ำก็จะเอาปากเป่าน้ำให้เกิดเสียง

]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>น้องต้าเริ่มเดินได้เองตอนปลายเดือนตุลาคม น้องต้าเริ่มเดินได้ 2-3 ก้าวในวันแรกๆ หลังจากกลับจากแม่น้องต้าสอนวิชา Java Web Services ที่กรุงเทพในวันที่ 12-16 ตุลาคม  ในวันที่ 30 ตุลาคม น้องต้าก็เดินได้หลายก้าว เดินระหว่างแม่กับพ่อ ระหว่างแม่กับยาย   สาเหตุหนึ่งที่น้องต้าเดินได้ช้าคือเค้าชอบนั่งแล้วเอาเล่นอะไรด้วยมือมากกว่า เห็นอะไรก็จะสังเกตและทดลองจับ ทดลองเปิด ทดลองเขย่า อย่างเช่น เห็นรถคันใหญ่ เด็กคนอื่นก็ดูเฉยๆ  น้องต้าก็จะเดินให้จูงแขนดูรอบๆ แล้วเอามือไปแตะล้อ ให้อุ้มแตะตัวรถ เค้าทดลองเปิดปิดพัดลมเองจนเปิดปิดพัดลมเองได้  ชอบเล่นน้ำจนเสื้อผ้าเปียก  ตอนดื่มน้ำก็จะเอาปากเป่าน้ำให้เกิดเสียง</p>
<p><img src="http://lanpanya.com/kanda/files/2010/01/dsc009252-173x300.jpg" alt="asTaWalks"/></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/kanda/2009/10/31/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>นมแม่ อาหารที่วิเศษที่สุดของมนุษย์</title>
		<link>http://lanpanya.com/kanda/2009/06/13/%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a9%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa/</link>
		<comments>http://lanpanya.com/kanda/2009/06/13/%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a9%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 13 Jun 2009 01:00:56 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ต้อมแม่น้องต้า</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[นมแม่]]></category>

		<category><![CDATA[เลี้ยงลูก]]></category>

		<category><![CDATA[ไม่ได้จัดหมวดหมู่]]></category>

		<category><![CDATA[น้องต้า นมแม่ คนดี การอ่าน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/kanda/?p=17</guid>
		<description><![CDATA[เป็นเวลา 1 ปีแล้วที่ต้อมเป็นแม่น้องต้ามา  สิ่งหนึ่งที่ต้อมภูมิใจในฐานะที่เป็นแม่คือการให้แต่นมแม่กับน้องต้า  ตั้งแต่น้องต้าเกิดมา น้องต้ายังไม่เคยกินนมผสม น้องต้ากินแต่นมแม่มาตลอด  แต่การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ไม่ได้เป็นเรื่องง่ายสำหรับแม่ทุกคน  สำหรับต้อมแล้ว การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ที่ต้อมฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆน้องต้าและต้อมผ่านอะไรมาเยอะ ช่วงแรกนม  ต้อมมาน้อยมาก น้อยจนน้องต้าตอนอยู่ รพ 10 วันเพราะน้ำหนักน้องต้าลดตลอดจนลดมากกว่า 10% ตัวก็เหลือง ส่องไฟแล้วส่องไฟอีก ได้ออกจาก รพ ตอนที่หมอเห็นว่านมเริ่มมามากพอและน้ำหนักน้องต้าเพิ่มขึ้น น้องต้าก็ร้องไห้เพราะหิวมาช่วงหนึ่ง ต้อมก็ไม่ได้นอนทั้งวันและคืนจนไม่สบาย เป็นไข้ การให้น้องต้าดูดนมเป็น 5-6 ชั่วโมงต่อครั้ง การทนฟังเสียงน้องต้าร้องไห้เวลาที่น้องต้าหิวแล้วนมไม่พอหรือมาน้อย  แล้วถ้าเป็นแบบนี้ ทำไมที่ผ่านมาต้อมพยายามที่จะให้แต่นมแม่ ไม่ให้นมผสม แล้วทำไมจึงไม่ให้นมผสมไปด้วยเลย เพราะว่าถ้าเริ่มให้นมผสมเมื่อไหร่ ลูกก็จะกินนมแม่น้อยลง และในที่สุดแม่ก็จะไม่มีนมแม่ให้ลูกกิน เริ่มตั้งแต่น้องต้าอายุประมาณ 9 เดือนก็ประสบปัญหาว่าน้องต้าจะเผลอกัดนมตอนเค้าหลับ และบางครั้งก็กัดเพราะมันเขี้ยว แต่ตอนนี้น้องต้าก็กัดน้อยลงแล้ว
ทำไมจึงอยากให้ลูกกินแต่นมแม่  เพราะข้อดีของนมแม่มีเยอะมาก นมแม่ เป็นอาหารที่วิเศษที่สุดของมนุษย์ เรามาดูข้อดีของนมแม่กัน
ประโยชน์สำหรับลูก
- เป็นน้ำนมที่สะอาดปราศจากเชื้อโรคร้าย
- อุดมสมบูรณ์ด้วยสารอาหารนานาชนิดที่เพียบพร้อมสำหรับการเจริญเติบโตของมนุษย์ โดยเฉพาะการเจริญเติบโตของสมอง
- มีภูมิต้านทานโรคจากแม่ จึงมีผลให้เกิดสุขภาพที่ดีแก่ลูกน้อย ช่วยให้ลูกน้อยแข็งแรง
- มีโอกาสติดเชื้อโรคต่ำกว่าการใช้นมผง
- ไม่มีการแพ้นมเหมือนการเลี้ยงลูกด้วยนมวัวอีกด้วย
- ทารกที่ดูดนมจากเต้านมของแม่นี้จะมีผลกระตุ้นพัฒนาการของฟันและขากรรไกรของเด็กที่ดีกว่าการดูดนมขวด
-ทารกมีความรู้สึกอบอุ่นทางใจจากแม่กอดสัมผัสลูกในเวลาที่ให้นม
ประโยชน์สำหรับแม่
- [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เป็นเวลา 1 ปีแล้วที่ต้อมเป็นแม่น้องต้ามา  สิ่งหนึ่งที่ต้อมภูมิใจในฐานะที่เป็นแม่คือการให้แต่นมแม่กับน้องต้า  ตั้งแต่น้องต้าเกิดมา น้องต้ายังไม่เคยกินนมผสม น้องต้ากินแต่นมแม่มาตลอด  แต่การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ไม่ได้เป็นเรื่องง่ายสำหรับแม่ทุกคน  สำหรับต้อมแล้ว การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ที่ต้อมฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆน้องต้าและต้อมผ่านอะไรมาเยอะ ช่วงแรกนม  ต้อมมาน้อยมาก น้อยจนน้องต้าตอนอยู่ รพ 10 วันเพราะน้ำหนักน้องต้าลดตลอดจนลดมากกว่า 10% ตัวก็เหลือง ส่องไฟแล้วส่องไฟอีก ได้ออกจาก รพ ตอนที่หมอเห็นว่านมเริ่มมามากพอและน้ำหนักน้องต้าเพิ่มขึ้น น้องต้าก็ร้องไห้เพราะหิวมาช่วงหนึ่ง ต้อมก็ไม่ได้นอนทั้งวันและคืนจนไม่สบาย เป็นไข้ การให้น้องต้าดูดนมเป็น 5-6 ชั่วโมงต่อครั้ง การทนฟังเสียงน้องต้าร้องไห้เวลาที่น้องต้าหิวแล้วนมไม่พอหรือมาน้อย  แล้วถ้าเป็นแบบนี้ ทำไมที่ผ่านมาต้อมพยายามที่จะให้แต่นมแม่ ไม่ให้นมผสม แล้วทำไมจึงไม่ให้นมผสมไปด้วยเลย เพราะว่าถ้าเริ่มให้นมผสมเมื่อไหร่ ลูกก็จะกินนมแม่น้อยลง และในที่สุดแม่ก็จะไม่มีนมแม่ให้ลูกกิน เริ่มตั้งแต่น้องต้าอายุประมาณ 9 เดือนก็ประสบปัญหาว่าน้องต้าจะเผลอกัดนมตอนเค้าหลับ และบางครั้งก็กัดเพราะมันเขี้ยว แต่ตอนนี้น้องต้าก็กัดน้อยลงแล้ว</p>
<p>ทำไมจึงอยากให้ลูกกินแต่นมแม่  เพราะข้อดีของนมแม่มีเยอะมาก นมแม่ เป็นอาหารที่วิเศษที่สุดของมนุษย์ เรามาดูข้อดีของนมแม่กัน</p>
<p><strong>ประโยชน์สำหรับลูก</strong></p>
<p>- เป็นน้ำนมที่สะอาดปราศจากเชื้อโรคร้าย</p>
<p>- อุดมสมบูรณ์ด้วยสารอาหารนานาชนิดที่เพียบพร้อมสำหรับการเจริญเติบโตของมนุษย์ โดยเฉพาะการเจริญเติบโตของสมอง</p>
<p>- มีภูมิต้านทานโรคจากแม่ จึงมีผลให้เกิดสุขภาพที่ดีแก่ลูกน้อย ช่วยให้ลูกน้อยแข็งแรง</p>
<p>- มีโอกาสติดเชื้อโรคต่ำกว่าการใช้นมผง</p>
<p>- ไม่มีการแพ้นมเหมือนการเลี้ยงลูกด้วยนมวัวอีกด้วย</p>
<p>- ทารกที่ดูดนมจากเต้านมของแม่นี้จะมีผลกระตุ้นพัฒนาการของฟันและขากรรไกรของเด็กที่ดีกว่าการดูดนมขวด</p>
<p>-ทารกมีความรู้สึกอบอุ่นทางใจจากแม่กอดสัมผัสลูกในเวลาที่ให้นม</p>
<p><strong>ประโยชน์สำหรับแม่</strong></p>
<p>- ช่วยให้ประหยัด สะดวก และรวดเร็วทันใจ ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง เพราะไม่จำเป็นต้องเสียเงินในการซื้อหามา</p>
<p>- ไม่ต้องเตรียมขวดนมหลายๆ ใบ หลายๆ ขนาด</p>
<p>- ไม่ต้องเสียเวลาเตรียมน้ำสำหรับการชงนม เมื่อใดที่ทารกต้องการหรือหิวนม แม่ก็สามารถตอบสนองด้วยการป้อนนมให้กับลูกได้ทันทีและเพียงพอต่อความต้องการของลูกน้อยทุกเมื่อที่ลูกน้อยต้องการ</p>
<p>- ช่วยลดโอกาสการเป็นโรคมะเร็งในเต้านม มะเร็งในมดลูก</p>
<p>- ช่วยลดน้ำหนักของแม่</p>
<p>- แม่มีความรู้สึกดีที่ลูกจ้องหน้า เอามือมาเล่นหน้าตาของแม่ขณะดูดนม</p>
<p>จริงๆ แล้วที่น้องต้าได้กินนมแม่จนถึง 1 ขวบนั้น มีหลายคนที่มีส่วนทำให้น้องต้าได้กินนมแม่ ตั้งแต่ รพ ศรีนครินทร์ ขอนแก่น ซึ่งรณรงค์การให้นมแม่กับลูก  พอน้องต้าและต้อมออกจากห้องคลอด  พยาบาลก็เอาน้องต้ามาวางไว้บนหน้าอกต้อม เพื่อให้น้องต้าดูดนมและกระตุ้นให้นมมา  หมอหลายคน โดยเฉพาะหมอกุสุมาก็พยายามเข้ามาช่วยการแก้ปัญหาต่างๆ ทั้งการจัดท่าให้นมที่ถูกต้อง และการปั๊มนมที่ถูกต้อง  พยาบาลหลายคนก็มาช่วยปลอบตอนน้องต้างอแง  คนที่สำคัญที่สุดก็คืออาม่าน้องต้าซึ่งอยู่กับต้อมตลอดที่ รพ และปลอบน้องต้าตอนน้องต้าร้องไห้  ช่วยทำให้ต้อมได้พักบ้าง  ถ้าไม่มีอาม่า น้องต้าคงไม่ได้กินนมแม่นาน และไม่เจริญเติบโตดีอย่างทุกวันนี้  กลับมาที่บ้าน อาม่าน้องต้าก็ทำอาหารสารพัดที่จะช่วยเพิ่มน้ำนม ทำงานบ้านสารพัดที่จะช่วยทำให้ต้อมได้พักผ่อน  พ่อน้องต้าก็ช่วยซักผ้าอ้อม ทำความสะอาดก้นน้องต้าเวลาน้องต้าอึ  อาบน้ำให้น้องต้า การที่แม่จะประสบความสำเร็จในการให้นมแม่ได้นั้น ต้องอาศัยการสนับสนุนจากคนรอบข้างทั้งทางกายและทางใจ   ตอนนี้น้องต้าก็เริ่มโตขึ้น ต้อมพยายามอ่านหนังสือให้น้องต้าทุกวัน เพราะอยากให้เค้าเป็นคนรักการอ่าน และจะพยายามสวดมนต์ให้เค้าฟัง  ให้เค้าสวัสดีและขอบคุณอาม่า  อยากให้น้องต้าเป็นคนดี   อยากให้เค้ารู้ซึ้งถึงความดีของคนอื่นที่ทำให้เค้า</p>
<p><a href="http://www.doctor.or.th/node/5802"><br />
</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/kanda/2009/06/13/%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a9%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>เมื่อต้าไปเที่ยวภูเก็ต</title>
		<link>http://lanpanya.com/kanda/2009/05/25/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b9%80/</link>
		<comments>http://lanpanya.com/kanda/2009/05/25/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b9%80/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 25 May 2009 14:39:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ต้อมแม่น้องต้า</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[การเดินทาง]]></category>

		<category><![CDATA[นมแม่]]></category>

		<category><![CDATA[เลี้ยงลูก]]></category>

		<category><![CDATA[น้องต้า]]></category>

		<category><![CDATA[ภูเก็ต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/kanda/?p=18</guid>
		<description><![CDATA[ช่วงวันที่ 13-16 พ.ค. ที่ผ่านมา ต้าไปเที่ยวภูเก็ตกับอาม่า คุณพ่อ และคุณแม่  คุณแม่ต้าได้ไปนำเสนอบทความ Developing Offline Web Applications ที่งานประชุมวิชาการ JCSSE 2009 ซึ่งจัดที่โรงแรม Laguna Beach Resort  ภูเก็ต ซึ่งคาราวานเพื่อนน้องต้าก็ได้ไปพักที่นั้น :)  ทุกคนชอบอาหารเช้าที่นั้นมากเพราะหลากหลายดี  ปกติแล้วค่าห้องพักจะประมาณ 4,600 บาทต่อคืน แต่ไปงานคราวนี้ จองในนามงาน พัก 3 คน เค้าคิด 2,700 บาทต่อคืน ซึ่งคุ้มทีเดียว    ไปกันหลายวันแต่หักวันเดินทาง ขอนแก่น-กรุงเทพ-ภูเก็ต ออกไป 2 วันก็เหลือวันที่ 14 ซึ่งคุณแม่ต้านำเสนอบทความและไปฟังบทความของคนอื่น จึงมีแต่วันที่ 15 ที่ได้ไปเที่ยวกัน  เริ่มแรกก็ไปเที่ยววัดฉลอง วัดหลวงปู่สุภา ดูตึกเก่าแถวถนนดีบุก จากนั้นก็ไปทานอาหารกลางวันที่แหลมหิน เพราะมีคนแนะนำมาว่าอาหารอร่อย และราคาไม่แพง  เมนูที่ทุกคนชอบคือผักเมี่ยงกุ้งเสียบ น้องต้าก็กินข้าวผัดหมูเกือบทุกมื้อ  ผลัดกันป้อนระหว่างอาม่าและคุณแม่น้องต้า หลังจากทานข้าวเที่ยงเสร็จ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ช่วงวันที่ 13-16 พ.ค. ที่ผ่านมา ต้าไปเที่ยวภูเก็ตกับอาม่า คุณพ่อ และคุณแม่  คุณแม่ต้าได้ไปนำเสนอบทความ Developing Offline Web Applications ที่งานประชุมวิชาการ JCSSE 2009 ซึ่งจัดที่โรงแรม Laguna Beach Resort  ภูเก็ต ซึ่งคาราวานเพื่อนน้องต้าก็ได้ไปพักที่นั้น :)  ทุกคนชอบอาหารเช้าที่นั้นมากเพราะหลากหลายดี  ปกติแล้วค่าห้องพักจะประมาณ 4,600 บาทต่อคืน แต่ไปงานคราวนี้ จองในนามงาน พัก 3 คน เค้าคิด 2,700 บาทต่อคืน ซึ่งคุ้มทีเดียว    ไปกันหลายวันแต่หักวันเดินทาง ขอนแก่น-กรุงเทพ-ภูเก็ต ออกไป 2 วันก็เหลือวันที่ 14 ซึ่งคุณแม่ต้านำเสนอบทความและไปฟังบทความของคนอื่น จึงมีแต่วันที่ 15 ที่ได้ไปเที่ยวกัน  เริ่มแรกก็ไปเที่ยววัดฉลอง วัดหลวงปู่สุภา ดูตึกเก่าแถวถนนดีบุก จากนั้นก็ไปทานอาหารกลางวันที่แหลมหิน เพราะมีคนแนะนำมาว่าอาหารอร่อย และราคาไม่แพง  เมนูที่ทุกคนชอบคือผักเมี่ยงกุ้งเสียบ น้องต้าก็กินข้าวผัดหมูเกือบทุกมื้อ  ผลัดกันป้อนระหว่างอาม่าและคุณแม่น้องต้า หลังจากทานข้าวเที่ยงเสร็จ ก็ไปที่จุดชมวิว ซึ่งจะเห็นทั้งหาดป่าตอง หาดกะตะ และหาดกะรน  จากนั้นก็ขับรถเข้าโรงแรมเกือบทุ่มหนึ่ง</p>
<p>การท่องเที่ยวครั้งนี้ต้าก็ไม่งอแงเท่าไหร่  จะงอแงก็เฉพาะตอนอยากกินนม  ซึ่งต้าก็ชอบกินนมแม่เป็นที่สุด <img src='http://lanpanya.com/kanda/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> การให้นมแม่ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้การเดินทางโดยมีลูกเล็กนั้นสะดวกมาก ไม่ต้องมีอุปกรณ์ในการชงนมหรือเก็บนมใดๆ =)<a href="http://lanpanya.com/kanda/files/2009/05/dsc00520.jpg"><img class="alignleft size-medium wp-image-20" title="เมื่อต้าไปเที่ยวภูเก็ต" src="http://lanpanya.com/kanda/files/2009/05/dsc00520-300x168.jpg" alt="ต้ากับแม่ต้อมบนเครื่องบิน" width="300" height="168" /></a></p>
<p><a href="http://lanpanya.com/kanda/files/2009/05/tacaravan09-05-14.jpg"><img class="alignleft size-medium wp-image-24" title="เมื่อต้าไปเที่ยวภูเก็ต" src="http://lanpanya.com/kanda/files/2009/05/tacaravan09-05-14-300x173.jpg" alt="tacaravan09-05-14" width="300" height="173" /></a><a href="http://lanpanya.com/kanda/files/2009/05/tamomgrandma09-05-15.jpg"><img class="alignleft size-medium wp-image-25" title="เมื่อต้าไปเที่ยวภูเก็ต" src="http://lanpanya.com/kanda/files/2009/05/tamomgrandma09-05-15-300x223.jpg" alt="tamomgrandma09-05-15" width="300" height="223" /></a><a href="http://lanpanya.com/kanda/files/2009/05/tagrandma09-05-14.jpg"><img class="alignleft size-medium wp-image-22" title="เมื่อต้าไปเที่ยวภูเก็ต" src="http://lanpanya.com/kanda/files/2009/05/tagrandma09-05-14-168x300.jpg" alt="tagrandma09-05-14" width="168" height="300" /></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/kanda/2009/05/25/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b9%80/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>เมื่อต้าท่องเที่ยวในแดนกว้าง</title>
		<link>http://lanpanya.com/kanda/2009/04/12/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%94/</link>
		<comments>http://lanpanya.com/kanda/2009/04/12/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%94/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 12 Apr 2009 04:09:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ต้อมแม่น้องต้า</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[การเดินทาง]]></category>

		<category><![CDATA[เลี้ยงลูก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/kanda/?p=8</guid>
		<description><![CDATA[เนื่องจากแม่ของต้ามีอาชีพเป็นอาจารย์และต้าก็ยังกินนมแม่อยู่ ตอนกลางคืน ต้าจะกินนมแม่ก่อนแล้วค่อยหลับไปอย่างมีความสุข อาม่าน้องต้าบอกว่าแม่ต้าค้างคืนที่ไหนน้องต้าก็ต้องนอนด้วย แม่ต้าก็ยังคิดไม่ออกว่าต้าจะร้องไห้นานเท่าใดถ้าไม่ได้กินนมก่อนนอนหรือช่วงตื่นตอนกลางคืน ด้วยเหตุฉะนี้ ต้าจึงไ้ด้ไปไหนมาไหนกับแม่ต้าเวลาแม่ต้าออกไปทำงานนอกสถานที่  ที่แรกที่พักค้างคืนนอกขอนแก่น คือโรงแรมกฤษณ์ไทยแมนชั่น เป็นที่พักที่ราคาไม่แพงและอยู่ใกล้สยามพารากอนมาก  แม่ต้าจะต้องนำเสนอบทความเรื่องระบบบูรณาการสนเทศเวลาจริงใน IRPUSCon-01ในปลายเดือนมีนาคม 2552 เวลาต้าและแม่ต้าไปไหน ทั้งครอบครัวก็ยกขบวนไปกันทั้งหมด แต่ไปกรุงเทพคราวนี้มีน้าของต้าและลูกของน้าไปด้วย น้าต้าชื่ออี๊ภรณ์ และพี่ของต้าชื่อ เจ้ออม  อี๊ภรณ์และเจ้ออมมาเยี่ยมอาม้าน้องต้า และช่วยอุ้มและดูแลน้องต้าได้อย่างมาก  เจ้ออมไม่เคยไปกรุงเทพ แม่ต้าจึงชวนทั้งอี๊ภรณ์และเจ้ออมไปด้วย จากนั้นอี๊ภรณ์และเจ้ออมจึงกลับเชียงราย ซึ่งเจ้ออมก็จะไปเรียนพิเศษในวันถัดมา  ตอนที่ไปกรุงเทพต้าก็ได้เจออี๊ใจและครอบครัวและป้าแนนด้วย อี๊ใจให้เสื้อผ้าต้าหลายชุดในขณะที่ป้าแนนก็ให้ของเล่นชิ้นใหญ่ ขอบคุณครับ  
การเดินทางครั้งที่ 2 ของน้องต้าเป็นการเดินทางไปต่างประเทศ ซึ่งก็คือประเทศลาว  แม่ต้าได้รับมอบหมายให้ไปช่วยสอนเรื่องการออกแบบระบบฐานข้อมูลให้กับเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าลาวผ่านความร่วมมือระหว่างการไฟฟ้าผลิตแห่งประเทศไทยและคณะวิศวกรรมศาสตร์ มข.  พ่อต้าและอาม่าก็ไปด้วย ได้ไปเวียงจันทร์   ต้าชอบกินข้าวต้มของโรงแรมที่เวียงจันทร์มาก กินได้เยอะ แม่ต้าก็เหนื่อยพอสมควรกับการสอน 2 วันเต็มและตอนกลางคืนก็อุ้มน้องต้าเป็นระยะๆ   ก่อนไปต้าก็ไปทำหนังสือเดินทางด้วย เพราะทุกคนจะต้องมีหนังสือเดินทางเวลาเดินทางระหว่างประเทศ ไม่เว้นแม้กระทั่งทารกอย่างต้า
เวลาเดินทาง ต้าก็ชอบกินนมแม่ และก็ได้แพ็คเอาอาหารและถุงนมแม่ใส่ไว้ในกระเป๋าเก็บความเย็นที่มี ice pack เพื่อให้เก็บความเย็นไว้นาน จากนั้นจึงค่อยนำไปเก็บไว้ที่ตู้เย็นในโรงแรม  ขนหม้อและอุปกรณ์ทำความสะอาดจาน ช้อน ส้อมไปด้วยเพื่อให้แน่ใจว่าต้าไม่ท้องเสียระหว่างเดินทาง

]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เนื่องจากแม่ของต้ามีอาชีพเป็นอาจารย์และต้าก็ยังกินนมแม่อยู่ ตอนกลางคืน ต้าจะกินนมแม่ก่อนแล้วค่อยหลับไปอย่างมีความสุข อาม่าน้องต้าบอกว่าแม่ต้าค้างคืนที่ไหนน้องต้าก็ต้องนอนด้วย แม่ต้าก็ยังคิดไม่ออกว่าต้าจะร้องไห้นานเท่าใดถ้าไม่ได้กินนมก่อนนอนหรือช่วงตื่นตอนกลางคืน ด้วยเหตุฉะนี้ ต้าจึงไ้ด้ไปไหนมาไหนกับแม่ต้าเวลาแม่ต้าออกไปทำงานนอกสถานที่  ที่แรกที่พักค้างคืนนอกขอนแก่น คือโรงแรมกฤษณ์ไทยแมนชั่น เป็นที่พักที่ราคาไม่แพงและอยู่ใกล้สยามพารากอนมาก  แม่ต้าจะต้องนำเสนอบทความเรื่องระบบบูรณาการสนเทศเวลาจริงใน <a href="http://conference.irpus.or.th/">IRPUSCon-0</a>1ในปลายเดือนมีนาคม 2552 เวลาต้าและแม่ต้าไปไหน ทั้งครอบครัวก็ยกขบวนไปกันทั้งหมด แต่ไปกรุงเทพคราวนี้มีน้าของต้าและลูกของน้าไปด้วย น้าต้าชื่ออี๊ภรณ์ และพี่ของต้าชื่อ เจ้ออม  อี๊ภรณ์และเจ้ออมมาเยี่ยมอาม้าน้องต้า และช่วยอุ้มและดูแลน้องต้าได้อย่างมาก  เจ้ออมไม่เคยไปกรุงเทพ แม่ต้าจึงชวนทั้งอี๊ภรณ์และเจ้ออมไปด้วย จากนั้นอี๊ภรณ์และเจ้ออมจึงกลับเชียงราย ซึ่งเจ้ออมก็จะไปเรียนพิเศษในวันถัดมา  ตอนที่ไปกรุงเทพต้าก็ได้เจออี๊ใจและครอบครัวและป้าแนนด้วย อี๊ใจให้เสื้อผ้าต้าหลายชุดในขณะที่ป้าแนนก็ให้ของเล่นชิ้นใหญ่ ขอบคุณครับ <img src='http://lanpanya.com/kanda/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> <a href="http://lanpanya.com/kanda/files/2009/04/chiangraifamily.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-16" title="chiangraifamily" src="http://lanpanya.com/kanda/files/2009/04/chiangraifamily-300x168.jpg" alt="น้องต้ากับอี๊ภรณ์และเจ้ออม" width="300" height="168" /></a></p>
<p>การเดินทางครั้งที่ 2 ของน้องต้าเป็นการเดินทางไปต่างประเทศ ซึ่งก็คือประเทศลาว  แม่ต้าได้รับมอบหมายให้ไปช่วยสอนเรื่องการออกแบบระบบฐานข้อมูลให้กับเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าลาวผ่านความร่วมมือระหว่างการไฟฟ้าผลิตแห่งประเทศไทยและคณะวิศวกรรมศาสตร์ มข.  พ่อต้าและอาม่าก็ไปด้วย ได้ไปเวียงจันทร์   ต้าชอบกินข้าวต้มของโรงแรมที่เวียงจันทร์มาก กินได้เยอะ แม่ต้าก็เหนื่อยพอสมควรกับการสอน 2 วันเต็มและตอนกลางคืนก็อุ้มน้องต้าเป็นระยะๆ   ก่อนไปต้าก็ไปทำหนังสือเดินทางด้วย เพราะทุกคนจะต้องมีหนังสือเดินทางเวลาเดินทางระหว่างประเทศ ไม่เว้นแม้กระทั่งทารกอย่างต้า</p>
<p>เวลาเดินทาง ต้าก็ชอบกินนมแม่ และก็ได้แพ็คเอาอาหารและถุงนมแม่ใส่ไว้ในกระเป๋าเก็บความเย็นที่มี ice pack เพื่อให้เก็บความเย็นไว้นาน จากนั้นจึงค่อยนำไปเก็บไว้ที่ตู้เย็นในโรงแรม  ขนหม้อและอุปกรณ์ทำความสะอาดจาน ช้อน ส้อมไปด้วยเพื่อให้แน่ใจว่าต้าไม่ท้องเสียระหว่างเดินทาง</p>
<p><a style="text-decoration: none;" href="http://lanpanya.com/kanda/files/2009/04/ntainlaos.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-10" title="ntainlaos" src="http://lanpanya.com/kanda/files/2009/04/ntainlaos-168x300.jpg" alt="น้องต้าบนตักแม่ในลาว" width="168" height="300" /></a><a href="http://lanpanya.com/kanda/files/2009/04/familyinlaos1.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-14" title="TaAndHisFriends" src="http://lanpanya.com/kanda/files/2009/04/familyinlaos1-296x300.jpg" alt="กลุ่มเพื่อนน้องต้า" width="296" height="300" /></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/kanda/2009/04/12/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%94/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>เมื่อต้าอายุ 9 เดือน</title>
		<link>http://lanpanya.com/kanda/2009/04/06/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%b8-9-%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://lanpanya.com/kanda/2009/04/06/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%b8-9-%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 06 Apr 2009 11:42:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ต้อมแม่น้องต้า</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[นมแม่]]></category>

		<category><![CDATA[เลี้ยงลูก]]></category>

		<category><![CDATA[กัดนม]]></category>

		<category><![CDATA[ชนพัฒน์]]></category>

		<category><![CDATA[นมแ่ม่]]></category>

		<category><![CDATA[น้องต้า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/kanda/?p=7</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อต้าอายุ 9 เดือน ฟันต้าก็เริ่มมีประมาณ 6 ซี่ ข้างบน 4 ซี่ ข้างล่าง 2 ซี่ แล้วต้าก็เริ่มกัดนมแม่ครับ :(  แม่ของต้าก็ทนเจ็บครับ ต้าเห็นแม่เมื่อไหร่ ก็มักจะอยากกินนม  แม่ให้กินจากขวด ต้าก็ไม่ยอมกิน  ตอนนี้แม่ต้าก็ทั้งสงสารตัวเองและสงสารตัวต้าเอง  แผลของแม่ก็ไม่หายสักที เพราะต้าก็ยังกินนมแม่อยู่เรื่อยๆ ถึงแม้อาม่าต้าจะพยายามป้อนข้าว ป้อนนมจากขวด ต้าก็ยังกินนมแม่แท้ๆ จากเต้าอยู่ดี  แม่ของต้าก็ยังอยากให้นมต้า  นมแม่มีประโยชน์ต่อลูกมาก ดังนั้น แม่ต้าก็พยายามที่จะให้นมแม่นานที่สุดเท่าที่จะทำได้กับต้า  แม่ต้าก็บอกต้าแล้วว่าแม่เจ็บ อย่ากัด  อีกทั้งต้าก็มักจะชอบอ้าปากแคบๆ เวลาเอานมออกจากปาก ทำให้แผลไม่หายสักที  แต่แม่ต้าจะพยายามหาวิธีแก้ไขครับ หลากหลายวิธีที่แม่ๆ หลายท่านแนะนำเมื่อลูกกัดนมสามารถดูได้จาก ลูกกัดหัวนม แก้ไม่หายสักที ตอนนี้แม่ต้าก็ยังแก้ไม่หายครับ แต่จะพยายามต่อไปครับ
รูปผมตอนเดือนกุมภาพันธ์ 2552 ครับ

]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อต้าอายุ 9 เดือน ฟันต้าก็เริ่มมีประมาณ 6 ซี่ ข้างบน 4 ซี่ ข้างล่าง 2 ซี่ แล้วต้าก็เริ่มกัดนมแม่ครับ :(  แม่ของต้าก็ทนเจ็บครับ ต้าเห็นแม่เมื่อไหร่ ก็มักจะอยากกินนม  แม่ให้กินจากขวด ต้าก็ไม่ยอมกิน  ตอนนี้แม่ต้าก็ทั้งสงสารตัวเองและสงสารตัวต้าเอง  แผลของแม่ก็ไม่หายสักที เพราะต้าก็ยังกินนมแม่อยู่เรื่อยๆ ถึงแม้อาม่าต้าจะพยายามป้อนข้าว ป้อนนมจากขวด ต้าก็ยังกินนมแม่แท้ๆ จากเต้าอยู่ดี  แม่ของต้าก็ยังอยากให้นมต้า  นมแม่มีประโยชน์ต่อลูกมาก ดังนั้น แม่ต้าก็พยายามที่จะให้นมแม่นานที่สุดเท่าที่จะทำได้กับต้า  แม่ต้าก็บอกต้าแล้วว่าแม่เจ็บ อย่ากัด  อีกทั้งต้าก็มักจะชอบอ้าปากแคบๆ เวลาเอานมออกจากปาก ทำให้แผลไม่หายสักที  แต่แม่ต้าจะพยายามหาวิธีแก้ไขครับ หลากหลายวิธีที่แม่ๆ หลายท่านแนะนำเมื่อลูกกัดนมสามารถดูได้จาก <a href="http://www.thaibreastfeeding.org/content/view/165/94/">ลูกกัดหัวนม แก้ไม่หายสักที</a> ตอนนี้แม่ต้าก็ยังแก้ไม่หายครับ แต่จะพยายามต่อไปครับ</p>
<p>รูปผมตอนเดือนกุมภาพันธ์ 2552 ครับ</p>
<p><img src="http://www.thaibreastfeeding.org/images/rsgallery/thumb/DSC00207.JPG.jpg" alt="" /></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/kanda/2009/04/06/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%b8-9-%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>เมื่อต้าอายุ 4 เดือนครับ</title>
		<link>http://lanpanya.com/kanda/2009/02/08/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%b8-4-%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a/</link>
		<comments>http://lanpanya.com/kanda/2009/02/08/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%b8-4-%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 08 Feb 2009 11:03:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ต้อมแม่น้องต้า</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[เลี้ยงลูก]]></category>

		<category><![CDATA[ชนพัฒน์ สายแก้ว]]></category>

		<category><![CDATA[ตัดเล็บเด็ก]]></category>

		<category><![CDATA[ต้า]]></category>

		<category><![CDATA[ถุงมือเด็ก]]></category>

		<category><![CDATA[พัฒนาการเด็ก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/kanda/?p=5</guid>
		<description><![CDATA[สวัสดีครับ ผมชื่อเด็กชายต้า ชนพัฒน์ สายแก้วครับ พ่อผมชื่อหงา แม่ผมชื่อต้อม ผมจึงชื่อต้า (ต้อม + หงา) ไงครับ 3 วันที่ผ่านมา พ่อแม่และอาม่าพาผมไปฉีดวัคซีนที่ รพ ศรีนครินทร์ครับ ผมหนัก 6.6 กิโลกรัม และสูง 59 เซนติเมตรครับ ผมเจ็บนิดหน่อยและเป็นไข้นิดๆ อยู่ 1 วันครับ
ตอน นี้ผมมีความสุขกับการปั่นจักรยานเวลาผมนอน แต่ผมไม่ชอบนั่งหรือนอนครับ ผมชอบให้คนอุ้มพาผมเดินครับ ผมโชคดีที่มีหลายคนช่วยเลี้ยงผมครับ นอกจากพ่อและแม่แล้ว ผมก็มีอาม่าจิตต์ที่ช่วยเลี้ยงผมครับ อาม่าชอบพูด &#8220;อังกู&#8221; ให้ผมฟังตั้งแต่ผมเกิด ผมจึงพูดคำนี้ได้ตั้งแต่ผมอายุ 2 เดือนกว่า ก่อนหน้านี้หน้าผมเป็นรอยเพราะผมชอบข่วนตัวเองและเล็บผมก็ยาวครับ ตอนแรกอาม่าใส่ถุงมือให้ผม ต่อมาคนบอกว่าใส่ถุงมือแล้วไม่ดีกับพัฒนาการ พ่อแม่ และอาม่าจึงไม่ใส่ถุงมือให้ผม ผมก็เลยเอาเล็บคมๆ มาข่วนหน้าตนเอง พ่อและแม่ผมจึงพยายามตัดเล็บให้ผมบ่อยขึ้นครับ แล้วค่อยคุยกันใหม่นะครับ  ผมเอารูปมาฝากครับ เป็นรูปที่ผมหลับอย่างมีความสุขครับ 
ข้อคิดที่ได้จากบันทึกนี้สำหรับพ่อแม่มือใหม่คือ ไม่ควรใส่ถุงมือให้ลูก แต่ควรตัดเล็บและใช้ตะไบลดความคมของเล็บลูกเพื่อให้ลูกฝึกการใช้มือและไม่ข่วนตัวเองแล้วเป็นแผล
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สวัสดีครับ ผมชื่อเด็กชายต้า ชนพัฒน์ สายแก้วครับ พ่อผมชื่อหงา แม่ผมชื่อต้อม ผมจึงชื่อต้า (ต้อม + หงา) ไงครับ 3 วันที่ผ่านมา พ่อแม่และอาม่าพาผมไปฉีดวัคซีนที่ รพ ศรีนครินทร์ครับ ผมหนัก 6.6 กิโลกรัม และสูง 59 เซนติเมตรครับ ผมเจ็บนิดหน่อยและเป็นไข้นิดๆ อยู่ 1 วันครับ</p>
<p>ตอน นี้ผมมีความสุขกับการปั่นจักรยานเวลาผมนอน แต่ผมไม่ชอบนั่งหรือนอนครับ ผมชอบให้คนอุ้มพาผมเดินครับ ผมโชคดีที่มีหลายคนช่วยเลี้ยงผมครับ นอกจากพ่อและแม่แล้ว ผมก็มีอาม่าจิตต์ที่ช่วยเลี้ยงผมครับ อาม่าชอบพูด &#8220;อังกู&#8221; ให้ผมฟังตั้งแต่ผมเกิด ผมจึงพูดคำนี้ได้ตั้งแต่ผมอายุ 2 เดือนกว่า ก่อนหน้านี้หน้าผมเป็นรอยเพราะผมชอบข่วนตัวเองและเล็บผมก็ยาวครับ ตอนแรกอาม่าใส่ถุงมือให้ผม ต่อมาคนบอกว่าใส่ถุงมือแล้วไม่ดีกับพัฒนาการ พ่อแม่ และอาม่าจึงไม่ใส่ถุงมือให้ผม ผมก็เลยเอาเล็บคมๆ มาข่วนหน้าตนเอง พ่อและแม่ผมจึงพยายามตัดเล็บให้ผมบ่อยขึ้นครับ แล้วค่อยคุยกันใหม่นะครับ  ผมเอารูปมาฝากครับ เป็นรูปที่ผมหลับอย่างมีความสุขครับ <a href="http://lanpanya.com/kanda/files/2009/02/ta4months.jpg"><img class="alignleft size-medium wp-image-6" title="ta4months" src="http://lanpanya.com/kanda/files/2009/02/ta4months.jpg" alt="ta 4 months" width="60" height="60" /></a></p>
<p>ข้อคิดที่ได้จากบันทึกนี้สำหรับพ่อแม่มือใหม่คือ <strong><span style="color: #0000ff;">ไม่ควรใส่ถุงมือให้ลูก แต่ควรตัดเล็บและใช้ตะไบลดความคมของเล็บลูกเพื่อให้ลูกฝึกการใช้มือและไม่ข่วนตัวเองแล้วเป็นแผล</span></strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/kanda/2009/02/08/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%b8-4-%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>บันทึกการบรรยายของท่านเทพแห่งลานปัญญา</title>
		<link>http://lanpanya.com/kanda/2009/02/08/%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://lanpanya.com/kanda/2009/02/08/%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 08 Feb 2009 04:32:11 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ต้อมแม่น้องต้า</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[การทำงาน]]></category>

		<category><![CDATA[การศึกษา]]></category>

		<category><![CDATA[การเรียนรู้]]></category>

		<category><![CDATA[กัลยาณมิตร]]></category>

		<category><![CDATA[การทำดี]]></category>

		<category><![CDATA[การฟัง]]></category>

		<category><![CDATA[จิตอาสา]]></category>

		<category><![CDATA[ประสบการณ์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/kanda/?p=4</guid>
		<description><![CDATA[บันทึกนี้ตั้งใจจะเขียนนานแล้ว แต่มีงานเตรียมสอนและงานเลี้ยงลูกเข้ามาก่อนเสมอ ตอนนี้เป็นโอกาสอันดีเพราะลูกกำลังหลับอยู่ ส่วนเตรียมสอนก็ยังมีเวลาอีก 1 วันเพราะพรุ่งนี้เป็นวันมาฆบูชา
สืบจากการที่เข้าไปอ่านบันทึกของคุณตฤณซึ่งได้เขียนอะไรหลายๆ อย่างที่ไม่ได้สอนในมหาวิทยาลัย จึงคิดว่าคงจะเป็นประโยชน์กับนักศึกษาไม่น้อยหากเชิญคุณตฤณไปพูดให้นักศึกษาฟัง   ซึ่งคุณตฤณก็ได้ทำสรุปเกี่ยวกับบันทึกของตนไว้ที่ เก็บตกส่งท้ายที่ขอนแก่น แล้วคุณตฤณก็ได้รับเชิญจาก อ แป๋ว ให้ไปแลกเปลี่ยนกับนักศึกษาคณะเกษตรศาสตร์ มข และบันทึกไว้ที่ AAR การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่สวนป่า
บันทึกนี้พยายามจะไม่เขียนซ้ำกับที่คุณตฤณพูดไว้แล้วที่บันทึกของคุณตฤณ จะขอสรุปแง่คิดเป็นข้อๆ ดังนี้
1) ชีวิตที่เจริญได้ดีงามและรวดเร็วเกิดจากการมีกัลยาณมิตร  จากการฟังที่คุณตฤณพูด ก็พบว่าคุณตฤณเป็นคนโชคดีมีครอบครัวและสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมให้คุณตฤณมีการเรียนรู้ในสิ่งที่คุณตฤณอยากรู้  โดยเฉพาะคุณพ่อจะสนับสนุนคุณตฤณเต็มที่ในการศึกษาเกี่ยวกับอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ ซื้อหนังสือภาษาอังกฤษให้อ่าน  ซื้อเครื่องคิดเลขที่สามารถเขียนโปรแกรมได้
ณตฤณรู้ตัวเองดีว่าตัวเองไม่ชอบวิชาชีววิทยา แต่ก็เลือกเรียนกับพวกที่อยากเรียนแพทย์ เพื่อจะได้มีเพื่อนที่เรียนเก่งและตั้งใจเรียน อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี  แต่ดร็อปวิชาพวกชีววิทยาไว้
2) กล้าในสิ่งที่จะทำในสิ่งที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์กับสังคม ในขณะที่คุณตฤณทำงานให้กับบริษัทคอมพิวเตอร์ชั้นนำของต่างชาติ คุณตฤณก็กล้าที่จะพูดว่าการรับรองสนับสนุนภาษาไทยยังไม่มี  ซึ่งทำให้เกิดการสนับสนุนทำให้ใช้ภาษาไทยได้  และคุณตฤณมีส่วนช่วยทำให้เนคเทคช่วยพัฒนาระบบเครือข่ายในประเทศไทยให้มีการแผ่ขยายอย่างรวดเร็ว
3) ยิ่งเราทำดีมากเท่าไหร่ ผลดีนั้นก็ยิ่งกลับมาหาเรามาก ในขณะที่คนส่วนใหญ่นอนหลับในตอนกลางคืน คุณตฤณก็ใช้เวลาในตอนกลางคืนทำงาน เพราะต้องทำงานกับต่างชาติ และช่วงที่ช่วยสร้างเครือข่ายอินเทอร์เน็ตให้กับประเทศไทยนั้น เวลาทำงานในตอนกลางคืนก็เหมาะสมที่สุด เพราะคนยังไม่ค่อยใช้แบนด์วิดธ์กัน และทำให้ปรับปรุงระบบโดยไม่กระทบกับคนหมู่มาก  ความพยายามและเวลาที่คุณตฤณทุ่มเทไปในฐานะอาสาสมัครที่ช่วยเนคเทคซึ่งคุณตฤณทำด้วยความบริสุทธิ์ใจนั้นกลายเป็นโอกาสทำให้คุณตฤณเป็นผู้บริหารของบริษัทแรกของคนไทยที่ให้บริการเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
4)  การมีคนที่มีจิตอาสา เห็นแก่ประโยชน์ของสังคมจะทำให้สังคมเราน่าอยู่มากขึ้น นอกจากคุณตฤณมีจิตอาสาที่จะช่วยพัฒนาระบบเครือข่ายของประเทศไทยแล้ว คุณตฤณก็ช่วยทำให้คนที่ประสบภัยสึนามิและญาติของผู้ประสบภัยสึนามิโดยการรวบรวมข้อมูลของผู้ประสบภัยทำให้ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและรวดเร็ว และเป็นที่มาของโครงการ OpenCare
นอกจากนี้คุณตฤณมาพูดที่วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ มข โดยไม่รับเงินสักบาท คุณตฤณบอกว่า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>บันทึกนี้ตั้งใจจะเขียนนานแล้ว แต่มีงานเตรียมสอนและงานเลี้ยงลูกเข้ามาก่อนเสมอ ตอนนี้เป็นโอกาสอันดีเพราะลูกกำลังหลับอยู่ ส่วนเตรียมสอนก็ยังมีเวลาอีก 1 วันเพราะพรุ่งนี้เป็นวันมาฆบูชา</p>
<p>สืบจากการที่เข้าไปอ่านบันทึกของคุณตฤณซึ่งได้เขียนอะไรหลายๆ อย่างที่ไม่ได้สอนในมหาวิทยาลัย จึงคิดว่าคงจะเป็นประโยชน์กับนักศึกษาไม่น้อยหากเชิญคุณตฤณไปพูดให้นักศึกษาฟัง   ซึ่งคุณตฤณก็ได้ทำสรุปเกี่ยวกับบันทึกของตนไว้ที่ เ<a href="http://lanpanya.com/wash/archives/568">ก็บตกส่งท้ายที่ขอนแก่น</a> แล้วคุณตฤณก็ได้รับเชิญจาก อ แป๋ว ให้ไปแลกเปลี่ยนกับนักศึกษาคณะเกษตรศาสตร์ มข และบันทึกไว้ที่ <a href="http://lanpanya.com/wash/archives/628">AAR การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่สวนป่า</a></p>
<p>บันทึกนี้พยายามจะไม่เขียนซ้ำกับที่คุณตฤณพูดไว้แล้วที่บันทึกของคุณตฤณ จะขอสรุปแง่คิดเป็นข้อๆ ดังนี้</p>
<p><strong><span style="color: #0000ff;">1) ชีวิตที่เจริญได้ดีงามและรวดเร็วเกิดจากการมีกัลยาณมิตร</span> </strong> จากการฟังที่คุณตฤณพูด ก็พบว่าคุณตฤณเป็นคนโชคดีมีครอบครัวและสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมให้คุณตฤณมีการเรียนรู้ในสิ่งที่คุณตฤณอยากรู้  โดยเฉพาะคุณพ่อจะสนับสนุนคุณตฤณเต็มที่ในการศึกษาเกี่ยวกับอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ ซื้อหนังสือภาษาอังกฤษให้อ่าน  ซื้อเครื่องคิดเลขที่สามารถเขียนโปรแกรมได้</p>
<p>ณตฤณรู้ตัวเองดีว่าตัวเองไม่ชอบวิชาชีววิทยา แต่ก็เลือกเรียนกับพวกที่อยากเรียนแพทย์ เพื่อจะได้มีเพื่อนที่เรียนเก่งและตั้งใจเรียน อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี  แต่ดร็อปวิชาพวกชีววิทยาไว้</p>
<p><strong><span style="color: #0000ff;">2</span><span style="color: #0000ff;">) กล้าในสิ่งที่จะทำในสิ่งที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์กับสังคม </span></strong><span style="color: #000000;">ในขณะที่คุณตฤณทำงานให้กับบริษัทคอมพิวเตอร์ชั้นนำของต่างชาติ คุณตฤณก็กล้าที่จะพูดว่าการรับรองสนับสนุนภาษาไทยยังไม่มี  ซึ่งทำให้เกิดการสนับสนุนทำให้ใช้ภาษาไทยได้  และคุณตฤณมีส่วนช่วยทำให้เนคเทคช่วยพัฒนาระบบเครือข่ายในประเทศไทยให้มีการแผ่ขยายอย่างรวดเร็ว</span></p>
<p><span style="color: #0000ff;"><strong>3) ยิ่งเราทำดีมากเท่าไหร่ ผลดีนั้นก็ยิ่งกลับมาหาเรามาก</strong> </span><strong></strong>ในขณะที่คนส่วนใหญ่นอนหลับในตอนกลางคืน คุณตฤณก็ใช้เวลาในตอนกลางคืนทำงาน เพราะต้องทำงานกับต่างชาติ และช่วงที่ช่วยสร้างเครือข่ายอินเทอร์เน็ตให้กับประเทศไทยนั้น เวลาทำงานในตอนกลางคืนก็เหมาะสมที่สุด เพราะคนยังไม่ค่อยใช้แบนด์วิดธ์กัน และทำให้ปรับปรุงระบบโดยไม่กระทบกับคนหมู่มาก  ความพยายามและเวลาที่คุณตฤณทุ่มเทไปในฐานะอาสาสมัครที่ช่วยเนคเทคซึ่งคุณตฤณทำด้วยความบริสุทธิ์ใจนั้นกลายเป็นโอกาสทำให้คุณตฤณเป็นผู้บริหารของบริษัทแรกของคนไทยที่ให้บริการเครือข่ายอินเทอร์เน็ต</p>
<p><span style="color: #0000ff;"><strong>4)  การมีคนที่มีจิตอาสา เห็นแก่ประโยชน์ของสังคมจะทำให้สังคมเราน่าอยู่มากขึ้น</strong></span> นอกจากคุณตฤณมีจิตอาสาที่จะช่วยพัฒนาระบบเครือข่ายของประเทศไทยแล้ว คุณตฤณก็ช่วยทำให้คนที่ประสบภัยสึนามิและญาติของผู้ประสบภัยสึนามิโดยการรวบรวมข้อมูลของผู้ประสบภัยทำให้ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและรวดเร็ว และเป็นที่มาของโครงการ OpenCare</p>
<p>นอกจากนี้คุณตฤณมาพูดที่วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ มข โดยไม่รับเงินสักบาท คุณตฤณบอกว่า การศึกษาเป็นการลงทุนของประเทศชาติ  คุณตฤณอยากมีส่วนช่วยตรงนี้  ค่าเดินทางก็ไม่รับ ค่าที่พักก็ไม่รับ และค่าวิทยากรก็ไม่รับ  และไม่รับเลี้ยงอาหารด้วย เพราะคุณตฤณมีคิวจองที่เพื่อนชาวเฮหลายคนอยากเลี้ยงข้าวและทานข้าวกับคุณตฤณด้วย  ถ้าประเทศไทยมีนักธุรกิจที่เห็นแก่ประโยชน์ของสังคม เห็นความสำคัญของการศึกษามากๆ  ประเทศไทยอาจจะเจริญกว่าสิงคโปร์</p>
<p>ต้อมเองรู้สึกโชคดีที่ได้รู้จักคุณตฤณและที่ได้รับความกรุณาจากคุณตฤณในการเสียสละเวลาและเงินในการมาพูดให้นักศึกษาฟัง  ต้อมก็หวังว่าจะมีโอกาสได้เจอและแลกเปลี่ยน ฟังประสบการณ์จากคุณตฤณอีก</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/kanda/2009/02/08/%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>โลกในจินตนาการของคนคนหนึ่ง</title>
		<link>http://lanpanya.com/kanda/2009/02/01/%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%ab/</link>
		<comments>http://lanpanya.com/kanda/2009/02/01/%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%ab/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 01 Feb 2009 04:00:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ต้อมแม่น้องต้า</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[การทำงาน]]></category>

		<category><![CDATA[การศึกษา]]></category>

		<category><![CDATA[ความรู้]]></category>

		<category><![CDATA[ประเมิน]]></category>

		<category><![CDATA[เวลา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/kanda/?p=3</guid>
		<description><![CDATA[โลกนี้จะเป็นอย่างไรถ้าหากว่าข้าราชการหรือพนักงานของรัฐทำงานโดยไม่ต้องทำรายงานว่าตัวเองทำอะไรไปแล้วบ้าง  และทำงานเพื่อประโยชน์ของคนรับบริการอย่างเดียว  โดยไม่ต้องคำนึงว่าจะตรงกับ KPI หรือจะได้รับรางวัลหรือไม่ 
ที่ผ่านมา พอถึงเวลาที่คณะบอกว่าต้องส่งรายงานเพื่อรับค่าตอบแทนพิเศษ หรือเพื่อรับการประเมินว่าจะได้รับการพิจารณาให้ทำงานต่อไปหรือไม่  เสียเวลาทำรายงานนานมากมากจนคิดว่า น่าจะเอาเวลานั้นไปทำงานมากกว่า แล้วก็คิดว่า ยิ่งทำมาก ก็ยิ่งมาทำรายงานนานมากอีก
ข้อมูลที่เคยกรอก ก็ต้องกรอกแล้วกรอกอีก ทำให้ได้โครงการศึกษาด้วยตนเองให้นักศึกษาปริญญาโทได้หัวข้อหนึ่งว่า  ข้อมูลที่เคยกรอกลงไปในระบบ ให้ดึงออกมาใช้ได้เลย ไม่ต้องมาทำการคัดลอก (copy), วาง (paste), และตัดต่อรูปแบบของข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบที่แต่ละฝ่ายต้องการแตกต่างกัน
งานก็มีอยู่เยอะแยะ  งานบางงานทำแล้วจะทำให้ตัวเองได้คะแนน หรือมีผลทำให้ได้รางวัล แต่งานบางงาน เช่นตรวจรายงานของโครงการนักศึกษาอย่างละเอียด เพื่อให้นักศึกษาไ้ด้ปรับปรุงการเขียนให้ถูกต้องตามภาษาไทย  ใช้เวลานานมาก  แต่ถ้าหากพิจารณาดูแล้ว งานในส่วนนี้ไม่ได้มีผลต่อการประเมินตนเองเท่าไหร่  ถ้าอาจารย์ทุกคนคิดแต่จะทำงานเพื่อเป็นผลดีต่อการประเมินตนเองเท่านั้น ก็คงผิดหลักของการเป็นอาจารย์  อาจารย์น่าจะทำงานเพื่อช่วยพัฒนาความรู้ ความสามารถและคุณธรรมของลูกศิษย์มากกว่า
โลกนี้จะเป็นอย่างไรถ้านักศึกษาไม่ต้องสอบ  เรียนเพราะอยากรู้ ทำเพราะอยากทำเป็น ไม่ต้องมีคะแนนมาบังคับ  ไม่ต้องมีการแจกใบปริญญาเมื่อเรียนจบ  แต่เมื่อเรียนจบแล้ว ก็สามารถทำงานได้เลย  และมีความสามารถในการเรียนรู้ด้วยตนเอง
ใจจริงแล้ว ก็อยากเป็นอาจารย์ที่ไม่ต้องเช็คชื่อนักศึกษาตอนเข้าเรียน  แต่ถ้าไม่เช็คชื่อ นักศึกษาก็มักไม่เข้าเรียน นักศึกษาบางคนเข้าเรียนก็มาแต่กาย ใจอยู่ที่อื่น  ก็ต้องพยายามถามนักศึกษา  พยายามกระตุ้นให้นักศึกษาสนใจในสิ่งที่เรากำลังพูดอยู่   อยากให้นักศึกษาทำงานได้จริงตอนจบ ก็พยายามหาการบ้านหรืองานให้เขาฝึกหัดทำ  เราเองก็ต้องทำให้ได้ก่อน  ก็ต้องเสียเวลาศึกษา ทดลอง และแก้ไขปัญหางานที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ ที่ไม่มีเฉลยในตำราหรือหนังสือใด  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>โลกนี้จะเป็นอย่างไรถ้าหากว่าข้าราชการหรือพนักงานของรัฐทำงานโดยไม่ต้องทำรายงานว่าตัวเองทำอะไรไปแล้วบ้าง  และทำงานเพื่อประโยชน์ของคนรับบริการอย่างเดียว  โดยไม่ต้องคำนึงว่าจะตรงกับ KPI หรือจะได้รับรางวัลหรือไม่ </strong></p>
<p>ที่ผ่านมา พอถึงเวลาที่คณะบอกว่าต้องส่งรายงานเพื่อรับค่าตอบแทนพิเศษ หรือเพื่อรับการประเมินว่าจะได้รับการพิจารณาให้ทำงานต่อไปหรือไม่  เสียเวลาทำรายงานนานมากมากจนคิดว่า น่าจะเอาเวลานั้นไปทำงานมากกว่า แล้วก็คิดว่า ยิ่งทำมาก ก็ยิ่งมาทำรายงานนานมากอีก</p>
<p>ข้อมูลที่เคยกรอก ก็ต้องกรอกแล้วกรอกอีก ทำให้ได้โครงการศึกษาด้วยตนเองให้นักศึกษาปริญญาโทได้หัวข้อหนึ่งว่า  ข้อมูลที่เคยกรอกลงไปในระบบ ให้ดึงออกมาใช้ได้เลย ไม่ต้องมาทำการคัดลอก (copy), วาง (paste), และตัดต่อรูปแบบของข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบที่แต่ละฝ่ายต้องการแตกต่างกัน</p>
<p>งานก็มีอยู่เยอะแยะ  งานบางงานทำแล้วจะทำให้ตัวเองได้คะแนน หรือมีผลทำให้ได้รางวัล แต่งานบางงาน เช่นตรวจรายงานของโครงการนักศึกษาอย่างละเอียด เพื่อให้นักศึกษาไ้ด้ปรับปรุงการเขียนให้ถูกต้องตามภาษาไทย  ใช้เวลานานมาก  แต่ถ้าหากพิจารณาดูแล้ว งานในส่วนนี้ไม่ได้มีผลต่อการประเมินตนเองเท่าไหร่  ถ้าอาจารย์ทุกคนคิดแต่จะทำงานเพื่อเป็นผลดีต่อการประเมินตนเองเท่านั้น ก็คงผิดหลักของการเป็นอาจารย์  อาจารย์น่าจะทำงานเพื่อช่วยพัฒนาความรู้ ความสามารถและคุณธรรมของลูกศิษย์มากกว่า</p>
<p><strong>โลกนี้จะเป็นอย่างไรถ้านักศึกษาไม่ต้องสอบ  เรียนเพราะอยากรู้ ทำเพราะอยากทำเป็น ไม่ต้องมีคะแนนมาบังคับ  ไม่ต้องมีการแจกใบปริญญาเมื่อเรียนจบ  แต่เมื่อเรียนจบแล้ว ก็สามารถทำงานได้เลย  และมีความสามารถในการเรียนรู้ด้วยตนเอง</strong></p>
<p>ใจจริงแล้ว ก็อยากเป็นอาจารย์ที่ไม่ต้องเช็คชื่อนักศึกษาตอนเข้าเรียน  แต่ถ้าไม่เช็คชื่อ นักศึกษาก็มักไม่เข้าเรียน นักศึกษาบางคนเข้าเรียนก็มาแต่กาย ใจอยู่ที่อื่น  ก็ต้องพยายามถามนักศึกษา  พยายามกระตุ้นให้นักศึกษาสนใจในสิ่งที่เรากำลังพูดอยู่   อยากให้นักศึกษาทำงานได้จริงตอนจบ ก็พยายามหาการบ้านหรืองานให้เขาฝึกหัดทำ  เราเองก็ต้องทำให้ได้ก่อน  ก็ต้องเสียเวลาศึกษา ทดลอง และแก้ไขปัญหางานที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ ที่ไม่มีเฉลยในตำราหรือหนังสือใด  มีแต่การค้นหาความรู้่จากอินเทอร์เน็ต และพยายามแก้ไขปัญหาหรือข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น จากการตั้งสมมุติฐานและพิจารณาแนวทางแก้ปัญหาเอง  ถ้าบอกให้นักศึกษาทำ แต่ไม่ได้บอกว่า ทำไปแล้ว จะมีคะแนน ก็ไม่แน่ใจว่าจะมีนักศึกษากี่คนที่ทำ  ก็ต้องบอกว่ามีคะแนนนะ</p>
<p>โลกนี้ในยุคปัจจุบัน ความรู้และเทคโนโลยีพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว  อยากให้นักศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเองได้  ไม่ใช่คอยถามเพื่อนหรือคนอื่นอย่างเดียว  อยากให้เขาพึงพาตนเองได้  เขาจะรู้บ้างไหมว่า เขาควรจะฝึกฝนตนเองบ่อยๆ และเยอะๆ  โลกข้างหน้าไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดถ้าเขาไม่มีทักษะในการเรียนรู้ด้วยตนเอง</p>
<p>เขียนตามจินตนาการแค่นี้ก่อนนะ  ต้องกลับเขียนรายงานหลักฐานเชิงประจักษ์เพื่อสนับสนุนการประิเมินผลการปฏิบัติงานของตนเองก่อนแล้ว  ไม่ได้เกี่ยวกับการเลี้ยงลูกที่บล็อกนี้ตั้งใจจะเขียนถึงเท่าไหร่  แต่ก็เกี่ยวบ้างว่าทำให้มีเวลาในการดูลูกน้อยลง โชคดีที่มีแม่ของต้อมช่วยดูลูกให้อยู่</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/kanda/2009/02/01/%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%ab/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
	</channel>
</rss>
