<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	>

<channel>
	<title>ลานอุ๊ยสร้อย</title>
	<atom:link href="http://lanpanya.com/jchrn/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://lanpanya.com/jchrn</link>
	<description>อุ๊ยสร้อยบนลานเล็กๆ ของการเรียนรู้</description>
	<pubDate>Sat, 13 Mar 2010 16:05:39 +0000</pubDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.5.1</generator>
	<language>en</language>
	<image>
  <link>http://lanpanya.com/jchrn</link>
  <url>http://lanpanya.com/jchrn/</url>
  <title>ลานอุ๊ยสร้อย</title>
</image>
		<item>
		<title>ลองเลย!</title>
		<link>http://lanpanya.com/jchrn/archives/459</link>
		<comments>http://lanpanya.com/jchrn/archives/459#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 13 Mar 2010 15:55:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>อุ๊ยสร้อย</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[การจัดการความรู้]]></category>

		<category><![CDATA[การจัดการศึกษา]]></category>

		<category><![CDATA[การเรียนการสอน]]></category>

		<category><![CDATA[การเรียนรู้ชีวิต]]></category>

		<category><![CDATA[ความปกติ]]></category>

		<category><![CDATA[ธรรมะในชีวิตประจำวัน]]></category>

		<category><![CDATA[เฮฮาศาสตร์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/jchrn/?p=459</guid>
		<description><![CDATA[ความแตกต่างระหว่างเด็กกับผู้ใหญ่&#8230;น่าจะอยู่ที่ คำๆ เนี่ยค่ะ  
 &#8220;ลองเลย&#8221;


ความเป็นเด็กคงไม่ได้เกี่ยวกับอายุสักเท่าไหร่&#8230;แต่คงเกี่ยวที่ในวัยเด็ก เด็กที่ผ่านการสอนสั่งด้วยข้อห้าม ข้อจำกัดมากมาย ก็คงไม่ค่อยอยากจะ &#8220;ลองเลย&#8221; และความไม่กล้าก็สะสมกลายเป็นเหตุผลของการไม่อยากลอง กลัวผิด กลัวจะสูญเสีย ฯลฯ
พออายุผ่านประสบการณ์มากขึ้น จนเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ เรื่องไม่อยาก &#8220;ลองเลย&#8221; ก็มีมากขึ้นๆ เพราะมันมีกรอบชั้นนอกชั้นในกรองไว้หลายชั้น&#8230;แถมฝังลึกจนกลายเป็นคนไปห้ามปรามไม่ให้เด็กรุ่นถัดไป &#8220;ลองเลย&#8221; ด้วยซ้ำ
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ที่พูดมายาวยืด เพราะส่วนหนึ่งของความกล้าลองหรือไม่กล้าลองเป็นประสบการณ์ตรงของตัวเอง และจากการสังเกตคนอื่นๆ
ประสบการณ์ตรงของตัวเองก็คือการที่เป็นคนไม่กล้าลองหลายๆอย่าง ขาดความมั่นใจว่าถ้าลองแล้วจะมีผลอะไรไหม แต่ก็มีหลายอย่างที่ค้นพบว่า การลองไม่ใช่เรื่องยาก ลองทำเรื่องที่แปลกแตกต่างที่ยังอยู่ในขอบเขตของความถูกต้อง ลองคิดต่างจากที่เคยคิด ลองทำสิ่งที่ไม่เคยทำ ลองลงมือในสิ่งที่ไม่มีใครลงมือทำ ฯลฯ แต่ก็ไม่ได้ &#8220;ลองเลย&#8221; ไปทุกเรื่อง&#8230;ยังมีเหมือนเชือกบางๆที่มองไม่เห็นฉุดรั้ง&#8230;เชือกบางๆนี้เหมือนเป็นเสียงกระซิบว่า &#8220;อย่านะ&#8230;ถ้าทำตัวไม่เหมือนใคร&#8230;จะไม่มีพวกนะ&#8230; ระวังนะ..&#8221; จนทำให้ไม่ได้ &#8220;ลองเลย&#8221; ในหลายเรื่อง&#8230;ยังคงมีความกล้าๆกลัวๆ อย่างไม่มีเหตุผลอธิบายก็หลายอย่าง
ประสบการณ์ตรงที่ได้ย้อนสะท้อนคิดทำให้เข้าใจคนที่ไม่ยอมทำสิ่งที่ &#8220;คิดไปเอง&#8221; ว่าจะดูไม่ดีในสายตาของคนอื่นๆ จนกว่าจะมีคนรับผิดชอบแทนถึงจะยอมทำ หรือคนที่จะไม่ยอมรับความผิดพลาด ไม่ยอมรับว่าเรื่องราวต่างๆ ของสังคมที่อยู่ร่วมกันทุกคนมีส่วนร่วมรับผิดชอบในผลรวมทั้งหมด 
ความกลัว ความระมัดระวังและการที่อยู่ในโหมดปกป้องตลอดเวลา ก็เป็นเหมือนเครื่องฉุดรั้งให้ยิ่งถลำเข้าสู่ความยากในการที่จะปลดปล่อยตัวเองให้เป็นปกติ
&#8220;ลองเลย&#8221; อาจจะเป็นเครื่องหมายของการกลับเป็นหนุ่มสาวของคนที่อายุเพิ่มขึ้น เมื่อผู้ที่อายุมากขึ้นนั้นได้ค้นพบศักยภาพของตัวเองว่าสามารถทำ สามารถคิด สามารถตัดสินใจในสิ่งที่แตกต่างจากที่เคยคุ้นชิน &#8230;.บางคนได้ค้นพบตัวเองเมื่อเข้าวัยกลางคน &#8230;แต่อีกจำนวนมากที่มองไม่เห็นตัวเองในแง่มุมที่จะพาให้หลุดพ้นจากความกลัวการลองสิ่งใหม่ๆ
การที่จะกล้าคิด &#8220;ลองเลย&#8221; ก็คงอยู่ที่การคิดให้ถูกด้วย เพราะถ้ามัวแต่คิดกริ่งเกรง คิดไปเอง คิดไม่อยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่ครบถ้วน [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/jchrn/archives/459/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>วิถีแบบแมว</title>
		<link>http://lanpanya.com/jchrn/archives/449</link>
		<comments>http://lanpanya.com/jchrn/archives/449#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 11 Mar 2010 14:50:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>อุ๊ยสร้อย</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[การเรียนรู้ชีวิต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/jchrn/?p=449</guid>
		<description><![CDATA[     ลูกแมวน้อยสี่ตัวจากแม่แมวท้องแรก
รอดและปลอดภัยด้วยสัญชาตญาณรู้รักและปกป้องลูก
เสาะแสวงหาที่ปลอดภัยที่สุดให้ลูกอยู่
และคลุกคลีไม่ห่างกายเช้าค่ำ
 


เมื่อลูกแมวเริ่มวิ่งเล่นเองได้ แม่แมวก็เริ่มปลดปล่อยให้อิสระกับลูก
สอนสั่งให้หัดจับหนูและแมลงสัตว์ต่างๆ
สอนให้ลูกรู้หลีกและรู้สู้
รู้พิษและรู้ภัย

ต่อเมื่อลูกน้อยเติบใหญ่
ชีวิตน้อยๆก็ต้องหัดอยู่ให้ได้ตามลำพัง
แม่แมวจะปล่อยและเฝ้าดูห่างๆ แต่ไม่ให้ลูกพึ่งพา
และเริ่มทำท่าขู่ให้ลูกรู้สู้และรู้ป้องกันตัว

แมวน้อยเรียนรู้จะอยู่โดดเดี่ยว
หัดคุ้นเคยกับความเป็นตัวของตัวเอง
มีวิถีของตัวเองอย่างอิสระ
และเอาตัวรอดด้วยการตัดสินใจตามลำพัง

ลูกแมวสี่ตัวแยกย้าย
ยามพรากจากกัน
ไม่ได้ร่ำลา
ไม่รู้อนาคต
ไม่รู้อะไรเลย

เพื่อชีวิตที่อยู่รอด
ลูกแมวน้อยจำเป็นต้องใช้ทุกสิ่งที่เรียนรู้
ประสบการณ์ทำให้มีบุคลิกของตัวเอง
มีความคิดของตัวเอง
และไม่ต้องไปรวมกลุ่มเพื่อเรียกร้องอะไรจากใคร

อีกทั้งไม่ต้องเกณฑ์ใครมาเรียกร้องแทน
แมวน้อยเติบใหญ่และเพื่อที่จะมีชีวิต
ไม่ใช่เพื่อทำร้ายตัวเอง
แมวน้อยกินพออิ่ม นอนพอหลับ เที่ยวพอเพลิน
ยังชีวิตกับปัจจุบัน
ไม่สะสม
ไม่ดิ้นรนจนเกินพอดี
&#8230;&#8230;&#8230;.
วิถีแมว ..วิถีปัจจุบัน
 
]]></description>
		<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/jchrn/archives/449/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ร้อน ร้อน ร้อน</title>
		<link>http://lanpanya.com/jchrn/archives/447</link>
		<comments>http://lanpanya.com/jchrn/archives/447#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 09 Mar 2010 14:23:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>อุ๊ยสร้อย</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[การเรียนรู้ชีวิต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/jchrn/?p=447</guid>
		<description><![CDATA[เข้าหน้าร้อนปีนี้ อะไรๆ ก็ดูจะร้อนแรงไปหมด&#8230;

ทุกอย่างดูเหมือนถูกเร่งเร้าให้รู้สึกร้อนมากกว่าอุณหภูมิจริงๆ&#8230;อืม..สเกลวัดอุณหภูมิดูจะหมดความน่าสนใจ ไม่น่ารู้ว่าตอนนี้กี่องศาแล้ว
เพราะความรู้สึกร้อนรุ่มมันนำไปให้ร้อนกว่า ร้อนหรือเย็นเป็นเรื่องของความรู้สึก แต่ละคนก็รู้สึกไม่เท่ากัน..อาจจะรู้สึกในทิศทางเดียวกันแต่คงไม่เท่ากัน&#8230;
ฟังข่าวว่าจุดร้อนในเชียงใหม่วัดได้กว่า 600 จุด กับข่าวของวันนี้ ว่าไฟไหม้ป่าบนดอยสุเทพฯ ด้านหลังสนามเจ็ดร้อยปีก็ทำให้รู้สึกว่าความร้อนมันใกล้ตัวมาก&#8230;หวังว่าคงไม่เกิดไฟไหม้ลามลงในหมู่บ้านหรือละแวกคนอยู่อาศัย
&#8230;.
ความร้อนกับอากาศที่อึมครึม มองฟ้าก็ไม่กระจ่าง ก็ทำให้ความรู้สึกหนักอึ้งต่อบรรยากาศรอบตัว ดูจะหนักยิ่งขึ้นเรื่อยๆ
&#8230;.
ไม่รู้เพราะเหตุนี้ด้วยหรือเปล่า&#8230;ผู้คนก็เลยพูดกันเสียงดัง นิยมตะโกนกันมากขึ้นๆ &#8230;ออกอาการเต็มที่เวลาไม่พอใจหรือไม่ได้ดั่งใจ ทุกอย่างก็จะต้องได้เดี๋ยวนี้เท่านั้น&#8230;
&#8230;
นึกถึงทฤษฎีของความเครียด ที่คนเราจะรับแรงกดดันได้ในระดับหนึ่ง อย่างเสียงที่ดังแว๊กๆๆๆ ถ้าฟังบ่อยๆ ก็ชิน..จนสุดท้ายก็กลายเป็นฟังหูซ้ายออกหูขวา..และจับใจความไม่ได้ว่าพูดอะไร&#8230;.คนเราจะเป็นองค์กรจัดการตัวเองซะจริงๆ อะไรที่รบกวนถ้าหลบเลี่ยงไม่ได้ ก็จะปรับตัวหรือมีวิธีการอยู่ให้ได้กับสิ่งที่รบกวนนั้น&#8230;.หรืออาจจะประเมินค่าต่อสถานการณ์นั้นว่าท้าทายหรือคุกคาม&#8230;อาจจะหาเหตุผลมาอธิบาย หาแหล่งประโยชน์มาพิจารณาใคร่ครวญว่าจะจัดการสถานการณ์ได้หรือไม่
&#8230;.
การอยู่ในสถานการณ์ที่คุกคามตลอดเวลา ร่างกายก็จะตื่นตัวเกิดการเปลี่ยนแปลงทางสรีระภาพ&#8230;หากสถานการณ์เรื้อรังก็จะทำให้เกิดความเจ็บป่วยรุนแรงและเรื้อรังได้
&#8230;.
ความร้อนที่ระอุ แถมดูเหมือนว่าจะเพิ่มดีกรีความร้อนแรงด้วยอะไรก็แล้วแต่&#8230;ในระยะต้นอาจจะไม่น่ากลัวอะไรนัก แต่ในระยะยาว&#8230;น่ากลัวต่อสุขภาพของทุกคนซะจริงๆ
&#8230;
ละเมอเพ้อเจ้อกับแรงร้อน
]]></description>
		<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/jchrn/archives/447/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ช่วงเวลาหนุ่มสาวและเยาว์วัย</title>
		<link>http://lanpanya.com/jchrn/archives/446</link>
		<comments>http://lanpanya.com/jchrn/archives/446#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 07 Mar 2010 13:13:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>อุ๊ยสร้อย</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[การเรียนรู้ชีวิต]]></category>

		<category><![CDATA[ความปกติ]]></category>

		<category><![CDATA[ความสุข]]></category>

		<category><![CDATA[สังคมสุขภาวะ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/jchrn/?p=446</guid>
		<description><![CDATA[มีญาติผู้ใหญ่กันไหมคะ..ญาติผู้ใหญ่ที่อายุ 70 -80 -90 ปี หลายๆคน ที่แยกย้ายอยู่กันคนละจังหวัด&#8230;น้านนานจึงจะมีโอกาสได้เจอกันซะที
อุ๊ยนี่นะคะมีญาติผู้ใหญ่ชั้นลุงและป้าทางฝ่ายแม่และอาปา ค่อนข้างพอควร

ญาติทางแม่อายุมากสุดก็ 89 ปี นอกนั้นก็ถัดๆ กันมา 85 84 80 79 78 &#8230;เรื่อยลงมา จนถึงชั้นรุ่นพี่ที่เริ่มแตะ 60 กว่าๆ เกือบ 70 กันบ้างแล้ว
ส่วนญาติทางอาปา อายุมากสุดก็ 90 และลงไปถึง 70 ปีก็หลายคน ชั้นพี่ก็เกือบ 60 ปีกันแล้ว
ก็แก่ๆ ไล่ๆ กันไป
โรคภัยก็เยี่ยมเยือนกันทั่วหน้าจนไม่ค่อยได้ไปเยี่ยมเยือนกันเหมือนช่วงอายุที่น้อยกว่านี้ ..จะไปไหนก็อาศัยลูกหลานพาไป
ซึ่งไม่ค่อยว่างจากงานเท่าไหร่ ..น้านนานจึงจะได้พบปะกันซะที
&#8230;..
เรื่องไปเยี่ยมญาตินี่ ดูเหมือนว่าทั้งบ้านนี่อุ๊ยจะได้รับหน้าที่เป็นลูกคนที่พาอาปาและแม่ไปเยี่ยมญาติคนอื่นๆ ที่อยู่ไม่ไกลเกินจะไปได้ และที่จะไปได้ก็มักเป็นวันอาทิตย์ &#8230;
อาทิตย์กลางเดือนกุมภาพันธ์ก็พาไปเยี่ยมญาติที่อำเภอป่าซาง ไปเยี่ยมทีไรก็ได้รับพรทุกที&#8230;อิอิ
วันนี้ก็พา สว. สองคนไปเยี่ยมญาติที่ได้ข่าวว่าเจ็บป่วยช่วยตัวเองได้น้อยลงที่ จ. ลำพูน 
ไปแล้วก็ได้เจอะเจอญาติคนอื่นๆ ที่อยู่บ้านละแวกใกล้เคียงกัน
นั่งฟังคนสูงวัยคุยกันหลายเรื่อง
ที่หนีไม่ค่อยพ้นคือ เรื่องการถามถึงคนโน้นคนนี้ ลูกคนนั้นคนนี้ไปอยู่ที่ไหนทำอะไร
สุขภาพตอนนี้เป็นอย่างไง
รักษาที่ไหน
รักษาอย่างไง
มีวิถีสุขภาพกันอย่างไง
เรื่องที่เห็นเพลิดเพลินคุยกันก็เป็นเรื่องของสภาพบ้านเรือนในอดีต บ้านใครอยู่ตรงไหน มีเหตุการณ์อะไร เดี๋ยวนี้เป็นอย่างไง
ได้ฟังเรื่องราวของยุคนั้น ที่ใครทำอะไรที่ไหน เคยไปอยู่อาศัยช่วยเหลือกันหรือว่าไปเรียนหนังสือพักบ้านญาติคนไหนอย่างไร
บรรยากาศเหมือนย้อนยุคไปในอดีต 
คนสูงวัยอายุ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/jchrn/archives/446/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>วิถีที่เดิน</title>
		<link>http://lanpanya.com/jchrn/archives/445</link>
		<comments>http://lanpanya.com/jchrn/archives/445#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 06 Mar 2010 00:31:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>อุ๊ยสร้อย</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[การจัดการความรู้]]></category>

		<category><![CDATA[การเรียนรู้ชีวิต]]></category>

		<category><![CDATA[ความปกติ]]></category>

		<category><![CDATA[ความสุข]]></category>

		<category><![CDATA[ธรรมะในชีวิตประจำวัน]]></category>

		<category><![CDATA[สังคมสุขภาวะ]]></category>

		<category><![CDATA[อัตตา]]></category>

		<category><![CDATA[เฮฮาศาสตร์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/jchrn/?p=445</guid>
		<description><![CDATA[ประสบการณ์ของการขับรถทุกวันๆ มีทั้งถนนขับสวนทางสองเลนเล็กๆ กับถนนแปดเลนแบบวันเวย์ ก็นำมาตรึกตรองว่า
การกำหนดถนนวันเวย์ ขับตามกันไปแซงกันไปหันหน้าไปทิศเดียวกัน เร็วช้าต่างกันเท่านั้นเอง การขับรถไปในทางเดียวกันตามๆกัน มันเกิดความเคยชินและมีโอกาสละเลยความระมัดระวังได้สูง

ขณะที่ขับรถในทางสวนเลนได้โดยเฉพาะทางสองเลนเล็กแคบ&#8230;จะเกิดความตื่นตัวระวังไม่ขับช้าขวางถนน ไม่แซงในทางแคบทางโค้ง&#8230;มองรถหลังเป็นระยะๆ สังเกตอาการของรถที่สวนมาว่ากินเลนมาจนต้องหลบหรือว่าเขาหลบให้&#8230;.ไฟที่สาดตรงกันข้ามสูงจนแยงตาไม่เกรงใจใครหรือว่า ลดไฟลงเมื่อใกล้ระยะ&#8230;.การเฝ้าระวังความปลอดภัยก็สูงขึ้น&#8230;ระวังการชนกันที่จะเป็นการกีดขวางเส้นทางเดินของคนหมู่มาก
ทั้งสองแนวเป็นสถานการณ์ที่เหมือนเส้นทางชีวิตเหมือนกัน
     ถ้าบริบทไหนเกิดเรื่องราวซ้ำๆ เดิมๆ เป็นกรอบให้คนในสถานการณ์เกิดความคุ้นเคย ทำตามๆกัน เห็นคนอื่นก็ทำในทิศทางเดียวกัน&#8230;ความเคยชินก็จะทำให้ขาดความระมัดระวังได้ง่าย &#8230;ในด้านหนึ่ง..การเลือกเส้นทางเดินอยู่ในกลุ่มคนที่เจริญด้วยธรรมปัญญาเห็นวิถีสุขและคิดว่าไปถูกทางแล้ว ก็จะเจริญในธรรมไปได้ง่าย&#8230;แต่ในอีกด้านหนึ่งถ้าเลือกเส้นทางเดินในกลุ่มที่รีบแซงซ้ายป่ายขวา แก่งแย่งชิงดี&#8230;โอกาสเกิดความประมาทในธรรมก็สูงขึ้น
เส้นทางชีวิตที่อยู่ร่วมในสังคมโอกาสที่จะได้อยู่บนถนนวันเวย์แปดเลนก็ไม่ได้มีเสมอไป การสวนทางของความคิดและการกระทำระหว่างผู้คนก็มีอยู่เสมอ &#8230;ถ้าได้ตื่นตัวเฝ้าระวังการไปเสียเวลากับการปะทะหรือชนกันเมื่อขัดแย้งกัน หลบเลี่ยงการปะทะ  อะไรที่ยอมได้ถ้ามันจะทำให้คนส่วนมากได้ประโยชน์จากการใช้เส้นทางร่วมกันก็ทำ และทำด้วยความเบิกบานไม่ยึดว่าสิ่งที่ทำนั้นคราวนี้ยอมคราวหน้าไม่ยอม..ซึ่งจะเป็นการจองเวรไปเปล่าๆ
จะให้ใครเขาทำอย่างที่เราต้องการคงไม่ได้ทั้งหมด&#8230;แต่ตนเองก็ยังสามารถทำในสิ่งที่คิดว่าเป็นจุดหมายสำคัญคือการดำเนินชีวิตบนความไม่ประมาท รู้เท่าทันอารมณ์และความคิดของตัวเองให้เร็วขึ้น&#8230;รู้แล้ววาง รู้แล้ววาง อย่างไม่ต้องเปรียบเทียบใคร ไม่ต้องไปเร่งเครื่องยนต์หวังแซงใคร &#8230;
เส้นทางชีวิตที่เลือกเดินยังมีความน่าเพลิดเพลินในตนเองมากมาย&#8230;
มีสิ่งที่น่าค้นหา และน่าเรียนรู้ อย่างเป็นสุขในวิถีได้อย่างมหาศาลและอย่างน่าอัศจรรย์
]]></description>
		<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/jchrn/archives/445/feed</wfw:commentRss>
		</item>
	</channel>
</rss>
