บริษัทที่มีการทำงานเป็นระบบ ในทุกปี จะต้องมีช่วงแห่งการรวบรวมความคิด ระดมสมองของคนในองค์กร ในการ ที่จะมานั่ง ทบทวนตนเอง (Self Analysis) ทบทวนคู่แข่ง (Competitor Analysis) ทบทวนลูกค้า (Customer Analysis) รวมทั้ง ทบทวนปัจจัยภายใน (Internal Analysis) และปัจจัยภายนอก (External Analysis) ที่มีผลกระทบต่อองค์กรของเรา เพื่อมาวิเคราะห์ สังเคราะห์ และสร้างออกมาเป็น กลยุทธ์ ที่เราจะนำมาเป็นแผนงานสำคัญของบริษัท ในการแข่งขัน ไม่ใช่แค่เพียงเพื่อความอยู่รอดเท่านั้น (Survival) แต่เป็นการเติบโตอย่างยั่งยืน (Sustainable Growth) ขององค์กรของเรานั่นเอง (read more)

ผมได้เคยมีแนวคิดในการ สร้าง Digital KM โดยการ สร้าง Blog ในองค์กร ตามที่เคยได้เขียนเอาไว้ ที่นี่ 

(read more)

ในโรงงานอุตสาหกรรม การพัฒนาพนักงาน ในสายการผลิต เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อลดการทำงานที่ผิดพลาด ยกระดับคุณภาพสินค้า ลดต้นทุนการผลิต และ ปลอดภัยในการทำงาน ทั้งหมดที่กล่าวมานั้น ต้องเกิดจากการให้ความรู้ อย่างต่อเนื่องมากมายหลายหลักสูตร จนพนักงานก็มีความรู้สึกว่า มันเยอะจนแทบจดจำได้ไม่หมด เทคนิคการจดจำ ที่สำคัญคือการจดบันทึก แต่วิธีการจดบันทึกนั้น มีวิธีการที่ทำให้เราจดจำได้อย่างเป็นระบบ เข้าใจโครงสร้างสิ่งที่เรียนรู้ และ สามารถจดจำได้นานกว่า วิธีการอื่นๆ

(read more)

ผมได้อ่านหนังสือเล่มหนึ่งจั่วหัว ไว้ว่า “สร้างลูกน้องให้ได้ผลงานสูงสุด” โดย American Management Association แปลและเรียบเรียงโดย สมชาย สัมฤทธิ์ทรัพย์ หนังสือเล่มนี้ได้กล่าวถึง การบริหารจัดการคน เพื่อให้ได้ผลงานออกมาสูงสุด การบริหารคนที่ทำให้เขายอมทำงาน และทำได้อย่างมีประสิทธิผลสูงนั้น เป็นศาสตร์สูงสุด จึงทำให้คนเขียนหนังสือแนวนี้มาก หาอ่านกันได้มากมาย แต่การอ่านหากไม่นำมาสู่การปฏิบัติ การทดลอง การทดสอบ ก็ย่อมสูญเปล่า

(read more)

ในปัจจุบันหลายองค์กร มีปัญหาในการสร้างพลังร่วมในองค์กร เพื่อบรรลุเป้าหมายที่สำคัญ หรือ วิสัยทัศน์ขององค์กรที่ตั้งไว้ การทำงานเป็นไปแบบต่างคนต่างทำ ต่างคนต่างตั้งเป้าหมาย บางครั้งนำไปสู่ความขัดแย้งในการทำงาน ความขัดแย้งของตัวบุคคล อันเป็นอุปสรรคที่สำคัญที่ไม่สามารถนำพา องค์กรไปสู่จุดที่ต้องการ การสร้างพลังร่วมในองค์กรจึงมีความสำคัญ และต้องศึกษาให้ถ่องแท้ ถึงเบื้องลึก เบื้องหลัง วิธีการ วัฒนธรรมองค์กร เพื่อสร้างจุดร่วมเดียวกัน แต่คนที่จะมองภาพได้ออก และมองเห็นจุดร่วมดังที่กล่าวมา ย่อมไม่พ้น คำว่า ผู้นำ เราคงต้องมารู้จักคำว่าผู้นำกันก่อนครับ

(read more)

ในการทำงานเป็นทีม หลายคนมีความรู้สึก ผลงานออกมาช้า มัวแต่ถกเถียงกัน ไม่ได้ข้อสรุป ที่ร้ายไปกว่านั้น อาจทะเลาะเบาะแว้งกัน จนเลิกมองหน้ากันไปเลย ทำให้การทำงานเป็นทีมไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีคนที่ประสบความสำเร็จจากการทำงานเป็นทีม มีคนมากมายที่สร้างสิ่งที่น่าทึ่งออกมา จากการทำงานร่วมกัน เขาสร้างสรรค์ผลงานออกมาได้อย่างไร จากความแตกต่างของคนที่เข้ามาร่วมงานกัน เราคงต้องรู้ก่อนว่า ทำงานเป็นทีมต้องประกอบด้วยอะไรบ้าง

(read more)

หากจัดตั้งกลุ่ม วิพากษ์ หรือให้ยกตัวอย่างปัญหาขององค์กรให้มาวิพากษ์กัน หัวข้อหนึ่งที่ทุกคนมักเห็นด้วยที่จะนำมาถกกัน ก็คือ ปัญหา การสื่อสารในองค์กร เพราะทุกที่ มีปัญหาเรื่องการสื่อสารเหมือนกันหมด โดยเฉพาะองค์กรใหญ่ๆ ที่มักมีความยุ่งยากในการนำข่าวสารลงไปกระจายให้ถึงทุกคน

ปัญหาในการสื่อสารที่เกิดขึ้นในองค์กร ที่สรุปกันออกมาในการทำ case study ในการสัมนาต่างๆ มักหนีไม่พ้น

(read more)

Posted by kajonsaks on the 4th of กันยายน, 2008 at 2:26 (เย็น) under การบริหารจัดการโรงงาน.    This post has 2 comments.

ผมเคยเขียนเรื่อง วัฒนธรรมองค์กร มาแล้วครั้งหนึ่ง (http://gotoknow.org/blog/productionmgt/152852) แต่วันนี้ที่ต้องมาเขียนเรื่องนี้อีก เพราะไปร่วมกับคนกลุ่มหนึ่งที่เป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่าขององค์กรต่างๆ ได้ส่งเขาเหล่านั้นมาพบกันที่ Rose Garden นครปฐม โดยองค์กรหวังว่า จะให้เขาเหล่านี้ รวมทั้งตัวผมด้วย จะได้รู้จักตัวเอง รู้จักผู้อื่น และได้ปรับเปลี่ยนตัวเองเสียที..สงสัยบริษัทจะมองเห็นอะไรในตัวพวกเราแล้วซี…การสัมนาครั้งนี้ได้เพิ่มวรยุทธ์ให้แต่ละคน ได้รู้ว่า จะเป็น คนที่สมบูรณ์แบบได้อย่างไร โดยเป็นคนที่เก่งทั้งคนและเก่งทั้งงาน และรู้วิธีที่จะทำให้เกิดพลังร่วมขององค์กร (Synergy) ด้วยหลักการ สัมพันธภาพ ที่ได้เขียนไปแล้วในบันทึกก่อนหน้านี้ ((read more)

ทุกวันนี้คนที่กำลังยุ่งหัวปั่น ในการแก้ไขปัญหา ประจำวัน หรือสิ่งที่ดำเนินไป เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย ดูเหมือนยุ่งเหยิง และไร้จุดจบ บางคนกลับมานั่งมองฟ้า ถามใจตัวเอง ชีวิตเราจะประสบความสำเร็จเมื่อไหร่หนอ ปัญหาทั้งหลายแหล่ เมื่อไหร่จะหมดลง นั่งมองไปมองมา ก็ต้องรีบวิ่งวุ่นไปแก้ปํญหาอีกแล้ว บางครั้งอดเศร้าใจไม่ได้ ลงทุนลงแรงไปมาก วาดหวังสิ่งที่ทำไป จะเกิดผล จะ ทำให้กิจการรุ่งเรือง จะทำผลงานให้ได้เป้าหมาย จะ ทำให้ปัญหาลดลง แต่ผลออกมา ไม่เลย มันไม่ได้อย่างที่คิด ที่ฝัน ไม่คุ้มเลยกับความทุ่มเท ลองฟังประโยคนี้ ” for many events, 80% of the effects comes from 20% of the causes.” สิ่งทั้งหลายทั้งปวง 80% ของผลที่เกิดขึ้นนั้น เกิดมาจาก 20% ของสิ่งที่ทำ”         

(read more)

Posted by kajonsaks on the 30th of สิงหาคม, 2008 at 2:38 (เย็น) under การบริหารจัดการโรงงาน.    This post has 4 comments.

ชื่อหัวข้อวันนี้ออกจะ หมิ่นเหม่ไปสักหน่อย แต่รับรองว่า อ่านแล้วยิ้มออกแน่นอน “ทำอย่างไร ให้เขายอม?” เป็นสิ่งที่ถ่ายทอดออกมาเป็นตัวหนังสือ ของ อาจารย์ สิทธิโชค จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ บริษัทผมได้เชิญท่านมาทำการสำรวจสุขภาพองค์กร ว่าแข็งแรงดี มีความสุขหรือไม่ อาจารย์ได้ สรุปผลการสำรวจอย่างน่าประทับใจ ทั้งชี้แนะแนวทางการสร้างความสุขให้กับคนในองค์กร ผมจึงไปหาหนังสือท่านมาอ่านประดับความรู้ซะหน่อย ก็ได้เจอหนังสือเล่มแดงแรงฤทธิ์ จั่วหัวว่า “ทำอย่างไร ให้เขายอม?” (read more)

ในการดำเนินธุรกิจในปัจจุบันนั้น ยากลำบากขึ้นทุกที ทั้งจากปัจจัยภายนอก และปัจจัยภายใน รุมเร้าทำให้หลายๆองค์กร ต้องกลับมานั่งทบทวน กลยุทธ์ (Strategy) กันใหม่ ในช่วงปี 40 ปีแห่งฟองสบู่ ธุรกิจล้มหายตายจากกันไปมาก เนื่องจากค่าเงินบาทอ่อนตัว จนหนี้สินเพิ่มขึ้นชั่วข้ามคืน ผ่านมา 10 ปี องค์กรที่อยู่รอดเริ่มปรับตัว การดำเนินธุรกิจ เริ่มลืมตาอ้าปาก เข้าสู่ยุคเฟื่องฟูอีกครั้ง โดยเฉพาะหลายองค์กร อาศัย ค่าเงินบาท ที่อ่อนตัวส่งออกสินค้ากันมากมายจนแทบผลิตไม่ทันต่อความต้องการ แต่อนิจจัง สองปีที่ผ่านมา ค่าเงินบาทกลับตาลปัตร์ ค่าเงินบาทเริ่มแข็งค่า เราเริ่มเห็นองค์กรที่ฉกฉวย โอกาสจากค่าเงินบาทที่อ่อนตัวลง เริ่มล้มหายตายจากไป เพราะเมื่อค่าเงินบาทแข็งค่า ความสามารถในการแข่งขัน (Competitiveness) เริ่มหมดไป ความสามารถในการอยู่รอดก็ริบหรี่ สุดท้ายอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงาน ไม่มีมูลค่าเพิ่มสินค้า (Value Added) ต้องปิดกิจการลอยแพคนงานหลายพันคน (read more)

ไฟไหม้ๆๆๆ…เสียงตะโกน ทำให้ทุกคนในระแวกนั้น ตื่นตะหนกตกใจ บางคนไม่รู้จะทำอะไร ได้แต่ตะโกนส่งเสียงตามๆกันไป บางคนสติดีก็รีบย้ายของสำคัญของมีค่าออกจากบ้าน บางคนอารามตกใจฮอร์โมนหลั่ง ทำให้สามารถยกตุ่มน้ำทั้งตุ่ม หนีไฟได้ นึกภาพเราจะเห็นความสับสนอลหม่านของผู้คนเมื่อเกิดวิกฤติ ไม่เคยมีการซักซ้อม ไม่เคยได้รับการฝึกฝน ทำให้ ทุกคนไม่ได้คิดถึงเรื่องการดับไฟเลย ทุกคนมัวแต่หนี หรือยกย้ายสิ่งของของตัวเองออกจากกองเพลิง

ตราบจนเสียงไซเรนดัง หวอๆๆๆ..มาถึงที่เกิดเหตุ การดับไฟที่เป็นระเบียบแบบแผน ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี จึงเริ่มขึ้น สายฉีดส่งต่อเข้าไปถึงจุดเกิดเหตุ เมื่อพนักงานดับเพลิง จับหัวฉีดด้วยท่าทางที่ถูกต้อง สัญญาณให้เปิดน้ำก็ถูกส่งต่อไปให้กับผู้เปิดปั๊มน้ำ น้ำดับเพลิงแรงมหาศาลพุ่งฉีดไปในจุดที่เกิดเพลิงไหม้ ฉีดผ่านหน้าต่างกระจกแตกกระจาย พนักงานดับเพลิงเข้าไปทำลายสิ่งกีดขวางทางน้ำ เพื่อให้น้ำฉีดเข้าไปที่ต้นกำเนิดเพลิงได้อย่างดี ในการดับไฟ เพิ่มความสูญเสีย แต่เป็นการสูญเสียเพียงเล็กน้อย เทียบกับเป้าหมายในการดับไฟให้อยู่หมัดโดยเร็ว

(read more)

Posted by kajonsaks on the 28th of สิงหาคม, 2008 at 9:12 (เย็น) under การบริหารจัดการโรงงาน.    This post has 3 comments.

ทุกวันนี้ การทำงาน บางคนจะรู้สึกว่าตัวเอง เหมือนมีกรรม ปัญหาเกิดขึ้นให้แก้ไขไม่หยุดหย่อน ไม่มีเวลาที่จะคิดวางแผนงานหรือปรับปรุงอะไรได้ ต้องหมกมุ่นเวลาอยู่กับปัญหา ยิ่งเกิดปัญหาหนักหน่วง เข้าสู่วิกฤติ ยิ่งต้องหามรุ่งหามค่ำ จนแทบไม่มีเวลาให้ตัวเองให้ครอบครัว บางคนรู้สึกท้อ อยากจะลาออก อยากจะย้ายหน่วยงาน หากไปไหนไม่ได้ ก็ทำงานเหมือนคนหมดกำลังใจ ให้เวลาผ่านไปวันๆ กลับไปนอนก็กังวลว่า พรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้นมาอีก ที่จะต้องไปแก้ไข เหมือนเล่นหวยกันทุกวัน แถมถูกหวยทุกวันอีกต่างหาก

มองย้อนไกลออกมา มองพนักงานดับเพลิง (Fire Fighter) ทำงานเหมือนฮีไร่ในหนังบางเรื่องที่ดูแล้วตื่นเต้น และชื่นชมที่คนเหล่านี้ได้ช่วยชีวิตคน มีทรัพย์สินเสียหาย บางครั้งมีคนบาดเจ็บ ตาย จากเพลิงไหม้ เหมือนเป็นฮีโร่ในความสูญเสีย แต่หากมีการวางระบบป้องกันเพลิงไหม้ มีระบบดับเพลิงอัตโนมัติ มีการจัดระเบียบของไวไฟ ให้ห่างจากจุดที่เกิดประกายไฟ มีการตรวจตราอย่างสม่ำเสมอ ไม่มีฮีโร่เกิดขึ้นแต่ไม่มีเพลิงไหม้ ไม่มีการสูญเสีย ไม่มีบาดเจ็บล้มตาย แล้วเราอยากเป็นฮีโร่แบบไหนดี?

(read more)

ในช่วงเทศกาลต่างๆที่มีวันหยุดยาวหลายๆวัน รัฐบาลคงกำลังสั่งหน่วยงานราชการ ให้เตรียมการหลายๆอย่าง ไม่ว่า แพทย์ พยาบาล ตำรวจ เพื่อรองรับกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น มีการรายงานจำนวนศพทุกวัน เหมือนเกิดภาวะสงครามขึ้นอย่างไรอย่างนั้น แต่ก็ยังเห็นถึงความพยายามของทุกฝ่ายที่ช่วยกัน ลดอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นในช่วงเทศกาล ต่างๆขอให้ทุกท่านเดินทางโดยปลอดภัยมีความสุขมากๆในช่วงวันเทศกาลครับ

ในการทำงานในโรงงานก็เช่นกัน มีความเสี่ยงมากมาย (Risk) ที่จะทำให้อุบัติเหตุเกิดขึ้น และความเสี่ยงแต่ละความเสี่ยง เมื่อเกิดอุบัติเหตุแล้ว จะมีผลกระทบ (Impact) ต่อความสูญเสียมากน้อยแค่ไหน รุนแรงแค่ไหน

(read more)

ในหลายๆองค์กร ได้ศึกษาระบบ บริหารจัดการต่างๆ เข้ามาใช้ในองค์กร เพื่อหวังเสริมสร้าง ความแข็งแรงให้องค์กร ไม่ว่าจะมีระบบอะไรใหม่ คนนิยมใช้กันมาก ก็อยากที่จะนำมาใช้ด้วย เพราะหวังผลสำเร็จขององค์กรเราจะเหมือนกับองค์กรอื่นที่นำไปใช้ แต่คนในองค์กร หากไปฟังในวงสนทนา อาจทำให้ผู้บริหารหมดกำลังใจ ที่จะนำระบบบริหารจัดการที่ทันสมัย เข้ามาปรับปรุงองค์กร ด้วยคำพูดที่มักได้ยินบ่อยๆ

(read more)

วันที่ 25 เมษายน 2551 เดินทางสู่สนามบิน เกาซุ่ง ของไต้หวัน เป็นสนามบินนานาชาติ ในต่างจังหวัดของไต้หวัน จึงไม่มีสายการบินไทยมาลง แต่ได้ไป co-flight กับ สายการบิน China Airline มีการบินวันละเพียงเที่ยวเดียว ที่จะมาลง กรุงเทพ ตอนบ่ายสามโมง ยี่สิบ ไปถึง สนามบินเล็กมาก ก็สนามบินต่างจังหวัดนี่นา แต่ คนไต้หวันเยอะเหลือเกิน ที่จะมาเที่ยวเมืองไทยเรา คนจึงมากมายที่เคาน์เตอร์ เช็คอิน มีคนไทยที่ไปทำงานไต้หวันอีกพอสมควร ที่เดินทางหอบเงินค่าแรงค่าเหงื่อ กลับสู่บ้านเกิดเมืองนอน

                       

 

(read more)

วันนี้มีรายการทางโทรทัศน์ วัดโพธิ์ เป็นมรดกโลก มีพระรูปหนึ่งได้ กล่าวถึงประโยคนี้ ยิ่งเรียน ยิ่งได้ ยิ่งให้ ยิ่งเพิ่ม จึงนึกถึงในองค์กร ที่อยากสร้างตัวเอง เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ โดยพยายามที่จะให้ทุกคนในองค์กรได้เรียนรู้เพื่อเพิ่มศักยภาพของตนเอง เกิดสังคมใหม่ เป็นสังคมแห่งการแบ่งปัน เมื่อเรียนรู้แล้ว (Learning) ก็นำไปสอนผู้อื่น (Teaching) การเรียนรู้นอกจากทำให้เราได้มีความรู้มากขึ้นแล้ว แต่เมื่อต้องสอนผู้อื่น ยิ่งต้องทำความเข้าใจสิ่งที่จะนำไปสอนให้ถ่องแท้ นั่นจึงเป็นที่มา ของคำว่า ยิ่งเรียน ยิ่งได้ ยิ่งให้ ยิ่งเพิ่ม การเรียนรู้ การสอน จึงเป็นการทำไปสู่องค์กร Learning & Teaching Organization อย่างแท้จริง ซึ่งจะนำไปสู่ระดับที่สูงขึ้น คือ Coaching Organization

ภาพจาก http://www.1000ventures.com/design_elements/selfmade/km_learning-teaching-coaching_6×4.png

(read more)

ในการองค์กรทั่วไป มักมีการวางแผนเชิงกลยุทธ์ (Strategy Plan) โดยมองไปข้างหน้า 3 ปี 5 ปี ว่าจะอยู่รอดอย่างไร จะเติบโตอย่างไร โดยใช้ปัจจัยภายใน ปัจจัยภายนอก รวมทั้ง วิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และ อุปสรรค (SWOT) ต่างๆ แล้วมากำหนดเป้าหมายขององค์กร (Goal) กระจายเป้าหมายลงไปหน่วยปฏิบัติการ (Policy Deployment)  อย่างทั่วถึง เพื่อให้ทุกคน ทำงานให้บรรลุเป้าหมาย โดยหวังว่า เป้าหมายองค์กรในภาพรวม จะได้ตามที่ฝันไว้

(read more)

สวัสดีครับ วันนี้มีบางสิ่งบางอย่าง ที่ได้รับจากเพื่อนมาอีกที อ่านแล้ว ได้กำลังใจขึ้นอีกโข บางครั้งเราเหน็ดเหนื่อยกับชีวิต ทำไมเราไม่ประสบความสำเร็จ ทำอะไร ไม่ได้ผลตามที่คาดหวัง ฟ้าคอยกลั่นแกล้ง เหมือนต้องการให้เรา คอยพบแต่ความผิดหวังอยู่ร่ำไป ใครที่กำลังอยู่ในวังวนความคิดนี้ ต้องลองอ่านครับ แล้ว เราจะรู้สึกได้ว่า สิ่งที่เห็นอยู่ตอนนี้ ไม่ใช่สิ่งที่เราจะเป็นในอนาคต อ่านแล้วได้กำลังใจดีมากๆครับ อย่ายอมแพ้นะครับ

(read more)

สวัสดีครับ เมื่อวานนี้ผมได้เล่าเรื่องหนังสือ The Goal ซึ่ง ใช้ทฤษฎีการจัดการข้อจำกัด (Theory of Constraint) ได้มี อาจารย์จากมหาวิทยาลัย Iowa State university ชื่อ อาจารย์ Ciras ได้สรุปทฤษฎีนี้ออกมาอย่างน่าสนใจ ในโลกแห่งการแข่งขันทุกวันนี้ ต้นทุนดูเหมือนจะเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย ที่จะบอกว่าองค์กรของเราจะอยู่รอดได้หรือไม่ หากใครต้นทุนสูงกว่าก็จะต้องล้มหายตายจากไปจากวงการ ดังนั้น คนในองค์กรจึงถูกสอนสั่งมาในเรื่องต้นทุนอย่างเข้มข้น แต่เราก็พบว่า มันเป็นเกมส์ที่ไม่มีจุดสิ้นสุด หากใครหยุดคนนั้นก็ตาย มีหลายบริษัทต้องแข่งขันกับสินค้าจากเมืองจีน ที่มีต้นทุนถูกมากๆ จนบางครั้งแทบหมดกำลังใจ เมื่อเอาราคาสินค้าของเมืองจีนมาเทียบกับต้นทุนของเรา แล้วพบว่า ต้นทุนแพงกว่าราคาขาย เราจะทำอย่างไรดี

(read more)