<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	>

<channel>
	<title>ลานร่มเย็น</title>
	<atom:link href="http://lanpanya.com/aram/?feed=rss2" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://lanpanya.com/aram</link>
	<description>Just another ลานปัญญา weblog</description>
	<pubDate>Wed, 10 Oct 2012 14:47:17 +0000</pubDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.5.1</generator>
	<language>en</language>
			<item>
		<title>กินอิ่ม นอนอุ่น เที่ยวกับละมุนทัวร์</title>
		<link>http://lanpanya.com/aram/?p=158</link>
		<comments>http://lanpanya.com/aram/?p=158#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 10 Oct 2012 14:47:17 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aram</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/aram/?p=158</guid>
		<description><![CDATA[บันทึกแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 6 ตุลาคม 2555
ขึ้นต้นบันทึกหลังจากที่ได้กินอิ่มๆนอนอุ่นๆ เพียงพอแล้วมานั่งนอกระเบียงโดยไม่ต้องบิ๊วอารมณ์ เพราะว่าเล่นเกมได้คะแนนตามเป้าแล้วพอใจละ
คนเราก็มีอยู่แค่นี้เอง ต้องการแค่นี้เอง เพราะฉะนั้นงานที่หนักที่เหนื่อยเป็นเครื่องปรุงให้กับชีวิตอร่อยขึ้น  ชีวิตจะได้ไม่จีีดไม่เบื่อไงครับ
สมองคนเราก็แปลกพอกินอิ่ม นอนอุ่น มันจะมีช่วงเวลาที่จัดเรี่องราวดีๆ เรื่องราวที่บางทีคิดทั้งวันไม่ตก มาปิ๊งเอาอีตอนใกล้สว่างนี่แหละบางทีฝันเป็นตัวเลข
เรียกว่าครึ่งหลับครึ่งตื่นก็ว่าได้ บางครั้งเลยต้องมีกระดาษโน๊ตไว้ใกล้ๆ เผื่อไว้ หรือบางทีก็เป็นkey wordที่จะเอาไปใช้ในเช้าวันใหม่ เรียกว่าขอเป็นวัน ๆไปก็ได้
ช่วงเช้า 5 ตุลาคม ทางโรงพยาบาลกระบี่ได้จัดให้มีการแลกเปลี่ยนพูดคุยกันเพื่อนำไปสู่การเขียน โดยมีกลุุ่มเฮฮาศาสตร์เข้ามาแจม พ่อครูบา อาจารย์สร้อย ลุงเปลี่ยน น้าอึ่ง กระผม ร่วมกับบุคลากรที่น่าชื่นชมในความเสียสละ ปิดทองหลังพระ เหนื่อยท้อบางครั้ง แต่ก็มีคนเห็นและรับรู้
สำหรับตัวเองได้มารับรู้ถึงสิ่งที่ทุกคนได้ทำอยู่จากการเล่าในสิ่งที่เป็น สิ่งที่ทำ ความเสียสละทุ่มเท ได้ช่วยชีวิตคนจากมีความทุกข์ ชุบชีวิตคนเฉียดตายได้กลับคืนมาใหม่ ได้ไถ่ชีวิตยื้อชีวิตคน ได้รับรู้ความปลื้มปิติที่เก็บงำไว้มาหล่อเลี้ยงให้คนอื่นๆชื่นใจ ได้บุญอันใหญ่หลวง ซึ่งน้อยคนนักที่จะได้มีโอกาส เวทีแห่งนี้จึงเปิดให้ทุกคนได้บอกได้เล่าออกมา ไม่ยากเลยถ้าหากสิ่งดีๆเหล่านั้นฝังอยู่ในใจ
มากระบี่เมื่อ 20กว่าปีที่แล้วในฐานะนักศึกษาฝึกงาน เขามีให้เลือกเด็กดอยอย่างผมเลือกทะเล เลือกที่ไกลที่สุด นอนฟังเสียงทะเลเสียงคลื่น ตื่นเช้ากินขนมจีนผักสด ๆ บางวันก็เป็นแกงส้มเผ็ดสลบ รสชาดไปทำที่ไหนกินที่ไหนก็ไม่เหมือนไดมากินจากต้นตำรับ ได้คุยได้พูดสนทนากับแม่ค้า มาฟังภาษาใต้สนุก ได้วิ่งได้เดินเหยียบทรายริมชายทะเลตอนเช้าๆ ตอนเย็นเลิกงานก็เดินได้อีก ช่างมีเสน่ห์เหลือเกิน
กลางวันได้กินขนมจีนรำลึกอดีต [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>บันทึกแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 6 ตุลาคม 2555</p>
<p>ขึ้นต้นบันทึกหลังจากที่ได้กินอิ่มๆนอนอุ่นๆ เพียงพอแล้วมานั่งนอกระเบียงโดยไม่ต้องบิ๊วอารมณ์ เพราะว่าเล่นเกมได้คะแนนตามเป้าแล้วพอใจละ</p>
<p>คนเราก็มีอยู่แค่นี้เอง ต้องการแค่นี้เอง เพราะฉะนั้นงานที่หนักที่เหนื่อยเป็นเครื่องปรุงให้กับชีวิตอร่อยขึ้น  ชีวิตจะได้ไม่จีีดไม่เบื่อไงครับ</p>
<p>สมองคนเราก็แปลกพอกินอิ่ม นอนอุ่น มันจะมีช่วงเวลาที่จัดเรี่องราวดีๆ เรื่องราวที่บางทีคิดทั้งวันไม่ตก มาปิ๊งเอาอีตอนใกล้สว่างนี่แหละบางทีฝันเป็นตัวเลข</p>
<p>เรียกว่าครึ่งหลับครึ่งตื่นก็ว่าได้ บางครั้งเลยต้องมีกระดาษโน๊ตไว้ใกล้ๆ เผื่อไว้ หรือบางทีก็เป็นkey wordที่จะเอาไปใช้ในเช้าวันใหม่ เรียกว่าขอเป็นวัน ๆไปก็ได้</p>
<p>ช่วงเช้า 5 ตุลาคม ทางโรงพยาบาลกระบี่ได้จัดให้มีการแลกเปลี่ยนพูดคุยกันเพื่อนำไปสู่การเขียน โดยมีกลุุ่มเฮฮาศาสตร์เข้ามาแจม พ่อครูบา อาจารย์สร้อย ลุงเปลี่ยน น้าอึ่ง กระผม ร่วมกับบุคลากรที่น่าชื่นชมในความเสียสละ ปิดทองหลังพระ เหนื่อยท้อบางครั้ง แต่ก็มีคนเห็นและรับรู้</p>
<p>สำหรับตัวเองได้มารับรู้ถึงสิ่งที่ทุกคนได้ทำอยู่จากการเล่าในสิ่งที่เป็น สิ่งที่ทำ ความเสียสละทุ่มเท ได้ช่วยชีวิตคนจากมีความทุกข์ ชุบชีวิตคนเฉียดตายได้กลับคืนมาใหม่ ได้ไถ่ชีวิตยื้อชีวิตคน ได้รับรู้ความปลื้มปิติที่เก็บงำไว้มาหล่อเลี้ยงให้คนอื่นๆชื่นใจ ได้บุญอันใหญ่หลวง ซึ่งน้อยคนนักที่จะได้มีโอกาส เวทีแห่งนี้จึงเปิดให้ทุกคนได้บอกได้เล่าออกมา ไม่ยากเลยถ้าหากสิ่งดีๆเหล่านั้นฝังอยู่ในใจ</p>
<p>มากระบี่เมื่อ 20กว่าปีที่แล้วในฐานะนักศึกษาฝึกงาน เขามีให้เลือกเด็กดอยอย่างผมเลือกทะเล เลือกที่ไกลที่สุด นอนฟังเสียงทะเลเสียงคลื่น ตื่นเช้ากินขนมจีนผักสด ๆ บางวันก็เป็นแกงส้มเผ็ดสลบ รสชาดไปทำที่ไหนกินที่ไหนก็ไม่เหมือนไดมากินจากต้นตำรับ ได้คุยได้พูดสนทนากับแม่ค้า มาฟังภาษาใต้สนุก ได้วิ่งได้เดินเหยียบทรายริมชายทะเลตอนเช้าๆ ตอนเย็นเลิกงานก็เดินได้อีก ช่างมีเสน่ห์เหลือเกิน</p>
<p>กลางวันได้กินขนมจีนรำลึกอดีต ทางโรงบาลกระบี่จัดให้ ใช่เลย สองจาน จานแรกนึกถึงอดีด จานสองรับรสความอร่อยขอบคุณความตั้งใจของทางโรงพยาบาลที่จัดเตรียมใว้ให้เป็นอย่างดี ผักหมุย ผักมันปู ใบบัวบก ช่างเข้ากันกับกลิ่นน้ำแกงของขนมจีนอย่างบอกไม่ถูก ปิดท้ายด้วยปูสุราษฎร์ที่ครูปูจัดให้ ขอบคุณครูปูที่จัดอาหารโอชะ เป็นปูสมใจนึก ละเลียดกินขาปูทุกขา ตามด้วยก้ามปูแล้วก็ตัวปู อิ่มแล้วมีแรง แร๊วงๆๆๆๆ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/aram/?feed=rss2&amp;p=158</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>เตาดิน</title>
		<link>http://lanpanya.com/aram/?p=149</link>
		<comments>http://lanpanya.com/aram/?p=149#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 31 Dec 2011 16:18:41 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aram</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[การเรียนรู้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/aram/?p=149</guid>
		<description><![CDATA[หนาวนี้มีของเล่นเกี่ยวกับฟืนกับไฟ ครับ  เตาดิน สามหัวจากแบบของอาจารย์จุลพร นันทพานิช ที่ได้ร่างแบบไว้ให้
อาจารย์ใช้ทำขนมปังจากเตาดินแล้วติดใจในความหอมกรุ่น ของควันไฟ ไอดิน  สบโอกาสจึงได้ขอแบบเตาไว้ใช้ที่โรงเรียน หนึ่งเตา   บางคนเรียก เตาราง ก็มีบ้าง
กรรมวิธีใช้ปั้นดินแบบที่ใช้ก่อสร้างบ้านดินนั่นแหละครับ นวดดินแล้วกดลงพิมพ์ ตากให้แห้งแล้วก็นำไปก่อได้เลย คราวนี้ลองใช้ดินจอมปลวกรอบๆโรงเรียนเสียเลย  เพราะไม่ค่อยมีหิน ทรายปน 
ทดลองใช้เครื่องปั่นย่อยเศษใบไม้ย่อยดินก่อนใหญ่เป็นก้อนเล็ก ได้ผลดีครับ เพราะก่อนที่จะนำไปนวดผสมแกลบ หรือขี้เลี่อยเพื่อไม่ให้ดินก้อนเวลาแห้งแล้วไม่แตกร้าวต้องป่นดินให้ละเอียดแล้วผสมกับแกลบ/ขี้เลื่อย   สูตรดินจอมปลวกนี้ใช้แกลบหรือขี้เลื่อย ดินต่อแกลบหรือขี้เลื่อยอยู่ที่ สัดส่วน ดิน 5 ส่วน  แกลบหรือขี้เลื่อย 1 ส่วน คลุกเคล้าตอนแห้งผสมน้ำทีละน้อย จนเหนียวหนืดพอเข้าแม่พิมพ์ได้เวลาดึงพิมพ์ออกไม่แตก ไม่ย้วย   ดินถ้าจะให้ดีควรหมักไว้ซักหนึ่งคืนเพื่อให้ดินผสมอิ่มตัวเหนียวดีขึ้น
   
แบบหัวเตาที่ 1 และ2 วางกระทะ หรือหม้อดิน หัวเตาที่ 3 พิเศษเพิ่มมาเป็นที่อบขนมปัง โดยทำรางเสียบพิมพ์ขนมปังมีฝาปิด   ช่องที่ 4 เป็นท่อระบายความร้อน และเก็บน้ำส้มควันไม้ก็ได้
ทดลองจุดไฟ เตาติดไฟได้ง่ายเพราะอากาศไหลจากด้านหน้าเตาดี แต่หัวที่1 ร้อนช้าสุด เตาที่2 ร้อนช้ารองลงมา ส่วนเตาหัวที่ 3 เตาอบขนมปังร้อนเร็วสุด   [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://lanpanya.com/aram/files/2011/12/2011-11-07_08-11-34_913_resize.jpg"></a><a href="http://lanpanya.com/aram/files/2011/12/2011-11-24_13-50-00_992_resize.jpg"></a><a href="http://lanpanya.com/aram/files/2011/12/2011-11-23_13-19-55_539_resize.jpg"></a><a href="http://lanpanya.com/aram/files/2011/12/2011-11-22_15-40-12_706_resize.jpg"></a><a href="http://lanpanya.com/aram/files/2011/12/2011-11-11_12-03-09_242_resize.jpg"></a><a href="http://lanpanya.com/aram/files/2011/12/2011-11-11_09-24-03_289_resize.jpg"></a><a href="http://lanpanya.com/aram/files/2011/12/2011-11-24_12-58-25_285_resize.jpg"></a>หนาวนี้มีของเล่นเกี่ยวกับฟืนกับไฟ ครับ  เตาดิน สามหัวจากแบบของอาจารย์จุลพร นันทพานิช ที่ได้ร่างแบบไว้ให้<a href="http://lanpanya.com/aram/files/2011/12/2011-11-07_08-11-34_913_resize.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-150" title="2011-11-07_08-11-34_913_resize" src="http://lanpanya.com/aram/files/2011/12/2011-11-07_08-11-34_913_resize.jpg" alt="แบบเตา" width="250" height="195" /></a></p>
<p>อาจารย์ใช้ทำขนมปังจากเตาดินแล้วติดใจในความหอมกรุ่น ของควันไฟ ไอดิน  สบโอกาสจึงได้ขอแบบเตาไว้ใช้ที่โรงเรียน หนึ่งเตา   บางคนเรียก เตาราง ก็มีบ้าง</p>
<p>กรรมวิธีใช้ปั้นดินแบบที่ใช้ก่อสร้างบ้านดินนั่นแหละครับ นวดดินแล้วกดลงพิมพ์ ตากให้แห้งแล้วก็นำไปก่อได้เลย คราวนี้ลองใช้ดินจอมปลวกรอบๆโรงเรียนเสียเลย  เพราะไม่ค่อยมีหิน ทรายปน </p>
<p>ทดลองใช้เครื่องปั่นย่อยเศษใบไม้ย่อยดินก่อนใหญ่เป็นก้อนเล็ก ได้ผลดีครับ เพราะก่อนที่จะนำไปนวดผสมแกลบ หรือขี้เลี่อยเพื่อไม่ให้ดินก้อนเวลาแห้งแล้วไม่แตกร้าวต้องป่นดินให้ละเอียดแล้วผสมกับแกลบ/ขี้เลื่อย   สูตรดินจอมปลวกนี้ใช้แกลบหรือขี้เลื่อย ดินต่อแกลบหรือขี้เลื่อยอยู่ที่ สัดส่วน ดิน 5 ส่วน  แกลบหรือขี้เลื่อย 1 ส่วน คลุกเคล้าตอนแห้งผสมน้ำทีละน้อย จนเหนียวหนืดพอเข้าแม่พิมพ์ได้เวลาดึงพิมพ์ออกไม่แตก ไม่ย้วย   ดินถ้าจะให้ดีควรหมักไว้ซักหนึ่งคืนเพื่อให้ดินผสมอิ่มตัวเหนียวดีขึ้น</p>
<p><a href="http://lanpanya.com/aram/files/2011/12/2011-11-11_09-24-03_289_resize.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-151" title="2011-11-11_09-24-03_289_resize" src="http://lanpanya.com/aram/files/2011/12/2011-11-11_09-24-03_289_resize-223x300.jpg" alt="ย่อยดินด้วยเครื่องย่อยใบไม้" width="223" height="300" /></a><a href="http://lanpanya.com/aram/files/2011/12/2011-11-11_12-03-09_242_resize.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-152" title="2011-11-11_12-03-09_242_resize" src="http://lanpanya.com/aram/files/2011/12/2011-11-11_12-03-09_242_resize-223x300.jpg" alt="อัดลงพิมพ์" width="223" height="300" /></a><a href="http://lanpanya.com/aram/files/2011/12/2011-11-22_15-40-12_706_resize.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-153" title="2011-11-22_15-40-12_706_resize" src="http://lanpanya.com/aram/files/2011/12/2011-11-22_15-40-12_706_resize-223x300.jpg" alt="" width="223" height="300" /></a> <a href="http://lanpanya.com/aram/files/2011/12/2011-11-23_13-19-55_539_resize.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-154" title="2011-11-23_13-19-55_539_resize" src="http://lanpanya.com/aram/files/2011/12/2011-11-23_13-19-55_539_resize-223x300.jpg" alt="" width="223" height="300" /></a> <a href="http://lanpanya.com/aram/files/2011/12/2011-11-24_12-58-25_285_resize.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-156" title="2011-11-24_12-58-25_285_resize" src="http://lanpanya.com/aram/files/2011/12/2011-11-24_12-58-25_285_resize.jpg" alt="" width="300" height="224" /></a> <a href="http://lanpanya.com/aram/files/2011/12/2011-11-24_13-50-00_992_resize.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-155" title="2011-11-24_13-50-00_992_resize" src="http://lanpanya.com/aram/files/2011/12/2011-11-24_13-50-00_992_resize.jpg" alt="" width="300" height="224" /></a></p>
<p>แบบหัวเตาที่ 1 และ2 วางกระทะ หรือหม้อดิน หัวเตาที่ 3 พิเศษเพิ่มมาเป็นที่อบขนมปัง โดยทำรางเสียบพิมพ์ขนมปังมีฝาปิด   ช่องที่ 4 เป็นท่อระบายความร้อน และเก็บน้ำส้มควันไม้ก็ได้</p>
<p>ทดลองจุดไฟ เตาติดไฟได้ง่ายเพราะอากาศไหลจากด้านหน้าเตาดี แต่หัวที่1 ร้อนช้าสุด เตาที่2 ร้อนช้ารองลงมา ส่วนเตาหัวที่ 3 เตาอบขนมปังร้อนเร็วสุด   ตอนนี้ทดลองแต่ต้มไข่ยังไม่ได้ทดลองทำขนมปัง ดังว่า  กำลังหาคนมาช่วยทำสูตรแป้งขนมปังอยู่อ่ะครับ&gt;&gt;&gt;&gt;&gt;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/aram/?feed=rss2&amp;p=149</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ดอกมะดัน</title>
		<link>http://lanpanya.com/aram/?p=146</link>
		<comments>http://lanpanya.com/aram/?p=146#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 25 Jul 2011 14:46:45 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aram</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ต้นไม้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/aram/?p=146</guid>
		<description><![CDATA[เคยรู้จักตลก เด๋อ ดอกสะเดา ดู๋ ดอกกระโดน และดี๋ ดอกมะดัน มาตั้งแต่เด็กๆ ตลกคุณภาพ ไม่หยาบคาย 
 ดอกอื่นๆก็พอเคยเห็นมาบ่อยแล้วครับ แต่ว่าดอกมะดันเพิ่งเคยเห็นของจริง โยงเข้าหา ดอกมะดันได้แล้วอิอิ..
พูดถึงมะดัน คนเรามักจะน้ำลายสอ เพราะเปรี้ยวจี๊ดจ๊าด  http://www.vcharkarn.com/varticle/40472
ว่ากันว่าเป็นตระกูลเดียวกับมังคุดเสียอีกแน่ะ ชอบขึ้นในที่น้ำขังท่วมได้เป็นเวลานาน  เรียกว่าทนทาน 
แต่ว่าดอกมะดันนี้สิเครเคยเห็นบ้าง มาดูกันครับ มุมมองสวยแปลกตา  เพิ่งจะออกดอกปีแรก หลังจากที่ปลูกมาเกือบสิบปี  ต้นไม่โตสักทีแต่ว่าก็คุ้มค่ากับการรอคอย
  
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p class="MsoNormal"><span lang="TH">เคยรู้จักตลก เด๋อ ดอกสะเดา<span> </span>ดู๋<span> </span>ดอกกระโดน<span> </span>และดี๋<span> </span>ดอกมะดัน มาตั้งแต่เด็กๆ<span> </span>ตลกคุณภาพ ไม่หยาบคาย </span></p>
<p class="MsoNormal"><span lang="TH"><span> </span>ดอกอื่นๆก็พอเคยเห็นมาบ่อยแล้วครับ แต่ว่าดอกมะดันเพิ่งเคยเห็นของจริง</span><span> </span><span lang="TH">โยงเข้าหา<span style="text-decoration: underline;"><strong> ดอกมะดัน</strong></span>ได้แล้วอิอิ..</span></p>
<p class="MsoNormal"><span lang="TH">พูดถึงมะดัน<span> </span>คนเรามักจะน้ำลายสอ เพราะเปรี้ยวจี๊ดจ๊าด<span> </span><span> </span></span><a href="http://www.vcharkarn.com/varticle/40472">http://www.vcharkarn.com/varticle/40472</a></p>
<p class="MsoNormal"><span lang="TH">ว่ากันว่าเป็นตระกูลเดียวกับมังคุดเสียอีกแน่ะ ชอบขึ้นในที่น้ำขังท่วมได้เป็นเวลานาน <span> </span>เรียกว่าทนทาน </span></p>
<p class="MsoNormal"><span lang="TH">แต่ว่าดอกมะดันนี้สิเครเคยเห็นบ้าง มาดูกันครับ มุมมองสวยแปลกตา <span> </span>เพิ่งจะออกดอกปีแรก หลังจากที่ปลูกมาเกือบสิบปี  ต้นไม่โตสักทีแต่ว่าก็คุ้มค่ากับการรอคอย</span></p>
<p class="MsoNormal"><span lang="TH"> </span><img class="alignnone size-medium wp-image-147" title="dsc07711" src="http://lanpanya.com/aram/files/2011/07/dsc07711-300x225.jpg" alt="ดอกมะดัน" width="300" height="225" /> <a href="http://lanpanya.com/aram/files/2011/07/dsc07713.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-148" title="dsc07713" src="http://lanpanya.com/aram/files/2011/07/dsc07713-300x225.jpg" alt="ดอกมะดัน1" width="300" height="225" /></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/aram/?feed=rss2&amp;p=146</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>หลงลำพูน</title>
		<link>http://lanpanya.com/aram/?p=140</link>
		<comments>http://lanpanya.com/aram/?p=140#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 15 Jul 2011 18:32:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aram</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<category><![CDATA[ต้นไม้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/aram/?p=140</guid>
		<description><![CDATA[
จากหลงลับแล เป็นหลงลำพูน เนื่องจากวันก่อนพาคณะท่านครูบา  คุณชลิต ลุงเปลี่ยน อ. ไพลิน และคุณพรพรรณทัวร์ลำพูน  ตามหาไผ่ซางนวล แต่พาหลงในหมู่บ้านหลายรอบ
วันนี้เลยนัดกันไปดูตามข้อมูลที่พบเจอเพิ่มเติมในเวบไซต์
 
 http://www.inthanonbambooresort.com/ibr2/
 
 อินทนนท์สวนไผ่รีสอร์ท เพิ่มเติม น่าสนใจมาก เพราะใช้ไผ่ซางนวล ปลูกประดับตกแต่ง ตามแนวทางเดิน  ร่มรื่น สถานที่ใช้เป็นที่พัก ที่อบรมชาวบ้าน ใช้เป็นสถานที่เข้าค่ายศึกษาสำหรับนักเรียน  และที่เพาะพันธุ์กล้าไผ่ สอบถามเจ้าของ คุณภานุมาศ ที่บังเอิญไม่ได้อยู่ที่สวน แต่ได้ให้รายละเอียดและให้หลานออกมาต้อนรับ แนะนำ พาชมห้องพัก สวนไผ่ และสถานที่ต่างๆ  ด้วยความตื่นตาตื่นใจ 
  ที่ตั้งของรีสอร์ทแห่งนี้อยู่บ้านป่ารกฟ้า อำเภอป่าซาง ลำพูน  เขตติดต่อชียงใหม่  ด้านหลังวัดป่ารกฟ้า ลำพูน  
 (อำเภอป่าซาง ฟังจากชื่อน่าจะมีที่มาที่ไปว่า อุดมสมบูรณ์ไปด้วยป่าไผ่ซางมาก่อน )
  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><!--[if gte mso 9]><xml> <w :WordDocument> </w><w :View>Normal</w> <w :Zoom>0</w> <w :PunctuationKerning /> <w :ValidateAgainstSchemas /> <w :SaveIfXMLInvalid>false</w> <w :IgnoreMixedContent>false</w> <w :AlwaysShowPlaceholderText>false</w> <w :Compatibility> <w :BreakWrappedTables /> <w :SnapToGridInCell /> <w :ApplyBreakingRules /> <w :WrapTextWithPunct /> <w :UseAsianBreakRules /> <w :DontGrowAutofit /> </w> <w :BrowserLevel>MicrosoftInternetExplorer4</w> </xml>< ![endif]--><!--[if gte mso 9]><xml> <w :LatentStyles DefLockedState="false" LatentStyleCount="156"> </w> </xml>< ![endif]--><!--[if !mso]><span class="mceItemObject"  classid="clsid:38481807-CA0E-42D2-BF39-B33AF135CC4D" id=ieooui></span></p>
<style>
st1\:*{behavior:url(#ieooui) }
</style>
<p>< ![endif]--><!--[if gte mso 10]></p>
<style>
 /* Style Definitions */
 table.MsoNormalTable
	{mso-style-name:ตารางปกติ;
	mso-tstyle-rowband-size:0;
	mso-tstyle-colband-size:0;
	mso-style-noshow:yes;
	mso-style-parent:"";
	mso-padding-alt:0cm 5.4pt 0cm 5.4pt;
	mso-para-margin:0cm;
	mso-para-margin-bottom:.0001pt;
	mso-pagination:widow-orphan;
	font-size:10.0pt;
	font-family:"Times New Roman";
	mso-bidi-font-family:"Times New Roman";
	mso-ansi-language:#0400;
	mso-fareast-language:#0400;
	mso-bidi-language:#0400;}
</style>
<p>< ![endif]--></p>
<p class="MsoNormal"><strong><span style="font-size: 14pt; font-family: " lang="TH">จากหลงลับแล เป็นหลงลำพูน<span> </span>เนื่องจากวันก่อนพาคณะท่านครูบา <span> </span>คุณชลิต ลุงเปลี่ยน อ. ไพลิน และคุณพรพรรณทัวร์ลำพูน  ตามหาไผ่ซางนวล<span> </span>แต่พาหลงในหมู่บ้านหลายรอบ</span></strong></p>
<p class="MsoNormal"><strong><span style="font-size: 14pt; font-family: " lang="TH">วันนี้เลยนัดกันไปดูตามข้อมูลที่พบเจอเพิ่มเติมในเวบไซต์</span></strong></p>
<p><strong> </strong></p>
<p class="MsoNormal"><strong><span> <a href="http://www.inthanonbambooresort.com/ibr2/">http://www.inthanonbambooresort.com/ibr2/</a></span></strong></p>
<p><strong> </strong></p>
<p class="MsoNormal"><strong><span style="font-family: " lang="TH"> อินทนนท์สวนไผ่รีสอร์ท<span> </span>เพิ่มเติม<span> </span>น่าสนใจมาก เพราะใช้ไผ่ซางนวล ปลูกประดับตกแต่ง ตามแนวทางเดิน<span> </span></span><span lang="TH"><span> </span></span><span style="font-family: " lang="TH">ร่มรื่น<span> </span>สถานที่ใช้เป็นที่พัก ที่อบรมชาวบ้าน<span> </span>ใช้เป็นสถานที่เข้าค่ายศึกษาสำหรับนักเรียน <span> </span>และที่เพาะพันธุ์กล้าไผ่<span> </span>สอบถามเจ้าของ คุณภานุมาศ ที่บังเอิญไม่ได้อยู่ที่สวน แต่ได้ให้รายละเอียดและให้หลานออกมาต้อนรับ แนะนำ พาชมห้องพัก สวนไผ่ และสถานที่ต่างๆ<span> </span></span><span><span> </span></span><span style="font-family: " lang="TH">ด้วยความตื่นตาตื่นใจ<span> </span></span></strong></p>
<p class="MsoNormal"><strong><span> <span> </span></span><span style="font-family: " lang="TH">ที่ตั้งของรีสอร์ทแห่งนี้อยู่บ้านป่ารกฟ้า<span> </span>อำเภอป่าซาง<span> </span>ลำพูน <span> </span>เขตติดต่อชียงใหม่<span> </span><span> </span>ด้านหลังวัดป่ารกฟ้า ลำพูน<span> </span><span> </span></span></strong></p>
<p class="MsoNormal"><strong><span style="font-family: " lang="TH"><span> </span>(อำเภอป่าซาง ฟังจากชื่อน่าจะมีที่มาที่ไปว่า อุดมสมบูรณ์ไปด้วยป่าไผ่ซางมาก่อน<span> </span>)</span></strong></p>
<p class="MsoNormal"><strong><span style="font-family: " lang="TH"> <span> </span>ด้วยความใจดีของเจ้าของสวนจึงได้เดินทาง ไปยังที่พักอีกแห่งนึง ที่เชียงใหม่ เพื่อตามไปหากล้าพันธุ์ไผ่ที่พอมีอยู่ที่บ้าน <span> </span>ต้อนรับอย่างดี พาแนะนำสถานที่ต่างๆ ที่ออกแบบได้ลงตัว อุดมไปด้วยพันธุ์ไม้ประดับนานาชนิด เป็นคนรักต้นไม้<span> </span>มีพันธุ์กล้าไผ่ซางนวลกลับมาปลูกที่โรงเรียน<span> </span>50 <span> </span>ต้น </span></strong></p>
<p><a href="../files/2011/07/dsc07879.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-141" title="dsc07879" src="../files/2011/07/dsc07879-225x300.jpg" alt="ทางเข้าสวนไผ่" width="225" height="300" /> </a><a href="http://lanpanya.com/aram/files/2011/07/dsc07881.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-142" title="dsc07881" src="http://lanpanya.com/aram/files/2011/07/dsc07881-300x225.jpg" alt="อินทนนท์สวนไผ่" width="300" height="225" /></a></p>
<p><a href="http://lanpanya.com/aram/files/2011/07/dsc07885.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-143" title="dsc07885" src="http://lanpanya.com/aram/files/2011/07/dsc07885-225x300.jpg" alt="" width="225" height="300" /></a> <a href="http://lanpanya.com/aram/files/2011/07/dsc07918.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-144" title="dsc07918" src="http://lanpanya.com/aram/files/2011/07/dsc07918-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></p>
<p><a href="http://lanpanya.com/aram/files/2011/07/dsc07909.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-145" title="dsc07909" src="http://lanpanya.com/aram/files/2011/07/dsc07909-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></p>
<p class="MsoNormal"><strong><span style="font-size: 14pt; font-family: " lang="TH"><span> </span></span></strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/aram/?feed=rss2&amp;p=140</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ลาบที่มีมากกว่าความอร่อย</title>
		<link>http://lanpanya.com/aram/?p=139</link>
		<comments>http://lanpanya.com/aram/?p=139#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 24 May 2011 17:37:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aram</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/aram/?p=139</guid>
		<description><![CDATA[             อาหารทางเหนือเวลามีแขกแก้วมาเยือน มักจะต้อนรับชิมอาหารอร่อยๆครับ ท่านอาจารย์ทวิชได้มาเยือนลำพูน ดีใจจ้าดนัก  ลาบ คือหนึ่งในนั้น อาจจะพ้องเสียงคือลาภ มีโชคมีลาภด้วย  แถมถ้าทำให้สุก ก็จะพ้องกับคำว่าสุขอีกดอกแฮ่ๆ  
 การทำลาบมักนิยมทำกัน ช่วงเทศกาลสำคัญๆเช่นสงกรานต์ ขึ้นบ้านใหม่ งานบุญมงคล งานแต่ง  ต่างๆ
การจัดอันดับลาบทางเหนือ ผมลองจัดอันดับยอดนิยมคร่าวๆดังนี้
# ลาบควาย(ลาบขม ) 
 #ลาบหมู
#ลาบไก่
# ลาบปลาเพี้ย
# ลาบปลาสร้อย (ในเพลงจรัล  มโนเพชรก็มีโตยเน้อ)
#ลาบปลาตะเพียน
#ลาบปลานิล
#ลาบปลาดุก  ฯ &#8230;&#8230;
ยี่ห้อลาบเท่าที่เห็นเอาแค่ลำพูน - เชียงใหม่ก็นับไม่ไหวแล้วครับ แต่ละเจ้ารสชาติไม่ซ้ำแบบกัน    ลาบลุงนิล  ลาบลุงเพชร ลาบสันเหมือง ลาบต้นยาง ลาบไก่บ้านโฮ่ง ลาบลุงวี(ป่าซาง)  ลาบลุงอิน(อันนี้มีชื่อทำเครื่องลาบจำหน่ายด้วย)   ลาบป้าแก้ว(หนองหอยเชียงใหม่)   ลาบอ้ายดม(เมืองลำพูน)  ลาบอ้ายนพ  อ้ายแก้วลาบขม  ลาบดาวคะนองฯลฯ  
 นอกจากนี้เซียนลาบหลายคนที่มีฝีมือ จะแฝงตัวอยู่ตามหมู่บ้านอีกเยอะ จะแสดงฝีมือก็ต่อเมื่อมีงานเทศกาลที่ชาวบ้านมาร่วมแรงร่วมใจกันทำอาหารเลี้ยงกัน เรียกได้ว่า มีฝีมือทางลาบอยู่ในสายเลือดกันเสียแล้ว
ผู้ชายไทยทางเหนือจะมีเคล็ดลับด้านการทำลาบ น่าสนใจครับ(ถ้ามีโอกาสแนะนำให้ไปดูหลังครัว )  บรรยากาศ สุดยอด ทำงานเป็นทีมกันอย่างลงตัว ทั้งแสงสีเสียง กลิ่น อบอวล
- เป็นต้นว่าในการลาบเริ่มต้นตั้งแต่ลาบต้องใส่เกลือลงไปในเนื้อที่ลาบด้วย [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>             อาหารทางเหนือเวลามีแขกแก้วมาเยือน มักจะต้อนรับชิมอาหารอร่อยๆครับ ท่านอาจารย์ทวิชได้มาเยือนลำพูน ดีใจจ้าดนัก  ลาบ คือหนึ่งในนั้น อาจจะพ้องเสียงคือลาภ มีโชคมีลาภด้วย  แถมถ้าทำให้สุก ก็จะพ้องกับคำว่าสุขอีกดอกแฮ่ๆ  </p>
<p> การทำลาบมักนิยมทำกัน ช่วงเทศกาลสำคัญๆเช่นสงกรานต์ ขึ้นบ้านใหม่ งานบุญมงคล งานแต่ง  ต่างๆ</p>
<p>การจัดอันดับลาบทางเหนือ ผมลองจัดอันดับยอดนิยมคร่าวๆดังนี้</p>
<p># ลาบควาย(ลาบขม ) </p>
<p> #ลาบหมู</p>
<p>#ลาบไก่</p>
<p># ลาบปลาเพี้ย</p>
<p># ลาบปลาสร้อย (ในเพลงจรัล  มโนเพชรก็มีโตยเน้อ)</p>
<p>#ลาบปลาตะเพียน</p>
<p>#ลาบปลานิล</p>
<p>#ลาบปลาดุก  ฯ &#8230;&#8230;</p>
<p>ยี่ห้อลาบเท่าที่เห็นเอาแค่ลำพูน - เชียงใหม่ก็นับไม่ไหวแล้วครับ แต่ละเจ้ารสชาติไม่ซ้ำแบบกัน    ลาบลุงนิล  ลาบลุงเพชร ลาบสันเหมือง ลาบต้นยาง ลาบไก่บ้านโฮ่ง ลาบลุงวี(ป่าซาง)  ลาบลุงอิน(อันนี้มีชื่อทำเครื่องลาบจำหน่ายด้วย)   ลาบป้าแก้ว(หนองหอยเชียงใหม่)   ลาบอ้ายดม(เมืองลำพูน)  ลาบอ้ายนพ  อ้ายแก้วลาบขม  ลาบดาวคะนองฯลฯ  </p>
<p> นอกจากนี้เซียนลาบหลายคนที่มีฝีมือ จะแฝงตัวอยู่ตามหมู่บ้านอีกเยอะ จะแสดงฝีมือก็ต่อเมื่อมีงานเทศกาลที่ชาวบ้านมาร่วมแรงร่วมใจกันทำอาหารเลี้ยงกัน เรียกได้ว่า มีฝีมือทางลาบอยู่ในสายเลือดกันเสียแล้ว</p>
<p>ผู้ชายไทยทางเหนือจะมีเคล็ดลับด้านการทำลาบ น่าสนใจครับ(ถ้ามีโอกาสแนะนำให้ไปดูหลังครัว )  บรรยากาศ สุดยอด ทำงานเป็นทีมกันอย่างลงตัว ทั้งแสงสีเสียง กลิ่น อบอวล</p>
<p>- เป็นต้นว่าในการลาบเริ่มต้นตั้งแต่ลาบต้องใส่เกลือลงไปในเนื้อที่ลาบด้วย ใส่เลือดเมื่อเนื้อใกล้ละเอียด เพื่อให้เนื้อเนียน เหนียวเพิ่มขึ้น เคล็ดลับอันนี้จะใช้สำหรับลาบหมู</p>
<p>-ส่วน ลีลาการลาบ บางคนลาบด้วยมีดคู่  มีดเดี่ยวเสียงมีดรัวกระทบเขียง น่าอร่อย</p>
<p>-การคั่วเครื่องเทศหอมฉุย  ประกอบด้วย มะแหลบ มะแข่วน ดีปลี ข่า ตะไคร้ กระเทียม หัวหอม  พริก ทุกอย่างล้วนเป็นศิลปะการทำลาบ อีกทั้งสมุนไพรหอมฉุยดับกลิ่นคาวเป็นเลิศ แก้ท้องอืดเป็นยอด</p>
<p>-แผนกต้มหนังหมู เครื่องใน ซอยหั่นไว้รอคลุกเคล้า</p>
<p>-ผักชีต้นหอม ผักแพว สะระแหน่ ก็ซอยไว้รอ</p>
<p>-การจัดผักกินกับลาบก็เก๋ไก๋กับชื่อผักต่าง ๆที่ รสชาติ เปรี้ยว ฝาด ขม ซ่า หอม หวาน  เผ็ด จืดที่จะเน้นไปทางผักสด จะมีลวกบ้างบางชนิด  จะเน้นทัวร์ไปตามขอบรั้วตัวเองและเพื่อนบ้าน</p>
<p>ได้แก่ยอดมะกอก ยอดมะยม  มะเขือเทศฝานบางๆแล้วแช่น้ำปลา    ยอดผักจิก ยอดต้นพิลังกาสา(ผักจ้ำ)  ยอดส้มสุก &#8230;</p>
<p>ยอดดีกระทิง ยอดดีเหยี่ยน ยอดเพี้ยฟาน  ฝักเพกา(ลิดไม้)เผาไฟแล้วหั่น    ผักแปม(คล้ายใบกุหลาบ)  &#8230;..  อ้มกบ  เก้าโกศ  ผักซาอุ  ใบโปร่งฟ้า   ยอดต้นเล็บครุฑ  ยอดมันปู  .. สะระแหน่ ผักแพว  คาวตอง  &#8230;.. ยอดกระถิน  มะเขือ ผักกาด  พริกขี้หนู   &#8230;..</p>
<p>ที่สำคัญ เมนูลาบ  ได้รับการรับรองจาก  อ.ย. แล้ว  (อาหย่อย)   </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/aram/?feed=rss2&amp;p=139</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ยางแตก</title>
		<link>http://lanpanya.com/aram/?p=137</link>
		<comments>http://lanpanya.com/aram/?p=137#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 14 Apr 2011 18:48:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aram</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[การเรียนรู้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/aram/?p=137</guid>
		<description><![CDATA[               เดินทางไกล ไปต่างจังหวัดช่วงก่อนสงกรานต์เยี่ยมญาติป่วยที่จังหวัดตาก  ใช้เส้นทางลำพูน-ลำปาง-เถิน-ตาก ช่วงอำเภอเถิน  ไปจนเกือบถึงปากทางเข้าเขื่อนภูมิพล จังหวัดตาก  หนทางเป็นหลุมเป็นบ่อมาก กำลังปรับปรุงกันเป็นระยะ   อยากให้ผู้ที่เดินทางผ่านช่วงนั้นใช้ระมัดระวังกันพอสมควร เพราะบางช่วงรถอาจจะกระแทกหลุมบ่อจากถนนชำรุดได้
                พาหนะเดินทางด้วยรถตู้ ผู้โดยสาร 8 คน  ก่อนเดินทางก็เพียงแต่สังเกตยางด้วยตาดูว่าแก้มยางผิดปกติ เท่าไม่เท่ากันหรือไม่เท่านั้นเอง (ถือว่าประมาท) คราวหน้าเดินทางไกลจำเป็นต้องหาที่วัดลมยางไว้ก่อนออกเดินทางก็ตรวจลมยางให้ได้ตามกำหนด
             อาการยางแตกตอนที่ขับเสียงดังคล้ายกับก้อนหินกระเด็นติดข้างรถ ดังแป๊ก ตอนนั้นยังไม่ได้สนใจขับไปได้อีกเกีอบ 2 กิโลเมตร  บังเอิญผ่านเส้นชะลอก่อนถึงสะพานจะดังครืดๆ ผิดปกติ จากนั้นอาการรถเหมือนเร่งไม่ขึ้น รถส่าย พวงมาลัยควบคุมลำบาก  นึกถึงว่าจะต้องทำอย่างไรดี พ่อแก้วแม่แก้วช่วยด้วย  ลดเกียร์ต่ำลงมาแล้วค่อยๆเหยียบเบรก ชลอเข้าข้างทางด้วยอาการลุ้นพอสมควร  ผลงานยางเยินมาก  เป็นยางด้านหลังขวา แก้มยางด้านนอกล่อนออกจากล้อ 

               แม่แรง ประแจถอดล้อ ยางอะไหล่ แผนกนำกิ่งไม้กั้นรถ กางร่ม ถอดล้อเริ่มทำงานเพื่อให้การเดินทางไปทันเวลาเข้าเยี่ยมผู้ป่วย   แต่ ยางอะไหล่ไม่ได้เติมลมไว้ครับ พอขับไปหาร้านเติมลมไปเกือบ 3 กิโลเมตร
                 ประเมินสาเหตุยางแตกจากที่พอจะวิเคราะห์ได้

ยางรถกระแทกหลุมรั่วก่อนแตก เพราะก่อนหน้านั้นตกหลุมแรงพอสมควร
ยางรถอาจจะเจอของแข็งประเภทตะปูทิ่มยางก่อนจนลมอ่อนแล้วระเบิดโป๊ะ
ยางรถไม่ได้คุณภาพเอง
ลมยางอ่อนตั้งแต่ก่อนออกเดินทาง ฯ

 นำประสบการณ์การเดินทางฝากทุกท่านที่กำลังเดินทาง หมั่นตรวจสอบพาหนะก่อนเดินทางกันนะครับ  จะได้ป้องกันอุบัติเหตุได้ หรือผ่อนหนักเป็นเบา  เดินทางโดยสวัสดิภาพถึงจุดหมายปลายทางทุกๆท่านทุกๆคน
 
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://lanpanya.com/aram/files/2011/04/dsc06706.jpg"></a>               เดินทางไกล ไปต่างจังหวัดช่วงก่อนสงกรานต์เยี่ยมญาติป่วยที่จังหวัดตาก  ใช้เส้นทางลำพูน-ลำปาง-เถิน-ตาก ช่วงอำเภอเถิน  ไปจนเกือบถึงปากทางเข้าเขื่อนภูมิพล จังหวัดตาก  หนทางเป็นหลุมเป็นบ่อมาก กำลังปรับปรุงกันเป็นระยะ   อยากให้ผู้ที่เดินทางผ่านช่วงนั้นใช้ระมัดระวังกันพอสมควร เพราะบางช่วงรถอาจจะกระแทกหลุมบ่อจากถนนชำรุดได้</p>
<p>                พาหนะเดินทางด้วยรถตู้ ผู้โดยสาร 8 คน  ก่อนเดินทางก็เพียงแต่สังเกตยางด้วยตาดูว่าแก้มยางผิดปกติ เท่าไม่เท่ากันหรือไม่เท่านั้นเอง (ถือว่าประมาท) คราวหน้าเดินทางไกลจำเป็นต้องหาที่วัดลมยางไว้ก่อนออกเดินทางก็ตรวจลมยางให้ได้ตามกำหนด</p>
<p>             อาการยางแตกตอนที่ขับเสียงดังคล้ายกับก้อนหินกระเด็นติดข้างรถ ดังแป๊ก ตอนนั้นยังไม่ได้สนใจขับไปได้อีกเกีอบ 2 กิโลเมตร  บังเอิญผ่านเส้นชะลอก่อนถึงสะพานจะดังครืดๆ ผิดปกติ จากนั้นอาการรถเหมือนเร่งไม่ขึ้น รถส่าย พวงมาลัยควบคุมลำบาก  นึกถึงว่าจะต้องทำอย่างไรดี พ่อแก้วแม่แก้วช่วยด้วย  ลดเกียร์ต่ำลงมาแล้วค่อยๆเหยียบเบรก ชลอเข้าข้างทางด้วยอาการลุ้นพอสมควร  ผลงานยางเยินมาก  เป็นยางด้านหลังขวา แก้มยางด้านนอกล่อนออกจากล้อ </p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/aram/files/2011/04/dsc06706.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-138 aligncenter" title="dsc06706" src="http://lanpanya.com/aram/files/2011/04/dsc06706-300x225.jpg" alt="ยางแตก" width="300" height="225" /></a></p>
<p>               แม่แรง ประแจถอดล้อ ยางอะไหล่ แผนกนำกิ่งไม้กั้นรถ กางร่ม ถอดล้อเริ่มทำงานเพื่อให้การเดินทางไปทันเวลาเข้าเยี่ยมผู้ป่วย   แต่ ยางอะไหล่ไม่ได้เติมลมไว้ครับ พอขับไปหาร้านเติมลมไปเกือบ 3 กิโลเมตร</p>
<p>                 ประเมินสาเหตุยางแตกจากที่พอจะวิเคราะห์ได้</p>
<ol type="1">
<li>ยางรถกระแทกหลุมรั่วก่อนแตก เพราะก่อนหน้านั้นตกหลุมแรงพอสมควร</li>
<li>ยางรถอาจจะเจอของแข็งประเภทตะปูทิ่มยางก่อนจนลมอ่อนแล้วระเบิดโป๊ะ</li>
<li>ยางรถไม่ได้คุณภาพเอง</li>
<li>ลมยางอ่อนตั้งแต่ก่อนออกเดินทาง ฯ</li>
</ol>
<p> นำประสบการณ์การเดินทางฝากทุกท่านที่กำลังเดินทาง หมั่นตรวจสอบพาหนะก่อนเดินทางกันนะครับ  จะได้ป้องกันอุบัติเหตุได้ หรือผ่อนหนักเป็นเบา  เดินทางโดยสวัสดิภาพถึงจุดหมายปลายทางทุกๆท่านทุกๆคน</p>
<p> </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/aram/?feed=rss2&amp;p=137</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ครกกระเดื่อง</title>
		<link>http://lanpanya.com/aram/?p=133</link>
		<comments>http://lanpanya.com/aram/?p=133#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 15 Jan 2011 17:01:21 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aram</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[วิถีชีวิต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/aram/?p=133</guid>
		<description><![CDATA[          ตัวครกกระเดื่องสมัยก่อนทำจากไม้เนื้อแข็งทั้งต้น ขุดทำเป็นหลุมโดยการเผาหรือขวานเฉาะ  พอไม้หายากผุพังไปบ้างตามกาลเวลา  ก็ไม่ค่อยจะมีให้เห็นกันแล้ว  จะเห็นก็ตามที่เขานำที่ผุๆไปตกแต่งสวนหย่อม
 วันนี้มีครกกระเดื่องรุ่นพิมพ์นิยม ใช้งานตำ โขลก เช่นตำข้าว  ข้าวที่ได้ก็ไม่ถูกขัดสีเอาวิตามินทิ้งไปเหมือนโรงสี   ตำอะไรได้อีกแล้วแต่จะประยุกต์ดัดแปลง อาจจะใช้ไปตำส้มตำ ร้านส้มตำไหนสนใจก็โปรโมทเป็นจุดขายประจำร้านก็เป็นได้  จะตำไทย ตำปู ตำปลาร้า ตำซั่ว ตำ ฯลฯก็อร่อย   ตำอะไรได้อีกเยอะเลยล่ะครับ
 ทำไม่ยากหาพิมพ์ที่เป็นถังพลาสติคเส้นผ่านศูนย์กลางสัก 40 - 50เซนติเมตร เสริมด้วยใส้เหล็กเส้นให้แข็งแรง  จุดสำคัญการทำหลุมครกใช้ต้นกล้วยเหลาให้มน  แล้วมัดเชือกเจาะรูร้อย หย่อนลงไปให้เป็นหลุมทิ้งไว้
 
ผสมปูน ทราย หิน ตามสัดส่วนข้างถุง  เทลงไปในถังพลาสติคทิ้งไว้ 1 วัน ก็แกะแบบได้   ก่อนจะนำไปใช้งานตำ   ก็แช่น้ำและดูดความเป็นด่างออกเสียบ้างด้วยต้นกล้วยสับ 2 - 3 วัน 
 
ตัวครกสำเร็จแล้ว จากนั้นก็เป็นตัวไม้คานเหยียบ   ตัวสาก  เสาคู่  และแกนหมุน   หาที่เหมาะๆขุดเสา เจาะ ยึดประกอบหาจุดหมุนให้ผ่อนแรงเหยียบเสียหน่อย  เท่านี้ก็เรียบร้อยครับ
 การตำครกเป็นการสร้างจังหวะความเข้าใจระหว่างคนตำ ต้องประสานงานกันให้ดี ถ้าไม่ดี มีหวังมือเดี้ยง  คนอยู่หน้าครก มองตาก็รู้ใจกัน เกิดวัฒนธรรม เกิดสังคม [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://lanpanya.com/aram/files/2011/01/e0b884e0b8a3e0b8811.jpg"></a><a href="http://lanpanya.com/aram/files/2011/01/e0b884e0b8a3e0b8812.jpg"></a>          ตัวครกกระเดื่องสมัยก่อนทำจากไม้เนื้อแข็งทั้งต้น ขุดทำเป็นหลุมโดยการเผาหรือขวานเฉาะ  พอไม้หายากผุพังไปบ้างตามกาลเวลา  ก็ไม่ค่อยจะมีให้เห็นกันแล้ว  จะเห็นก็ตามที่เขานำที่ผุๆไปตกแต่งสวนหย่อม</p>
<p> วันนี้มีครกกระเดื่องรุ่นพิมพ์นิยม ใช้งานตำ โขลก เช่นตำข้าว  ข้าวที่ได้ก็ไม่ถูกขัดสีเอาวิตามินทิ้งไปเหมือนโรงสี   ตำอะไรได้อีกแล้วแต่จะประยุกต์ดัดแปลง อาจจะใช้ไปตำส้มตำ ร้านส้มตำไหนสนใจก็โปรโมทเป็นจุดขายประจำร้านก็เป็นได้  จะตำไทย ตำปู ตำปลาร้า ตำซั่ว ตำ ฯลฯก็อร่อย   ตำอะไรได้อีกเยอะเลยล่ะครับ</p>
<p> ทำไม่ยากหาพิมพ์ที่เป็นถังพลาสติคเส้นผ่านศูนย์กลางสัก 40 - 50เซนติเมตร เสริมด้วยใส้เหล็กเส้นให้แข็งแรง  จุดสำคัญการทำหลุมครกใช้ต้นกล้วยเหลาให้มน  แล้วมัดเชือกเจาะรูร้อย หย่อนลงไปให้เป็นหลุมทิ้งไว้</p>
<p> <a href="http://lanpanya.com/aram/files/2011/01/e0b884e0b8a3e0b8811.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-134" title="e0b884e0b8a3e0b8811" src="http://lanpanya.com/aram/files/2011/01/e0b884e0b8a3e0b8811-300x300.jpg" alt="ครกกระเดื่อง" width="300" height="300" /></a></p>
<p>ผสมปูน ทราย หิน ตามสัดส่วนข้างถุง  เทลงไปในถังพลาสติคทิ้งไว้ 1 วัน ก็แกะแบบได้   ก่อนจะนำไปใช้งานตำ   ก็แช่น้ำและดูดความเป็นด่างออกเสียบ้างด้วยต้นกล้วยสับ 2 - 3 วัน </p>
<p> <a href="http://lanpanya.com/aram/files/2011/01/e0b884e0b8a3e0b8812.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-135" title="การทำครกกระเดื่อง" src="http://lanpanya.com/aram/files/2011/01/e0b884e0b8a3e0b8812-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></p>
<p>ตัวครกสำเร็จแล้ว จากนั้นก็เป็นตัวไม้คานเหยียบ   ตัวสาก  เสาคู่  และแกนหมุน   หาที่เหมาะๆขุดเสา เจาะ ยึดประกอบหาจุดหมุนให้ผ่อนแรงเหยียบเสียหน่อย  เท่านี้ก็เรียบร้อยครับ</p>
<p> การตำครกเป็นการสร้างจังหวะความเข้าใจระหว่างคนตำ ต้องประสานงานกันให้ดี ถ้าไม่ดี มีหวังมือเดี้ยง  คนอยู่หน้าครก มองตาก็รู้ใจกัน เกิดวัฒนธรรม เกิดสังคม เกิดความใกล้ชิดกันขึ้น   มาลองตำกันไหมครับ อิอิ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/aram/?feed=rss2&amp;p=133</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>บราวนี่จอมซน</title>
		<link>http://lanpanya.com/aram/?p=131</link>
		<comments>http://lanpanya.com/aram/?p=131#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 12 Jan 2011 14:53:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aram</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/aram/?p=131</guid>
		<description><![CDATA[    
       เจ้าตัวนี้ เกิดเมื่อค่ำวันที่ 9 มีนาคม 2553  ด้วย คุณแม่มือใหม่คาบวิ่งหาที่หลบภัย รอบโรงเรียน ตัวลูกก็ร้องเหมือนแมว  เนื้อตัวเปรอะเปื้อนไปด้วยดิน และทรายที่คุณแม่พาไปคลุกหาที่ปลอดภัยจากผู้คนจากที่นึงไปอีกที่นึง ไม่ยอมอยู่กับที่ซักที      ร้อนตัวผู้ช่วยต้องวิ่งไล่ตามไปอุ้มลูกมาใส่กล่องกระดาษหาที่นอนที่คลอดให้  พร้อมทั้งปลอบประโลมเสียยกใหญ่จึงยอมอยู่กับที่   ไม่ยังงั้นคงเลี้ยงไม่โตแน่ๆ
 
สีสันแปลกตา จึงได้ชื่อว่า บราวนี่   ไม่รู้ว่าเป็นพันธุ์อะไรครับ  ตอนเล็กๆเอาแต่กินกับนอน  โตมาตอนนี้ไม่ค่อยไม่ค่อยออกแขกสักเท่าไร เวลาวิ่งทำหางตก ไม่รู้ว่าเพราะสาเหตุผจญภัยมาตั้งแต่เกิดหรือเปล่า   แต่เวลาวิ่งไล่แมว ไล่หนู เนี่ย สู้ไม่ถอย  เคยโดนหนูงับจมูกร้องจ๊ากมาทีนึง   
ตอนนี้เป็นสมาชิกหนึ่งในห้า ลูกทีมตรวจโรงเรียน ไปทุกที่ (หมายเหตุ ซนมาก ชอบคาบกระถางต้นไม้ กาบมะพร้าว กระดาษ ถุงพลาสติก มาแทะแบบละเอียดประจำ ตอนเช้าต้องเก็บกวาดบ่อยมาก)
 
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/aram/files/2011/01/e0b89ae0b8a3e0b8b2e0b8a7e0b899e0b8b5e0b988.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-132" title="e0b89ae0b8a3e0b8b2e0b8a7e0b899e0b8b5e0b988" src="http://lanpanya.com/aram/files/2011/01/e0b89ae0b8a3e0b8b2e0b8a7e0b899e0b8b5e0b988-300x225.jpg" alt="สุนัขจอมซน" width="300" height="225" /></a>    </p>
<p>       เจ้าตัวนี้ เกิดเมื่อค่ำวันที่ 9 มีนาคม 2553  ด้วย คุณแม่มือใหม่คาบวิ่งหาที่หลบภัย รอบโรงเรียน ตัวลูกก็ร้องเหมือนแมว  เนื้อตัวเปรอะเปื้อนไปด้วยดิน และทรายที่คุณแม่พาไปคลุกหาที่ปลอดภัยจากผู้คนจากที่นึงไปอีกที่นึง ไม่ยอมอยู่กับที่ซักที      ร้อนตัวผู้ช่วยต้องวิ่งไล่ตามไปอุ้มลูกมาใส่กล่องกระดาษหาที่นอนที่คลอดให้  พร้อมทั้งปลอบประโลมเสียยกใหญ่จึงยอมอยู่กับที่   ไม่ยังงั้นคงเลี้ยงไม่โตแน่ๆ</p>
<p> </p>
<p>สีสันแปลกตา จึงได้ชื่อว่า <strong>บราวนี่</strong>   ไม่รู้ว่าเป็นพันธุ์อะไรครับ  ตอนเล็กๆเอาแต่กินกับนอน  โตมาตอนนี้ไม่ค่อยไม่ค่อยออกแขกสักเท่าไร เวลาวิ่งทำหางตก ไม่รู้ว่าเพราะสาเหตุผจญภัยมาตั้งแต่เกิดหรือเปล่า   แต่เวลาวิ่งไล่แมว ไล่หนู เนี่ย สู้ไม่ถอย  เคยโดนหนูงับจมูกร้องจ๊ากมาทีนึง   </p>
<p>ตอนนี้เป็นสมาชิกหนึ่งในห้า ลูกทีมตรวจโรงเรียน ไปทุกที่ (หมายเหตุ ซนมาก ชอบคาบกระถางต้นไม้ กาบมะพร้าว กระดาษ ถุงพลาสติก มาแทะแบบละเอียดประจำ ตอนเช้าต้องเก็บกวาดบ่อยมาก)</p>
<p> </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/aram/?feed=rss2&amp;p=131</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>เตา(gasification)แก้หนาว</title>
		<link>http://lanpanya.com/aram/?p=127</link>
		<comments>http://lanpanya.com/aram/?p=127#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 03 Jan 2011 17:42:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aram</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/aram/?p=127</guid>
		<description><![CDATA[ได้อ่านลานซักล้าง เรื่องเกี่ยวกับไต้ไม่มีควัน http://lanpanya.com/wash/archives/2063  เห็นภาพชัดขึ้น  จึงได้ลองมองหาวัสดุเหลือใช้ใกล้ตัวลองทำดู  ส่วนเรื่องระบบGasification  อ่านอยู่หลายตอนมาก่อนหน้านึกภาพไม่ค่อยออกครับ
ที่ว่าน่าสนใจเพราะเป็นระบบที่ใช้เศษไม้เศษฟืนใกล้ตัวที่มีอยู่เยอะมาใช้    อีกทั้งหน้าหนาวก็หาอะไรเกี่ยวกับไฟเล่นแก้หนาวได้ด้วย  อันดับแรกก็คือจะเริ่มออกแบบระบบอย่างไรภายใต้วัสดุอุปกรณ์ที่มีอยู่แล้ว หาง่ายๆ   ไม่ลองไม่รู้นะสิครับ


เริ่มที่เก็บท่อเหล็กกลม 6 นิ้วที่มี  ตัดมากะเอาสูง 50 เซนติเมตร   ทำเป็นปลอกนอก เชื่อมปิดท้าย
เก็บท่อเหลี่ยม 4*4นิ้ว ตัด 40 เซนติเมตร ทำบ่ารับใช้เป็นห้องเผาไหม้เชื่อม ปิดก้น เจาะรู 4 หุนให้อากาศเข้าด้านข้างและข้างใต้ เว้นระยะห่างข้างบนและล่างไว้อย่างละ 5 เซนติเมตร  (พื้นที่ห้องเผาไหม้ 40ตารางเซนติเมตร)
ทำฝาปิดบน  (แต่เปิดช่องไว้ ด้วยท่อกลม 2นิ้ว) ให้เปลวไฟขึ้น
เชื่อมปิดก้นท่อเหล็กกลม ที่เป็นปลอกนอก ทำบ่าในรับท่อเหลี่ยมให้ลอยขึ้น
ต่อท่อ 4หุนเพื่อเป็นท่อ Gas Out
เจาะท่อกลางและต่อท่อขนาด 2 นิ้วไว้เป็นช่อง  Air In

        
เมื่อประกอบเสร็จแล้วทดลองจุดดูโดยใช้น้ำมันกรอกไปในห้องเผาไหม้ ตามด้วยปั๊มลมเป่าให้ไฟลุกจนติดเชื้อเพลิงด้านใน เมื่อไม่เป่าลมไฟจะค่อยๆดับ พบว่าติดยากพอสมควรต้องอาศัยลมเป่าให้ไฟติดตลอด ควันเยอะมากยุงหนีหมด  รอบนี้เลยเป็นเตาไล่ยุงไปก่อน แต่ก็มีการระอุอยู่ข้างใน  เมื่อเตาเย็นลองเทเชื้อเพลิงออกพบว่าได้ผลผลิตเป็นถ่านประมาณ 1 ใน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://lanpanya.com/aram/files/2011/01/raikwon1.jpg"></a><a href="http://lanpanya.com/aram/files/2011/01/raikwon2.jpg"></a><a href="http://lanpanya.com/aram/files/2011/01/raikwon3.jpg"></a>ได้อ่านลานซักล้าง เรื่องเกี่ยวกับไต้ไม่มีควัน <a href="http://lanpanya.com/wash/archives/2063">http://lanpanya.com/wash/archives/2063</a>  เห็นภาพชัดขึ้น  จึงได้ลองมองหาวัสดุเหลือใช้ใกล้ตัวลองทำดู  ส่วนเรื่องระบบGasification  อ่านอยู่หลายตอนมาก่อนหน้านึกภาพไม่ค่อยออกครับ</p>
<p>ที่ว่าน่าสนใจเพราะเป็นระบบที่ใช้เศษไม้เศษฟืนใกล้ตัวที่มีอยู่เยอะมาใช้    อีกทั้งหน้าหนาวก็หาอะไรเกี่ยวกับไฟเล่นแก้หนาวได้ด้วย  อันดับแรกก็คือจะเริ่มออกแบบระบบอย่างไรภายใต้วัสดุอุปกรณ์ที่มีอยู่แล้ว หาง่ายๆ   ไม่ลองไม่รู้นะสิครับ</p>
<p><a href="http://lanpanya.com/aram/files/2011/01/raikwon1.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-128" title="raikwon1" src="http://lanpanya.com/aram/files/2011/01/raikwon1-300x300.jpg" alt="อุปกรณ์ทำเตา" width="300" height="300" /></a></p>
<ol type="1">
<li>เริ่มที่เก็บท่อเหล็กกลม 6 นิ้วที่มี  ตัดมากะเอาสูง 50 เซนติเมตร   ทำเป็นปลอกนอก เชื่อมปิดท้าย</li>
<li>เก็บท่อเหลี่ยม 4*4นิ้ว ตัด 40 เซนติเมตร ทำบ่ารับใช้เป็นห้องเผาไหม้เชื่อม ปิดก้น เจาะรู 4 หุนให้อากาศเข้าด้านข้างและข้างใต้ เว้นระยะห่างข้างบนและล่างไว้อย่างละ 5 เซนติเมตร  (พื้นที่ห้องเผาไหม้ 40ตารางเซนติเมตร)</li>
<li>ทำฝาปิดบน  (แต่เปิดช่องไว้ ด้วยท่อกลม 2นิ้ว) ให้เปลวไฟขึ้น</li>
<li>เชื่อมปิดก้นท่อเหล็กกลม ที่เป็นปลอกนอก ทำบ่าในรับท่อเหลี่ยมให้ลอยขึ้น</li>
<li>ต่อท่อ 4หุนเพื่อเป็นท่อ Gas Out</li>
<li>เจาะท่อกลางและต่อท่อขนาด 2 นิ้วไว้เป็นช่อง  Air In</li>
</ol>
<p> <a href="http://lanpanya.com/aram/files/2011/01/raikwon2.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-129" title="raikwon2" src="http://lanpanya.com/aram/files/2011/01/raikwon2-300x300.jpg" alt="จุดเตาโดยใช้ลมเป่าช่วย" width="300" height="300" /></a>       <a href="http://lanpanya.com/aram/files/2011/01/raikwon3.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-130" title="raikwon3" src="http://lanpanya.com/aram/files/2011/01/raikwon3-300x300.jpg" alt="จุดจากด้านบน" width="300" height="300" /></a></p>
<p>เมื่อประกอบเสร็จแล้วทดลองจุดดูโดยใช้น้ำมันกรอกไปในห้องเผาไหม้ ตามด้วยปั๊มลมเป่าให้ไฟลุกจนติดเชื้อเพลิงด้านใน เมื่อไม่เป่าลมไฟจะค่อยๆดับ พบว่าติดยากพอสมควรต้องอาศัยลมเป่าให้ไฟติดตลอด ควันเยอะมากยุงหนีหมด  รอบนี้เลยเป็นเตาไล่ยุงไปก่อน แต่ก็มีการระอุอยู่ข้างใน  เมื่อเตาเย็นลองเทเชื้อเพลิงออกพบว่าได้ผลผลิตเป็นถ่านประมาณ 1 ใน 4ของเตา</p>
<p>โจทย์ต่อไปเจาะรูอากาศเพิ่มอีก 1 ช่อง เป็นท่อช่องสี่เหลี่ยม 2*2 นิ้วใต้ฐานห้องเผาไหม้   รอบนี้ไม่ใช้น้ำมันกรอก แต่ใช้เศษไม้จุดจากข้างบน  ตอนแรกก็ใช้พัดช่วยให้ลุกไหม้ เมื่อพบว่าลุกไหม้แล้วก็ปิดฝาครอบ ครับ เปลวไฟเริ่มระอุขึ้นด้านบน ส่วนด้านในก็จะมีเปลวลอดเข้ามาในช่องของห้องเผาไหม้   พุ่งสูงประมาณ 4 - 5 นิ้วจากปากท่อบน</p>
<p>จับเวลา15 นาทีแรกในการเริ่มจุดติดแล้ว ลุกไหม้ต่อไปอีก 1 ชั่วโมงจากนั้นก็จะค่อยๆมอดเหลือถ่าน Biochar เทออกดูเมื่อเตาเย็นได้ถ่านประมาณ 1 ใน 5 ของเตา  รอบนี้คิดว่าอากาศเข้าน่าจะพอดีกว่ารอบแรกครับ(เผาไหม้ได้ดีขึ้น)</p>
<p> ข้อสังเกตที่พบ</p>
<p> - สามารถนำไปใช้ประกอบอาหารประเภทที่ใช้ไฟอ่อนๆได้ ยังไม่ได้ทดลองจับเวลาต้มน้ำดูเพราะมัวแต่ลุ้นไฟให้ติดครับ</p>
<ul>
<li>- ถ้าไฟติดแล้วถ้าเขย่าหรือกระเทือนเชื้อเพลิงจะยุบตัวลงและเกิดควันโขมง</li>
<li>- ท่อ 4 หุนที่อยู่ด้านล่างกลายเป็นท่อดูดอากาศเข้าเพราะท่อเย็นและดูดเปลวไฟจากไฟแช็คเข้าไปในเตาแทน (ตอนแรกจะใช้เป็นท่อ Gas out แต่กลายเป็น Air In แทน)</li>
<li>- มีช่อง Air In เพิ่มเป็น 2 ช่องใหญ่กับอีก 1 ช่อง 4 หุนเล็กจุดติดได้ง่ายขึ้น</li>
<li>น่าจะพัฒนาสู่ระดับในครัวเรือน  ใช้หุงข้าว ต้มแกง อุ่นอาหาร ผิงไฟเพื่อให้ใช้ได้ง่ายขึ้นได้ครับ รวมทั้งลดการใช้ไฟฟ้า ใช้แก็สลง</li>
</ul>
<p> </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/aram/?feed=rss2&amp;p=127</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ทัวร์คิดถึงลุงเปลี่ยน</title>
		<link>http://lanpanya.com/aram/?p=120</link>
		<comments>http://lanpanya.com/aram/?p=120#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 20 Oct 2010 17:00:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>aram</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ชีวิต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/aram/?p=120</guid>
		<description><![CDATA[     
ศุกร์15ต.ค.53 ออกเดินทางจากลำพูนมุ่งสู่เมืองน่าน ด้วยเส้นทางลำปาง ลอง ตัวเมืองแพร่ ผ่านแยกร้องกวาง เข้าสู่เมืองน่าน    แวะหาป้านาย ที่มาถึงก่อนแล้ว   อยู่ที่ โรงแรม น่านสะบายดี   
เสาร์ที่ 16 ต.ค.53  เตรียมตัว เยี่ยมญาติชาวเฮแห่งเมืองหงสา แวะทานอาหารเช้าในตลาดเมืองน่าน  แล้วออกเดินทางมุ่งสู่ด่านห้วยโก๋น  มีตลาดนัด คึกคักไปด้วยผู้คนชาวไทยและชาวลาวที่เดินทางมาจับจ่ายซื้อของ     มาสายไปนิดประมาณ สิบเอ็ดโมงกว่าๆ เจ้าหน้าที่ด่านออกเวรไปแล้ว  ดังนั้นการทำใบผ่านแดนกรณีไม่มีพาสปอร์ตต้องเข้าไปทำที่ว่าการอำเภอแทน 
  มีโอกาสดี  ประทับใจได้ไปซึมซับความเป็นหงสา  ซึมซับความเป็นอดีตที่เมืองไทยหาได้ยากแล้ว   ผู้คนไม่ต้องดิ้นรน รีบเร่งไปตามกระแสโลกมากนัก ต่างใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย  พออยู่พอกิน  ในน้ำมีปลา ในนามีข้าวอุดมสมบรูณ์  ร่ำรวยด้วยวัฒนธรรมความมีมิตรไมตรี     มีความเป็นธรรมชาติของเมือง  วิถีชีวิตที่ไม่ต้องปรุงแต่งจนเกินงาม  
 

   ความเปลี่ยนแปลงมีอยู่ทุกที่ ปฏิเสธได้ยาก เมื่อกระแสโลกพาไป เศรษฐกิจวัฒนธรรม วิถีชีวิต ย่อมแปรเปลี่ยน จะช้าจะเร็วอยู่ที่ความเข้มแข็ง ความเข้าใจของผู้นำ ของชุมชน   การปรับตัวเป็นสิ่งจำเป็น  การอนุรักษ์ไว้ให้คงอยู่ก็เป็นสิ่งสำคัญ   ภารกิจจัดการ ความลงตัวระหว่างเก่า กับใหม่คือโจทย์ใหญ่ที่จะต้องดูแล ให้ไปด้วยกัน 
   
  

 
 
 
 
 
 
 
 
       ณ . วันนี้หงสา ยังเป็นเมืองน้ำใสไหลเย็น [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;">     </p>
<p>ศุกร์15ต.ค.53 ออกเดินทางจากลำพูนมุ่งสู่เมืองน่าน ด้วยเส้นทางลำปาง ลอง ตัวเมืองแพร่ ผ่านแยกร้องกวาง เข้าสู่เมืองน่าน    แวะหาป้านาย ที่มาถึงก่อนแล้ว   อยู่ที่ โรงแรม น่านสะบายดี   </p>
<p>เสาร์ที่ 16 ต.ค.53  เตรียมตัว เยี่ยมญาติชาวเฮแห่งเมืองหงสา แวะทานอาหารเช้าในตลาดเมืองน่าน  แล้วออกเดินทางมุ่งสู่ด่านห้วยโก๋น  มีตลาดนัด คึกคักไปด้วยผู้คนชาวไทยและชาวลาวที่เดินทางมาจับจ่ายซื้อของ     มาสายไปนิดประมาณ สิบเอ็ดโมงกว่าๆ เจ้าหน้าที่ด่านออกเวรไปแล้ว  ดังนั้นการทำใบผ่านแดนกรณีไม่มีพาสปอร์ตต้องเข้าไปทำที่ว่าการอำเภอแทน </p>
<p>  มีโอกาสดี  ประทับใจได้ไปซึมซับความเป็นหงสา  ซึมซับความเป็นอดีตที่เมืองไทยหาได้ยากแล้ว   ผู้คนไม่ต้องดิ้นรน รีบเร่งไปตามกระแสโลกมากนัก ต่างใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย  พออยู่พอกิน  ในน้ำมีปลา ในนามีข้าวอุดมสมบรูณ์  ร่ำรวยด้วยวัฒนธรรมความมีมิตรไมตรี     มีความเป็นธรรมชาติของเมือง  วิถีชีวิตที่ไม่ต้องปรุงแต่งจนเกินงาม  </p>
<p><a href="http://lanpanya.com/aram/files/2010/10/dsc03809.jpg"></a> </p>
<p style="text-align: center;"><img class="alignnone size-medium wp-image-121" title="dsc03809" src="http://lanpanya.com/aram/files/2010/10/dsc03809-300x225.jpg" alt="วิถีชีวิตเมืองลาว" width="300" height="225" /></p>
<p>   ความเปลี่ยนแปลงมีอยู่ทุกที่ ปฏิเสธได้ยาก เมื่อกระแสโลกพาไป เศรษฐกิจวัฒนธรรม วิถีชีวิต ย่อมแปรเปลี่ยน จะช้าจะเร็วอยู่ที่ความเข้มแข็ง ความเข้าใจของผู้นำ ของชุมชน   การปรับตัวเป็นสิ่งจำเป็น  การอนุรักษ์ไว้ให้คงอยู่ก็เป็นสิ่งสำคัญ   ภารกิจจัดการ ความลงตัวระหว่างเก่า กับใหม่คือโจทย์ใหญ่ที่จะต้องดูแล ให้ไปด้วยกัน </p>
<p><a href="http://lanpanya.com/aram/files/2010/10/way1.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-123" title="way1" src="http://lanpanya.com/aram/files/2010/10/way1-300x300.jpg" alt="เดินทางสู่หงสา" width="300" height="300" /></a> <a href="http://lanpanya.com/aram/files/2010/10/lao2.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-122" title="lao2" src="http://lanpanya.com/aram/files/2010/10/lao2-300x300.jpg" alt="สงบ" width="300" height="300" /></a>  </p>
<p style="text-align: left;">  <a href="http://lanpanya.com/aram/files/2010/10/lao5.jpg"></a></p>
<p><img class="alignnone size-medium wp-image-124 alignleft" style="float: left;" title="lao5" src="http://lanpanya.com/aram/files/2010/10/lao5-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></p>
<p> </p>
<p> </p>
<p> </p>
<p> </p>
<p> </p>
<p> </p>
<p> </p>
<p> </p>
<p>       ณ . วันนี้หงสา ยังเป็นเมืองน้ำใสไหลเย็น เมืองดินดำน้ำชุ่ม เมืองสงบ ร่มเย็น เมืองแห่งวัฒนธรรม ประทับใจมากๆครับ       +</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/aram/?feed=rss2&amp;p=120</wfw:commentRss>
		</item>
	</channel>
</rss>
